Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
7 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
---ของเก่า 2 พฤษภาคม 2550--- มาดูเชลซี กับ มูรินโญ่ กันครับ

ผมคงไม่ได้จำกัดให้อ่านกันเฉพาะแฟนๆแมนยูไนเต็ดนะครับ หากแฟนๆทีมอื่นจะเข้ามาร่วมวงก็ได้ ไม่ว่ากัน ถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดกันครับ และผมได้พยายามเขียนอย่างเป็นกลางที่สุดแล้วครับ เพื่อป้องกันข้อครหาว่ามาเขียนด่าเชลซี หรือเข้าข้างแมนยูไนเต็ด

พอดีได้อ่านข่าวจากต่างประเทศครับ ที่มีการวิเคราะห์ว่า อบราโมวิชนั้น เริ่มไม่ค่อยพึงพอใจที่มูรินโญ่ออกอาการฟาดงวงฟาดงาให้สื่อเอาไปขายข่าวมากขึ้นเรื่อยๆ และฟางเส้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงระหว่างคนทั้งคู่ ก็คือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก และ ถ้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นเอง ซึ่งในขณะนี้ ถ้วยใหญ่สุด ก็แน่แล้วว่าคงไม่ได้มา และถ้วยพรีเมียร์ลีก สถานการณ์ก็ยังเป็นรองอยู่พอสมควร

ถึงแม้ว่าทางบอร์ดเชลซีจะได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจากับเจอร์เกน คลินส์มันน์ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็ปรากฏข่าวออกมาว่า ปีเตอร์ เคนยอน ได้นัดคุยกับฉลามขาว ซึ่งก็ไม่มีใครทราบว่าเรื่องอะไร แต่ทางสื่อต่างประเทศได้เริ่มตีข่าวกันแล้วว่า อบราโมวิชนั้นชักจะไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ทีมของตนเองไม่ได้รับเครดิตจากผู้คนในวงการสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องการทำทีมที่ไม่มีสีสันในเกมรุก


อีกทั้งมูรินโญ่ที่เริ่มออกอาการไม่ค่อยดี มีการด่าทอ แขวะ ทีมโน้นทีมนี้ ต่อหน้าสื่อบ่อยๆ ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า อบราโมวิชกำลังหาลู่ทางเปลี่ยนโค้ชอยู่ โดยอยากได้โค้ชที่สามารถทำทีมที่เขามีอยู่นี้ให้เล่นเกมรุกได้เป็นธรรมชาติ และไม่ขาดความสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับที่มีคนพบเคนยอนกับตัวแทนคลินส์มันน์พูดคุยกัน (ซึ่งผมเองนั้นก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่า ทำไมถึงเลือกคลินส์มันน์ มากกว่ากุนซือที่บารมีแก่กล้าท่านอื่นๆ)


สำหรับเรื่องที่เชลซีไม่สามารถเล่นเกมรุกโดยธรรมชาติในขณะนี้นั้น ได้รับการยืนยันจากจอห์น เทอร์รี่ ที่ให้สัมภาษณ์นักข่าว หลังเกมเสมอโบลตัน และ แมนยูไนเต็ดพลิกแซงเอฟเวอร์ตันไว้ว่า “ธรรมชาติแท็คติคของเชลซีนั้น เราพร้อมที่จะลงกลอนประตูบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้เสียประตูได้ทุกเวลา แต่ไม่ใช่ทีมที่จะเปิดเกมบุก เพื่อสอยประตูคู่แข่งอย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อเห็นผลการแข่งขันของเราในวันนี้ มันน่าเจ็บใจนัก แต่เมื่อมองในสิ่งที่ยูไนเต็ดทำในอีกสนามหนึ่ง มันยิ่งน่าเจ็บแสบมากกว่า ที่เราทำเช่นนั้นไม่ได้”

ซึ่งบทสัมภาษณ์ดังกล่าวนั้น ได้แสดงให้เห็นลางๆว่า ผู้เล่นเชลซีเอง อาจจะต้องการเล่นบอลเกมรุกเพื่อสอยประตูคู่แข่งบ้างก็ได้ แต่หากเรามองอย่างเป็นกลางแล้ว สถิติในการยิงประตูของเชลซีเอง ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลย ออกจะมากกว่าทีมนำในลีกชั้นนำอื่นๆเสียด้วยซ้ำ หากไม่เชื่อ ลองไปเช็คดูได้ตามตารางฟุตบอลลีกประเทศต่างๆ

แต่เมื่ออยู่ในอังกฤษ มีตัวเปรียบเทียบความเอ็นเตอร์เทนของเกมอย่างเช่นอาร์เซน่อล กับ แมนยูไนเต็ด และ ผลการคัดเลือกทีมยอดเยี่ยมประจำปี ที่มีแมนยูไนเต็ดครองเกือบทุกตำแหน่ง กลับแสดงให้อบราโมวิชรู้สึกว่า เขาอยากได้เครดิตของทีมเช่นนั้นบ้าง เมื่อสื่อจับแพะมาผสมแกะ เชื่อมโยงกันไปมาเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของข่าวการเลื่อยขาเก้าอี้ของมูรินโญ่ นั่นเอง

เมื่อเราทราบถึงที่มาที่ไปของข่าวการหาโค้ชคนใหม่มาแทนมูรินโญ่แล้ว ผมขอพูดถึงมุมมองของผมที่มีต่อข่าวนี้บ้างนะครับ

เริ่มจาก ผมเองนั้น ค่อนข้างนับถือฝีมือในการทำทีมของมูรินโญ่อยู่พอสมควร ตั้งแต่ทำทีมปอร์โต้เขี่ยแมนยูไนเต็ดตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีก แล้วก้าวขึ้นไปได้ถึงแชมป์ ทั้งที่ถูกมองว่าเป็นทีมต่ำชั้นในขณะนั้น และเป็นเพราะมูรินโญ่นี่แหละครับ ที่ทำให้ลูกทีมปอร์โต้ชุดนั้น โด่งดังไปทั่วทั้งวงการฟุตบอล จนกระทั่งไปเตะตาอบราโมวิช ที่มองหากุนซือผู้ที่จะสามารถบันดาลแชมป์ให้เชลซีของเขาได้อย่างรวดเร็วและแน่นอน จึงได้มีการทาบทามมาทำทีม ซึ่งมูรินโญ่เองก็ไม่ทำให้เจ้านายผิดหวัง ด้วยการดันทีมเชลซีขึ้นมาเป็นทีมแนวหน้า คว้าแชมป์ได้สองสมัยติดต่อกัน ด้วยสไตล์การทำทีมที่ถูกมองว่า “ฟุตบอลออกแบบได้”

ทั้งนี้ เราต้องมองในมุมของทีมอื่นบ้างว่า เนื่องจากในสมัยนั้นทีมในอังกฤษที่ถือว่าเบียดแย่งแชมป์กันจริงๆจังๆ ก็มีเพียงแต่ อาร์เซนอล ลิเวอร์พูล และ แมนยูไนเต็ดเท่านั้น ซึ่งลิเวอร์พูลยังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง หลังจากเบนิเตซเข้ามาทำทีม (พร้อมๆกับมูรินโญ่) ส่วนอาร์เซนอลกับแมนยูไนเต็ดนั้น เป็นสองทีมที่เน้นเกมรุกเพื่อเอ็นเตอร์เทนผู้ชม โดยมีกองกลางและกองหน้าที่หวังผลได้ เพื่อทดแทนเกมรับที่ไม่ค่อยจะมั่นคงสักเท่าไหร่ ประมาณว่า เกมรุกคือเกมรับที่ดีที่สุด นั่นแหละครับ

ทีนี้ เมื่อเชลซีก้าวเข้ามาด้วยระบบการเล่นเพื่อหวังผลในชัยชนะโดยไม่สนรูปแบบการเล่น จึงทำให้เชลซีเป็นทีมที่เสียประตูยากที่สุดในลีก และกองหน้าที่ยิงประตูได้ทุกๆนัด ทำให้เชลซีสามารถเล่นเพื่อผลชนะได้ตลอด โดยไม่ต้องบุกกระหน่ำตลอดเวลา ทำให้นักเตะของเชลซีเองนั้น จะกรอบช้ากว่าทีมอื่นๆ เพราะสามารถประคองผลการแข่งได้แทบจะทุกๆนัด อันเป็นจุดเปลี่ยนของการลุ้นแชมป์ที่ทีมอื่นต้องหันกลับมามอง และพยายามปรับตัวเพื่อให้เบียดลุ้นกับเชลซีได้ใกล้เคียงมากขึ้น

เมื่ออาร์เซน่อล ต้องย้ายบ้านใหม่ ทำให้ไม่มีเงินมากมายเพื่อซื้อนักเตะชั้นดีเข้ามามากนัก ประกอบกับอยู่ในช่วงถ่ายเลือด ทำให้ปีนี้อาร์เซนอลยังคงมีผลงานแกว่งๆอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงเป็นทีมเน้นรุกธรรมชาติ ที่ผมมองว่าเล่นได้ลื่นไหลสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่ายูไนเต็ดซะอีก เพียงแต่ตอนนี้ยังจบสกอร์ไม่เด็ดขาดเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังขัดขวางอาร์เซนอล ไม่ให้ลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว แต่หากเราให้เวลาดาวรุ่งยังกันส์ชุดนี้อีกสักปีสองปี ผมว่า อาร์เซนอลทีมนี้แหละ จะน่ากลัวกว่าเชลซีซะอีก

ส่วนแมนยูไนเต็ดเอง ปีนี้ได้แผงหลังที่รัดกุมและเหนียวแน่นเข้ามาพอดิบพอดี ทำให้เกมของพวกเขา ซึ่งเน้นเกมรุกยิงประตูอยู่แล้ว ทำผลงานได้อย่างผิดคาดจริงๆ โดยก่อนที่แผงหลังจะพากันบาดเจ็บออกไปนั้น พวกเขาทำสถิติเป็นทีมที่ยิงประตูสูงสุด และยังเสียประตูน้อยที่สุดในลีกอีกด้วย ทำให้ผลงานของเขาบินสูงกว่าเชลซีได้ในปีนี้

สำหรับลิเวอร์พูลนั้น ยังคงขาดความคงเส้นคงวาในการแข่งขันฟุตบอลลีก ซึ่งทำให้พวกเขาวูบวาบขึ้นมาในบางช่วง แต่กลับเงียบหายไปในบางช่วงอีกเช่นกัน ซึ่งหากนักเตะลิเวอร์พูลได้ความคงเส้นคงวากลับมาเมื่อไหร่ พวกเขาก็จะยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวและเบียดลุ้นแชมป์ได้ยาวๆเหมือนเดิม

ในกรณีของเชลซีเอง ถึงแม้ว่ามูรินโญ่จะออกมาแก้ตัวว่า ที่ผลงานของลูกทีมในปีนี้ไม่ดีอย่างที่หวัง ก็เพราะการขาดปีเตอร์ เช็ค และจอห์น เทอร์รี่ ในช่วงกลางฤดูกาล ทำให้ทำผลงานได้ไม่ค่อยดี แต่อย่าลืมว่า แมนยูเองก็เป๋ไปหลายนัดช่วงก่อนปีใหม่ อีกทั้งปลายฤดูกาลยังเสียแนวรับทั้งแผงอีกด้วย เพียงแต่อาศัยเกมรุกธรรมชาติของพวกเขาเท่านั้น ที่ทะลวงตาข่ายคู่ต่อสู้ให้ได้มากกว่าที่พวกเขาโดนเจาะไปในแต่ละเกม

ตรงนี้นี่เองครับ ที่ผมมองว่าเป็นสิ่งที่เชลซียังขาดอยู่ และอบราโมวิชเองก็คงทราบเช่นกัน ว่าการที่พวกเขาเล่นเกมรุกได้ไม่เป็นธรรมชาติ เพราะแท็กติค และการวางแผนลงสนามของมูรินโญ่ทำให้รูปเกมออกมาเป็นเช่นนั้น รวมไปถึงการที่มูรินโญ่พร้อมจะดร็อปใครก็ได้ ที่เขาคิดว่าเล่นไม่ได้ตามแผน หรือตามเป้าหมายที่วางไว้ ดูจากกรณี บูลารูซ เป็นตัวอย่าง พลาดลูกเดียวเท่านั้น โดนเปลี่ยนตัวออกไปทันที ตรงนี้ยิ่งเพิ่มความกดดันให้ผู้เล่นเข้าไปอีก

จากที่เคยเป็นแต่ผู้ถูกไล่ ซึ่งทำแค่ชนะหนีไปเรื่อยๆ ขณะนี้ พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ผู้ไล่ ซึ่งต้องชนะเพื่อคงสถานะผู้ไล่ต่อไปจนกว่าผู้ถูกไล่จะตกลงมาเอง อาจเป็นความกดดันชนิดใหม่ที่ผู้เล่นเชลซียังไม่เคยพบมาก่อน บวกกับความกดดันจากโค้ช และปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างโค้ชและเจ้าของทีม อีกทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวกระดูกสันหลัง ซึ่งประเดประดังเข้ามาในปีนี้ทั้งหมด ทำให้ผลงานของเชลซีในปีนี้ มีแกว่งๆไปบ้าง

แต่ผมอยากให้แฟนๆทีมอื่นๆยอมรับเชลซีกันบ้างนะครับ ในแง่ของความเป็นนักสู้ ในแง่ของการทนทานแรงเสียดสี แรงกดดันอันหนักหน่วง และกระแสแอนตี้เชลซีฟุตบอลสไตล์ ที่หนักข้อขึ้นมากในปีนี้ แต่มูรินโญ่และนักเตะของเขากลับยืนหยัด ฟันฝ่ามาได้จนถึงขนาดนี้ ถ้าไม่เป็นเพราะพวกเขากล้าแกร่งจริงๆแล้วล่ะก็ พวกเขามาได้ไม่ถึงจุดนี้หรอกครับ

หากเรายังจำกันได้ ช่วงที่ท่านเซอร์ของเรา มีปัญหาเรื่องม้าแข่ง ซึ่งเป็นเรื่องนอกสนามแท้ๆ แต่กลับส่งผลให้ทีมทั้งทีมเสียสมาธิ จนหลุดวงโคจรไปตั้งแต่ไก่โห่ เมื่อเปรียบกันแล้ว ผมถึงมองว่า มูรินโญ่นี่ สุดยอดจริงๆครับ ถึงปากจะร้าย คาแรกเตอร์เป็นตัวโกงในหนังฮอลลีวู้ด แต่ผลงานของแกสิครับ ต่อให้เชลซีไม่เอาแก ผมก็ว่าแกตกงานไม่เกินหนึ่งเดือนหรอกครับ (นอกจากแกจะไม่ทำงานซะเอง) ทีมไหนๆก็อยากได้ ยิ่งตอนนี้ ถ้าแกตกงานขึ้นมาจริงๆ ผมว่าบาเยิร์น นี่แหละ อาจจะเอาแกไปแก้วิกฤติ



มาพูดถึงสิ่งที่พวกเราต้องวิตกเล็กๆกันบ้างดีไหมครับ ผมมองว่า หากเชลซีเปลี่ยนโค้ชขึ้นมาจริงๆ โดยยังสามารถรักษาผู้เล่นหลักๆของทีมไว้ได้มากกว่า 80% รวมทั้งทีมสปิริตหากยังคงดีอยู่แล้วล่ะก็ การที่โค้ชคนใหม่ที่เข้ามา ซึ่งอาจใช่ หรือไม่ใช่คลินส์มันน์ก็ได้ และสามารถทำเชลซีให้ยังคงความเหนียวแน่นในแนวรับเช่นเดิม แต่ปรับให้ทีมมาเล่นเกมรุกโดยธรรมชาติด้วยศักยภาพผู้เล่นแนวรุกเต็มที่ที่พวกเขามี ถ้าเขาทำได้ ความน่ากลัวจะมาเยือนทีมอื่นๆทันทีครับ

ลองนึกถึงสถิติการเสียประตูที่ต่ำสุดๆเช่นที่เป็นอยู่ แต่มองแผงแนวรุก ที่ใช้ศักยภาพผู้เล่นเต็มที่ทั้งจากเชฟเชนโก้ ดร็อกบา ร็อบเบน โจ โคล แลมพาร์ด บัลลัค หรือแม้แต่ ไรท์ ฟิลลิปส์ กาลู ผมเองยังเสียวแทนทีมคู่ต่อสู้เลยครับ หากผู้เล่นเหล่านี้ หันมาเล่นเกมรุกเต็มที่ บุกกระหน่ำตลอด มันจะจบลงตรงไหน

ทั้งหมดนี้แหละครับ อาจยาวไปนิด แต่คือสิ่งที่ผม ในฐานะแฟนแมนยูไนเต็ด คนหนึ่ง เริ่มประหวั่นใจ และคงต้องจับตาดูสถานการณ์ภายในแคมป์เชลซี ช่วงปิดซีซั่นนี้ อย่างใกล้ชิดครับ

ส่วนท่านอื่นๆ มีความเห็นประการใด ลองนำเสนอมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันนะครับ

พบกันใหม่ กับบทวิพากษ์หลังเกมเยือนซานซิโร่ พรุ่งนี้เช้าครับ

สวัสดีครับ




Create Date : 07 กันยายน 2550
Last Update : 7 กันยายน 2550 7:45:30 น. 0 comments
Counter : 241 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.