Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
20081117 วิพากษ์ UNITED vs STOKE CITY

ส่องสองฟรีคิกปิดปากแฟนๆ

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากว่างเว้นให้เด็กๆได้ลงสนามกลางสัปดาห์ ในศึกคาร์ลิ่งคัพ ที่ตอนนี้ผลการจับสลากก็ออกมาแล้ว ในรอบแปดทีมสุดท้ายกับการเปิดบ้านรับมือแบล๊คเบิร์น โรเวอร์ส ซึ่งถ้ามีการถ่ายทอดสด ผมก็คงได้รับใช้ทุกๆท่านเหมือนเดิมนะครับ สำหรับการแข่งขันที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ ก็เชิญร่วมทัศนากันได้ตามสะดวกเลยครับ


การเปิดบ้านรับมือสโต๊ค ทีมเจ้าบุญทุ่มของแท้นั้น ท่านเซอร์ไม่ได้หวั่นกลัวอะไรนัก ดังจะเห็นจากคำให้สัมภาษณ์ของบรรดาลูกทีมหลายต่อหลายคน และท่านเซอร์เอง ก็เตรียมรับมือเกมอุ่นเครื่องทีมชาติกลางสัปดาห์นี้ ด้วยการถอดรูนี่ย์ และเฟอร์ดินานด์ออกจากทีม ด้วยเหตุผลอาการบาดเจ็บ แถมยังหยอดเพิ่มเติมอีกนิดด้วยว่า ทั้งคู่ต้องพลาดเกมอุ่นเครื่องทีมชาติกลางสัปดาห์ด้วย จากอาการบาดเจ็บนี้ นอกจากนี้ ยังมีการปรับทีมกลับมาเล่นในสไตล์ผึ้งงานอีกครั้ง ด้วยการส่งเฟล็ทเชอร์ และปาร์ค ลงมาปั่นป่วนเกมสโต๊ค ส่วนแผนการรับมือลูกโด่งและทุ่มไกล ท่านเซอร์เลือกใช้งานโอเชในตำแหน่งแบ๊คขวา และเอแวนส์ ยืนคู่กับวิดิช โดยเห็นไลน์อัพออกมาดังนี้

เตเวซ เบอร์บาตอฟ
โรนัลโด้ เฟล็ทเชอร์ คาร์ริค ปาร์ค
เอวร่า เอแวนส์ วิดิช โอเช
ซาร์



เริ่มเกมขึ้น ก็เป็นฝั่งเจ้าบ้าน ที่โหมเกมรุกใส่ทันที และก็ได้ประตูนำเร็วอีกแล้ว จากจังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเยื้องมาทางซ้ายระยะไกลพอดู แต่โรนัลโด้ไม่หวั่น แยกขาชาร์จพลังได้ก็ซัดตูมเลย ลูกพุ่งวาบมีส่ายซ้ายขวาเล่นเอาโซเรนเซ่นปัดไม่ถูก บอลทะลุมือเข้าประตูไปตั้งแต่นาทีที่สาม พร้อมท่าดีใจโชว์ลูกที่ร้อยจากโรนัลโด้ หลังจากได้ประตู ยูไนเต็ดก็บุกหวังยิงต่อเนื่องทันที โหมเกมรุกแบบวันเวย์ แต่สโต๊คยังคงไม่ตื่นตกใจ ยังคงก้มหน้าก้มตาเล่นเกมรับอย่างอดทนต่อไป การยืนเกมรับของสโต๊คนี้ก็เล่นในรูปแบบที่เราเจอจากทีมอื่นๆเป็นประจำ นั่นคือ เล่นกำแพงสองชั้น แต่สโต๊คไม่เน้นเพรสซิ่งเท่าไหร่ จะเน้นไปที่การคุมโซนและคุมพื้นที่มากกว่า ซึ่งก็ยังพัวพันจังหวะสุดท้ายยูไนเต็ดได้ดีอยู่ ทำให้เจ้าบ้านต้องจบด้วยยิงไกลให้เห็นบ่อยๆ

