Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
20091123 วิพากษ์ MAN UNITED vs EVERTON

เนือยๆ อาจจะเนิบนาบ แต่ไม่มีนานี่มานัวเนีย


สวัสดีครับ หลังจากพักรบกันไปสองสัปดาห์ให้ไปดื่มน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในจากนัดก่อน กลับมาคราวนี้ผมจึงหวังเต็มที่ ที่จะได้เห็นนักตะของเรา คึกคัก คักคึก กันให้เต็มเหนี่ยวหลังจากอัดอั้นมาหลายวัน แต่ผมก็ลืมไปว่านักเตะเราหลายต่อหลายคนก็ต้องกลับไปรับใช้ชาติกันทั้งนั้นนี่หว่า ทำเอาหลายคนพกพาเอาอาการบาดเจ็บกลับมาในเป้หลังของตัวเอง เช่น เอแวนส์, โอเช และวิดิช ยังดีที่วิดิชผ่านการทดสอบความฟิตกลับมาได้ ส่วนในรายของเบอร์บาตอฟนั้น ถึงแม้จะเพิ่งโชวเทพซัดไปสองเม็ดในรายการทีมชาติ แต่กลับมีข่าวว่าเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บจนไม่มีชื่อติดในทีมวันนี้ ทางด้านริโอนั้นเล่าก็บาดเจ็บแผ่นหลังเรื้อรังต่อเนื่อง อันเป็นที่มาของข่าวหนาหูว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวฟอร์มตก ความเร็วหาย ลีลาหดนั่นเอง สำหรับนานี่ คงไม่มีอะไรมาก เมื่อเจ้าตัวเปิดปากจวกท่านพ่อไปหมาดๆ ทำเอาไม่มีชื่อในทีมไปอีกคน แต่สำหรับนานี่อาจจะสเปเชี่ยลหน่อย คืออาจไม่มีอนาคตเป็นของแถม

เมื่อทราบข่าวอาการบาดเจ็บและไม่ฟิตของนักเตะเราแล้ว ก็มาดูซิ ว่าอัศวินแพนด้าจะเลือกจัดตัวผู้เล่นอย่างไร เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังคงได้รับความไว้วางใจเช่นเคยให้เฝ้าความบริสุทธิ์ผุดผ่องของเสาประตู แบ๊คขวาเลือกราฟาเอล มาเสียบแทนโอเช แบ๊คซ้ายเป็นปาทริซ เอวร่า คู่เซ็นเตอร์เข็นเวสลี่ย์ บราวน์ จับคู่กับเนมานย่า วิดิช มิดฟิลด์ตัวกลางสองคนให้โอกาสดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และไมเคิล คาร์ริค มีไรอัน กิ๊กส์ ลากทางซ้าย วาเลนเซียเลื้อยทางขวา และคู่ศูนย์หน้าเลือกไมเคิล โอเว่น กับ เวย์น รูนี่ย์ ยืนเป็นหัวหอกคู่กัน ส่วนโควต้าบนม้านั่งสำรองได้แก่ โทมัส คุสแซ็ค, ริชี่ เดอ ลาท, ดาร์รอน กิ๊บสัน, อันแดร์สัน, กาเบรียล โอแบร์กตอง, พอล สโคลส์ และดาเนียล เว็ลเบ็ค

ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือนนั้น หากจะบอกว่าทีมเราพิการ ทีมเขาก็คงอัมพาตครึ่งตัวไปแล้วแหละครับ เนื่องจากว่านักเตะตัวหลักตัวพลิกเกมของเขานั้น นอนหยอดน้ำข้าวต้มกันหมดเลยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น มิเคล อาร์เตต้า, ฟิล จากิลก้า, ฟิลลิปป์ เนวิลล์, ลีออน ออสแมน, สตีเว่น พีนาร์, เจมส์ วอห์น, วิคเตอร์ อนิเชบี้ แม้แต่ดินิยาร์ บิลยาเลทดินอฟเองก็ติดโทษแบน ลงสนามไม่ได้ ทำให้เดวิด มอยส์ต้องคิดหนัก ก่อนจะจัดตัวลงสนามในช่วงหลังแทบทุกนัด อย่างนัดนี้มอยส์จัด ทิม ฮาวเวิร์ดลงมาเฝ้าเสา, แผงหลังสี่ตัวประกอบไปด้วย ลูคัส นีลล์, โจเซฟ โยโบ, ซิลแว็ง ดิสแต็ง และเลห์ตัน เบนส์ กองกลางห้าตัวนั้นมีแดน กอสลิงค์, แจ๊ค ร็อดเวลล์, จอห์นนี่ ไฮติงก้า, ทิม เคฮิลล์ และมารูยาน เฟลไลนี่ โดยที่ทิ้ง หลุยส์ ซาฮา ไว้ข้างหน้าคนเดียว

รูปเกมที่เกิดขึ้น ออกจะยากเกินไป หากผมจะสามารถร่ายบทความให้อ่านได้ยาวๆเหมือนทุกครั้ง เพราะดูแล้วไม่ได้มีการต่อสู้เชิงแท็คติคมากมายเท่าไหร่นัก แถมการต่อสู้ในสนามตลอดเก้าสิบนาทีก็ไม่ได้ห้ำหั่นกันแบบพลิกตำรายุทธ์ลูกหนังมาวัดกันเท่าไหร่ มันจึงไม่แปลกครับ หากใครที่ได้ชมการถ่ายทอดสดเกมนี้แล้ว จะออกอาการแบบดูไปเรื่อยๆ หรือถึงขั้นง่วงเหงาหาวนอนก็ไม่ผิดนักที่จะเกิดกับบางคน ถึงแม้เกมจะบุกกันกระจาย หรือโดนสวนกลับมาประปราย แต่การจบสกอร์จากบรรดากองหน้าของทั้งสองทีมก็ไม่ได้ช่วยให้ดีกรีความมันของเกมเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แมนฯ ยูไนเต็ด อาศัยความได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านและตัวผู้เล่นที่มีตัวหลักครบมากกว่า ไล่ขย่มเขาอยู่ข้างเดียว ส่วนทอฟฟี่ที่มาเยือน ก็ตั้งหน้าตั้งตาเพรสซิ่งไล่บอล และหาโอกาสสวนกลับอยู่เรื่อยๆ ตลอดเกมก็เห็นไพ่หน้าเดียวอยู่อย่างนี้แหละครับ

ตั้งแต่เปิดเกมครึ่งแรกเป็นต้นมา ยูไนเต็ดก็ครองบอลบุกอยู่แทบตลอด การขึ้นเกมจากซ้าย-กลาง-ขวา เป็นไปอย่างเมามัน แต่ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก วาเลนเซียและราฟาเอล จากชื่อชั้นเหมือนว่าน่าจะบุกทางขวากันกระจาย แต่กลับขึ้นไปแบบตัวใครตัวมันซะมากกว่า ผมมองว่าที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะสองคนนี้ยังไม่สามารถจูนกันติดนั่นเองครับ หากเมื่อไหร่ที่แบ๊คขวาจอมบุกประสานงานกับปีกจรวดได้ลงตัว เกมรุกข้างขวาของเราน่าจะ “เอาตาย” ได้เลยทีเดียว เพราะช่วงนี้วาเลนเซียเริ่มที่จะฝึกตัดเข้าในได้มากขึ้น ประกอบกับเจ้าหนูราฟาเอลเองก็ทั้งตัดเข้าในได้ ทั้งแลบขึ้นมาเติมข้างหลังปีกได้อย่างรวดเร็วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รอเพียงจูนกันติดก็คงน่าดูกว่านี้เยอะ แต่เมื่อมันยังไม่เกิดขึ้น รูปเกมทางขวาก็ออกมาเป็นราฟาเอลและวาเลนเซียต่างคนต่างเจาะ ต่างคนต่างเล่นซะมากกว่า ถึงกระนั้นก็ดี สองคนนี้ก็ป่วนเบนส์ได้เอาเรื่องอยู่ครับ ดีที่เบนส์นั้นเร็วจัดพอตัว และแท็คได้ค่อนข้างแม่น จึงพอกล้อมแกล้มรับมือไปได้เรื่อยๆ

ส่วนทางด้านซ้ายนั่นเล่า กิ๊กส์วันนี้ในเกมนี้ ไม่ได้ยืนกระชากนิ่งๆอยู่ทางซ้ายเหมือนเคย แต่มักหุบเข้ามาเล่นตรงกลางบ่อยๆ นัยว่าเป็นการเพิ่มมิติเกมบุกให้กับทีม ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง ข้อดีก็คือกิ๊กส์มักจะหาจังหวะเหมาะๆลากบอลเข้ากลางเพื่อจ่ายได้เรื่อยๆ แถมยังเป็นการปิดโอกาสการถูกดักทางจากลูคัส นีลล์ได้ง่ายๆ เมื่อเจ้าตัวมีทางเลือกในการเล่นมากกว่าแค่ประสานงานกับเอวร่าทางปีกซ้ายเหมือนเคยๆ แต่ข้อเสียก็คือเหมือนกิ๊กส์จะยังคิดมากไปเมื่อตัดเข้าในครับ การจ่ายหลายๆครั้งเมื่อตัดเข้าในจึงไม่ค่อยเข้าเป้า รวมทั้งตัดสินใจช้าไปครึ่งจังหวะแทบตลอด แต่ภาพโดยรวม การเล่นลักษณะนี้ทำให้อิสระในการเติมเกมของเอวร่ามีมากขึ้น พื้นที่ทางซ้ายถูกเปิดโล่งมากขึ้น กิ๊กส์เล่นแบบนี้ ถึงแม้อาจจะติดๆขัดๆไปบ้างในหลายๆจังหวะ แต่กลับทำให้เอวร่ามีช่องในการลากตะลุยทำเกมขึ้นมาทางซ้ายได้อย่างเมามัน

อย่างประตูแรกที่เราได้นั้นก็มาจากการขึ้นเกมของเอวร่านั่นแหละครับ เอวร่าหลุดทะลุขึ้นมาทางกราบซ้ายจนเกือบสุดเส้น ก่อนจะเปิดหักเข้าใน ซึ่งการทะลุแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากๆในเกมนี้ ลูกเปิดของเอวร่าในนาทีที่ 34 นั้นพุ่งเลยมาเสาไกล วาเลนเซียโดดเทคขึ้นโหม่งลูกย้อนมายังเส้นเขตโทษทางเสาแรก ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์วิ่งสวนมาเอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวาตูมเดียวลูกพุ่งเสียบสามเหลี่ยมซ้ายบนอย่างสุดสวยชนิดฮาวเวิร์ดพุ่งยังไงก็ไม่มีทางถึง ยูไนเต็ดเจ้าบ้านออกนำไปตั้งแต่ตอนนั้น เกมหลังจากนั้นก็เหมือนเดิม ยูไนเต็ดยังคงครอบครองบอลบุกอยู่ตลอด โดยเปิดโอกาสให้ทอฟฟี่ได้สวนเป็นระยะๆ ทอฟฟี่เองก็พอรู้ ว่าตัวรุกมีน้อยจึงสวนโดยอาศัยการวางบอลยาวขึ้นหน้า มีเฟลไลนี่กับเคฮิลล์พักบอลแถวกลาง และซาฮาวิ่งห้อยอยู่ข้างหน้า แต่ยังไม่ดีพอจะสร้างรอยแผลให้น้าซาร์ได้

เกมตรงกลางของเราวันนี้ หากไม่นับเอวร่าที่ผมยกตำแหน่งชายงามแห่งเกมให้ เฟล็ทเชอร์ก็คือพระเอกอีกคนของสนามในค่ำคืนนี้ ทั้งการวิ่งพล่านตัดเกม ทั้งการจ่ายบอลทำเกมรุกและการเติม การสอดขึ้นไปหน้ากรอบ เรียกได้ว่า เฟล็ทเชอร์สามารถดันตัวเองขึ้นมาเกิดหน้ากล้องได้อย่างเต็มตัวแล้วในตอนนี้ แถมยังลดทอนบทบาทและความโดดเด่นในการครองเกมของคาร์ริคลงไปถนัดตาทีเดียว เกมนี้หากจะให้ผมหาที่ผิดพลาด ก็คงเลือกจิ้มไปที่รูนี่ย์ ถึงแม้เจ้าตัวจะขยัน จะมุมานะ ทำทุกๆอย่างเพื่อทีมอย่างเต็มที่ก็ตามเถอะ แต่การที่มีโอเว่นอยู่ในสนาม ผมว่ารูนี่ย์ไม่ควรดึงตัวเองลงมาต่ำมากขนาดนั้นบ่อยเกินไป เพราะการที่รูนีย์ถอยตัวเองลงมา ก็เท่ากับโดดเดี่ยวโอเว่น และเกมนี้แนวรับทอฟฟี่ก็ไม่ลอยสูงสักคน แม้แต่ในช่วงที่ต้องการยิงประตู ก็ไม่ขึ้น ทำให้โอเว่นถูกมาร์คตัวอยู่ในแนวแทบตลอดซึ่งรูนี่ย์ก็โดนด้วย แต่รูนี่ย์ยังถอยตัวเองลงมาบ่อยๆ ทำให้โอเว่นกลายเป็นเป้านิ่งในแนวคนเดียวจนต้องถอยลงมาด้วย และโอเว่นนั้นไม่ใช่นักเตะในสไตล์นี้เลย เมื่อถอยออกมาจากหน้ากรอบ อันตรายของเขาที่มีก็ลดน้อยลง คือยิ่งห่างยิ่งไม่น่ากลัวนั่นแหละครับ

การถอยตัวเองลงมาต่ำของกองหน้าทั้งสองคน ทำให้รูปเกมในช่วงแรกต่อเนื่องจนได้ประตูที่สองนั้น ค่อนข้างน่าอึดอัดสำหรับสองกองหน้าต่างไซส์ เพราะทำอะไรไม่ค่อยถนัด ต่อบอลกันก็ไม่ค่อยได้ พื้นที่มันแน่นไปหมด ทั้งแผงหลัง ทั้งมิดฟิลด์ทีมเยือน แพ็คเกมกันจนแทบจะหายใจรดต้นคอ ต้องพึ่งพากองกลางและปีกเป็นอย่างมากในเกมนี้ การต่อบอลเข้ามาในกรอบมักไม่ค่อยได้ผล เพราะผู้เล่นทั้งสองทีมต่างยืนกันเกะกะกีดขวางปิดทางเดินของบอลกันเต็มไปหมด การเปิดบอลจากด้านข้าง จึงเป็นเพียงออปชั่นที่เหลืออยู่ของเกมนี้ เราจึงเห็นวาเลนเซีย, กิ๊กส์, เอวร่า และราฟาเอล พากันเปิดบอลจากกราบกันเป็นล่ำเป็นสัน ถึงแม้ประสิทธิภาพทั้งสี่คนรวมกันจะไม่เท่ากับเบ๊คแฮมเพียงคนเดียวก็ตามที แต่มันก็ยังดีกว่าเราจะไม่ทำอะไรเลย ใช่ไหมครับ

เกมในครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันดูดีขึ้นมามากขึ้น เมื่อส่ง ยาคูบู ลมาแทนแดน กอสลิงค์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในแดนหน้าในการกดดันกองหลังเจ้าถิ่น ซึ่งยาคูบูลงมาก็ทำผลงานได้ดีเกินคาด ทั้งพักบอล ทั้งเก็บบอล และเปิดทางให้ซาฮาได้เล่นง่ายขึ้น ยาคูบูลงมาเกมของทีมเยือนก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น เฟลไลนี่ และเคฮิลล์เองก็ได้เล่นบ่อยขึ้น ยูไนเต็ดต้องเปลี่ยนตัวมารับสถานการณ์ เมื่อราฟาเอลที่โดนใบเหลืองไปก่อนหน้านี้ทำท่าเหมือนงานจะเข้าเมื่อทอฟฟี่ได้เล่นบ่อยขึ้น ท่านเซอร์จึงถอดเขาออกแล้วส่งสโคลส์ลงมา จัดการถอยเฟล็ทช์ลงไปยืนแบ๊คขวาแทน เกมตอนนี้จากที่ลุ้นเสียประตูที่สอง กลายเป็นทอฟฟี่มีลุ้นตีเสมอด้วยแล้วครับ เพียงแต่การจบสกอร์ของยัคเอง ยังไม่เกินความสามารถน้าซาร์ และไม่คมพอจะเปลี่ยนโอกาสดีๆให้เป็นประตูได้ แถมยังกลับกลายเป็นเสียประตูที่สองไปจนได้ ประตูที่สองของเจ้าบ้านเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 67 จากกิ๊กส์ได้บอลเกือบสุดเส้นทางซ้าย ก่อนเปิดเรียดเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษ มีคาร์ริควิ่งเข้ามาแปเน้นทาง ส่งบอลพุ่งเรียดเข้าข้างเสาสองอย่างสุดสวย บอลพุ่งวาบผ่านกองทัพนักเตะเป็นสิบชีวิตก่อนจะผ่านมือฮาวเวิร์ดเป็นคนสุดท้าย

หลังจากนั้น เกมของเจ้าบ้านผ่อนคลายลงเยอะ และพื้นที่การเล่นในแดนกลางก็มีมากขึ้นจากการที่เอฟเวอร์ตันถอดกอสลิงค์ออกนั่นเอง ยาคูบูลงมาเพิ่มอันตรายในแนวรุกได้จริง แต่ก็ลดคนทำงานในแดนกลางไปหนึ่งคน กลางของยูไนเต็ดเล่นง่ายขึ้นเยอะแล้วในตอนนี้ และสร้างโอกาสสวยๆลุ้นประตูที่สามได้เรื่อยๆ ท่านเซอร์ส่งโอแบร์กตองลงมาแทนรูนี่ย์ในช่วงยี่สิบนาทีสุดท้าย นี่คงเป็นตะปูตอกฝาโลงนานี่กระมัง หากนานี่ไม่ยอมลดราวาศอกตัวเองกับท่านเซอร์ และยังเล่นดื้อดึงฝืนเกมต่อไป ขนาดเกมไม่มีอะไรแล้ว ท่านเซอร์ยังอุตส่าห์เอาโอแบร์กตองลงมาสร้างความเคยชินกับเพื่อนๆ มากกว่าจะเอาเว็ลเบ็คลงมาแทนตำแหน่งรูนี่ย์ การเปลี่ยนตัวแบบนี้ ต่อให้อ้างเหตุผลสารพัดสารพันอย่างไร ถ้าผมเป็นนานี่ผมก็สะอึกเหมือนกันแหละครับ แหม...เกมริมเส้นทางซ้ายเราก็ยังดีๆอยู่ ทำไมต้องเปลี่ยนด้วยล่ะถ้าไม่ใช่ตบหน้าตรูเนี่ย แถมแคนดิเดตที่เป็นข่าวจะถูกปล่อยอีกคนอย่างคาร์ริค ก็ดันทำผลงานได้ดีมีบวกหนึ่งประตูอีกต่างหาก

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าบ้านก็มาได้ลูกที่สามจากลูกแฉลบ สโคลส์ผ่านบอลจากกลางมาถึงวาเลนเซีย วาเลนเซียแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนจะซัดเต็มๆด้วยขวา บอลพุ่งแฉลบการพุ่งเข้าสกัดของเบนส์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปจนได้ ทำให้ตอนนี้วาเลนเซียกลายเป็นเจ้าพ่อแฉลบแห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ดไปแล้ว การเปลี่ยนตัวช่วงท้าย ทอฟฟี่ส่งโชลงมาแทนเคฮิลล์ และฮิบเบิร์ตลงมาแทนซาฮา ส่วนทางยูไนเต็ดส่งดาร์รอน กิ๊บสันลงมาแทนไมเคิล คาร์ริค เกมหลังจากนั้น ก็ไม่มีอะไรมากนัก เอฟเวอร์ตันพยายามสร้างโอกาสบุกเพื่อหวังประตูปลอบใจ แต่ร็อดเวลก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสที่ดีที่สุดให้ผ่านมือน้าซาร์ได้ ส่วนทางด้านเจ้าถิ่นก็ไม่สามารถยิงประตูที่สี่เพิ่มได้สำเร็จเหมือนกัน ทำให้จบเกมไปด้วยสกอร์เพียงเท่านี้

หลังเกม ผมกลับไม่ได้รู้สึกดีอกดีใจอะไรมากนัก ไม่ใช่เพราะคิดว่าต้องชนะ หรือจะดูถูกดูแคลนทัพทอฟฟี่แต่อย่างใด คิดไปคิดมาผมก็รู้คำตอบ มันเป็นเพราะสกอร์สามเม็ดคือภาพลวงตาต่างหากครับ สกอร์สามเม็ดได้บดบังและปกปิดความเป็นจริงที่ว่าทีมเรายังด้อยประสิทธิภาพในการผลิตสกอร์จากกองหน้า ทีมเรายังขาดความคมในการให้บอลจังหวะสุดท้าย และทีมเรา ยังขาดแคลนเกมการบุกที่มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบจำนวนครั้งที่ได้จบต่อการขึ้นเกม (ดูเชลซีได้ครับ) ทั้งหมดนี้หากจะมองตามความเป็นจริง เกมนี้กลางเราเล่นได้ดีมาก นั่นก็เพราะมอยส์เขาเลือกที่จะเล่นเกมป้องกันมากกว่าครองบอล เกมวันนี้เราเคลื่อนที่ทางกราบได้วูบวาบดีมาก นั่นก็เพราะพื้นที่ตรงนั้นมันเปิดให้ คล้ายๆกับว่ามอยส์เห็นจุดอ่อนของเกมรุกเราและเลือกที่จะปิดพื้นที่ตรงกลาง เท่ากับตัดขาดเกมรุกและจังหวะเข้าทำของเราออกไป แต่ปล่อยพื้นที่ด้านข้างให้เปิดได้สะดวก เพราะเกมรุกจากการเปิดบอลด้านข้างของเรามันไม่มีพิษสง โชคยังดีครับ ที่วันนี้กลางเราดันมีโชคอย่างมากที่บอลที่เปิดจากด้านข้างมันเข้าข้อเข้าทางเฟล็ทเชอร์และคาร์ริคพอดี แถมลูกยิงของวาเลนเซียยังมีแฉลบเข้าได้อีกต่างหาก

ว่ากันถึงข่าวตามหน้า นสพ. ที่ว่าป๋ากำลังพิจารณาอนาคตนักเตะสี่คนของเราอยู่ ซึ่งประกอบไปด้วยนานี่ อันนี้ผมเห็นด้วยครับ ฟอร์มไม่ดียังพอทำเนา แต่การเปิดปากวิจารณ์ป๋านี่มันเกินไป ผมไม่ได้เป็นเผด็จการนะ แต่ทุกคนควรต้องรู้ว่าการที่ทีมเราสามารถสมัครสมานสามัคคีปรองดองกัน และปกครองนักเตะดังๆร่วมๆสี่สิบชีวิตให้ได้ราบรื่น มันต้องเคารพกัน ไม่งั้นหากป๋าไม่จัดการตรงนี้ อีกหน่อยดาราหลายๆคนแข็งข้อขึ้นมาจะปกครองกันได้อย่างไร อย่าลืมว่าสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น ไม่มีใครใหญ่กว่าสถาบัน หากจำต้องขายนานี่ไป ผมก็เชื่อว่าประสิทธิภาพที่โอแบร์กตองจะมอบให้เรามันก็ไม่ต่ำไปกว่าที่นานี่มีให้ในนาทีนี้หรอกครับ อีกรายที่มีข่าวก็คือเบน ฟอสเตอร์ ที่เปิดปากวิจารณ์ป๋าเหมือนกัน แต่รายนี้ผมเห็นต่างจากนานี่ เรื่องวิจารณ์นั่นก็คงเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่อีกเหตุผลคือนายทวารนั้นต้องการเกมมากกว่าตำแหน่งอื่นครับ หากมองในแง่นี้ การจะเก็บฟอสเตอร์ไว้กับทีมก็ไม่มีประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย หากจะวิน-วินโซลูชั่นกัน ก็ควรปล่อยยืมตัวอีกสักครึ่งปี ปีนึง เพื่อให้จิตใจนิ่งกว่านี้ แต่ถ้าเบนไม่เอาสัญญายืมตัว ก็คงต้องขายออกไป เพื่ออนาคตของเบน บวกกับที่เรารอฟอร์มของเขาไม่ได้

อีกสองรายที่มีข่าว ผมเองเห็นด้วยเรื่องทั้งคู่ฟอร์มตก แต่ไม่เห็นด้วยเรื่องขายออกไป คือวิดิชกับคาร์ริค วิดิชนั้นฟอร์มตกจริง แต่ผมว่าเป็นการฟอร์มตกเพราะถูกพ่วงกับการบาดเจ็บของริโอ ริโอบาดเจ็บทำให้แผ่วไปเยอะ ภาระตกลงมาที่บ่าวิดิชเต็มๆ ต้องห่วงตัวเอง ห่วงตำแหน่งเพื่อน แถมช่วงหลังต้องจับคู่เด็กเปลี่ยนหน้าไปตลอดทั้งบราวน์, เอแวนส์ และโอเช ถ้าจะไม่ให้ฟอร์มตกเลยก็คงเป็นเซ็นเตอร์มือหนึ่งของโลกไปแล้วแหละครับ ดังนั้นกรณีนี้ผมจึงเห็นด้วยว่าควรเล็งสำรองคุณภาพดีไว้สักคนโดยยังไม่ต้องขายใครออก เพราะช่วงนี้เซ็นเตอร์เราเจ็บออดๆแอดๆทั้งสามคน หากไม่มีใครทดแทนจะลำบากในการตามล่าหาโทรฟี่ อีกตำแหน่งที่เป็นข่าวก็คือคาร์ริค พ่อคนนี้แผ่วตั้งแต่เกมที่มอสโกซีซั่นที่แล้วที่โดนชาบีและอีเนียสต้าชำเรากลางสนามนั่นแหละ ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย แต่ตอนนี้ผมเริ่มที่จะเห็นแววการคัมแบ๊คมาเรื่อยๆทีละนิดแล้วครับ ตำแหน่งนี้ผมว่ายังไม่รีบร้อนนัก เฟล็ทช์, สโคลส์, แอนนี่, คาร์ริค ยังประคองสถานการณ์ได้เรื่อยๆในลีก โดยมีกิ๊บสันและลายิช คอยสอดแทรก แต่ถ้าป๋ามองถึงคุณภาพในเกมยุโรป แบบนั้นคงต้องรอฮาร์กรีฟส์กลับมาหรือไม่ก็ซื้อแบบมาม่ามาชงกินเองอีกสักคน ส่วนจะเป็นใคร...ก็รอดูมกรานี้นะ


แล้วมาลุ้นกันในตอนตลาดเปิดกลางซีซั่นครับ

สงบใจ



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 11:12:16 น. 0 comments
Counter : 210 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.