Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
20091216 วิพากษ์ MAN. UNITED vs WOLVERHAMPTON

เก็บสามคะแนน ฉลองนัดที่ 900 ของป๋า


อรุณสวัสดิ์ครับ ทุกๆท่าน หลังจากเพิ่งเขียนวิพากษ์ไปหมาดๆยังไม่ทันสะเด็ดน้ำดีเมื่อสองวันก่อน วันนี้ก็ได้โอกาสมาพบทุกๆท่านอีกครั้ง กับหลังเกมวันอังคารเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมานี่เอง เราเปิดบ้านต้อนรับวูลฟ์แฮมป์ตัน ของกุนซือ M&M มิค แม็คคาร์ธี่ย์ พร้อมๆกับข่าวร้ายที่เป็นประเด็นในวิพากษ์คราวก่อน นั่นคือทำไมเปลี่ยนกิ๊กส์ ไม่เปลี่ยนปาร์คในครั้งแรก ทั้งๆที่ปาร์คฟอร์มทางซ้ายปวกเปียกมาก ผมได้รับใช้ไปว่าป๋าคงมองในภาพรวมของช่วงฤดูมรสุมสิ้นปีที่เกมชุกมาก จึงกั๊กกิ๊กส์ไว้ลงทุกนัด นัดละไม่เต็มเกม จะได้ประโยชน์มากกว่า ซึ่งกลายเป็นว่าจริงๆแล้วนั้น กิ๊กส์ดันเจ็บโคนขาหนีบครับ งานเข้าแล้วสิทีนี้ หวังว่าเจ้าตัวจะหายทันเกมหน้ากับฟูแล่มนะครับผม

เกมนี้เราได้ปักหลักเป็นเจ้าบ้านนัดที่สองติดต่อกัน หลังจากที่เพิ่งเสียท่าทีมประจำหมู่บ้านมาเมื่อสามวันก่อน อย่างที่บอกไปแล้วว่าเรามีกิ๊กส์บาดเจ็บเพิ่ม ส่วนบราวน์นั้นก็เดี้ยงซ้ำขึ้นมาอีก น้าซาร์ก็ยังไม่กลับมา ถ้าจะมีข่าวดีบ้างก็คงเป็นการที่ผมเห็นชื่อของ ฟาบิโอ ถูกบรรจุไว้ในลิสต์ตัวสำรองนั่นแหละครับ นัดนี้ ป๋าจึงต้องปรับกระบวนยุทธ์กันอีกครั้ง เริ่มด้วยการส่ง โทมัส คุสแซ็ค เฝ้าเสา แบ๊คซ้ายยังคงเป็นพี่ติ๊ก (น่าจะได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นนะเนี่ย ไม่ขาด ไม่ลา ไม่สายเลย) ส่วนแบ๊คขวาเป็นริทชี่ เดอ ลาท ที่ถูกดันขึ้นมาเป็นตัวจริงในเกมนี้ เนมานย่า วิดิช ยังคงเป็นเซ็นเตอร์ต่อไปอีกนัด แต่จับคู่กับไมเคิล คาร์ริค มิดฟิลด์คู่กลางวันนี้ใช้พอล สโคลส์ และ ดาร์รอน กิ๊บสัน มีกาเบรียล โอบองแปง ยืนกราบซ้าย และ อันโตนิโอ วาเลนเซียยืนกราบขวา หน้าคู่เลือก ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และ เวย์น รูนี่ย์