เกมโต้กลับของสโต๊คในครึ่งแรก ยังเน้นไปที่การสาดยาว ซึ่งมักจะถูกดักกินอยู่ตลอด ไม่ว่าจากเอแวนส์, วิดิช หรือโอเช จังหวะทุ่มไกลของดีแล็ปก็มีเสียวครั้งเดียว คือครั้งแรก ที่วิดิชโหม่งป้องกันไม่ถนัด ลูกย้อยลงเดือดร้อนน้าซาร์ต้องโดดปัดออกมาจากปากประตู ครึ่งแรกเกมโต้กลับสโต๊คยังไม่มีจังหวะหวาดเสียว แถมต้องเปลี่ยนตัวเร็ว ถอดโอเลฟินยาน่าที่น่าจะเจ็บออก ส่งเครสเวลล์เข้ามาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก ในขณะที่เกมรุกของยูไนเต็ดสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่องแต่จบไม่ลง ปาร์ค, เตเวซ และเบอร์บาตอฟ เล่นบอลทำชิ่งกันได้อย่างสนุกสนาน ในขณะที่โรนัลโด้เองก็เล่นกับเอวร่าได้มันไม่แพ้กัน แต่จังหวะลากไปเองยังไม่ค่อยผ่าน ยูไนเต็ดมาได้ประตูที่สองในช่วงทดเจ็บ เมื่อคาร์ริคได้บอลจากการทำชิ่ง ลากเข้าซ้ายหน้ากรอบและซัดเสียบเสาอย่างสวยงาม ส่งผลให้ยูไนเต็ดนำห่างสองลูกก่อนหมดครึ่งแรก




เริ่มครึ่งหลัง เบอร์บาตอฟทำประตูที่สามได้สำเร็จ เมื่อเกี่ยวบอลจากข้างหลังจากการให้ของเตเวซ แล้วตวัดยิงทันที บอลพุ่งต่ำเสียบข้างเสาแรกให้ยูไนเต็ดออกนำห่างไปอีกลูก เกมสโต๊คดูดีขึ้นหลังจากเสียประตูที่สาม แผงมิดฟิลด์ยืนสูงขึ้นกว่าครึ่งแรก ดีแล็ป, ดิเยา และ ฟาย ดูจะกล้าเล่นและมุ่งมั่นมากขึ้น ทำให้ฟูลเลอร์ที่ครึ่งแรกหายไปจากเกม เริ่มมีบทบาทกดดันวิดิชและเอแวนส์ได้บ้าง แต่ก็ยังสร้างจังหวะจบจะจะไม่ได้ ในขณะที่เจ้าบ้านก็เห็นช่องว่างมากขึ้นเมื่อสโต๊คเริ่มดันเกมสูง เกมของปาร์คและเตเวซที่ขยันอยู่แล้ว ยิ่งสร้างความปั่นป่วนได้มากขึ้น รูปเกมเริ่มจะขาดอย่างเห็นได้ชัด และท่านเซอร์ก็ทยอยเปลี่ยนตัว เอากิ๊บสัน, เว็ลเบ็ค, และมานูโช่ ลงมาแทนเฟล็ทเชอร์, ปาร์ค และเตเวซ ในขณะที่พูลิสก็ส่งคิตสัน และวิลกินสัน ลงมาแทนฟูลเลอร์ และกริฟฟิน

สโต๊คครองเกมได้มากขึ้น หลังจากยูไนเต็ดส่งดาวรุ่งสนามเมื่อรวมกับตัวสำรองก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนทีม แต่เอแวนส์ และวิดิช รวมทั้งโอเช ก็สามารถหยุดยั้งได้ทั้งหมด ไม่เดือดร้อนถึงมือน้าซาร์เท่าไหร่ โรนัลโด้เองก็ตั้งใจปั้นดาวเหลือเกิน พยายามใส่พานให้น้องๆได้แจ้งเกิดหลายครั้งมาก (รวมทั้งพี่มานูโช่) เว็ลเบ็คสามารถสร้างผลงานใช้ได้ทีเดียว หากมองว่านี่เป็นนัดแรกที่ได้ลงสนาม ซึ่งเจ้าตัวมีโอกาสจบสกอร์สองสามครั้ง ก่อนจะมาสำเร็จจากลูกยิงไกลหน้ากรอบ ส่งลูกเสียบสามเหลี่ยมขวาอย่างงดงามก่อนหมดเวลาไม่นานนัก และโรนัลโด้ยังบวกสกอร์ให้ตัวเองได้อีกลูก จากฟรีคิกหน้ากรอบทางขวา คราวนี้โรนัลโด้เลือกปั่นด้วยขวา ลูกพุ่งต่ำเสียบเสาขวามือ ทำให้ยูไนเต็ดนำห่างสุดกู่เป็นห้าลูกเข้าไปแล้ว ก่อนจะหมดเวลาไปในที่สุด



มาดูรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในเกมกันบ้างนะครับ เกมนี้ไม่ถือว่าเป็นเกมหนักเท่าไหร่นัก และสโต๊คเองยังไม่ได้กดดันอะไรหนักมากด้วย เกมหนักที่สโต๊คงัดมาเล่นกับอาร์เซน่อลได้ผลชะงัด กลับไม่ได้นำเอามาเล่นกับยูไนเต็ดในเกมนี้ ความเป็นไปได้ทางหนึ่งก็คือนี่เป็นเกมนอกบ้านสโต๊ค ที่ตามความเข้าใจทั่วๆไปนั้น การตัดสินจากกรรมการหากมีจังหวะก้ำกึ่ง ให้ยืนเจ้าบ้านไว้ก่อน ตรงนี้อาจทำให้สโต๊คเสียเปรียบได้หากงัดเกมหนักมาเล่นนอกบ้าน ไหนจะเสียฟาล์ว เสียฟรีคิก อาจถึงเสียใบเหลืองใบแดงอีก นั่นอาจเป็นเหตุผลที่สโต๊คไม่งัดเกมหนักมาเล่นให้เห็นมากนัก อีกทั้งขอบสนามยูไนเต็ดก็ไม่เอื้อให้ดีแล็ปเล่นทุ่มไกลดังที่เห็นได้จากการถ่ายทอดสด ลูกทุ่มไกลที่เคยเป็นปัญหาหนักของทีมอื่น เนื่องจากไม่มีล้ำหน้า จึงไม่ได้สร้างปัญหาให้เห็นมากนัก แถมการเสียประตูเร็วก็เท่ากับเป็นการฆ่าแท็คติคของสโต๊คตั้งแต่ต้นเกมเลยทีเดียว และทำให้สโต๊คไม่สามารถเล่นได้ในเกมที่ตัวเองถนัดแม้แต่นาทีเดียว

ในขณะที่ยูไนเต็ด เกมนี้เลยกลายเป็นเกมให้ดาวรุ่งได้ลงมาแสดงฝีเท้ากันหลายคน เอแวนส์มีเตะวืดลูกเดียว นอกจากนั้นก็ไม่มีปัญหาให้เห็น แถมชั้นเชิง ลีลาการเล่นของเขายังดูดีไม่แพ้ริโอด้วย จังหวะดึง กระชาก และโยกหลอกคู่ต่อสู้ ยังทำได้เนียนตาดีจริงๆ เกมนี้การเอาโอเชลงสนามมายืนเป็นฟูลแบ๊คด้านขวา ยังดูจะเป็นแท็คติคปิดเกมโด่งและทุ่มไกลอีกแผนหนึ่งที่ถูกวางมา ผมยังมองว่า หากป๋าต้องการเทสต์เด็กๆจริง เกมนี้ต้องเห็นราฟาเอลลงมาลากเลื้อยแน่ๆ แต่เมื่อเป็นโอเช นั่นก็แปลได้ว่า ป๋าต้องการเพลย์เซฟในระดับหนึ่งด้วย ราฟาเอลปีนี้ได้โอกาสเล่นพอสมควร หากจะดร็อปบ้างก็คงไม่น่าเกลียด การมีโอเชมาปิดจังหวะทุ่มไกลเพิ่มหนึ่งคน แถมยังได้ป้องกันลูกกลางอากาศเพิ่มขึ้นมาอีก นี่กระมัง ที่ทำให้ราฟาเอลเป็นแค่สำรองในเกมนี้ และเมื่อเกมขาด ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้พวกที่ไม่เคยลงสนามได้ลงมาเล่นบ้าง เราจึงเห็นเว็ลเบ็ค เห็นมานูโช่ เห็นกิ๊บสัน ได้ลงมาเล่นในเกมนี้ ในขณะที่ราฟาเอลปีนี้ลงเล่นมาหลายนัดแล้ว



