Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
23 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
20090423 วิพากษ์ UNITED vs PORTSMOUTH

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างของเรา เริ่มเข้าสู่ครรลองที่ถูกต้อง


อรุณสวัสดิ์วันพฤหัสบดีที่แสนสดใสครับ ทุกๆท่าน หวังว่าผลการแข่งขันเมื่อเช้ามืดตึ๊ดตื๋อที่ผ่านมา จะช่วยกลบความผิดหวังก่อนหน้านี้ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับผมนั้น ความผิดหวังที่ตกรอบรองฯ เอฟ เอ คัพ นั้น มันจางหายไปตั้งแต่นาทีที่ 90 กว่าๆ ของเกมลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อล คืนก่อนหน้านี้ไปเรียบร้อยแล้วครับผม แฮ่มมมม...ก็ถือว่าอย่างน้อย ผลการแข่งทั้งสองวัน รวมสามเกม นับรวมเชลซีเข้าไปด้วย ก็ค่อนข้างเป็นใจในการเปิดทางให้เราได้สานฝัน ที่จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสามปีติดต่อกันเป็นครั้งที่สองนี้ ทำได้สำเร็จง่ายขึ้นกว่าเดิมหน่อย

จากความผิดหวังในเกมที่ผ่านมา เมื่อพ่ายจุดโทษให้เอฟเวอร์ตัน ทำให้เกมนี้ ท่านเซอร์ไม่มีทางเลือกมากนัก อย่างน้อย การปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง และการยืนหยัดเพื่อแสดงให้เห็นว่าการจัดทัพเด็กนัดก่อนหน้า เป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว ย่อมทำให้เกมนี้ ท่านเซอร์เสี่ยงไม่ได้แม้แต่น้อย ในการต้องจัดตัวจริงลงมาเพื่อการันตีสามแต้มเต็มจากปอมปีย์ในบ้านตัวเองให้สำเร็จให้จงได้ แต่ในเมื่อศึกหนักข้างหน้าก็ยังมีอีกบานตะเกียง ท่านเซอร์ก็ยังจึงเก็บดาราบางคนไว้ข้างสนามบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อเกมลีกกับสเปอร์สสุดสัปดาห์นี้ และเกมยุโรปกับปืนใหญ่กลางสัปดาห์หน้า ซึ่งถือเป็นสองนัดที่มีความหมายสูง และมีเดิมพันสูงมากทีเดียว กับการที่จะต่อยอดการลุ้นสองแชมป์ที่ยังเหลืออยู่ในเส้นทางข้างหน้าของเรา

นัดนี้เราได้เห็นน้าซาร์กลับมายืนเฝ้าเสาให้อุ่นใจอีกครั้ง ในขณะที่ริโอ เฟอร์ดินานด์ถูกดร็อปไว้ ให้วิดิชจับคู่กับอีแวนส์ มีแกรี่ เนวิลล์และเอวร่าเป็นฟูลแบ๊คสองข้าง คู่กลางใช้พอล สโคลส์และอันแดร์สัน ให้กิ๊กส์กับเฟล็ทเชอร์เป็นตัวริมเส้น และมีโรนัลโด้กับรูนี่ย์ยืนเป็นคู่กองหน้า นั่นทำให้ตัวหลักของเราบางคนยังอุตส่าห์มีชื่ออยู่ข้างสนามด้วย อันได้แก่ เบอร์บาตอฟ, เตเวซ, คาร์ริค และกำลังหนุนอีกสี่หน่อ คือ นานี่, ราฟาเอล ดา ซิลวา, โอเชีย กับ โทมัส คุสแซ็ค

สำหรับทางปอร์ทสมัธของ พอล ฮาร์ท นั้น ได้รับข่าวร้ายจากเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนิโก้ ครานชาร์ จอมทัพตัวเก่งได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถลงสนามได้ แต่ยังได้เกล็น จอห์นสัน, ปีเตอร์ เคราช์, เฮย์เด้น มัลลินส์, แฮร์มันน์ แฮรดรายส์สัน และเดวิด นูเจนท์ แข้งเก๋าๆเจ็บๆ กลับมายืนทัพ และมีเจอร์เมน เพนแนนท์, เอ็นวานโก้ คานู และอูตาก้า นั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรองได้ด้วย

เริ่มเกมในช่วงแรกนั้น ต่างฝ่ายต่างยังไม่กล้าผลีผลามเดินเกมรุกมากนัก ได้แต่ต่อบอลถ่ายบอล พยายามเซ็ตบอลตามเกมของตัวเองขึ้นมาก่อน นักเตะปอมปีย์ได้ลูกขยันและแข็งแกร่ง ไล่บดบี้พัวพันนักเตะเราตลอดเวลา ทำให้เราต่อบอลกันไม่ค่อยถนัด ประกอบกับตำแหน่งการยืนในเกมนี้ของตัวเรายังดูแปร่งๆพอสมควรจากการจัดทัพของป๋า ทำให้การออกบอลและหาตำแหน่งในช่วงแรกๆยังดูสับสนและหลงตำแหน่งกันพอหอมปากหอมคอ กว่าจะตั้งหลักได้ก็ปาเข้าไปร่วมๆห้านาที ดีที่ปอมปีย์เองก็ยังไม่ได้โหมโจมตีเรามากนักในช่วงต้นนี้

เมื่อเริ่มคลายความสับสน เกมก็เริ่มต่อกันติด และแอนนี่ก็ช่วยคลายความกดดันไปได้เยอะ เมื่อวางบอลยาวออกปีกทางซ้ายซึ่งมีกิ๊กส์วิ่งสวนแนวกับดักล้ำหน้าที่ฟูลแบ๊คอีกด้านของปอมปีย์ยืนเช็คอยู่ กิ๊กส์หลุดไปทางซ้ายโล่งๆก่อนจะเปิดเข้ากลางมาจุดนัดพบที่มีรูนี่ย์มาตามนัด แปข้ามตัวเดวิด เจมส์ เข้าไปให้ยูไนเต็ดออกนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 6 และส่งให้เจ้าบ้านมีความมั่นใจสูงมากขึ้นเยอะทีเดียว เกมหลังจากนั้นยูไนเต็ดเริ่มครอบครองเกมได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มกดดันปอมปีย์ได้อย่างต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอที่จะส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายทีมเยือนได้ โดยจังหวะที่ควรเป็นประตูมากที่สุดเกิดขึ้นถึงสามครั้งที่กิ๊กส์หลุดเดี่ยวเข้าไป แต่ยิงติดตัวเจมส์ครั้งหนึ่ง ยิงออกเสาข้างครั้งหนึ่ง ในขณะที่แอนนี่ได้ส้มหล่นแต่ยิงเฉี่ยวโคนเสาออกไปนิดเดียว

รูปเกมการเล่นในเกมนี้ ช่วงครึ่งแรก ภาพรวมเป็นยูไนเต็ด ที่ครองเกมได้แทบทั้งหมด สามารถเซ็ตเกมรุกตรงกลางสนามขึ้นไปได้ค่อนข้างดี แต่การประสานงานในจังหวะสุดท้ายยังมีปัญหา แอนนี่ที่เริ่มเกมด้วยการจ่ายคิลเลอร์พาสสวยๆสามสี่จังหวะรวด ก็เริ่มย่ามใจ เล่นเกมเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ครึ่งแรกแพสชั่นของทีมยังดีอยู่ครับ ทำให้การเซ็ตบอลจากแอนนี่ค่อนข้างได้ประโยชน์มากกว่าเสีย เกมรับทางด้านขวา เฟล็ทเชอร์ สามารถกรองเกมรุกริมเส้นปอมปีย์ได้ค่อนข้างดี แต่เกมรุกทางด้านนี้ของปอมปีย์ก็ยังอุตส่าห์เล่นเอาเราเสียแบ๊คขวาถึงสองรายในเกมเดียว คือหลังจากถอดแกรี่ เนวิลล์ออก เอา จอห์น โอเชีย ลงมาแทน แต่จอห์น โอเชียก็โดนสอยจากข้างหลังจนเล่นต่อไม่ไหว ต้องเอาราฟาเอล ดา ซิลวา ลงมาแทนอีกรอบในช่วงต้นครึ่งหลังอีกต่างหาก

