Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
20071224 วิพากษ์ Man UTD vs Everton

หืดขึ้นคอจริงๆ โอยยยยยย......

สวัสดีครับผม พบกันวันนี้ กับหลังเกมแรกของโปรแกรมคริสต์มาสแอนด์ปีใหม่นะครับ สุขสมหวังไปตามๆกัน สำหรับแฟนๆบิ๊กโฟร์ทั้งหลายนะครับ (ไม่ขอนับแฟนๆเฉพาะกิจ ที่ชัยชนะอาจไม่เพียงพอนะครับ แหะแหะ) เกมในค่ำคืนที่ผ่านมานั้น เป็นอย่างไร ก็ทราบผลกันไปแล้ว เรามาพูดถึงประเด็นต่างๆกันเลยนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวล่ำเวลากัน

สำหรับเกมของยูไนเต็ดค่ำวานนี้นั้น มีอะไรให้ลุ้นสำหรับผมตั้งหลายอย่าง หนึ่งคือเป็นเกมตอนเย็นอีกแล้ว ผมลุ้นตั้งแต่เช้าเลยครับ กับการวางโปรแกรมให้เจ้าภีม ได้มีตารางการใช้ชีวิตที่แน่นอน เพื่อจะได้เสร็จสิ้นภาระกิจทั้งหลายทั้งปวงก่อนเกม และก็ทำได้จริงๆ เมื่อทานข้าวเย็น อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย ตั้งแต่หกโมงครึ่ง อนุญาตให้ดูทีวีเป็นกรณีพิเศษด้วยครับเพื่อช่วยพ่อเชียร์แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเริ่มเกม ผมก็ลุ้นอีกแล้ว ด้วยการที่มีเสียงพากย์เป็นคุณอาบิ๊กจ๊ะ ที่ไม่ค่อยถูกโฉลกกับการพากย์ยูไนเต็ดเท่าไหร่ ทั้งๆที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ พากย์ทีไร หืดจับทุกที ถึงแพ้ก็มีบ่อยๆ ผมล่ะเสียวจริงๆ

เสร็จแล้ว พอเห็นนักเตะลงสนาม ก็เสียวอีกแล้วครับ ไหนว่า ริโอ กับ ฮาร์กรีฟส์ฟิตแล้วไงเล่าครับ ทำไมหายไป น้าซาร์ด้วย ตายๆๆๆๆ แน่ๆ เกมหนักๆอย่างนี้ ไม่มีฮาร์กรีฟส์มาช่วย คาร์ริคเอาไม่ค่อยอยู่แน่ๆครับ ยิ่งเห็นไลน์อัพในสนาม ซิมป์สันอยู่ฝั่งเดียวกับเซ็นเตอร์เทพด้วย ยิ่งน่ากลัวไปกันใหญ่ แต่ก็ยังถือว่าดีอยู่บ้าง ที่เอฟเวอร์ตันเองก็ไม่มีตัวหลักมายืนเช่นกัน อาร์เตต้า, แม็คฟาดเด้น, และ ออสแมนนั้น หายไปไหนก็ไม่ทราบ ทำให้การจัดตัวของป๋านั้น พอกล้อมแกล้มไปได้ และได้ลุ้นสุดตัวบ่อยๆ (ว่าจะเสียประตูเมื่อไหร่ โดยเฉพาะครึ่งแรก)

การจัดทัพนักเตะของป๋าในค่ำวานนี้ เป็นดังนี้ครับ

รูนี่ย์ เตเวซ
กิ๊กส์ อันแดร์สัน คาร์ริค โรนัลโด้
เอวร่า วิดิช บราวน์ ซิมป์สัน
คุสแซ็ค

เราจะเห็นว่า การเอาบราวน์ยืนเซ็นเตอร์นั้น ก็เสี่ยงพอตัวอยู่แล้ว แต่การเอาซิมป์สัน ที่เพิ่งได้ลงตัวจริงในลีกไม่กี่นัดนั้น มายืนเป็นตัวจริง แถมอยู่ในฝั่งการรับผิดชอบในการซ้อนของบราวน์ด้วย อันนี้ ยิ่งทำให้ผมลุ้นหนักตั้งแต่ยังไม่เริ่มเตะด้วยซ้ำครับ ตัวจริงที่พลาดเกมนี้ ก็ได้แก่ ริโอ, และ น้าซาร์ สองคน ส่วนฮาร์กรีฟส์ ผมถือว่าเป็นตัวจริงร่วมกับอันแดร์สัน กับคาร์ริคอยู่แล้ว ใครลงก็ไม่น่าเกลียดเพียงแต่เหมาะกับแม็คติคหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ

เมื่อเริ่มเตะ ก็เป็นอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด ทอฟฟี่เห็นจุดอ่อนของยูไนเต็ดตั้งแต่ส่งรายชื่อ และให้พีน่าร์ ลากปั่นป่วนซิมป์สันโดยตลอด จากช่วงแรกๆที่ดูเหมือนซิมป์สันจะยืนได้ดี มีความมั่นใจ แต่เมื่อโดนรุกเข้ามาหนักๆ ไม่มีผ่อนเลย แถมหลายๆครั้ง ยังมียาคูบู มาช่วยต่อบอล และการที่คนซ้อนซิมป์สันเป็นบราวน์ด้วย ดูเหมือนว่ายิ่งเล่น ความมั่นใจของซิมป์สันยิ่งน้อยลง น้อยลง และสุดท้าย ก็ควงบราวน์ไปออกทะเลตกปลากันบ่อยๆ ยิ่งเล่นยิ่งห่างฝั่งออกไปทุกที

เกมในช่วงสิบห้า ยี่สิบนาทีแรก ถึงแม้ผู้บรรยายจะบอกว่าสูสี แต่ที่ผมเห็นนั้น ทอฟฟี่ ได้น้ำได้เนื้อกว่าเยอะครับ การปั่นป่วนเกมทางกราบของพีนาร์ และการพักบอลของยาคูบู และเอเจ ทำให้บอลมาป้วนเปี้ยนหน้ากรอบยูไนเต็ดมากกว่า เพียงแต่ทอฟฟี่นั้น ไม่สามารถพลิกความได้เปรียบให้เป็นสกอร์ได้ เมื่อผ่านยี่สิบนาทีไปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ดเริ่มตั้งเกมของตัวเองติด และเริ่มเซ็ตบอลเข้าโจมตีทอฟฟี่ได้มากขึ้น กิ๊กส์ และโรนัลโด้ สลับสับเปลี่ยนกันลากเลื้อยตามกราบได้อย่างสุดยอดอีกนัด โดยเฉพาะกิ๊กส์ ที่นัดนี้ ลีลาการจับบอล การคลึงและการดึงจังหวะหลอกกองหลังทอฟฟี่นั้น ดูจะกระชากวัยตัวเองลงไปเยอะทีเดียวครับ

เกมของยูไนเต็ดนั้น ดูเหมือนเหนือกว่าจริงๆ แต่เป็นการเหนือกว่า เพราะการใช้บอลและการคอนโทรลบอลในแดนหน้า โดยมี เตเวซ, รูนี่ย์, โรนัลโด้, กิ๊กส์ และเอวร่า ขึงบอลได้นานๆหลายจังหวะ แต่ในความเป็นจริง เกมแดนกลางเราค่อนข้างหายไปนะครับในเกมนี้ คาร์ริคนั้น ไม่เหมาะกับเกมลักษณะนี้จริงๆ เพราะการที่เขาเป็นนักเตะประเภทบอลคอนโทรล บอลจังหวะ จึงไม่ค่อยเหมาะกับเกมที่ทอฟฟี่เน้นแท็คติคไม่ค่อยผ่านกลาง ทำให้การไล่บอลของคาร์ริค ที่ดูจะเป็นรองอันแดร์สันและฮาร์กรีฟส์อยู่เล็กๆ แต่เล็กๆตรงนี้เองครับ ที่ส่งผลทำให้คาร์ริคนัดนี้ เงียบไปเยอะ กลายเป็นอันแดร์สันอีกแล้ว ที่เด่นขึ้นมาแทนที่ เพราะการไล่บอลตามกราบช่วยฟูลแบ๊คของอันแดร์สันนั้น ทำให้เราเล่นง่ายขึ้นเยอะ อีกอย่างก็เป็นเพราะการขาดริโอ ทำให้เกมจากหลัง ส่งบอลให้กลางไม่แม่นยำ การวางยาวไปข้างหน้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยครับ หายไปเฉยๆเลย การจ่ายบอลของบราวน์, ซิมป์สัน, วิดิช นั้น ไม่แม่นยำเอาซะเลยครับ ทำให้ถูกตัดกลับมาสวนอยู่บ่อยๆ

ยูไนเต็ดมาได้ประตูจากความสามารถของโรนัลโด้อีกแล้ว จากลูกที่ไม่มีอะไร โรนัลโด้ได้บอลหน้ากรอบทางขวา ลากหนีคาร์ลสลี่ย์ ก่อนจะตวัดยิงเต็มข้อซะเฉยๆบอลแฉลบปลายสตั๊ดคาร์ลสลี่ย์นิดเดียว แต่กลายเป็นโค้งหนีมือฮาวเวิร์ดเข้าตาข่ายเสาสอง ส่งให้ยูไนเต็ดขึ้นนำ แต่หลังจากนั้นห้านาที การขึ้นเกมทางกราบของทอฟฟี่ก็ได้ผล เมื่อหลุดขึ้นมาทางกราบขวา ดึงแผงหลังยูไนเต็ด ก่อนจะข้ามฟากมาทางซ้าย พีน่าร์ได้บอลก่อนจะล็อกหนึ่งจังหวะ แล้วโยนมาหน้าปากประตู วิดิชนั้น คุมกองหน้าตัวหนึ่งก่อนแล้ว เมื่อบอลข้ามหัวมา จึงต้องถอยหลังมาเทค ซึ่งตรงนั้นเอวร่าก็คุมเคฮิลล์อยู่เช่นกัน กลายเป็นจุดบอดขึ้นมาทันที เมื่อวิดิชถอยมาเทค และเอวร่าเหมือนคนแคระขึ้นโหม่ง ยังไงก็สู้เคฮิลล์ที่เทคขึ้นมาเต็มๆไม่ได้ครับ ลูกนี้เคฮิลล์มาดีมากๆต้องยอมรับจริงๆ และหมดสิทธิ์ที่คุสแซ็คจะป้องกันได้ กลายเป็นประตูตีเสมอ และทำให้เกมของยูไนเต็ดช็อตไปอีกครั้ง

เมื่อเกมกลับมาเสมอ ทอฟฟี่ก็ได้ใจ เล่นดีขึ้นอย่างได้เห็นได้ชัด การทำเกมของพีน่าร์ตามกราบ โดดเด่นมากจริงๆ เคฮิลล์ กับคาร์ลสลี่ย์ รวมทั้ง ฟิลล์ เนวิลล์ เดินเกมในแดนกลางได้ดีมากในครึ่งแรก การเน้นเกมทางกราบมากกว่า ทำให้เกมกลางสนามที่คาร์ริคทำได้ดี เงียบลงไปมาก อันแดร์สันต้องมาไล่บอลตามกราบอยู่บ่อยๆ คาร์ลสลี่ย์ และ ฟิลล์ เนวิลล์ เองก็ชลอบอลโต้กลับของยูไนเต็ดได้ดีมาก แต่จังหวะสุดท้ายเท่านั้น ที่ทอฟฟี่ไม่สามารถทำให้เกิดโอกาสจบสกอร์ได้ ส่วนยูไนเต็ดจังหวะสวยๆจากการสวนหลายครั้งที่มีโอกาสเป็นประตู ก็มักจะติดโยโบ ติดเลสคอตต์ หรือไม่ผ่านฮาวเวิร์ด อีกทั้ง ยังยิงนกตกปลาไปไม่น้อย ทำให้จบครึ่งแรก สกอร์ยันอยู่ที่หนึ่ง-หนึ่ง

การแก้เกมในครึ่งหลังนั้น ท่านเซอร์คงเห็นแล้วว่า เมื่อเอาบุตรแห่งเทพอย่างบราวน์มายืนเซ็นเตอร์แล้ว จะดันเด็กใหม่อย่างซิมป์สันลงไปเป็นภาระของบราวน์อีกนั้น คงไม่ไหว บราวน์เองแค่ดูแลตัวเองไม่ให้เหวอกับการป้องกันตรงกลางก็ลำบากจะแย่ หากต้องพะวงกับซิมป์สันอีกคน ก็เห็นๆอยู่ว่าครึ่งแรกหลุดขนาดไหน ป๋าจึงเอาโอเชลงมาแทนซิมป์สันตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆครับ เกมของพีน่าร์นั้น เงียบลงไปเยอะ โอเชดูแลเกมรับในเกมนี้ได้ดี ทำให้บราวน์ไม่ต้องพะวงมากเท่าไหร่ และร่วมมือกับวิดิช จัดการเอเจ และ ยาคูบูได้ชะงัดมากในครึ่งหลัง

เมื่อหลังยูไนเต็ดมั่นคงขึ้น กลางก็เล่นง่ายขึ้น ทำให้คาร์ริค กับอันแดร์สัน เริ่มได้สร้างสรรค์เกมมากขึ้น ในขณะที่ทอฟฟี่นั้น ก็รู้ดี ว่ายูไนเต็ดมาโหมเอาคืนแน่ๆ จึงแก้เกมด้วยการออกบอลเร็วขึ้น ขยับเร็วขึ้น และพยายามวางบอลให้คู่กองหน้ามากขึ้น แต่การมีโอเชยืนคุมทางขวานั้น ทำให้คู่เซ็นเตอร์ยูไนเต็ดเล่นตรงกลางง่ายขึ้นจริงๆ และคุมแนวรับได้ดีขึ้นมาก บอลมาไม่ถึงคู่กองหน้าเท่าไหร่ และมักจะโดนตัด ทำเกมสวนกลับอยู่ตลอด

เกมจึงเป็นของยูไนเต็ดโดยสิ้นเชิง มีการครองบอลรุกเข้าใส่โดยตลอด เพียงแต่ การยืนเกมรับของโยโบ และเลสคอตต์ก็ดีมาก แม้ว่าความช้าของเลสคอตต์จะสร้างปัญหาให้ตัวเองเมื่อเขาได้บอล แต่ก็แก้ตัวได้ตลอด เป็นยูไนเต็ดเองมากกว่า ที่มีโอกาสนับไม่ถ้วน แต่ไม่สามารถปิดสกอร์ได้เลย การจบสกอร์ในวันนี้ ถือว่าน่าผิดหวังไม่น้อย น่าจะเป็นเพราะรูนี่ย์เองก็ติดไข้เหลืองแต่หัววันด้วย ทำให้ความดุดันลดลงเยอะ ส่วนเตเวซ จากการถูกประกบติด ทำให้เขามักจะถอยตัวเองมาเล่นตามกราบบ่อยๆ โอกาสในการยิงประตูจึงน้อยลง แต่ก็ยังมีอยู่ประปราย

เมื่อไม่ได้ประตูสักที ซาฮาจึงลงมาเปลี่ยนเกมในช่วงยี่สิบนาทีสุดท้าย แทนคาร์ริค ที่เงียบเป็นพิเศษในคืนนี้ ในขณะที่มอยส์ ส่งกราเวอเซ่นมาแทนยาคูบูในนาทีที่ 75 เพื่อเน้นแพ็คแดนกลางแล้ว ยาคูบูค่อนข้างเสียอารมณ์ไม่น้อยนะครับ อาจจะเป็นเพราะต้องการยิงสักลูกเพื่อขึ้นไปทาบดาวซัลโวร่วมกับโด้อีกครั้งก็เป็นได้ การเอาซาฮาลงมา ช่วยให้พักบอลจากการสาดยาวได้มากขึ้น เกมต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนกราเวอเซ่นนั้น ลงมาเพื่อช่วยครองบอล และดึงจังหวะเกม ผ่อนเกมลง และฆ่าเวลาไปในตัว แต่จนแล้วจนรอด ยูไนเต็ดก็ยังยิงไม่ได้ แม้ว่าจะแทบพับสนามบุกก็ตาม ต้องชมเกมรับและวินัยของทอฟฟี่เมนจริงๆครับ

เมื่อเกมเดินมาถึงนาทีที่ 85 ป๋าส่งไพ่สุดท้ายลงมา คือเติมเฟล็ทเชอร์ลงมาแทนอันแดร์สัน ซึ่งผมเองจนแต้มกับการเปลี่ยนตัวครั้งนี้จริงๆ กลางตัวสุดท้ายที่เหลือในสนาม ถูกแทนที่ด้วยกลางที่จังหวะช้าลง เป็นกลางที่คุมจังหวะมากกว่าเดิม ซึ่งไม่น่าส่งผลดีต่อเกมที่ต้องการประตูอย่างมากเช่นนี้ ผมจึงมองว่าน่าจะเป็นการเติมความสดลงไปมากกว่า เพราะอันแดร์สันวิ่งเป็นม้ามาตลอดแปดสิบห้านาทีแล้ว การจะเอาอันแดร์สันออกมาพักเพื่อเกมหน้า จึงไม่น่าจะมีน้ำหนักมากเท่ากับการเติมความสดลงในสนาม อันนี้เป็นความคิดผมนะครับ ในขณะที่ทอฟฟี่ก็ถอดเคฮิลล์ออก เอาอนิเชบี้ลงมาแทนพร้อมๆกัน ซึ่งไม่ส่งผลต่อรูปเกมเท่าไหร่

เกมของยูไนเต็ดทำท่าจะตันอยู่แค่นั้น แต่สุดท้าย ก็ได้ลูกเก๋าจากกิ๊กส์ อันนี้ต้องบอกเลยครับว่าเป็นลูกเก๋าจริงๆ การที่กิ๊กส์มาลากบอลทางกรอบโทษทางขวา ซึ่งไม่ใช่ข้างถนัด แล้วลากเข้ากรอบโทษ เจอพีน่าร์ ซึ่งไม่ใช่แบ๊คอาชีพด้วย ทำไมกิ๊กส์จึงเลือกที่จะหนีออกทางขวา ที่เขาเอาไว้ยืนอย่างเดียว คงจะเพื่อฉีกออกมาเปิดเข้าหน้ากรอบแทนครับ และเป็นพีน่าร์ที่ขาตายไปแล้วแต่กลับแหย่ขามาข้างหลังขวางกิ๊กส์ซะงั้น เวบบ์ไม่มีทางเลือกจริงๆครับ และก็เป็นโด้ ที่สังหารได้อย่างใจเย็นจริงๆ กับนาทีสุดท้าย ที่ต้องการประตูอย่างที่สุด เด็กคนนี้คงไม่รู้จักความกดดันจริงๆแหละครับ และก็จบเกมด้วยสามแต้มในโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่เป็นสามแต้มที่หืดขึ้นคอจริงๆ ต้องชมเกมทั้งแผงของทอฟฟี่เลยครับ ส่วนพีน่าร์ ก็ถือว่าโชคร้ายมากครับ ที่ไปโดนจังหวะอย่างนั้น ทั้งๆที่เล่นดีมาตลอด โชคร้ายจริงๆครับ


เรากลับมาดูรายละเอียดบางอย่างในเกมกันนะครับ เราจะเห็นว่า ทอฟฟี่มาวันนี้ขยันมากเป็นพิเศษ เพราะนี่เป็นโอกาสดีที่สุดแล้ว ที่จะคว้าแต้มกลับบ้าน เพียงแต่โชคไม่ดี ที่ตัวหลักอยู่ไม่ครบ ทำให้ความอันตรายลดน้อยลงไปพอควรเลย แต่ทอฟฟี่ก็ใช้ความขยันมาสู้ เป็นการทดแทน เคฮิลล์ กับพีน่าร์ ลงช่วยเกมรับเร็วเป็นแบ๊คตัวที่สองทุกช็อต กรองบอลทางกราบของยูไนเต็ดได้ดี ในขณะที่ คาร์ลสลี่ย์ กับเนวิลล์ ก็คุมโซนหน้าแผงหลังได้แน่นหนา ปล่อยให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้มีพื้นที่แค่ตรงกลาง แต่พอมาถึงหน้ากรอบ ก็ยันไว้ได้แทบทั้งหมด บอลทะลุทะลวงของยูไนเต็ด แทบหาพิษสงไม่เจอ กลายเป็นบอลที่ต้องครอสจากกราบแทน ซึ่งก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า อันตรายน้อยกว่ากันเยอะ

ในขณะที่ยูไนเต็ดเอง ในวันที่ถูกแพ็คแดนกลาง และหน้าปากประตูแน่นหนาเช่นนี้ กลับยังมีโชค นั่นก็คือ กิ๊กส์ และโรนัลโด้ สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ทันในนัดนี้ ทำให้เกมของยูไนเต็ดสามารถออกมาเล่นตามกราบได้ดีมาก หากเกมนี้ กราบโชว์ฟอร์มไม่ออกด้วย ก็คงจบเห่กันล่ะครับ อีกอย่างก็คือ โรนัลโด้นั้น พัฒนาตัวเองขึ้นไปอีกระดับแล้ว นั่นคือในเกมที่กดดัน และต้องการประตูเช่นนี้ โรนัลโด้ไม่โชว์ครับ เลี้ยงตามจังหวะ กระชากตามโอกาส หน้าก้มตาเล่นตามเกมส์ จ่ายให้เพื่อน ป้ายบอล ออกบอลเร็ว ทำทุกอย่างที่ทำได้ และสุดท้าย เขาพลิกเกมส์จากจังหวะไม่มีอะไร ทำประตูแรกได้ ฟรีคิกที่ออกบอลให้น้องหมูวิ่งมาง้างสับไกเต็มเหนี่ยว ก็แสดงให้เห็นว่า เกมแบบนี้ โด้ก็ไม่เห็นแก่ตัวได้เหมือนกัน และยังรับมือแรงกดดันในนาทีสุดท้าย ยิงจุดโทษอย่างใจเย็นสุดๆ จึงไม่แปลกใช่ไหมครับ ที่ผมจะยกให้เจ้าโด้ เป็น MOM ในวันนี้

ส่วนผู้เล่นที่เด่นๆในวันนี้ ฝั่งเจ้าบ้าน ผมให้เครดิต เอวร่า ที่ขึ้นๆลงๆ แบกความกดดันได้ดีและทำเกมได้ดีจริงๆ วิดิช ก็ยืนหยัดเป็นภูผาท่ามกลางพายุทั้งจากคู่ต่อสู้ และฝ่ายเดียวกัน กิ๊กส์ ก็เล่นแบบลืมอายุ ทั้งลาก ทั้งล็อก ทั้งดึงจังหวะ เนียนตาจริงๆ ในขณะที่อันแดร์สันเองวันนี้ รับมากกว่ารุกเยอะ แต่ก็ถือว่าทำผลงานได้ดี ช่วยเกมรับได้มาก ความแข็งแกร่งยิ่งดูเหมือนจะมากขึ้นไปอีกนะครับ รูนี่ย์ก็หาจังหวะได้ดี แต่ก็ยิงไม่ได้เหมือนเดิม ทั้งๆที่หลายจังหวะน่าเป็นสกอร์จริงๆ

เตเวซนั้น ไม่ได้เล่นในพื้นที่ที่ตัวเองถนัดเลย ทำให้คายพิษสงไม่ออกจริงๆ ได้แต่ป่วนอยู่รอบนอก ส่วนคุสแซ็คนั้น มีปัญหาจากการเตะคืนหลังมากน่าดูนะครับ เตะทิ้งเตะขว้างไปหมด จะบอกว่ากดดัน ก็เกินไป แต่ในด้านความหนึบ ยังคงสุดยอด นัดนี้ก็โชว์ฟอร์มได้ดีมากจริงๆ

ส่วนทอฟฟี่ ก็มีโยโบนี่แหละ ที่ยืนตำแหน่งสุดยอด หยุดได้แทบทุกจังหวะ ฮาวเวิร์ดก็หนึบใช่ย่อย ลูกที่เสียประตูก็โทษเขาไม่ได้เลยนะครับ นักเตะที่เล่นได้ดีก็มีเคฮิลล์, พีน่าร์ ถ้าไม่นับลูกสุดท้ายที่ถือว่ากลายเป็นผู้ร้ายไปเลย ก็จะเห็นว่าเขาทำเกมทางกราบ และหน้ากรอบได้ดีมากจริงๆ แต่คู่กองหน้าดูจะเงียบไปเลยในครึ่งหลัง

สุดท้าย สำหรับเกมนี้ คงบอกอะไรไม่ได้ นอกจากว่า ยูไนเต็ดยังคงมีโชคครับ ที่ส่งกำลังลงสู้แบบกั๊กๆเช่นนี้ ก็ยังเก็บสามแต้มมาได้ในที่สุด อ้อ ที่สำคัญก็คือ ไม่อยากให้มองว่า เราส่งสำรองแล้วก็ยังเก็บสามแต้มได้นะครับ เพราะทอฟฟี่เอง ตัวหลักก็หายไปพอๆกับเรานี่แหละ แถมของเค้า เป็นตัวเข้าทำ ตัวคุมเกมรุกด้วยซ้ำ เขายังยันเราได้ขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยครับว่า หากทีมเมื่อคืนนี้ของเรา ลงไปเจอชุดใหญ่ที่มี มิเกล อาร์เตต้า, ลีออน ออสแมน หรือ เจมส์ แม็คฟาดเด้น เราจะชนะได้หรือไม่ครับ ผมจึงอยากบอกว่า เรามีโชค ที่ยังเก็บสามแต้มได้

ผ่านเกมแรกของโปรแกรมวิบากไป บิ๊กโฟร์พาเหรดเก็บไปสามแต้มกันหมด ก็ต้องไปลุ้นในวันบ๊อกซิ่งเดย์แล้วล่ะครับ ว่าใครจะพลาดบ้างหรือไม่ โดยที่

อาร์เซน่อล มี 43 แต้ม ต้องออกไปเยือนปอร์ทสมัธ
ยูไนเต็ด มี 42 แต้ม ต้องออกไปเยือนซันเดอร์แลนด์
เชลซี มี 37 แต้ม เปิดบ้านรับมือ แอสตัน วิลล่า
ลิเวอร์พูล มี 33 แต้ม ไปเยือนดาร์บี้ เคาท์ตี้

งานง่ายที่สุด ดูจะเป็นลิเวอร์พูลที่ถึงแม้จะไปเยือน แต่การเยือนดาร์บี้ ก็ไม่น่ายากที่จะเก็บชัยชนะกลับออกมามิใช่หรือ ในขณะที่อาร์เซนอล ผมก็ยังเชื่อเหลือเกินว่า ด้วยนักเตะฟูลทีมที่สดและคึกเหลือหลาย ไม่น่าพลาดที่จะต่อบอลเข้าขย่มปอมปีย์ ถึงแม้จะไปเยือนก็ตาม ส่วนเชลซี ได้เล่นในบ้าน ถึงจะเจอกับวิลล่า ก็ดูจะไม่น่ายากเช่นกัน สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด หากจัดฟูลทีม ผมก็ยังมั่นใจว่า ถึงไปเยือนก็จริง ไม่น่าพลาดสามแต้ม สรุปก็คือ นัดบ๊อกซิ่งเดย์นี้ ผมคาดหมายไว้ว่า บิ๊กโฟร์นั้นไม่น่าพลาดสามแต้มด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่า ทั้งหมดที่พูดถึงนั้น ผมวางอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ต้องไม่ดูถูกคู่ต่อสู้ ไม่ประมาท และส่งตัวจริงลงไม่ต่ำกว่าแปด เก้าคนนะครับ หากไปโรเตชั่นกันเกินงามเหมือน ยูไนเต็ดเมือคืนนี้ล่ะก็ อาจดูไม่จืดได้เหมือนกัน แหม...ตัวจริงเก้าคน แต่บราวน์กับซิมป์สัน ดันไปอยู่ตรงนั้นพอดี กลายเป็นบ่อน้ำมันซะงั้นครับ

ก็ได้แต่หวังว่า ริโอ, ฮาร์กรีฟส์ จะหายเจ็บกลับมาได้ทันเกมมะรืนนี้นะครับ อย่างน้อย ริโอ กับ ฮาร์กรีฟส์ ก็เป็นตัวที่คอยลงมาพลิกเกมก็ยังดี ดีกว่าไม่มีชื่ออยู่เลยเหมือนเมื่อคืนนี้ เล่นเอาลุ้นเหงื่อแตก และเรื่องนี้ ผมเองไม่ได้คิดเลยเถิดไปไกลถึงการที่ ริโอจะถูกดร็อปเพราะเจ็บจริง หรือปาร์ตี้ฉาวนะครับ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมองตรงนั้น ในเมื่อความจริงที่ปรากฏก็คือ ริโอไม่มีชื่อแม้สำรอง จะด้วยเหตุใดก็ช่าง ผมยังให้เครดิตป๋าอยู่ครับ และก็เชื่อมั่นในการตัดสินใจของป๋าเสมอ เพียงแต่หากจะเอาสำรองถึงครึ่งทีมลงไปแพ้ซันเดอร์แลนด์กลับมา แล้วบอกว่าอยากให้ตัวจริงพักบ้าง อันนั้น ป๋า ก็ป๋าเหอะ ต้องขอด่าหน่อยแล้วครับ แหะ แหะ ส่วนคุสแซ็คนั้น ผมว่าไม่ถึงกับทำให้อ่อนลงหรอก เพราะฝีมือแกก็สุดยอดคนหนึ่งครับ

วันนี้ พอแค่นี้ และพบกับบทวิพากษ์อีกครั้ง หลังศึกบ๊อกซิ่งเดย์ครับ



Create Date : 24 ธันวาคม 2550
Last Update : 24 ธันวาคม 2550 10:18:54 น. 2 comments
Counter : 315 Pageviews.

 
Merry X Mas & Happy New Year

ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: นกแห้ว วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:10:49:59 น.  

 


โดย: กากีแกมเขียว วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:19:43:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.