Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

บ้านสำหรับผู้สูงอายุ

บ้านสำหรับผู้สูงอายุ

อุบัติเหตุของผู้สูงอายุโดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นภายในบ้าน ซึ่งอาจทำให้เกิดกระดูกหักได้แม้ว่าจะหกล้มเบา ๆ

ดังนั้นบ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่ ควรมีการปรับปรุงหรือออกแบบให้มีสภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีความผิดปกติของร่างกาย ทั้งที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บหรือการเสื่อมสภาพของร่างกายตามธรรมชาติ

มีข้อแนะนำในการออกแบบที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับผู้สูงอายุดังนี้

1.พื้นบ้านและทางเดิน

ควรเป็นระดับเดียวกัน และใช้วัสดุที่เปียกน้ำแล้วไม่ลื่น

ไม่ควรทำพื้นต่างระดับหรือธรณีประตู และไม่ทิ้งสิ่งกีดขวางให้เกะกะ ทางเดิน เพราะอาจจะเกิดการสะดุดล้มได้


2.บันได

ควรจัดให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องใช้บันไดหรือใช้ให้น้อยที่สุด

บันไดควรมีราวจับทั้ง 2 ด้าน บันไดแต่ละขั้นควรสูงน้อยกว่า 15 ซม. และมีความลึกของบันไดมากกว่า 30 ซม. และใส่ยางกันลื่นบริเวณขอบบันได


3. ราวจับ

ควรมีตลอดแนวทางเดิน ราวจับควรมีลักษณะกลม มีขนาดที่จับได้พอเหมาะ และควรอยู่สูงพอที่จะจับได้ถนัด (ประมาณ 75 ซม.จากพื้น)

ภายในห้องต่าง ๆ ทุกห้องควรมีราวจับเพื่อช่วยพยุงตัวเวลาลุกยืนหรือเดิน


4. แสงสว่าง ภายในบ้านโดยเฉพาะ ห้องน้ำ ทางเดินและบันไดควรจัดให้มีความสว่างที่เพียงพอ ไม่มืด แต่ก็ ไม่ควร สว่างจ้าเกินไปเพราะทำให้ตาพร่าได้


5. เฟอร์นิเจอร์

ควรมีความสูง–ต่ำที่พอเหมาะ การจัดวางสิ่งของก็ไม่ควรวางสูงจนต้องเขย่งขาหรือต่ำจนต้องก้มหรือคุกเข่าเพื่อหยิบของ

ควรใช้เครื่องอำนวยความสะดวกในการทำความสะอาดบ้าน เช่น ใช้ไม้ถูพื้น แทนการนั่งถูพื้น ควรยืนรีดผ้าแทนการนั่ง ของใช้ในตู้ที่ใช้บ่อยควรวางในระดับที่หยิบได้พอดี

ควรให้ผู้สูงอายุนอนบนเตียงและนั่งบนเก้าอี้ที่มีความสูงระดับหัวเข่า


6. ห้องน้ำ

เป็นห้องที่สำคัญและมักจะเป็นสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

พื้นห้องน้ำควรเป็นระดับเดียวกัน ไม่มีธรณีประตูหรือพื้นต่างระดับ และ ผ้าเช็ดเท้าควรจะไม่หนาเกินไปเพราะอาจทำให้สะดุด หรือ เหยียบแล้วลื่นได้

วัสดุที่ปูพื้นห้องน้ำก็ต้องไม่ลื่นเมื่อเปียกน้ำ

ควรใช้โถนั่งหรือชักโครก

ควรมีที่นั่งเพื่อนั่งเวลาอาบน้ำหรือสระผม

มีราวจับช่วยพยุงตัว

ก็อกน้ำควรเป็นแบบคันโยกโดยใช้มือดึงหรือดันเพื่อปิด-เปิดน้ำ ไม่ควรเป็นแบบลูกบิดหรือแบบหมุน

ไม่ควรลุกเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน ควรใช้กระโถนหรืออุปกรณ์ขับถ่ายข้างเตียงจะดีกว่า