มาดูทางฝั่งวูลฟ์บ้างครับ นัดนี้ เห็นผู้บรรยายบอกว่าแม็คคาร์ธี่ย์เปลี่ยนทีมจากเกมชนะสเปอร์สหลายตำแหน่งมาก และไม่ทราบว่าจะเปลี่ยนทำไมกัน ผมเองก็ไม่ทราบหรอกนะครับ พอดีไม่ได้ติดตามทีมนี้มากพอซะด้วย จึงไม่ทราบว่าชุดใหญ่ของเขาจะมีตัวไหนบ้าง แต่ แต่ แต่ แค่เห็นชื่อผู้รักษาประตูก็หนาวแล้วครับ มาร์คัส ฮาห์นีมันน์ คนนี้ถ้าจำไม่ผิด เวลาเจอแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ชอบออกอาการเทพสถิตอยู่แล้วด้วย ส่วนตัวอื่นๆ หาที่รู้จักได้น้อยมากสำหรับผม และที่แปลกมากก็คือ ไม่ยักกะมีชื่อของ โจดี้ แคร็ดด็อกแฮะ หมอนี่เป็นถึงดาวซัลโวของทีมเลยไม่ใช่หรือครับ แต่เอาเถอะ ไม่ลงก็ถือว่าดีสำหรับเรานี่นา ส่วนคนที่เหลือที่ลงสนามมานั้น มี่ผมรู้จักจริงๆก็มีเพียงแค่ เคร็ก ฮัลฟอร์ด ที่เคยได้ยินชื่อมาบ้าง กับ ไมเคิล มานเซียน ที่ผมคุ้นๆว่าน่าจะเป็นดาวรุ่งเชลซีรึเปล่า

รูปเกมก็ไม่มีอะไรมากมายตลอดทั้งเก้าสิบนาที เรียกได้ว่าเป็นเกมที่เจ้าบ้านไม่ได้ก้าวร้าวหรือดุดันนักในการครอบครองบอลและกดดันผู้มาเยือน ส่วนทางผู้มาเยือนก็แพ็คเกมหลังแน่น เพรสซิ่งแดนกลางไล่บอลไม่ให้เจ้าบ้านทำเกมจ่ายบอลได้ถนัด ส่วนแดนหน้าก็ทิ้งสเตฟาน ไมเออร์ฮอเฟอร์ ร่างโย่งไว้กดดันลูกกลางอากาศรวมกับการทำเกมของเซอร์มัน ซึ่งต้องยอมรับว่าวูลฟ์มาเกมนี้เหมือนไม่เน้นบุกมากนัก จังหวะเข้าทำดูไม่เนียนตาเอาซะเลย หลายๆครั้งที่ต่อบอลสวนขึ้นมาได้สวยๆแบบเท้าสู่เท้า แต่กลับจบด้วยการออกปีกแล้วโยนแบบไร้จุดหมาย อ้อ...มีครั้งหนึ่งที่วูลฟ์เกือบช็อคเจ้าบ้านได้เหมือนกัน กับจังหวะโหม่งเช็ดจากลูกทุ่มไกลแล้วบอลขลุกขลิกมาตกที่เท้าของจอร์จ เฟรนด์ แต่เฟรนด์ดันยิงเหินข้ามคานไปแบบน่าเขกกะโหลกมากๆ

รูปเกมในช่วงแรกเหมือนไม่มีอะไรมากนัก ยูไนเต็ดพยายามตั้งลำเพื่อครองเกมบุกตามถนัด โดยมีจังหวะหวาดเสียวเกือบเป็นประตูหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะรูนี่ย์ ที่ยิงออกบ้าง ติดตัวติดขาฮาห์นีมันน์บ้าง เล่นเอาผมชักถอดใจว่าดวงจะหมดรึเปล่า เห็นสีหน้ารูนี่ย์แล้วก็น่าเห็นใจกับความพยายามที่ไม่สัมฤทธิ์ผล เกมนี้เนื่องจากพอผ่านไปได้สักพักเจ้าบ้านก็ครองเกมได้ อบต. และวาเลนเซีย ถึงจะเสียบอลง่ายๆบ้าง แต่ก็ร่วมงานกับเอวร่า และเดอ ลาท ได้ดี จนสามารถพาบอลถ่างมาทางกราบจนสุดเส้นได้ตลอดทั้งเกม ส่วนแผงหลังนำโดยคาร์ริค และวิดิชก็ยืนตำแหน่งป้องกันได้ดี ทำให้วูลฟ์ไม่สามารถเดินเกมขึ้นหน้าได้ กลายเป็นเกมเกือบจะวันเวย์ของเจ้าถิ่น เราจึงเห็นว่ารูนี่ย์กับเบอร์บาตอฟจะไม่ค่อยลงมาต่ำนักเพราะบอลมันถึงหน้าตลอด จะมีก็เพียงการหนีตัวประกบลงมาเชื่อมเกมบ้างเท่านั้น แต่วันนี้การทำเกมของสองกองหน้าดูเหมือนจูนไม่ค่อยติดกัน และไม่ค่อยติดกับเพื่อนๆเท่าไหร่ ทั้งการวิ่งและการให้บอลเหมือนจะผิดช่อง ผิดทางบ่อยครั้ง เล่นเอาน้องหมูกับพี่มาเฟียเซ็งไปหลายดอก

แต่แล้วจากรูปเกมที่เจ้าถิ่นครองเกมแต่ทำอะไรไม่ได้ถนัดก็ดันมาได้ประตูนำอย่างไม่น่าเชื่อ จากลูกเตะมุมถี่ยิบที่มาออกฤทธิ์เอาประมาณครึ่งชั่วโมงของเกม บอลโค้งเข้ามาเกือบจะเข้าเป้าเรดาร์ของวิดิชอยู่แล้ว แต่ซูบาร์กลับเอามือปัดบอลออกนอกรัศมีทำการของวิดิชเฮดเดอร์ไปซะ ท่านกรรมการสตีฟ เบนเน็ตต์เป่าปรี๊ดดดดทันที เล่นเอาซูบาร์หัวฟัดหัวเหวี่ยงพยายามบอกเหมือนกับว่าเขาถูกผลักถูกเบียดจนหงายหลังต้องยกแขนมาช่วยทรงตัว แต่จากภาพช้าที่เราเห็นกันนั้น วิดิชเองก็ไม่ได้แตะอะไรซูบาร์แม้แต่นิดเดียว แถมยังมีตัวของวูลฟ์ขวางวิดิชไว้อีกคนด้วยซ้ำก่อนจะถึงซูบาร์ ก็ไม่รู้ว่าจะแก้เก้อรึเปล่านะครับ แต่เมื่อเป็นจุดโทษก็คือจุดโทษ และรูนี่ย์ไม่สนใจเรื่องอื่นครับ ปราดเข้ามายิงสุดแรงด้วยอีขวาตุงตาข่าย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำเป็นประตูที่คลายความกดดันลงได้มากทีเดียว

เกมนี้เป็นเกมแรกที่ได้เห็นฟอร์มของ อบต. จะจะกับตาทั้งเกม เท่าที่ได้เห็นก็ต้องบอกว่าลีลา, ทีมเวิร์ค และความเร็วน่ะโอเค สอบผ่านได้ แต่ประสบการณ์ความเก๋าและการตัดสินใจในการเล่น คงต้องเพิ่มพูนอีกเยอะครับ ผมเห็นว่าเมื่อได้บอลแล้ว อบต. สามารถเล่นต่อได้ทันที นั่นแสดงให้เห็นถึงจุดที่เขาเด่นกว่านานี่ ก็คือการเล่นตามธรรมชาติตัวเองและธรรมชาติเกม บอลมาอย่างไรมีช่องตรงไหนก็ไปทางนั้น จะชะงักก็ต่อเมื่อไปต่อไม่ได้จริงๆเท่านั้น และต้องหาตัวรับบอลต่อนั่นเอง ผมว่าการอ่านทิศทางของเกมในขณะนั้นๆ การจับจังหวะการเคลื่อนที่ของเพื่อนร่วมทีม และจังหวะการรับ-ส่งบอล อบต. ทำได้ดีพอควรแล้ว เพียงแต่ต้องเพิ่มความเก๋าลงไปในการเล่นแต่ละจังหวะมากขึ้นเพื่อไม่ให้เสียบอลง่ายๆ เช่นการบังบอลไว้ หรือดึงบอลไว้บ้าง ทั้งความกล้าที่จะเรียกบอลจากพี่ๆ และการเคลื่อนที่ตามที่ว่างเพื่อรับบอลไม่ใช่มัวเดินตามตัวประกบบ่อยๆ รวมทั้งการตัดสินใจจะส่งหรือยิงที่ต้องถูกต้องแม่นยำกว่านี้ ซึ่งเรื่องพวกนี้มันต้องใช้เวลาครับ และที่สำคัญคือต้องใช้เกมจริงจังบ่มเพาะสร้างสมขึ้นมาด้วย ในภาพรวมก็ยังถือว่าทำได้ดีแต่ต่ำกว่าความคาดหวังและคำโปรยของป๋าที่จะซื้อมาแทนที่นานี่หรือโทซิชนะครับ ถ้าพูดถึงว่าจะวัดกันที่เกมนี้แค่นั้นนะ

มาว่ากันถึงรูปเกมต่ออีกที เกมนี้คงเป็นอีกเกมที่เหมือนว่าสกอร์ท่วมท้น การครองเกมดูดี แต่จริงๆแล้วการให้บอลจังหวะสุดท้ายก็ยังมีปัญหามากมายเหมือนเดิม ไม่งั้นโอกาสจบสกอร์น่าจะมีมากกว่านี้สักสองเท่าหรือสองเท่าครึ่งได้มั้ง และที่สำคัญ นี่อาจเป็นเกมที่ลูกทีมของป๋า ถูกกำชับไม่ให้แลก ไม่ให้เข้าหนักด้วย เพราะหลายครั้งดูจะออมๆกันไว้ มีกั๊กจังหวะเข้าบอลกันพอควร (เห็นแต่อีสโคลส์นี่ล่ะ ไม่มีกั๊กเลยวุ้ย) ตรงนี้อาจจะเพราะว่าอาการบาดเจ็บเริ่มจะรุมเร้านักเตะเรามากขึ้นเรื่อยๆ ฮาร์กรีฟส์เองก็ยังไม่ฟิตและสดพอจะลงสนามได้ แผงหลังนี่ไม่ต้องพูดถึง ท้ายเกมก็ต้องถอดวิดิชออกมาเก็บแล้วเอาเฟล็ทช์ลงมาแทนด้วยซ้ำ ดีที่ตอนนั้นได้ลูกที่สองไปนานแล้ว เกมเหมือนจะขาด ท่านเซอร์เลยกล้าที่จะเสี่ยง เอาดาร์เรนมายืนแบ๊คขวาตามเดิม แล้วหุบเดอ ลาท เข้าไปเป็นเซ็นเตอร์คู่คาร์ริคแทน

ส่วนประตูที่สองนั้น ได้มาจากลูกเตะมุมอีกแล้ว วิดิชเทคขึ้นเต็มที่ก่อนจะโหม่งเต็มศีรษะ ส่งบอลพุ่งลงที่พื้นตรงที่ฮาห์นีมันน์ยืนอยู่ เขาพยายามล้มตัวปัดได้ปลายมือแล้ว แต่ความแรงของบอลจากหัววิดิชยังคงส่งบอลกลิ้งหลุนๆเข้าหน้าต่างเสาแรกไปอย่างช้าๆก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่นาทีเท่านั้น ประตูนี้ยิ่งทำให้ความกดดันของเจ้าบ้านกลายเป็นศูนย์ไปทันที แล้วมันทำให้เกมของวูลฟ์ที่ตอนแรกถูกนำแค่ลูกเดียวยังใจเย็นอยู่ได้นั้น กลายเป็นนิ่งอยู่ต่อไปไม่ได้เสียแล้ว ลูกทีมเฮียมิคเริ่มเดินหน้ามากขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จนล่วงเข้าสู่ครึ่งหลัง แม็คคาร์ธี่ย์พยายามแก้เกมด้วยการถอดไมเออร์ฮอเฟอร์ที่สูงปรี๊ดแต่บอลมาไม่ถึงเขาสักทีออกไปแล้วส่งคริส อิเวลูโม่ลงมาแทน ตามด้วยการถอด จอร์จ เฟรนด์ ออก แลกกับแม็ทธิว จาร์วิส เจ้าบ้านเก็บเนมานย่า วิดิช แล้วส่งเฟล็ทเชอร์ลงมาแทน ปรับหมากแผงหลังเล็กน้อย แต่รูปเกมก็ยังเหมือนครึ่งแรก เจ้าบ้านครองเกมได้มากกว่าเล็กน้อยแต่โอกาสจบสกอร์เหน่งๆยังมีน้อยมาก เพราะมัวแต่ขาดๆเกินๆ ส่วนวูลฟ์เมื่อได้บอลก็ไม่สามารถเข้าไปหาโอกาสจบสกอร์ได้เสียที

