เมื่อทนายกลายเป็นนักแปล

ปีที่แล้วเราติดค้างคำถามจากผู้อ่านท่านหนึ่งที่เป็นทนายความซึ่งสนใจจะทำงานแปล ตอนนี้ได้คำตอบจากคุณ Stefan ตำแหน่ง Vendor Manager ของ think Global บริษัทแปลชั้นนำจากประเทศเยอรมนี เลยเอามาเล่าให้อ่านกัน

(เราเคยเป็น editor ให้ที่นี่ 2-3 โปรเจ็กต์ แต่หลังๆเราไม่รับแล้วเพราะไม่ถนัด CAT tools ที่นี่อัตราค่าแปลเป็น $ ไม่ใช่อัตราไทยเหมือนที่ได้จากลูกค้าที่เป็นบริษัทในไทยถึงอย่างนั้น เรารับลูกค้าไทยเป็นหลัก ก็เข้าใจว่าราคาตลาดในไทยมันน้อยอยู่แล้ว)

1. ทำไมคุณถึงเลือกที่จะเป็นนักแปลแทนที่จะประกอบอาชีพทางด้านกฎหมาย?

บอกตามตรงเลย ผมได้เข้ามาทำงานแปลโดยบังเอิญ ตอนแรกผมก็ทำงานด้านกฎหมายแต่บริษัทที่ผมทำงานอยู่นั้นได้เลิกกิจการและหุ้นส่วนแยกจากกัน ดังนั้นผมจึงเริ่มทำบริษัท [กฎหมาย] ของตัวเอง แต่เนื่องจากจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการที่จะได้ลูกค้าใหม่ๆผมเลยเริ่มทำงานแปลเป็นครั้งคราวเวลาที่ผมไม่มีคดี แล้วผมก็ได้รู้อย่างรวดเร็วว่ามีนักแปลไม่มากนักที่จะมีความรู้ลึกๆ ในด้านกฎหมายและงานแปลด้านกฎหมายที่มีอยู่นั้นก็แปลได้แย่จริงๆหรือไม่ก็แปลผิดมากๆ งานแปลของลูกค้าของผม [ที่คนอื่นเป็นคนแปล] ก็ด้วย ในไม่ช้าผมจึงกลายเป็นนักแปลงานกฎหมายของลูกค้าลูกค้าและนักแปลคนอื่นๆ ที่ผมทำงานด้วยก่อนหน้านี้แนะนำผมให้กับลูกค้าใหม่ๆ ทำให้ผมก็มีงานแปลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้ใช้ความพยายามในการขายมากนัก ขณะที่การแปลในช่วงเริ่มต้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวเพื่อหาเงินจนกว่าผมจะมีลูกค้าทางกฎหมายมากพอถึงตอนนี้ผมเริ่มที่จะชอบการแปลและการตีความทางภาษารวมทั้งประเด็นทางกฎหมายและความเป็นอิสระที่ทำให้ผมทำงานที่ใดก็ได้ที่ผมต้องการเนื่องจากงานด้านกฎหมายทั้งหมดเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ผมจึงกลายเป็นนักแปลเต็มเวลาในที่สุดแต่ผมต้องยอมรับว่าหลังจาก ทำงานแปลได้ 6-7 ปี ผมต้องการทำสิ่งที่ต่างออกไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากผมยังคงพบว่าธุรกิจการแปลน่าสนใจมาก ผมเลยรับงานในตำแหน่งผู้จัดการคู่ค้าและจัดซื้อที่หนึ่งในลูกค้าของผมเสนอให้

2. อะไรคืออุปสรรคที่คุณพบในการแปล (จากมุมมองของนักกฎหมาย)?