7. ประตู

ควรเป็นแบบเลื่อน ซึ่งเปิด-ปิดโดยใช้แบบมือจับดึงหรือดัน ไม่ควรใช้ลูกบิด

ประตูควรกว้างพอสำหรับการเข้าออกพร้อมกัน 2 คน เผื่อว่าจะต้องมีคนช่วยพยุง หรือ กว้างพอที่จะเข็น รถเข็นเข้าออกได้สะดวก


8. ในห้องและทางเดินควรมีสวิตซ์ฉุกเฉินเป็นระยะ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ขอความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว





อาการผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์


1. ปวดหลัง และมีอาการปวดร้าวจากหลังหรือสะโพก ลงไปที่น่อง หรือ ขา ร่วมกับมีอาการชา อ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาด้านที่ปวด หรือ ร่วมกับอาการปัสสาวะไม่ออก หรือ มีอาการกลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้

2. ปวดเข่า ร่วมกับมีอาการเข่าบวม มีไข้

3. มีอาการปวดมาก รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือ มีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

4. คลำพบก้อนเนื้อผิดปกติ อาจจะมีอาการปวด หรือไม่มีอาการปวดร่วมด้วย

5. อาการผิดปกติอื่น ๆ ที่เป็นนานมากกว่า 2 อาทิตย์ แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือ เป็นแย่ลงกว่าเดิม



Create Date : 21 มีนาคม 2551
Last Update : 21 มีนาคม 2551 17:49:04 น. 4 comments
Counter : 1666 Pageviews.  

 
เป็นบทความที่ดีมากๆค่ะ
ขอบคุณๆ


โดย: ดา ดา วันที่: 21 มีนาคม 2551 เวลา:19:46:36 น.  

 
ชอบบทความนี้มากค่ะ จริง ๆ แล้ว แม้เรายังไม่แก่ แต่ก็ควรนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปปรับใช้เมื่อมีกำลังลังที่จะปรับเปลี่ยนได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยถนอมสุขภาพเราได้เป็นอย่างดีค่ะ และทำไม่ให้ใช้ร่างกายอย่างผิดลักษณะ ที่ควรเป็น


โดย: Liege วันที่: 21 มีนาคม 2551 เวลา:20:55:34 น.  

 

ใช่แล้วครับ .. ปรับให้เหมาะตั้งแต่เริ่มสร้าง เลยยิ่งดี ...



โดย: หมอหมู วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:17:35:07 น.  

 
แก่แล้วจะเข้าใจ...นวัตกรรมตอบโจทย์ผู้สูงวัย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มิถุนายน 2558 07:57 น.
//www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9580000065377
"จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย" ปัญหาสุขภาพที่ตามมาพร้อมกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของอายุ ทำให้หลายๆ บริษัทเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม ผุดเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ตามความต้องการของบรรดาคุณลุง คุณป้า คุณปู่ คุณตา ผู้มีกำลังซื้อแต่สุขภาพร่างกายเริ่มไม่อำนวย
เก้าอี้ไม้สักถูกออกแบบมาให้มีลักษณะโค้งมนเพื่อรองรับสรีระ มีหูจับเพื่อความแข็งแรงและอีกด้านหนึ่งเป็นแท่งไม้ธรรมดา เพราะผ่านการสอบถามความเห็นจากผู้สูงวัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการจับเก้าอี้ ที่ส่วนมากมักชอบนำฝ่ามือไปขูดกับสันไว้เพื่อการผ่อนคลาย บ.ดีสวัสดิ์ จำกัด จึงออกแบบเก้าอี้ออกมาให้มีหน้าตาอย่างที่เห็น ซึ่งไม้ในลักษณะนี้สามารถเปียกน้ำได้ จึงเหมาะเป็นเก้าอี้อาบน้ำของผู้สูงอายุ
ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกที่ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์จะแนะนำให้รู้จักคือเป็นผลิตภัณฑ์จาก บริษัท ดีสวัสดิ์ อินดัสทรี จำกัด บริษัทผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านจากไม้สักฝีมือคนไทย ผู้ประกอบการเดิมจากโครงการ สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) รักษ์โลก ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานจากไม้สักจำนวนมากด้วยแนวความคิดแบบนอกกรอบ
นายจิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ ประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท ดีสวัสดิ์ อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า ดีสวัสด์เคยทำผลิตภัณฑ์มาแล้วแทบครบทุกแบบ ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์รักษ์โลก หรือผลิตภัณฑ์แนวศิลปะซึ่งก็ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี แต่ไม่ตอบโจทย์ในใจเขาจากการเดินทางไปประกวดผลงานในหลายๆ ประเทศเขาได้เห็นมุมมองของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อผู้สูงอายุซึ่งในประเทศไทยยังไม่มี จึงริเริ่มการออกแบบผลิตภัณฑ์แบบใส่ใจ โดยทำการลงพื้นที่สำรวจปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุด้วยตัวเอง
"คนแก่นี่ถ้าได้ลงไปคุยกับหลายๆคนจะรู้เลยว่าเขาป่วยไม่เหมือนกัน ปัญหาสุขภาพไม่เหมือนกันสักคน เพราะกว่าจะแก่แต่ละคนทำงาน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันมา ไม่เหมือนเด็กที่ถูกเลี้ยงมาเหมือนๆ กัน งานแต่ละชิ้นที่ผมทำจึงต้องใส่ใจว่าปัญหาที่มักพบของคนแก่คืออะไร หลักๆ คือการยึดเกาะเพราะเขาลุกเดินไม่ค่อยไหว เก้าอี้ของเราจึงเน้นไปที่หูจับ และผิวสัมผัสที่ไม่ลื่น สำหรับผมถ้าลูกค้าสัก 10 คนพอใจผมก็มีความสุขแล้ว มันรู้สึกดีว่าเราได้ทำอะไรเพื่อคนที่ใกล้ตัวจริงๆ ไม่เหมือนสินค้ารักษ์โลกที่ทำไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่ารักจริงไหม โลกจะหายร้อนขึ้นบ้างหรือเปล่า" ผู้ประกอบการ บ.ดีสวัสดิ์ จำกัด ไล่เรียง
ต่อมาเป็นส่วนของ บริษัท โมเดิร์นฟอร์ม จำกัด ซึ่งได้นำเตียงเพื่อผู้สูงอายุที่สามารถปรับนั่ง นอนและแยกส่วนเป็นโซฟาได้มาจัดแสดง ทำให้เห็นนวัตกรรมที่ล้ำไปอีกขั้น เพราะนอกจากเตียงจะทำจากไม้จริงที่มีความสวยงามและอะลูมิเนียมที่คงทนแข็งแรงแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยี Micro- Simulation System หรือระบบปีกผีเสื้อที่ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดแรงกดทับของร่างกายและช่วยกระตุ้นปลายประสาทในขณะที่นอน พร้อมด้วยระบบรับคำสั่งอัตโนมัติอัจฉริยะอีกมากมาย สนนราคาอยู่ที่เตียงละ 440,000 บาท ซึ่งขณะนี้มีใช้ในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนบางแห่ง
ในส่วนต่อมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบฝีมือนักศึกษาปริญญาตรี จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ "ขวดน้ำ" เพื่อผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมดื่มน้ำน้อย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมอง ที่มีปัญหามืออ่อนแรง ไม่มีแรงยกขวดน้ำขึ้นดื่มและมักสำลักน้ำเพราะควบคุมปริมาณน้ำในแต่ละครั้งไม่ได้ ด้วยการออกแบบให้ขวดมีช่องว่างตรงกลางเพื่อง่ายกับการสอดมือหยิบจับ และสามารถเปิดปุ่มดื่มได้ง่ายเพียงกดคลิ้กเดียว โดยน้ำที่ออกมาจากขวดจะออกมาในปริมาณเพียง 1 อึกเท่านั้นเพื่อป้องกันการสะอึก
นวัตกรรมชิ้นสุดท้ายที่นำมาเสนอในวันนี้คือ โต๊ะทำงานเอนกประสงค์เพื่อผู้สูงอายุ ผลงานของ น.ส. ณิชกมล เตชะทวีกิจกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มจธ.ที่ได้ไอเดียการออกแบบจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้สูงวัยที่ชอบทำกับข้าว
"ผู้สูงอายุเวลาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรก็มักจะทำกับข้าวค่ะ รอคนในบ้านกลับมากิน เลยคิดออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้เขาทำทุกอย่างได้แบบไม่ต้องลุกไปหยิบนั่นนี่บ่อยๆ ออกมาเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ที่สามารถเปิดเข้าเปิดออก ยกถอดประกอบได้ ตามลักษณะของ "ห่อหมก" แนวคิดหลักของการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ที่เป็นการจับทุกอย่างมาหมกๆ ไว้รวมกัน" ณิชกมล กล่าว
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และโครงการ iTAP สวทช. ได้ร่วมมือจัดโครงการ "ผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำหรับผู้สูงอายุ" เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่มีความสนใจร่วมทำการวิจัยการออกแบบผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการบริการสำหรับนวัตกรรมสินค้า ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ
น.ส.ชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาเทคโนโลยี โครงการ iTAP สวทช. กล่าวว่า โครงการที่จัดทำขึ้นเป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. ภายใต้โครงการ iTAP ที่มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมในรูปแบบต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีไทยทำร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่มีการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและการฟื้นฟู มจธ. (CART) เพื่อวิจัยและประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการเพื่ออำนวยความสะดวกรวมถึงการฟื้นฟูผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและผู้พิการ
นอกจากนี้ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มจธ.ยังได้ร่วมมือกับ CART ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ หรือ เอเบิลแล็บ (ABLE LAB) เพื่อทำการวิจัยออกแบบผลิตภัณฑ์ กระบวนการและบริการสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดความพร้อมของภาคธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
"เรื่องเทรนด์ผู้สูงอายุนี่ได้มาตอนไปดูงานที่ญี่ปุ่น เห็นเทคโนโลยี เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยผู้ใหญ่ เขาก็ทำทุกอย่างแบบแคร์ผู้สูงอายุ เห็นแล้วรู้ว่าเขาใส่ใจ จึงเกิดแนวคิดว่าเราควรจะมีผลิตภัณฑ์เพื่อผู้สูงอายุบ้าง สวทช.มีโครงการ iTAP ที่จะให้การสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีและงบประมาณอยู่แล้ว เราจึงเริ่มมองหาพันธมิตรที่มีศักยภาพด้านโครงการเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ซึ่ง มจธ.มีศูนย์ที่ดูแลจุดนี้อยู่ จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างเรา, มจธ. และเอเบิลแลป ที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือภาคเอกชนที่ต้องการผลิตสินค้าเพื่อผู้สูงอายุ"
ทั้งนี้ สวทช.จะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีแนวคิดที่สอดคล้องกับนโยบายของโครงการ เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มีวงเงินลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาทและเป็นเอกชนที่อยู่ในภาคการผลิต ทั้งสิ้น 8 บริษัทมาดำเนินโครงการนำร่อง โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจาก มจธ.เป็นที่ปรึกษา โดย สวทช.จะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการด้านค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ 50%, ค่าการทดสอบทดลองผลิตภัณฑ์เพื่อมาตรฐาน 50% และการใช้วัสดุสิ้นเปลืองอีก 50% หรือไม่เกินงบประมาณบริษัทละ 400,000 บาท โดยหลังจากการคัดเลือกจะมีการฝึกอบรมพัฒนาธุรกิจเป็นระยะ และคาดว่าภายใน 6 เดือน ผลิตภัณฑ์ต้นแบบชิ้นแรกของแต่ละบริษัทจะเสร็จพร้อมส่งออกสู่สายตาประชาชน
**** ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโครงการได้ "ภายในเดือน ก.ค." ที่ น.ส.พนิดา ศรีประย่า โครงการ iTAP สวทช. โทร 02-5647000 ต่อ 1301 หรือที่ อีเมลล์ panita@tmc.nstda.or.th


โดย: หมอหมู วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:23:13:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]