Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
20090121 วิพากษ์ MAN UNITED vs DERBY COUNTY in Carling Cup Semifinal 2nd leg

And the Reds go marching on on on



สวัสดีแบบง่วงๆครับ ทุกๆท่าน สัปดาห์นี้ ช่างเป็นสัปดาห์แห่งความง่วงเหงาหาวนอนเสียจริงสำหรับผม หลังจากที่ต้องลุกจากที่นอนอันอบอุ่นน่าสบาย มาถ่างตาดูฟุตบอลตอนตีสามถึงสองคืนติดต่อกันเข้าให้แล้ว เล่นเอาปวดศีรษะตุบๆ ตั้งแต่เช้าทีเดียวครับ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับเราทั้งสองคืน ในเรื่องผลการแข่งขัน ที่หงส์แดงได้ลงนามต่ออายุวีซ่าจ่าฝูงให้เราเรียบร้อยแล้ว จากประตูตีเสมอของ ทิม เคฮิลล์ และข่าวล่าสุดเช้ามืดนี้เอง ที่เราสามารถตบเท้าเข้ารอบชิงชนะเลิศถ้วยคาร์ลิ่ง คัพได้อีกครั้ง ถึงแม้จะเจือด้วยข่าวร้ายเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ราฟาเอล ดา ซิลวา และ โจนาธาน เอแวนส์ ก็ตาม แต่ข่าวล่าสุด ดูเหมือนว่าจะมีอีกคนที่เข้าลิสต์เจ็บด้วย ก็คือ อันแดร์สัน ที่ว่ากันว่า ถูกสตาฟฟ์หามเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกมนั่นเอง



จากข่าวลือหลายกระแสเกี่ยวกับการจัดตัวผู้เล่นก่อนเกมนี้ ไม่ว่า ป๋าเริ่มที่จะหน่ายนานี่ กับฟอร์มที่ไม่สามารถพัฒนาได้เสียที (ก็ให้โอกาสมั่งไหมเล่า ฮึ) แม้แต่การมาของโซรัน โทซิช ที่หลายกระแสก็ลือว่าจะมาเพื่อเซ้งนานี่ออกไปแทน ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะจริงหรือเต้าขึ้นมา ก็ล้วนส่งผลต่อสมาธิและแรงกดดันที่มีต่อนานี่ทั้งนั้น และอาจจะส่งผลได้ทั้งบวก(กระตุ้นตัวเองขึ้นมา) หรือทางลบ(ท้อใจจนฟอร์มรูด) ก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร เกมนี้ ท่านเซอร์ยังคงให้โอกาสนานี่อยู่ โดยให้ลงสนามเป็นตัวจริง แต่ใส่ชื่อโทชิ...เอ๊ย โทซิช เป็นสำรองคอยกดดันห่างๆไว้ด้วย

เกมนี้ท่านเซอร์เลือกส่งทัพผสมตามเคยครับ โดยเปลี่ยนจากเลกแรกแค่สามตำแหน่ง คือ คุสแซ็ค, วิดิช และสโคลส์ ถูกถอดออก ส่งเบน ฟอสเตอร์ลงเฝ้าเสาแทน แบ๊คโฟร์ใช้ ราฟาเอลและ โอเชเป็นฟูลแบ๊ค มีเอแวนส์ และแกรี่ เนวิลล์เป็นคู่เซ็นเตอร์ แผงกลางให้กิ๊บสันจับกับแอนนี่ มีกิ๊กส์และนานี่เดินเกมริมเส้น คู่หน้าใช้เว็ลเบ็คกับเตเวซ สำรองใส่ชื่อคุสแซ็ค, เชสเตอร์, โทซิช, สโคลส์, โรนัลโด้, เฟล็ทเชอร์ และพอสเซบอน




เริ่มเกม ทั้งสองฝ่ายเปิดเกมแลกหมัดทันที แบบไม่ต้องฟังอีร้าค่าอีรมกันล่ะ ยูไนเต็ดเดินเกมรุกเต็มสูบตลอดเวลา ในขณะที่ดาร์บี้เองเน้นคุมโซนไล่บี้เร็ว แต่แพ็คกันต่ำหน่อย แนวรุกยูไนเต็ดพยายามเน้นการขึ้นเกมที่กราบมากกว่าตรงกลาง อาจจะเนื่องจากกิ๊บสันเองถึงจะได้ยืนตรงกลางตามถนัด แต่ด้วยการที่ไม่ค่อยได้ลงเล่นกับชุดใหญ่มากนัก ก็ทำให้การออกบอลไม่ค่อยแม่นยำ นั่นไม่เท่าไหร่ แต่หลายครั้งดั๊นนน...จ่ายเสียไปเข้าทางคู่ต่อสู้จนโดนสวนหวาดเสียวไปหลายดอกเหมือนกัน ทำให้ยูไนเต็ดไม่ค่อยเน้นการคุมเกมกลางสนามมากนัก โดยเน้นการถ่ายบอลขึ้นหน้าและออกปีกเรื่อยๆมากกว่าจะมาโฮลด์บอลตรงกลาง

ดาร์บี้เองเล่นแบบสะใจแฟนๆตามที่ประกาศเอาไว้ไม่มีผิด ไม่เน้นอุดประตู แต่พาบอลบุกสวนคืนทุกครั้งที่มีโอกาส แถมยังได้ยิงแบบมีเสียวก่อนอีกด้วย เมื่อคริส คอมม่อนส์ เจ้าเก่า ได้บอลควบทะลุตรงกลางขึ้นมาก่อนจะสับไกยิงหน้ากรอบ ส่งบอลผ่านปลายมือฟอสเตอร์ ผมนึกว่าจะ ซวบ ซะแล้ว เดชะบุญ ที่บอลมันไซด์เฉี่ยวเสาออกข้างไปนิดเดียวเท่านั้น จากจังหวะดังกล่าว เหมือนปลุกแนวรุกยูไนเต็ดทันที ยูไนเต็ดดาหน้าขึ้นเกมบุกชุดใหญ่ แต่ปัญหายังคงเป็นการประสานงานในจังหวะสุดท้ายเช่นเดิม




เว็ลเบ็คถูกวางค้ำไว้ข้างหน้า แต่กลับเก็บบอลครองบอลไม่ได้ จึงต้องฉีกตัวเองออกมาริมเส้นซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ประกอบกับเตเวซเองก็ชอบที่จะลงมาสร้างสรรรค์เกมต่ำกว่าหน้ากรอบอยู่แล้ว ทำให้จังหวะสุดท้ายไม่มีผู้เล่นที่จะรอบอลข้างหน้า ต้องหาช่องทำทางกันเข้าไปทุกครั้ง และก็จะติดๆขัดๆอยู่เหมือนเดิม เกมรุกริมเส้นที่วันนี้กิ๊กส์ลากเลื้อยได้ค่อนข้างดีทีเดียวทางขวา ก็เริ่มถ่างแนวรับดาร์บี้ได้บ้าง และหลายจังหวะที่สามารถดึงกองหลังขึ้นมาจากตำแหน่ง เปิดพื้นที่ให้แนวรุกสอดเข้าโจมตีได้ เจ้าบ้านมาได้ประตูปลดล็อกเมื่อนานี่ ได้บอลทางกราบซ้าย ลากเร็วหักเข้ากลางก่อนจะยิงเต็มข้อส่งบอลพุ่งวาบติดปลายมือ รอย คาร์โรลล์ แต่ยังไม่พ้น ลูกเสียบโคนเสาสองเข้าไปตุงตาข่าย ชนิดเจ้าตัวดีใจมากซะจนลืมตีลังกา ประตูนี้น่าจะเพิ่มความมั่นใจได้อีกพอสมควรให้นานี่

หลังจากนั้น ยูไนเต็ดมีการปรับรายละเอียดเกมรุกเล็กน้อย โดยเพิ่มบอลสั้นสลับยาวมากขึ้น หันมาเล่นบอลไดเร็คต์มากขึ้น เพื่อเพิ่มความสับสนในแนวป้องกันของดาร์บี้ ยูไนเต็ดเริ่มใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วของสนามให้เป็นประโยชน์จากการให้บอลเร็วแจกไปทุกส่วนของสนาม แนวรับดาร์บี้จึงถูกถ่างมากขึ้นไปอีก และมาเสียประตูที่สองหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อพื้นที่หน้ากรอบถูกเปิดออก ยูไนเต็ดหุบเข้ามาเล่นชิ่งหนึ่งสองทะลุเข้าไป กลายเป็นโอเชที่สามารถสอดทะลุจากตรงกลาง พุ่งเข้าไปรับบอลจากการให้ของเว็ลเบ็คโล่งๆ โล่งขนาดที่เจ้าตัวรับบอลมาแล้วยังสามารถจับบอล เลือกจังหวะ แล้วง้างเท้ายิงสวนตัวคาร์โรลล์เข้าไปในนาทีที่ 22 ส่งให้เจ้าบ้านได้เปรียบเต็มๆทันที



หลังจากนั้น เกมกลายเป็นของยูไนเต็ดโดยสิ้นเชิง ดาร์บี้แนวรับปั่นป่วนไปหมด หลังจากถูกโยกออกซ้ายที ขวาที เดี๋ยววนมาเจาะตรงกลางที คีย์แมนในการทำเกมคงไม่พ้นกิ๊กส์ และเตเวซ รวมทั้งการคุมเกมหน้าแผงหลังของแอนนี่และกิ๊บสัน ที่ช่วยสกัดกั้นเกมโต้กลับของดาร์บี้ได้ตลอด แล้วก็ออกบอลเร็วสวนคืนแลกหมัดทันที ดาร์บี้รวนไปหมดในช่วงปลายครึ่งแรก จากนั้น ยูไนเต็ดเพิ่มลูกครอสเข้ามาโจมตีเพิ่มอีกมิติ และก็เกือบได้ประตูที่สามเมื่อสามารถทะลุถึงเส้นหลังทางด้านซ้าย ก่อนเปิดกลับเข้าหน้าประตู เว็ลเบ็ควอลเลย์บอลกระทบพื้น พุ่งเข้าประตู ดีที่คาร์โรลล์ปัดข้ามคานไปได้

อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูที่สามจนได้ เมื่อโหมอย่างต่อเนื่อง ราฟาเอลครอสบอลอย่างงามจากกราบขวาเข้าหน้าประตูให้เตเวซที่ยืนโล่งๆ ขวิดเต็มหัวตุงตาข่ายได้สำเร็จ และเจ้าตัวราฟาเอลเองนั้น ยังเกือบสกอร์ที่สี่ได้ด้วยซ้ำ เมื่อทำชิ่งหนึ่งสองกับกิ๊กส์ทะลุเข้ากรอบโล่งๆ ก่อนจะยิงไปเข้าหน้าต่าง แต่จังหวะนั้น ก็ทำเอาเจ้าตัวเจ็บทันที สุดท้ายท่านเซอร์ก็ต้องส่งเฟล็ทเชอร์ลงมายืนแทน




เริ่มครึ่งหลัง ดาร์บี้เปลี่ยนตัวซาเวจ อดีตเพื่อนเนวิลล์ที่ไม่ได้เกิดกับสังกัดเก่า โดยลงมาแทนเดวี่ส์ แต่ซาเวจก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก เกมของยูไนเต็ดในครึ่งหลังผ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่นำอยู่สามลูก โดยยังคงครองบอลได้เหมือนเดิม แต่ไม่โหมใส่มากเหมือนครึ่งแรก ทำให้เกมออกจะลดความมันลงไปบ้าง จังหวะยิงที่มีหลายครั้ง ก็ถูกคาร์โรลล์ปัดป้องไว้ได้หมด แม้แต่ลูกฟรีคิกของกิ๊กส์ ก่อนครบชั่วโมง ท่านเซอร์ขยับเอาโรนัลโด้ลงมาแทนกิ๊กส์ที่เล่นในวันนี้ได้ดี น่าจะเพื่อยืดเส้นยืดสาย และเก็บตัวถนอมกิ๊กส์ไว้บ้างสำหรับเกมถัดๆไป ไม่นาน บาราไซต์ของดาร์บี้ก็ถูกส่งลงมาแทน โคลิน ทอดด์ ที่เจ็บ

ท่านเซอร์เปลี่ยนตัวสุดท้ายส่ง เชสเตอร์ลงมาแทนแกรี่ ให้เอแวนส์คอยประคองน้องใหม่ในเกมนี้ทันที นับว่าเอแวนส์คงจะได้รับเครดิตในฝีเท้าพอสมควรจากห้วงเวลาที่ได้เล่นหลังๆนี้นะครับ ส่วนทางดาร์บี้ก็ส่งไพ่ตาย ไจลส์ บาร์นส์ ลงมาแทนคอมม่อนส์ ช่วงนี้เองครับ ที่เอแวนส์เกิดอาการเจ็บข้อเท้าจากจังหวะลื่นในกรอบเขตโทษ แต่เนื่องจากเปลี่ยนตัวครบแล้ว จึงต้องฝืนเล่นต่อไป และผลกระทบก็เกิดขึ้น เมื่อเอแวนส์ต้องเข้าสกัดกรีนที่หลุดเข้ามา แต่เนื่องจากเจ็บครับ จึงเข้าหาบอลช้าไป และไปเลาะเอาข้อเท้ากรีนเข้า บาร์นส์จึงได้สังหารจุดโทษจากจังหวะนี้และส่งบอลเข้าไปสำเร็จในนาทีที่ 80