เกมรุกของปอมปีย์ในช่วงครึ่งแรก ตัวทีเด็ดยังคงเป็นปีเตอร์ เคราช์ ที่สามารถเก็บบอล พักบอลได้ ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่สามารถพลิกฝ่าด่านอีแวนส์ กับวิดิช ที่ยืนประสานงานกันอย่างดีเข้าไปได้ง่ายๆ ตัวเก็บบอลแถวสองอย่างนูเจนท์ อย่างฮิวจส์นั้น ก็ถูกบรรดากองกลางเจ้าบ้านตามพัวพัน เกาะติดไม่ยอมปล่อยเช่นกัน จนแดนหน้าของปอมปีย์ต่อเกมกันไม่ค่อยติดเท่าไหร่ เกมรุกทางริมเส้นก็ยังเดินหน้าไม่ค่อยได้ มีเพียงความวูบวาบจากเบลฮาดจ์ทางกราบขวาที่แกรี่และเฟล็ทช์รับผิดชอบอยู่เท่านั้น ที่ยังพอสร้างความวูบวาบได้บ้าง แต่ก็ยังประสานงานกับเพื่อนๆข้างหน้าได้ไม่มากนัก เกมรุกของเจ้าบ้านนัดนี้ ยังฝากผีฝากไข้โรนัลโด้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่เรายังได้กิ๊กส์และรูนี่ย์ ที่ค้อนข้างเร็ว มั่นใจ และพาบอลไปได้ดีในเกมนี้ ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ได้เรื่อยๆ

เกมในครึ่งหลัง ไม่รู้ว่าท่านเซอร์ปรับรูปเกมมา หรือว่านักเตะเราผ่อนเกมกันเองก็ไม่ทราบ แต่เห็นได้ชัดๆเลยว่า เกมเราเนือยลงไปพอสมควร พอเกมเนือยลงไป แอนนี่ก็เลยดูจะเฝดเอาท์ไปจากเกมบ่อยๆ กลายเป็นเฟล็ทเชอร์และสโคลส์ ที่โดดเด่นขึ้นมาแทนอย่างเห็นได้ชัดในเกมกลางสนาม ปอมปีย์เปลี่ยนเจอร์เมน เพนแนนท์ลงมาแทนนูเจนท์ และก็ประกอบกับเกมที่เนือยลงไปของเรา ทำให้เกมรุกของปอร์ทสมัธเริ่มดุดันขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะทางริมเส้นอย่างด้านเพนแนนท์ และเบลฮาดจ์ ที่เติมเกมรุกทางริมเส้นได้ดีขึ้น แต่พอมาเจอราฟาเอลกับเฟล็ทเชอร์ เบลฮาดจ์ก็ไปกันได้ลำบากเหมือนกัน เห็นจะมีก็แต่ด้านเพนแนนท์ ที่ใช้ความเร็วสวนขึ้นทางเอวร่า โดยเล่นร่วมกับ เกล็น จอห์นสันได้ดุดันจริงๆ ดีที่ในกรอบเรายังค้ำและคุมเคราช์ได้ค่อนข้างสนิท

