happy memories
Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
2 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๙๔




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto










"ภูมิใจภักดิ์ รัก จักรี”


ริเวอร์ซิตี้ ศูนย์รวมงานศิลปะและวัตถุโบราณแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมเทิดพระเกียรติราชวงศ์จักรี เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนาราชวงศ์จักรี โดยจะจัดแสดงนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติชุด “ภูมิใจภักดิ์ รักจักรี” (Beloved Chakri Art Exhibition: บีเลิฟ จักรี อาร์ต เอ็กซิบิชั่น) ด้วยการนำเสนอผลงานศิลปะ “ภาพวาดสีพาสเทล สีน้ำมัน สีอะคริลิก และงานประติมากรรม ” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมวงศานุวงศ์ในราชวงศ์จักรี จำนวนกว่า ๒o ชิ้นงาน ที่สะท้อนถึงสำนึกเทิดทูนในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้สนใจงานศิลปะ และประชาชนทั่วไป เข้าชมนิทรรศการศิลปะเทิดพระเกียรติชุด “ภูมิใจภักดิ์ รัก จักรี” (Beloved Chakri Art Exhibition: บีเลิฟ จักรี อาร์ต เอ็กซิบิชั่น) ระหว่างวันที่ ๔ เมษายน – ๑๒ เมษายน ๒๕๕๗ นี้ ได้ที่บริเวณ พื้นที่ศิลปะ บริเวณชั้น ๒ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้



ภาพและข้อมูลจากเวบ
truelife.com
eventpro.in.th













"ชมของสวยของงามในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เมืองน่าน และหอศิลป์ริมน่าน”


ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้เรายังคงเที่ยวชมเมืองน่านแบบเนิบนาบ ไม่เร่งร้อน เพื่อให้ได้สัมผัสความงดงามในแง่มุมต่าง ๆ อย่างครบถ้วนในเวียงน่านวันนี้เราจะไปชมความวิจิตรของโบราณวัตถุและโบราณสถานในหอคำเจ้าเมืองน่าน หรือเมืองนันทบุรี แล้วไปชมความงามของภาพวาดสุดวิจิตรที่หอศิลป์ริมน่านเริ่มต้นกันที่หอคำเจ้าเมืองน่าน หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมืองน่าน หอคำนี้สร้างในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๑๓ แห่งราชวงศ์หลวงติ๋นมหาวงศ์ (ครองเมืองระหว่างพ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๖๑) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยสร้างในบริเวณคุ้มหลวง เดิมเป็นเรือนไม้สักผสมไม้ตะเคียน ๗ หลังใหญ่ ของเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ ๑๒ (ครองเมืองระหว่าง พ.ศ. ๒๓๗๕-๒๔๓๕) ผู้เป็นพระบิดาของพระองค์ หอคำแห่งนี้อยู่ในความดูแลครอบครองของเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย องค์ที่ ๑๔ คือเจ้ามหาพรหมสุรธาดา (ครองเมืองระหว่าง ๒๔๖๑-๒๔๗๔)






หอคำที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์นี้ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก ในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ เคยถูกใช้เป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อนด้วย จนกระทั่งปี ๒๕๑๗ จึงได้โอนหอคำนี้ให้กับกรมศิลปากรเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ แต่เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณในการดูแล หอคำแห่งนี้จึงถูกปล่อยให้ทรุดโทรม แต่ก็ค่อย ๆ ได้รับการบูรณะที่ละเล็กละน้อยจนเสร็จสมบูรณ์ และในปี พ.ศ. ๒๕๓o สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓o






การได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทำให้ได้สัมผัสถึงความอลังการของหอคำเมืองน่านอย่างมหัศจรรย์ และยิ่งเมื่อขึ้นไปชมชั้นสองของหอคำก็จะได้สัมผัสกับความขลังของสถานที่ โดยเฉพาะห้องโถงใหญ่ หรือท้องพระโรงเดิมณ ชั้น ๒ นี้จะมีการจัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญ อาทิหลักศิลาจารึก และบัลลังก์ของเจ้าเมืองน่าน และศาสตราวุธ และมีการจัดแสดงพระพุทธรูปศิลปะน่าน ล้านนา แต่ที่น่าเสียดายที่สุดคือพระพุทธรูปทรงเครื่องประทับยืน ๒ องค์ที่ถูกโจรลักขโมยไปจากวัดพระธาตุแช่แห้ง ตั้งแต่ต้ปีพ.ศ. ๒๕oo จึงเหลือไว้แค่เพียงพระบาทเท่านั้น และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเข้าชมหอคำแห่งนี้คือการชมงาช้างดำคู่บ้านคู่เมืองน่าน






ประวัติกล่าวว่า งาช้างดำนี้เป็นสมบัติของผู้เจ้าครองนครน่าน เป็นงาปลี สีออกน้ำตาลเข้ม ความยาว ๙๗ เซนติเมตร วัดโดยรอบบริเวณส่วนใหญ่ที่สุดได้ ๔๗ เซนติเมตร มีโพรงส่วนโคนลึก ๑๔ เซนติเมตร มีจารึกอักษรธรรมล้านนา แปลเป็นภาษาไทยว่า “กิ่งนี้หนักหนึ่งหมื่นห้าพัน” หรือประมาณ ๑๘ กิโลกรัม สันนิษฐานว่าเป็นงาข้างซ้าย เพราะมีรอยเสียดสีกับงวงอย่างชัดเจน






แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดถึงประวัติความเป็นมาและอีกสิ่งที่ต้องไม่พลาดการเข้านมัสการคือพระพุทธรูปทรงเครื่องประทับยืน อายุประมาณครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ ๒๔ ศิลปะล้านนา สมัยที่ ๔ ทำด้วยไม้ ลงรักปิดทอง ขนาดสูง ๒๓๒ เซนติเมตร องค์พระพุทธรูปประทับยืน ทอดพระกรทั้งสองข้างขนานไปกับพระวรกาย มีฉัตรชั้นเดียวกั้นอยู่ด้านบน ครองจีวรห่มเฉียง เปิดพระอังสาขวา แนวชายจีวรขนาดใหญ่ยาวลงมาจรดพระนาภี ทรงเครื่องทรงอย่างกษัตริย์ ประกอบไปด้วยมงกุฎยอดแหลม มีกรรเจียกกรองศอ พาหุรัด ทองพระกร ธำมรงศ์ และฉลองพระบาท สบงทำเป็นผ้านุ่งซ้อนกัน ๓ ชั้น ชักชายพลิ้วออกทางด้านข้าง มีชายไหวประดับอยู่ทางด้านหน้าของชายพับ ส่วนฐานเป็นบัวฐานปัทม์หกเหลี่ยมมีแนวลูกแก้วคั่น ตอนบนทำเป็นกลีบบัวมีเกสร






หอคำแห่งนี้มีความงามและอลังการจนเกินบรรยาย ขอแนะนำให้คุณอยู่ซึบซับกับความงามของโบราณวัตถุและโบราณสถาน ณ ที่นี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจะประทับใจจนบรรยายไม่ถูกจริง ๆ สถานที่ต่อไปที่จะพาไปชมในทริปนี้คือหอศิลป์ริมน่าน ของ วินัย ปราบริปู ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ ๑ู กิโลเมตร หอศิลป์แห่งนี้จัดแสดงภาพวาดของศิลปินต่าง ๆ ที่หมุนเวียนไปจัดแสดงเป็นระยะ ขอแนะนำว่าเมื่อไปเยือนเมืองน่านแล้ว ก็ไม่ควรพลาดการเข้าชมหอศิลป์ริมน่านด้วย






หมายเหตุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เปิดให้บริการ ๙.oo-๑๖.oo น. ปิดบริการวันจันทร์และวันอังคาร ค่าเข้าชมถูกอย่างมหัศจรรย์ คนไทย ๒o บาท ต่างชาติ ๑oo บาทเด็กนักเรียน พระภิกษุ-สงฆ์และผู้สูงอายุไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งแต่เวลา ๙.oo-๑๖.oo น.หอศิลป์ริมน่าน เปิดให้บริการ ๙.oo-๑๗.oo น. ปิดให้บริการวันอังคาร และพุธ ค่าเข้าชมถูกอย่างมหัศจรรย์เช่นกัน เพียง ๒o บาท เท่านั้น


หากคุณสนใจจะไปเที่ยวเมืองน่านแบบสบายๆ เจาะลึกในแง่มุมต่าง ๆ โปรดติดต่อ Mr.Flower ที่ E-mail address luangpee@hotmail.com







ภาพและข้อมูลจากเวบ
วิกิพีเดีย
naewna.com













"คอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติ 'สดุดีมหาราชนิพนธ์”


พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช องคมนตรี ผู้อำนวยเพลง ร่วมด้วยนักดนตรีชั้นนำ ๒๘ คน ร่วมบรรเลง

มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ และมูลนิธิเอสซีจี ร่วมจัดแสดงคอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติ “สดุดีมหาราชนิพนธ์” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสดุดีพระอัจฉริยภาพใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทางด้านการดนตรี เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕o ปีที่สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนาได้ทูลเกล้าฯ ถวายประกาศนียบัตรเกียรติคุณชั้นสูงให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์หมายเลขที่ ๒๓ โดยทรงเป็นนักประพันธ์เพลงชาวเอเชียพระองค์แรกที่ได้รับการถวายพระเกียรติจากสถาบันดนตรีระดับโลกนี้ บรรเลงโดยวง Pro Musica โดยมี พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช องคมนตรี เป็นผู้อำนวยเพลง ร่วม๖ เพลง อาทิ แผ่นดินของเรา อาทิตย์อับแสง คำหวาน ยามค่ำ ค่ำแล้ว ใกล้รุ่ง ลมหนาว ภิรมย์รัก ณ หอประชุมมหิศร ธน าคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่

วงดนตรี Pro Musica ตั้งขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕o๑ เป็นวงสตริงควอเตทและพัฒนาเติบโตเป็นวง Chamber Orchestra ในนามวง Pro Musica ผู้ริเริ่มเป็นนักดนตรีสากลชั้นนำของประเทศไทย และเห็นพ้องต้องกันว่าสมควรที่จะต้องมีวงดนตรีที่ยกระดับมาตรฐานการแสดงเป็นวัตถุประสงค์หลัก โดยมี พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและทำหน้าที่หัวหน้าวง ผู้จัดการวง ผู้แสดงเดี่ยวและผู้อำนวยเพลง ซึ่งต่อมาสถาบันเกอเธ่ได้ให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ จนพัฒนาวงกลายเป็นวงดนตรีอันดับแรกของประเทศที่รวมนักดนตรีมืออาชีพไว้ด้วยกัน วง Pro Musica ได้จัดแสดงคอนเสิร์ตต่อเนื่องมานานกว่า ๑๕ ปี ก่อนที่จะแสดงครั้งสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๑๘ ต่อมาวง Pro Musica ได้กลับมาเปิดการแสดงอีกครั้ง โดยมี พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช ได้ให้ความกรุณาเป็นที่ปรึกษา ผู้อำนวยเพลง และร่วมแสดง โดยอนุญาตให้ใช้ชื่อวงเดียวกัน ด้วยความเชื่อมั่นว่าวง Pro Musica จะกลับมาสร้างสรรค์ดนตรีที่มีคุณภาพ จรรโลงสังคมและทำให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติเหมือนเมื่อครั้งในอดีตที่ผ่านมา และจากผลงานของวง Pro Musica เมื่อครั้งออกแสดงคอนเสิร์ตในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม ได้เชิญวง Pro Musica ร่วมจัดแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติฯ ณ กรุงเทพมหานคร และไปจัดแสดงยังต่างประเทศ ประกอบด้วย กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม และกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันตะวันตก โดย พล.ร.อ.ม.ล.อัศนี ปราโมช เป็นผู้ควบคุมวงก็ได้รับการตอบรับและชื่นชมเป็นอย่างดีดังเช่นผลงานในอดีตที่ผ่านมา

สมาชิกของวง Pro Musica ปัจจุบันประกอบด้วยอาจารย์สอนดนตรีในมหาวิทยาลัย และสถาบันดนตรีต่าง ๆ และนักดนตรีรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรังสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันอื่นๆ รวมถึงนักเรียน นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทั้งนี้วงดนตรี Pro Musica นับเป็นผลผลิตของโครงการเรียนดนตรีวิธีศิลปากร (Silpakorn Summer Music School : SSMS) ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้นักดนตรีเยาวชนมีโอกาสได้แสดงศักยภาพความสามารถทางด้านดนตรีให้ปรากฎ และสามารถพัฒนามาเป็นมืออาชีพในระดับนานาชาติ ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญและต้องการผลักดันดนตรีคลาสสิกให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น

การร่วมมือกันของทั้ง ๓ องค์กรในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลากรและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางดนตรี ส่งเสริมให้นักดนตรีและวงดนตรีมีคุณภาพ มีความเข้มแข็งและมีเวทีในการเผยแพร่ผลงานอย่างสม่ำเสมอ อันจะนำมาซึ่งการสร้างสรรค์ดนตรีคลาสสิกคุณภาพของประเทศต่อไป







ภาพและข้อมูลจากเวบ
naewna.com














การแสดงโขนในสวน ชุด “รามราชจักรี”


มิวเซียมสยาม ร่วมกับกรมศิลปากร ชวนชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด “รามราชจักรี” กิจกรรมภายใต้ Museum Family ปี ๒ จัดเต็มด้วยนักแสดงมากกว่า ๙o ชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยยามเย็น ในวันอังคารที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓o - ๒o.๓o น. ณ มิวเซียมสยาม (ใกล้วัดโพธิ์) ชมฟรี!! โดยไม่ต้องสำรองที่นั่ง






เมื่อทศกัณฐ์ทราบข่าวถึงความงามของนางสีดา ก็คิดวางอุบายจะลักพานางสีดามาเป็นมเหสี โดยให้มารีจผู้เป็นน้าแปลงกายเป็นกวางทองมาล่อลวงนางสีดา เพื่อให้พระราม และพระลักษมณ์ออกติดตามจับกวางทอง ส่วนทศกัณฐ์จะได้ลักนางสีดาไปกรุงลงกา การก็สำเร็จตามอุบายของทศกัณฐ์ พระรามออกติดตามนางสีดาจนได้พลวานรทั้งเมืองขีดขิน และเมืองชมพู โดยมีหนุมานเป็นทหารกองทัพหน้ายกข้ามมหาสมุทรมาเมืองลงกา เพื่อชิงนางสีดากลับคืน…


สอบถาม โทร. o๘๑-๙๒๘-๔๒๓๑ (จันทร์-ศุกร์ เวลา ๙.๓o - ๑๗.oo น.) หรือ เฟซบุคมิวเซียมสยาม







ภาพและข้อมูลจากเวบ
museumsiam.org














"ฉลอง ๒๓๒ ปี กรุงรัตนโกสินทร์”


ในโอกาสครบรอบวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ๒๓๒ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับเครือข่ายด้านวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงานใต้ร่มพระบารมี ๒๓๒ ปี กรุงรัตนโกสินทร์ขึ้น ในวันที่ ๑๙ - ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ ที่บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อรำลึกถึงวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕ ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธี ฝังเสาหลักเมืองกรุงเทพมหานคร และทรงสถาปนาเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย


โดยได้จัดงานและเฉลิมฉลองวันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๗ เพื่อให้พสกนิกร ชาวไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


สำหรับการจัดงานในปีนี้ จะมุ่งเน้นในการเรียนรู้ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ของกรุงเทพ มหานครและประเทศไทย โดยแสดงถึงวิวัฒนาการตั้งแต่การสร้างกรุงจนถึงปัจจุบัน และนำรากวัฒนธรรม ของดีบ้านฉัน ของกรุงเทพฯ และจังหวัดทั่วประเทศ ที่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และของชาติ มาต่อยอดและนำเสนออย่างสร้างสรรค์ อีก ทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้จากการส่งเสริมวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว รวมถึงการจำหน่ายสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็งด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม และยกฐานะให้กรุงรัตน์โกสินทร์เป็นเมืองสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมของโลก ที่หลอมรวมคุณค่าและความดีงาม อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ที่มีคุณค่าและความโดดเด่นอย่างยั่งยืน ควบคู่สังคมและสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศ


“กิจกรรมที่สำคัญในงานนี้ อาทิ การบวงสรวงสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และศาลหลักเมือง การจัดสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ ๙ รัชกาล การสาธิตกีฬาและการละเล่นพื้นบ้าน ขนมและอาหารไทย จากร้านชื่อดัง การแสดงคนไทยขั้นเทพ ละครฟ้อนรำนาฏกรรมสร้างสรรค์ การฉายภาพยนตร์ย้อนยุค การ แสดงโขนชุดใหญ่ การแสดงพื้นบ้าน การแสดงร่วมสมัย การสาธิตกีฬาพื้นบ้านว่าวไทย การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม ที่พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา จะมีการจัด ริ้วขบวนเอกลักษณ์ยุครัตน์โกสินทร์จาก ๗๖ จังหวัด การประกวดกุลสตรีศรีรัตน์โกสินทร์ และการแสดงแสง สี เสียง “รัตนโกสินทร์ ๒๓๒ ปี” การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทางบกและทางน้ำ รวมถึงการนำวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายจากภูมิภาคของประเทศไทย ที่เป็นที่มาของความหลากหลายของกรุงรัตนโกสินทร์ มานำเสนออย่างยิ่งใหญ่”

รายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนวัฒนธรรม ๑๗๖๕







ภาพและข้อมูลจากเวบ
กระทู้พันทิป














“จิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ ๔”


เวียนมาให้ศิลปินรุ่นใหม่ ได้มีโอกาสส่งผลงานศิลปะเข้าประกวดกันอีกครั้ง สำหรับ โครงการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัส ซึ่งจัดโดย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)


ดร. ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) และนักสะสมผลงานศิลปะคนหนึ่งของเมืองไทย กล่าวถึงโครงการฯ นี้ว่า


“เราจัดโครงการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัส อย่างต่อเนื่องมาแล้ว ๓ ปี ซึ่งได้ผลตอบรับที่น่าภูมิใจ ดูได้จากการมีศิลปินหน้าใหม่ ๆ จากวงการศิลปะ บุคคลทั่วไป และนักศึกษาด้านศิลปะ โดยเฉพาะจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ส่งผลงานเข้ามาประกวดอย่างมากมาย เช่นในปีที่แล้ว เราได้รับผลงานจิตรกรรมที่ส่งเข้าประกวดเกือบ ๒oo ชิ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการจัดงานในปีแรกเกือบเท่าตัว


ที่สำคัญคือเพิ่มขึ้นจากศิลปินใหม่ ๆ ที่ส่งเข้ามาจากทั่วประเทศ ความตื่นตัวของศิลปินหน้าใหม่ในวงการศิลปะครั้งนี้ทำให้คณะทำงานมีกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมจะเดินหน้าสนับสนุนให้ศิลปินหน้าใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจในงานด้านจิตรกรรมต่อไป โดยเรายังมองไปข้างหน้าว่าความสามารถของศิลปินไทยรุ่นใหม่ ๆ ที่เราได้เห็นผลงานอยู่ขณะนี้ สามารถมีอนาคตก้าวสู่การแข่งขันในระดับสากลได้อย่างแน่นอน ”






ด้าน ณินทิรา โสภณพนิช กรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงหัวข้อและรายละเอียดอื่น ๆ ของการส่งผลงานเข้าไปประกวดในปีล่าสุดว่า


“ทางเราใช้หัวข้อในการประกวดว่า “ลีลาแสงและสี” ซึ่งเป็นโจทย์ที่กว้างขึ้นกว่าทุกปี โดยโจทย์ครั้งนี้ได้เน้นให้มีการเคลื่อนไหวของแสงและสี ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญทางศิลปะอย่างอิสระเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้สร้างสรรค์ผลงานจากจินตนาการได้เต็มที่”


โดยการประกวดในครั้งนี้ศิลปินแห่งชาติและศิลปินรุ่นใหญ่ ได้แก่ ถวัลย์ ดัชนี,อิทธิพล ตั้งโฉลก,เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และสมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ มาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งณินทิรา เสริมว่า


“ทางคณะกรรมการก็ดูจะแปลกตาแปลกใจกับโจทย์ในครั้งนี้ เรียกว่าทุกคนอยากเห็นลีลาของศิลปินที่จะเล่นกับแสงและสี ในผลงานที่จะส่งเข้ามา ส่วนทางเราเองก็คาดหวังว่าการประกวดในครั้งนี้จะได้ศิลปินรุ่นใหม่ที่มีไอเดียควบคู่ไปกับฝีมือมาเพิ่มให้กับวงการศิลปะค่ะ ”






ด้าน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ หนึ่งในคณะกรรมการ แนะเทคนิคการสร้างชิ้นงานว่า


“ความโดดเด่นที่แตกต่างของโครงการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัส คือ การตั้งโจทย์ที่น่าสนใจ เรามีโอกาสได้ไปเห็นการประกวดมาหลายงาน บางทีเรารู้สึกว่าหัวข้อมันก็ไปปิดกั้นการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะมันคือ อิสรภาพ จะเขียนออกมาแบบไหน ใช้เทคนิคอะไร เขียนองค์ประกอบอย่างไร ก็เป็นไอเดียอิสระที่จะสร้างสรรค์ผลงานของแต่ละคน สำคัญต้องตีโจทย์ให้แตกและจะสนุกกับมัน อย่างครั้งนี้ ลีลาแสงและสี ฟังดูเหมือนง่ายนะ แต่สภาพบ้านเมืองตอนนี้ ทำให้เขียนรูปแสงและสียาก ปัญหาชีวิตของศิลปินเป็นตัวกำหนดการสร้างงานศิลปะ แต่กระนั้นแสงสีก็ไม่ใช่ใช้กับความสุขสดใสอย่างเดียว หัวข้อเที่ยวนี้น่าจะคงได้เห็นงานที่ฉีกออกมาเยอะ พวกเราเหล่าคณะกรรมการก็รอดูอยู่ทุกปี และก็ตะลึงทุกปี พูดแล้วอยากเห็น เร็ว ๆ ส่งกันมาเยอะ ๆ เลย”


โครงการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ ๔ มีเงินรางวัลรวมกว่า ๔๕o,ooo บาท ซึ่งแบ่งออกเป็น รางวัลยอดเยี่ยม ๑ รางวัล รางวัลละ ๑๕o,ooo บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลดีเด่น ๕ รางวัล รางวัลละ ๖o,ooo บาท พร้อมเกียรติบัตร


โดยนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถส่งผลงาน เป็นผลงานจิตรกรรม ๒ มิติ ใช้สีอะคริลิค สีน้ำมัน หรือ สื่ออิสระบนผ้าใบ ขนาดผลงานไม่เกิน ๑๕o x ๒oo ซม. (ไม่รวมกรอบ) ศิลปินมีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวดคนละไม่เกิน ๒ ภาพ


ระหว่างวันที่ ๒ - ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ฝ่ายเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ชั้น ๓ สาธรซิตี้ทาวเวอร์ ถนนสาธรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพฯ ก่อนที่จะการประกาศผลการตัดสิน ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"นิทรรศการฉลอง ๒o ปีของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว”


จ.หนองคาย จับกับนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และประเทศออสเตรเลีย จัดงานฉลอง ๒o ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๔-๘ เม.ย. ๕๗ ณ หาดจอมมณี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย ภายในงานพบกับกิจกรรมน่าสนใจมากมาย


สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๑ (หนองคาย-เวียงจันทน์) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่แห่งแรกเชื่อมต่อจังหวัดหนองคายเข้ากับบ้านท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สะพานแห่งนี้ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗ โดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย และนายหนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศลาว


สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ๑ ตัวสะพานมีความยาว ๑,๑๗o เมตร มีทางรถ ๒ ช่องจราจร ทางเดิน ๒ ช่องทาง และทางรถไฟกว้าง ๑ เมตร ๑ ราง ใช้งบประมาณก่อสร้าง ๓o,ooo,ooo ดอลลาร์สหรัฐ ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรเลีย ใช้ระยะเวลาก่อสร้างระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๓๗






และเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ ๒o ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ ๑ ทางจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมมือกับนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศออสเตรเลีย กำหนดจัดการเฉลิมฉลองวันครบรอบ ๒o ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๑ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ และการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์ ระหว่างวันที่ ๔-๘ เมษายน ๒๕๕๗ ณ หาดจอมมณี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย


สำหรับกิจกรรมที่น่าสนภายในงานเฉลิมฉลองวันครบรอบ 20 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ประกอบด้วย


วันที่ ๔-๘ เมษายน ๒๕๕๗
-มหกรรมแสดงสินค้าและวัฒนธรรม ไทย ลาว ออสเตรเลีย จีน และเวียดนาม ณ บริเวณสนามกีฬาหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า


วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๗
-พิธีเปิดสวนรุกขชาติ ๖o ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ลาว
-พิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายหนองคาย-เวียงจันทน์ ๑oo สัมพันธ์สองฝั่งโขง
-พิธีเปิดงานฉลองวันครบรอบ ๒o ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ชมพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่ พร้อมการ
แสดงพลุและการแสดงแสงเสียง ที่ยิ่งใหญ่สวยงามตระการตาเหนือสะพานมิตรภาพและแม่น้ำโขง การแสดงม่านน้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรมสามแผ่นดิน ไทย-ลาว-ออสเตรเลีย
-มินิคอนเสิร์ต ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และวิยะดา โกมารกุล ณ นคร


วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๗
-กิจกรรมปั่นจักรยานข้ามโขงชมเมือง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งสองฝั่งโขงระหว่าง
หนองคาย-เวียงจันทน์
-การแข่งขันกอล์ฟเชื่อมความสัมพันธ์
-ชมการแสดงและแข่งขันบัสโลปคาร์นิวัล ชิงรางวัลเงินสด ๑oo,ooo บาท
-มินิคอนเสิร์ต ตั๊กแตน ชลดา


ทั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานอุดรธานี(รับผิดชอบพื้นที่ อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ) จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทุกท่านร่วมงาน “เฉลิมฉลองวันครบรอบ ๒o ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว” ระหว่างวันที่ ๔-๘ เมษายน ๒๕๕๗ นี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานอุดรธานี โทร. o-๔๒๓๒-๕๔o๖-๗ ศูนย์บริการข่าวสารนักท่องเที่ยวหนองคาย โทร. o-๔๒๔๒-๑๓๒๖ หรือที่ //www.tourismthailand.org สำนักงานจังหวัดหนองคาย โทร. o-๔๒๔๒-o๓๒๔



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














"นิทรรศการศิลปะ ดิ อาร์ตเวิร์ค : เส้น-สี-สรรค์”


“ศิลปะ” ลวดลายและสีสันที่บรรจงผ่านผลงานที่สวยงาม สะท้อนหลากหลายแนวคิด ความสุนทรีย์และมอบความสุขให้กับผู้ที่พบเห็น เป็นหนึ่งแรงบันดาลใจให้หลาย ๆ คนได้ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และทำสิ่งใหม่ๆ ในสังคมได้เพิ่มขึ้น ซึ่งปีนี้ “ริเวอร์ซิตี้” ได้เล็งเห็นความสำคัญของงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง ในแนวคิด “คืนพื้นที่ศิลปะให้ศิลปิน” กับนิทรรศการศิลปะชุด “ดิ อาร์ต เวิร์ค [The Art Work]: เส้น-สี-สรรค์... แรงบันดาลใจแห่งความวิจิตรงดงาม” จัดแสดงผลงานของหลากหลายศิลปินระดับชั้นนำ อาทิ อาจารย์พีระพล ศรีราศนานนท์, อาจารย์พิษณุ โคตรสมบัติ และอีกมากมาย นำผลงานสร้างสรรค์แห่งความวิจิตรงดงาม ที่เต็มไปด้วยความอ่อนช้อย มีลีลาในการเคลื่อนไหวของลายเส้นและสีได้อย่างลงตัว






นายวรพงศ์ สุขธีรอนันตชัย ผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ กล่าวว่า “เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนและเอกลักษณ์ที่โดนเด่นของศูนย์การค้า ในฐานะศูนย์รวมงานศิลปะและวัตถุโบราณแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นศูนย์ศิลปะแบบครบวงจร จึงเล็งเห็นความสำคัญของงานศิลปะเป็นอย่างมาก โดยเรามีแนวคิดคืนพื้นที่ศิลปะให้กับศิลปิน เพื่อแสดงผลงานศิลปะให้แก่ผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ไว้ต่อยอดความคิดและมอบความสุขกลับคืนมา ซึ่งที่ผ่านมาเราได้จัดนิทรรศการผลงานศิลปะไว้มากมาย อาทิ “นิทรรศการ ออน เดอะ มูฟ [ On Da Move]”, “นิทรรศการรัก-รักษ์” เป็นต้น






โดยครั้งนี้การจัดนิทรรศการศิลปะชุด “ดิ อาร์ต เวิร์ค [The Art Work]: เส้น-สี-สรรค์... แรงบันดาลใจแห่งความวิจิตรงดงาม” เป็นการรวมตัวของศิลปินชื่อดังมากมาย นำผลงานผ่านเส้นและสีที่สะท้อนถึงแรงบันดาลใจได้อย่างดี ซึ่งผลงานของแต่ละท่านล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง แล้วแต่เทคนิคและความถนัดของแต่ละท่าน จะเห็นใด้ว่าภายในงานมีภาพวาดศิลปะหลากหลายรูปแบบ และมีความสวยงามที่โดดเด่นแตกต่างกันไป ทั้งนี้อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปเข้าชมผลงานสร้างสรรค์ ณ บริเวณชั้น ๒ พื้นที่ศิลปะ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ ตั้งแต่วันนี้ - ๓o เมษายน ๒๕๕๗ นี้ และพร้อมสานต่อกิจกรรมดี ๆ นิทรรศการใหม่ ๆ เพื่อมอบความสุขให้ทุกคนตลอดทั้งปี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ rivercity.co.th หรือ Facebook Page : River City Shopping Center ”






อาจารย์สราวุฒิ เงินพุ่ม หนึ่งในศิลปินชื่อดังเจ้าของผลงานที่นำมาร่วมจัดแสดง เล่าว่า “ผลงานที่ได้นำมาจัดแสดงในนิทรรศการศิลปะชุด “ดิ อาร์ต เวิร์ค [The Art Work]: เส้น-สี-สรรค์... แรงบันดาลใจแห่งความวิจิตรงดงาม” ครั้งนี้ เป็นผลงานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความสงบยามราตรี กับวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันธ์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยเทคนิกการเพนท์ติ้งสีอะคริลิกบนผ้าใบ เน้นลวดลายเป็นเส้นตรง เพื่อบ่งบอกถึงความนิ่ง โดยเก็บเอาภาพความทรงจำเมื่อครั้งสมัยเรียน มารังสรรค์เป็นผลงานที่สื่อถึงความเงียบสงบยามค่ำคืน เปรียบดั่งมุนษย์ ที่ล้วนมีความเงียบสงบซ้อนอยู่ในจิตใจของทุกคน”






เมื่อเดินชมภาพมาอีกฝั่งของงาน จะพบผลงานที่สะดุดตาด้วยสีสันที่หลายหลาย ซึ่งเป็นผลงานของ อาจารย์ชวาล ประไพทอง อีกหนึ่งศิลปินที่มีผลงานโดดเด่น โดยท่านเล่าให้ฟังว่า “คอนเซ็ปต์ของผลงานที่นำมาจัดแสดง เป็นผลงานที่ถ่ายถอดสีสันของธรรมชาติและความสวยงามของดอกไม้ เป็นศิลปะแนวโมเดิร์นที่ไม่เหมือนใคร เป็นเทคนิคใหม่ในการใช้สีน้ำวาดลงบนผ้าใบทีละชั้น เพื่อให้ได้สีที่เข้มและสด ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ใช้สีน้ำวาดบนผ้าใบ เพราะสีน้ำเมื่อวาดลงบนผ้าใบสีจะดูจางและไม่สด ผลงานที่นำมาแสดงในนิทรรศการนี้จะเน้นสีสันของดอกไม้ โดยมาจากจินตนาการในขณะสร้างสรรค์ผลงานทั้งหมด ซึ่งจะเห็นได้ว่ารูปร่างของดอกไม้แต่ละดอกอาจจะไม่เหมือนดอกไม้ที่เคยเห็นทั่วไป”


แม้ศิลปะจะมีหลากหลายแขนง ต่างระดับชั้น และหลากที่มา ทว่าความสำคัญที่แท้จริงของศิลปะ คือการนำพาผู้คน สู่ความสุข ความสงบภายในจิตใจ ซึ่งนิทรรศการศิลปะชุด “ดิ อาร์ต เวิร์ค [The Art Work]: เส้น-สี-สรรค์... แรงบันดาลใจแห่งความวิจิตรงดงาม” เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่พร้อมถ่ายถอดความสุขผ่านผลงานศิลปะสู่สังคม โดยผู้สนใจและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมผลงานสร้างสรรค์ได้ ตั้งแต่วันนี้ – ๓o เมษายน ๒๕๕๗ นี้ ณ บริเวณ พื้นที่ศิลปะ ชั้น ๒ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัส ขอเพียงเปิดใจ และมีจินตนาการ







ภาพและข้อมูลจากเวบ
newsplus.co.th
rivercity.co.th
bangkokbiznews.com














"Graphic Passport in Bangkok”


ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ร่วมกับ นิตยสารด้านการออกแบบสื่อสาร +81 และ Japan Foundation Bangkok เตรียมจัดงาน Graphic Passport in Bangkok งานสัมมนาและนิทรรศการด้านการออกแบบกราฟิกและสื่อสารเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างยุคแอนะล็อกและดิจิทัล


ซึ่ง Graphic Passport เป็นงานที่จัดขึ้นสำหรับผู้ที่รักงานออกแบบกราฟิก และต้องการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ด้านนี้ เริ่มจัดครั้งแรกในปี ๒๕๕๒ และตระเวนจัดงานในเมืองชั้นแนวหน้าด้านการออกแบบ อาทิ ปารีส วอชิงตัน ดีซี ซานเปาโล และโตเกียว โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งในปีนี้มีกำหนดจัดที่กรุงเทพฯ และนิวยอร์ก


ในส่วนของกรุงเทพฯ เตรียมพบกับ ๖ นักออกแบบกราฟิกแถวหน้าจาก กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อาทิ Rizomatiks, NAM, Yuni Yoshida, Semitransparent Design ที่จะมาร่วมแชร์ไอเดียที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละคน ดังที่เห็นผ่านการรังสรรค์ผลงานร่วมกับแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ เมอร์เซเดส เบนซ์ หลุยส์ วิตตอง อิซเซ่ มิยาเกะ เป็นต้น


พร้อมพูดคุยแนวคิดงานดีไซน์ในอนาคตผ่านมุมมองของนักออกแบบกราฟิกตัวแทนประเทศไทยและญี่ปุ่น ในงานสัมมนา Symposium


ซึ่งจะมีขึ้น วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๙.๓o - ๑๙.oo น. ณ ห้องนิทรรศการ ๒ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น ๖ ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์


นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปออกแบบ Typographic ร่วมกับ NAM ทีมสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นแนวกราฟิกแฟนตาซี ให้กับโฆษณาแบรนด์ โอนิซึกะ ไทเกอร์ และแบรนด์ดังอีกมากมายที่ญี่ปุ่น ในวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ ห้องออดิทอเรียม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)


ผู้สนใจซื้อบัตรล่วงหน้า (early bird) ตั้งแต่วันนี้ - ๒o เมษายน เพื่อเข้าฟังสัมมนา Symposium ราคา ๓oo บาทสำหรับสมาชิก TCDC และ ๔oo บาท สำหรับบุคคลทั่วไป (จากราคาปกติ ๖oo บาท) และบัตรสำหรับผู้สนใจร่วมเวิร์กช็อป ราคา ๕oo บาท สำหรับสมาชิก และ ๖oo บาท สำหรับบุคคลทั่วไป (จากราคาปกติ ๙oo บาท) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. o๒-๖๖๔- ๘๔๔๘ ต่อ ๒๑๓, ๒๑๔


ขณะที่ นิทรรศการผลงานออกแบบกราฟิกและอินเตอร์แอคทีฟ ที่จะมีให้ชมตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน - ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๑o.๓o - ๒๑.oo น. บริเวณโถงทางเข้า, Workshop Space และห้องสมุดเฉพาะด้านการออกแบบ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) เข้าชมฟรี!



ภาพและข้อมูลจากเวบ
.manager.co.th














"Summer Arts Kid”


เรียนสนุกแบบได้สาระศิลป์กับ " Summer Arts Kid "
เอสพลานาดอาร์ตแกลลอรี่เปิดสอนศิลปะเด็กภาคฤดูร้อน
ตั้งแต่ ๒o มีนาคม-๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.oo-๒o.oo น.


เรียนแบบชั่วโมงและชิ้นงาน
ศิลปะเด็ก ๔-๑๔ ปี
ชั่วโมงละ ๑๘o.-


ทักษะการใช้เส้น(พื้นฐานการวาดรูป) ระบายสีไม้ ระบายสีชอล์ค
ชั่วโมงละ ๒oo.-
ระบายสีน้ำ(ต้องมีพื้นฐานเบื้องต้น)


ปั้นดินน้ำมันนูนต่ำ ปั้นดินน้ำมันลอยตัว
เรียนแบบชิ้นงาน : ปั้นดินญี่ปุ่นโฟมเบา
ทำขนมคัพเค้ก ๒.๕ “ ชิ้นงานละ ๓oo.-
ทำขนมเค้ก ๔” ชิ้นงานละ ๔oo.-
ทำขนมคัพเค้ก ๒.๕ “และ ขนมเค้ก ๔” รวม2ชิ้นงาน ๖oo.-


"คอร์ส30ชั่วโมง" ๔,๕oo.-รวมอุปกรณ์
เรียน ๓o ชั่วโมง เวลา ๑๓.oo-๒o.oo น.


เสริมสร้างักษณะนิสัยและทักษธทางศิลปะด้วยความสนุก
กับครูผู้สอนทางศิลปะเด็กด้วยหลากหลายเทคนิค
สีไม้ มีชอล์ค สีโปสเตอร์ สีน้ำ งานประดิษฐ์ ผ้าบาติก เพ้นท์ปกสมุด กระเป๋า เสื้อฯลฯ


งานปั้นนูนต่ำและลอยตัว : ดินน้ำมัน ดินญี่ปุ่น ดินโฟมเบา
จากพิมพ์และตามจินตนาการ ออกแบบและทำขนมเค้ก คัพเค้ก ซูชิฯลฯ
จากทักษะขั้นพื้นฐานสู่จินตนาการด้วยความสนุก



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค esplanadeartgallery














นิทรรศการ "อยากกิน”


ในบางช่วงเวลา การกิน คือกิจวัตรประจำวันเพื่อการดำรงค์ชีวิต แต่ในบางครั้ง การกิน อาจมีความหมายมากมายกว่านั้น ด้วยความหลงใหลยึดติดในรสชาด กลิ่น รูปลักษณ์ รวมถึง สัมผัสของอาหาร ซึ่งส่งผลให้เกิดความอยากกินอย่างไม่รู้จบ ดังนั้นอิทธิพลของอาหารทีมี ต่อเราจึงเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการกินของเราอย่างง่ายดาย ข้าพเจ้าจึงได้สร้างสรรค์ ผลงานชุดนี้ขึ้นเพื่อบอกเล่าถึงสภาวะความอยากกิน และผลของความอยากกินนั้น


นิทรรศการจัดแสดงที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันที่ ๓ เมษายน - ๒๗ เมษายน ๒๕๕๗



ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com














ศิลปนิพนธ์ “พัน(ธ์)ทาง”


นิทรรศการศิลปนิพนธ์ “พัน(ธ์)ทาง” นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย สาขาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันที่ ๗- ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗

ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินทร์



สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดแสดงงานนิทรรศการศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๗- ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ โดยมีพิธีเปิดงานในวันศุกร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo น. ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินทร์ (ตรงข้ามตลาด ต้นพะยอม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดย คุณ Thomas Baude กงสุลกิตติมศักดิ์ฝรั่งเศส ประจำเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด






นิทรรศการครั้งนี้ เป็นการนำผลงานของนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ ของสาขาวิชาทัศนศิลป์ โดยนำเสนอผลงาน ในรูปแบบของ ผลงานจิตรกรรม, ประติมกรรม, ศิลปะภาพพิมพ์ และศิลปะการจัดงาน จำนวน ๑oo กว่าผลงาน จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมชมงานนิทรรศการศิลปนิพนธ์ “พัน(ธ์)ทาง” ตามวันเวลาดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์และวันนักขัติฤกษ์) เวลา ๙.oo– ๑๗.oo น.







ภาพและข้อมูลจากเวบ
fineart-magazine.com














"Cookies & Dream Workshop”



เตรียมพบกับคอร์ส Cookies & Dream Workshop (คุกกี้แอนด์ดรีม)


หลักสูตรสอนทำคุกกี้และออกแบบแพคเกจอย่างมีสไตล์


โดย อ.วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์ เร็ว ๆ นี้


ได้น้องฝึกงานจาก ม.บูรพา มาช่วยออกแบบโปสเตอร์ให้



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค ArtBangkok














นิทรรศการ "21 FORMS”


ขอเชิญร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ 21 FORMS โดยนักศึกษาปริญญาโท หลักสูตรศิลปกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๗ ณ หอนิทรรศการ g23 ชั้น ๓ อาคารนวัตกรรม : ศ.ดร.สาโรช บัวศรี เวลา ๑๖.oo น. เป็นต้นไป


(จัดแสดงผลงานระหว่างวันที่ ๒-๘ เมษายน ๒๕๕๗)











































ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค G23AtSwuniplex














ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคสวนดอกโฟโต้คลับ




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 02 เมษายน 2557
Last Update : 2 เมษายน 2557 23:33:42 น. 0 comments
Counter : 2050 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.