Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 

20110823 วิพากษ์ Man United vs Spurs

####สงบใจ...ทอล์ค#### เด็กนรกระลอกสอง


สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่าน ผมห่างหายไปนานก็ต้องขออภัย เนื่องจากภาระที่หนักหนาสาหัสมากขึ้นทั้งในงานและนอกงาน ทำให้ไม่สามารถเจียดเวลามาทำสิ่งที่ชอบได้เหมือนเคย ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ผมจึงถือวิสาสะเปลี่ยนหัวข้อจากการวิพากษ์มาเป็นการทอล์คแทน เพื่อชวนเพื่อนๆคุยกันแลกเปลี่ยนทรรศนะเป็นหลัก เน้นวิพากษ์วิจารณ์น้อยลง เพราะไม่สามรถเจียดสมาธิมานั่งชมเกมได้แบบเจาะลึกเต็มที่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วครับ


ผ่านพ้นเปิดฤดูกาลมาสองเกม รวมทั้งแมทช์ปรีซีซั่นอีกพอสมควร กองทัพเฟอร์กี้มีการปรับเปลี่ยนมากมาย ขุมกำลังหลักหลบฉากออกจากแนวหน้าหลายราย ทิ้งภาระหนักอึ้งไว้ให้น้ากิ๊กส์เพียงคนเดียว โดยมีเฟอร์ดินานด์, วิดิช, เอวร่า, พาร์ค, คาร์ริค, เฟล็ทเชอร์, นานี่, เบอร์บาตอฟ และรูนี่ย์ ยืนเป็นเสาหลักรุ่นต่อไป แต่เฟอร์กี้ก็หากองหนุนมาทดแทนได้อย่างสมน้ำสมเนื้อเมื่อได้ดูจากฟอร์มที่ผ่านไป ไม่ว่าจะเป็น แอชลี่ย์ ยัง, ฟิล โจนส์, หรือเด เคอา รวมทั้งดาวรุ่งที่ซื้อมาไว้ก่อนหน้านี้อย่างเอร์นานเดซ, สมอลลิ่ง, ลินเดการ์ด เมื่อรวมกับทัพเสริมที่ดึงกลับมาจากการยืมตัว ทั้งมาเคด้า, เว็ลเบ็ค, ดิยุฟ, เคลเวอร์ลี่ย์ ทำให้แฟนๆต่างคอยจับตามองแผนการเล่นในปีนี้กันอย่างใจจดใจจ่อตั้งแต่ต้นซีซั่นกันเลยทีเดียว


สิ่งที่เปลี่ยนไปจากซีซั่นก่อนเป็นอย่างมากก็คือ จังหวะของเกมที่ลื่นไหลเร็วขึ้น แพ็ทเทิร์นการขึ้นเกมที่เปลี่ยนจากการวางยาวจากกลางเป็นการออกบอลเท้าสู่เท้าอย่างรวดเร็ว และแกนกลางของทีมที่กลับมาเน้นสไตล์ คีน-สโคลส์อีกครั้ง ด้วยตัวตายตัวแทนอย่าง อันแดร์สัน-เคลเวอร์ลี่ย์ ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียวหากมองว่าทั้งคู่ยังใหม่ต่อการเล่นร่วมกันในทีมชุดใหญ่ นักเตะหน้าใหม่อย่างแอชลี่ย์ ยังที่เติมเข้ามานั้นก็มีความเร็วสูง ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่า เฟอร์กี้จะเน้นจังหวะเกมที่เร็วขึ้นกว่าปีก่อน ปีกสองข้างมีทั้ง ยัง-นานี่-วาเลนเซีย ที่ใช้ความเร็วฉีกคู่แข่งได้ง่ายๆ รวมกับศูนย์หน้าความเร็วสูงอย่างชิชาริโต้-เว็ลเบ็ค และการเล่นสปีดเกมเร็วของคู่กลางแอนนี่-เคลเวอร์ลี่ย์ นอกจากนี้แล้ว เฟอร์กี้ยังมีแผนสำรองในมือ นั่นคือ ปีกอย่างกิ๊กส์และพาร์ค ศูนย์หน้าอย่างรูนี่ย์-เบอร์บาตอฟ และกลางอย่างคาร์ริค-เฟล็ทเชอร์ ที่ยังมีความยืดหยุ่นในการดึงสปีดของเกมลงมาได้และปรับมาเป็นการเล่นคุมจังหวะ ทำให้เฟอร์กี้มีทางเลือกในแผนการเล่นที่ค่อนข้างน่าสนใจมากๆในปีนี้


สองเกมที่ผ่านไป ผมว่ายังวัดอะไรมากไม่ได้ เมื่อสเปอร์สเองก็เปิดหน้าแลกเปิดพื้นที่สู้เต็มที่ ทำให้เราสามารถเจาะตามช่องได้บ่อยและสบายมากกว่าเกมเยือนเวสต์บรอมวิชมากนัก เกมแรกนั้นต้องบอกว่าแผงหลังเรารับบทหนักกับลูกโยนมากๆ จนเด เคอาเกือบต้องเสียเซลฟ์ การเพรสซิ่งเข้าเร็วและเข้าหนักของเวสต์บรอมฯ รวมทั้งการแพ็คแผงหลังแน่นนั้น ทำให้เกมของเราค่อนข้างมีปัญหาในการต่อบอลและเจาะเข้าทำ แต่กับเกมรับมือสเปอร์สมันต่างไป เกมเปิด พื้นที่เล่นเยอะขึ้น การเพรสซิ่งของสเปอร์สจึงไม่สามารถเข้าถึงตัวเราได้เร็วนัก ทำให้เรามีพื้นที่และเวลาในการเคาะบอลให้กันมากขึ้นแม่นขึ้น ซึ่งสุดท้ายมันส่งผลให้เราสามารถกดดันได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทางสเปอร์สก็ไม่สามารถกดดันเราได้ดีมากพอ นอกจากลูกโยนเข้ากลางที่บางครั้งยังมีจังหวะพลาดของเด เคอา เกิดขึ้นให้เห็น ภาพรวมๆของเกมมันจึงออกมาในลักษณะนี้


สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อจากสองเกมที่ผ่านมาก็คือ อยากให้จับตาฟิล โจนส์ ให้มากๆ หลายคนมองน้องทอมซึ่งเล่นตรงกลางได้เด่น มีเซนส์บอลสูง และอ่านเกมขาด แต่ผมยังเชื่อว่า ฟิล โจนส์ นั้นตอนนี้ดีกว่าน้องทอมอยู่ก้าวครึ่งถึงสองก้าวแล้วครับ ความเหนียวแน่น ความหนักหน่วง ความเร็วและความแม่นยำในการสกัด การยืนตำแหน่งอ่านบอล ทำได้อย่างดีเยี่ยม ผมเองยังเชื่อว่า โจนส์ในตอนนี้ดีกว่าสมอลลิ่งไปแล้ว จังหวะที่เขาพลาดให้เบลกระชากหนีเข้าไปในกรอบ แต่สปีดตามไปบล็อคการยิงของเบลได้ทันนั้น ติดตาผมมากทีเดียว นี่คือสตาร์คนใหม่ที่น่าจะก้าวขึ้นมาได้อย่างเต็มตัวได้เร็วที่สุดในบรรดาดาวรุ่งของเราครับ ฟอร์มของโจนส์ในท่วงทำนองแบบนี้ ก็อย่าแปลกใจเลยนะครับ หากป๋าจะจัดเขาลงเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ยืนหน้าแผงหลังในบางเกมที่สำคัญๆ เหมือนที่คาร์ริคเคยรับบทบาทนี้มาแล้วก็เป็นได้


นอกจากโจนส์แล้ว ผมเองยังเห็นว่าแผงหลังของเรามีสมาธิค่อนข้างสูง น่าจะโดนเคี่ยวมามากหลังจากหลุดให้เห็นเรื่อยๆในเกมก่อนๆ จะมีก็เอวร่าที่ยังหลุดอยู่เรื่อยๆ และคาดว่าหากยังหลุดบ่อยๆแบบนี้ อาจเกิดปัญหาเริ่องการการันตีเฟิร์สทีมของเจ้าตัวก็เป็นได้ครับ สมอลลิ่งรับบทบาทแบ๊คขวาได้อย่างไม่มีที่ติ รู้จังหวะควรขึ้นควรลงเป็นอย่างดี ทำให้เบลไม่ค่อยมีโอกาสแสดงศักยภาพออกมาให้เห็นมากนัก ต่างกับอีกฝั่งที่เลนน่อนพาพี่ติ๊กทัวร์ได้หลายยกอยู่ ตรงนี้หากวิดิชกับริโอกลับมา ผมว่าป๋าคงหนักใจล่ะครับ ว่าจะจัดแผงหลังอย่างไรดี ซึ่งผมเองยังมีคิดอยู่ในใจว่า ความน่าจะเป็นที่สองพี่น้องดา ซิลวาจะถูกปรับบทบาทมาเป็นแบ๊คกึ่งปีก (ไม่ใช่วิงแบ๊ค แต่เป็นแบ๊คในบางเกม หรือปีกในบางเกม) น่าจะมีสูงไม่ใช่น้อย เมื่อตัวเลือกในแผงหลังมีมากมายและต่างแสดงผลงานได้ดีทั้งนั้น นอกจากพี่ติ๊กจะฟอร์มหลุดยาวนั่นคงเป็นอีกเรื่อง


ไล่มาถึงมิดฟิลด์กันบ้าง หลายคนมองว่าทอมเป็นพระเอกมาสองเกมติดๆในแดนกลางหลังจากไร้เงาของสโคลส์ แต่ผมกลับมองอีกภาพหนึ่งครับ ผมมองว่าการไม่มีสโคลส์ หรือคาร์ริคลงสนามเนี่ย ทำให้ป๋าจับคู่แอนนี่-ทอมมี่ลงมา และปรับมาเล่นบอลเท้าสู่เท้าด้วยสปีดที่รวดเร็ว และหันมาเล่นในสไตล์คีน-สโคลส์ คือไม่จำกัดบทบาทรุก-รับของใครเป็นพิเศษ แต่ให้รู้จังหวะรู้หน้าที่ในแต่ละช่วงของเกมกันเอง ซึ่งผมมองว่าทั้งคู่ทำผลงานได้ดีครับ และคนที่ช่วยให้น้องทอมมี่แสดงผลงานได้แบบนี้ก็คือแอนนี่นี่แหละ การไม่มีรุ่นพี่ให้คอยเกรงใจในสนาม คอยเรียกให้ฝากบอลหรือพักบอล แอนนี่มีตัวลมกรดอยู่สองฝั่งสนามอย่างยัง-นานี่ มีรูนี่ย์ลงมาช่วยเคาะบอลหน้ากรอบ และเว็ลเบ็คที่ฉีกไปทางนั้นทางนี้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้ ทำให้แอนนี่มีอิสระที่จะทำเกมตรงกลางสนามมากขึ้น ทั้งจ่าย ทั้งลากตะลุย ทั้งสอดเข้ากรอบ เขามีตัวเลือกรอบตัวที่จะฝากบอลไปมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ทอมมี่ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆในการเล่น เจ้าตัวก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก เล่นไปตามจังหวะตามเซนส์ของตัวเอง ตามสปีดของเกมที่คุ้นเคย เลยทำให้เกมโดยรวมดูไหลลื่นรวดเร็วขึ้นนั่นเอง และแอนนี่นี่แหละ ที่ผมมองว่าถ้าไม่มีใครถูกซื้อเข้ามาเพิ่มอีก แอนนี่จะเป็นแกนกลางของทีมในยุคผลัดใบนี้ครับ

ถามผมว่าอยากได้สไนจ์เดอร์ไหม? บอกตรงๆ ผมอยากได้กาก้ามากกว่า ถ้าเจ้าตัวอยากมาในราคาที่พอใจน่ะนะครับ เพราะอายุของกาก้าจะไม่เบียดบังโอกาสของเด็กได้นานนัก และประสบการณ์ของเขานั้นสามารถมาถ่ายทอดให้น้องๆได้อีกมากมาย และเมื่อกาก้าจากไป เด็กๆเราก็พร้อมเต็มที่ที่จะขึ้นมาต่อกรกับทุกๆเวทีได้แล้ว แต่เมื่อโอกาสของสไนจ์เดอร์นั้นดูจะมีมากกว่ากาก้า ผมก็อยากได้เขามาตอบโจทย์ในเกมยุโรปครับ ลำพังหนาวกว่าลำปาง...เอ๊ย... ลำพังเด็กกระทงของเรารวมกับกำลังหลักที่มี ผมว่าขับเคี่ยวแย่งแชมป์พรีเมียร์ได้จนหยดสุดท้ายแน่ๆ แต่กับถ้วยยุโรปล่ะครับ คุณมั่นใจได้แค่ไหน ว่าชุดนี้จะฝ่าฟันเข้ารอบลึกๆได้จนสุดทางที่นัดชิงชนะเลิศ ผมจึงอยากได้ใครสักคนที่เข้ามาเติมช่องว่างตรงกลางนี้ให้เต็มหรือตื้นขึ้นมาก็ยังดี ใครที่สามารถสร้างโอกาสพลิกเกมได้จากจังหวะธรรมดาๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้มีใครบ้างล่ะครับที่ทำตรงนั้นได้


สำหรับตัวรุก ตรงนี้ผมไม่ห่วงอะไรทั้งนั้น ขอแค่ป๋าพยายามจัดให้ลงตัว ให้เหมาะสมกับแต่ละเกมและรูปแบบการเล่นแต่ละนัดไป ก็น่าจะหวังพึ่งพาได้เป็นอย่างดีแล้ว เรามีศูนย์หน้าเยอะมากในทีมตอนนี้ ทั้ง รูนี่ย์, เบอร์บาตอฟ, ชิชาริโต้, โอเว่น, เว็ลเบ็ค, มาเคด้า, ดิยุฟ ปาเข้าไปเจ็ดคนแล้วนะ ขอแค่จัดหมุนเวียนเจ็ดคนนี้ให้เหมาะสมก็น่าจะเพียงพอแล้วแหละ สรุปในภาพรวมก็คือ ทีมชุดนี้นั้น น่าจะเป็นทีมที่พร้อมผลัดใบจากรุ่นเก่าอย่างเต็มตัว แถมยังผลัดรูปแบบการเล่นอีกด้วย ถือเป็นเด็กนรกรุ่นที่สองของป๋าก็ว่าได้ หากมองว่าก่อนหน้านี้การผลัดใบไม่เคยมีการดันเด็กมากขนาดนี้นอกจากเด็กนรกรุ่นแรกอย่างคลาสออฟ 92 รุ่นนั้น และเราคอยมาจับตาดูกันว่า ทีมชุดนี้ จะทำผลงานในระยะยาวออกมาอย่างไร และเราจะได้ใครมาเพิ่มเติมสู่ทีมอีกหรือไม่ ในอีกสัปดาห์ที่เหลือนี้ครับ


มาแลกเปลี่ยนทรรศนะ มาคุยกันนะครับ ว่างๆจะแวะเข้ามาตอบ ขอบคุณครับ

สงบใจ




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2554
1 comments
Last Update : 23 สิงหาคม 2554 10:31:41 น.
Counter : 2368 Pageviews.

 



ชอบมากเลยคัพ วิเคราะห์ ได้ น่าติดตามมากเลย

 

โดย: เนเน้ IP: 101.109.94.72 24 สิงหาคม 2554 0:13:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.