ส่วนเกมรุกของเราในครึ่งหลังหลังจากที่เกมเนือยลงไป อาจเป็นเพราะไม่เน้นมากเนื่องจากเกรงๆจะเสียความฟิตไปโดยใช่เหตุรึเปล่าก็ไม่ทราบได้ การผ่อนเกมลงไปสำหรับผม ในห้วงเวลาที่โปรแกรมวิกฤติแบบนี้ ผมไม่ถือว่าเสียหายอะไรนะ แต่สิ่งที่ค่อนข้างพะวงและปวดตับอยู่ก็คือ ความมุ่งมั่นในการเข้าหาบอลจังหวะสองที่ดูจะเป็นรองปอมปีย์อยู่ และการเคลื่อนที่หาที่ว่างเพื่อต่อบอลทำเกมนั้น ดูจะมีน้อยมาก สโคลส์ก็ออกแนวเดินคุมเกมอยู่กลางสนามซะมาก ถึงจะคุมได้อยู่หมัดก็เถอะ แอนนี่ครึ่งหลังก็ย้ายไปเล่นทางซ้ายมากกว่าตรงกลาง โรนัลโด้ส่ายไปส่ายมาก็จริงแต่ไม่ค่อยสอดเข้าไปหาที่ว่างในกรอบเท่าไหร่ ในขณะที่ผู้ที่พยายามหาที่ว่างเพื่อเจาะแนวรับปอมปีย์ดูจะมีเพียงรูนี่ย์และกิ๊กส์เท่านั้น คนอื่นๆกลับดูเหมือนจะลิมิตตัวเองไว้แค่หน้ากรอบ ไม่พยายามเจาะหรือเคลื่อนตัวเข้าไปเท่าไหร่ อาจจะเพราะกลัวโดนสวนเร็วหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

เกมยังคงเป็นยูไนเต็ดที่ครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่เกมรุกและจังหวะเข้าทำก็ไม่ได้ดุดันอะไรมากนัก หนำซ้ำหลายๆจังหวะยังออกแนวประมาทในการให้บอลกันอีกต่างหาก การเสียบอลหลายครั้งตั้งแต่ต้นครึ่งแรก และเริ่มมาบ่อยอีกครั้งในครึ่งหลังนี้เล่นเอาท่านเซอร์ต้องออกมาเล่นงิ้วข้างสนามบ่อยๆ ซึ่งก็ช่วยเรียกสมาธิกลับมาให้นักเตะเราได้บ้าง สิบห้านาทีสุดท้าย ท่านเซอร์ก็ส่งคาร์ริคลงมาแทนแอนนี่ และคาร์ริคเองก็มาเพิ่มในสิ่งที่ผมต้องการ นั่นคือจังหวะทะลุทะลวงเข้าในกรอบนั่นเอง คาร์ริคสอดตัวเองเข้าไปในที่ว่างของคู่ต่อสู้ได้ค่อนข้างดีทีเดียว และสามารถทำประตูเพิ่มได้ในที่สุด เมื่อสอดเข้ากรอบตามช่องตัวประกบที่เปิดออก รับบอลแทงทะลุจากสโคลส์ ก่อนจะยิงเรียดเสียบโคนเสาสองเมื่อเหลือเวลาประมาณแปดเก้านาที

เมื่อมีคาร์ริคลงมา ก็ดูเหมือนการคอนโทรลเกมจะดีขึ้นมาอีกขั้น การต่อบอล และการเซ็ตเกมดูจะเป็นทรงดีมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการที่แอนนี่เปิดตัวเกมนี้ได้สุดยอด จ่ายคิลเลอร์พาส และเปิดบอลทะลุทะลวงได้งามๆหลายดอกเหลือเกิน ประกอบกับเจ้าตัวดูเหมือนถูกวางตำแหน่งมาเล่นสูงด้วย จึงทำให้ออกจะลืมตัวไปบ้าง เกมนี้ไม่ค่อยเห็นแอนนี่ดึงจังหวะ คุมรูปเกมสักเท่าไหร่ แต่มักจะเห็นแอนนี่จ้องจะหาช่องจ่ายทะลุทะลวงอย่างเดียว หรือไม่ก็พาบอลขึ้นหน้าลุยแหลกนั่นแหละ ซึ่งฟอร์มในวันนี้ของเจ้าตัวก็ไม่ใช่ขี้เหร่เลย เพียงแต่การมีคาร์ริคลงมาแทน มันก็ช่วยปรับให้เกมมีความสมดุลและยืดหยุ่นมากขึ้นเท่านั้นเอง

เกมในนัดนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรให้พูดถึงมากนัก ในแง่การปรับหมากหรือแก้เกม ดูเหมือนเป็นเกมที่เล่นไปตามจังหวะบอลซะมากกว่า ท่านเซอร์จึงต้องคอยออกมากำกับ (ด่า) บ่อยๆ เพราะดูจะเล่นกันปล่อยเกมตามจังหวะบอลมากเกินไปจนหลายครั้งดูสมาธิจะลอยๆหรือติดประมาทไปบ้าง แต่ภาพรวมแล้วผมค่อนข้างพอใจในหลายๆจุดนะครับ อย่างน้อยคลีนชีตอีกนัดที่สามารถปิดจังหวะสุดท้ายของคู่ต่อสู้ได้แทบหมดก็กลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่มีริโอด้วยซ้ำไป ตรงนี้ครับ ที่แสดงให้เห็นว่า สองนัดที่ผ่านมาไม่ใช่แค่บังเอิญที่เรารักษาความบริสุทธิ์ของตาข่ายไว้ได้ แต่มันเริ่มพิสูจน์ให้เห็นว่า การสอดประสานช่วยกันเล่นเกมรับอย่างมีวินัย ไม่ลนลาน ตื่นตกใจ เริ่มที่จะกลับคืนมาสู่จุดที่เราเคยทำได้ดีอีกครั้ง คล้ายๆเมื่อตอนธันวาคม-กุมภาพันธ์ที่เราเล่นเกมรับได้สุดยอดนั่นเองครับ

นอกจากนั้น การที่เราได้เห็นคาร์ริคสอดเข้ามาในกรอบและยิงประตูได้ ก็นับเป็นนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากนับตั้งแต่คัมแบ๊คจากอาการบาดเจ็บครั้งล่าสุด เจ้าตัวเองยังไม่สามารถเรียกฟอร์มสุดยอดของตัวเองกลับมาได้เลย เมื่อถูกเปลี่ยนตัวลงมาเกมนี้ และยิงประตูได้ จากจังหวะการเคลื่อนที่ที่ดีของตัวเองแบบนี้ ผมมองว่ามันเป็นการเรียกความมั่นใจของคาร์ริคกลับมาได้ดีมากๆ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสานฝันที่เหลือเลยก็ว่าได้ หากเราพิจารณาว่าปีนี้กองกลางเราไม่เคยพีคพร้อมกันสักที ตอนนี้ก็เริ่มดูดีขึ้นมาบ้างแล้ว เฟล็ทเชอร์ที่เบสิคดูดีขึ้นเยอะและมีความชาญฉลาดในการเล่น การวิ่ง การอ่านทิศทางบอลดีขึ้นกว่าปีก่อนมาก สโคลส์ที่วันนี้เริ่มแสดงออกว่าฟิตมากขึ้น แข้งขาดูจะขยับตามใจสั่งมากขึ้น เมื่อเห็นคาร์ริคเล่นในฟอร์มที่ดีอีกคน ก็นับเป็นเรื่องที่ดีมากๆสำหรับผม

ยังมีอีกครับ หากไม่นับคลีนชีต ไม่นับฟอร์มคาร์ริค นัดนี้ผมเห็นปฏิกิริยา และความมั่นใจจากน้าซาร์ที่มีมากขึ้น อันนี้ส่งผลถึงสภาพจิตใจกองหลังเป็นอย่างมาก อย่างน้อยนัดนี้ การโหม่งคืน การพาสแบ๊คของนักเตะเรา ก็ดูมั่นอกมั่นใจขึ้นมากทีเดียว การเดินเกมจากหลังจึงค่อนข้างไหลลื่นกว่าช่วงก่อนหน้านี้ และเป็นทรงมากขึ้น กลางก็เล่นได้ง่ายขึ้น ตอนนี้ผมรออีกสามตัวช่วยครับ อย่างน้อย หากได้อีกสามตัวช่วยเข้ามาในช่วงนี้ รับรองว่าความมั่นใจเรากลับมาเต็มร้อยแน่นอน หนึ่งก็คืออาการของฟูลแบ๊คเรา อย่างน้อย โอเชียคนหนึ่ง และฟาบิโอคนหนึ่ง ที่ผมหวังจะให้คัมแบ๊คมาเป็นกำลังหนุนให้ได้เร็วที่สุด เพื่อความต่อเนื่องในการจัดทัพลงเล่นสัปดาห์ละสองเกม สองคือฟอร์มและการสอดประสานกับเพื่อนของโรนัลโด้ ที่น่าจะกลับมาเสียทีนะครับ เพื่อเป็นตัวพลิกเกมที่ดีของเราอีกครั้ง ผมไม่หวังถึงจะกลับมาเป็นตัวตัดสินเกมทุกเกมหรอก ขอแค่ได้ฟอร์มที่ดีและการสอดประสานกับเพื่อนที่ลงตัวเหมือนเมื่อสองปีที่แล้วก็พอเหลือเฟือ

อีกหนึ่งตัวช่วยที่ผมอยากเห็นมากก็คือ ความฟิตและสภาพร่างกายของเบอร์บาตอฟ หากช่วงนี้เจ้าตัวยังไม่พร้อม ป๋าก็น่าจะดร็อปสักสองสามเกมไปเลย เพื่อให้เจ้าตัวสมบูรณ์สุดขีด จะได้ลงมาทำอะไรได้ตามที่สมองตัวเองสั่ง อย่าลืมว่าอยู่กับสเปอร์ส อย่างมากดิมี่ก็เล่นอาทิตย์ละเกม แต่มาอยู่กับเรานี่ลงแทบตลอดถ้าความฟิตผ่าน ซึ่งผมมองว่ามันไม่เหมาะกับเขาเลย การใช้งานดิมี่ให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด ผมเชื่อว่าต้องให้เขาเต็มร้อยครับ การเข็นนักเตะอย่างดิมี่ลงมาทุกๆนัดโดยเจ้าตัวสภาพไม่เต็มถังมันน่าจะทำให้เจ้าตัวเล่นไม่ออกมากกว่า เนื่องจากพื้นฐานเจ้าตัวไม่ใช่พวกที่วิ่งเป็นม้า เมื่อร่างกายไม่พร้อม แล้วเขาไม่ใช่สไตล์วิ่งสู้ฟัด ฟอร์มการเล่นมันจึงยิ่งติดลบในสายตาแฟนๆ ซึ่งผมมองว่า ไหนๆตอนนี้เราก็มีตัวเลือกมากมายในแดนหน้า เตเวซก็มี รูนี่ย์ก็พร้อม เด็กดันดารามีอีกสอง น่าจะให้โอกาสดิมี่ได้พร้อมที่สุดสำหรับเกมที่จำเป็น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะครับ และหากเจ้าตัวได้ลงสนามในสภาพเต็มร้อย ผมเชื่อว่าเขาน่าจะแสดงศักยภาพได้ดีครับ ลองนึกถึงฟอร์มเขาช่วงก่อนหน้านี้สักสองเดือนสิครับ ถึงจะไม่สุดยอดซะทีเดียว แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนนี้เยอะ

ข่าวร้ายจากเกมนี้ก็คือ การเสียสองฟูลแบ๊คในเกมเดียว แกรี่ เนวิลล์ และ จอห์น โอเชีย จับฉ่ายในดวงใจ ตอนนี้ผมยังไม่ทราบผลการตรวจอย่างเป็นทางการ และระยะเวลาพักฟื้นที่ต้องใช้นะครับ แต่ถ้าหากทั้งคู่ต้องพักไปนี่ข่าวร้ายสุดๆเลย เพราะมันจะทำให้ราฟาเอล กับเอวร่า เป็นเพียงตัวเลือกเดียวในทุกๆเกมที่ต้องลงสนาม ไม่งั้นก็ต้องเข็นเด็กลงมาเล่น หรือดันบราวน์ที่สภาพความฟิตหลังรีเทิร์นกลับมายังไม่ทราบข่าวแน่ชัด ยังไงๆ ตรงนี้ต้องตามข่าวกันดีๆครับ ช่วงวิกฤติแบบนี้ ฟูลแบ๊คไม่มีสแตนด์บายมันน่ากลัวนะครับ เกมหน้ากับสเปอร์ส ที่ต้องจับพวกเบนท์ลี่ย์, เบล, เลนน่อน, ร็อบบี้ คีน, ชิมบงด้า ต่อด้วยอาร์เซน่อลที่ต้องดวลกับ วัลคอตต์, นาสรี่, กลิชี่, ซาญ่า ไหนจะมีพวกที่ชอบฉีกตัวเองออกมาอย่าง อาเดบายอร์ อีก

ยังครับ อาร์เซน่อลน่ะสองนัดเหย้า-เยือนเลย แต่มันคั่นกลางด้วยเกมเยือนสนามยากๆอย่างโบโร่ ที่ต้องจับพวกดาวนิ่ง, อาลียาดิแยร์ อีกล่ะ จบศึกรอบรองฯยุโรปกับอาร์เซน่อลไปก็ต่อด้วยเกมรับมือโรบินโญ่ โฮ่ โฮ่ โฮ่ กรรม... เป็นห้าเกมที่คาดว่าฟูลแบ๊คเราจะงานเข้าเห็นๆเลยครับ ผมคงต้องลุ้นหนักเพื่อไม่ให้แกรี่และฟาบิโอเจ็บมากนัก และขอให้คัมแบ๊คได้ทันในเกมหน้าเกมโน้นนั่นทีเดียว ยิ่งถ้าได้บราวน์กลับมาอีกคนจะดีใจมากเลยครับ ในโค้งสุดท้ายแบบนี้ อยากให้มีนักเตะครบๆ จะได้มั่นใจหน่อย ภาพเกมเยือนมิลานปีโน้นมันยังไม่จางหายไปน่ะครับ


สุดท้ายเสียที การที่ลิเวอร์พูลเสียสองแต้มให้ปืนใหญ่ ก็นับเป็นอะไรที่ส่งแรงบวกให้เราด้วย การออกนำรองจ่าฝูงสามแต้ม แถมเกมตกค้างในมืออีกนัด ถึงแม้จะยังการันตีอะไรไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าแรงกดดันนี้ ก็น่าจะส่งผลไม่น้อยอยู่บนบ่านักเตะแถวๆแอนฟิลด์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราเองจะสบายตัว ด้วยการที่ประตูได้-เสียเป็นรองเขาอยู่สามลูกในวันนี้ หากลิเวอร์พูลสามารถชนะรวดห้านัดที่เหลือ ก็เท่ากับว่า มันจะถ่างออกไปอีกอย่างน้อยเป็น แปดลูกต่าง ซึ่งผมไม่คิดว่าฟอร์มปัจจุบันนี้ เราจะแซงประตูได้-เสียเขาได้ง่ายๆ นั่นเท่ากับว่า เราแพ้สองนัดไม่ได้นะครับ อย่างมากที่สุดคือ แพ้หนึ่ง เสมอหนึ่ง จากหกนัดที่เหลือ และทางที่ดีที่สุดก็คือ เก็บนัดที่จะแพ้จะเสมอเนี่ย เอาไว้ให้เป็นโควต้านัดหลังๆไปเลยจะดีที่สุด เพราะต้องไปเจออาร์ชาวินนัดรองสุดท้ายนั่นแหละ ไอ้ที่มีโอกาสจะะพลาดมากที่สุด ผมมองว่านัดนั้นแหละครับ ซึ่งหากเราหลุดไปแพ้ใครก่อนจะถึงนัดนั้น โดยน้องหงส์ชนะมาเรียบนี่งานเข้าทันทีเลยนะครับ ความสำคัญของประตูได้-เสีย มันจะพุ่งขึ้นมาหลอกหลอนเราทันทีเลย

โดยสรุปก็คือ เราถือแต้มต่ออย่างมาก ณ ตอนนี้ก็เท่ากับสามแต้ม พร้อมประตูได้-เสีย ลบครึ่งแต้ม เท่ากับเราเป็นต่อน้องหงส์อยู่ สองแต้มครึ่งเท่านั้นในวันนี้ ดังนั้นก่อนเจออาร์เซน่อลเราไม่ควรแพ้ครับ หรือจะหลุดเสมอ ก็ควรเสมอแค่นัดเดียว หากทำได้ โมเมนตัมก็จะยังอยู่กับเราเต็มๆ เพราะก่อนรับปืนใหญ่ เราจะมีเกมกับวีแกน ที่หงส์ไม่มีโปรแกรมเตะ พูดง่ายๆว่าเกมตกค้างของเรานั่นแหละ ซึ่งเป็นอีกโอกาสหนึ่ง ที่จะเก็บแต้มเพื่อถ่างช่องว่างจากน้องหงส์อีกที ก่อนจะไปดวลกับปืน ซึ่งโปรแกรมที่เหลือในลีกนับจากวันนี้ก็จะมี -- เหย้ารับกุ๊กไก่ -- เยือนโบโร่ -- เหย้ารับเรือใบ -- เยือนวีแกน -- เหย้ารับปืนใหญ่ -- ปิดด้วยเยือนฮัลล์


แล้วลุ้นกันนะครับ ตอนนี้ นัดต่อนัดเลย

สงบใจ



Create Date : 23 เมษายน 2552
Last Update : 23 เมษายน 2552 11:30:51 น. 1 comments
Counter : 237 Pageviews.

 
ผมเห็นด้วยครับที่ว่าแอนนี่หลังจากทำผลงานได้ดีแล้ว ก็เริ่มย่ามใจรุกเร็วจนเสียไปเยอะ แต่ที่ผมมองว่าดรอปไปในเกมนี้คือโรนัลโด้ครับ เพราะจังหวะที่เขาได้สปีดบอลลากไป 1 ต่อ 1 กับกองหลัง อยู่หลายครั้ง (ไม่นับจังหวะที่เปิดให้กิ๊กซ์อย่างงาม) แต่เลือกที่จะหยุดบอล หรือจ่ายคืนเพื่อน จนกองหลังคู่ต่อสู้มาตั้งรับกันหมดแล้ว ซึ่งถ้าเป็นสองปีก่อน เขาคงสับหลอก ลากบอลมายิงเอง หรือทำอะไรได้ดีกว่านี้แน่

ขอให้เปรียบเทียบกับอาร์วินเมื่อวันก่อนจะเห็นได้ว่าเขาพยายามพาบอลเข้ากลางเพื่อสร้างโอกาสทำประตู หรือจ่ายให้เพื่อนเข้าชาร์ต ซึ่งฟอร์มแบบนี้โด้ก็เคยทำได้ดีครับ และก็หวังเหลือเกินว่าเขาจะกลับมาทำได้อีกครั้ง

ผมหวั่นใจเหลือเกินว่าเกมยุโรปกับอาเซนอลที่พวกเขาไม่มีถ้วยอื่นต้องลุ้นแล้ว มันจะกดดันกับทีมเรามากกว่าจะได้เปรียบ (สู้ให้นัดแรกเราไปเยือนซะยังดีกว่า เผื่อจะได้อะเวย์โกลกลับมา) และเกมกับสเปอร์สถึงจะชนะได้ก็น่าจะทำให้ทีมเราล้าไปอีกเยอะเลย

นี่จึงเป็นเหตุผลครับ ที่โรนัลโด้ จะต้องกลับมาพีคทุกจังหวะให้ได้ในโค้งสุดท้ายนี้ เพราะนักเตะระดับนี้จำเป็นมากๆ สำหรับเกมที่ต้องการมากกว่าเล่นดีครับ


โดย: จีโน่ IP: 202.142.193.15 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:17:47:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.