บล็อกส่งท้ายปี

ที่เราไม่ได้เขียนบล็อกเป็นเดือน ไม่ได้หายไปไหนนะแค่ยุ่งมาก เรากลับไทยกลางเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีงานแปลเอกสารแนบท้ายคำฟ้องศาลของลูกค้าที่ต้องเซ็นรับรองคำแปลเลยถือโอกาสมาเซ็นกันที่กรงเทพ และเยี่ยมลูกค้าไปด้วย ลูกค้าที่น่ารักก็ยังคงน่ารักเหมือนเดิมมีลูกค้าธนาคารอีเมลมาสอบถามที่อยู่เพราะจะให้แมสเซนเจอร์ส่งของปีใหม่มาให้ เราอ่านแล้วก็งง ตกลงใครเป็นลูกค้า ใครเป็น vendor ลูกค้าบางรายมีนโยบายไม่รับของขวัญจาก vendor เราเข้าใจ ลูกค้าบางรายก็ขอนัดกินข้าวด้วย (จริงๆก็รุ่นพี่กันนี่แหละ คิดถึงน้อง)

แล้วก็มีลูกค้ารายหนึ่งที่เราเกือบจะ write off เป็นหนี้สูญในงบการเงินของเราเพราะค้างชำระ 5 เดือน ยอดไม่เยอะ แค่สองพันกว่าบาท เข้าใจว่าคงลืม ไม่ใช่ว่าเราไม่ทวง เราอีเมลทวงถาม 4 รอบ จนรอบสุดเลยแจ้งไปว่า หากจะไม่ชำระบริษัทจะลงบัญชีเป็นหนี้สูญและจัดลูกค้าไว้ในกลุ่มงดบริการ 10 นาทหลังส่งอีเมล ลูกค้าชำระเงินทันที สรุป เราว่าคงลืมเพราะยอดมันน้อยมาก

ส่วนลูกค้ารายใหญ่ที่เราเคยของดไม่ให้บริการเพราะเช็คออกช้ามากคือ เลย 90 วัน หรือมีขั้นตอนการรับเงินค่าแปลยุ่งยาก(เช่น ต้องไปรับด้วยตัวเอง ต้อววางบิลด้วยตัวเอง) ปีนี้ก็ยังมีอีเมลมาขอให้เสนอราคา เราเสนอราคาไปตามปกติแต่เพิ่มเงื่อนไขการรับเงิน ว่าขอให้ลูกค้าอำนวยความสะดวกด้วยการโอนเงินหรือนำเช็คเข้าบัญชีบริษัทให้ด้วยเนื่องจากบริษัทเราไม่มีพนักงานประจำ การติดต่อสื่อสารต่างๆขอให้ทำผ่านอีเมลและไปรษณีย์ หากลูกค้ารับเงื่อนไขนี้ไม่ได้เราก็รับงานไม่ได้ เพราะทำงานเสร็จ เราก็รับเช็คไม่ได้ (เนื่องจากเรานั่งทำงานอยู่ออฟฟิสเมลเบิร์นซะส่วนใหญ่) เงินก็จะคากันอยู่ในระบบ

พูดถึงเรื่องเงินเมื่อคืนเห็นเพื่อนนักแปลที่เรียนการแปลจุฬาฯ ด้วยกันบ่นลอยๆ ใน FB ว่าสำนักพิมพ์ดึงยอดจ่ายเงินเพราะไม่ตีพิมพ์หนังสือที่แปลสำนักพิมพ์ถึงไม่พิมพ์เล่มนี้ (ที่เพื่อนแปล) เขาก็มีเล่มอื่นพิมพ์ ในขณะที่นักแปลเวลารับงานรับได้ทีละเล่ม เงินก็ควรจะออกตามที่ตกลง อันนี้อย่างที่เราเคยบอกว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่เราเลิกรับงานแปลหนังสือเพราะบางสำนักพิมพ์ให้เงินก็ต่อเมื่อมีการจัดพิมพ์เท่านั้นสมมติแปลปีนี้ 2015 แต่ไปพิมพ์ปี 2016 นักแปลจะได้รับเงินปี 2016 ก็รอกันไป นักแปลที่ยังชีพด้วยเงินค่าแปลหนังสือบอกตรงๆ ว่าส่วนใหญ่มักจะไม่พอ ถึงได้ทำเป็น part-time นี่ขนาดเพื่อนเราคนนี้เป็นนักแปลรุ่นใหญ่มีชื่อเสียงนะ เลือกได้ว่าจะแปลให้สำนักพิมพ์ไหน ก็ยังบ่น

ช่วงปลายปีนี้เราไล่ซื้อหนังสือมือสองที่เป็นวรรณกรรมแปลเพื่อมาเก็บเข้าห้องสมุดคู่กับฉบับภาษาอังกฤษ เราได้เปรียบตรงที่เรามีบ้านอยู่ออสเตรเลียทำให้เดินหาฉบับภาษาอังกฤษไม่ยากเท่าไหร่ มือสองถูกๆ เยอะแยะ แล้วก็ตามมาเก็บภาษาไทยที่กรุงเทพ

บังเอิญเราซื้อหนังสือที่เราคิดว่าน่าสนใจ (ตอนซื้อไม่รู้ว่าเนื้อหาเป็นยังไง) เรื่อง ศิลปะแห่งการแปล โดย ส.ศิวรักษ์ พิมพ์เมื่อปี 2526 ที่เราซื้อมาเพราะเล่มนี้เราเพิ่งเคยเจอ ไม่เหมือนเล่มอื่นๆ ที่มีการตีพิมพ์ซ้ำ เช่น ของมหาวิทยาลัยต่างๆ  เราอยากอ่านดูว่าเนื้อหามีความแตกต่างกันจากที่อาจารย์ท่านอื่นเขียนไว้อย่างไร เราขอยกมาให้อ่านเป็นบางย่อหน้า

“ก็การแปลหนังสือนั้นผู้แปลย่อมต้องรู้ทั้งสองภาษา จะแปลเป็นภาษาไหน ต้องรู้ภาษานั้นดีเป็นพิเศษ ด้วยเหตุฉะนี้จึงมักปรากฏว่าคนไทยแปลเป็นไทยได้ดีกว่าฝรั่งแลฝรั่งแปลเป็นฝรั่งภาษาตนได้ดีกว่าคนชาติอื่น”

“การแปลหนังสือของไทยนั้นเดิมแปลกันเป็นหน้าเป็นตาก็แต่ภาษาบาลีหรือที่เรียกกันว่าภาษามคธเพราะต้องการรู้เรื่องทางศาสนาและวัฒนธรรม อันเรารับมาประพฤติปฏิบัติแต่โดยที่เรื่องในทางศาสนาถือกันว่าเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ต้องแปลคำต่อคำไม่ให้เสียความ หรือถ้าจะถือสิทธิแปลชนิดเสริมเติมแต่งโวหารเข้าไปดังที่ฝรั่งเรียกว่า free translation ก็ต้องยกคาถาของเดิมมาลงกำกับไว้”

“ขอให้สังเกตไว้นะครับว่าคนที่จะแปลหนังสือได้ดี ประการแรก ต้องพูดภาษาของตัวเองให้ดีเสียก่อนถ้าพูดภาษาของตัวเองให้ดีไม่ได้ เขียนภาษาของตัวเองให้ดีไม่ได้ก็ไม่มีทางจะแปลหนังสือให้ดีได้”

“คำง่ายๆ ประเภท brother และ sister เราก็ไม่รู้แล้วว่า พี่ หรือ น้อง  ก็แปลกลับเป็นภาษาอังกฤษเลยไม่ได้เพราะอาจเป็นได้ทั้ง brother และ sister แถมยังอาจเป็น cousin ได้เสียด้วย เพราะเรามักไม่เรียกลูกพี่ลูกน้องหรือลูกเรียงพี่เรียงน้อง  จึงปรากฏว่าคนไทยมักพูดเรื่องเครือญาติให้ฝรั่งฟังผิดเสมอ ที่เราเรียก น้าอาจเป็นเพียง cousin เท่านั้นก็ได้ ที่เราเรียกยาย ก็อาจไม่ใช่ grand-mother เช่น ยายน้อย เป็นแต่ great aunt เท่านั้นเอง”