มาว่ากันถึงรายละเอียดเกมรุกของเราสักหน่อย กับการที่สโต๊คเล่นแผนกำแพงสี่คนสองชั้นในครึ่งแรก นั่นก็เหมือนกับเป็นการทดสอบเกมรุกของเราไปในตัว ซึ่งก็อย่างที่เห็น ผู้เล่นสโต๊คทำให้พื้นที่ในกรอบแน่นไปหมด ชอว์ครอสงานเข้าชุกชุมมาก แต่ครึ่งแรกยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปจบสกอร์ในกรอบจะจะเท่าไหร่นัก เตเวซ และเบิร์บออกมาเล่นทางกว้างบ่อยครั้งเพื่อถ่างโซนรับออกมา เปิดพื้นที่ให้ตัวรุกเราอย่างปาร์ค และ โรนัลโด้ได้สอดเข้าไปเล่นบ้าง โรนัลโด้เองเมื่อขยับไปเล่นทางซ้ายก็เสริมฟอร์มเอวร่าขึ้นมาได้อีกครั้งในเกมนี้ แต่ผมยังมองว่าโรนัลโด้ในเกมนี้ก็ไม่สามารถผ่านสโต๊คแบบตัวต่อตัวได้เลย การยิงสองประตูจากฟรีคิก จึงเป็นแค่อีกภาพหนึ่งที่มากลบไม่ให้นึกถึงเกมกระชากลากเลื้อยที่หายไปนั่นเอง

แต่พอเกมของสโต๊คต้องดันขึ้นสูงบ้างในครึ่งหลัง ชอว์ครอสและโซเรนเซ่นขึงงานเข้าเต็มๆแล้ว กำแพงสี่คนสองชั้นต้องหลงมขึ้นเยอะ เพราะมิดฟิลด์ขยับเดินเกมสูงขึ้น ฟูลแบ๊คเติมสูงขึ้น พื้นที่ที่เคยแน่นจนหาช่องว่างไม่ค่อยเจอ ก็เปิดมากขึ้น มีช่องว่างมากขึ้น เตเวซและเบิร์บ รวมทั้งปาร์คกับคาร์ริค แม้แต่เฟล็ทเชอร์เองก็สอดเติมหาช่องกันสนุกสนาน การเล่นทำชิ่งเร็ว จ่ายบอลสั้น แทงทะลุช่อง เราได้เห็นหลายครั้งในเกมนี้ แต่ก็จบไม่ค่อยลงเหมือนเดิม คล้ายๆจะไปตายในจังหวะสุดท้ายซะมากกว่า




เกมนี้ ผมอยากให้เครดิตมิดฟิลด์คู่กลางเรามากหน่อย ที่เล่นปิดทองหลังพระได้ดีมากๆ ทั้งคาร์ริคและเฟล็ทเชอร์ สามารถกรองสถานการณ์เกมรุกของสโต๊คได้ดีจริงๆ ในครึ่งหลังที่สโต๊คเริ่มเล่นบุกมากขึ้น จังหวะสวนสวยๆหลายครั้งก็ได้เฟล็ทเชอร์กับคาร์ริคนี่แหละ ที่ไปพัวพันแย่งบอลเอามาได้เกือบตลอด เมื่อเปลี่ยนมาเป็นกิ๊บสัน ก็ยังสามารถเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง การให้บอล การออกบอล ถึงแม้จะยังไม่เนี้ยบเท่ารุ่นพี่ แต่ทางบอลดูออกว่าดีใช้ได้ รูปร่างก็สูงใหญ่ แข็งแกร่ง เบียดปะทะได้ดี แต่หากจะว่ากันยาวๆแล้ว ก็คงต้องรอพิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้ เช่นเดียวกับเว็ลเบ็ค และมานูโช่ แต่ผมเชื่อครับ ว่าสถานการณ์มิดฟิลด์เราตอนนี้ โอกาสของกิ๊บสันและพอสเซบอนนั้นมีแน่ๆ ในซีซั่นนี้ เพียงแต่ใครจะได้มากกว่ากัน ก็เท่านั้นเอง

การที่ยูไนเต็ดชนะขาดในเกมนี้ ไม่ได้หมายความว่าสโต๊คเป็นทีมอ่อนๆแต่อย่างใด เพียงแต่ประตูแรกของโรนัลโด้ต่างหาก ที่ฆ่าแท็คติคของพูลิส และทำให้สโต๊คไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากอดทนรอโอกาสอย่างมั่นคงหากไม่อยากเสียเพิ่ม และเกือบจะทำได้ดีอยู่แล้ว แต่กลับมาโดนลูกที่สอง และสามอย่างไม่ทันตั้งตัวตอนท้ายครึ่งแรก และต้นครึ่งหลัง จะบอกว่าไงดีล่ะ คือทั้งสามลูก เกิดขึ้นในช่วงเวลาต้องห้ามทางศาสตร์ฟุตบอลอยู่แล้ว คือห้านาทีแรก และห้านาทีท้ายของแต่ละครึ่งเวลา แต่สโต๊คกลับเสียช่วงละลูกซะงั้น พอเป็นสามลูก ก็หมดหนทางแล้ว นี่ช่วงต้องห้ามที่สี่ ยังเสียประตูเพิ่มอีกสองลูกอีกต่างหาก สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือ เกมของสโต๊คมันเสียไปตั้งแต่นาทีที่สามแล้วครับ และความตั้งใจของพูลิสหลังจากนั้นคือ ยื้อหนึ่งศูนย์ให้นานที่สุด แต่ก็ไม่สำเร็จทั้งๆที่เหลือแค่นาทีกว่าๆ



เกมนี้ไม่ได้มีเรื่องแท็คติคให้พูดถึงมากนัก ขออนุญาตมาคุยกันในสถานการณ์หัวตารางกันเพิ่มเติมนะครับ ก่อนเกม ก็เป็นที่คาดการณ์กันว่า อาร์เซน่อลจะสวิงกลับมาได้หลังกำราบแชมป์เก่าหมดฟอร์มไป ในขณะที่แชมป์เก่ายูไนเต็ดหลังจากพ่ายแพ้อาร์เซน่อล ก็ถูกจับตามองว่า จะเล่นรับมือกับสโต๊ค ทีมที่เพิ่งอัดอาร์เซน่อลจมดินได้อย่างไร เชลซี และลิเวอร์พูล หลังจากเพิ่งผลัดกันเป๋และดีดตัวกลับมาได้ จะสามารถรักษาฟอร์มดีๆไว้ได้ต่อเนื่องแค่ไหน

ผลการแข่งขันและรูปเกมในสัปดาห์นี้ คงตอบคำถามได้ และน่าจะเป็นตัวทำนายในระยะยาวได้ลางๆเช่นกัน เชลซียังคงรักษาสถานะผู้ถูกล่าได้อย่างไม่มีที่ติ ด้วยการยิงไม่หยุดเมื่อมีโอกาส เก็บประตูได้เป็น +32 ในขณะที่เสียแค่ 4 ทำให้ลูกได้-เสียกินทีมอื่นขาดกระจุย นับเป็นฟอร์มที่ต้องครั่นคร้ามเป็นอย่างยิ่ง ทีมอันดับสองของตารางไปเยือนสนามยากๆอย่างรีบ็อค สเตเดี้ยม แต่กลับออกมาพร้อมสามแต้ม ต้องบอกว่าโบลตันทำตัวเองที่ปล่อยสี่สิบห้านาทีแรกให้เสียไปเปล่าๆ กว่าจะกลับมาสู่เกมของตัวเองก็ถูกนำไปแล้ว แถมตัวเองยังจบสกอร์ไม่คมอีกต่างหาก สองโอกาสของการ์ดเนอร์ ต้องเป็นสองประตูเท่านั้น ไม่งั้นก็อย่างที่เห็น โดนประตูที่สองแบบโทษใครไม่ได้ ก็ต้องถือว่าลิเวอร์พูลยังคงเล่นในฟอร์มของทีมลุ้นแชมป์อยู่ และน่าจะยังได้ลุ้นไปยาวๆด้วยในปีนี้




อาร์เซน่อลเองกลับแสดงผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดในบรรดาบิ๊กโฟร์ ด้วยการเปิดบ้านพ่ายแอสตัน วิลล่าไปสองเม็ด ทั้งๆที่เป็นทีมชุดเดียวกับที่ซัดแมนฯยูฯจมธรณีเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยซ้ำ ทำให้ปืนใหญ่พ่ายแพ้ไปแล้วถึงสี่เกมด้วยกันจากสิบสามนัดแรกเท่านั้น หากจะว่ากันตามหน้าเสื่อ ก็ต้องบอกว่าแพ้อีกไม่ได้แล้ว และต้องเป็นชนะเท่านั้นด้วย ซึ่งอาร์เซน่อลจะกลับมามีลุ้นแชมป์หรือไม่ ผมว่าให้รอดูคะแนนตอนช่วงปีใหม่ หากอาร์เซน่อลเก็บชัยชนะได้รวด ก็ยังมีหวังครับ เพราะอย่างน้อย บิ๊กโฟร์ยังต้องตัดกันเองอีกหลายนัด หลายแต้ม อาร์เซน่อลก็ต้องวัดกับลิเวอร์พูลทและเชลซี ก่อนปีใหม่ด้วย แต่ที่สำคัญคือ อาร์เซน่อลห้ามพลาดอีกต่อไป หากยังอยากจะอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ต่อ

