บอกกล่าวข่าวล่าม
บอกกล่าวข่าวล่าม

อ่านข่าวจากผู้จัดการออนไลน์วันนี้ เรื่องศาลจังหวัดพัทยาเปิดส่วนคดีนักท่องเที่ยวเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

“ในครั้งนี้เป็นการเปิดทำการที่ศาลจังหวัดพัทยาเป็นแห่งแรกภารกิจสำคัญของส่วนคดีนักท่องเที่ยว ได้แก่ การให้คำแนะนำและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในการดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วหรือในกรณีที่นักท่องเที่ยวต้องรีบเดินทางกลับก็จะสืบพยานนักท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้า และอาจแต่งตั้งให้ผู้แทนของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลคดีแล้วแจ้งผลให้ทราบต่อไปหรือถ้านักท่องเที่ยวตกเป็นผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญาและประสงค์จะแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลประเทศของตนทราบเพื่อขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการให้”

แวบแรกที่คิดคือ ล่ามรวย

ไม่รู้ว่าศาลจ้างล่ามประจำเลยหรือจ้างเป็นคราวๆ ไปโดยให้นักท่องเที่ยวเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมล่าม

อย่างที่เคยบอกไว้ในบล็อกก่อนหน้านี้ เพื่อนที่เป็นล่ามซึ่งได้งานผ่านบริษัทแปลและล่ามได้ค่าล่ามบัลลังก์ละ 2,000 บาท อันนี้อัตราล่ามในกรุงเทพส่วนเพื่อนอีกคนที่เป็นล่ามอยู่ภูเก็ต นั่นคิดชั่วโมงละ 3,000 บาท

เห็นว่าจะเปิดส่วนคดีนักท่องเที่ยวในศาลจังหวัดและศาลแขวง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่อื่นด้วย ทั้งศาลแขวงเชียงใหม่ศาลจังหวัดภูเก็ต ศาลจังหวัดเกาะสมุย ศาลจังหวัดกระบี่ ศาลแขวงปทุมวันและศาลแขวงดุสิต

น่าสนใจ เลยเอาข่าวมาเล่า เผื่อจะมีเพื่อนนักแปลหรือล่ามอยากจะไปขยายกิจการในพื้นที่ที่จะมีการเปิดส่วนคดีนักท่องเที่ยว

แต่มองในอีกมุมนึงชีวิตจะปลอดภัยมั้ย

สมมติ นักท่องเที่ยวต่างชาติเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวปกติ พอถึงเวลาคืนร้านเช่าบอกว่า มอเตอร์ไซค์มีรอยบุบ เรียกค่าเสียหาย 20,000 บาท นักท่องเที่ยวร้องเรียนที่ส่วนคดีนักท่องเที่ยว ล่ามเป็นคนกลาง ร้านเช่าจะมองว่าล่ามเข้าข้างนักท่องเที่ยวมั้ยทำไมต้องช่วยนักท่องเที่ยว

เราเคยอ่านจากพันทิป เห็น จขกท.ที่เอาเรื่องนี้มาโพสต์บอกว่า ตำรวจในพื้นที่ที่มีร้านเช่าทำพฤติกรรมอย่างนี้ บอกกับผู้เสียหายว่าไม่อยากมีเรื่องเพราะต้องทำงานประจำอยู่พื้นที่นี้ ร้านเช่าเรียกมา ก็ให้เขาไป (ให้มันได้อย่างงั้นสิ)

เรื่องล่ามศาล ส่วนที่แปลข้อความของผู้เสียหายให้เจ้าหน้าที่ฟังนั่นไม่เท่าไหร่ ตอนสืบพยานเนี่ยสิ ยิ่งเป็นพวกคดีอาญาสมมติเป็นคดียาเสพติด ไม่รู้โยงมาเฟียพื้นที่เข้ามาด้วยหรือเปล่า แล้วล่ามจะอยู่เป็นสุขมั้ย หรือทำๆไปแล้วต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

ยังนึกถึงคดีที่เพื่อนไปล่ามมาเดือนที่แล้วนั่งรถตำรวจไปกลับศาล โดนผู้ต้องหากล่าวหาว่าล่ามทำงานไม่เป็นกลางเพราะนักท่องเที่ยวเป็นคนจ้างเพื่อนเรามาล่ามเพื่อนเราก็น่าจะล่ามเข้าข้างนักท่องเที่ยว ผู้ต้องหาขอล่ามคนใหม่มาทำหน้าที่แทน

--------------------------------------

เมื่อวานได้คุยกับรุ่นน้องที่จุฬาฯ เห็นน้องบ่นๆ ว่าเข้าไปดูเว็บ NAATI แล้ว ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนระเบียบ ด้วยความสงสัยเลยไปค้นดู เออเพิ่งเปลี่ยนจริงๆ ด้วย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมานี้เอง

ระเบียบใหม่กำหนดว่าถ้าจะนำวุฒิมาเทียบเพื่อขอใบรับรอง

(ก) ต้องมีผลสอบ IELTS(academic) ระดับ 7.0 ขึ้นไป (ในส่วนของการอ่านและเขียนสำหรับการขอใบรับรองการแปล และในส่วนของการพูดและฟัง ในส่วนของการขอใบรับรองการล่าม)

(ข) รับเฉพาะวุฒิการแปลเท่านั้นและวิชาที่จะนำมาเทียบได้ ต้องเป็นวิชาที่เรียนได้คะแนนในระดับ top 30% (เราเดาว่ามันแปลว่า ต้องได้คะแนน 70% ขึ้นไป แสดงว่าต้องได้ B ขึ้นไปใช่มั้ย) วิชาไหนไม่ถึง ก็จะไม่นับถ้าเรียนได้ต่ำกว่าเกณฑ์หลายวิชา หน่วยกิตก็จะไม่ครบ ถ้าไม่ครบ ก็จะใช้วุฒิเทียบเพื่อขอใบรับรองไม่ได้

ตอนเราสมัครเมื่อปี 2009 ไม่ได้ยื่น IELTS และไม่ได้กำหนดว่าต้องได้คะแนน top 30% ด้วย ก็เข้าใจอ่ะนะว่าหน่วยงานต้องพัฒนาด้วยการยกระดับผู้ประกอบวิชาชีพ

สมัยก่อนเมื่อนานมาแล้ว คนที่ได้ใบรับรอง NAATI ได้แล้วได้เลย ไม่มีหมดอายุ วันนี้เราก็เพิ่งรู้ว่าที่ไทยมีนักแปล NAATI เพิ่มอีกคนนึงแล้ว ลองค้นข้อมูลแล้วโทรไปสอบถาม ได้ความว่าเป็นนักแปล NAATI ทะเบียนเลขที่ พันกว่าๆ เอง (ของเราเลขที่ หกหมื่นกว่าแล้วอ่ะ) อยู่ออสเตรเลียมา 20 ปี ตอนนี้เกษียณเลยย้ายกลับไปอยู่ที่ไทย ก็รับงานแปล NAATI ด้วย เลยต้องเปลี่ยนที่อยู่ที่ระบุไว้ในรายชื่อในเว็บไซต์NAATI

ที่คุยกันก็ทำให้รู้ว่าพี่ท่านนี้ก็เคยทำเอกสารบันทึกงานแปลเนื่องจากมีอยู่ช่วงหนึ่งที่NAATI ต้องการให้นักแปลรุ่นก่อนที่ใบรับรองไม่มีวันหมดอายุมาสมัครใจเข้าระบบให้หมด คือใบรับรองจะหมดอายุทุก 3 ปีและนักแปลต้องยื่นเอกสารเพื่อรับรองว่าทำงานแปลต่อเนื่อง เรียนวิชาอะไรใหม่ๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง ถึงจะได้อนุมัติให้ต่อใบรับรองได้ (เหมือนศาลยุติธรรมของไทยเลย) แต่เพราะเอกสารมันเยอะมากก็เลยไม่ได้สมัครใจเข้าระบบ ถ้าเป็นเราได้ใบรับรองมาแบบตลอดชีพ เราก็ไม่สมัครใจเข้าระบบเหมือนกัน

แล้วก็ที่เมลเบิร์นนี้ พี่ท่านนี้ก็รู้จักนักแปลอีกท่านหนึ่งแต่ท่านนั้นเลิกทำงานแปลไปแล้ว เห็นว่าจุกจิกลูกค้าชอบบ่นว่าแพง (ถ้าลูกค้าบ่นกับเราเราบอกเสมอว่า “ไปจ้างเจ้าอื่นก็ได้ค่ะ NAATI เหมือนกันไม่หวงงาน”)

ไหนๆ แล้ว เราก็สอบถามค่าแปลเอกสารวีซ่าและรายละเอียดจะได้ฝากฝังลูกค้าได้เพราะตอนนี้เราอยู่ออสเตรเลีย ไม่สามารถให้บริการลูกค้าในไทยได้จนกว่าจะกลับไทยต้นเดือนพ.ย. อัตราค่าแปลก็ปกติสำหรับงานแปลที่ต้องประทับNAATI ที่พี่เขาคอมเมนต์มาคืองานแปลเอกสารในไทย หน้าตาเอกสารมันต้องตรงกันเป๊ะ ทำแบบย่อเหมือนสมัยแปลส่งหน่วยงานในออสเตรเลียไม่ได้ (ระบุแค่ข้อมูลสำคัญไม่ต้องหน้าตาเหมือนต้นฉบับก็ได้) ทำให้เสียเวลาในการแปลเพิ่ม (ค่าแปลก็เลยจะไม่ถูกเหมือนที่นักแปลห้องแถวคิดราคากัน)

วางสายแล้วเล่าให้แฟนฟังว่า ที่ไทยมีคนบริการงานแปลให้ลูกค้าแล้ว เนี่ย จะได้บอกลูกค้าให้ติดต่อคนนี้ได้ เรียบร้อย โดนแฟนบ่นตามระเบียบ “เธอจะไปส่งลูกค้าให้เขาทำไม ให้ลูกค้าไปหานักแปลเอาเองสิ”

--------------------------------------

ไม่กี่วันที่ผ่านมาพี่ทนายติดต่อมาทางอีเมล ขอความช่วยเหลือ คือ มีคดีหนึ่งที่ฝ่ายตรงข้ามแปลเอกสารมาแล้วคำแปลบิดเบือน พี่ทนายจะแก้แล้วส่งให้เราดูเสร็จแล้วต้องเซ็นรับรองคำแปลในฐานะผู้เชี่ยวชาญศาล

เรื่องช่วยเหลือนี่เราไม่เกี่ยงอยู่แล้ว แต่งานนี้กลัวจะมีอะไรที่มันมากกว่านั้น ถ้าฝ่ายโน้นใช้นักแปลโนเนมแล้วแปลผิดจริง เรามาแก้คำแปลแล้วเซ็นรับรองในฐานะผู้เชี่ยวชาญศาลคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรตามมา

แต่ถ้าฝ่ายโน้นใช้นักแปลโนเนมแปลแล้วเราแก้ไป เซ็นรับรองในฐานะผู้เชี่ยวชาญศาล แล้วปรากฏว่าฝ่ายโน้นไม่ยอมเอาฉบับที่เราแก้ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญศาลอีกท่านนึงดู ถ้าเห็นด้วยกับเราก็แล้วไป ถ้าไม่เห็นด้วย สงสัยจะยาว

แล้วถ้าฝ่ายโน้นให้ผู้เชี่ยวชาญศาลแปลมาตั้งแต่ต้นแล้วงานแปลนั้นแปลผิดจริง แล้วเราแก้ไป เซ็นรับรอง แล้วมันจะยังไงต่อล่ะเนี่ย

ก็ขอให้มันไม่ใช่สองอย่างหลัง เราไม่อยากไปงัดข้อกับใคร ผู้เชี่ยวชาญศาลได้เลขทะเบียนจากศาลยุติธรรมมาแสดงว่าต้องได้รับการกลั่นกรองมาดีแล้ว ไม่อยากจะให้เกิดแบบปีก่อนที่มีผู้เชี่ยวชาญศาลโดนถอนใบอนุญาต

นี่ยังไม่ได้นึกแผนข แผน ค ไว้เลยว่าถ้าแก้คำแปลไป เซ็นรับรอง แล้วโดนเรียกขึ้นศาลต้องขนพจนานุกรมไปกี่เล่มละเนี่ย ต้องเตรียมสคริปต์ไปอธิบายด้วยว่าทำไมถึงคิดว่าแปลอย่างนี้ถึงถูกต้องทำไมคำแปลของฝ่ายโน้นผิด ก่อนจะขึ้นศาลต้องไปอ่านอีกว่าคดีนี้ฟ้องกันเรื่องอะไร ศัพท์ยากแค่ไหน เพื่อนเราโดนมาแล้ว ศาลถามว่า stock กับ share ต่างกันยังไง อื้อหือ ถ้าเราโดนถามนี่คงจะเป็นใบ้ แต่เพื่อนมันก็ตอบไปได้ ว่า stock เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ share เป็นหุ้นบริษัท (คือมันจะต้องอธิบายให้ได้ว่าทำไมถึงใช้ภาษาอังกฤษคนละคำกัน)

(หมายเหตุ Investopediaอธิบายไว้ว่า “For example, "stock" is a generalterm used to describe the ownership certificates of any company, in general,and "shares" refers to a the ownership certificates of a particularcompany. So, if investors say they own stocks, they are generally referring totheir overall ownership in one or more companies. Technically, if someone saysthat they own shares - the question then becomes - shares in what company? Bottom line, stocks and shares are the same thing.The minor distinction between stocks and shares is usually overlooked, and ithas more to do with syntax than financial or legal accuracy.)

--------------------------------------

สนใจพูดคุยเรื่องการแปลอีเมลมาที่ natchaon@yahoo.com

ณัชชาอร ชูเชิดศักดิ์ NAATI No.67061 ออสเตรเลีย




Create Date : 06 กันยายน 2556
Last Update : 6 กันยายน 2556 15:22:35 น.
Counter : 2555 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 293 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
กันยายน 2556

1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
16
17
18
19
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog