“ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป”
-- อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
(คำปรารภหลังจาก "แสงศตวรรษ" ผลงานภาพยนตร์จากผู้กำกับคนไทย พูดภาษาไทย ใช้ดาราคนไทย ถูกกองเซนเซ่อประเทศไทยบังคับให้ตัดฉากสำคัญ 4 ฉากออกหากต้องการฉายในโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย)




“ผมคิดว่าพระกลุ่มนี้โดนจี้จุดจึงร้อนตัวเกินไป หรือเป็นพวกอยากดัง จึงต้องทำตัวเป็นข่าว อยากถามว่าทำไมไม่ไปเรียกร้องหรือแก้ปัญหาพระที่ออกมาแก้ผ้า มั่วสีกา หรือใช้มีดกรีดร่างกาย หลอกลวงประชาชน ทั้งนี้หากจะฟ้องก็ยินดีให้ฟ้องได้ทุกศาล หรือว่าจะไปฟ้องจตุคาม ศาลเจ้าแม่กวนอิม พระอินทร์ พระอิศวร ก็เชิญ ผมไม่สนใจ แต่เห็นว่าพระกลุ่มนี้ไม่เหมาะสมในสมณะ และเป็นพระหน้าเดิมที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้องการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ”
-- ถวัลย์ ดัชนี
(คำตอบโต้ภายหลังกลุ่มพระสงฆ์ที่ชุมนุมประท้วง ขู่ฟ้องคดีอาญาต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร นายอนุพงษ์ผู้วาดภาพภิกษุสันดานกาและหมานุษย์ และคณะกรรมการที่ตัดสินรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ในข้อหาหมิ่นศาสนา)
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
King Kong ลิงยักษ์ที่คนต้องเสียน้ำตาให้

ห่างหายจากเรื่องหนังไปนานจิ๊บๆ ช่วงนี้งานบานเบอะเละเทะอย่างร้ายกาจ...
เวลางานเยอะๆ ถ้าอัพก็จะอัพด่ากราดเรื่องงาน... ซึ่งในที่สุด งานบ้านบึ้มมหาศาล ก็จะทไห้ไม่มีเวลาอัพจนได้ เลยไม่ได้ด่ามันซะที...

เหมือนกะรอบนี้อะแหละ.. จริงๆ งานโคตรเยอะจัญไรมหาศาล แต่ตอนนี้เคลียร์ไปได้ครึ่งนึงและ เลยขี้เกียจด่ามัน...

ตอนนี้เลขมอหกเปลี่ยนสูตรการคำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิต และก็ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแล้วเน่อ.. ต้องมานั่งหาว่าโจทย์มันพูดถึง "ประชากร" หรือว่า "กลุ่มตัวอย่าง"

ทีนี้มันจะมีปัญหากะโจทย์ที่มันเคยใช้ได้กับสูตรเก่าไง พอจะต้องมาใช้สูตรใหม่ ต้องมาน่งตีความ ทีนี้ไอ้โจทย์ที่มันตีความไม่ออก (คือไอ้คุณนักวิชาการทั้งหลาย ก็ตีความไม่ออกเหมือนกัน ว่ามันเป็น "ประชากร" หรือ "กลุ่มตัวอย่าง")

แกก็แก้ปัญหาด้วยการบอกว่า "ถ้าตีความไม่ออก ให้ถือเป็นประชากร"

แถกันสุดๆ... <<สมควรโดนเยี่ยงนี้อย่างยิ่ง

เอ๊ะ... นี่จะอัพเรื่องหนังใช่มะ พอพอ บ่นเยอะและ...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-




Spoil ร้ายแรง สำหรับคนที่ไม่เคยรู้เรื่อง King Kong และยังคงอยากจะไปดูอยู่..

สำหรับคนที่ไม่เคยดู "คิงคอง" เวอร์ชั่นสมัยก่อน... โลเกชั่นของหนังอยู่ในปี 1933 เมื่อ Anne Darrow นักแสดงตลกตกอับ จับพลัดจับผลูได้ไปเล่นหนังของผู้กำกับจอมทะเยอทะยาน Carl Denham (เธอตกลงเพราะได้ยินชื่อ Jack Driscol นักเขียนบทภาพยนตร์คนโปรด) ก่อนที่เรือที่บรรทุกนักแสดงและทีมงานของหนังเรื่องนี้ จะได้ไปถึง Skull Island เกาะลึกลับในลายแทงของผู้กำกับคาร์ล

และที่นั่น พวกเขาก็ได้พบกับ Kong ลิงกอริลลายักษ์สูง 25 ฟุต โดย Anne ถูกพวกคนพื้นเมืองจับตัวไปบูชายัญให้กับ Kong ดังที่พวกเขาเคยทำมาตลอด แต่ว่า Anne กลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจเจ้า Kong จนกระทั่งมันตกหลุมรักนางเอกสาวผมทองคนนี้

ไม่นานเท่าไรนัก คณะตามหาก็เจอ Anne จนได้ แต่ผู้กำกับ Carl ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ช่วยนางเอกสาวกลับไปเท่านั้น เพราะเมื่อเขาต้องสูญเสียฟิล์มหนังทั้งเรื่อง รวมถึงกล้องไปบนเกาะนั้น เขาก็ต้องการสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป

และสิ่งนั้นคือ Kong!!!

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-


หนังแบ่งออกเป็นสามช่วง ประมาณช่วงละชั่วโมงนึงได้มั้ง (น่าจะนะ)

ช่วงแรก หนังเสนอภาพของ New York ช่วงปี 1933 ที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ พร้อมกับเป็นช่วงเวลาแนะนำตัวละครสำคัญแต่ละตัว

Ann Darrow ทำงานหากินเป็นนักแสดงละครเวทีตลก ก่อนที่โรงละครที่เปรียบเสมือนชีวิตของเธอจะถูกทางการปิดตาย เธอตกอับจนต้องขโมยแอปเปิ้ลที่ร้านขายของชำ แต่ด้วยความไม่ชำนาญงานในด้านการขโมย เธอถูกเจ้าของร้านคว้าข้อมือไว้ได้อย่างรวดเร็ว...

และเธอก็ได้พบกับ Carl Denham...

Carl Denham เป็นผู้กำกับหนังหัวสมัยใหม่ ที่มีทั้งความทะเยอทะยาน และมักใหญ่ใฝ่สูง เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมก้มหัวแล้วทำตามผู้ลงทุนสร้างหนัง ทำให้เขาถูกบอยคอตอยู่กลายๆ จนกระทั่งพล็อตหนังเรื่องล่าสุดของเขากำลังจะถูกระงับ เขาต้องรีบเร่งดำเนินการ ทั้งการหานางเอกใหม่ และรีบออกเดินทางไปยัง Location เขาต้องตาต้องใจ Ann Darrow ตั้งแต่แรกพบ และเกลี้ยกล่อมเธอจนเธอยอมมาเล่นหนังของเขา

เหตุผลหลักที่ Ann ยอมเล่นหนังเรื่องนี้คือชื่อของ Jack Driscoll

Jack Driscoll เป็นนักเขียนบทละครที่ไม่ค่อยแน่นอนกับชีวิต... อีกทั้งยังเป็นคนลังเล และปากหนักพอสมควร เขาถูก Carl ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกให้ขึ้นเรือมาด้วย ก่อนที่เขาจะตกหลุมรักนางเอกสาวผมทองคนนี้เข้าเต็มเปา

ชะตากรรมของเรือลำนี้... มุ่งหน้าสู่ Skull Island...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-


ช่วงที่สอง เป็นช่วงที่เรื่องราวอยู่บนเกาะ Skull Island ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตรา

ทีมงานภาพยนตร์ขึ้นเกาะได้แบบหวุดหวิดที่สุด หลังจากรอดพ้นจากคลื่นที่ถาโถม พร้อมสายลมพายุพัดกระหน่ำ และกองทัพโขดหินที่เรียงรายอยู่รอบเกาะ เรือลำนี้ก็ไปถึงเกาะจนได้

Carl และทีมงานขึ้นไปที่เกาะ ก่อนที่จะพบกับชาวพื้นเมืองผิวดำ และกำแพงสูงตั้งตระหง่านราวกับป้องกันอะไรที่อันตรายล้นเหลือ และไม่นานนัก ชาวพื้นเมืองชายฉกรรจ์ก็กรูออกมารุมจับรุมทึ้ง "ผู้บุกรุก" อย่างบ้าคลั่ง แต่อาวุธที่แหลมคมของชาวพื้นเมือง ไม่อาจต้านทานความรวดเร็วและรุนแรงของ "ปืน" ได้

ทีมงานรีบแจ้นกลับขึ้นเรือ แต่ด้วยความชำนาญในการใช้ไม้ค้ำถ่อระดับเหนือเทพ ชาวพื้นเมืองจึงได้ตัว Ann Darrow ไปอย่างง่ายดาย

Ann Darrow ถูกลดฐานะจากนางเอกหนัง กลายเป็นเพียงเครื่องเซ่นของ Kong

ชาวพื้นเมืองทำพิธีถวายเครื่องบรรณาการให้แก่ Kong Kong มาหยิบเอาตัว Ann ไปพอดีกับช่วงที่เหล่า "ทีมงาน" กลับลำเรือมาที่เกาะเพื่อช่วยเธอพอดี แต่ Kong ก็พาเธอลับหายเข้าไปในป่ารกทึบหลังกำแพงตระหง่านเรียบร้อยแล้ว

ด้วยไหวพริบของ Ann เธอรอดจากคมเขี้ยวและหลอดอาหารของ Kong มาได้ เธอหนีไปแบบไม่รู้ทิศทาง และประสบพบเจอกับสรรพสัตว์แปลกประหลาดมากมาย และท้ายที่สุด เธอก็เจอกับเจ้า T-Rex

Kong ช่วยเธอจากอสูรร้าย Jurassic Park ตัวนี้ได้อย่างหวุดหวิด

Ann จึงได้รับรู้ความรู้สึกที่ Kong มีต่อเธอ...

แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก Jack Driscoll ก็บุกป่าฝ่าดงเข้ามาช่วยเธอได้สำเร็จ ทำให้เจ้า Kong อาละวาดอย่างหนัก โดยที่ไม่รู้เลยว่า ที่มันตาม Ann ไปในครั้งนี้ ทำให้มันต้องพบกับจุดจบ

ผู้กำกับ Carl สูญเสียทั้งฟิล์มหนังและกล้อง รวมถึงบุคลากรสำคัญในทีมไปมาก เขาต้องการสิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าสาสมกับสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปบน Skull Island นี้...

และสิ่งนั้น ก็กำลังไล่ตาม Ann มา...

ในช่วงที่สองนี้ ถือเป็นช่วงขายเอฟเฟกต์ นับตั้งแต่ตัว Kong ที่เอฟเฟกต์ทำได้เนียนร้ายกาจ รวมไปถึงสรรพสัตว์ประหลาดโลกทั้งหลายทั้งปวง และป่าที่ให้ความรู้สึกลึกลับ น่ากลัว แต่ก็น่าค้นหา

นอกจากตัว Kong สัตว์ที่ขโมยซีนได้เด็ดที่สุดคือเหล่าแมลงและปลิงยักษ์ (บางคนบอกว่าเป็นหนอนยักษ์) ลองจินตนาการถึงแมลงคล้ายๆผึ้ง แต่ขนาดพอ ๆ กับโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวย่อมๆ หรือว่าปลิงยักษ์ที่ขนาดพอๆกับงูเหลือมงูหลาม และสามารถ "สูบ" คนเข้าไปได้ทั้งคน ตอนดูไปมันให้ความรู้สึกทั้งน่ากลัวและขยะแขยงไปพร้อมๆกัน

เอฟเฟกต์บางส่วนยังดูออกว่าเป็นเอฟเฟกต์ และไม่เนียนเท่าที่ควร อย่างบางฉากที่ต้องถ่ายวิวป่ามุมกว้างด้านหลังตัวละคร มันไม่ค่อยมีมิติ มันแบนจนดูออก ว่านี่คือการถ่ายหน้า Bluescreen (แต่อย่างน้อย... มันก็ไม่ได้ "แบนราบ" แบบ "อังกอร์ 2" ก็แล้วกัน อันนั้นดูแล้วเหนื่อยใจกว่ามากมาย)

ในช่วงนี้ คนดูจะเริ่มเห็นด้านมืดของ Carl ในหลายๆ ฉาก ที่หัวสมองของเขามีแต่เรื่องหนังที่เขาต้องการจะถ่าย ไม่ได้อยู่ที่การช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม เมื่อเขาต้องสูญเสียกล้องและฟิล์มอันล้ำค่าไปตอนตกเหว เขาจึงต้องการตัว Kong เพื่อทดแทนหนังที่เขาไม่อาจถ่ายได้อีกต่อไป...

Ann เหมือนกับเริ่มทำใจได้ ที่เธอต้องมาอยู่บนเกาะนี้ และเมื่อเธอได้รับความช่วยเหลือจาก Kong เธอก็คงรู้สึกว่า ถ้าเธอมี Kong อยู่ใกล้ๆ เธอก็จะปลอดภัยจากบรรดาสรรพสัตว์กินเนื้อทั้งหลายทั้งปวงบนเกาะลึกลับแห่งนี้ (น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกาะนี้อุดมผืนป่าเหลือเกิน เพราะดูเหมือนไม่มีสัตว์กินพืชอยู่บนเกาะนี้เลยซักตัว) แต่ว่า Jack ก็โผล่มาแบบไม่คาดฝัน...

Kong เป็นสิ่งมีชีวิตที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก เมื่อมันไม่มีคู่ที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับมันอยู่เลย... เมื่อมันตกหลุมรัก Ann มันจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องคนที่มันรัก... แม้ว่ามันจะต้องพบจุดจบก็ตาม...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-


ช่วงที่สาม เมื่อทั้งหมดจับ Kong ไปได้ และไปโชว์ตัวที่ New York

ด้วยอานุภาพแห่งรัก Kong ตาม Ann และ Jack มาที่กำแพง ก่อนจะถูกมนุษย์ผู้ชั่วร้ายวางเล่ห์เหลี่ยมจับตัวไปแทนหนังที่ฟิล์มเสียไปแล้ว...

ที่เมือง... มันได้รับขนานนามให้เป็น The Eighth Wonder of the World ซึ่งสร้างความฮือฮาให้แก่วงการไฮซ้อไฮโซทั้งหลาย ต่างก็แห่กันมาซื้อตั๋ว และดันให้ชื่อของ Carl Denham ขึ้นทำเนียบคนดังไปในพริบตา

Kong ถูกล่ามโซ่ไว้ทั้งมือและเท้า เพื่อให้เป็นหุ่นเชิดในโชว์ห่วยๆ ที่มนุษย์จัดขึ้นเพื่อจำลองเหตุการณ์บน Skull Island

เมื่อถึงตอนที่จำลองการถวายตัว Ann ให้ Kong ทีมงานต้องใช้ Ann ตัวปลอม เพราะ Ann ตัวจริงไม่ยอมเข้าร่วมการแสดงนี้ ทำให้ Kong โกรธ และอาละวาดเพื่อตามหา Ann

มันพังทุกอย่างทั้งตึกรามบ้านช่อง รถยนต์ และอื่นๆ ที่มันรู้สึกว่าอันตราย...

หลังจากนั้นพักใหญ่ มันจึงได้พบกับโฉมงามของมัน

มันสงบลงในที่สุด และประคอง Ann ขึ้นมาบนมือยักษ์ของมันอย่างนุ่มนวล

แต่มนุษย์ยังไม่ยอมหยุดแม้ว่ามันจะหยุดแล้วก็ตาม การไล่ล่าผ่านไปหนึ่งคืน จนรุ่งสาง มันปีนขึ้นไปบนยอดตึก Empire State พร้อมกับ Ann

ตึก...ที่มันต้องพบจุดจบ

ในช่วงสุดท้ายของหนัง หลังจากที่สร้าง Kong ให้เป็นตัวละครที่มีมิติ มีความรู้สึก ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานมาแล้ว... ในช่วงที่สามนี้ ถือว่าเป็นช่วงที่กระแทกใจคนดูมากที่สุด

หลังจากที่ Kong เจอกับโฉมงามผมทองของมัน ทั้งคู่ต่างก็ยิ้มและส่งสายตาให้กัน ราวกับอยู่ในโลกนี้กันสองคน..

ฉากที่ลานน้ำแข็ง เป็นฉากที่ซาบซึ้งและสวยงาม เพราะภาพที่เห็นไม่ได้เป็นเพียงลิงกับหญิงสาว แต่มันคือคนรักกัน ที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างมีความสุขบนผืนน้ำแข็งกลางมหานครแห่งนั้น... ก่อนที่ความสุขจะถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อ Kong ปีนขึ้นไปบนยอดตึก Empire State เวลานั้น พระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า ราวกับ deja vu กับช่วงบนเกาะ ที่ Kong กับ Ann เคยนั่งชมพระอาทิตย์ตกด้วยกัน...

สองฉากนี้ เรียกน้ำตาคนได้ง่ายมาก พูดได้ เพราะว่าโดนมาแล้ว

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-


ด้วยความที่เคยได้ยินแต่ชื่อ King Kong พอหนังเข้า ก็เลยตัเดสินใจไปดูอย่างรวดเร็ว ไม่ได้เอาไปเทียบกับฉบับคลาสสิก เพราะหาดูไม่ได้แน่ๆ

เอฟเฟกต์คิงคองเนียนมาก ต้องชมทั้งทีม CG และ Andy Serkis ที่ต้องยอมสวมชุดติดเซนเซอร์เต็มหน้าเต็มตัวเพื่อรับบท Kong

ที่ชอบที่สุดคือการที่ Kong กลายเป็นตัวละครที่มีมิติ มีชีวิตจิตใจ มากกว่าเพียงแค่สัตว์เดรัจฉานตัวยักษ์ที่คอยแต่อาละวาดทำลายบ้านเมือง รวมถึงการแสดงขั้นเทพของ Naomi Watts และขึ้นเกือบเทพของ Adrien Brody และ Jack Black ที่เปลี่ยนบทบาทจากบทตลกกวนตีน มาเล่นบทซีเรียสได้กลมกล่อมดีทีเดียว

ขนาด Million Dollar Baby ที่เรียกว่าเศร้าๆ หรือว่า "เพื่อนสนิท" ที่ว่าซึ้งๆ ยังทำได้แค่น้ำตาซึมๆ

แต่ King Kong ทำให้เราเสียน้ำตาให้ลิงยักษ์ไปแล้ว...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-





5 เรื่องข้างบนนี้เป็นเรื่องที่ดูในโรงแล้วไม่มีเวลาเขียน ก็เลยได้แค่เป็นน้ำจิ้ม...

Oliver Twist ---เรื่องนี้ตีแผ่สภาพสังคมได้โหดสะใจดีมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนกรุงเทพสมัยนี้เหลือเกิ๊นนนน... ลุง Ben Kingsley เล่นได้สุดยอดมาก...

เด็กโต๋ --- เรื่องนี้ดูแล้วรู้สึกดี อยากเจอคนอย่างครูใหญ่มากๆๆ แต่เรื่องการถ่ายทำ การอัดเสียง ยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่ด้วยเนื้อหา ทำให้โดยรวมพอให้อภัยกันได้

Aeon Flux --- อันนี้ดูเพราะ Charlize Theron คนเดียว สวยมากกก ชุดก็รัดซ้า.. (โดยเฉพาะชุดนอน) เสียดาย น้องของอิออนออกจะน่ารัก ดันโผล่มาแป๊บเดียว

ลองของ --- เรื่องนี้ถูกใจคอซาดิสต์ เพราะความสร้างสรรค์ในการออกแบบการทรมานคน บทถือว่าเขียนได้โอเค แต่การแสดงของนักแสดงใหม่ ไม่ได้ถือว่าดีมาก บางคนยังแข็งเป็นไม้อัดปลวกแทะอยู่

Chicken Little --- เป็นหนังที่ "น่าจะ" โอเค เพราะหลายๆ อย่างมันยังไม่สุด เหมือนมันอยากเล่นหลายประเด็น แต่ไม่ได้ดีเลิศอะไรซักอัน โดยเฉพาะไคลแมกซ์ระหว่างชิกเก้นกับพ่อ ไม่ได้กระแทกอารมณ์คนดู... แต่ว่าชอบ "มนุษย์ต่างดาวน้อยสีส้ม" น่าร้ากกก


Create Date : 22 ธันวาคม 2548
Last Update : 22 ธันวาคม 2548 15:36:41 น. 29 comments
Counter : 4439 Pageviews.

 
คิงคอง เวอร์ชั่นนี้ ล่อไปเกือบ 3 ชม.

ส่วนตัวแล้ว เคยดูทั้ง คิงคองยุคแรกๆ ทุกตอนด้วย
ตอนนั้นกับตอนนี้ คงเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าชอบแบบไหน ต้องบอกว่า ชอบแบบสมัยก่อนมากกว่า ตอนนั้นเป็นเด็ก ได้ดูหนังอะไรที่แปลกก็สุดยอดแล้ว แล้วยิ่งได้ดูหนังแบบลิงยักษ์ อีก ยิ่งรู้สึกว่า น่าตื่นเต้นเข้าไปอีก
แต่คิงคองยุคใหม่นี้ ไม่ประทับใจซักเท่าไหร่น่ะ ยิ่งได้ที่นั่งใกล้กับใครก็ไม่รู้ (สงสัยไม่ค่อยได้ดูหนัง มันพากษ์เกือบทั้งเรื่อง) คิดดูว่า 2 ชม. กว่าๆ จะทรมานขนาดไหน แต่ไม่ได้เสียอารมณ์อะไรหรอก เพราะหนังมันไม่ต้องใช้ความดิด แต่จำได้ว่า คิงคองยุคก่อน มันดูพระจันทร์เต็มดวงนะ
ถามว่าชอบไหม ตอบเลยว่าไม่ค่อยชอบ แต่ก้ต้องดุ เพราะว่ามันเราได้ดูภาคต้นๆของคิงคองมาทโดยตลอด เหมือนกับว่า ทำอะไรก็ต้องทำให้มันจนจบ น่ะ


โดย: merf1970 วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:16:53:49 น.  

 
ดูมาแล้วค่ะ

คิดว่ายาวไปนิดนึง

นั่งเมื่อยเลย

แต่การสร้างอะไรก็ดีอยู่แล้ว


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:17:03:09 น.  

 



มาเยี่ยมจ้ะ


โดย: Mr.Vop วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:17:42:09 น.  

 
เขาว่าเด็กโต๋น่าดู

ส่วนเรื่องคิงคอง เว่อไปอะ เหอๆ
ลิงกับไดโนเสาร์มันคนละยุค
และลิงไม่ได้ใหญ่กว่าคนขนาดน้านนนน

ชิกลิต หนุกๆ ชอบ


โดย: 125 66 IP: 58.10.18.194 วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:18:51:04 น.  

 
คิงคองรอดูอยู่ค่ะ เพราะงั้นขอไม่อ่านนะคะ


มีแต่คนชอบหน้าหนาวค่ะ

เราคงแปลกอยู่คนเดียว


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:19:17:39 น.  

 
ร้องไห้เหมือนกัน


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:21:28:09 น.  

 
พี่เมอร์ฟี่ --- อยากลองดูคิงคองยุคก่อนเหมือนกันนะครับ ไม่รู้ว่าเอฟเฟกต์สมัยโน้น ทำออกมาแล้วมันดูเป็นยังไงน่ะครับ

คุณ batgirl 2001 --- แอบเมื่อยๆขาเหมือนกันครับ แต่บังเอิญดูหนังจำพวกแฮร์รี่อะไรประมาณนี้มาจนขาเริ่มชินชาไปแล้ว ^^

Mr. Vop --- ขอบคุณที่มาเยี่ยมคร้าบ ว่างๆ แวะมาอีกได้คับผม ^^

ภพน้อย หัวสับปะรด --- เด็กโต๋น่าดู ด้วยเนื้อหาที่ใช้ได้ ส่วนเรื่องการถ่ายทำสารคดีให้ดูสนุก ยังต้องปรับปรุง ส่วน King Kong ไม่ได้ดูเพื่อเอาความสมจริงอยู่แล้วแหละ ถ้าไปนั่งหาความสมจริงในหนัง คงโดนด่าระยำเละเทะกันพอดี คือพี่ปีเตอร์แกทำเคารพต้นฉบับปี 1933 น่ะภพ เข้าใจนิส...

คุณสาวไกด์ใจซื่อ --- หลายคนก็ไม่ชอบหน้าหนาวครับ เพื่อนผมคนนึงชอบแดด อีกคนชอบตากฝน หุหุหุ ถ้าดูแล้วก็แวะมาคุยกันนิสนะครับ

ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน --- ชื่อล็อกอินพี่ถูกใจผมมากเลยครับ แต่ "พะยูน" นะครับที่ถูก ผมน้ำตาร่วง กลั้นไม่อยู่งิ...ตอนเค้าเล่นน้ำแข็งกานง่า...


โดย: nanoguy IP: 203.151.140.118 วันที่: 22 ธันวาคม 2548 เวลา:22:53:20 น.  

 
ไปดูมาแล้วค่ะ ..ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเลยย ! โดยส่วนตัวแล้วชอบมากกก .. รู้สึกว่ามันคลาสสิคดีค่ะทำให้หลงเคลิ้มไปเหมือนกันว่า .. ถ้ามีใครรักเราขนาดนี้คงจะปลื้มตายเลยย ..ดูไปก็น้ำตาไหลไปค่ะ .. ปลื้มจริง ๆ


โดย: ying_tisa IP: 61.90.241.251 วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:0:02:24 น.  

 
spoil สุดยอด ดีไม่ต้องเสียตังค์ดูอิๆ


โดย: KT IP: 203.151.140.118 วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:22:58:42 น.  

 
พอบอกสปอยกูก็ข้ามและ
อ่านรุ้แค่ว่ามึงมีปัญหากับการเรียนการสอบการสอนเลข
ฮ่าๆๆๆ


โดย: ~SOS~ IP: 61.91.65.49 วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:23:36:43 น.  

 
ยังมิได้ดูซักอัน

แต่มีชิกเก้นลิตเติ้ลนอนเป็ฯดีวีดีอยู่ในตู้

ช่วงนี้ใกล้สอบ

(ไม่ไดดูหนังแต่ก็เล่นเนตอยู่ดี ละจะช่วยอะไรมั้ยเนี่ย)

แวะมาแปะการ์ด มีความสุขมากๆนะนาโน


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 24 ธันวาคม 2548 เวลา:5:12:57 น.  

 
เหอะๆๆ
อยากดูคิงคองเหมือนกาน
ม่ายว่างหวะ

แมร่ง จาอ่านเลขไหวมั้ยวะ
ยากเชี่ย


โดย: MadSatan IP: 202.133.139.58 วันที่: 24 ธันวาคม 2548 เวลา:18:06:44 น.  

 
น่าดูดีนะคะทุกเรื่อง


โดย: มิ้งค์ IP: 61.91.254.132 วันที่: 24 ธันวาคม 2548 เวลา:18:36:10 น.  

 
คิงคองกินใจๆ


มันเป็นอะไรที่แบบ น่าสงสารโคดๆ เหอๆ


คนเราจะรักกันที มันต้องมีอะไรมาขวางกันจริงๆเล้ยย


แอนน์ แดโรว์ ก็ต้องเป็นคนที่เข้าใจในความรู้สึกคนอื่นมากมาย....


สุดยิดจริงๆ...


ฮู๊ววว~


*อย่าลืมอ่านหนังสือสอบ


โดย: จั่น * IP: 61.91.75.49 วันที่: 24 ธันวาคม 2548 เวลา:23:31:42 น.  

 
ยังไม่ได้ดูคิงคองภาคล่าสุดเลยค่ะ แล้วก็คิดว่าคงจะไม่ได้ดูในโรงหนังแน่ๆด้วยล่ะค่ะ แต่ไม่เป็นไร ไว้รอดูแผ่นเอาก็ยังได้ค่ะ ถึงจะช้าแต่ก็ยังได้ดูล่ะนะคะ อิอิ

แวะมา Merry Christmas ด้วยค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:0:33:51 น.  

 
ยังไม่ได้ไปดูเลยอ่ะ

อยากดูเหมือนกัน

Merry Christmas นะคะ


โดย: vbio IP: 202.28.27.3 วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:11:29:24 น.  

 
พี่มัชว่า...

คิงคองเป็นหนังรัก

เด็กโต๋ ก็เป็นหนังรัก

ชอบเด็กโต๋มากสุดแระ หนังในรอบสามเดือนท้ายของปีน่ะ











โดย: มัชฌิมา วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:12:49:52 น.  

 
อ่า ไมเราดูแล้วไม่ร้องไห้เนี่ย
แปลกมะ
แล้วบังเอิญ คนที่ไปดูด้วยกันก็ไม่ร้องไห้ด้วย(มั้ง)
หรือเพราะเรามัวแต่มองเค้าเนี่ย -*-

merry christmas จ้า


โดย: psycho patch วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:13:19:43 น.  

 


ขอให้เจ้าของ bl จงมีแต่ความสุขตลอดปี 2549 นะครับ คิดสิ่งใดขอให้ได้สิ่งนั้นคร้าบบบ


โดย: merf1970 วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:14:54:54 น.  

 
เสียน้ำตาให้คองเช่นกัน Y__________Y
ฉากตอนที่โดนยาสลบอ่ะ ฮือออ

แล้วก็ตกใจมากๆ ตอนที่นางเอกกำลังแอบหนีอ่ะ
เพื่อนเราไปดู ทำถังป๊อปคอร์นกระจายใส่หัวคนอื่นเลย อิอิ

Merry Christmas นะค๊า


โดย: ซินเด๋อเหลอหลา วันที่: 25 ธันวาคม 2548 เวลา:19:40:31 น.  

 
บล็อกยาวมากกกกกอ่ะตี้ ช่วงนี้อยากดูหนัง แต่ไม่ค่อยมีไรให้ดูเท่าไหร่เลยอ่ะ

ว่าแต่สูตรการคำนวณ ทำไมอยู่ดีๆถึงเปลี่ยนอ่ะ

อ้อ!ใกล้จะประกาศผลสอบตรงแล้วนี่ โชคดีนะ มาเป็นลูกแม่โดมกัน อิอิ


โดย: อะ-โล-ฮ่า วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:11:02:59 น.  

 
คำอธิบายโรงเรียน .. คุ้นๆนะคะ

^^"


โดย: แมงปอเฒ่าเจ้าค่ะ วันที่: 27 ธันวาคม 2548 เวลา:1:01:27 น.  

 
ขีเกียจอ่านวุ้ย ยาวๆๆๆ
มาเมนท์ไว้ก่อน เด๋วเข้าอ่านใหม่ ให้จบนะงับ
(ช่วงนี้เห็นตัวหนังสือยาวๆ แล้วมึน โทดที - -")


โดย: เมตามอฟอซิส IP: 61.91.80.152 วันที่: 28 ธันวาคม 2548 เวลา:20:13:30 น.  

 
ชั้นอยากดูคิงคองว่ะตี้

ทำไมไม่รู้จักมาชวนชั้นไปดูด้วยฟระ????
*เคือง*


โดย: myo วันที่: 29 ธันวาคม 2548 เวลา:15:05:56 น.  

 
* ไว้ดูคองก่อนแล้วจะกลับมาอ่านนะ

* เพื่อนชั้นผิดหวังกะชิคเก้นมาก เพราะกะว่าจะเสียตังไปดูมันเต้นเพลงอาอียาฮี๊..ในหนังแบบเต็มๆ แต่กลับไม่มี

* เราชอบตรงที่มันต้องสู้เพื่อลบคำสบประมาทคนอื่นให้ได้อ่ะ ประโยคที่มันชอบพูดให้กำลังใจตัวเองว่า "Today is a new day." โดนใจเรามาก พูดกะตัวเองทุกวันเลย อิอิ..

* innocence ทำให้ป๊อบเป็นคนสวยที่ดูดีมีสมอง.. ทำประโยชน์เผื่อส่วนรวม

* อยากดู Narnia


โดย: zonya~ IP: 203.156.89.228 วันที่: 29 ธันวาคม 2548 เวลา:21:09:46 น.  

 
ชอบเด็กโต๋


โดย: ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์ วันที่: 29 ธันวาคม 2548 เวลา:23:45:11 น.  

 
เข้ามา Happy New Year ผู้ชายตัวน้อยๆนะ

มีความสุขมากๆ ขอให้ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนนะจ๊า

สุขภาพแข็งแรง สมหวังในทุกๆเรื่องจ้า

^^


โดย: ซินเด๋อเหลอหลา วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:22:03:04 น.  

 
สวัสดีปีใหม่แล้ว
นาโนกายจงแคล้วปวงภัย



โดย: Dr.Garden IP: 58.10.132.90 วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:23:48:58 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับ มีความสุขมากๆ ดูหนังสนุก ตลอดปีนะครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:21:00:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nanoguy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนในสังคมจารีตที่มีความคิดทางเวลาแบบไตรภูมิจะไม่ให้ความสำคัญแก่เวลาตามประสบการณ์ กล่าวคือไม่ให้ความสำคัญแก่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นจริงของชีวิตและสังคมว่าดำเนินมาและดำเนินไปอย่างไร เชื่อในการคลี่คลายเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมซึ่งจะต้องเป็นเช่นนั้นตามกฎแห่งเวลาของพุทธศาสนา

- อรรถจักร สัตยานุรักษ์
(จากบทความ "ความเปลี่ยนแปลงความคิดทางเวลาในสังคมไทย" วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง 4 ตุลาคม 2531)




Let this song rhyme our souls
when your voice and mine become one and whole.

Let it carry us high above
When we recite our poetry of love
that when there's love then there's hope.

Your love is my light,
and it'll get us through this lonely night.

- รักแห่งสยาม (ซับไตเติ้ลอังกฤษเพลง กันและกัน ท่อนฮุค)









Friends' blogs
[Add nanoguy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.