สิ่งที่ฟรีแลนเซอร์ควรจะทำเดี๋ยวนี้
สิ่งที่ฟรีแลนเซอร์ควรจะทำเดี๋ยวนี้

บังเอิญได้อีเมลอัพเดทโพสต์จากบล็อกการแปลของฝรั่ง แหม อ่านแล้วโดนใจ เธอเขียนเรื่อง สิ่งที่ฟรีแลนเซอร์ควรจะทำเดี๋ยวนี้ (//thoughtsontranslation.com/2014/02/21/basic-business-things-every-freelancer-should-do-right-now/)

เราจะสรุปให้อ่านนะ

1. แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีงานออกจากกัน -ข้อนี้โดนใจเรามากเพราะเราเจอปัญหามากับตัว การที่เราต้องมานั่งแยกรายได้และค่าใช้จ่ายจากรายงานเดินบัญชีของธนาคารมันเสียเวลาหลายชั่วโมงอยู่นะ ที่สำคัญคือถ้าสรรพากรมาตรวจ แล้วต้องให้เอกสารทั้งชุด หลายๆ คนอาจจะไม่อยากให้เพราะสรรพากรอาจจะยิ่งเห็นข้อมูลก็ยิ่งถาม ยิ่งถามก็มีแววจะโดนเก็บภาษีเพิ่ม อย่าให้ดูเลยจะดีที่สุด

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราเพิ่งจะทำสดๆ ร้อนๆ คือ เปิดบัญชีธนาคารใหม่ 2 บัญชี เริ่มต้นใหม่ แจ้งลูกค้าว่าต่อไปนี้ขอให้ชำระเงินเข้าบัญชีบริษัท ABC เลขที่บัญชี DDD นะ

ที่เราทำนี้ก็สอดคล้องกับที่เราอ่านเจอในเว็บว่า สรรพากรไทยก็ตรวจนะมีคนได้รับจดหมายเชิญไปตอบคำถามเรื่องยอดรายได้จากการขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งผู้โชคดีต้องถือสมุดบัญชีธนาคารไปให้สรรพากรดูว่าเนี่ย มีเงินเข้ามาแค่นี้เอง รายได้จากการขายของที่สรรพากรบอกมานั้น แทบจะไม่มีเลย ถ้าเราจำไม่ผิด จริงๆ สรรพากรเขามีข้อมูลการเคลื่อนไหวในบัญชีของผู้โชคดีอยู่แล้ว โกหกไปก็เท่านั้น ลองนึกดูว่า ถ้าเป็นบัญชีส่วนตัวใช้รับเงินปนกับเรื่องงาน โอ้โหยอดไหนเป็นของใคร มาจากไหน ไล่ดูกันตาลายเลย

เพื่อนเราบอกว่า สรรพากรไทยจะไม่ค่อยตรวจคนที่ส่ง ภงด. ประจำปีอยู่แล้วเนื่องจากนายจ้างเขาหักภาษีไปยื่นไว้ก่อนแล้ว data matching มันตรงกันกับ ภงด. ก็เลยไม่ได้ติดใจอะไร แต่คนที่ทั้งปีทั้งชาติไม่เคยเสียภาษีเลย อาจจะมีจดหมายเชิญจากสรรพากรในเร็วๆ นี้

2. จัดทำระบบข้อมูลใบแจ้งหนี้– คนที่เป็นฟรีแลนซ์จริงๆ จะรู้ว่า เอกสารมันเยอะมาก ปีที่แล้วเรารับงานไปประมาณ 200+ โปรเจ็กต์ (ทั้งเล็กและใหญ่รวมกัน)เวลาเรายื่น ภงด. มันก็ต้องมีหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายของแต่ละงานแนบไปพร้อมกับ ภงด. ในระหว่างปีเราจะมีชีท Excel ง่ายๆ นี่แหละ ลงเลขใบแจ้งหนี้ รายละเอียดงาน จำนวนคำ คู่ภาษา ยอดค่าจ้างยอดหัก 3% ยอดรับจริง ทำไว้เป็น master file เลย งานไหนที่ลูกค้าจ่ายเงินแล้วก็ลงวันที่ในไฟล์ไว้ว่าจ่ายแล้วในวันนี้นะ ตัวเลขมันจะรวมยอดอัตโนมัติทำให้รู้ว่าจนถึงปัจจุบัน มีรายได้แล้วเท่าไหร่ ฐานภาษีระดับไหน ต้องทำ taxplanning ยังไง ต้องซื้อ LTF, RMF มั้ย ต้องคิดตั้งแต่ตอนนี้เลยไม่ใช่นึกได้ตอนปลายปี LTF แล้วไปซื้อตอนที่ราคาหน่วยลงทุนแพง นี่เราซื้อไว้ส่วนนึงแล้วตอนที่ กปปส. ชุมนุมกัน ตลาดร่วงไปเหลือ 1,200+ กว่าๆ (ขอบคุณลุงกำนัน อิอิ)

3. ทำเว็บไซต์สำหรับงานแปล – ถ้ารักจะทำงานแปลเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองก็ควรจะทำเว็บไซต์ให้ดูดี มีราคา สมกับอัตราค่าแปลที่เรียกเก็บจากลูกค้า เรื่องอีเมลก็เหมือนกัน เราสอนน้องเราว่าพยายามใช้ชื่อที่เป็นโปรเฟสชั่นแนล น้องชายเรามันวัยรุ่นไง ใช้อีเมล dynamite อะไรก็ไม่รู้ อีกคนใช้อีเมล puckcom มันไม่สื่อเท่าไหร่ ตอนนี้คงไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นอาจจะคิดได้ อีกอย่างคือเรื่อง social media น้องเราเปิดบัญชี FB อันใหม่ ใช้ชื่อจริง เราบอกเลยว่าใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง ก็จงอย่าเขียนหรือโพสต์อะไรที่ไม่ดี หยาบคาย ทำร้ายคนอื่นเพราะมันจะกลับมาทำร้ายตัวเองเนื่องจากชื่อและนามสกุลเอ็งมันแบหราอยู่บนหน้า FB

4. เจียดเงินส่วนนึงไว้เตรียมจ่ายภาษีปลายปี– อันนี้มันเป็นเคสของคนที่ทำงานในประเทศตะวันตกมากกว่าเพราะฐานภาษีเขาแพงหลายๆ คนโดนอยู่ 30% ของไทยเรามีเกณฑ์ลดหย่อนเยอะก็จริงแต่บางคนไม่ได้คิดวางแผนอะไร ไปนั่งคำนวณตอนสิ้นเดือนธันวาคมแล้วเพิ่งรู้ว่าต้องเสียภาษีเพิ่มอีกหลายหมื่น จะซื้อโน่นนี่เพื่อลดหย่อนก็ไม่ทันซะแล้ว

ส่วนใครที่มีรายได้ที่ไทยเป็นกอบเป็นกำเราว่าอยู่ไทย ดีแล้ว ค่าครองชีพถูก พี่น้องก็อยู่ด้วยกัน ไหนจะเพื่อนอีกตลาดนัดมีทุกวัน ห้างเปิดจนดึก เดินทางไม่ลำบากเพราะมีพี่วินมอไซต์อยู่ทุกซอกทุกมุม(ณัชชาอรพร่ำเพ้อซะแล้ว)

5. ออมเงินเผื่อเกษียณอายุ – ถึงแม้การเป็นฟรีแลนเซอร์ทำงานที่บ้านจะทำได้นานกว่าอาชีพอื่น แต่ก็ต้องเตรียมตัวเผื่อตอนเกษียณจริงๆไม่อยากทำงานแล้ว แนะนำให้ดูเรื่องการลงทุนการออมเงิน ควบคู่กับการหาเงิน ไม่ใช่สักแต่หาโดยที่เงินที่หามาได้มันไม่ได้ทำงานให้เราเลย

