Why looking for true love, when it never exists in this cruel world.
Group Blog
 
 
เมษายน 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
22 เมษายน 2555
 
All Blogs
 

Holden ชวนดู : Home - เรียนรู้ เมื่อแรกรัก เมื่อสิ้นรัก เมื่อสงสัยในรัก

Holden ชวนดู : Home - เรียนรู้ เมื่อแรกรัก เมื่อสิ้นรัก เมื่อสงสัยในรัก


ห่างหายจากการเขียน review หนังไปนาน ด้วยเพราะภารกิจอันมากมาย แต่ที่สำคัญที่สุด คือการขาดแรงบันดาลใจ แต่เมื่อหนังเรื่องนี้จบลง ผมรู้อย่างเดียวว่า ผมต้องกลับมาวิจารณ์หนังอีกครั้ง ด้วยเพราะผมพบแรงบันดาลใจ และไฟในใจที่ต้องการเขียนถึงหนังได้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง


Home บอกเล่าเรื่องราวการเรียนรู้ขณะต่างๆของความรักตั้งแต่เริ่มรักจนเสียความรักไป ผ่านหนังสั้นย่อยๆ 3 เรื่องในเมืองเชียงใหม่บ้านเกิดของผู้กำกับที่มีเสน่ห์เป็นพิเศษในหนังเรื่องนี้

เรียนรู้ แรกรัก



part แรกของหนังนำเราไปสู่วันจบการศึกษาของตากล้องหนุ่ม ม6 ที่มาเก็บภาพความทรงจำของโรงเรียนในคืนที่ปราศจากผู้คน แล้วได้พบกับนักบาส ม3 ที่คืนนี้ก็เป็นคืนสุดท้ายของเขาที่นี่เช่นกัน เรื่องราวโรแมนติคในคืนเหงาของคนแปลกหน้า 2 คนก็ได้เริ่มต้นขึ้น 

ในส่วนของตอนนี้จะเห็นได้ว่ามะเดี่ยวกำกับให้ดูเป็นภาพฝันสวยงามของคนเหงาๆ 2 คน บทสนทนาฉลาดๆที่นำเรารับรู้เรื่องราวของ 2 คนนี้ ตอนนี้จริงๆแล้วแทบไม่ต่างจากเรื่องรักในคืนเหงาของ 2 คนแปลกหน้าสุดคลาสสิคอย่าง Before Sunrise เสน่ห์ของบทและการแสดงได้สร้างประโยชน์ให้อย่างเต็มที่ได้ในตอนนี้ การเพิ่มระดับความสนิทสนมของ 2 คนในทุกนาทีที่ผ่านไป ไม่ได้แค่ทำให้ทั้งคู่ตกหลุมรักกันเท่านั้น แต่ยังทำให้เราคนดูตกหลุมรักเด็ก 2 คนนี้ไปด้วย

เหมือนที่บอกไปแล้วว่าตอนนี้มันเหมือน Before Sunrise ฉากโรแมนติคจี๊ดๆฉลาดๆก็มีมาเสนอให้คนดูดูบิดจิกหมอนเขินแทนได้เลย ฉลากที่สุดจะทรงพลังอย่างฉาก "ชวนไปดูหนัง" ก็แทบจะเทียบเคียงฉากเปิดเผยความในใจอย่างฉาก "โทรศัพท์" สุดคลาสสิคใน Before Sunrise รวมทั้งการเลือกที่จะจบตอนเป็นปลายเปิดให้ชวนฝันเช่นกัน

ในตอนนี้ความดีความชอบที่สุดคือ บท การกำกับภาพ และสำคัญที่สุดคือนักแสดง  หน้าใหม่เล่นกันอยู่แค่ 2 คนเท่านั้น แต่บอกตรงๆ ทำได้เกินคาดมาก



บีม ไอ้เด็กหน้าลิงสุดทะเล้น บอกตรงๆ โผล่มาตอนแรกดูน่ารำคาญ แปลกแยกจากอารมณ์เปลี่ยวเหงาของหนังมากๆ แต่น้องแสดงให้เห็นว่าภาพภายนอกแม้ดูทะเล้น แต่ภายในโหยหาใครซักคนที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว เพราะชีวิตที่เป็นที่ 2 อยู่ใต้เงาคนอื่น ไร้การจดจำ ปกปิดความเหงาไว้ภายใต้สีหน้าร่าเริง แต่การแสดงของน้องเค้านั้นเป็นที่น่าจดจำมาก ให้การแสดงที่มีเสน่ห์ จากที่น่ารำคาญในตอนแรก คุณจะหลงรักบีมได้โดยไม่รู้ตัว



เน ตากล้องหนุ่มสุดเหงา ที่ไม่แคร์จะแสดงให้โลกรู้ว่า กรูเหงา กรูไม่มีเพื่อน ไม่ใช่เพราะเค้าไม่คบกรู แต่กรูไม่คบใคร อาจเพราะด้วยเพศสภาพของตน เน เกย์เด็กมัธยม ที่ยังไม่พร้อมจะเปิดตัว แต่ใจก็เรียกร้องใครซักคน เพราะมันถึงวัยที่ต้องมีใครข้างกาย ต้องปิดตัวเองจากคนรอบข้าง  น้องเค้าหน้าตาดี มีเสน่ห์ตั้งแต่แรกเห็น พร้อมจะทำให้เรารักและสงสารตั้งแต่แรกพบ แล้วเมื่อเค้าเรียนรู้ที่ได้"กล้ารัก" สายตาเป็นประกาย อาการเขินอาย ตรงนี้ขอชมจริงๆว่าทำได้ถึง แต่น่าเสียดายถ้าตอนต้นๆสายตาแสดงความเหงาทำได้ดีกว่านี้ เหมือนที่มาริโอ้ทำได้ในรักแห่งสยาม สายตาที่ว่า "กรูเหงา กรูไม่มีใคร ส่งใครมารักกรูหน่อยได้มั้ง" ถ้าน้องคนนี้ทำได้ มันจะขยี้หัวใจเราขึ้นไปอีก

เรียนรู้แรกรัก สอนให้เรารู้จักกล้าที่จะเปิดหัวใจรับความรู้สึกที่มีค่ามาไว้กับตัว สร้างความหวังที่ว่า ไม่ต้องกลัวจะไร้รัก ถ้ากล้าที่จะเปิดใจ รักจะมาเคาะประตูเอง

เรียนรู้ สิ้นรัก



หลังจากสร้างความแช่มชื่นให้หัวใจพองโตใน part แรก มะเดี่ยวกระชากเราลงไปสู่อารมณ์ความสูญเสียทันทีใน part ที่ 2 นี้ เราจะทำอย่างไร เมื่อรักที่มีอยู่ๆก็หายไปทันที เราจะเรียนรู้การอยู่โดยไร้รักได้อย่างไร

ใน 3 part ดูออกได้ทันทีว่านี่คือ part ที่่มีความเป็นส่วนตัวของมะเดี่ยวมากที่สุด มีการใช้ลูกเล่นในงามภาพยนตร์ทั้งเทคนิคทางภาพ และเทคนิคการเล่าเรื่องที่มีความซับซ้อนและชั้นเชิงสูงสุด รวมทั้งการสอดแทรกความเชื่อทั้งในเรื่องของการกลับมาเกิดใหม่ หรือความเชื่อเรื่องการตั้งครรภ์ของชาวเหนือไว้มากมาย นี่ย่าจะเป็น part ที่มะเดี่ยวตั้งใจทำที่สุด

ป้าจัน หญิงสาวชราที่สามีเจาะคอสื่อสารได้จากการเขียนเท่านั้น วันหนึ่งเมื่อสามีจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ป้าจันต้องใช้ชีวิตคนเดียว ปัญหาต่างๆที่รุมเร้าโดยเฉพาะเรื่องเงิน การต้องแสดงออกถึงความเป็นผู้นำแก้ปัญหาต่างๆ แต่ภายใจจิตใจนั้นเปราะบางพร้อมจะแตกละเอียดทุกเมื่อ



นอกจากเทคนิคการเล่าเรื่องที่ต้องชมแล้ว ตอนนี้จุดขายสำคัญคือการแสดงของเพ็ญพักตร์ ป้าต่ายเล่นเรื่องนี้ได้แบบว่าสุดยอดทรงพลังมากๆ เอาอยู่ตั้งแต่วินทีแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย การแสดงของนักแสดงหญิงในช่วง 10 ปีหลังที่ผมให้ขึ้นไปสุดยอดเคียงคู่กับสินจัยในเรื่องรักแห่งสยาม

ป้าต่ายแสดงให้เห็นถึงหญิงชราที่ใจติดบ่วงในทุกข์ โดยเฉพาะสายตาที่มีอาวรณ์ไม่ว่าจะทำจะคิดอะไร ก็มีปมในใจเสมอ จนไปถึงสายตาปล่อยวางและละทิ้งได้

ขอคารวะผู้หญิงที่นิวัตร กองเพียร บูชามา 30 ปี ยกย่องการแสดงของป้าต่ายเรื่องนี้ ด้วยการประกาศกร้าวว่าถ้าปลายปี ไม่มีใครยกย่องให้รางวัลป้าต่ายเลย ผมจะปั้นตุ๊กตารางวัลส่งไปให้เอง



เรียนรู้เมื่อสิ้นรักสอนให้เรารู้จักรักที่ยิ่งใหญ่ ผ่านร้อนผ่านหนาว เต็มไปด้วยความผูกพันที่มีให้กัน และเมื่อถึงเวลาเสียมันไป เราจะอยู่กับมันได้อย่างไร

เรียนรู้ สงสัยในรัก



หลังจากมะเดี่ยวพาเราขึ้นรถไฟเหาะสุขสุดๆในตอนแรกแล้วลงทุกข์สนั่นในตอนต่อมา มะเดี่ยวขมวดปมอารมณ์และความเกี่ยวเนื่องของทุกเรื่องในตอนนี้ เราจะทำอย่างไร ถ้าความรักเดินทางมาอยู่ตรงกลางทางแยก

เมื่อแรกรักอะไรๆก็ดูดี แต่เมื่อความรักเดินทางมาเรื่อยๆตามทางของมัน เส้นทางความรักของคน 2 คนที่ความต่างความไม่เข้าใจค่อยๆแยกคน 2 คนออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อมาถึงจุดตัดสินใจจะเดินหน้าที่การแต่งงานเพื่อคล้องโซ่ชีวิตหรือจะแยกจากกันไป

ปรียารักและคบกับเสี่ยเล้งมา 7 ปีจนความรักสุกงอม ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงาน แต่เมื่อถึงวันแต่งปัญหาต่างๆรุมเร้าชี้ชัดความต่างของทั้งคู่ โดยเฉพาะการที่เสี่ยเล้งเป็นคนเก็บอารมณ์ พูดน้อย ปรียาไม่แน่ใจในความรัก เมื่อได้มาพบความรักครั้งเก่าความฝันอันแสนความก็กลับมาส่องสว่างอีกครั้ง ทางแยกที่ต้องเลือกระหว่างความจริงตรงหน้า หรือความฝันที่ลอยเข้ามา

part นี้น่าจะเป็น part ที่เข้าถึงคนได้มากที่สุด เพราะเกือบทุกคนคงจะเคยผ่านการทีความรัก และเมื่อความรักของแต่ละคนเดินทางไปเรื่อยๆ คุณค่าของความรักที่มีเริ่มเป็นเพียงความเคยชิน เริ่มเฉยชา เริ่มมองหาความตื่นเต้นเพื่อกระตุ้นไฟชีวิตครั้งใหม่ โดยลืมมองไปว่าความเคยชินนั้นล้วนมีพื้นฐานมาจาก "รัก"ทั้งสิ้น รักข้างกายที่เคยชิน หรือฝันหวานๆที่ผ่านเข้ามา ทางเลือกข้างหน้าที่ต้องเลือก



นุ่น ดากานดา ผู้หญิงคนนี้มีของ เล่นหนังได้มีเสน่ห์และน่าติดตามนี่คืออีกครั้งที่นุ่นตีบทแตกกระจุย ผู้หญิงที่น่าจะกำลังมีความสุขที่สุด ต้องมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต ภาพของผู้หญิงที่สับสน หาทางออกไม่ได้ ค่อยๆทวีความอึดอัดไปจนถึงจุดระเบิด ตามมาด้วยภาพของผู้หญิงสิ้นหวัง เธอเล่นได้น่าสงสารและน่าเห็นใจ



เจมส์ บอกตามตรงผมไม่เคยดูการแสดงของเจมส์จริงๆจังๆมาก่อน ดังนั้นผลงานของเขาในเรื่องนี้จึงทำให้ผมตะลึง ผู้ชายเก็บความรู้สึก ไม่แสดงออกทางสีหน้า แต่แววตาเจมส์เล่าความรู้สึกรัก เสียใจ หมดหวัง ได้หมดแบบเอาอยู่จริงๆ

นอกจากนั้นตอนนี้ยังเป็นตอนเดียวที่มีทีมนักแสดงสมทบมากมาย แล้วทุกคนทำได้ถึง โดยเฉพาะตุ๊ยตุ่ย แม้จะเล่นเป็นตัวเอง แต่แสดงออกได้ถึงความเข้าใจโลก และไอของความเอื้ออาทรที่แผ่ออกมาจากร่าง ฉาก"สอนน้อง" คืองานระดับมาสเตอร์พีช



พีช ปากแดงๆและตาที่กรีดมาซะคมเกือบบาดจอหนังขาด เกือบทำลายความเยี่ยมตอนนี้ไปแล้ว - -" เอาจริงๆก็คือ น่าเสียดาย น่าจะเล่นได้ถึงกว่านี้ อารมณ์โดดทุกช่วงที่พีชออกมาก ล้นตลอด - -"

เรียนรู้เมื่อสงสัยในรัก ทำให้เราได้รู้คุณค่าอันยิ่งใหญ่ถึงยังที่มีอยู่ ไม่ให้มองข้าม พึงระลึกให้มีสุขกับสิ่งที่มี ไม่ใช่เต้นเร่าไปตามสิ่งที่อยาก รู้จักที่จะมองตามความจริง มิใช่ตามฝัน



Home ต้องยอมรับว่ามะเดี่ยวคือผู้กำกับที่มีความเฉลี่ยของมาตรฐานสูงมาก ที่สำคัญค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานยังต่ำมากอีกต่างหาก นี่คือผู้กำกับที่ถ้าออกผลงานใหม่มา ซื้อตั๋วดูได้เลย ไม่เสียดายเงิน อีกทั้งเรื่องนี้แบ่งเป็น 3 ส่วนย่อยๆ ให้มะเดี่ยวโชว์เทคนิคการกำกับหลายๆแนว ทั้งงานเล่นมุมกล้อง การจัดแสง ถ่ายภาพและบทสนทนาคมๆในส่วนแรก งานเทคนิคอันหลากหลายโดยเฉพาะการตัดต่อและการเล่าเรื่อง และการแสดงขั้นเทพ ส่วนนี้เหมือนมะเดี่ยวปลุกอารมณ์ drama รุนแรงภายใต้ภาพนิ่งเรียบดังรักแห่งสยามออกมาอีกครั้ง และส่วนสุดท้ายที่เด่นมากในเรื่องดนตรีประกอบและการจัดองค์ประกอบศิลป์ สวยมาก อีกทั้งการสอดแทรกสัญลักษณ์ต่างๆเข้าไปอย่างพองาม

แต่อย่างไรก็ดีการแบ่งเป็นเรื่องย่อยๆมันก็ทำให้อารมณ์แต่ละช่วงขาดห้วง มันจะ peak มันก็ peak เหมือนขับรถขึ้นเขาที่มองเห็นยอดไกลๆ แต่เลือกที่จะหาเนินลงอย่างรวดเร็ว น่าเสียดายมันเลยไม่มีฉากแบบว่า ขยี้อารมณ์ให้แหลกราญ ขยี้หัวใจให้ป่นเป็นผุยผง เหมือนฉาก"แม่ เหนื่อยมั้ย" ในรักแห่งสยาม

ก็ก็เอาเหอะ นี่คือหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบหลายปี ไปดูกันเถอะครับ คุณอาจจะเขินกับตอนที่ 1 อินกับตอนที่ 3 หรือไม่ก็ตาม แต่เชื่อเถอะ ไม่ว่าคุณจะซื้อตั๋วแพงขนาดไหน อย่างน้อย แค่ไปดูป้าต่ายเล่น แค่นี้ก็คุ้มแล้ว

สุดท้ายแค่อยากจะบอกว่า เมื่อคุณมีรัก จงเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของรัก รักษารักให้ดีที่สุด คุณจะไม่เสียใจถ้าวันนึงคุณจำเป็นต้องเสียรักนั้นไป 

enjoy your day




 

Create Date : 22 เมษายน 2555
3 comments
Last Update : 22 เมษายน 2555 23:54:17 น.
Counter : Pageviews.

 

ปล ที่ 1 ดู 2 เรื่องหลังของมะเดี่ยว มะเดี่ยวทำหนังสื่ออารมณ์ความเป็นแม่ได้ดีเว่อร์ อยากให้มะเดี่ยวจัดหนักหนังอารมณ์มุมมองของแม่เต็มๆซักเรื่อง

ปล ที่ 2 เอาฉาก โทรศัพท์ classic จากเรื่อง before sunrise ที่พูดถึงมาให้ดูคร้าบบบบ

http://www.youtube.com/watch?v=Ew3XL_fE-M0

enjoy your day

 

โดย: Holden Caulfield 22 เมษายน 2555 23:58:38 น.  

 

แวะมาสวัสดีคนที่เกิดวันเดียวกันครับ

 

โดย: Hematite IP: 180.183.43.203 8 มกราคม 2556 0:43:38 น.  

 

ลืมล็อกอิน สวัสดีอีกรอบครับ

 

โดย: Hematite 8 มกราคม 2556 0:47:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Holden Caulfield
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




There's nothing wrong with the Blueberry Pie,
just people make other choices.
You can't blame the Blueberry Pie,
it's just... no one wants it.

Friends' blogs
[Add Holden Caulfield's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.