สุดท้าย เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สามก่อนที่วูลฟ์จะหาประตูตีตื้นได้เสียอีก จากการขึ้นบอลทางกราบขวา สโคลส์ชิพบอลขึ้นหน้าให้เบอร์บาตอฟหลุดไปรับตรงมุมกรอบโทษด้านขวา เบอร์บาตอฟถูกคุมพลิกตัวไม่ได้ แต่เลือกที่จะกระดกบอลกลับหลังเมื่อเหลือบเห็นพระเอก AV แลบเติมขึ้นมา ด้วยน้ำหนักและทิศทางบอลจากเท้าเบิร์บที่ชั่งมาเป๊ะๆ สิ่งที่วาเลนเซียต้องทำก็มีแค่ วิ่งมาจิ้มด้วยอีขวาฮาล์ฟวอลเลย์ ส่งบอลสวนตัวฮาห์นีมันน์ไปเท่านั้นเอง กลายเป็น 3:0 พูลสวัสดิ์ สำหรับเจ้าบ้านไปตั้งแต่เกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นมหกรรมเปลี่ยนตัวก็ทยอยตามมาติดๆ แดนนี่ เว็ลเบ็คลงมาแทน อบต. ตามด้วยโอเว่นลงมาแทน รูนี่ย์ เล่นเอาน้องหมูทำสีหน้าเคืองออกหน้าจอเหมือนกัน มิคแม็คคาร์ธี่ย์ก็ส่งเดวิด โจนส์ลงมาแทนเคร็ก ฮัลฟอร์ดช่วงสิบห้านาทีสุดท้าย

ภาพรวมของทีมเราในเกมนี้นั้น มันไม่น่าจะใช้วัดอะไรได้มากนัก เมื่อผมประเมินว่าเราไม่ได้เล่นด้วยความมุ่งมั่นและดุดันเต็มที่ตามศักยภาพที่เราควรจะทำได้ ซึ่งผมมองว่ามันมีสาเหตุหลายประการมารองรับสิ่งที่ผมคิด ไม่ว่าจะเป็นความกังวลใจว่าจะมีใครเจ็บเพิ่มจากแต่ละเกมอีกหรือไม่ ตอนนี้ทีมเราก็แทบจัดทีมใหม่ในโรงพยาบาลได้แล้วด้วยซ้ำไป หรือจะเป็นสาเหตุที่เกมเตะถี่ยิบจนอาจทำให้ล้าและพลังไฟในตัวเริ่มมอดไปบ้าง แม้แต่สาเหตุสำคัญที่สุดก็คือการต้องลงสนามแบบหมุนตำแหน่งกันเละเทะแบบนี้ ทำให้ความรัดกุมอาจต้องถูกคำนึงถึงก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นการยืนตำแหน่งที่ถูกต้องของแต่ละคนจึงน่าจะเป็นข้อที่ถูกกำชับลงมามากที่สุด เพื่อไม่ให้หลุดตำแหน่งที่ตัวเองไม่ได้คุ้นเคยนี้ และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในเกมโดยเฉพาะกับเกมรับที่หมุนซะเละเหลือเกิน ผมถึงเห็นการเคลื่อนที่ วิ่งเติม วิ่งสอดไลน์กันน้อยมากในเกมนี้ นอกจากแบ๊คขวาและซ้ายเท่านั้น ซึ่งก็ไม่บ่อยมากเท่าเกมปกติๆด้วย

เกมนี้ผมขอชมคาร์ริคกับวิดิช ที่ปักหลักป้องกันพื้นที่สุดท้ายได้ดีมากๆ จนบางครั้งคาร์ริคดูเหลือนเป็นเซ็นเตอร์อาชีพด้วยซ้ำไปกับการดักทางบอล และปิดทางกองหน้าคู่ต่อสู้ รวมทั้งการชิงจังหวะโหม่ง หรือบล็อคไลน์ยิงประตู และการที่มีคาร์ริคกับเฟล็ทเชอร์ในแผงหลังก็ช่วยให้เกิดมิติใหม่ในการขึ้นเกมรุก นั่นก็คือการให้บอลจากแนวหลังนั่นเองครับ ยิ่งเกมนี้เรามีสโคลส์อยู่ด้วย ทำให้การออกบอลยาวเร็วจากกลางและหลังของเราค่อนข้างเข้าเป้า และปั่นป่วนแนวรับของวูลฟ์ทางกราบได้ดีเหลือเกิน ยิ่งเดอ ลาท ที่กล้าลาก กล้าเลี้ยง กล้าลุย กล้ายิงเหลือเกิน ยิ่งทำให้การสนับสนุนวาเลนเซียทำได้ดีขึ้นกว่าโอเช หรือ เฟล็ทช์ บอกตรงๆครับ ถ้าเดอ ลาท เป็นแคนดิเดตฝั่งขวาล่ะก็ ราฟาเอลงานเข้าแล้วแหละ โอเคว่า การพาบอลไปกับตัวหรือทักษะกับบอลอาจจะด้อยกว่าราฟาเอลอยู่ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการจับบอลแรก แต่ความนิ่งและทางบอลในการเล่นเกมรับ ผมว่าเขาดีกว่าราฟาเอลพอสมควร แล้วสำหรับแบ๊ค อะไรคือความสำคัญลำดับแรกกันล่ะ

เกมนี้ การส่งสี่กองหน้าลงมาเพ่นพ่านในสนามนั้น ผมมองว่าหนึ่งคือการให้โอกาสเว็ลเบ็ค และโอเว่นมากขึ้น เกมที่เปิดเต็มที่และเกือบวันเวย์แบบนี้ เมื่อเราต้องการจำนวนประตูได้-เสียมากที่สุดเพื่อไล่เชลซีนั้น ทำได้ก็ต้องทำนะครับ แต่อีกมุมหนึ่ง การเก็บรูนี่ย์ไว้บ้างก็น่าจะเป็นจิตวิทยาที่ดี เพื่อเพิ่มความมุ่งมั่นให้เขา หลังจากลงสนามมาถี่ยิบแทบไม่ได้พักผ่อนนอนหลับเอาซะเลย พูดถึงกองกลางของเราวันนี้กันบ้าง กิ๊บสันนั้นผมเสียดายหน่วยก้านเหลือเกิน เมื่อยิ่งเล่นไปยิ่งเห็นแววว่าเขาเป็นตัวเชื่อมเกมมากกว่าจะเป็นตัวรุกหรือรับเต็มตัวนะ ออกแนวคาร์ริคมากกว่าคีนหรือสโคลส์ หากจะเป็นตัวรับก็คงเป็นประเภทฮาร์ดแมนเข้าบอลหนัก แต่โฉ่งฉ่างเข้าบอลเหมือนสโคลส์ หากจะเป็นตัวรุกก็ยิงได้หนักหน่วงดี แต่เซ้นส์ในการเติมสูงยังมีน้อยมาก กิ๊บสันเหมือนจะทำได้ดีตรงการรับบอลส่งบอลและเคลื่อนที่กลางสนาม คล้ายๆคาร์ริคนั่นแหละ ที่เป็นตัวเชื่อมเกมมากกว่าจะรุกหรือรับอย่างเต็มตัวสำหรับระบบทีมเรา ซึ่งถ้าเขาจะเอาดีทางนี้จริงๆผมก็เสียดายนะ

วันนี้คงสั้นๆนะครับ เพราะรูปเกมไม่ได้มีอะไรมากมายเลยจริงๆ แถมง่วงมากมายซะด้วย หลังจากได้นอนน้อยไปหน่อย ดันไปดูบุปผา 3.2 ก่อนนอน แล้วตื่นมาดูบอลอีก ง่วงค่อดๆ//ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วอย่าลืมมาลุ้นเกมของคู่ต่อสู้เราคืนนี้ด้วยนะครับผม

แล้วมาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ (ดีใจปีนี้ยังมีโบนัส อิอิ)



Create Date : 16 ธันวาคม 2552
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 10:50:27 น. 0 comments
Counter : 247 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.