“ท่านทั้งหลายที่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องการจัดหลักสูตรเรื่องแปลนั้น  ถ้าถือว่าเรืองแปลเป็นเรื่องใหญ่ ผมเชื่อว่าจะช่วยระบบการศึกษาของไทยได้มาก…ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียใจว่านักการศึกษาของไทยส่วนมากจะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถ้าเผื่อคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังผมเชื่อว่าคุณภาพของการแปลหนังสือเมืองไทยจะดีขึ้นกว่านี้เยอะ”

“อีกอันหนึ่งที่ผมชอบใจอาจารย์นิดาพูดเรื่องอิตาเลียน อิตาเลียนแกเก่งครับในเรื่องผัวๆ เมียๆ การแปลจะให้ภาษาไพเราะงดงามและให้ซื่ดด้วย นี่ยาก โดยเฉพาะหนังสือบางเล่ม  สำหรับผมหนังสือบางเล่มนี่ไม่ควรแปลอย่างยิ่ง ควรจะมาเรียบเรียง ต้องแยกกันนะครับ”

“หลังจากพระมงกุฎฯ แปลเชคสเปียร์แล้ว มีใครแปลอีกบ้าง ไม่มีแล้วเชคสเปียร์นี่เป็นพื้นฐานเลยครับของภาษาอังกฤษ ถ้าเราอ่านเชคสเปียร์แตก ภาษาอังกฤษเราก็แตก”

“ยกตัวอย่าง เวลานี้ผมดูหนังไม่ได้ก็เพราะเหตุนี้แหละครับ เพราะดูแล้วต้องอ่านที่มันแปล แปลผิดแทบทั้งนั้นไอ้ตามโรงหนังนี่แหละ แปลกันออกมาได้ พวกนี้ก็น่าขายหน้าเหมือนกัน แปลหนังนี่ ผมเคยทำนะครับแม้กระทั่งเรื่องแปลหนัง ผมต้องตรวจแล้วตรวจอีก คือไม่ให้ขายหน้าเขาได้แต่อันนี้ก็เห็นใจละ เพราะผมแปลหนังสมัยผมอยู่อังกฤษ มันให้ค่าแปลแพง  ทีนี้คนที่แปลหนังในเมืองไทย ให้เขาถูกมาก ก็เอาดีไม่ได้   นี่ระบบเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ข้อนี้ก็เห็นใจเขาเหมือนกัน”

“ผมขอเรียนชี้แจงเตือนนิดนะครับในฐานะเนติบัณฑิตนะครับ เพราะประเทศไทยไปเซ็นสัญญากับเขานะครับในเรื่องลิขสิทธิ์สากลนี่ และถ้าฟ้องละก็ จำเลยที่ 1 บรรณาธิการ จำเลยที่ 2 ผู้แปลนะครับ เขาฟ้องมาแล้วนะครับ กระทรวงศึกษาธิการเป็นจำเลยมาแล้ว แพ้เขาไปแล้ว คุรุสภาแพ้เขาไปรายหนึ่งแล้วครับ…ที่คนรุ่นใหม่เขาใช้คำว่า ถอดความ ถอดอะไรนั้น เป็นวิธีเลี่ยง อีกวิธีหนึ่งที่เขาฟ้องไม่ได้แปลและเรียบเรียงนี่ก็ฟ้องได้ ถ้าถอดความ ฟ้องไม่ได้”

ใครสนใจอยากอ่านที่เหลือไปหาซื้อตามร้านมือสอง (จะมีมั้ย) หรืออ่านจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยดูนะ

สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และขอพรจากสิ่งศักดิ์ทั่วสากลโลก โปรดดลบันดาลให้ผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ปลอดภัย คิดสิ่งใดสมดังปรารถนา พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดทั้งปี 2016




Create Date : 30 ธันวาคม 2558
Last Update : 5 มกราคม 2559 18:19:27 น.
Counter : 735 Pageviews.

1 comments
  
Vvggg
โดย: Gghh (สมาชิกหมายเลข 2924450 ) วันที่: 20 มกราคม 2559 เวลา:15:05:06 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 281 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 22 Dec 2017
(Last update: 03 Jul 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
30 ธันวาคม 2558
All Blog