วาทกรรมวิเคราะห์
วาทกรรมวิเคราะห์

เราค้างหัวข้อนี้ไว้นานชาติกว่าแล้วมันมีเรื่องอื่นมาเล่าให้ฟังตลอด จนสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุให้หวนกลับมานึกถึงเรื่องวาทกรรมวิเคราะห์

บริษัทแปลในอังกฤษอีเมลมาสอบถามเราว่ามีหน่วยงานไหนในประเทศไทยที่รับรองหรือควบคุมนักแปลมั้ย ของอังกฤษมี Chartered Institute of Linguists (IOL) (แต่บริษัทค้นชื่อเราจากเว็บไซต์NAATI นะ) และบริษัทกำลังหาคนตรวจแบบทดสอบที่นักแปลทำเพื่อประเมินว่ามีความสามารถแปลเนื้อหาประมาณนี้มั้ย

เราตอบไปว่า ไม่มี ของไทยมีสมาคมนักแปลและล่าม แต่ ส.ป.ล.ท. นี้ ไม่ได้ออกใบรับรองคุณวุฒิให้นักแปล ใครก็สามารถเป็นสมาชิกได้ จะมีก็เฉพาะนักแปลที่เน้นแปลสายกฎหมายซึ่งจะสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนกับศาลยุติธรรม แต่นั่นหมายความว่านักแปลอาจจะไม่ถนัดงานแปลสายอื่น อีกอย่างคือ ข้อกำหนดของ IOLเข้มงวดกว่าเพราะคนที่เป็นสมาชิกจะต้องจบสายภาษาศาสตร์หรือการแปลหรือสายอื่นที่เกี่ยวข้องกับภาษาเท่านั้นและมีประสบการณ์การทำงานในสายที่เกี่ยวข้องตามจำนวนปีที่กำหนด ฉะนั้นนักแปลที่ได้รับการรับรองหรือเป็นสมาชิกของหน่วยงานอื่นก็ไม่ได้หมายความว่าจบตรงด้านการแปลมา ซึ่งข้อด้อยคือ จะไม่รู้ทฤษฎีการแปลเวลาทำงานจะยึดประสบการณ์เป็นหลัก ในขณะที่คนที่เรียนมาเขาจะมีทฤษฎีช่วย มีหลักการมีเหตุผล

และก็บังเอิญที่เราเป็น MCIL ของ IOL พอดี และขึ้นทะเบียนศาลยุติธรรมแล้ว เลยส่งใบรับรองของเราให้บริษัทแปลดู แต่เราบอกไปว่า ขอดูแบบทดสอบแปลก่อน ถ้าเป็นเนื้อหาที่เราไม่ถนัดเราจะไม่รับงานนี้

วันรุ่งขึ้นบริษัทส่งตัวอย่างคำแปลมาให้ดู 2 ชุด เราเห็นแล้ว เป็นการแปลคำบรรยายใต้ภาพสำหรับรายการกีฬาออกอากาศทางทีวี อ่านผ่านๆ ก็อ่านรู้เรื่องนะ แต่ต้องรอดูตอนอ่านเทียบกับภาษาอังกฤษถึงจะบอกได้ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน

บริษัทตกลงจ้างเราตรวจคำแปลพร้อมประเมินทั้งหมด 11 ชุด จริงๆ มันก็คือการตรวจแก้ที่ บ.ก. ทำๆกันนี่แหละ ที่เพิ่มมาคือ ต้องให้เหตุผลสนับสนุนว่าทำไมคนนี้ถึงได้เกรดนี้ทำไมอีกคนถึงได้คะแนนเยอะกว่า

พอเริ่มตรวจคำแปลเป็นเรื่องเป็นราว พระเจ้าจะเป็นลม ภาษาไทยอ่านรู้เรื่องแต่พออ่านเทียบกับต้นฉบับ บางประโยคนักแปลแปลออกป่าไปเลย คาดว่านักแปลคงจะไม่รู้ว่าคำนี้แปลว่าอะไรหาจากพจนานุกรมแล้วไม่เจอ เลยแปลมาแบบเดา แต่พอเราเปิดพจนานุกรม ก็หาเจอนะ ต้องหาจาก English-English dictionary ยังไงก็เจอ ถ้าไม่เจอก็ google อ่านตามบอร์ดภาษาอังกฤษจะมีคนมาอธิบายคำศัพท์

