Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
20081208 วิพากษ์ MAN. UNITED vs SUNDERLAND

แด่...พี่วี ที่รัก...

อรุณสวัสดิ์ ทุกๆท่าน ขอต้อนรับสู่กระทู้วิพากษ์เช้าวันนี้ ด้วยอาการใจหายใจคว่ำ เนื่องจากกว่าที่ทีมรักของพวกเราจะเก็บสามแต้มได้สำเร็จ ก็ต้องลุ้นกันสายตัวแทบขาด จากเกมที่ทุกๆฝ่าย ทุกๆแหล่งข่าว ต่างพร้อมใจกันคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะเป็นเกมไล่ทุบแมวดำอย่างสนุกเท้า ยิ่งรอย คีน มาชิงไขก๊อกออกไปก่อนเตะไม่กี่วัน ยิ่งน่าจะส่งผลให้แบล๊คแคทส์ระส่ำหนักขึ้นไปอีก แต่ฟุตบอลมันมิใช่บัญญัติไตรยางศ์น่ะสิครับ ทำให้กว่าจะยิงประตูชัยได้ ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอน้ำลายเหนียวไปตามๆกันทีเดียว


ก่อนเกม คำถามที่สำคัญที่สุดที่ท่านเซอร์ต้องประสบในการจัดตัวก็คือ จะเอาเตเวซและแอนนี่ไว้ตรงไหนดี หลังจากเทพอาร์เจนไตน์ (คุ้นๆแฮะ) เพิ่งโชว์ฟอร์มสด กระหน่ำคนเดียวสี่เม็ดในเกมคาร์ลิ่ง คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับเด็กเทพแซมบ้า ที่โชว์ลีลาคิลเลอร์พาสในเกมดังกล่าวหลายต่อหลายดอก ทำให้หลายๆฝ่ายต่างคาดเดาไปต่างๆนานา แต่สุดท้าย ท่านเซอร์ก็เลือกที่จะใช้ทีมชุดที่บุกไปคว้าสามแต้มจากซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ แถมยังยกมาทั้งกระบิอีกต่างหาก ทำให้ทีมชีตที่ออกมา ผมก๊อปจากเกมนั้นมาได้เต็มๆ//ฮ่าฮ่าฮ่า

รูนี่ย์ เบอร์บาตอฟ
ปาร์ค เฟล็ทเชอร์ คาร์ริค โรนัลโด้
เอวร่า วิดิช ริโอ ราฟาเอล
น้าซาร์

หลังจากแกรี่ ที่เป็นแค่คนเดียวที่แสดงผลงานน่าผิดหวังในเกมคาร์ลิ่ง คัพ แต่จะว่าไป ตำแหน่งที่แกยืน มันก็เป็นตำแหน่งที่แกไม่ถนัดมาแต่ไหนแต่ไร หากยังจำกันได้ ตอนที่เราอัปเปหิ ยาป สตัม ไปใหม่ๆ ท่านเซอร์ได้ลองเซ็นเตอร์หลากหลายคน แกรี่ ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น และผลลัพธ์ก็คือล้มเหลวมากกว่าได้ผลนะครับ ด้วยอานิสงส์ผลงานของเฮียเต๊ะจากเกมคาร์ลิ่งนี้เอง ที่ทำให้เฮียได้พัก และเราก็ได้เห็นราฟาเอลลงมาวาดลวดลายอีกครั้งในเกมนี้ ในขณะที่ซันเดอร์แลนด์ที่มี สบราเกียขัดตาทัพอยู่นั้น ถอยยอร์คไปเป็นกลางรับตัวสุดท้าย ห้อยหน้าแผงหลัง ส่วนหน้าเป้า วางซิสเซ่ไว้คนเดียว


หลังจากเริ่มเกมขึ้น ยูไนเต็ดเจ้าบ้าน ใช้เวลาคอนโทรลเกมชิงจังหวะกับผู้มาเยือนไม่นานนัก ก็สามารถคอนโทรลเกมเอาไว้ได้เบ็ดเสร็จ และเกมนี้ ก็น่าจะเป็นเกมที่ยูไนเต็ดได้บดคู่ต่อสู้แบบพับสนามบุกได้สุดๆแล้วในซีซั่นนี้ เกือบๆหกสิบนาที(ก่อนเปลี่ยนตัว) ที่ยูไนเต็ดพับแล้วพับอีก ยิงแล้วยิงอีก แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนจังหวะสุดท้ายให้เป็นประตูได้เสียที รูปเกมเป็นไปแบบวันเวย์ โอกาสยิงจากทางฝั่งเจ้าบ้านมาเป็นพายุ และเป็นการยิงตรงกรอบตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ในขณะที่ฝั่งผู้มาเยือน โอกาสยิงแทบหาไม่เจอ

เกมของเจ้าบ้านทำได้หลากหลายและค่อนข้างแน่นอน คาร์ริค และเฟล็ทเชอร์เล่นในบทบาทคู่กลางได้เยี่ยมยอดอีกเกม โดยที่คาร์ริคจะเป็นคนคุมจังหวะของเกม และเป็นผู้กำกับเกมจากหน้าแผงหลัง ส่วนเฟล็ทเชอร์ในเกมนี้ค่อนข้างสบายขึ้น เมื่อซันเดอร์แลนด์ไม่ค่อยไล่เพรสซิ่ง แต่เลือกที่จะคุมพื้นที่และเข้าซ้อน เข้าพัวพันมากกว่า ทำให้เฟล็ทเชอร์สามารถวิ่งส่ายกินพื้นที่ไปตามพื้นที่ตรงกลางและหน้ากรอบได้ค่อนข้างมาก โรนัลโด้ และปาร์ค เล่นเป็นมิดฟิลด์ริมเส้นเต็มบทบาท ทั้งทำเกมริมเส้น และหุบเข้ามาเล่นบอลสั้นหน้ากรอบตามโอกาส แต่โรนัลโด้ยังคงทำอะไรไม่ได้มากนักในเกมนี้ เมื่อถูกตอดนิดๆหน่อยๆตลอดเกมในจังหวะกระชากลากเลื้อย ทำให้แสดงพิษสงออกมาได้ไม่เต็มที่ ผู้มาเยือนเลือกที่จะเล่นเกมรับเต็มรูปแบบ ทำให้มีแถวกำแพงสี่คนแน่นหน้ากรอบ พร้อมกับกำแพงชั้นที่สองอีกห้าคนโดยมียอร์คเป็นคอนดักเตอร์คอยไล่คุมพื้นที่สูงขึ้นมาอีก



เกมรับของซันเดอร์แลนด์ทำได้มีระเบียบวินัยดีมาก ประกอบกับฟูล็อป โกล์สำรองของทีม ยังเล่นได้ดีมาก สามารถปัดป้องและเซฟลูกยิงอันตรายๆจากฝั่งเจ้าบ้านได้หลายต่อหลายลูก ดีน ไวท์เฮด ก็เป็นผู้เล่นสำคัญที่หยุดยั้งการทำเกมของตัวรุกปิศาจแดงได้หลายครั้งโดยเฉพาะจังหวะสุดท้าย เกมรับที่มีวินัยและคุมพื้นที่แน่นหนาของซันเดอร์แลนด์ ทำให้เหลือพื้นที่ที่จะใช้เจาะเข้าไปน้อยมาก หลายครั้งที่เจ้าบ้านต้องเลือกดึงบอลถอยกลับมาในแดนตัวเองเพื่อถ่างแนวรับคู่ต่อสู้ ก่อนจะจ่ายบอลสวนทะลุเข้าไปในช่องว่างหรือวางบอลยาวสวนไป ซึ่งก็ได้ผลในหลายจังหวะ แต่ผู้มาเยือนยังคงสามารถป้องกันไว้ได้ดี

ส่วนเกมโต้กลับของซันเดอร์แลนด์ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เมื่อทิ้งแค่ซิสเซ่ไว้คนเดียวในแดนหน้า แถมซิสเซ่ยังไม่ขยันเท่าที่ควร เขาหายไปจากเกมนานมาก โผล่มาให้เห็นทีก็ถูกเบียดแย่งบอลไปที ทำอะไรไม่ได้นัก แถมตัวรุกริมเส้นของซันเดอร์แลนด์ก็ยังถูกวางบทบาทไว้ที่เกมรับมากกว่า เพื่อหยุดยั้งเกมรุกริมเส้นจากเอวร่าและราฟาเอล ทำให้ซิสเซ่ยิ่งโดดเดี่ยวมากขึ้น ริโอกับวิดิชสลับกันขึ้นลงเล่นได้อย่างสบายใจตลอดที่ซิสเซ่ค้ำเป็นหน้าเป้าอยู่ในสนาม เกมรุกของยูไนเต็ดเล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจดีจริงๆ รูนี่ย์และดิมี่สลับกันเป็นตัวทำเกมบ้าง เป็นหน้าเป้าบ้าง มีโรนัลโด้ มีปาร์คคอยสอดมาจากนอกกรอบเพื่อเข้าทำบ้าง ราฟาเอลและเอวร่าเติมเกมบุกตลอดเพื่อกดดันผู้มาเยือน คาร์ริคและเฟล็ทช์ยังมีโอกาสสลับกันสอดมาเติมยิงไกลประปราย ดูๆแล้วก็เป็นรูปเกมที่ค่อนข้างสบายใจ รอแต่ว่าเมื่อไหร่ประตูจะมา (รอนานจริงๆ)




ยิ่งเล่นก็ยิ่งถูกกดดันมากขึ้นสำหรับเจ้าบ้าน และเมื่อกดดันมากขึ้น ก็เริ่มถูกสถานการณ์บีบให้ต้องรุกมากขึ้น ซันเดอร์แลนด์ที่ตั้งหลักรับอย่างมั่นคงมาตลอด ก็เริ่มที่จะเห็นช่องว่างที่จะใช้เล่นโต้กลับ ยิ่งเมื่อเจ้าบ้านเปลี่ยนเอาเตเวซลงมาแทนปาร์คเมื่อผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง ซึ่งทำให้เกมรุกของเจ้าบ้านเปลี่ยนมิติไปบ้าง และมีลุ้นจากจังหวะขยันลากเลื้อยของเตเวซมากขึ้น แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดก็คือ เราขาดตัวกรองสถานการณ์ไปคนหนึ่ง ทำให้เกมโต้กลับของซันเดอร์แลนด์ทำได้สะดวกขึ้นมาบ้าง และมีจังหวะครองบอลกดดันคืนได้บ้างนานๆครั้ง แต่การที่ยังขาดการประสานงานในจังหวะเข้าทำ ก็ยังทำให้ยูไนเต็ดไม่เจองานยากอะไรนัก สบราเกียจึงถอดซิสเซ่ออกและส่งเคนวิน โจนส์ลงมาแทน ซึ่งความขยันและครองบอลเหนียวแน่น เล่นลูกกลางอากาศได้ดี ทำให้จังหวะโต้ของซันเดอร์แลนด์ดูดีและอันตรายมากขึ้น

ในขณะที่ผู้มาเยือนส่งตัวอันตรายมาเพิ่มในจังหวะโต้กลับ เจ้าบ้านก็ต้องแก้เกมอีกดอก แต่เป็นการแก้เกมที่ไม่คาดคิด เมื่อโรนัลโด้ที่ถูกกระแทกที่ชายโครง ต้องเดินหัวเสียออกจากสนามไปเพราะเล่นต่อไม่ไหว และสีหน้าเขาก็ดูน่าจะโกรธกรรมการที่เขารู้สึกว่าไม่ปกป้องเขาเท่าที่ควร ท่านเซอร์ที่จ้องจะเปลี่ยนตัวก่อนหน้านั้นจึงต้องขยับหลายกระท่อกหน่อย ก่อนจะมาลงตัวที่กิ๊กส์ลงมาแทนโด้ และแอนนี่ลงมาแทนเฟล็ทเชอร์ ทีแรกผมเองยังไม่อาจคาดเดาว่าจะปรับแผนอย่างไร แต่พอได้เห็นการเล่นสักพัก ก็ทราบได้ทันทีว่า เป็นการเสี่ยงแลกของป๋านั่นเอง เพื่อประตู และเพื่อสามแต้ม การเอากิ๊กส์ลงมาแทนที่จะเป็นนานี่ นั่นผมเดาเอาว่าป๋ายังอาจจะต้องการคอนโทรลเกมอยู่ ไม่ได้ต้องการเล่นแบบใช้ตัวฟรีมากนัก จึงเลือกใช้กิ๊กส์แทนนานี่ ส่วนแอนนี่ น่าจะเพื่อใช้ประโยชน์จากลูกจ่ายทะลุทะลวงและการครองบอลของเขานั่นเอง ซึ่งรูปเกมที่เห็นก็คือ เราต้องการครองบอลด้วย และเข้าทำให้แม่นยำมากขึ้นด้วย และสองคนนั้นก็น่าจะเป็นคำตอบที่ลงตัวในสายตาของป๋า



หลังจากเปลี่ยนตัว เกมก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกรอบ หลังจากเริ่มจะตื้อไปบ้างในช่วงหลังๆ เกมของกิ๊กส์นั้น เราอาจจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงต่อรูปเกมของทีมมากนัก ยิ่งเมื่อเทียบกับแอนนี่ แต่โดยรวมการประสานงานในแดนหน้าและการทำชิ่งจ่ายทะลุช่องเกิดขึ้นได้บ่อยมากขึ้น แต่จุดที่ทำให้เกมเปลี่ยนไปชัดเจนมากกว่า ก็คือการเจ็บของไวท์เฮด ที่ต้องเปลี่ยนเอาคาร์ลอส เอ๊ดเวิร์ดสลงมาแทน ส่งผลต่อระเบียบเกมรับของทีมให้รวนไปพอสมควร ยิ่งใกล้หมดเวลา ยูไนเต็ดยิ่งต้องเสี่ยงมากขึ้น จนต้องดันเอาวิดิชขึ้นมาเล่นสูงบ่อยครั้งขึ้นเพื่อเล่นลูกครอสจากกราบ เพิ่มมิติเกมรุกอีกแบบ บอลของยูไนเต็ดในจังหวะสุดท้ายเริ่มหวาดเสียวมากขึ้น และมาทำได้สำเร็จในที่สุดเมื่อจะหมดเวลาอยู่รอมร่อ คาร์ริคได้จังหวะซัดไกลจากหน้ากรอบ บอลดูเหมือนจะแฉลบเท้านักเตะซันเดอร์แลนด์ก่อนจะหนีมือฟูล็อปไปชนโคนเสาด้านใน กระดอนข้ามปากประตูออกมาเข้าทางวิดิชที่ตามกลิ่นมาซ้ำพอดี ทำให้ยูไนเต็ดเก็บสามแต้มได้สำเร็จในที่สุด ท่ามกลางความเซ็งของนักเตะซันเดอร์แลนด์



ถอนหายใจกันเฮือกกกกกก....ใหญ่เลยล่ะสิครับ ทุกๆท่าน ผมเองก็เช่นกัน แทบจะกระโดดตกเตียงเลยทีเดียว (แต่สำหรับแฟนๆอีกระบบ ลูกนี้ก็น่าจะยังไม่เพียงพอต่อการดีใจ//ฮ่าฮ่าฮ่า) ยิ่งก่อนหน้าเกมจะเริ่ม บรรดาบิ๊กๆสามทีมต่างพาเหรดกันสามแต้มถ้วนหน้า ขืนเราพลาดพลั้งได้แค่แต้มเดียวนี่คงดูไม่จืดแน่ๆ การได้สามแต้มเต็มจากเกมนี้นอกจากจะลดความกดดันที่ถูกสามบิ๊กทีมโยนเข้าใส่โครมเบ้อเริ่มแล้ว ยังเป็นการรักษาเส้นทางลุ้นแชมป์และโอกาสของตัวเองอยู่ต่อไป ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะกลางสัปดาห์นี้ เรายังมีเกมสำคัญที่ต้องเปิดบ้านอัดอัลบอร์กเพื่อการันตีที่หนึ่งในสาย ก่อนจะต้องออกไปลอนดอน เยือนถิ่นไงท์ ฮาร์ท เลน ของจ่าแฮร์รี่ กุนซือที่ถือเป็นตัวขัดลาภของเราคนสำคัญก็ว่าได้ ไม่ว่าจะคุมปอร์ทสมัธ คุมเวสต์แฮม จ่าแฮร์รี่ก็ทำแสบกับเรามาโดยตลอด นัดนี้จึงถือเป็นนัดสำคัญอีกนัดหนึ่งที่ต้องเก็บสามแต้มให้จงได้

หลังจากนั้น เราน่าจะถูกพักการแข่งขันภายใน เพื่อเดินทางไปแข่ง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่ญี่ปุ่น ซึ่งตามโปรแกรมเราจะเริ่มเล่นในวันที่ 18 ธันวาคม และหากผ่านเข้าชิงได้ ก็จะเล่นในวันที่ 21 ธันวาคมอีกนัดหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเล่นศึกพรีเมียร์ลีกกับสโต๊ค ซิตี้ ในวันที่ 26 ธันวาคม ซึ่งโปรแกรมที่ญี่ปุ่นดังกล่าว จะทำให้เรามีเกมตกค้างเพิ่มขึ้นกับเวสต์บรอมวิช ประเด็นสำคัญก็คือ หากเราคว้าสามแต้มจากไวท์ ฮาร์ท เลนไม่ได้ แถมยังต้องมาติดเกมตกค้างเพิ่มอีกเกม โอกาสที่แต้มที่เราตามหลังในวันนี้ 6 แต้ม จะกลายเป็น 12 แต้มหลังกลับมาจากญี่ปุ่นก็เป็นไปได้สูงทีเดียว และนั่น ก็คือแรงกดดันมหาศาลที่อาจทำให้เราไม่สามารถไล่แซงจ่าฝูงทันก็เป็นได้ครับ และจากความจำเป็นที่ว่ามานี้ ก็คือสาเหตุสำคัญ ที่ราต้องไม่พลาดสามแต้มจากไวท์ ฮาร์ท เลน สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้


รูปเกมอาจจะไม่มีอะไรมากนักให้พูดถึงในรายละเอียด โดยเฉพาะเกมรับที่แทบไม่ได้ทำงานทำการ ยิ่งน้าซาร์นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แทบไม่ออกจอเลย จะมีให้พูดถึงก็คงเป็นเกมรุก เกมนี้ถึงแม้โรนัลโด้จะถูกตอดตลอดจนคายความอันตรายได้ไม่ถนัดจากการลากเลื้อย แต่ผู้เล่นคนอื่นที่เหลือ ก็ยังคงเล่นต่อเกมกันได้ดี การจบสกอร์ จะว่าไม่คมก็คงไม่ได้ เมื่อโอกาสยิงตรงกรอบมีเป็นสิบ คงบอกได้แต่เพียงว่า คมขึ้นแล้วแต่ไม่คมพอจะผ่านฟูล็อปเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าผมจะคาดหวังให้การจบสกอร์ของเราคมกริบกว่านี้ก็เถอะ แต่สำหรับเกมนี้ ผมก็พอใจในระดับหนึ่ง ที่เรายิงทิ้งยิงขว้างน้อยลง ยังมีตรงกรอบอยู่มากพอสมควร ผมยังมองว่าเราจบสกอร์ได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าที่ผมคาดหวัง

การทำเกมของรูนี่ย์ และการวิ่งทำทาง ดึงตัวประกบ ทำให้รูนี่ย์ลดดีกรีความคมลงไปมาก เดี๋ยวนี้จับบอลห่างตัว ดูดบอลกระดอนไปหาคู่ต่อสู้ กระชากบอลไกลเกิน สิ่งเหล่านี้เราเห็นจากรูนี่ย์จนชินตาในระยะหลังๆ เพียงแต่เขาก็ยังคงมีประโยชน์ในการสร้างสรรค์เกมให้ทีมได้อยู่ รูนี่ย์กับท่านเซอร์คงต้องรีบหาทางปรับกระบวนยุทธ์ของตนเองให้กลับมาอันตรายอีกครั้งเร็วที่สุด อย่างน้อยให้ได้เหมือนตอนที่เขารุ่งขึ้นมา ยิงคม แข็งแกร่ง เบียดไม่ลง ยิงได้ทุกจังหวะ นี่คือสิ่งที่รูนี่ย์ทำหล่นไว้ที่ไหนก็ไม่ทราบและคงต้องรีบหาให้เจอด่วนครับ ส่วนดิมี่ เขาเริ่มกลายเป็นส่วนประกอบหลักของแนวรุกตรงกลางไปแล้ว จากการเป็นตัวพักบอลและเปิดป้อนหน้ากรอบที่เห็นได้จากหลายๆนัดที่ผ่านมา รวมทั้งการพลิกไปยิง จุดอ่อนเดียวที่ผมเห็นก็คือ การที่ดิมี่ไม่ได้เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแกร่งนักเมื่อถูกปะทะหนักๆ เมื่อต้องอยู่โดดเดี่ยวโดยที่คู่ขาฉีกไปเล่นทางกว้าง ดิมี่ก็มักจะถูกอัดให้เสียหลักก่อนจะได้บอลตลอด เขาไม่ค่อยมีเวลาและพื้นที่ให้เล่นมากนักครับ เพราะคู่ต่อสู่รู้ดีว่า ปล่อยให้ดิมี่ว่างไม่ได้เลยนั่นเอง



โปรแกรมเดือนธันวาคมครับ

December 2008

17:30
10 Dec UEFA Champions League Aalborg BK H 19:45
13 Dec Barclays Premier League Tottenham A 17:30
FIFA CLUB WORLD CUP Dec 18 / Dec 21
26 Dec Barclays Premier League Stoke City A 12:45
29 Dec Barclays Premier League Middlesbrough H 20:00

สุดท้าย...ก็ขอสรรเสริญพี่วี ที่มีสัญชาตญาณตามกลิ่นลูกบอลได้ไม่แพ้กองหน้า แถมยิงได้ดีมากทั้งๆที่มีตัวประกบตามมาเหยียดขาสกัดในจังหวะสุดท้าย สุดยอดจริงๆ...พี่วีของเรา


และเหมือนเดิม อย่าลืมตามลุ้นกันนะครับ


สงบใจ



Create Date : 08 ธันวาคม 2551
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 10:12:33 น. 0 comments
Counter : 200 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.