Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
5 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
20071105 วิพากษ์ Arsenal VS Man Utd.

สวัสดีครับ ทุกๆท่าน อาจจะพบกันช้าไปนิด เพราะบอลเตะเร็วไปหน่อย คือเย็นๆค่ำๆของวันเสาร์ และกว่าที่ผมจะได้เข้ามาพบทุกๆท่าน ก็ต้องรอถึงวันนี้นะครับ หวังว่าคงจะยังรออ่านกันอยู่นะครับผม


เกมซูเปอร์บิ๊กแมทช์ที่ผ่านมา ระหว่างลูกทีม อาร์เซน เวนเกอร์ ปะทะ เด็กในคอนโทรลของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้น ทุกๆท่านก็น่าจะทราบผลการแข่งขันรวมทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังกันไปเต็มที่แล้ว ดังนั้น วันนี้ ขออนุญาตมาว่ากันเฉพาะในเหลี่ยมในมุมของการวิพากษ์ในสไตล์ที่ผมไม่ได้ทำมานานกันดีกว่านะครับ นั่นก็คือ การพูดคุยเกี่ยวกับเกมฟุตบอลที่ทั้งสองทีมนำมาใช้ประหัตประหารกัน มากกว่าจะเน้นไปที่การวิเคราะห์รายบุคคลและการแก้เกมนะครับ

เกมที่ออกมา ก็เป็นไปอย่างที่ผมคาดการณ์ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย นั่นก็คือ อาร์เซน่อล ในชั่วโมงนี้ น่าจะเป็นทีมที่มีทีมเวิร์ค มีการต่อบอล และการขยับหาช่องว่างเพื่อเติมเกมได้ดีที่สุดในอังกฤษไปแล้ว และอาจจะถึงขั้นดีที่สุดในโลกด้วยซ้ำ และอาร์เซนอลเอง ก็น่าจะทราบถึงจุดแข็งจุดนี้ของตัวเองเป็นอย่างดี และไม่ลังเลเลย ที่จะเลือกใช้เกมถนัดของตนเองในการเข้าทำผู้มาเยือนดีกรีแชมป์เก่า อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นั่นคือ อาร์เซนอลเลือกใช้จุดแข็งของตน คือการต่อบอลที่รวดเร็ว การเติมเกมอย่างต่อเนื่อง และการหาช่องว่างของผู้เล่นทุกตัวที่ถูกบ่มเพาะปลูกฝังมาเป็นอย่างดี ในการเจาะเข้าทำยูไนเต็ด โดยไม่เกรงกลัวชื่อชั้นผู้มาเยือนแต่อย่างใด บรรดาดาวโรจน์ที่ปรับตัวเข้ากับสไตล์บอลของเวนเกอร์ได้แล้ว อย่าง คเล็บ, โรซิคกี้, ฟลามินี่ ต่างถูกวางไว้เป็นเพลย์เมคเกอร์คอยปั่นป่วนแนวรับของผู้มาเยือน โดยมอบหมายให้ ฟาเบรกัส เป็นจอมทัพ บงการเกมรุกของทีม ซึ่งฟาเบรกัสก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองของตนหลุดมือไป แต่สามารถฉายความเก่งกาจของตนออกมาได้อย่างเต็มที่ และการทำเกมรุก ต่อบอลของเจ้าบ้าน ก็ทำได้อย่างไหลลื่น สวยงาม เนียนตาดีจริงๆ เสียแต่ว่า นัดนี้ ท่านเซอร์วางเกมมาปิดการเติมเกมรุกของเจ้าบ้านใรระยะประมาณสามสิบหลาหน้าปากประตูได้ค่อนข้างดีถึงดีมาก

ส่วนฝั่งผู้มาเยือนนั้น ก็น่าจะทราบถึงจุดแข็งของอาร์เซนอลเป็นอย่างดีเช่นกัน จึงเซ็ตเกมมาในรูปแบบที่เราเห็น และอีกจุดหนึ่งก็คือ ท่านเซอร์เอง ก็คงพอจะล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของคู่ต่อสู้เช่นกันด้วย ท่านเซอร์จึงปรับหมากทีมใหม่ โดยถึงแม้จะได้คาร์ริคกลับมาแล้ว แต่ก็เลือกฮาร์กรีฟส์กับอันแดร์สันเล่นคู่กลาง แทนที่จะเอานานี่ลงเพื่อใช้ความสดทางริมเส้น กลับเลือกใช้กิ๊กส์ ซึ่งมักหุบเข้ากลางบ่อยๆในเกมนี้ แล้วมันบ่งบอกอะไรในมุมมองของผม


นั่นก็คือ ในขณะที่แมนยูก็ทราบดี จึงไม่เปิดเกมรุกแลก แต่กลับเสี่ยงที่จะเอาจุดอ่อนของอาร์เซนอลที่พอมองเห็นได้มาเล่น นั่นก็คือ การที่ใช้ผู้เล่นกลางรับอาชีพอย่างฮาร์กรีฟส์มายืนค้ำหน้าแผงแป๊กโฟร์ อีกทั้งยังมอบหมายให้อันแดร์สัน เป็นตัวช่วยสกรีนเกมรับอีกตัว ซึ่งดูไปแล้ว ออกจะเป็นการวางมิดฟิลด์ตัวรับถึงสองตัวหน้าแผงหลังด้วยซ้ำ (ถึงแม้นองแอนจะเป็นตัวรุกอาชีพก็เถอะ) รวมทั้งเลือกใช้แผนรับลึก ให้อาร์เซนอลพาเหรดกันขึ้นมาเติมเกม แล้วคอยชิงจังหวะตัดบอล แล้ววางยาวให้ผู้เล่นแนวรุก ฉีกตัวไปรับบอลเข้าโจมตี โดยมีเตเวซ กับรูนี่ย์ เป็นคู่หน้า และโรนัลโด้ยืนถ่างเป็นปีกขวา ส่วนกิ๊กส์จะออกไปในทางการเชื่อมเกมระหว่างหน้ากับกลางซะมากกว่า และค่อนข้างได้ผลดีทีเดียวกับการที่อันแดร์สัน วางยาวๆไปให้คู่หน้าวิ่งป่วนแนวหลังอาร์เซนอลในจังหวะสวนเร็วอย่างที่ว่า

นั่นก็เป็นรูปเกมที่ทั้งสองฝ่ายเซ็ตมาเป็นหมากหลักในการห้ำหั่นกันนัดดังกล่าวนะครับ ทีนี้ แผนใครได้ผลเป็นอย่างไร มาตามดูกันต่อเลยนะครับ

ในขณะที่อาร์เซน่อล ทำเกมได้ตามที่ตัวเองแพลนมา แต่ก็มักมาจอดป้ายบริเวณยี่สิบห้าหลา สามสิบหลา หน้าปากประตูของแมน ยูไนเต็ด เสมอๆ เพราะท่านเซอร์เองก็ดูจะต้องการให้อาร์เซนอลเติมเกมกันมาโดยมีผู้เล่นขึ้นสูงกันหลายๆคนอยู่แล้วนะครับ จะสังเกตว่า อันแดร์สัน และ ฮาร์กรีฟส์ จะคอยยืนอ่านเกม เข้าสกัด เข้าตัดบอลอยู่บริเวณนั้นซะมากกว่า และทำได้ค่อนข้างดีมากเลยในการสกรีนเกมรุกของอาร์เซนอลก่อนถึงแผงหลัง และการที่ วิดิช กับริโอ ยืนเป็นเซ็นเตอร์คู่กัน ข้างหลังมิดฟิลด์อีกสองคนที่ยืนค่อนข้างต่ำ เมื่อรวมกับการที่อาร์เซนอล ไม่ใช่ทีมที่ถูกวางแนวคิดเพื่อมาหวังการส่องไกลโดยไม่จำเป็น แต่เน้นการทำชิ่ง ให้บอลเจาะเข้าทำในเขตโทษมากกว่า นั่นยิ่งทำให้อาร์เซนอลไม่สามารถหาจังหวะเจาะเข้าทำสกอร์แบบหวังผลได้จะแจ้งนัก

โคโล่ ตูเร่ และวิลเลี่ยม กัลลาส ไม่ดันสูงเท่าที่ควร เหมือนถูกกำชับให้ยืนปักหลักป้องกันการสวนเร็วของคู่หน้าแมนยู และเมื่อกลางของแมนยูยืนตัดเกมกันค่อนข้างต่ำ ยิ่งทำให้การเชื่อมเกมขึ้นหน้าของยูไนเต็ด ทำได้ยากขึ้น จริงครับที่มันก็ทำให้มีพื้นที่ในการเล่นมากขึ้น แต่พื้นที่ที่มี ก็แลกมากับการที่จะเหลือผู้เล่นในแนวรุกแค่สามคน คือ รูนี่ย์ เตเวซ และโรนัลโด้ แต่โรนัลโด้เอง กลับถูกบีบให้ถ่างออกไปทางกว้างบ่อยมาก ไม่สามารถเข้ามาร่วมปั่นป่วนกับคู่หน้าได้บ่อยครั้งเท่าที่ควร และการที่ยูไนเต็ด ต้องรีบทำเร็ว เพื่อปิดโอกาสการกลับมาป้องกันของแนวรับอาร์เซนอล ทำให้หลายครั้ง ต้องใช้การวางยาวจากหลัง แต่มักจะไปติดที่คู่เซ็นเตอร์ปืนซะมาก นั่นก็เลยทำให้โอกาสการทำประตูทั้งที่เข้าและไม่เข้ากรอบของทั้งสองทีม มีน้อยกว่าเกมอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดครับ

รูปเกมของนัดดังกล่าวนั้น โดยหลักแล้วจึงเป็นการเข้าทำของอาร์เซนอล โดยแมนยูเน้นรับลึกในแดนตัวเอง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเจ้าบ้านเติมเกมขึ้นสูง ซึ่งการเติมเกมของปืนใหญ่ สุดท้ายแล้ว จะเป็นฟูลแบ๊ค ที่ขึ้นมาเติมในลักษณะวิงแบ๊ค กลิชี่ และซานญ่า มีโอกาสทะลุขึ้นเติมเกมทางกราบบ่อยครั้ง อันนี้จะโทษบราวน์กับเอวร่าก็ไม่ได้นะครับ เพราะเกมของอาร์เซนอลนั้น เน้นให้เกิดแบบนี้อยู่แล้ว นั่นคือ คเล็บ กับโรซิคกี้ จะขึ้นเกมมาจากกลางสนาม แต่ออกจะถ่างมาทางกว้างอยู่ตลอด โดยมีฟลามินี่ และเอบูเอ้เติมขึ้นมาตรงกลาง อาเดบายอร์ค้ำอยู่ข้างหน้า และฉีกออกทางกว้างเป็นระยะๆ โดยมีฟาเบรกัสบงการเกมเป็นจอมทัพอยู่ตรงกลางและสอดเข้ากรอบเป็นบางจังหวะ เราจะเห็นว่าการขึ้นเกมของอาร์เซนอล ในจังหวะแรก ก็จะขึ้นกันมาโดยใช้ผู้เล่นดังกล่าวเป็นหลัก รวมแล้วห้า หก คนเลยครับ

เมื่อถึงจังหวะที่สอง คเล็บหรือโรซิคกี้จะหักเข้ากลาง ดึงเอาแบ๊คคู่ต่อสู้ตามเข้าในกรอบไปด้วย เปิดโอกาสให้ ซานญ่า และกลิชี่ ได้เติมเกมขึ้นมาโล่งๆทางกราบจนสุดถึงเส้นหลัง ซึ่งตรงนี้ คู่ต่อสู้ต้องใช้ปีกตามลงมาสกรีนหรือบล๊อกแทนแล้ว ส่วนมิดฟิลด์ ก็จะต้องตามประกบบรรดาผู้เล่นเทคนิคในแดนกลางของอาร์เซนอล ซึ่งเมื่อรวมกับการเติมของกลิชี่และซานญ่า ทำให้อาร์เซน่อลมีผู้เล่นดันขึ้นมาบุกถึงแปดคนในแดนคู่ต่อสู้

ทำไมอาร์เซนอลจึงกล้าเติมมากขนาดนั้น ก็เพราะระบบที่เวนเกอร์วางไว้นั่นเอง เวนเกอร์วางระบบนี้เอาไว้ตั้งแต่สมัยกองหน้ายังเป็นอาเนลก้าโน่น แต่รุ่นที่สามารถทำได้ดี และเนียนตา ไหลลื่นที่สุด กลับเป็นผู้เล่นชุดนี้ครับ การให้บอล การทำชิ่ง การขยับหาที่ว่าง การหาช่องเติมเกม และการอ่านบอลจังหวะสองของอาร์เซนอลชุดนี้ ทำให้พวกเขาสามารถเติมเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าถ้าเป็นปรกติแล้วหากเจอกับทีมทั่วๆไป พวกเข้าได้จบที่การยิงแทบทุกครั้งในการขึ้นเกม และการที่ได้จบที่การยิง รวมกับการอ่านบอลได้ดี สามารถเก็บบอลในบอลจังหวะสองของคเล็บและฟาเบรกาสได้บ่อยๆ ก็เป็นการปิดโอกาสการโดนสวนเร็วของคู่ต่อสู้ไปในตัว อันทำให้พวกเขากล้า ที่จะเติมเกมกันหลายคน

ในขณะที่แมนยูเองก็ทราบดีครับ ว่าหากไปต่อบอล เปิดเกมเข้าแลก คงไม่แคล้วโดนไล่ขย่มแน่ๆ เพราะอาร์เซนอลหากเทียบจังหวะต่อจังหวะ เร็วกว่า เป็นทีมกว่า และยังคล่องกว่า หาที่ว่างเก่งกว่า ถึงแม้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นแนวรุกเราจะไม่เป็นรอง แต่เรื่องการต่อบอล การเล่นวันทัชทั้งสนาม เราเป็นรองเห็นๆ ท่านเซอร์เอง ซึ่งค่อนข้างไว้ใจแผงหลัง และการตัดเกม การสกรีนบอลของฮาร์กรีฟส์ กับอันแดร์สัน จึงวางหมากมารับลึก เพื่อให้อาร์เซนอลได้เติมเกมกินแดนมาเรื่อยๆ และคอยชิงจังหวะตัดบอลเพื่อวางยาวให้แนวรุกข้างหน้าได้มีโอกาสหลุดเข้าทำ โดยเหลือผู้เล่นอาร์เซนอลในพื้นที่น้อยที่สุด เพราะเราก็ขึ้นสวนกันน้อยคนอยู่แล้ว

หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมเกมใหญ่ๆเช่นนี้ ท่านเซอร์จึงเอานักเตะที่เพิ่งหายเจ็บอย่างฮาร์กรีฟส์ จึงเอานักเตะใหม่ๆ เด็กๆ ที่จริงๆแล้วเป็นกลางรุกเต็มตัว หรือหน้าต่ำด้วยซ้ำ อย่างอันแดร์สัน มาคอยตัดเกมบุกของอาร์เซนอล นั่นก็เพราะ ท่านเซอร์คงเชื่อในสายตาการอ่านเกม และการชิงจังหวะของทั้งสองคนในการเข้าสกัดคู่ต่อสู้ ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ สามารถตามประกบ ตามชิงจังหวะ และแย่งบอลจากเท้าของผู้เล่นอาร์เซนอลได้หลายๆครั้ง

แต่การที่ยืนกันต่ำ ทำให้การวางบอลเพื่อสวนเร็วของมิดฟิลด์เรา ทำได้ยากขึ้นกว่าเดิมครับ และเพราะการที่ทั้งตูเร่ และกัลลาส ไหนจะกลิชี่ กับซานญ่า ต่างก็เร็วเป็นจรวดกันหมด ทำให้เราสลัดหลุดได้ยาก กิ๊กส์ กับโรนัลโด้ ก็สลัดไม่ค่อยหลุด ยิ่งพอถูกบล็อคทางวิ่ง ทำให้ช้าลง ก็จะโดนซ้อนสอง ซ้อนสามทันที เพราะอาร์เซนอลขึ้นเยอะก็จริง แต่ลงมาเร็วมาก และลงทั้งแผงด้วย หากทำช้าไปหนึ่งจังหวะ ก็เท่ากับปิดโอกาสสวนเร็วของเราไปแล้ว

เมื่อทีมหนึ่งใช้จุดแข็งของตน อีกทีมหนึ่งเลือกเปิดจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ อย่างที่กล่าวไปแล้ว รูปเกมที่ออกมา จึงเท่ากับเป็นการอัดคนลงกลางสนาม (ให้เข้าใจนะครับ ว่ากลางสนามในที่นี้ ออกจะเป็นหน้ากรอบแมนยูครับ) ก็ว่าได้ ทั้งสองทีม มีผู้เล่นมาวิ่งอยู่ตรงกลางของสมรภูมิถึงสิบกว่าคนตลอดเวลา แต่การช่วงชิงพื้นที่ตรงนี้ ก็ไม่ได้มีผลต่อการเข้าทำเท่าไหร่นัก เพราะทั้งคู่ สามารถปิดเกมการเจาะจากกลางได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ทั้งสองทีมก็ยังเกรงกลัวอยู่ว่า หากปล่อยให้คู่ต่อสู้ได้เล่นตรงกลางง่ายๆแล้ว นั่นคือหายนะค่อนข้างแน่ ทั้งสองทีมจึงยังคงแพ็คแนวป้องกันการเจาะจากกลางอยู่ตลอดทั้งเกม ทำให้ทั้งสี่ประตูที่เกิดขึ้น เกิดจากการเข้าทำจากกราบทั้งหมดนะครับ

ทางฝั่งแมนยูไนเต็ด
ลูกแรก กราบขวา จากการหลุดขึ้นมาเปิดของโรนัลโด้ ให้รูนี่ย์เข้าชาร์จแฉลบกัลลาสที่ตามช้าไปจังหวะหนึ่ง
ลูกที่สอง กราบซ้าย จากการหลุดขึ้นมาของเอวร่า เปิดย้อนกลับมาให้โรนัลโด้ที่ตัดเข้ามาแปจากหน้ากรอบ

ทางฝั่งอาร์เซนอล
ลูกแรก จากการหลุดทางกราบขวาของเจ้าบ้านโดยเอบูเอ้ แล้วเปิดบอลอีกสองจังหวะ หลุดมาเข้าทางฟาเบรกัส
ลูกที่สอง จากการหลุดขึ้นมาของกลิชี่ ก่อนจะตบเข้าหน้าประตูซึ่งก็เป็นกัลลาสที่สังหารได้

จะเห็นว่าทั้งสี่ลูก ไม่ได้เกิดจากรูปเกมที่ตั้งใจวางแผนมาเข้าทำของทั้งคู่เลย แต่เป็นประตูที่เกิดจากจังหวะรุกฉาบฉวยทั้งหมด ในเมื่อเจาะกลางไม่เข้า ก็เหลือแค่กราบนี่แหละ เปิดเข้ามาเพื่อให้หน้าเข้าทำ ซึ่งผมเองมองว่าทั้งสี่ประตูนั้น เกิดจากความสุดยอดในการปิดเกมตรงกลางของทั้งคู่ ทำให้ต้องเลือกออกกราบแล้วเปิดเข้ากลาง

จบเกมนี้ลงไป ถ้าถามกันตั้งแต่ก่อนเตะ ว่าหนึ่งแต้ม จากสกอร์ สอง-สอง ผมเองก็คงบอกว่าพอใจ และแฟร์ดี แต่เมื่อมันเป็นอย่างที่ได้เห็นไปแล้ว ผมเองเสียดายไหม ยอมรับตรงๆว่าเสียดายครับ กับสองแต้มที่หลุดลอยไปในสองนาทีสุดท้าย แต่ทำไงได้ มันคือฟุตบอล ที่หากผู้ตัดสินยังไม่เป่านกหวีดยาว คุณจะหลุดสมาธิไม่ได้เลย

หลังผลเสมอของทั้งสองทีม ผมมองว่า แมนยูเอง คงเสียกำลังใจไปไม่น้อย การที่ท่านเซอร์ออกมาโวยท่านเปา นั่นก็คือการโยนภาระออกจากลูกทีมไปให้ท่านเปาเว็บบ์แบกไว้แทน เพื่อคลายความเสียขวัญของลูกทีมลงไปในระดับหนึ่ง ดังที่แฟนๆรุ่นเก่าๆคงจะทราบกันดีถึงการกระทำดังกล่าวของคุณปู่อเล็กซ์ ซึ่งคุณปู่เอง คงต้องใช้เกมที่จะเจอกับเคียฟเพื่อเรียกกำลังใจคืนมาให้ได้เร็วที่สุดครับ

ส่วนอาร์เซนอล ไม่ต้องห่วงเลยครับ การที่ตีเสมอได้ในช่วงทดเจ็บ น่าจะทำให้มีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น การไล่แบ่งแต้มกลับคืนมาจากหงส์ และผีได้จากสองนัดติดๆกันที่น่าจะพ่ายจากการถูกยิงนำไปก่อน ยิ่งน่าจะเรียกความเชื่อมั่นมาสู่ลูกทีมเวนเกอร์ได้มาก


แต่ผมมองลึกไปกว่านั้น ว่าการเสมอกันนัดนี้ และการที่เป็นเกมใหญ่ มีผู้ชมมากมายทั่วโลก มันเท่ากับเป็นการเปิดจุดอ่อนของทั้งสองทีมสู่สาธารณชนทั้งโลกได้เลยทีเดียว ตอนนี้ ทุกคนทราบแล้วว่าจะหาโอกาสเข้าไปยิงอาร์เซนอลอย่างไร อัลมูเนียเมื่อเห็นคู่ต่อสู้หลุดเข้ามา อาการออกทุกครั้ง และตอนนี้คู่ต่อสู้ก็รู้แล้วว่าจะรับมือการบุกแบบน้ำป่าไหลหลากของปืนใหญ่ได้อย่างไร ทั้งๆที่เป็นการไปเยือนเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่มีสถิติน่าพรั่นพรึงต่อผู้มาเยือนด้วยซ้ำ แต่ฮาร์กรีฟส์ กับอันแดร์สัน ก็ทำให้ดูแล้ว ทั้งๆที่เป็นหน้าใหม่ในทีมด้วยซ้ำ

อีกทั้ง ตอนนี้ทั้งโลกก็รู้แล้วว่า การจะยิงแมนยูไนเต็ด ไม่ได้ยากอย่างที่คิด การเสียแค่สี่ประตูจากสิบเอ็ดนัดของแมนยู แต่กลับเสียให้อาร์เซนอลสองลูกในเกมเดียว อาร์เซนอลไม่ใช่ได้จากลูกขลุกขลิกชุลมุน แต่ได้มาจากการเติมเกมเกือบสิบคนเข้ามาในกรอบและหน้ากรอบ ทำให้มีตัวรอยิง รอซ้ำเต็มไปหมด อีกทั้งการปิดเกมสวนของแมนยู นั้น ตูเร่ กับกัลลาสก็ทำให้ดูแล้ว ว่าทำยังไงถึงกันเตเวซออกจากการมีส่วนร่วมได้ การบล๊อคโรนัลโด้ ถึงไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็ทำให้เงียบได้นานมาก และคู่หูหมูนรก เมื่อถูกพรากออกไปหนึ่ง และโด้ถูกถ่างออกไปให้ถูกซ้อนตรงกราบ เกมสวนกลับของแมนยูก็ลดความอันตรายลงไปเยอะ

จะเห็นว่า เราไม่ได้รับแค่ความมัน แค่การลุ้นแบบน่าหวาดเสียวเท่านั้น แต่เกมนี้ ให้อะไรเรามากกว่านั้นเยอะ เกมแค่เกมเดียว แต่เราได้เห็นวิธีการสร้างเขื่อนหยุดกระแสน้ำป่าของอาร์เซนอล เราเห็นวิธีหาโอกาสเข้าทำประตูอาร์เซนอลทั้งๆที่แทบไม่ได้ต่อเกมตรงกลางสนามด้วยซ้ำ เราได้เห็นวิธีการจับสามประสาน โด้ รูน เตเวซ แยกออกจากกัน ทำให้หมดพิษสงไปมาก เราได้เห็นว่าในที่สุดแล้ว หลังแมนยู เมื่อสกัดบอลไม่พ้นคู่ต่อสู้สักที ก็เกิดอาการลนลานได้เช่นกัน

ปล. ได้เห็นการวางหมากในลูกตั้งเตะของอาร์เซนอลไหมครับ ที่กัลลาสเข้ามาซุบซิบกับฟาเบรกัสน่ะ ฮาร์กรีฟส์ตามกัลลาสแท้ๆ แต่พอได้จังหวะเปิดเข้ามา กลายเป็นซานญ่า ที่วิ่งสอดมาจากข้างหลังโล่งๆ ทำให้ฮาร์กรีฟส์ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะตามใคร สุดท้ายเขาเลือกตามซานญ่า ที่สอดมาโล่งๆ และทิ้งกัลลาสไป กลับกลายเป็นกัลลาสที่ได้เทคโล่งๆ แต่ซานญ่าไม่ได้ทำอะไร ตรงนี้หลายคนอาจจะมองว่าฮาร์กรีฟส์ถูกหลอก

แต่ผมอยากให้ดูว่าเป็นแผนที่สุดยอดของเจ้าบ้านมากกว่าครับ เพราะซานญ่าสอดเข้ามาในไลน์วิ่งเดียวกับกัลลาสเป๊ะๆ หากฮาร์กรีฟส์เลือกที่จะตามกัลลาส ก็คงเป็นกัลลาสนั่นแหละที่จะดึงฮาร์กรีฟส์ออกจากไลน์ และให้ซานญ่าได้เทคโล่งๆแทน ผมอยากให้มองว่า คนที่พลาดน่าจะเป็นยูไนเต็ดเองที่ไม่ได้ยืนประกบซานญ่าแต่แรกครับ ปล่อยให้สอดเข้ามาโล่งๆอย่างนั้นได้ไง ลูกนี้ เหมือนลูกที่เสียให้วิลล่า เหมือนลูกที่เสียให้เคียฟเป๊ะๆ

นั่นยิ่งเป็นการสนับสนุนแนวคิดของผม ที่มองว่า จุดอ่อนของแมนยูไนเต็ด เริ่มถูกเปิดออกมาแล้ว และการเสียประตูในลักษณะนี้ เกิดขึ้นซ้ำๆบ่อยเกินไปแล้วครับ บ่อยจนทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า คู่ต่อสู้ เรียนรู้มาใช้กับเราแล้ว และตอนนี้ อาร์เซนอลก็เริ่มที่จะโดนแบบเดียวกันแล้วดังจะเห็นได้ว่า พวกเขาเริ่มเสียประตูมากขึ้นเช่นกัน ในลักษณะคล้ายๆกันเช่นกันครับ

ได้แต่หวังว่า ท่านเซอร์คงจะเห็นจุดอ่อนนี้เช่นกัน และเร่งปรับแก้ไข เพื่อปิดจุดอ่อนนี้ ให้เร็วที่สุดด้วยครับ


วันนี้ พอแค่นี้ครับพบกันใหม่ กลางสัปดาห์ หากมีถ่ายทอดครับ
สวัสดีครับ



Create Date : 05 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2550 9:51:30 น. 2 comments
Counter : 329 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณสงบใจ วิเคราะห์ได้เยี่ยมเหมือนเดิม พอดีไปเม้นท์ในบอร์ดไม่ได้ เลยแวะมาคุยด้วยที่นี่แทน

เห็นอาร์เซน่อลต่อบอลเนียนแบบนี้แล้วอิจฉาจริงๆ ค่ะ เด็กเวนเกอร์ชุดนี้นี่เล่นบอลสวยงามมากๆ เห็นแมนยูเมื่อวันเสาร์จ่ายบอลกันพลาด ไม่แม่นเอาซะเลยแล้วขัดใจจริงๆ โยนไปก็เหมือนโยนทิ้งๆ ขว้างๆ แต่ดีที่เรายังมีทีเด็ด ยิงนำน่อลได้ตั้งสองครั้งแน่ะ เสียดายจริงๆ ที่โดนตีเสมอช่วงท้ายเกม ไม่เป็นไร ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลนัก

พุธ (หรืออังคารหว่า) เชียร์แมนยูต่อค่ะ ขอให้ชนะเคียฟ นัดต่อๆ ไปจะได้สบายหน่อย

แล้วคราวหน้าจะแวะมาคุยด้วยใหม่นะคะ


โดย: Hellen_th วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:49:48 น.  

 
แวะเข้ามาเม้นห้ายครับ เสียดายแมนยู อีกนิดเดียวจะชนะอยู่แว้วว

เส้าเรยยย


โดย: D_MFor วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:56:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.