บางคนก็ไม่ได้เดา ใช้คำแปลที่ปรากฏในพจนานุกรมจริงแต่เลือกผิดคำ พออ่านแล้วมันไม่ใช่

ปัญหาที่เจอเหมือนกันหลายๆ ชุดคือคำแปลแปลโดยไม่ได้นึกถึงคนอ่าน

และนักแปลบางคนก็ไม่ได้คำนึงถึงลักษณะของต้นฉบับ

วันนี้เราจะเขียนเรื่องการวิเคราะห์ต้นฉบับ เป็นขั้นแรกของกระบวนการแปล

*************************

วาทกรรมวิเคราะห์ คืออะไร

“DiscourseAnalysis (D.A) is a discipline which concerns the study of the relationshipbetween language and the context in which it is used. …. One of the most interesting fieldsof study which has been recently affected by Discourse Analysis is a newly–born trend called Translation studies. This new area of research which isgoing from strength to strength delves into the systematic study oftranslation. It is assumed that D.A and Translation studies have much in common” (ที่มา: //www.ijalel.org/view.aspx?articleid=210)

ปัจจัยที่ต้องวิเคราะห์มีดังนี้ (เท่าที่เราจำได้นะ)

1. Genre เช่น เรื่องสั้นนิยาย กลอน ชีวประวัติ สารคดี ลักษณะของต้นฉบับจะบอกถึงลักษณะการเขียนด้วย (ลองดูรายชื่อ genre ได้ที่นี่ //www.webbervilleschools.org/wp-content/iisd/www_webbervilleschools_org/uploads/2011/07/Literary-Genres.pdf)

2. Timeframe คือการหาข้อมูลว่าต้นฉบับเขียนขึ้นเมื่อไหร่ ยิ่งแต่งนานแล้ว เป็นร้อยปี ภาษาที่ใช้ย่อมไม่เหมือนภาษาที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

3. Social Context คือบริบททางสังคม อันนี้อาจจะต้องค้นเพิ่มว่าณ เวลาที่มีการเขียนต้นฉบับ มีเหตุการณ์สำคัญๆ อะไรในสังคมบ้างหรือเปล่าบางครั้งผู้เขียนอ้างอิงถึงสิ่งใกล้ตัวที่กำลังเกิดขึ้น แต่พอเวลาผ่านไปคนอ่านรุ่นหลังๆ อาจจะไม่เข้าใจว่าผู้แต่งพูดถึงอะไร

ในกระทู้พันทิปเมื่อนานมาแล้วมีคนมาโพสต์ถามเรื่อง จิ้งจกยกพวกบุกบ้าน จะทำยังไงดี มีคนนึงตอบว่า ขอให้เจ้าของบ้าน “กระชับพื้นที่”เราอ่านแล้วก็ฮาเพราะการใช้คำศัพท์ที่กำลังดังในช่วงปี 2553 สมมติว่าถ้าผ่านไปสัก 20 ปีเด็กรุ่นหลังมาอ่านงานเขียนที่มีคำนี้ ก็อาจจะไม่เข้าใจ

4. Cultural Context บริบทางวัฒนธรรมก็เป็นตัวกำกับลักษณะการเขียนด้วยอย่างที่รู้กันคือ แต่ละวัฒนธรรมจะมีข้อห้ามหรือขนบของตัวเองซึ่งอาจจะสะท้อนให้เห็นในงานเขียนได้

นึกถึงหนังเรื่องนึง ตัวละครบอกว่า Tea’s ready. ซับแปลว่า มื้อเย็นเสร็จแล้ว แต่เราฟังสำเนียงแล้ว นี่มันหนังออสซี่ชัดๆ น่าจะหมายถึง อาหารเย็น มากกว่า

5. Terminology นักแปลต้องพิจารณาว่าต้นฉบับใช้คำศัพท์เฉพาะด้านไหนบ้างหรือเปล่า

6. Style เช่นผู้แต่งชอบใช้ประโยคที่มีความสมดุล (positive ผสม negativeในประโยคเดียวกัน) หรือชอบเล่นคำ หรือชอบปนคำภาษาอื่นมาด้วย หรือใช้“ ” หรือตัวเอียงบ่อยๆ(แฝงความหมายอย่างอื่นไว้)

7. Author ผู้แต่งคือใครมีประวัติเป็นอย่างไร มีพื้นฐานครอบครัวแบบไหน เกิดที่ไหน จบการศึกษาอะไรมา หลายๆอย่างนี้มีอิทธิพลต่อการใช้ภาษา

8. Audience ผู้แต่งแต่งให้ใครอ่านบางเรื่องผู้แต่งเขียนให้แม่อ่านนักแปลก็ต้องพิจารณาว่าจะใช้สรรพนามระหว่างคนเขียนกับคนอ่านว่าอย่างไร หรือสมมติว่าผู้แต่งเขียนบทความวิจารณ์งานศิลปะให้จิตรกรอ่านนักแปลก็อาจจะทับศัพท์คำบางคำได้ แต่ถ้าในบทความเดียวกันนี้ผู้แต่งเขียนให้คนทั่วไปอ่าน นักแปลอาจจะต้องนึกไว้ก่อนว่า ผู้อ่านทั่วไปไม่น่าจะมีความรู้ด้านศิลปะในเชิงลึกทำให้นักแปลอาจต้องเลือกวิธีแปลแบบที่เหมาะสม (แปลแบบขยายความแปลตรงตัวแต่ใช้เชิงอรรถประกอบ แปลคำศัพท์แล้ววงเล็บคำแปลไว้ข้างหลัง เป็นต้น)

9. Typology ประเภทของต้นฉบับอาจวิเคราะห์โดยอิงทฤษฎีเช่น Reiss’ text typology มี 3 ประเภทคือ (ก) Information ซึ่งเป็นงานเขียนประเภทให้ข้อมูล ได้แก่ข่าว คำประกาศเจตนารมย์ ความเห็น คำพิพากษา เป็นต้น โดยจะใช้ภาษาที่เป็นทางการ (ข)Expressive ซึ่งเป็นงานเขียนที่เน้นความเป็นศิลปะผู้เขียนจะคำนึงถึงผู้รับสารเป็นหลัก (ค) Operative ซึ่งเป็นงานเขียนเพื่อสร้างพฤติกรรมกระตุ้นให้เกิดการกระทำ 

หรือถ้าจะใช้ทฤษฏีของ Newmark ก็ได้ มี 8 แบบ ที่ใช้บ่อยๆ คือ communicative translation อ่านเนื้อหาอย่างย่อได้ที่นี่//docencia.udea.edu.co/TeoriaTraduccion/comunicativo/peter_eng.htm

10. Intention เจตนาของผู้แต่ง แต่งเพื่อเสียดสีสังคม แต่งเพื่อสอนผู้อ่านแต่งเพื่อประชด

***************

ไหนๆ ก็เขียนเรื่องนี้แล้ว เราเปิด CD เอกสารสมัยเรียนดูเจอตัวอย่างการวิเคราะห์ของเพื่อนที่เรียนการแปลรุ่น 3 ด้วยกัน(ขอโทษนะเพื่อน เราจำชื่อเธอไม่ได้ ของน้องกิฟท์หรือเปล่า)เพื่อนวิเคราะห์วาทกรรมเรื่อง To Kill a Mockingbird เราขอสรุปเป็นข้อๆสั้นๆ นะ

1. เรื่องนี้เป็นการสื่อสารสองปริบทพร้อมๆ กันคือการสื่อสารระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน และการสื่อสารระหว่างตัวละครในเรื่อง

2. บทสนทนาของตัวละครแต่ละตัวสะท้อนลักษณะเฉพาะ เช่น ideology, socialclass, attitude

3. ผู้แต่งเกิดที่ Alabama และในเวลานั้นเป็นยุค GreatDepression ซึ่งการเหยียดสีผิวเป็นปัญหาที่สำคัญ และรัฐ Alabamaได้ชื่อว่าเป็น รัฐแห่งทาส

4. เรื่องนี้เป็นต้นฉบับประเภทนิยาย มีลักษณะการเล่าแบบ narrative

5. ต้นฉบับมีหน้าที่แสดงความรู้สึก (Expressive Function) สะท้อนความนึกคิดของผู้แต่ง และบางตอนยังแสดงหน้าที่เรียกร้อง (VocativeFunction) เพื่อให้ผู้อ่านมีปฏิกริยาด้วย โดยผู้แต่งต้องการให้ผู้อ่านรู้สึกเห็นใจคนผิวดำ

6. ผู้รับสาร (ผู้อ่าน) คือ ชาวอเมริกันทั่วไปในช่วงต้นถึงกลางศตวรรษที่ 20โดยเฉพาะผู้ที่เหยียดสีผิวในรัฐทางตอนใต้

7. เจตนารมย์ในการสื่อสารของเรื่องนี้คือ ต้องการให้ผู้อ่านทราบถึงปัญหาการเหยียดสีผิวซึ่งฝังรากลึกและเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

8. ฉากของเรื่อง คือ ศาลประจำเมืองเมย์คอมบ์ การพิจารณาคดีเกิดขึ้นในตอนบ่ายในห้องพิจารณามีทั้งคนผิวดำและคนผิวขาวร่วมฟัง

9. ต้นฉบับใช้ระดับภาษา (register) ที่ไม่เป็นทางการ สังเกตได้จากการที่ผู้เขียนใช้สรรพนามว่าI และใช้คำย่อ เช่น couldn’t, wasn’t บางคำก็ไม่ใช่ภาษาเขียนเช่น came down with a bang

10. คำศัพท์เฉพาะไม่พบมากนัก แต่ก็มี เช่น specimen, unimpaired, excathedra แต่ส่วนใหญ่เนื้อเรื่องจะใช้ภาษาเรียบง่ายเพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าใจได้

11. โครงสร้างประโยคไม่ซับซ้อน คล้ายภาษาพูดทั่วไป และไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์นักเช่น There ain’t no change. การใช้ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธใน Isaid I didn’t have nothing. หรือการซ้อนกรรม เช่น She wateredthem red flowers every day. และการใช้ภาษาที่ผิดๆ ถูกๆ เช่น Thenshe shet the door in my face. ซึ่งตรงนี้ผู้แต่งต้องการสื่อให้เห็นว่าตัวละครที่พูดประโยคนี้มีการศึกษาในระดับที่ไม่มากพอที่จะสื่อสารทางการเขียนได้

12. วัจนลีลาเป็นแบบงานเขียนประเภทนิยายย มีการใช้ภาพพจน์ต่างๆ เช่น Mostas tall as the room. (อุปมา) หรือ Tom was a black-velvetNegro. (อุปลักษณ์) หรือ Mayella Ewel must have been theloneliest person in the world. (อติพจน์)

13. ลักษณะการใช้ภาษา ผู้แต่งใช้ประโยคความรวมเป็นส่วนใหญ่และถ้าเป็นบทสนาทของ ทอม โรบินสัน ผู้แต่งจะเขียนแบบ run-on sentences ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้พูดเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษา

***************

พอวิเคราะห์วาทกรรมเสร็จแล้วนักแปลต้องระบุปัญหาที่พบในการแปลเพื่อเลือกกลวิธีที่จะใช้แก้ปัญหาโดยยึดคำตอบที่ได้จากการทำวาทกรรมวิเคราะห์เป็นกรอบ อันนี้เราไม่เขียนนะ มันยาว ถ้าใครอ่านแล้ว สนใจ แนะให้ไปเรียนโทการแปลเลย ความรู้เพียบ(สมองบวมกันเลยทีเดียว)

วาทกรรมวิเคราะห์นี้ไม่ใช่ใช้ได้เฉพาะกับการแปลวรรณกรรมเท่านั้น ไม่ว่าจะแปลอะไรก็ใช้ได้ หลักๆ ที่เราเคยใช้คือ วิเคราะห์งานแปลเอกสารประชาสัมพันธ์นี่แหละว่าเป็นเนื้อหาประเภทไหน เขียนให้ใครอ่าน เจ้าของสารอยู่ประเทศอะไร ใช้ศัพท์ด้านไหนเป็นต้น




Create Date : 07 เมษายน 2557
Last Update : 7 เมษายน 2557 21:43:18 น.
Counter : 1872 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 288 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
เมษายน 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog