Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
20080324 วิพากษ์ Man UTD VS Liverpool

สวัสดีครับ พบกันหลังวันแดงเดือดที่เดือดจริงๆอีกแล้วนะครับ พลันที่เหลือบเห็นชื่อกรรมการ ผมก็ขนหัวลุกขึ้นมาทันที เพราะคุ้นๆว่าคนนี้หรือเปล่า ที่ให้แดงเจ้าโด้เมื่อตอนต้นซีซั่นน่ะ และสตีฟ เบ็นเน็ตต์ คนนี้ ก็เลื่องชื่อนัก เรื่องความเฮี้ยบและไม่ค่อยผ่อนปรนเท่าไหร่ ผมล่ะค่อนข้างหวั่นใจเหลือเกินว่าหากองศาแดงเดือด ทะลุขีดขึ้นมา ก็คงมีใครบ้างแหละ ที่จะได้ออกไปอาบน้ำก่อนเพื่อนๆ แล้วก็จริงๆดังคาด เอาล่ะ เรามาดูรายละเอียดกันเลยนะครับ

รายชื่อผู้เล่น ก็เป็นอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า นั่นก็คือ ท่านเซอร์ส่งสามกองกลางมาเล่นเกมครองพื้นที่ในเกมนี้ หลังจากเกมแรกเสียพื้นที่แดนกลางให้ราฟาแบบเบ็ดเสร็จ คราวนี้ คงต้องการแก้ตัวอย่างเต็มที่ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเอง กลางและหน้า ก็เป็นชุดเก่งของพวกเขาดังคาด เพราะอลองโซ่ มาสเคราโน่ และเจอร์ราร์ด ได้ลงปักหลักเป็นตัวจริงทั้งสามคน มี เคาท์, บาเบล และ ตอร์เรส เล่นในแดนหน้า ส่วนแผงหลัง ค่อนข้างพลิกโผ นั่นคือ เอา สเคอร์เทลจับคู่คาร์ราเกอร์ และอาร์เบลัวกับออเรลิโอเป็นฟูลแบ๊ค มีเรน่าเฝ้าเสา

ทางยูไนเต็ดนั้น นอกจากจะได้น้าซาร์คัมแบ๊คมาเฝ้าเสาแล้ว ข่าวดีก็คือ ริโอ ที่ทดสอบความฟิตผ่านแบบเฉียดฉิว ก็ได้ลงมาจับคู่กับวิดิช มีบราวน์ และเอวร่ายืนเป็นฟูลแบ๊ค กองกลางสามคนใช้ สโคลส์, คาร์ริค และอันแดร์สัน หน้าสามตัวมีโรนัลโด้, รูนี่ย์ และ กิ๊กส์ หลายๆท่านอาจจะแปลกใจ ที่เห็นอันแดร์สัน ทั้งๆที่คาดว่าจะเป็นฮาร์กรีฟส์ แต่ดูจากการเล่นแล้ว ก็ต้องชมท่านเซอร์ครับ ที่เลือกอันแดร์สัน เพราะเห็นได้ชัดเจนว่า กองกลางทั้งสามคนนั้น เป็นผู้เล่นที่จ่ายบอลทีเด็ดทีขาดทั้งสั้นและยาวได้สุดยอดเหมือนๆกัน คงกะจะใช้ลูกจ่ายเข้ามาเป็นอาวุธหลักค่อนข้างแน่ครับ

เริ่มเกมครึ่งแรก เป็นแมนฯยูไนเต็ด ที่เกร็งมากกว่า ออกบอลขาดๆเกินๆ และเทโมเมนตัมมาทางฝั่งลิเวอร์พูลทั้งหมด ลิเวอร์พูลตัดบอลตรงกลางได้ตลอด และเดินหน้าเข้าทำอย่างมั่นใจในช่วงเกือบๆสิบนาทีแรก แต่เจาะแนวรับยูไนเต็ดเข้าไปทำไม่ได้ ทำให้ได้แค่เลาะไปเลาะมาบริเวณกรอบโทษก่อนจะเสียบอลคืน หลังจากนั้น ยูไนเต็ดเจ้าบ้านเริ่มตั้งเกมติด กองกลางสามคนเริ่มทำงานได้ตามแท็คติคที่วางมา นั่นคือ เข้าไล่บอลเร็ว บี้ถึงตัวตลอด ให้อันแดร์สัน ไล่บี้กดกองกลางของลิเวอร์พูลไว้เป็นด่านแรก ส่วนคาร์ริคและสโคลส์ จะยืนต่ำกว่านิดหน่อย เป็นกำแพงชั้นที่สอง เมื่อตัดบอลได้ ก็จะหาตัวว่าง แล้วจ่ายยาวให้กองหน้าเข้าทำทันที หมากนี้ ทำเอาลิเวอร์พูลปั่นป่วนไปมาก กองหลังเช็คไลน์ผิดพลาดตลอดเวลา รูนี่ย์ ได้สอดเข้าไปทำสองสามจังหวะ แต่จบไม่ลงตามเคย

และการที่ยูไนเต็ดวางกองกลางมายืนเป็นสามเหลี่ยมสูงแบบนี้ บวกกับการไล่บี้เร็ว และตัดบอลเร็ว ทำให้กองกลางของลิเวอร์พูลหาบอลไม่ค่อยเจอ และถูกบี้เสียบอลบ่อยมาก อีกทั้งการจ่ายสวนกลับแบบได้เสีย โดยใช้การต่อบอลน้อยครั้งนั้น ยิ่งทำให้แผงกองหลังของลิเวอร์พูลออกอาการเป๋ไปไม่น้อย แม้กระทั่งเรน่าเอง ก็ดูจะลนๆอยู่พอสมควร ดูได้จากการเตะบอลทิ้งบ่อยๆ และออกมาตัดบอลไม่ค่อยเด็ดขาดเท่าไหร่นัก ยิ่งกองหน้าของลิเวอร์พูลอย่างตอร์เรส แทบจะถูกตัดขาดออกจากเกมโดยการสลับกันประกบทั้งจากริโอ และวิดิช ที่คอยชิงจังหวะชนะได้ตลอดทุกๆครั้ง ทำให้ตอร์เรสแทบไม่ได้คายพิษสงในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกเลย

เกมกลายเป็นชองยูไนเต็ดโดยสิ้นเชิง เส้นทางต่อบอลของคู่พิฆาต เจอร์ราร์ด-ตอร์เรส ไม่เกิดขึ้นเลย เพราะเจอร์ราร์ด ถูกกดให้อยู่แต่ในแดนตัวเอง ไม่ได้ทำเกมขึ้นหน้าเท่าไหร่ ยิ่งเกมกลายเป็นของยูไนเต็ดมากขึ้นเท่าไหร่ มาสเคราโน่ยิ่งรับบทหนักในการตัดเกมมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งยูไนเต็ดใช้การออกบอลเร็วมากขึ้น มาสเคราโน่ยิ่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะเข้าบอลให้เร็วขึ้น ให้ทันจังหวะจ่ายของกองกลางเจ้าบ้าน ซึ่งในที่สุด ก็พลาดจนได้ เมื่อหงายปุ่มเข้าใส่สโคลส์ จนโดนใบเหลือง แต่เพื่อนๆก็ยังคงทิ้งหน้าที่ตัดเกมให้มาสเคราโน่ต่อไป ซึ่งดูแล้วค่อนข้างเสี่ยงพอสมควร เพราะมาสเคราโน่ยังมีจังหวะทำฟาล์วอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่เสียเหลืองมาแล้ว และก็ยังบ่นกรรมการตลอด หลังจากครองเกมมาพักใหญ่ๆ ยูไนเต็ดก็มาได้ประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดของกองหลังและผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล เมื่อสโคลส์ได้บอลหน้ากรอบโล่งๆ และง้างทำท่าจะยิง กองหลังลิเวอร์พูลปรี่เข้ามาขวางทีเดียวสามคนพร้อมๆกัน สโคลส์เลือกดีดออกทางซ้ายให้รูนี่ย์ควบไปเอาบอลคนเดียวโล่งๆ ก่อนจะเปิดเข้ามาหน้ากรอบ บราวน์สอดเข้าไปขึ้นเทคตัดหน้าเรน่า ที่ออกมาชก บอลดูเหมือนจะโดนท้ายทอยของบราวน์เปลี่ยนทางเข้าประตูให้ยูไนเต็ดออกนำตั้งแต่ปลายครึ่งแรกได้สำเร็จ

หลังจากนั้น ยูไนเต็ด ก็ยังคงครองบอลได้ เน้นการตัดเกมตรงกลางเหมือนเดิม และจ่ายบอลยาวขึ้นหน้า ทำให้กองกลางลิเวอร์พูลยังคงโดนกดอยู่ตรงกลางในแดนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่สามารถต่อบอลขึ้นมาปั่นป่วนยูไนเต็ดได้มากนัก นอกจากการลากเลื้อยของบาเบลทางฝั่งบราวน์ ที่ดูจะเล่นงานบราวน์ได้อยู่เรื่อยๆอย่างน่าหวาดเสียว เจอร์ราร์ดมีโอกาสได้ส่องจากหน้ากรอบอยู่หนึ่งครั้ง ลูกแฉลบก้นวิดิชเฉี่ยวคานไปนิดเดียว นอกจากนั้น ลูกหวาดเสียวของลิเวอร์พูลยังเกิดจากการลงไปช่วยเกมรับของบรรดาแนวรุกที่ทำกันกั๊กๆจนกลายเป็นตั้งบอลให้ลิเวอร์พูลได้ส่อง ดีที่ไม่เข้ากรอบ ทำให้เจ้าบ้านยังคงนำอยู่หนึ่งศูนย์

ช่วงก่อนหมดเวลา มีไฮไลต์ของเกมเกิดขึ้น นั่นคือ ตอร์เรส ที่ถูกกินโต๊ะอยู่ทั้งเกม มาโดนรุมแย่งบอลทางฝั่งซ้าย ก่อนจะได้ฟาล์วจากการที่ริโอไปรวบล้มลง ทำให้ตอร์เรสไม่พอใจกรรมการ และโดนใบเหลืองไป นั่นเองคือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพอตอร์เรสโดนเหลือง มาสเคราโน่ก็ปรี่เข้ามาหาเบ็นเน็ตต์ทันที แม้อลองโซ่จะคว้าไว้ก็ไม่ไหว มาสเคราโน่โวยใส่เบ็นเน็ตต์แบบไม่มีถอย จนในที่สุด เบ็นเน็ตต์ควักอีกเหลือง ไล่มาสเคราโน่ออกไปจากสนาม เล่นเอามาสเคราโน่ทะลุเดือดทันที ร้อนถึงเบนิเตซ ต้องมาห้ามกันวุ่นวาย ทำให้จบครึ่งแรก เจ้าบ้านนำอยู่ 1:0 พร้อมผู้เล่นมากกว่าอยู่หนึ่งคน

กลับมาสู่ครึ่งหลัง ยังไม่มีการเปลี่ยนตัว การขาดหายไปของมาสเคราโน่ ยิ่งทำให้กองกลางของลิเวอร์พูลยวบลงไปอีก เจอร์ราร์ดต้องถอยลงมาต่ำมากขึ้น ลงมาทำงานร่วมกับอลองโซ่ ยิ่งทำให้ตอร์เรส และบาเบล ถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นไปอีก การประกบตอร์เรสในครึ่งหลังของริโอและวิดิช ยิ่งง่ายขึ้น เมื่อตอร์เรสต้องล้วงบอลเอง ต้องมาพาบอลไปเองทำให้ไม่มีแม้แต่โอกาสจะยิง หรือพาบอลเข้าไปในกรอบโทษ ยิ่งทำให้อารมณ์ของตอร์เรส คุมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน เกมรุกของยูไนเต็ด เริ่มใช้การต่อบอลและลากเลื้อยได้มากขึ้น เพราะการที่ผู้เล่นมีมากกว่า อีกทั้งตัวตัดเกมคนสำคัญของฝั่งหงส์แดงไม่อยู่ในสนาม ทำให้มีพื้นที่และเวลามากขึ้น สังเกตได้จากยูไนเต็ดมักได้ฟาล์วหน้ากรอบมากขึ้นเรื่อยๆจากการลากเลื้อยและต่อบอลทำชิ่ง แต่โรนัลโด้จบฟรีคิกในวันนี้ไม่ลงเท่านั้น

ราฟาเปลี่ยนเกมเมื่อผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเศษๆ เป็นการขยับก่อนท่านเซอร์ เมื่อเห็นบาเบลไม่ค่อยลงมาล้วงบอลช่วยเพื่อน และต่อบอลในแดนหน้าไม่ได้ บาเบลมักจะลากบอลไปข้างหน้าคนเดียว ก่อนจะเสียไปในจังหวะสุดท้าย ซึ่งราฟาคงหวังจะให้ทำมากกว่านี้ คือการต่อบอลกับเพื่อน หรือแม้แต่รอเพื่อนเติมมาช่วย จึงได้ถอดบาเบลออก ส่งเบนนายูนมาแทน เพื่อให้เบนนายูน ที่เล่นเป็นทีมได้ดีกว่าบาเบล คอยต่อบอล และช่วยปั้นเกมจากแดนหลังขึ้นมา ซึ่งก็ทำได้ดีขึ้น แต่จังหวะยังไม่เข้ามาทางเขามากนัก เมื่อได้บอลน้อยและไม่ค่อยได้ขึ้นเกมมาข้างหน้าเท่าไหร่

การจ่ายบอลยาวสวนแผงหลังยังคงเป็นอาวุธหนักของเจ้าบ้านต่อไป บอลจากสโคลส์, แอนนี่ และคาร์ริค อันตรายทุกลูกจริงๆ ทั้งรูนี่ย์, โรนัลโด้ และแอนนี่เอง ทั้งสามมีโอกาสยิงเหน่งๆสี่ห้าลูก ทั้งหลุดเดี่ยวหลายๆจังหวะ แต่เรน่ายังคงเซฟได้เยี่ยม ไม่ปล่อยให้เกิดลูกที่สองง่ายๆ และลิเวอร์พูลเริ่มตั้งลำได้ประมาณกลางๆครึ่งหลัง ต่อเกมรุกเข้ากดดันยูไนเต็ดได้อย่างต่อเนื่อง จนเจ้าบ้านปั่นป่วนอยู่ประมาณสิบกว่านาที ทั้งต้องเตะทิ้ง ทั้งทำฟาล์ว เพื่อหยุดเกมรุกของลิเวอร์พูล กิ๊กส์นั้น ตามแท็คติคคือการครองบอล และเปิดป้อนให้เพื่อน ซึ่งความเร็วที่ลดลงของเขา ยังไม่ได้สร้างปัญหาอะไรมาก จนเมื่อมาถูกลิเวอร์พูลบุกหนักๆเข้านั่นแหละ ถึงได้เห็นกันชัดๆว่า กิ๊กส์ที่ลงต่ำไปช่วยนั้น พาบอลขึ้นหน้าไม่ไหวแล้ว เรี่ยวแรงและความแข็งแกร่ง ไม่เหลือแล้วในการพาบอลขึ้นหน้าในทางยาวๆในจังหวะสวนกลับ ในทางกลับกัน กิ๊กส์เสียบอลในจังหวะโต้กลับบ่อยครั้งมาก จนลิเวอร์พูลเริ่มได้เปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์แบบหวังผลได้

ท่านเซอร์ไม่รอช้า เมื่อเห็นลิเวอร์พูลรุกกดดันอยู่ตลอดโดยลูกทีมไม่สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมได้ จึงถอดเอากิ๊กส์ และแอนนี่ออกทันที แล้วส่งเตเวซ กับนานี่ ลงมาเปลี่ยนเกม ซึ่งได้ผลทันตาเห็น เมื่อมีผู้เล่นที่มีความเร็วจัดเพิ่มมาอีกสองคน หลังจากตัดบอลได้ก็สวนกลับด้วยความเร็วได้เต็มที่ และนานี่เอง ก็เกือบทำประตูได้ทันที เพียงแต่ติดเซฟเรน่าอีกแล้ว เกมเริ่มกลับมาเป็นของยูไนเต็ดเจ้าบ้านอีกครั้ง เมื่อทำเกมรุกกดดันผู้มาเยือนได้มากขึ้น และสร้างโอกาสจบสกอร์ได้อีกเรื่อยๆ และลิเวอร์พูลโดยกองหลังก็พลาดอีกจนได้ เมื่อเช็คไลน์ผิด ทำให้บอลจ่ายสวนการเช็คล้ำหน้าของเจ้าบ้าน ไปถึงโรนัลโด้ แต่เหลือตัวห้อยไลน์ที่ขึ้นตามไม่ทันอีกคน ทำให้กลายเป็นไม่ล้ำหน้า แต่โรนัลโด้กลับยิงติดเซฟเรน่าออกหลังไป

จากลูกเตะมุมนั้นเอง ที่นานี่เปิดเข้ามากลางให้โรนัลโด้หนีอลองโซ่สอดมาเทคตัดหน้าเรน่าได้อีกครั้ง โหม่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูที่สองให้เจ้าบ้านได้สำเร็จ และหลังจากนั้นแค่นิดเดียว นานี่เล่นชิ่งหนึ่งสองกับรูนี่ย์ ก่อนจะทะลุเข้าในกรอบได้ และแตะบอลฉีกกองหลังลิเวอร์พูลสองตัว ก่อนหักข้อยิงเสียบเสาแรกเป็นประตูที่สามได้สำเร็จ ราฟาเห็นดังนั้น ส่งรีเซ่ลงมาและถอดตอร์เรสเก็บทันที เพื่อรักษาความสดและเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดกับตอร์เรส หลังจากเห็นว่าเกมขาดไปแล้ว และตอร์เรสเอง ถูกรุมจากแผงหลังยูไนเต็ดตลอดเวลา เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ หรือแม้แต่เหลืองแดง หลังจากไปโดดสอยเอาวิดิชอีกครั้ง ซึ่งเบ็นเน็ตต์เอง คงไม่อยากแจกเพิ่มแล้ว จึงแค่เตือนตอร์เรสเท่านั้น และก็จบเกมไปด้วยสกอร์สามศูนย์

หลังจากจบเกม ผมก็ย้อนนึกถึงแท็คติค ว่าเกมนี้ เกิดอะไรขึ้นกับลูกทีมของราฟา ที่ทำให้เกมออกมาแตกต่างกับนัดแรกอย่างหน้ามือเป็นหลังเท้า ทั้งๆที่ลิเวอร์พูลชุดนี้ ก็ถือได้ว่ามีแนวรุกเป็นชุดที่ดีที่สุด กองกลางก็ดีที่สุด ทำให้ผมมองว่า แผงหลังของลิเวอร์พูลรึเปล่า ที่เป็นสาเหตุของความพ่ายแพ้ทั้งรูปเกมและสกอร์อย่างขาดลอยเช่นนี้ แผงหลังของลิเวอร์พูลวันนี้ ผิดพลาดตลอดเวลา ทั้งการประกบคน ทั้งการเช็คไลน์ รวมทั้งการปิดพื้นที่ทางกราบ และการป้องกันทางอากาศ เรียกได้ว่า แพ้ทุกรูปแบบการป้องกันเลยก็ว่าได้ นั่นทำให้เรน่าเสียคนตามไปด้วย เพราะไม่วางใจในกองหลังเลย จนตัวเองก็ผิดพลาดตามไปด้วย ลูกเปิดเข้ามากลาง ไม่มีลิเวอร์พูลโดค้ำกับกองหน้ายูไนเต็ดสักคน สักครั้ง ปล่อยให้โหม่งโล่งๆง่ายๆตลอด เรน่าคงไม่เหลือครับ หากเล่นแบบนี้

นอกจากแผงหลัง ที่เล่นได้ไม่ดีเอาซะเลยแล้ว กองกลางลิเวอร์พูลเอง ก็กลับปล่อยให้แมนฯยูฯเล่นสบายเกินไป ปล่อยให้มาสเคราโน่รับบทหนักคนเดียว จนสุดท้ายต้องเสียมาสเคราโน่ไป และทำให้ยิ่งลำบากเป็นสามเท่า ลำพังไม่มีตัวตัดเกมหนักๆก็แย่แล้ว แถมต้องถอยเจอร์ราร์ดลงมาอีก ยิ่งลำบากไปใหญ่ในการปั้นเกมรุก ที่กลางลิเวอร์พูลแพ้ในนัดนี้ ผมอยากบอกว่า เพราะการปล่อยให้มาสเคราโน่เป็นตัวตัดเกมนั่นแหละครับ ในขณะที่ยูไนเต็ด พร้อมจะเข้าบอลทุกคน ทุกจังหวะ แต่ลิเวอร์พูล กลับเลือกที่จะทิ้งบทบาทนี้กับมาสเคราโน่เพียงคนเดียว ทั้งๆที่ในนัดแรกและนัดก่อนหน้านี้ อลองโซ่เอง ก็ตัดบอลหนักๆได้ดี จนสโคลส์เคยฟิวส์ขาดถูกไล่ออกมาแล้ว

นอกจากนี้ เจอร์ราร์ดก็อีกคน ที่เคยตัดเกมได้ดี ตัดได้หนักมากๆ แต่พอมาเล่นในตำแหน่งตัวฟรีนี้ กลับตั้งใจแต่จะปั้นเกมอย่างเดียว ไม่สนใจการตัดเกมเลย สองคนนี้ เป็นสาเหตุหลักจริงๆที่ทำให้มาสเคราโน่รับบทหนักเกินไปครับ ลองสังเกตแอนนี่ ที่เป็นตัวตัดเกมตั้งแต่บอลอยู่ฝั่งลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ ทำให้บอลเดินทางช้าลง และยังมีคาร์ริค กับสโคลส์ ที่เป็นด่านสองอยู่อีก ก่อนจะเลยมาถึงแผงหลัง แต่ลิเวอร์พูล กลับไม่มีใครสนใจจะตัดเกมตรงกลางของยูไนเต็ด เมื่อสโคลส์และคาร์ริค ยืนต่ำกว่าปกติ ได้บอลแล้ววางยาวขึ้นหน้าง่ายๆตลอดทุกๆครั้ง ทำให้ภาระไปตกกับแผงหลังและมาสเคราโน่ ที่วิ่งวุ่นไล่บอลอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการที่จะบอกว่ามาสเคราโน่โดนไล่ออก ทำให้เกมเปลี่ยน นั่นคงเป็นแค่จุดเล็กๆ เมื่อรูปเกมมันไม่ใช่ของลิเวอร์พูลแล้วตั้งแต่ผ่านสิบนาทีแรกของเกม และทั้งครึ่งแรกนั้น ก่อนที่มาสเคราโน่จะออกจากสนามไป ลิเวอร์พูลมีโอกาสจะจะเพียงแค่จากการยิงไกลของเจอร์ราร์ดเท่านั้น นอกนั้น เป็นโอกาสของยูไนเต็ดทั้งหมด รอแค่เวลาที่จะได้ประตูเท่านั้นเอง ตรงนี้ครับ ที่ผมมองว่า แท็คติคที่ปล่อยให้มาสเคราโน่เล่นตัวตัดเกมคนเดียว คือความผิดพลาด เมื่อยูไนเต็ด ไม่เล่นด้วย ไม่ผ่านบอลตรงกลางมากนัก แต่อาศัยการวางยาว การจ่ายทะลุช่องจากกลาง รวมทั้งการวางจากวิดิชและริโอ ตรงนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลเล่นยาก กลางแมนฯยูฯ ไม่ได้ครองบอลเพื่อต่อเกม แต่เป็นการครองบอลเพื่อกันไม่ให้ลิเวอร์พูลได้เล่นเท่านั้น

แท็คติคแดนกลางของแมนฯยูฯนั้นง่ายๆ คือตัดบอลทุกลูก ทุกจังหวะ เข้าถึงบอลเร็ว และแย่งบอลให้ได้ จากนั้น หาที่ว่าง หาเพื่อนในแดนหน้า จ่ายยาวให้ทันที ด้วยการเล่นแบบนี้ ก็เท่ากับตัดแดนกลางลิเวอร์พูลออกไปจากเกม ในขณะที่ยูไนเต็ดเลือกเกมนี้มาเล่น ลิเวอร์พูลกลับยังคงเล่นเกมรุกแบบต่อบอลเข้าทำ นั่นทำให้โดนรุมแย่งบอลแทบทุกครั้งที่เซ็ตบอลขึ้นหน้า เพราะการเซ็ตบอลแต่ละจังหวะของลิเวอร์พูล เป็นยุโรปเกินไป ใช้จังหวะมากเกินไป บอลเดินทางช้า และผ่านนักเตะแมนฯยูฯหลายคนครับ นั่นคือเหตุผล และสาเหตุหลักๆที่แดนกลางของลิเวอร์พูลพ่ายแพ้

ส่วนการที่แดนหลังของลิเวอร์พูลเล่นผิดพลาดมากๆ อย่างที่ได้บอกไว้ น่าจะเป็นเพราะการใช้ผู้เล่นแดนหลังที่ยังใหม่ต่อเกมแดงเดือด และใหม่ต่อการมีเกมร่วมกัน ใหม่ต่อการเข้าอกเข้าใจกันในทุกสถานการณ์ เอามาเล่นในเกมที่เรียกได้ว่า หนักมากๆเช่นนี้ ผู้เล่นยูไนเต็ดที่ฉวยโอกาสได้ดีอยู่แล้ว ทุกๆเกมรอคอยจังหวะผิดพลาดของแผงกองหลังคู่ต่อสู้ตลอด และเกมนี้ กองหลังลิเวอร์พูลไม่ได้เข้าขากันแม้แต่น้อย คาร์ราเกอร์เพียงคนเดียวจัดระเบียบเกมรับไม่ได้ครับ ทำให้เพียงแค่การเช็คไลน์ล้ำหน้ายังทำได้สำเร็จน้อยกว่าที่เช็คพลาดเสียอีก แค่นั้นก็พอมองออกแล้วว่า กองหลังลิเวอร์พูลวันนี้ รอคอยการเสียประตูจริงๆ

กลับมามองดูผู้เล่นที่เด่นๆของทั้งสองทีมบ้าง ยูไนเต็ด แน่นอนต้องเป็นรูนี่ย์ ที่ถึงแม้จะทิ้งโอกาสยิงไปเยอะ แต่การทำเกมของเขา ถือได้ว่า วันนี้ เป็นกองหน้าตัวต่ำที่ดีที่สุดตั้งแต่เล่นมาเลยทีเดียว ดึงตัวประกบได้ดีมาก เปิดทางให้เพื่อนสอดไปทำ ฉีกออกข้างเพื่อเปิดป้อนให้เพื่อน รวมทั้งลงไปช่วยเกมรับด้วย ผมยกให้เป็นแมนออฟเดอะแมทช์เลย นอกจากนั้น ขอชมวิดิชและริโอ ที่ปักหลักจัดการตอร์เรสได้อยู่หมัดจริงๆทั้งเกมเลย คาร์ริค และสโคลส์ ก็ยืนบงการเกมตรงกลางได้เด่นมากๆ แม้จะเสียบอลหลายครั้งจากสโคลส์ แต่การยืนตำแหน่ง และการกำกับทิศทางของเกม ยังสุดยอดอยู่เหมือนเดิม บราวน์นั้น ถึงแม้จะยิงประตูเบิกร่องได้ และสกัดจังหวะสุดท้ายได้สามสี่ครั้ง แต่ช็อตโดนโยกหลังหักสองสามที ยังติดตาอยู่เลยครับ ที่ชัดๆที่สุดก็คือ โดนบาเบลโยกซะหลงทิศไปไม่ถูก ดีที่มีตัวซ้อนเก็บต่อให้ ไม่งั้นตายยยยย

ส่วนทางลิเวอร์พูล ผมคงยกให้เจอร์ราร์ด ที่พยายามอย่างที่สุดที่จะหาจังหวะกลับมาให้ได้ ทั้งยิงไกล ทั้งลากเลื้อย ทั้งตะลุย พยายามแล้ว แต่คนเดียว เข็นทีมไม่ขึ้นจริงๆ ยิ่งเดิร์ก เคาท์ ผมยังคิดอยู่ว่า แกหายไปจากเกมกลายเป็นกองหลังไปซะงั้น ส่วนบาเบล มาๆหายๆ วูบวาบมาแล้วก็หายไปจากเกมอยู่ตลอด ก็หวังว่า ลิเวอร์พูลคงเก็บความพ่ายแพ้นัดนี้เป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาเกมในแดนกลางของตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะลูกหนัก และการไล่บีบพื้นที่ ซึ่งสำคัญมากๆ ในเกมใหญ่ๆแบบนี้

เหลียวไปมองคู่ถัดมา เชลซีเปิดบ้านเอาชนะอาร์เซนอลไปได้สำเร็จ ทำให้กลายเป็นผู้ไล่ล่าอย่างเต็มตัว กับแต้มห่างแค่ห้า ทิ้งอาร์เซนอลไว้ข้างหลังแบบไม่น่าเชื่อ ว่าจะเก็บได้แค่สี่แต้ม จากห้านัดหลังสุด ซึ่งเชลซีจะเปิดบ้านต่อเพื่อรับมือโบโร่ในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะกินนิ่มอีกตามเคย และหากอาร์เซนอลยังกลับมาในนัดหน้าที่ต้องออกไปเยือนรีบอค สเตเดี้ยมของโบลตันไม่ได้ งานนี้ ลิเวอร์พูลที่ได้เปิดบ้านทำศึกเมอร์ซีย์ไซด์อาจได้ลุ้นไล่จี้ขึ้นมา เพื่อมองถึงอันดับสามตอนจบซีซั่นด้วยครับ แล้วเรามาลุ้นกันต่อในสัปดาห์หน้า ที่เราจะเปิดบ้านรับมือ แอสตัน วิลล่ากันนะครับ


สงบใจ



Create Date : 24 มีนาคม 2551
Last Update : 24 มีนาคม 2551 10:58:36 น. 4 comments
Counter : 248 Pageviews.

 
ลูกที่ 3 ไม่น่าเกิดขึ้นเลย

ดีใจด้วยที่ชนะแบบถล่มจนเละคาบ้าน


โดย: latics1 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:13:01:03 น.  

 
อิอิอิ

ตอน 1-0 ถึงแม้จะสิบคน

ก้อยัง ต้องนั่งจับหัวใจอยู่น๊ะ


โดย: พนบ. วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:16:42:03 น.  

 
ขอมองในมุมกลับนะครับ

ว่าเกมนี้เรามีโชคช่วยมาก ที่มาสเชราโน่ ถูกใบแดง ออกไป เพราะทำให้รูปเกมในครึ่งหลังของหงส์แดงไม่เป็นไปตามที่วางไว้

และจากโอกาสนับสิบที่เราได้ยิงประตู แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ได้แค่ 3 ผมว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ เรียกว่าโอกาสที่รูนีย์ใช้ไป มองในมุมที่ฝ่ายตรงข้ามทำประตูไม่ได้ มันก็หยวนๆ แต่ถ้าไม่ใช่ละ ถ้าสกอร์มันไล่ตามกันมา ผมว่าประตูที่รูนีย์จบไม่ได้ จากการวางข้ามไลน์กองหลังมานั้นจะถูกมองมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่าลูกที่สอง - สาม ที่เราได้มามาจากครึ่งหลัง ที่รูปเกมของลิเวอร์พูล เสียไปแล้ว

(ซึ่งการเสียมาสเชฯ ไป ทำให้ตอร์เรส ต้องลงมาล้วงบอลมากขึ้น และทำให่เขาโดนทำฟาล์วบ่อยๆ จนหงุดหงิด ไม่เป็นอันทำเกมตามสไตล์)

โอกาสจากสกอร์ที่เราได้มา หากเทียบกับโอกาสที่เราได้ขึ้นเกมไปในครึ่งแรก ผมว่าจังหวะที่เราควรจะได้สกอร์ น่าจะมาจากนาทีที่เราพลาดไปมากกว่าครับ เพราะถ้าเราไปเจอทีมที่เขี้ยวในเกมรับกว่านี้ งานมันจะไม่ง่ายแบบนี้แน่ๆ และเราจะกดดันตัวเอง คล้ายกับเกมเจอโบลตันล่าสุด ที่เกือบจะชวดสามแต้มไป

รูนีย์ต้องกลับมาเป็นศูนย์หน้าที่จบสกอร์ได้ครับ นอกจากจะเป็นแอสซิสที่ดีที่สุดคนหนึ่งแล้ว ไม่อย่างนั้นในเกมใหญ่ๆ ที่จะตามมา เราจะมานึกเสียดายทีหลัง


โดย: จีโน่ IP: 202.142.193.15 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:18:32:45 น.  

 
เรื่องทิ้งขว้างโอกาสนี่เป็นมาได้สักพักใหญ่ๆแล้วครับ
ตั้งแต่ท่านเซอร์เริ่มปั้นรูนี่ย์กับเตเวซให้เป็นหน้าต่ำ
คอยเล่นสอดประสานกับปีกและกองกลางนั่นแหละ

ผมมองว่า ตรงนั้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จังหวะ
และ คลิ๊ก ของการจบสกอร์มันเพี้ยนไปจากสัญชาตญาณเดิม
ซึ่งก็คงต้องให้เวลาครับ

หากจำได้ เมื่อตอนเปิดซีซั่น ทั้งคู่เล่นหน้าเป้าคู่นะ
แต่ปรากฏว่าถูกล็อคตายสนิทแทบทุกนัด
นานๆถึงจะได้จังหวะหลุดไปยิงสักที แต่ก็เข้า
เพราะยังคงเป็นการใช้จังหวะจบแบบเดิมๆ
ตามสัญชาตญาณและ คลิ๊ก ของพวกเขาน่ะ

แต่ป๋าคงเห็นแล้วว่า หน้าเป้า ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดของทีมนี้
จึงพยายามปรับท้งคู่ให้ลงมาเป็นหน้าต่ำเต็มตัวไปเลย
จะเห็นว่า ทั้งคู่ลงมาเล่นกลางสนามแทบตลอดทุกๆนัด
แต่สิ่งที่จับต้องได้ คือพื้นที่เปิดมากขึ้นเยอะ
ปีกแลพกลางมีโอกาสสอดเข้าพื้นที่ได้บ่อยๆ
และรูนี่ย์ กับเตเวซเอง ก็สลัดหลุด วิ่งเข้าหาช่องได้บ่อยๆ

เพียงแต่ จังหวะมันเปลี่ยนไปครับ ซึ่งน่าจะส่งผลอยู่เยอะ
ต่อจังหวะจบสกอร์ของทั้งคู่ ที่ดูจะยังไม่เข้าที่เข้าทาง
กับบทบาทนี้นัก

ผมว่า ให้เวลาครับ เดี๋ยวก็เหมือนแอนดี้ โคลน่ะแหละ
ปีสองปีที่เป็นสาก แต่สุดท้าย ถึงจะถูกมองว่าเป็นสาก
แต่ก็ทำประตูกระฉุดจนได้ในทุกๆปี ที่ปรับตัวได้แล้วครับ




โดย: สงบใจ วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:9:25:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.