“ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป”
-- อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
(คำปรารภหลังจาก "แสงศตวรรษ" ผลงานภาพยนตร์จากผู้กำกับคนไทย พูดภาษาไทย ใช้ดาราคนไทย ถูกกองเซนเซ่อประเทศไทยบังคับให้ตัดฉากสำคัญ 4 ฉากออกหากต้องการฉายในโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย)




“ผมคิดว่าพระกลุ่มนี้โดนจี้จุดจึงร้อนตัวเกินไป หรือเป็นพวกอยากดัง จึงต้องทำตัวเป็นข่าว อยากถามว่าทำไมไม่ไปเรียกร้องหรือแก้ปัญหาพระที่ออกมาแก้ผ้า มั่วสีกา หรือใช้มีดกรีดร่างกาย หลอกลวงประชาชน ทั้งนี้หากจะฟ้องก็ยินดีให้ฟ้องได้ทุกศาล หรือว่าจะไปฟ้องจตุคาม ศาลเจ้าแม่กวนอิม พระอินทร์ พระอิศวร ก็เชิญ ผมไม่สนใจ แต่เห็นว่าพระกลุ่มนี้ไม่เหมาะสมในสมณะ และเป็นพระหน้าเดิมที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้องการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ”
-- ถวัลย์ ดัชนี
(คำตอบโต้ภายหลังกลุ่มพระสงฆ์ที่ชุมนุมประท้วง ขู่ฟ้องคดีอาญาต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร นายอนุพงษ์ผู้วาดภาพภิกษุสันดานกาและหมานุษย์ และคณะกรรมการที่ตัดสินรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ในข้อหาหมิ่นศาสนา)
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
Memories of Matsuko แค่อยากเป็นคนที่ถูกรัก แค่อยากเป็นคนที่ถูกใครสักคนเข้าใจ



Heavy Spoiler






"ชีวิตที่ไร้รัก ยากนักจะหอมหวาน"
คำโปรยของภาพยนตร์เรื่องนี้ใน standy หน้าโรงภาพยนตร์ House RCA ท่อนนี้ สื่อความหมายของ Memories of Matsuko ออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยมและลงตัว...

โช หลานชายไม่เอาไหนของป้าคาวาจิริ มัตสึโกะ ถูกใช้ให้มาเก็บกวาดห้องแสนโสโครกของป้าคนนี้ เพราะว่าพ่อติดธุระต้องรีบมาเอากระดูกแล้วกลับบ้าน โดยทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เป็นปริศนาว่า "ชีวิตของป้าแกนี่มันไร้ค่าจริงๆ"

หลังจากนั้น โช ก็ได้พบกับผู้คนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับมัตสึโกะ และเขาจึงได้เริ่มทำความรู้จักกับป้าของเขาไปพร้อมๆกับคนดู

เมื่อเราก้าวเข้าสู่โลกของคาวาจิริ มัตสึโกะ... เราก็จะพบกับหญิงสาวชีวิตบัดซบปานหลุดออกมาจากละครน้ำเน่า หญิงสาวที่อาภัพรักมาแต่เด็ก ชีวิตพลิกผันปั่นป่วนเสียจนแทบตามไม่ทัน ก่อนที่จะตายอย่างน่าอนาถในสภาพที่น่าสังเวช...

ปมที่ฝังใจมัตสึโกะมาตั้งแต่เด็กก็คือเธอเหมือนกับอยู่ตัวคนเดียวตลอดเวลา

พ่อ ที่ห่วงน้องสาวมากกว่า
ครูและนักเรียน ที่ไม่เข้าใจการกระทำของเธอ
บรรดาคนรัก ที่ไม่เคยเข้าใจความต้องการของเธออย่างแท้จริง
เพื่อน ที่แม้จะห่วงใยเธอ แต่ก็ไม่เข้าใจเธอเพียงพอ...

การกระทำของพ่อ ทำให้เธอกลายเป็นคนโหยหาความรัก เพราะพ่อแสดงออกความรักความห่วงใยกับ คุมิ น้องสาวที่ป่วยมาตั้งแต่เกิดมากจนสังเกตได้ และเป็นภาพที่ฝังใจมัตสึโกะว่า ความรักต้องการการแสดงออก

พ่อท่านหนึ่งเคยพูดสอนลูกว่า "พ่อแม่ทุกคนรักลูกเท่ากัน แต่ว่าห่วงใครมากกว่าเท่านั้น" ลูกชายคนเล็กของพ่อท่านนั้นก็มีอาการป่วยที่ต้องการการดูแล ประคบประหงม เอาใจใส่มากพอๆกับคุมิ.. และมีช่วงหนึ่งที่พี่ชายเองก็เกิดความรู้สึกคล้ายกับมัตสึโกะ

ถ้าหากพ่อของมัตสึโกะหันหน้ามาคุยกับลูกสาว... ก็คงไม่เกิดภาพฝังใจนั้นขึ้น... และน่าเสียดายที่มัตสึโกะยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความรักของพ่อแม่โดยไม่มีคำอธิบาย เพราะพ่อแสดงออกแต่กับน้องสาว สมองของเด็กวัยเพียงเจ็ดขวบก็คงเรียนรู้ไปเองว่า ความรักคือการแสดงออก และเกิดการเปรียบเทียบถึงการปฏิบัติที่แตกต่างกันของพ่อ

การทำหน้าตาประหลาดๆของมัตสึโกะก็เป็นเพียงความหวังเล็กๆของเด็กคนหนึ่ง ว่าเมื่อเราทำอะไรให้คนที่เรารักมีความสุข เขาก็คงหันกลับมารักเราบ้าง จนเมื่อเธอโตขึ้น พ่อของเธอก็เริ่มไม่เอ็นดูเธอ หรือยิ้มออกมาเมื่อเธอทำหน้าทะเล้นเหมือนเมื่อก่อน ทำให้เธอยิ่งฝังใจหนัก

เมื่อฟางเส้นสุดท้ายมาถึง... พ่อไม่พอใจเธอที่ไปเล่าเรื่องออกเดตให้คุมิฟังเพราะกลัวว่าน้องสาวจะสะเทือนใจหรืออิจฉาพี่ โดยหารู้ไม่ว่าคำพูดวูบเดียวของพ่อจะทำให้มัตสึโกะสะเทือนใจอย่างรุนแรงจนถึงขั้นลงมือทำร้ายน้องสาวทั้งทางคำพูดและการกระทำ

คนอย่างเธอ ไม่เห็นจะน่าสงสารซักนิด! เธอตะโกนใส่หน้าน้องสาวที่เดินมาหาตัวเอง...

ในห้วงเวลานั้น คนที่น่าสงสารที่สุดในความคิดของมัตสึโกะก็คือตัวเธอเอง... เพราะเธอฝังใจมาสิบหกปีเต็มว่าไม่ได้รับความรักจากพ่อเท่าที่ควร เธอรู้สึกอิจฉาน้องสาว แล้วยิ่งเมื่อตัวเองกำลังจะได้รับความรักจากใครก็กลับกลายเป็นเรื่องผิด

คนที่ได้รับความรักความเอาใจใส่มากมายจากทุกคนรอบข้างอย่างคุมิ จึงเป็นคนที่น่าจะมีความสุขที่สุดในโลกที่มัตสึโกะวาดไว้

ฉันมันคงไม่มีค่าแล้วล่ะมั้ง... มัตสึโกะน่าจะคิดแบบนี้ในห้วงเวลาที่เธอยัดข้าวของใส่กระเป๋าแล้วปั่นจักรยานออกจากบ้านไป



โช เคยฝันจะเป็นนักดนตรี แต่เขากลับปล่อยให้กีตาร์ของตัวเองวางนิ่งอยู่ริมห้องจนฝุ่นจับหนาเพราะไม่ประสบความสำเร็จ และก่อนจะเจอกับป้ามัตสึโกะ (ทางความคิด) เขาถูกแฟนบอกเลิก(ก็เพราะเขาลาออกจากวงดนตรี) และจมตัวเองอยู่กับหนังเอวี

หลังจากนั้นไม่นาน แฟนเก่าของโชโทรเข้าเครื่องตอบรับ พร้อมกับขอโทษที่เรียกร้องอะไรต่อมิอะไรจากเขามากเกินไป เธอเพิ่งจะรู้ว่าคนเราก็มีความสุขจากการให้ได้เหมือนกัน ก่อนที่เธอจะลาไปทำตามฝันที่ต่างประเทศ

ก่อนหน้านั้น ระหว่างทางที่โชเดินทางตั้งแต่ในร้านที่แฟนบอกเลิก ร้านเช่าหนังเอวี แม้แต่ที่ห้องพักตัวเอง เขามองไปที่โทรทัศน์แล้วก็ต้องเห็นตอนจบของหนังเรื่องหนึ่งในรูปแบบเสื้อผ้าที่แตกต่างกัน แต่ตัวละครพูดเหมือนกันทุกครั้ง...

คุณยังเริ่มต้นใหม่ได้นะ...
ไม่จริงหรอก...

และตัวละครหนึ่งก็โดดลงจากหน้าผาไป...

ทุกคราวที่ความฝันของมัตสึโกะต้องมีอันทลายลง ความคิดในห้วงคำนึงของเธอก็คือ

ฉันรู้สึกเหมือนกับชีวิตฉันสิ้นสุดลง

เธอเริ่มต้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดำเนินชีวิตเพื่อตามหาสิ่งที่เธอต้องการนั่นคือความรักและความเข้าใจที่เธอจะหาได้จากผู้ชายสักคนหนึ่ง และเธอก็ต้องรู้สึกเหมือนกับชีวิตสิ้นสุดลงครั้งแล้วครั้งเล่า

หากว่ามัตสึโกะ ต่างจากตัวละครชายที่โดดหน้าผาในละครทีวีเรื่องนั้น...

ตัวละครตัวนั้น เลือกที่จะหยุดตามหาฝัน หยุดการเริ่มต้นใหม่และจบความฝันครั้งนั้นด้วยตัวเอง แต่ว่าความฝันแต่ละครั้งของมัตสึโกะจบลงโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัว ถ้าเทียบกันก็คงเหมือนเธอถูกมือลึกลับผลักตกผาไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สิ่งที่มัตสึโกะทำอยู่ตลอดชีวิตคืออะไร?
"ให้" โดยไม่มีเงื่อนไข นอกจากต้องการ "รัก" กลับคืน...

อาชีพที่เธอทำมาทั้งชีวิต ล้วนแต่เป็นการ "ให้" ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นครู สาวอาบอบนวด ช่างเสริมสวย คนส่งยา หรือโฮสเตสในบาร์ยากูซ่า

ความรักของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าก็อยู่ในรูปแบบเดียวกัน

เธอยอมให้เท็ตซึยะ สามีนักเขียนใช้เธอเป็นเครื่องระบายอารมณ์ยามหัวตื้อหัวตันคิดงานไม่ออกทั้งทางร่างกายและทางเพศ
เธอยอมทนพบกับโอคาโนะแต่สัปดาห์ละวัน และอยู่ในฐานะชู้
เธอกลับไปหาชิมาซึ เคนจิ หลังจากแปดปีที่ต้องโทษ เพียงเพื่อจะพบเขาอยู่อย่างมีความสุขกับภรรยาคนใหม่และลูก
เธอรอริว โยอิจิอีกสิบสามปีระหว่างที่เขาต้องโทษ เพียงเพื่อจะถูกเขาต่อยหน้าที่หน้าเรือนจำแล้วเดินจากไป

สัญลักษณ์อีกอย่างที่หนัง "จงใจ" ให้คนดูเห็นเป็นระยะในเรื่องนั้นคือพวงกุญแจของมัตสึโกะ

พวงกุญแจนั้นเป็นรูป Tower of the Sun ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในงาน expo ที่โอซาก้าเมื่อปี 1970 (ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่คนญี่ปุ่นเห่อที่สุดกระมัง เพราะว่าใน 20th Century Boys ก็มีพูดถึงสัญลักษณ์ตัวนี้)



จุดประสงค์ของ expo คืออะไร?
งาน expo เปรียบเสมือนการ present ตัวเองของประเทศต่างๆทั่วโลกตามแต่วิสัยทัศน์ของแต่ละประเทศ ว่าจะป่าวประกาศให้โลกรู้จักประเทศของเราอย่างไร ในแง่มุมไหน จากจุดนี้เราจะเห็นว่าจุดประสงค์ของมันคือ "โลกทั้งโลก"

คนที่เข้าไปเที่ยวงานส่วนใหญ่กลับไม่บรรลุถึงจุดประสงค์ตัวนี้...
ใครเคยอ่าน 20th Century Boys น่าจะจำตอนที่เด็กๆคุยกันเรื่องงาน expo ได้ตอนหนึ่ง

วันแรกก็ไปต่อคิวรอดูบู๊ทอเมริกา บู๊ทอังกฤษ ส่วนวันท้ายๆค่อยลองแวะไปดูบู๊ทลาว อัฟกานิสถาน ที่คนไม่ค่อยดูกัน

จากประโยคนี้เราเห็นอะไร?
เราเห็นว่าคนส่วนใหญ่ "ไม่เข้าใจ" และ "ไม่สนใจ" ในจุดประสงค์แท้จริงของงาน expo ว่านี่คืองานของทั้งโลก คนบางกลุ่มเข้าไปเพียงเพื่อจะดูบู๊ทอเมริกาแล้วก็กลับบ้าน ได้ชื่อว่าชั้นมาเที่ยวงาน expo แล้ว ส่วนอีกกลุ่มก็ไม่ได้เข้าใจจุดประสงค์อย่างถ่องแท้... เห็นบู๊ทลาว อัฟกานิสถาน เป็นของแถม

พวงกุญแจนี้จึงสื่อถึงตัวมัตสึโกะเอง...
ผู้ชายมากหน้าหลายตาที่เธอเลือกฝากชีวิต ฝากความรักเอาไว้ ก็ล้วนปนเปไปทั้งคนที่ "ไม่เข้าใจ" และ "ไม่สนใจ" ในตัวเธออย่างจริงจัง

เท็ตสึยะ... ไม่เข้าใจความรู้สึกแท้จริงของเธอ
โอคาโนะ... ต้องการเพียงเอาชนะเท็ตสึยะด้วยการครอบครองเธอ
โอโนะเดระ... ต้องการเพียงเงินของเธอ
ชิมาซึ เคนจิ... ที่ขอเธอแต่งงานเพราะเธอเข้ามาถูกจังหวะเปลี่ยวเหงาพอดี
ริว โยอิจิ... ที่ตีความความรู้สึกของมัตสึโกะผิดไป
"ฆาตกร" ที่ฆ่าเธอก็ไม่เข้าใจความหวังดีของเธอ...



เวลาตลอดชีวิตที่ผ่านมา... มัตสึโกะทำทุกอย่างลงไปเพื่อจุดประสงค์เดียว...
เธอต้องการ "ความรัก" ตอบแทนแบบเป็นชิ้นเป็นอัน
ความต้องการตัวนี้ ทำให้มัตสึโกะต้องทนทุกข์มาตลอดชีวิต เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนที่ตอบสนองจุดประสงค์หลักของเธอได้... (เพราะบ้างก็ "ไม่สนใจ" บ้างก็ "ไม่เข้าใจ" อย่างที่ได้บอกไปแล้ว)

มัตสึโกะลืมไปอย่างหนึ่ง...

ถ้าเทียบกับงาน expo คนลาวกับอัฟกานิสถาน หรือประเทศเล็กประเทศอื่นๆ เขาก็คงไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจอะไรมากมายนักที่อุตส่าห์ลงทุนแต่งซุ้มแต่งศาลาให้สวยๆ แต่ไม่มีใครเข้ามาดูเพราะชื่อประเทศไม่ดังเหมือนอังกฤษ อเมริกา หรือประเทศมหาอำนาจอื่นๆ อย่างน้อยเขาก็คงรู้สึกดีที่มีเวทีให้พวกเขาเผยแพร่วัฒนธรรมและนวัตกรรมของประเทศตัวเอง

มัตสึโกะเองก็เช่นกัน... แต่กว่าเธอจะรู้ความจริงข้อนี้ก็สายไปเสียแล้ว

หลังจากเธอตัดผมให้น้องสาวของเธอ เธอถึงเริ่มรู้สึกว่าที่จริงแล้วการ "ให้" บางครั้งเพียงแค่สุขใจกับมัน แม้จะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาก็ไม่เห็นเป็นไร...
เธอสร้างมันได้... แม้จะเป็นแค่ช่างเสริมสวยก็ตาม... อย่างน้อย... ถ้าเธอมีฝีมือ ลูกค้าก็มีความสุขและจดจำเธอในฐานะช่างทำผมฝีมือดี
แค่นั้นเธอก็มีคุณค่าในสายตาคนอื่นแล้ว

มัตสึโกะถึงได้รีบวิ่งออกจากห้องพักของเธอเพื่อไปคุ้ยหานามบัตรของเมงุมิที่เธอเขวี้ยงทิ้งไป
ชีวิตเธอยังมี "คุณค่า" มากกว่าจะนั่งรอใครมา "เห็นค่า" ของเธอ
เธอสร้างมันได้... แม้จะเป็นแค่ช่างเสริมสวยก็ตาม...

ภาพหลังจากที่เธอได้กล่าวตักเตือน "ฆาตกร" ด้วยความหวังดีก็คือ มัตสึโกะเดินจากด้านขวาของจอไปด้านซ้าย พร้อมกับมีแสงสว่างวาบขึ้นมา

มัตสึโกะกำลังจะตื่นจากความมืด... แต่เมื่อฆาตกรได้ปฏิเสธ "ความหวังดี" ของมัตสึโกะด้วย "การฆาตกรรม" แสงสว่างนั้นก็เริ่มมืดเป็นห้วงๆ ดับเป็นระยะๆ

มัตสึโกะลุกขึ้นมา... และหันหน้ากลับไปในทิศที่เธอเดินมา ก่อนจะล้มลงเสียชีวิต แสงสว่างนั้นหายไป... และเธอก็หันหน้าไปหาความมืดที่เธอเพิ่งเดินจากมาก่อนตาย...

เพราะความ "ไม่เข้าใจ" ตัวเดียวแท้ๆ...


Create Date : 29 พฤษภาคม 2550
Last Update : 31 พฤษภาคม 2550 23:14:24 น. 24 comments
Counter : 1183 Pageviews.

 
...ขอบคุณที่เข้าไปทักทายในblogนะครับ รักษาสุขภาพนะครับ


โดย: คน(พเน)จรฯ วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:17:28 น.  

 
ลึกซึ้งจริงๆ ตอนนี้มี 21เซนจูรี่บอยออกแล้วที่ญี่ปุ่น เหมือนจะสองหรือสามเล่มจบ


โดย: iai apprentice IP: 59.147.88.9 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:10:22 น.  

 
กูอ่านไม่รู้เรื่องว่ะมึง เรื่องหนังแนวมึงอ่ะ กูไม่รู้เรื่องจริงๆ

ถ้ามึงอัพแบบ สถานการณ์บ้านเมืองไรงี้ อ่ะ เม้นท์ให้มึงได้นะ แต่อย่างงี้ กูมึน

มิสมิส


โดย: squidy ying IP: 210.86.214.66 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:18:20 น.  

 
เขียนดีจังเลยค่ะ ชอบมาก มีเกร็ดเรื่องพวงกุญแจด้วย ตอนดูผ่านๆในหนังนึกว่าเป็นรูปปลาโลมา

ชอบหนังเรื่องนี้มากมากเหมือนกันค่ะ ดูแล้วอิน เศร้าและสงสารมัตสึโกะมากมาก
มัตสึโกะเค้าอยากได้ความรักมากตลอดชีวิตเลย เพื่อความรักแล้ว เค้าทำหลายๆอย่างที่ทำให้ชีวิตต้องตกต่ำเศร้าสร้อยขนาดนั้น
แต่ว่าสุดท้ายในที่สุดมัตสึโกะก็ได้กลับบ้านซะที ไปหาน้องสาวที่รักมัตสึโกะอย่างไม่มีเงื่อนไข รักและรอมัตสึโกะได้ตลอดไป

คุมิจังคงเป็นเหมือนพระเจ้าของมัตสึโกะนะคะ :)

ชอบเพลงประกอบด้วย น่ารักดีค่ะ :)


โดย: RiRi IP: 58.8.15.67 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:11:27:40 น.  

 
อยากดูเรื่องนี้มากกก แต่ไปโรงหนังไม่ถูก ฮ่าๆ แล้วตอนนี้เปิดเทอมแล้วด้วย ยุ่งมากกกกก เลยคิดว่าไม่ได้ดูแล้วแหละ เสียดายจังเลย


โดย: อะ-โล-ฮ่า วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:12:10:49 น.  

 
กำลังลังเลใจอย่างหนักว่าจะไปดูดีหรือเปล่า ฮ่าๆๆ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:2:45:17 น.  

 
เวิ่นเว้อ ไม่ได้ไปดูอะ

รอแผ่น ไม่ไหวแล้ว หวังว่าคงยังไม่ออก อยากดู แต่สังขารไม่เที่ยงวะตี้


โดย: zadwaan IP: 58.8.70.85 วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:4:15:17 น.  

 
T^T อ่านแล้วน่าสงสารมัตสึโกะจัง


โดย: a r i t s u m e m o o n IP: 124.120.213.243 วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:17:51:30 น.  

 
เตือนสปอล์ยอย่างแรงขนาดนี้..ก็ต้องขอข้ามลงมาเม้นท์เลย เพราะกะว่าเด๋วจะไปดูอ่ะค่ะ


โดย: renton_renton วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:20:24:06 น.  

 
เตือนสปอยล์แดงโร่ขนาดนั้น แล้วจะให้ผมอ่านอะไรอ่ะ T_T

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 3 มิถุนายน 2550 เวลา:17:39:54 น.  

 
+ สนใจอยู่หลายเพลาแล้ว ตั้งแต่อ่านเจอครั้งแรก ตอนที่ตี้ไปเขียนถึงไว้ในบล็อกคุณหมอพีฯ แล้วก็ตามมาด้วยเสียงชื่นชมกันอึงคนึงจากเหล่านักวิจารณ์ทั้งหลาย ... แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีเวลาว่างพอจะไปเยี่ยมเยียนโรงเฮาส์ซักที ... แต่ก็คงต้องรีบไปแล้วล่ะครับ เพราะเดือนนี้เฮาส์ไม่แช่หนังมีหนังเข้าใหม่ทุกอาทิตย์ เด๋วรอบจะหมดซะก่อน ... เห็นเตือน spoiler อย่างแรง ก็เลยไม่กล้าอ่านเนื้อหาเหมือนกัน ถ้าได้ดูเด๋วจะมาอ่านใหม่และเขียนเม้นต์เพิ่มนะคร้าบผม

+ ตี้จะไปดูหนังในเทศกาลหนังฝรั่งเศสบ้างป่าวอ่ะครับ? ... พอดีพี่เพิ่งได้อ่านรายละเอียดแว้บๆ มาเมื่อวาน แต่ไม่แน่ใจว่าเรื่องไหนเด็ดบ้าง ... ตอนนี้ที่เล็งไว้ก็คงมี La Mome' กับ Immortal ละมั้ง แต่ไม่รู้ป่านนี้ บัตรเต็มไปหรือยังอ่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:10:10:06 น.  

 
ขอบคุณมากที่เขียนให้อ่านกัน

พี่ก็ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ

TOP10 แน่นอน


โดย: merveillesxx วันที่: 5 มิถุนายน 2550 เวลา:3:58:29 น.  

 
อยากดูครับ ...แต่ House มันลำบากเกินไปสำหรับผม

ปล. จากบล็อกผม ...โหน่งเท่ง ผมว่าหนุกดีนะ ใครจะว่าไม่ดียังไง ผมขอเถียงว่า สองพี่เขาก็โอเคนะ เรื่องแรกทำได้ขนาดนี้ก็นับว่า
ดีเกินคาดแล้ว


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 5 มิถุนายน 2550 เวลา:21:25:46 น.  

 
บรรยากาศการเมืองมันร้อน
ก็เลยแวะเข้ามาเยี่ยมซ่ะหน่อย อิๆ

เรื่องนี้ แฟนชวนดูอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ไ้ด้ไปดู


โดย: merf1970 วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:13:21:15 น.  

 
อ่านหมดทุกตัวเลยอ่ะค่ะ ...

จะดูๆๆๆ ไม่รู้เมื่อไหร่ ก็จะดู ...

เขียนขนาดนี้ก็น้ำตาซึม อ่ะจิ

น้องตี้ นายเจ๋งหลายมุมจังแฮะ


โดย: bua ja วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:20:43:41 น.  

 
ผ่านมาอาทิตย์นึงละ ก็ยังไม่ได้เฉียดไปใกล้เฮ้าส์อ่ะ


โดย: renton_renton วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:10:14:28 น.  

 
หวัดดี ไม่ได้มานานเลย
เออ...ถ้าไปดูพลอยมาแล้ว
มารีวิวหน่อยดิอยากอ่านนายเขียนน่ะ ^^
ปล.มันเข้าโรงเมื่อไรก็เมื่อนั้นอะน่ะ



โดย: กิล IP: 58.9.64.48 วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:20:27:27 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าดีหวะ เรื่องนี้
แกเอาเวลาที่ไหนไปดูวะ ตี้


โดย: K-i_i-K IP: 203.113.34.13 วันที่: 9 มิถุนายน 2550 เวลา:23:12:50 น.  

 
เมื่อไหร่งานเอ๊กซ์โปจะมาบ้านเรา


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:14:19:20 น.  

 


โดย: โสมรัศมี วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:22:02:45 น.  

 
+ เพิ่งถ่อไปดูถึงเฮาส์มาเมื่อวานครับ (รีบจัดๆ ไปเกือบไม่ทัน ดีว่าหนังฉายเลตนิดหน่อย เลยได้ดูตอนต้นเรื่องพอดี) เพราะกลัวหนังมันจะออกซะก่อนวันพุธนี้ (ปรากฎน้องขายตั๋วบอกว่าอาทิตย์หน้าก็ยังอยู่อ่า)

+ ตอนแรกพี่รู้สึกขัดๆ พอสมควรกับสีสันอันจัดจ้านและการนำเสนอในรูปแบบ Comedy กึ่งการ์ตูนของหนังนะครับ เนื่องจากมันให้ความรู้สึกขัดแย้งอย่างรุนแรงกับอารมณ์ของหนังซึ่งเป็น tragedy-drama (แบบบัดซบเสียด้วย) ... เนื่องจากพี่จะไม่ชอบหนัง (ส่วนใหญ่จะเป็นหนังรักจากเกาหลี) ที่ทำออกมาในรูปแบบกึ่งการ์ตูนๆ แบบนี้อ่ะครับ มันดูหลอกๆ ชอบกล ... แต่พอดูไปดูมาก็เริ่มจะอิน ... และชิน และก็เข้าใจว่าผู้กำกับเค้าต้องการนำเสนอในรูปแบบนี้ เพื่อให้คนดูเกิด contrast ในอารมณ์ชองตัวเอง และลดความซีเรียสรันทดของหนังลงด้วยอ่า


*** Spoil จ้า ***
+ ชีวิตของมัตสุโกะ ช่างเป็นชีวิตที่น่าสงสารอะไรเช่นนี้ (แม้แต่ตอนโดนฆาตกรรมก็หักมุมสิ้นดี) ... เธอเพียงต้องการใครซักคนที่พอจะเข้าใจ และรักตอบให้กับความรักที่เธอมอบให้ผู้คนอย่างมากมาย แต่ก็รู้สึกว่าโชคชะตาก็เล่นตลกกับชีวิตเธออยู่ร่ำไป ... ส่วนริวนั้น กว่าที่จะเข้าใจ และ 'กล้า' พอที่จะตัดสินใจกลับมาหาเธอ ก็สายไปเสียแล้ว (ซึ่งถ้าเพียงแต่เขา 'กล้า' เปิดเผยความรู้สึกตัวเองตั้งแต่แรก และ 'กล้า' พอที่จะยอมรับความผิดที่ตนเองทำลงไป ... ชีวิตของมัตสุโกะก็อาจไม่บัดซบเยี่ยงนี้ก็เป็นได้)
+ บททั่นประธานเพื่อนรัก ฮาดีครับ โดยเฉพาะช่วงเจอเจ้าโชตอนแรกๆ เหอะๆ และก็น่าสงสารมัตสุโกะตรงที่ปล่อยให้ความรู้สึก'อิจฉา' และ 'ตัวเองต่ำต้อย' ที่เคยเกิดมาแล้วกับน้องสาว มาบดบังความรักและความรู้สึกดีๆ ฉันท์เพื่อนรักที่ทั่นประธานมีให้ หาไม่เช่นนั้น เธอก็อาจมีชีวิตที่ดีและได้พบคนที่ดี ในเวลาที่ดีกว่าที่เป็นในหนังก็เป็นได้
+ ส่วนสัญลักษณ์ต่างๆ ตี้ตีความได้ลึกซึ้งดีแฮะ พี่ก็เลยได้เก็บแง่มุมเพิ่มเติมของเรื่องนี้จากบล็อกตี้นี่เอง

*****************************

+ ไปอ่านจากที่แปะฝาผนังที่เฮาส์ เห็นว่าตัวจริงของมัตสุโกะ เป็นนักร้องดังในญี่ปุ่นใช่ป่าวคับ? พอดีไม่ได้ติดตามเลยไม่รู้แฮะ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:11:01:13 น.  

 
ตี้ดองบล็อก เหอๆๆ (พี่ก็ดองเหมือนกัน)


โดย: อะ-โล-ฮ่า วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:14:48:47 น.  

 
อยากดูอ่าแต่ไกลอิ๊บอ๋าย - -










ก้ออ่านะ


โดย: วุ้นใสจ้า (วุ้นใสจ้า ) วันที่: 16 มิถุนายน 2550 เวลา:1:13:55 น.  

 


โดย: 124 IP: 125.25.99.191 วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:11:26:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
nanoguy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนในสังคมจารีตที่มีความคิดทางเวลาแบบไตรภูมิจะไม่ให้ความสำคัญแก่เวลาตามประสบการณ์ กล่าวคือไม่ให้ความสำคัญแก่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นจริงของชีวิตและสังคมว่าดำเนินมาและดำเนินไปอย่างไร เชื่อในการคลี่คลายเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมซึ่งจะต้องเป็นเช่นนั้นตามกฎแห่งเวลาของพุทธศาสนา

- อรรถจักร สัตยานุรักษ์
(จากบทความ "ความเปลี่ยนแปลงความคิดทางเวลาในสังคมไทย" วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง 4 ตุลาคม 2531)




Let this song rhyme our souls
when your voice and mine become one and whole.

Let it carry us high above
When we recite our poetry of love
that when there's love then there's hope.

Your love is my light,
and it'll get us through this lonely night.

- รักแห่งสยาม (ซับไตเติ้ลอังกฤษเพลง กันและกัน ท่อนฮุค)









Friends' blogs
[Add nanoguy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.