6. สำรวจดูว่าเปิดบริษัทจะคุ้มกว่ามั้ย– พี่ทนายที่เลี้ยงข้าวเราเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่าสำหรับเขานั้นเปิดกิจการบริษัทแบบ SME คุ้มค่ากว่าในด้านภาษีเพราะเสียภาษีแค่ 15% สำหรับรายได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไร เราเอารายได้ทุกอย่างมารวมชื่อเราหมดปลายปีก็โดนฐาน 20% แต่เราซื้อพวกประกันชีวิต และกองทุนไว้ลดหย่อนซึ่งตรงนี้พี่ทนายเขาก็ท้วงว่ามันนานเกิน RMF นี่ต้องเอาเงินไปดองไว้จนอายุ 55 ปี ถ้าตายก่อนก็อดใช้เงิน (เออทำไมเราไม่คิดอย่างนี้มาก่อนนะ)

พอพี่เขาหยอดความคิดนี้ใส่หัวเราแล้ว เรามานั่งอ่านรายละเอียดเรื่องการเปิดบริษัทและจัดการเปิดบริษัทซะเลย อันนี้มันตรงกับตำราที่บอกว่าให้แตกหน่วยภาษีเพื่อให้ฐานภาษีลดลง ที่มันจะยุ่งเพิ่มขึ้นคือเรื่องทำบัญชีตรงนี้ก็จ้างบริษัทบัญชีทำก็ได้ แล้วก็เรื่องการยื่นภาษีก็ต้องยื่นแยกของบริษัทกับของตัวเอง

7. ตั้งค่าลายเซ็นในอีเมลให้ดูเป็นทางการ– สมัยเราทำงานบริษัท เราลงท้ายอีเมลเราว่า Rgds, Nat จบ นายเก่าเราก็ลงท้ายว่า Rgds, KW แต่พอได้นายใหม่มา เขาอีเมลให้พนักงานทุกคนตั้งค่าอีเมลใหม่ตามรูปแบบที่กำหนดเช่น

NatchaonChucherdsak

SalesManager, Global Account

XYZFire, Security

Tel:0000000

www.xyz.com

ถ้าจะให้ดี ลายเซ็นไม่ควรเกิน 4บรรทัด ไม่งั้นยาวเกิน

นอกจาก 7 ข้อนี้มีคนมาเขียนคอมเมนท์เพิ่มเติม เช่น

8. เตรียม BCP – Business Continuity Plan กรณีฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้หน้าร้านที่เช่าไว้ น้ำท่วมบ้าน ไฟดับ คอมพิวเตอร์เสียทำให้ข้อมูลหายนักแปลมีแผนสำรองมั้ยว่าจะแก้ปัญหายังไง แนะนำให้นึกถึง Plan B เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไร ปีที่แล้วเราเจอปัญหาอีเมล yahoo ไม่รับอีเมลเลย ตอนนั้นไม่มีแผนสำรอง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า yahoo ใช้ไม่ได้(เพราะกำลังเปลี่ยนระบบ) กว่าจะรู้ว่าเมลเดี้ยง ก็ปาเข้าไปสัปดาห์นึงแล้ว เสียงานไปหลายชิ้นอยู่ เราถึงได้เปิดใช้เมลใหม่ของ gmail แล้วเก็บ yahoo เป็นเมลสำรองแทน

9. ไปไหนควรพกนามบัตรไปด้วย – เราลืมประจำ ไม่เคยพกเพราะไม่ได้คิดว่าจะไปเจอใครที่ต้องแจก แต่จริงๆกลับเจออยู่หลายครั้งที่คนที่เพิ่งเจอกัน ขอนามบัตรเพราะสนใจใช้บริการ เราต้องให้เบอร์โทรศัพท์แทน นามบัตรนี้ ก็ควรออกแบบให้ดูเป็นทางการ น่าเชื่อถือ ไม่ต้องแพงแต่ขอให้ดูดี มีข้อมูลชัดเจน นามบัตรเก่าของเราระบุทั้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของไทยและของออสเตรเลียในใบเดียวเพื่อความสะดวกของลูกค้า

******************

สนใจพูดคุยเรื่องการแปล อีเมลมาที่ natchaon@yahoo.com




Create Date : 05 มีนาคม 2557
Last Update : 7 มีนาคม 2557 7:39:12 น.
Counter : 3561 Pageviews.

1 comments
  
ขอบคูณค่ะ
โดย: ืnaana (nana-76 ) วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:22:54:09 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 298 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here https://www.nctranslation.net
https://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: 18 Feb - 30 June 2018
(Last update: 15 Feb 2018)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
2
3
4
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog