Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
20090112 วิพากษ์ MAN UNITED vs CHELSEA

สามแต้ม จากเชลซี...ที่เปลี่ยนไป


สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องร่วมอุดมการณ์ปิศาจที่รักทุกๆท่าน สมหวังกันสินะครับ กับฟุตบอลค่ำคืนที่ผ่านมา ผลการแข่งขันอาจจะออกมาเซอร์ไพรส์ไปบ้าง หากจะเทียบกับรูปเกมที่ทั้งสองทีมแสดงให้เห็น แต่ก็ไม่แปลกอะไร หากเทียบกับโอกาสที่ทั้งสองทีมสรรค์สร้างขึ้นในการจบสกอร์ตลอดเก้าสิบนาที ซึ่งก็ต้องถือว่าเชลซีเองไม่ได้เล่นในฟอร์มที่ดีด้วย โดยเฉพาะในการประสานงานระหว่างกลางกับหน้า

มีการคาดการณ์กันไปต่างๆนานา ถึงการจัดตัวของทั้งสองทีมก่อนเตะ แต่โดยรวมต่างก็คาดว่ากุนซือทั้งสองทีมก็น่าจะส่งชุดใหญ่ลงมาฟัดกันโดยเฉพาะ แต่กลับกลายเป็นว่า มีเพียงบิ๊กฟิลเท่านั้น ที่ส่งชุดใหญ่ แต่ท่านเซอร์กลับต้องพักริโอ ที่อาการเจ็บกำเริบขึ้นมาอีก นอกจากนั้น ยังดร็อปคาร์ริค ออกจากสิบเอ็ดตัวจริง และไม่ส่งชื่อราฟาเอลแม้แต่ตัวสำรอง แต่ที่ช็อคอารมณ์แฟนๆสุดๆก็คงเป็นการส่งไรอัน กิ๊กส์ ลงมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางนี่แหละ หน้าตาทัพจึงเป็นเช่นนี้

รูนี่ย์ เบอร์บาตอฟ
ปาร์ค เฟล็ทเชอร์ กิ๊กส์ โรนัลโด้
เอวร่า เอแวนส์ วิดิช เนวิลล์
น้าซาร์

สำหรับบิ๊กฟิลนั้น มีปีเตอร์ เช็คเฝ้าเสา แผงหลังใส่มาเต็มๆ มีโบซิงวา และแอชลี่ย์ โคล ยืนฟูลแบ๊ค เซ็นเตอร์ใช้คาร์วัลโย่และเทอร์รี่ กลางรับใช้มิเคล กลางตัวทำเกมมีแลมพาร์ดและบัลลัค ตัวริมเส้นจิ้มไปที่เดโก้ และโจ โคล ส่วนหน้าเป้าตัวเดียวใช้ดร็อกบา วันนี้จัดทัพแบบ 4-3-3



เมื่อเกมเริ่มต้นขึ้น ทั้งสองทีมก็สลับกันเล่นเกมของตัวเองเป็นพักๆ เริ่มจากยูไนเต็ดเจ้าบ้าน ตั้งหลักเร็วกว่า เดินหน้ากดดันเชลซีทันที แต่โอกาสแรกกลับเป็นเชลซีที่ใช้เวลาแค่นาทีเดียวก็มีโอกาสสับไกจากจังหวะโต้กลับ แลมพส์ยิงบดออกนอกกรอบไปเยอะ นั่นเป็นการเตือนกลายๆให้เจ้าบ้านรับทราบว่า อย่าได้เผลอเป็นอันขาด จากนั้น ยูไนเต็ดก็ได้บุกอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนเชลซีจะตั้งเกมได้บ้าง และกดดันยูไนเต็ดได้ระยะหนึ่งเหมือนกัน เกมเปิดแลกกันสนุก โดยที่ทั้งสองทีมได้สลับกันเล่นในเกมของตัวเองเป็นระยะๆ เกมของยูไนเต็ดนั้นปล่อยพื้นที่แดนกลางให้เชลซีเล่นเต็มที่ โดยที่กิ๊กส์และเฟล็ทเชอร์จะช่วยคอยสกรีนเกมรุกเชลซี แต่จะไม่เข้าต่อสู้แลกเกมกันตรงกลางแบบตรงๆ น่าจะเป็นแท็คติคหลักที่ท่านเซอร์วางมาสำหรับเกมนี้โดยเฉพาะครับ

การที่กิ๊กส์และเฟล็ทเชอร์ไม่เข้าไปแลกตรงกลางนั้น ก็เพราะว่าตัวต่อตัวสู้ไม่ได้ค่อนข้างแน่ การให้บอลเท้าสู่เท้าของเชลซีนั้น ดีกว่ายูไนเต็ดอย่างเห็นได้ชัด ขืนเข้าไปปะทะกันตรงๆ ก็มีแต่จะโดนผู้เล่นตรงกลางของเชลซีที่มีมากกว่าเล่นลิงชิงบอลใส่แน่ๆ ท่านเซอร์จึงวางมาให้เน้นการเดินเกมทางกว้างมากกว่าตรงกลาง แต่ตรงกลางก็จะคอยเกะกะไล่บอลสกรีนเกมเชลซีไม่ให้ทำได้สะดวก และนั่นได้ผลมากครับ เกมของเชลซียุคบิ๊กฟิลนั้นเน้นแพ็ทเทิร์นมากจนเกินไป เน้นการเคาะบอลมากจนเกินไป แถมการเคาะบอลตามช่องในสไตล์บิ๊กฟิลนั้นเร็วก็จริง แต่ขึ้นหน้าช้ามาก การถ่ายบอลไปมาในลักษณะนี้ยูไนเต็ดมักไม่ค่อยกลัวครับ และจะใช้การแพ็คโซนรับลึกรวมทั้งถอยมิดฟิลด์และตัวริมเส้นมาไล่บอลเพิ่ม ทำให้เชลซีไม่สามารถหาช่องเจาะได้ถนัด



ในขณะที่ยูไนเต็ดเอง พยายามใช้ความคล่องตัวและความขยัน ความฟิตของนักเตะในเกมรุก เดินเกมทางด้านริมเส้นเป็นหลัก เพื่อเน้นกดฟูลแบ็คสองข้างของเชลซีไม่ให้เติมเกมได้ถนัดนัก และทำได้สำเร็จเสียด้วย ฟูลแบ็คทั้งสองข้างไม่สามารถขึ้นสูงเติมเกมได้ตามถนัด แถมยังต้องคอยระวังการสลับฟากกันเล่นของผู้เล่นริมเส้นที่มีโรนัลโด้และปาร์คยืนพื้น และกองหน้าที่ฉีกออกริมเส้นอย่างรูนี่ย์อีกคน แท็คติคนี้ ช่วยให้เชลซีมีการบ้านในแผงหลังเยอะเป็นพิเศษ ต้องระวังกราบสองข้างอย่างมาก บางครั้งเซ็นเตอร์ก็ต้องช่วยตามไปซ้อนเพิ่ม และจังหวะนั้น กิ๊กส์ก็จะใช้ความสามารถของเขา ลากเจาะพื้นที่ตรงกลางเข้ามาได้ง่าย เมื่อเจาะเข้ามาได้ แผงหลังเชลซีก็ป่วน และตัวริมเส้นกับกองหน้าก็จะมีช่องเข้ามาหาที่ว่างรับบอลเข้าทำได้ง่ายขึ้น

เกมในครึ่งแรกเชลซีชนะแดนกลางแต่กลับพ่ายแพ้ในด้านรูปเกมโยรวม ซึ่งการแพ้ด้านรูปเกมคงไม่เท่าไหร่ เพราะสามารถแก้เกมกลับมาได้ แต่สิ่งที่เชลซีพลาดมากกว่านั้นก็คือการโดนกดดันหนักจนเสียประตูในช่วงทดเจ็บนั่นเองครับ ทั้งๆที่ครึ่งแรกเชลซีสามารถสกัดกั้นได้แทบตลอด และยูไนเต็ดเองก็พลาดอย่างน่าเสียดายหลายๆครั้ง หากเชลซียันไว้ได้อยู่ก็จะเป็นการโยนความกดดันใส่เจ้าบ้านในครึ่งหลังเต็มๆ และได้แก้เกมมาสู้กันใหม่ แต่สุดท้ายเชลซีเองกลับพลาดลูกตั้งเตะง่ายๆ แถมยังเป็นสองครั้งอีกต่างหาก ครั้งแรกที่ไลน์แมนปฏิเสธลูกเตะมุมของเจ้าบ้านยังนับว่าโชคดี แต่เชลซีก็เสียท่าซ้ำทันทีเช่นกันจากลูกที่มาตั้งใหม่นั่นแหละ กิ๊กส์เปิดเตะมุมเข้ามา เบิร์บโหม่งสะบัดต่อไปเสาสอง มีทั้งวิดิชและเอแวนส์รออยู่ และกลายเป็นวิดิชที่พุ่งโหม่งเสียบเสาสองเข้าไปงดงาม



เชลซีเองนั้นอาจจะมีปัญหาทางด้านการเดินเกม เมื่อมีบิ๊กฟิลเข้ามากุมบังเหียน เพราะบทสัมภาษณ์หลายต่อหลายครั้งบ่งบอกอย่างชัดแจ้งว่า บิ๊กฟิลเชื่อในบอลคอนโทรลเท่านั้น และนั่นผมมองว่าคือปัญหาหลักที่ทำให้เชลซีเสียคะแนนบ่อยมากในปีนี้ การเล่นบอลคอนโทรลร้อยเปอร์เซนต์นั้น เมื่อเจอกับบอลเกมรับสไตล์อิงลิชหลายๆทีม มักจะมีปัญหาครับ อาร์เซน่อลยุคก่อนนี้ถึงมีอีกกลเม็ดในการเจาะ นั่นคืออองรี และเบิร์กแคมป์ โดยอาศัยการให้บอลยาวรับส่งกันสองสามจังหวะก่อนจะโป้งปิดบัญชีได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้อาร์เซน่อลเองก็ประสบปัญหาเดียวกับเชลซี นั่นคือเน้นบอลคอนโทรลมากเกินไป เมื่อคู่ต่อสู้ปิดพื้นที่แน่น เล่นเกมหนัก และซ้อนทุกจังหวะ บอลคอนโทรลเองก็มีปัญหาครับ มูรินโญ่เองนั้นก็มีทางแก้นั่นคือสามารถเล่นไดเรกต์ได้ตามจังหวะเกม สามารถเล่นฉาบฉวยได้ตามจังหวะเกม นี่คือจุดที่ท่านเซอร์มองเห็นและนำมาใช้แก้เกมบิ๊กฟิลในครึ่งแรกครับ

เมื่อปิดเกมรุกของเชลซีได้อยู่หมัด โดยที่แผงหลังทั้งสี่ต้องได้รับเครดิตเต็มๆ ทีนี้เกมรุกของเจ้าบ้านก็มามีมิติเพิ่มขึ้นที่กิ๊กส์และปาร์ค ความขยันของปาร์ค และการลากจี้เข้าใส่ของกิ๊กส์ สร้างปัญหามากมายให้แผงหลังของเชลซี และเปิดพื้นที่ว่างได้มากมาย แต่กองหน้าทั้งสองคนของเจ้าบ้านกลับไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ควรจะอยู่เท่าไหร่นัก เพราะถอยลงมาสร้างเกมกันหมด ทำให้จังหวะสุดท้ายมักจะเป็นโด้บ้าง หรือปาร์คบ้าง ที่ทะลุเข้าไปจบสกอร์ ไฮไลต์ครึ่งแรกนอกจากสกอร์นั้น ก็คงเป็นช็อตระหว่างรูนี่ย์และโบซิงวาครับ ที่รูนี่ย์ไปสอยโบซิงวาพร้อมแสดงอาการฮึดฮัดบอกว่าโดนศอกเข้าไปเต็มๆ ช็อตหลังจากนั้นรูนี่ย์ก็ไปลากเข้าหาขาคู่ของโบซิงวา จากภาพช้าน่าจะโดนสะกิดเพียงเล็กๆ แต่ทิ้งตัวได้สมกับเป็นเพื่อนรักโด้จริงๆ รูนี่ย์คงตั้งใจเอาคืนแบบนี้ครับ ทำให้โบซิงวาโดนใบเหลืองจนได้




เกมในครึ่งหลัง บิ๊กฟิลคงเห็นแล้วว่า เกมตรงกลางนั้นชนะไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ตราบใดที่ต่อเกมขึ้นไปข้างหน้าไม่ได้ และยูไนเต็ดเองไม่ได้ตั้งใจมาสู้ตรงกลางด้วยซ้ำ และรังแต่จะทำให้แดนกลางคับแคบเปล่าๆ บิ๊กฟิลจึงถอดลูกรักเดโก้ ที่ดูจะเป็นคนออกบอลได้ช้าที่สุดในบรรดาตรงกลางของเชลซีออกมาและส่งอาเนลก้าลงไปค้ำข้างหน้าช่วยดร็อกบา เกมของเชลซีดูเร็วขึ้น ปริมาณการต่อบอลต่อการเข้าทำแต่ละครั้งน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่บอลก็ไปไม่ถึงข้างหน้าอยู่ดี บัลลัคเงียบเกินไป ยูไนเต็ดหลังจากปรับตัวให้เข้ากับสปีดใหม่ของเชลซีได้แล้ว ก็สามารถปิดเกมรุกของเชลซีได้อีกครั้ง คีย์แมนของเชลซีในเกมนี้ถูกปิดทางวิ่งทั้งหมด ไม่ว่าโจ โคล, แลมพาร์ด, บัลลัค และไม่เว้นเดโก้ในครึ่งแรก มาครึ่งหลังคีย์แมนเหล่านี้ก็ยังคงถูกล็อคตาย

ในสายตาผม ผมมองว่าเอาอาเนลก้าลงมานั้นยังไม่ถูกจุดครับ อาเนลก้าน่าจะเป็นพวกที่อาศัยพื้นที่ และอาศัยจังหวะในการคลำเป้ามากกว่าอีกคน ซึ่งในเกมที่ถูกปิดพื้นที่แบบนี้จะเล่นยากครับเพียงแต่อีกคนในสายตาผมซึ่งก็คือกาลู อาจมีเครดิตน้อยกว่าอาเนลก้าในสายตาของสโคลารี่ ทั้งๆที่จะว่าไป นอกจากดร็อกบาแล้ว ชั่วโมงนี้ในเชลซีผมกลัวกาลูที่สุดนะครับ เร็วจัด คล่องจัด ยิงได้ทุกจังหวะ แต่ได้โอกาสน้อยมากๆจากเชลซี นี่ยังไม่นับลูกขยันนะครับ ที่กาลูมีมากกว่าอาเนลก้าแน่ๆ ทีนี้เลยกลายเป็นว่า อาเนลก้าลงมาก็หายไปจากเกมอีก การที่บอลมาถึงน้อยอยู่แล้ว และเจ้าตัวเองก็ไม่ได้กระหายที่จะไล่หาบอลมาช่วยดร็อกบา นี่ละมั้งที่ทำให้สองคนนี้ถึงจับคู่กันไม่ได้สักที และทำให้บิ๊กฟิลก็เลยเชื่อไปว่า เชลซีนั้น ต้องเล่นหน้าเป้าตัวเดียวถึงจะเวิร์ค



เมื่อการแก้เกมของเชลซีไม่ได้ผล กดดันอะไรยูไนเต็ดเพิ่มไม่ได้ ข้อเสียของการแก้เกมนี้ของบิ๊กฟิลก็เกิดขึ้น เพราะตรงกลางเชลซีหลวมแล้ว มิดฟิลด์ตรงกลางเหลือแค่แลมพาร์ดกับมิเคล มิเคลต้องวิ่งมากขึ้นในครึ่งหลังเพื่อช่วยแลมพส์ต่อบอลขึ้นหน้า ในขณะที่โจ โคลก็ต้องหุบเข้ามาช่วยบ่อยขึ้น บัลลัคถูกโยกไปเล่นริมเส้นบ่อยขึ้นเพื่อถ่างแนวรับเจ้าบ้าน ดูเหมือนเกมตรงกลางเชลซีจะรวนไปพอสมควรในครึ่งหลัง จุดนี้เองที่ทำให้เบอร์บาตอฟคายพิษสงออกมาได้เต็มที่ในครึ่งหลัง เมื่อเกมตรงกลางมีพื้นที่มากขึ้น การเล่นของกิ๊กส์และดิมี่จึงน่ากลัวมากขึ้นไปอีก ยิ่งดิมี่มีพื้นที่ มีเวลาเล่น เขาจะยิ่งอันตราย และทำให้เชลซีต้องหาตัวประกบตัวซ้อนสองคนตลอด กิ๊กส์ก็ว่างขึ้นเยอะ ริมเส้นว่างขึ้นเยอะ ยูไนเต็ดได้เล่นในเกมถนัดของตัวเองเต็มๆ ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกของซีซั่นด้วยซ้ำไปครับ

จากตรงนี้ ผมดูแบบสบายใจแล้วครับ เป็นเกมแรกในรอบหลายปี ที่ดูยูไนเต็ดเล่นกับเชลซีได้แบบสบายใจเช่นนี้ เกมรุกของเชลซีไม่คืบหน้า กดดันแม้แต่เอแวนส์ยังไม่ได้ แต่เกมรุกเรารอเพียงว่าจะได้ประตูที่สองเมื่อไหร่เท่านั้น และก็ไม่นานครับ นาทีที่ 64 เราก็ได้เห็น เมื่อโรนัลโด้ดึงตัวผู้เล่นเชลซีอยู่ทางซ้ายมาได้สองคนก่อนตอกส้นทะลุถึงเส้นหลังให้เอวร่าที่ควบหาบอลเปิดเข้ากลาง บอลลอยข้ามหัวดิมี่ที่เทคขึ้นสูงกว่าเชลซี มาตกที่แอชลี่ย์ โคล แต่รูนี่ย์ก็สอดเท้าเข้ามาจากข้างหลังลอดหว่างขาโคลและจิ้มบอลตุงตาข่ายได้แบบเหลือเชื่อชนิดที่โคลเองก็คงคาดไม่ถึง และก็ต้องรับไปเต็มๆครับกับลูกนี้ ซึ่งเรามาได้ลูกที่สองในเวลาที่ถูกต้อง ทำให้เกมที่เหลือง่ายขึ้นมาทันที เชลซีเองดูจะช็อตไปเลย และความกระหายในเกมลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ยูไนเต็ดกลับมั่นใจเต็มที่ และกดดันต่อไป เพื่อประตูที่สาม อันจะลดช่องว่างลูกได้-เสียกับเชลซีแบบไป-กลับนั่นเอง


เมื่อได้ประตูที่สอง ท่านเซอร์ขยับถอดเอาเอวร่าที่มีอาการเจ็บออกมา และส่งโอเชลงมาแบบแทนตำแหน่งตรงๆ ในขณะที่เชลซีก็ถอดเอาโบซิงวาออก เติมด้วยเบ็ลเล็ตติที่ยิงไกลได้ดีมากๆ แต่ก็เหมือนเกาไม่ถูกที่คัน เพราะเกมของเชลซียังต่อกันไม่ได้ ขึ้นหน้าไปก็เด้งกลับออกมาหมด เบ็ลเล็ตติเองก็ไม่มีจังหวะยิงไกลอย่างที่หวัง แถมยังถูกกดอยู่ในพื้นที่ตัวเองแทบตลอด และยังถูกโรนัลโด้ใช้ลูกสับจนเสียใบเหลืองง่ายๆด้วย เหลืออีกสิบนาที ท่านเซอร์ถอดเอากิ๊กส์ออก ซึ่งได้รับสแตนดิ้ง โอเวชั่นอย่างน่าภูมิใจ คาร์ริคถูกหย่อนลงมายืดเส้นยืดสายแทน ซึ่งก็ยังคงเล่นได้ดีครับ เชื่อมเกมได้ จ่ายสวยๆหลายลูก แต่สำหรับเชลซีนั้น สุดท้ายเมื่อเกมไม่ดีขึ้นเลย บิ๊กฟิลก็เลือกที่จะเปลี่ยนเอาโจ โคลออกมา และส่งดิ ซานโต้มาเพิ่มในแดนหน้า (ทำไมไม่มองกาลูบ้างวะ) และไม่นาน ยูไนเต็ดก็ตอกย้ำด้วยประตูที่สามได้สำเร็จ เมื่อโรนัลโด้ได้ฟรีคิกทางฝั่งซ้าย วิดิชปรี่เข้ามากระซิบรักข้างหูเบอร์บาตอฟทันที และเราก็เห็นลูกสูตรกระซิบรักในเกมนี้ครับ

ดิมี่ยืนหน้ากรอบรอลูกตั้งเตะจากโด้โดยมีดิ ซานโต้ประกบติด ในขณะที่วิดิชยืนค่อนมาทางข้างหน้าโดยมีเทอร์รี่ตามอยู่เช่นกัน เมื่อโด้เตะมาเต็มแรง ดิมี่ก็สลัดตัวประกบได้ วิ่งแลบมาข้างหน้าที่มีวิดิชยืนบล็อคเทอร์รี่สกรีนทางวิ่งให้อยู่ และดิมี่ก็กระโดดแปเข้าไปต่อหน้าต่อต่อตาเช็ค โดยที่เทอร์รี่เองดูหัวเสียไม่น้อยกับลูกน้องที่ปล่อยให้ดิมี่แลบมาง่ายๆ ถือเป็นลูกสูตรกระซิบรักระหว่างวิดิชและดิมี่จริงๆครับ ประตูนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 87 และหลังจากนั้น ยูไนเต็ดก็เล่นปิดเกมตามถนัด จนเสียงนกหวีดจากฮาวเวิร์ด เวบบ์ดังขึ้น เป็นชัยชนะแบบคลีนชีตต่อเนื่องได้สำเร็จครับ



หลังจากจบเกมลงไป อารมณ์ดีใจยังคงอยู่ แต่ก็นึกไปถึงเหตุผลที่เชลซีตกต่ำลงไปจากยุคมูรินโญ่อย่างเห็นได้ชัด ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ผมเองมองสาเหตุหลักๆไว้พอสมควรครับ เริ่มจากเจเนอเรชั่นของเชลซีน่าจะต้องถูกแทนที่ได้แล้ว หลังจากยึดผู้เล่นชุดนี้มานานมาก ที่เปลี่ยนไปก็มีเพียง บัลลัค และ เดโก้ กับโบซิงวา นอกนั้น ผู้เล่นชุดใหญ่แทบจะยืนระยะมาจากชุดเถลิงบัลลังก์ของจ่ามูทั้งนั้น ซึ่งตามมาตรฐานฟุตบอลทั่วๆไป ทีมๆหนึ่ง ที่ใช้ผู้เล่นหลักหน้าเดิมๆ ไม่น่าจะยืนระยะได้นานเกินสี่ห้าปีหรอกครับ ต้องมีถ่ายเลือดเกิดขึ้นบ้าง ส่วนจะทยอยถ่ายหรือยกชุด ก็แล้วแต่แต่ละทีมจะวางหลักเกณฑ์กันไป เรื่องการใช้ทีมเดิมๆนี้มันส่งผลหลายอย่าง ไม่ว่าความกระหายในเกม ในชัยชนะ ที่ย่อมจืดจางลงไปบ้าง ความอิ่มตัวที่เกิดขึ้นกับนักเตะบางคน วัยที่ย่อมร่วงโรยไปเรื่อยๆพร้อมๆกันทั้งทีม หรือแม้กระทั่งการถูกจับทางได้จากทีมอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อทีมตัวเองทั้งนั้น

หรืออีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ผมมองว่าบิ๊กฟิลเป็นกุนซือที่เก่ง แต่ยึดติดกับแบบแผนตัวเองมากเกินไป จนไม่คิดจะเล่นในสไตล์อื่นบ้าง โอเคว่าบอลคอนโทรลนั้นคือหัวใจของแท็คติคสโคลารี่ แต่หากเกมไหนที่ไม่ได้ผลขึ้นมา คุณจะยังดื้อดึงต่อไปจนจบเกมเชียวหรือ บางครั้งเราก็ต้องยอมเสียความแน่นอน ความสวยงามไปบ้าง หากทั้งสองสิ่งนั้น มันช่วยให้เกิดประตูไม่ได้ คุณอาจต้องเรียกหาบอลไดเร็คต์บ้าง บอลยาวบ้าง หรือแม้แต่บอลวัดบ้าง เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำประตูให้มากที่สุด หลายครั้งที่จ่ามูดันเทอร์รี่ขึ้นไปเป็นกองหน้า กับดร็อกบา แล้วเน้นบอลโยนเพื่อเอาประตูที่ต้องการ แม้แต่เฟอร์กี้ก็ดันริโอหรือวิดิชขึ้นเป็นกองหน้าช่วงท้ายเกมมาแล้ว แต่คุณเห็นจากบิ๊กฟิลไหมล่ะ ทั้งๆที่คนที่ใช้ลูกหัวเก่งๆในทีมมีเพียบ ดร็อกบางี้, บัลลัคงี้, เทอร์รี่งี้ อาเนลก้าก็อยู่ในสนาม แล้วก็รู้ทั้งรู้ว่ายูไนเต็ด แพ้ทางบอลสาดยาว บอลโด่ง แต่บิ๊กฟิลไม่เลือกใช้เลยสักครั้งเดียว

นอกจากนั้น การที่บิ๊กฟิลยึดมั่นในบอลคอนโทรลมากเกินไป ยังส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจนักเตะอย่างคาดไม่ถึง เมื่อบอลคอนโทรลใช้ไม่ได้ผล แต่ไม่ยอมเปลี่ยนวิธีการเล่นเสียที นักเตะย่อมกังวล ย่อมท้อ ยิ่งเวลาผ่านไป การเล่นแบบเดิมๆที่ใช้ไม่ได้ผล ยังคงต้องใช้ต่อไป แล้วนักเตะจะมุ่งมั่นได้ไหมครับ ยิ่งเล่นมีแต่ยิ่งถอนใจ ดูหน้าแต่ละคนเหมือนเซ็งสุดชีวิต แม้แต่แลมพาร์ด หรือเทอร์รี่ ที่สำคัญ บิ๊กฟิลน่าจะละเลยการติวเข้มกองหลังตัวเองด้วยสิ สามลูกที่เสียไปในวันนี้คือการประกบพลาดทุกลูก เป็นการเสียจากตั้งเตะธรรมดาๆสองลูก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ หาดูได้ยากมากครับ หากนึกถึงสมัยมูรินโญ่ยังนั่งเก้าอี้โค้ชเชลซีอยู่



ชัยชนะในนัดนี้ ส่งผลหลายต่อให้เจ้าบ้านนะครับ หนึ่งเลยก็คือความฮึกเหิม ความมั่นใจ และกำลังใจของทีมย่อมสวิงกลับมาเต็มที่ หลังเพิ่งแพ้ดาร์บี้ไปหยกๆ นอกจากนี้ ยังกดดันจ่าฝูงไม่ให้หนาวมากเกินไป ด้วยการไล่มาเหลือแค่ห้าแต้มแล้ว เมื่อตามเก็บเกมกลางสัปดาห์กับวีแกน ก็อาจจะเหลือสองแต้ม ซึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ สุดสัปดาห์นี้ ยูไนเต็ดจะเตะก่อนลิเวอร์พูลครับ หากเราเก็บสามแต้มในบ้านตัวเองวันมะรืนนี้ได้ และสามารถบุกไปควักสามแต้มจากรีบ็อกสเตเดี้ยมได้อีก เราจะแซงหงส์แดงได้ชั่วคราว ก่อนหงส์จะต้องทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ในเกมมันเดย์ไนท์ครับ

ซึ่งเราเก็บได้สามแต้มจากเชลซี โดยที่คาร์ริคได้ลงแค่สิบนาที เตเวซไม่ได้ลงเล่น ราฟาเอลไม่ได้ลงเล่น แอนนี่, สโคลส์ ก็ไม่ได้ลง ผู้เล่นเหล่านี้น่าจะกลับมาลงในเกมวีแกนมะรืนนี้ได้ และริโอเองต้องตามดูอาการต่อไป ว่าต้องพักนานแค่ไหน แต่โดยส่วนตัวผมมองว่า เอแวนส์ได้เกมนี้คงมั่นใจขึ้นเยอะครับ ชัยชนะจากเกมนี้ คงพอดึงคะแนนมินิลีกของเราได้มากครับ ทำให้ชนะหนึ่ง เสมอหนึ่ง แพ้สอง และการไล่จี้ลิเวอร์พูลกระชั้นเข้ามานั้น น่าจะช่วยให้ความกดดันของนักเตะหงส์หนักขึ้นบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อจบเกมคืนวันเสาร์นี้ เราต้องยึดฝูงครับ นั่นจะกดดันหงส์ได้เต็มๆแน่นอน แต่งานแรกคือวีแกนมะรืนนี้ ต้องสำเร็จด้วยนะ

แล้วมาลุ้นกันครับ
สงบใจ


(เครดิต: //www.manutd.com)



Create Date : 12 มกราคม 2552
Last Update : 12 มกราคม 2552 10:51:09 น. 1 comments
Counter : 263 Pageviews.

 
นั่งดุทั้งเกมส์เลยฮะพี่หงบ
แต่ตอนบอลเข้าประตู ต้องออกไปข้างนอกทุกที



โดย: " คุณชายช่างฝัน " วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:11:30:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.