จากนั้น โมเมนตัมก็เปลี่ยนทันที ดาร์บี้ต้องการอีกลูกเดียวเพื่อต่อเวลาออกไป ในขณะที่ยูไนเต็ดระส่ำหนัก แผงหลังที่มีเฟล็ทเชอร์, โอเช, เชสเตอร์ และเอแวนส์ที่เจ็บ ต้องผจญกับมรสุมกลางอากาศระดับเอฟห้าอย่างต่อเนื่อง จนโอนไปโอนมาเหมือนต้นปาล์มแถวหาดไมอามี่ยามต้องพายุหนัก (หรือเหมือนต้นสนริมหาดชะอำก็ได้ครับ) แต่ก็ยังยืนหยัดป้องกันไว้ได้ จนเกมพลิกอีกครั้ง เมื่อในจังหวะสวนกลับ เตเวซได้บอลทะลุเข้ากรอบไปดวลกับคาร์โรลล์ก่อนจะถูกรวบล้มลง และโรนัลโด้ก็สังหารจุดโทษจากจังหวะดังกล่าวเข้าไปได้สำเร็จในนาทีที่ 89

แต่ดาร์บี้ก็ยังกลับมาได้ครับ ในช่วงทดเวลานั่นเอง บาร์นส์ได้จังหวะส่องฟรีคิกหน้ากรอบ และไม่พลาดครับ บาร์นส์บรรจงปั่นโค้งข้ามหัวกำแพงก่อนจะมุดเสียบโคนเสาชนิดเหลือช่องว่างอยู่แค่นั้นแหละ ที่จะต้องเข้าไป เล่นเอาฟอสเตอร์เซ็งสุดขีดที่บอลพุ่งข้ามกำแพงมาได้เห็นๆ แถมมุดลงหนีมือเสียบเสาเข้าไปเห็นๆเช่นกัน แต่เวลามันก็เหลือไม่มากพอที่ดาร์บี้จะทำอะไรเพิ่มได้อีก จบเกมไปแบบสุดมันจริงๆครับ ด้วยการเข้ารอบของเจ้าบ้านไปรอชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ต่อไป




จบเกมนี้ อาการดีใจที่คัมแบ๊คกลับมาจากเลกแรกที่แพ้ไปนั้น มันย่อมมีมากเป็นธรรมดา แต่การบาดเจ็บของเอแวนส์, ราฟาเอล รวมทั้งแอนนี่นี่ต่างหาก ที่ทำเอากังวลไม่ใช่เล่น ตอนนี้ ริโอ, บราวน์ ยังไม่กลับมาจากอาการบาดเจ็บ วิดิชเองก็เจ็บนิดหน่อยอยู่จากการตรากตรำหลายนัด แม้แต่เอแวนส์เอง เกมที่แล้วท่านเซอร์ก็บอกว่าเขาฝืนเล่นทั้งๆที่เจ็บตลอดเกม เชสเตอร์เองเพิ่งได้เล่นแค่ยี่สิบนาที คงไม่น่าได้รับความไว้วางใจให้ลงในลีกแน่ๆครับ นอกจากจะเป็นสำรองคอยสแตนด์บายเท่านั้น ทำให้แผงหลังสุดสัปดาห์นี้ อาจเป็นแกรี่จับคู่เซ็นเตอร์กับวิดิช (มันส์...พ่ะย่ะค่ะ//ฮ่าฮ่าฮ่า) แล้วซ้ายอาจเป็นฟาบิโอ ขวาโอเช (นี่ก็มันส์//ฮ่าฮ่าฮ่า) ส่วนสเปอร์สเองก็พิการใช่ย่อย ข่าวล่าสุดนี่เจ็บยกเล้าเหมือนกัน ก็ไว้ลุ้นกันตอนนั้นนะครับ ว่าใครจะอยู่ใครจะไป

สำหรับดาร์บี้เองนั้น ต้องยอมรับหัวจิตหัวใจจริงๆครับ ที่สู้ไม่ถอยขนาดนี้ และผมมองว่าแท็คติคของไนเจล คลัฟในการวางทีมมาก็น่ากลัวไม่ใช่เล่น ข้อผิดพลาดเดียวที่มีก็คือ การเสียประตูเร็วจนเหนือความคาดหมายนั่นแหละครับ ลูกยิงผีจับยัดของนานี่เปลี่ยนทุกๆอย่างจริงๆ ทำให้เกมของดาร์บี้รวนไปเยอะ โมเมนตัมสวิงกลับมาหาเจ้าบ้านหมด และจากนั้น งานของดาร์บี้ยากขึ้นมาก ผมเองอ่านใจคลัฟและเดาเอาว่า บาร์นส์คือทีเด็ดของคลัฟที่จะลงมาป่วนเจ้าบ้านในครึ่งหลัง อาจจะหวังยันสกอร์ไว้หรือเสียแค่ลูกเดียว และเอาบาร์นส์ลงมาป่วนซัดประตูเพิ่มช่วงท้าย เพื่อสร้างประวิติศาสตร์เข้ารอบก็เป็นได้ครับ แต่กลับเป็นลูกยิงของนานี่ ที่ทำให้แผนทุกอย่างของคลัฟล้มครืนลงไป ซึ่งไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องยอมรับครับ ว่าดาร์บี้สู้ได้มันจริงๆครับเกมนี้



เอาล่ะ ตามข่าวนิดนึง จากเว็บสโมสรครับ

Injuries mount as Reds reach final

Anderson, Rafael, Nani and Jonny Evans were just four of the players needing treatment after the 4-2 tussle with Derby County - Anderson was carried to the dressing room on a stretcher after everyone else had left the field at the final whistle.

"Anderson will have to go for an X-ray," said a concerned Sir Alex. "There is some damage, we don’t know exactly what. We'll see what happens after the X-ray.

"Jonny Evans has got a recurrence of the ankle injury he’s been holding for quite a few weeks now. Hopefully he’ll be okay in a week’s time.

"Rafael will be out for a few weeks with a hamstring injury.

"We’ve had quite a few injuries tonight and it’s been a bad night for us that way, but we’re in the (Carling Cup) final and we should celebrate that."

ManUtd.com will keep you posted on the injured players over the next few days.

งานเข้าครับ แอนนี่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรมากไหม เอแวนส์อาจจะหนึ่งหรือหลายสัปดาห์จากข้อเท้า ส่วนราฟาเอลนี่แฮมสตริง (โคนขา) หลายวีคอยู่ ท่านเซอร์ได้ลับสมองประลองปัญญาอีกแล้วครับ ในขณะที่เราๆท่านๆก็ได้บริหารหัวใจกันไปอีกหลายวีคทีเดียวแหละ...คอนเฟิร์ม



ก็นับว่ายังโชคดีที่เรายังเป็นจ่าฝูงอยู่ ด้วยความอนุเคราะห์ของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ ทิม เคฮิลล์นั่นเอง ทำให้ยูไนเต็ดกุมความได้เปรียบบนหัวตารางอยู่ด้วยเกมสแปร์ในมืออีกหนึ่งนัด (เหย้ารับฟูแล่ม) ทำให้ความกดดันในตอนนี้คงจะมีแค่การบริหารจัดการอาการบาดเจ็บของนักเตะในทีม และส่งลงสนามโดยให้ส่งผลกระทบต่อรูปเกมและผลการแข่งขันให้น้อยที่สุดนั่นเองครับ ยิ่งโปรแกรมสัปดาห์นี้ เรายังต้องเตะเอฟ เอ กับสเปอร์สในวันเสาร์ เป็นเกมเหย้า ก่อนจะออกไปเยือน เวสต์บรอมฯวันอังคารในเกมลีก หลังจากนั้น จะได้พักหกวันเพื่อรอรับมือเอฟเวอร์ตันในศึกบอลลีกนัดมันเดย์ไนท์ถัดไป



แล้วมาลุ้นบริหารหัวใจกันนะครับ

สงบใจ



Create Date : 21 มกราคม 2552
Last Update : 21 มกราคม 2552 9:55:28 น. 0 comments
Counter : 223 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.