สำหรับยูไนเต็ด หลังจากแพ้อาร์เซน่อลมานั้น การที่คัมแบ๊คกลับมาได้ด้วยฟอร์มเช่นนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่กับทีมใหญ่ แต่ก็นับว่าเป็นกำลังใจที่ดีของทีมได้เช่นกัน อย่างน้อยนัดนี้ โรนัลโด้ก็คงมั่นใจขึ้น เบอร์บาตอฟคงมั่นใจขึ้น เตเวซที่เล่นได้เด่นดีมากในเกมนี้ ถึงจะไม่มีสกอร์ ก็คงมั่นใจขึ้นบ้าง เอแวนส์นี่แน่นอน หลังจากโชว์ฟอร์มให้ผมเห็นแล้ว ผมก็ลืมนึกถึงปิเก้ซะสนิทเลย โอกาสของเอแวนส์น่ะมีแน่ๆ ขอแค่อดทนรอเท่านั้น เพราะวิดิชและริโอไม่สามารถยืนระยะได้ทุกเกมตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ที่สำคัญ ริโอเองจะเล่นเต็มที่ได้อีกกี่ปีกันด้วยอายุอานามเพิ่งฉลองวันเกิดครบ 30 ไปหยกๆ เอแวนส์มีโอกาสมากครับ ที่จะได้ลงสนามมากขึ้น ถี่ขึ้น และหวังว่า เอแวนส์จะอดทนรอโอกาสของตัวอย่างหนักแน่น




มาดูโปรแกรมที่เหลือของเดือนนี้ พร้อมกับแถมของเดือน ธันวาคมให้ดูเพิ่มเติมครับ
November 2008
22 Nov Barclays Premier League Aston Villa A 17:30
25 Nov UEFA Champions League Villarreal CF A 19:45
30 Nov Barclays Premier League Man City A 13:30

December 2008
03 Dec League Cup (Carling) Blackburn (Date and Time TBC)
06 Dec Barclays Premier League Sunderland H 17:30
10 Dec UEFA Champions League Aalborg BK H 19:45
13 Dec Barclays Premier League Tottenham A 17:30
26 Dec Barclays Premier League Stoke City A 12:45
29 Dec Barclays Premier League Middlesbrough H 20:00

เริ่มที่ใกล้ๆตัวกันก่อนนะครับ การออกไปเยือนสามเกมรวดนี่มันดูแปลกๆยังไงไม่ทราบนะครับ ต้องบุกไปวิลล่า ปาร์ค ตามด้วยไปเอสตาดิโอ เอล มาดิกราล ของบียาร์เรอัล กลับมาก็ต้องยกพลไปซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยมอีกต่างหาก ท่านเซอร์คงต้องวางแผนดีๆชนิดพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง สามเกมนี้ คือการเดิมพันเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่จะทิ้งขว้างก็ไม่ได้ แถมด้วยเกมคั่นกลางที่มีเดิมพันแชมเปี้ยนกลุ่มรออยู่ นับว่า สัปดาห์ที่จะถึงนี้ จะวัดกึ๋นท่านเวอร์อีกครั้งก็ว่าได้ครับ กับสามเกมเยือนรวดนี้

อย่าลืมตามลุ้นกันต่อไปนะครับ

สงบใจ



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2551 10:44:29 น. 1 comments
Counter : 203 Pageviews.

 
ไม่สนุกเลยครับ
เป็๋นเกมยำเขาข้างเดียว
ไอ้ที่ว่าจะเห็นดีแล็ปทุ่มอันตรายก็ไม่ค่อยได้เห็น

แต่ยังไงก็สามแต้ม อุ อุ


โดย: jonykeano วันที่: 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:37:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.