ผมเรียนกฎหมายแต่ไม่ได้เรียนการแปลผมไม่มีความรู้แม้แต่น้อยเกี่ยวกับเครื่องมือ CAT Tools หรือ Trados matrix หรืออื่นๆ และถึงแม้ว่าการสะกดคำและเครื่องหมายวรรคตอนของผมจะค่อนข้างดีก่อนหน้านี้ผมไม่เคยสนใจเกี่ยวกับช่องว่างระหว่างคำที่ห้ามแบ่ง ความแตกต่างระหว่างขีดยาวและขีดสั้นหรืออื่นๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ลูกค้ากำหนดให้ต้องจัดรูปแบบงานออกมาอย่างนี้ดังนั้นแม้ผมจะยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแต่ผมไม่ได้มีความรู้ทั่วไปว่าการแปลนั้นจริงๆแล้วทำอย่างไร ผมต้องจัดการกับการนับจำนวนคำsegment ใน Trados คู่มือรูปแบบการแปลการจัดการข้อสอบถาม และอื่นๆ โชคดีที่ลูกค้าที่ผมทำงานให้(โดยเฉพาะ think global GmbH) ให้เวลาและโอกาสแก่ผมที่จะหาความรู้ที่เฉพาะทางที่จำเป็นด้านการแปล ถึงตอนนี้ก็10 กว่า ปีมาแล้วและดูเหมือนว่าเวลาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผมคิดว่ามีการเปลี่ยนจากการจ้างธุรกิจขนาดเล็กหรือSME และสอนพวกเขาให้เป็นนักแปลไปเป็นจ้างนักแปลและสอนให้นักแปลกลายเป็น SMEs ในด้านหนึ่งมีผลกับต้นทุน คือ ราคาในอุตสาหกรรมการแปลนั้นแข่งขันรุนแรงและ SMEs โดยปกติคิดค่าแรงแพงกว่านักแปลในทางกลับกันที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะนักแปลในปัจจุบันต้องทำหน้าที่อื่นด้วยและต้องตอบสนองความคาดหวังที่สูงขึ้นมากกว่า10 ปีที่แล้ว และในเวลาเดียวกันนักแปลก็ต้องทันกับการพัฒนาทางด้านเทคนิคด้วย

3. อะไรคือข้อดีของการเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาเมื่อคุณทำงานแปล ?

อย่างที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ผมได้กลายเป็นผู้ให้บริการที่มีคนถามหาอย่างรวดเร็วเมื่อมีการแปลทางกฎหมายที่ซับซ้อนและต่อมาก็รวมถึงการแปลเอกสารทั่วไปที่มีเนื้อหายากการมีความรู้ทางกฎหมายทำให้การแปลกฎหมายทำได้ง่ายมาก มีหลุมพรางบางอย่างที่คุณอาจหลงกลเมื่อแปลประเด็นทางกฎหมายแต่มี “ข้อผิดพลาดมาตรฐาน"เพียง 40-50 จุดที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงและคุณสามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ในฐานะนักกฎหมายผมรู้ว่าภาษาสำคัญมากแค่ไหนผมรู้ว่าทำไมในศาลผมถึงเรียบเรียงประโยคอย่างนี้ ความรู้เรื่องนี้ช่วยอย่างมากเมื่อแปลเนื้อหาทั่วไปและการตลาดมีนักแปลเอกสารกฎหมายมืออาชีพไม่กี่คนและยิ่งนักแปลเอกสารกฎหมายเก่งๆยิ่งมีน้อยกว่านี้อีก ดังนั้นการเป็นนักแปลด้านกฎหมายที่แปลได้ดีจึงค่อนข้างเป็นจุดขายที่ดีทีเดียว

4.  คำแนะนำอื่น ๆ สำหรับนักกฎหมายที่ต้องการเปลี่ยนมาทำอาชีพแปล

หากคุณเริ่มต้นทำงานแปล ผมขอแนะนำให้เริ่มทำงานกับบริษัทรับแปลงานหนึ่งหรือสองบริษัท ถึงแม้ว่าคุณจะได้เงินไม่มากเท่าที่คุณจะได้เมื่อทำงานให้กับลูกค้าโดยตรงไม่ใช่เป็นเพราะผมทำงานให้กับ thinkglobal GmbH ถึงได้มาบอกให้คุณทำงานกับบริษัทแปลแต่ในการจะเป็นนักแปลฝีมือดี คุณจำเป็นต้อง ฝึกฝน ฝึกฝนฝึกฝน บริษัทรับแปลงานจะเป็นที่ที่ดีสำหรับการฝึกอบรมหากคุณแปลใช้ได้และถ้าคุณแสดงให้เห็นว่าเรียนรู้ได้ไว (รวมทั้งหากค่าแปลของคุณไม่สูงเกินไป) บริษัทรับแปลงานจะให้งานแปลคุณจำนวนมากตั้งแต่ตอนแรกเลยจากประสบการณ์ของผม จะใช้เวลาประมาณ 2-3ปีคุณจึงจะมีความสามารถที่จำเป็นในการทำเงินได้เพียงพอเพื่อการเลี้ยงชีวิตด้วยการเป็นนักแปลโดยการผลิตงานแปลที่มีคุณภาพดีในขณะที่รักษาปริมาณงานแปลที่แปลออกไปให้อยู่ในระดับสูง[จำนวนคำมาก] คุณสามารถใช้เวลา 2 หรือ 3 ปีนี้กับบริษัทรับแปลเพื่อเรียนรู้และฝึกฝน คุณจะเริ่มคุ้นเคยกับปัญหาที่นักแปลต้องเจอคุณจะได้รู้จักนักแปลคนอื่นๆ และคุณจะค่อยๆ หาลูกค้าที่เป็นผู้ใช้ปลายทางอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่มั่นคงนอกจากนี้ เนื่องจากงานแปลส่วนใหญ่แปลโดยการใช้ CATtool คุณก็ควรทำตัวให้คุ้นเคยกับเครื่องมือช่วยแปล 2 หรือ 3 ประเภท บางโปรแกรมใช้ได้ฟรีบางอย่างก็จำกัดเวลาทดลองใช้งาน ผมแนะนำให้นำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้

5. คุณจะจัดการอย่างไรกับข้อโต้แย้งเกี่ยวกับงานแปล ขอทราบมุมมองของคุณในฐานะที่เป็นผู้จัดการคู่ค้าและจัดซื้อและในฐานะนักแปลยกตัวอย่าง นักแปลบางคนไม่เปิดใจรับความคิดเห็นใดๆ เลยในขณะที่นักแปลบางคนจะมีการพิจารณาคำติชมต่างๆจากบรรณาธิการและสามารถแก้ต่างจุดบกพร่องเหล่านั้นได้อย่างเป็นระบบ ในบางกรณีก็มีเรื่อง“อีโก้” หรือการที่นักแปลมีความเชื่อมั่นในความคิดของตนและไม่ยอมรับความคิดเห็นใดๆซึ่งเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้จัดการโปรเจ็กต์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างนักแปลกับบรรณาธิการ

มุมมองของผมในฐานะที่ผมเป็นผู้จัดการคู่ค้านั้นก็เหมือนกันกับความเห็นที่มีต่อการตอบรับความคิดเห็นต่างๆในฐานะนักแปล นั่นคือ ผมคิดว่านักแปลทุกคนควรหวังที่จะได้รับความคิดเห็นที่ดีเสมอ และคำว่า“ดี” นี่ไม่ได้หมายถึงความคิดเห็นในเชิงบวกเท่านั้น ตอนที่ผมเริ่มต้นแปลงาน ผมได้รับความคิดเห็นในเชิงลบมากมายแต่เนื่องจากความคิดเห็นในเชิงลบส่วนใหญ่นั้นเป็นการวิจารณ์ในเชิงติเพื่อก่อซึ่งชี้ให้เห็นว่าผมจะปรับปรุงเรื่องต่างๆ ได้อย่างไร ผมจึงดีใจที่ได้เรียนรู้จากความคิดเห็นในเชิงลบเหล่านั้นดังนั้นตราบเท่าที่ความคิดเห็นนั้นมีพื้นฐานอยู่บนข้อเท็จจริงและเป็นการติเพื่อก่อผมคิดว่าความคิดเห็นอันไหนๆ ย่อมดีเสมอ แน่นอนว่า บางครั้งมันก็น่าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อผมคิดว่างานแปลออกมาดีมากแต่กลับได้ความคิดเห็นในเชิงลบถึงอย่างนั้นผมก็ได้เรียนรู้จากความคิดเห็นดังกล่าวและทำได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ผมคิดว่าขาดหายไปคือการวิจารณ์ในเชิงบวก มีลูกค้าหรือผู้ตรวจแก้งานแปลไม่กี่คนที่จะบอกคุณเมื่อคุณแปลได้ดีใช่ พวกเขาบอกคุณเมื่อผลงานออกมาทำได้ดีเยี่ยม แต่เมื่อไรที่คุณแปลเอกสารทางเทคนิคการที่คุณจะแปลงานออกมาได้ดีเยี่ยมเหมือนกับการแปลเอกสารการตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนอกจากนี้ลูกค้ามักจะคาดหวังที่จะได้งานแปลที่ถูกต้องและสละสลวย ซึ่งมันก็ใช่แต่ถึงอย่างนั้นในการเริ่มต้นการทำงานของผมผมหวังอยู่เสมอว่าจะได้ความคิดเห็นในเชิงบวกที่บอกกันตรงๆ เปล่าเลย บ่อยครั้งที่มีคนบอกผมว่า “หากคุณไม่ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงลบนั่นหมายความว่างานแปลของคุณดี“ ดังนั้นเมื่อผมมาเป็นผู้จัดการคู่ค้า นี่คือบางสิ่งที่ผมเปลี่ยนที่บริษัท think global เราพยายามให้ความคิดเห็นในเชิงบวกแก่นักแปลด้วย โดยเฉพาะนักแปลหน้าใหม่หรือนักแปลรุ่นน้องเพื่อที่พวกเขาจะไม่เสียความรู้สึกเมื่อได้รับความคิดเห็นในเชิงลบและเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่างานด้านการแปลเริ่มซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ นักแปลหน้าใหม่หรือนักแปลรุ่นน้องไม่อาจหนีพ้นการได้รับความคิดเห็นในเชิงลบไปได้แต่ความคิดเห็นในเชิงบวกก็ช่วยให้กำลังใจนะ ผมจำได้ว่ารู้สึกดีแค่ไหนที่ได้รับความคิดเห็นในเชิงบวกและผมรู้สึกได้รับแรงจูงใจเพียงใดเมื่อได้รับความคิดเห็นในเชิงบวกเป็นครั้งแรกในการแปลเอกสารการตลาดชิ้นหนึ่ง

สิ่งหนึ่งที่นักแปลหลายคนไม่เข้าใจดีคือ ความคิดเห็นนั้นไม่ได้มุ่งต่อว่าตัวนักแปล นักแปลจำนวนมากเก็บเอาความคิดเห็นไปคิดมากและนี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเขาจึงพยายามแก้ต่างจุดบกพร่องในงานแปลอย่างเป็นระบบบางครั้งลูกค้ามีความคิดที่แปลกเกี่ยวกับการแปล เช่น นักแปลคงไม่คุ้นเคยกับเนื้อหาและคำแปลไม่สอดคล้องกับมาตรฐานในงานแปล จึงทำให้งานแปลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เนื่องจากลูกค้าคือพระเจ้าผู้ตรวจแก้งานแปลที่อาจรู้ว่าลูกค้ามีความคิดแปลกๆ ก็จะให้ความคิดเห็นในเชิงลบ แน่นอนที่ว่านักแปลย่อมมีสิทธิ์แก้ต่างประเด็นของตน และบางครั้งความคิดเห็นที่ก็ผิดด้วย แต่โดยทั่วไปนักแปลควรถามตัวเองว่า ลูกค้าพอใจงานแปลไหม หากลูกค้าไม่พอใจ นักแปลก็ควรเรียนรู้จากความคิดเห็นในงานนั้น

บางสิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อผมกลายเป็นผู้จัดการคู่ค้าก็คือมุมมองของผมเกี่ยวกับผลที่ตามมาจากการให้ความคิดเห็นในเชิงลบในฐานะนักแปล ผมกลัวเสมอว่าเมื่อไรทีผมได้รับความคิดเห็นในเชิงลบ ผมจะไม่ได้รับงานชิ้นใหม่ๆ ในฐานะผู้จัดการคู่ค้า ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ความคิดเห็นในเชิงลบเพียงไม่กี่ครั้งไม่ได้หมายความว่านักแปลจะไม่ได้งานอีกต่อไป นั่นก็เพราะเราทุกคนทำพลาดได้เสมอ และตราบเท่าที่ผมเห็นว่านักแปลกำลังพยายามปรับปรุงและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตนเองหรือมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับข้อผิดพลาดซึ่งทำให้ได้รับความคิดเห็นในเชิงลบนั้นเรา [think global] จะยังคงขอให้นักแปลคนนั้นทำงานแปลชิ้นอื่นๆ ให้เราต่อไป แต่เราจะตรวจงานแปลของเขาละเอียดขึ้น

*******

สรุปข้อคิดที่ได้จากคุณ Stefan

- วิธีหางานง่ายๆ คือ หาจากคนใกล้ตัวเช่น เจ้านายเก่า บริษัทเก่า อดีตเพื่อนร่วมงาน

- ขอคำติชมเสมอ แม้จะเป็นคำติ (ไม่ใช่คำชม)

- ปรับปรุงตัวเองทุกครั้งที่ได้รับความคิดเห็นในเชิงลบ

- การแปลเอกสาร ลักษณะงานจะ repetitiveจะมีข้อผิดพลาดซ้ำๆ ที่สามารถเลี่ยงได้

- นักแปลหน้าใหม่ ให้เพิ่มชั่วโมงบินด้วยการทำงานแปลให้บริษัทแปลแม้จะได้ค่าแรงน้อยก็ตาม

- หัดใช้ CAT Tool เพราะมันทุ่นเวลาได้มาก

- นักแปลที่ไม่ได้จบการแปลโดยตรวจ ก็มีข้อด้อยคือไม่รู้หลักการแปล (ควรจะไปเรียนการแปลเพิ่ม)

- นักแปลเอกสารทั่วไป มีเยอะ แต่นักแปลที่เจาะเอกสารเฉพาะทางมีไม่มาก หากทำงานแปลเทคนิคได้ดี นักแปลจะมีงานสม่ำเสมอ

- นักแปลอาจต้องทำหน้าที่อื่นด้วย (เช่นทำ glossary จัดหน้า defend งานแปลกับ enduser etc.)




Create Date : 10 มกราคม 2559
Last Update : 12 มกราคม 2559 23:15:14 น.
Counter : 1184 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 294 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here https://www.nctranslation.net
https://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: 18 Feb - 30 June 2018
(Last update: 15 Feb 2018)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
มกราคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog