“ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป”
-- อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
(คำปรารภหลังจาก "แสงศตวรรษ" ผลงานภาพยนตร์จากผู้กำกับคนไทย พูดภาษาไทย ใช้ดาราคนไทย ถูกกองเซนเซ่อประเทศไทยบังคับให้ตัดฉากสำคัญ 4 ฉากออกหากต้องการฉายในโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย)




“ผมคิดว่าพระกลุ่มนี้โดนจี้จุดจึงร้อนตัวเกินไป หรือเป็นพวกอยากดัง จึงต้องทำตัวเป็นข่าว อยากถามว่าทำไมไม่ไปเรียกร้องหรือแก้ปัญหาพระที่ออกมาแก้ผ้า มั่วสีกา หรือใช้มีดกรีดร่างกาย หลอกลวงประชาชน ทั้งนี้หากจะฟ้องก็ยินดีให้ฟ้องได้ทุกศาล หรือว่าจะไปฟ้องจตุคาม ศาลเจ้าแม่กวนอิม พระอินทร์ พระอิศวร ก็เชิญ ผมไม่สนใจ แต่เห็นว่าพระกลุ่มนี้ไม่เหมาะสมในสมณะ และเป็นพระหน้าเดิมที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้องการบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ”
-- ถวัลย์ ดัชนี
(คำตอบโต้ภายหลังกลุ่มพระสงฆ์ที่ชุมนุมประท้วง ขู่ฟ้องคดีอาญาต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร นายอนุพงษ์ผู้วาดภาพภิกษุสันดานกาและหมานุษย์ และคณะกรรมการที่ตัดสินรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ในข้อหาหมิ่นศาสนา)
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
27 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
รักแห่งสยาม : บทพล่ามถึงความรักที่ลอยอยู่รอบตัวเรา


รักแห่งสยาม aka The Love of Siam
(ไทย, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, 2550, A+++++++++)


นี่ไม่ใช่บทความ
แต่เป็น บทพล่าม

เพราะฉะนั้นถ้ามันเวิ่นเว้อ ยืดยาว น่าเบื่อ ก็ทนๆอ่านกันไปแล้วกันนะ แหะๆ


อนึ่ง ได้โปรดไปดูหนังเรื่องนี้ก่อนอ่าน




ตอนแรกผมทะเยอทะยานมาก อยากบอกความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร ถึงกับตั้ง ambition ไว้ว่า "กูจะแบ่งพาร์ตด้วยเนื้อเพลงในหนัง" ซึ่งคิดไปคิดมา และพยายามจะลองเขียน แม่งก็ไม่ลงตัวเสียที(อนึ่ง ท่านปรมาจารย์ filmsick ได้ทำสิ่งที่ผมตั้งใจตอนแรกไว้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ที่นี่ //filmsick.exteen.com/20071127/entry ขอกราบงามๆสามที)

สรุปก็เลยเลิกล้มความตั้งใจนี้ไป(ด้วยความขี้เกียจ และความเป็นไปได้ที่จะทำ) แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังอยากเขียนถึงหนังเรื่องนี้แบบยาวๆ เพราะอย่างน้อยก็เป็นหนังเรื่องต้นๆในชีวิตที่ทำให้ผมอยากเดินเข้าโรงหนังเพื่อดูเป็นรอบที่สาม (ถัดจาก Kill Bill ภาคแรก และแสงศตวรรษ ที่ไม่มีโอกาสได้ดูรอบที่สามในโรงภาพยนตร์) ก็เลยแค่อยากจะบันทึกความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้เอาไว้ เพราะผมคงเขียนสั้นๆแบบในรีวิวประจำเดือนไม่ได้แน่ๆ... (ในขณะที่รีวิวประจำเดือนตุลาก็ยังไม่เสร็จ ทั้งที่นี่จะธันวาแล้ว เหอๆๆ กราบขออภัยมิตรรักแฟนบล๊อกทุกท่านจากก้นบึ้งของเศษซากหัวใจ)

ผมดูหนังเรื่องนี้จบสามรอบ ด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอมและมีความสุข อมยิ้มอยู่เกือบตลอดเวลาที่หนังฉาย ต่างกับคนดูคนอื่นเท่าที่ผมพบเจอและรู้จักที่มักจะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้อย่างมากมาย จากแรกๆที่ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่แต่เมื่อได้ลองคุยกับเหล่าบุคคลผู้เสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ว่าอินขนาดนั้นเพราะอะไร... เพราะในรอบที่สาม ชาวต่างชาติคนหนึ่งยังเสียน้ำตาให้หนังเรื่องนี้ (อย่างน้อยก็มีฝรั่งสองคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ อีกคนหนึ่งคือ WiseKwai ในบอร์ด RottenTomatoes)

ผมเริ่มจะสรุปผลได้ว่า... ผมยังไม่เคย "รัก" ใครจริงๆเลยหรือเปล่า ความรู้สึกมีความสุขนั้น เกิดจากการที่ผมยินดีไปกับเหล่าตัวละครที่ในที่สุดก็รู้จักกับความรัก รู้จักกับการประคับประคองความสัมพันธ์ไปด้วยกัน แม้ว่าจะผ่านเวลาที่เป็นวิกฤติต่างๆนานา... ผมเริ่มจะร้องไห้ให้ตัวเองแล้วล่ะ ที่ผมเหมือนจะไม่เคยสัมผัสกับสิ่งที่ประเสริฐขนาดนี้บนโลกมนุษย์... (ผมยังไม่แน่ใจว่าที่เคยเสียน้ำตาให้เธอไปมากมายเมื่อคราวก่อน มันอาจไม่ใช่ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นก็เป็นได้... เป็นแค่ความงี่เง่าครั้งหนึ่งในชีวิต เท่านั้นเอง)




การหายสาบสูญของแตง... ทำให้ครอบครัวของโต้งอยู่ในสภาพกึ่งล่มสลาย เมื่อหัวหน้าครอบครัวอย่างกรณ์ได้สูญสิ้นศรัทธาและกำลังใจในชีวิต ทุ่มชีวิตให้กับเหล้าและพร่ำเพ้อตรอมใจถึงลูกสาว เพราะเขาออกปากอนุญาตให้ลูกไปเดินป่าทั้งที่แม่เป็นคนห้าม ในขณะที่สุนีย์ผู้เป็นแม่ก็ยิ่งเข้มงวดกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว เธอขับรถไปรับไปส่งลูกทุกวันแม้ว่าลูกจะอยู่ชั้นมัธยมปลาย เพราะเขาเปรียบเสมือนคนคนเดียวในครอบครัวที่เธอเหลืออยู่ เพราะหลังจากที่เสียลูกสาว เธอก็เสียสามีไปพร้อมๆกัน และได้ผู้ชายขี้แพ้ขี้เหล้ามาอยู่ในบ้านเพิ่มอีกหนึ่งคน ในขณะที่ โต้ง กลับพบกับความสูญเสียที่หนักหนากว่านั้น เมื่อเขาสูญเสียทั้งพี่สาว พ่อ และแม่ไปในเวลาเดียวกัน เมื่อแม่ได้มุ่งมั่นที่จะตีกรอบชีวิตของเขาเพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่ปราศจากการเปิดอกเพื่อเข้าใจลูกชายที่กำลังอยู่ในวัยแห่งความสับสนของชีวิต กลายเป็นวัยรุ่นที่โดดเดี่ยวแม้ว่าจะมีพ่อมีแม่อยู่บ้านเดียวกัน

นอกจากครอบครัวของโต้งแล้ว การที่แตงหายไปนั้นส่งผลกระทบต่อเด็กชายตัวเล็กๆชื่อมิว ผู้อาศัยอยู่กับอาม่าข้างๆบ้านโต้ง เพราะเด็กชายมีเพียงอาม่ากับโต้งเท่านั้นที่เขาเปิดใจให้ (ในขณะที่ถูกกลั่นแกล้งตามประสาเด็กเรียบร้อยทั่วไป) เมื่อครอบครัวของโต้งตัดสินใจย้ายบ้านเพื่อหลีกลี้หนีความทรงจำก็เท่ากับพรากเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาจากไปด้วย เมื่อสูญเสียอาม่าไป มิวก็แทบจะถูก "โดดเดี่ยว" โดยสมบูรณ์แบบ หากไม่มีมรดกความคิดจากอาม่าคือ "ดนตรี" ที่พอจะช่วยเยียวยาจิตใจของเขาได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด

เมื่อโต้งกับมิวมาพบกันโดยบังเอิญอีกครั้งที่สยามสแควร์ มิวก็เกิดแรงบันดาลใจเขียนเพลงรักตามโจทย์ที่ค่ายเพลงให้มาจากที่ตอนแรกหัวตื้อหัวตัน จากการพบกันครั้งนี้ทำให้โต้งได้พบกับจูน ที่ทำหน้าที่ดูแลวงออกัสของมิว ผู้มีหน้าตาเหมือนกับพี่แตงจนแทบแยกไม่ออก ครอบครัวของโต้งจึงเสนอให้เธอสวมรอยเป็นแตง โดยหวังว่าอาการของกรณ์จะดีขึ้น หลังจากตรอมใจและจมอยู่ในความทุกข์กับขวดเหล้ามาร่วม 5 ปี




อีกฟากหนึ่งของเรื่องราวที่เดินขนานกันไป... โต้งคบเป็นแฟนกับโดนัท เด็กสาวหน้าตาดีจากโรงเรียนไฮโซ แต่ภาพที่เราเห็นคือความระหองระแหงระหว่างคนสองคน ราวกับว่าไม่ได้ทำความรู้จักกันมาก่อนเลยแม้จะมีสถานะเกินเพื่อน คนหนึ่งเหมือนไม่สนใจ ในขณะที่อีกคนก็เรียกร้องการเทคแคร์จนดูเหมือนเอาแต่ใจและหาเรื่องกันอยู่ตลอดเวลา (เราจะเห็นความน่ารำคาญของโดนัทตั้งแต่ที่แผงขายตุ้มหู และความไม่เอาใจใส่ของโต้ง ที่หน้าร้านขายตุ๊กตาไม้แบบเดียวกับที่เขาเคยให้มิวก่อนย้ายบ้าน)

เมื่อโต้งมาพบกับมิว และมิวได้โทรเรียกโต้งไปหาที่ห้องซ้อมกลางดึก(เพื่อร้องเพลง "รู้สึกบ้างไหม" ให้ฟัง - ส่วนตัวผมคลั่งเพลงนี้มาก) และคืนนั้นโต้งก็เลือกจะไปนอนค้างบ้านมิว เพราะกลัวโดนแม่ว่าที่กลับบ้านดึก (ในขณะที่แม่ก็ขับรถออกตามหาลูกทั้งคืน ทั้งที่ไม่มี hint ว่าควรจะไปที่ไหน อย่างไร แถมลูกยังทิ้งมือถือไว้ที่บ้าน - ฉากนี้คุณสินจัยเล่นดีมาก เพราะแสดงบุคลิกของสุนีย์ออกมาได้ดี เพราะเธอจะเป็นคนที่ไม่แสดงออกทางอารมณ์มากมายจนดูเหมือนคนเก็บกด)

หรือวันนั้นเองที่ฉันทำเรื่องเราพลาดไป ไม่อาจจะทำให้เราคืนไปเป็นอย่างวันนั้น? ระหว่างที่อยู่ในห้องซ้อมนั้นโต้งพบกับจูนที่หน้าตาคล้ายแตงราวกับฝาแฝด ในขณะที่มิวกำลังใช้เพลง "รู้สึกบ้างไหม" ถามใจโต้งผ่านท่วงทำนอง โต้งกับพ่อและแม่เองก็คงอยากใช้เพลงนี้ถามความรู้สึกของแตงเช่นกันที่ทิ้งครอบครัวไปอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม... และวันต่อมาเมื่อสุนีย์รู้เรื่องจูนจากลูกชาย เธอก็ตัดสินใจว่าจ้างให้จูนมาสวมรอยเป็นแตง โดยหวังว่าอาการตรอมใจของกรณ์จะดีขึ้น

ฉากที่สำคัญที่สุดฉากหนึ่งในช่วงเวลานี้ คือตอนที่โต้งกับมิวคุยกันอยู่บนเตียง เมื่อโต้งถามมิวถึงชีวิตที่ผ่านมา 5 ปี มิวก็เริ่มระบายถึงความเหี้ยของความเหงาที่ทำร้ายมิวมาตลอดตั้งแต่เสียอาม่าไป ความลักลั่นระหว่างการรักแล้วกลัวความเจ็บปวดจากการสูญเสีย และคำถามที่ว่าเราจะอยู่ได้อย่างไรถ้าเราไม่รักใครเลยสักคนในชีวิตนี้...

คืนนั้นจบลงด้วยการที่มิวได้นอนซบไหล่หนุนแขนโต้งอย่างอบอุ่น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเติมเต็มที่ว่างในใจของเด็กชายวัยสับสนทั้งสองคน ผมเชื่อว่าระหว่างที่โต้งฟังมิวบรรยายความเหี้ยของความเหงา โต้งก็คงนึกถึงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน พลางนึกภาพความเหงาที่ทำร้ายเขาอย่างเงียบๆ อยู่อย่างขาดคนเข้าใจ และทำให้เขาไม่ได้เรียนรู้การเข้าใจคนอื่น โต้งไม่เข้าใจอารมณ์แบบผู้หญิงๆของโดนัท ที่ก็แค่ต้องการให้แฟนตัวเองแสดงท่าทีเอาใจใส่และ "รัก" ให้มากกว่านี้ แต่กลับตอบโดนัทเรื่องตุ๊กตาไม้ว่า "ก็เมื่อกี้เพิ่งซื้อตุ้มหูให้ เงินเลยไม่พอแล้ว" ที่แสดงถึงอาการเฉยเมยอย่างรุนแรงต่อผู้หญิงที่กำลังคบหากันอยู่

และที่สำคัญที่สุด โต้งไม่เข้าใจตัวเอง...

คืนนั้น ไม่ได้มีแค่มิวที่จิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก แต่เด็กชายสองคนได้เติมเต็มหัวใจของกันและกัน



เนื้อเพลงท่อน คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจฉันมีปลายทาง น่าจะอธิบายช่วงเวลาของหนังหลังจากโต้งไปนอนค้างบ้านมิว และจูนเข้ามาเป็นเสมือนหนึ่งในครอบครัวของโต้ง ตัวละครทุกตัวมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า มิวเริ่มรู้จักความหวานกับรักลึกซึ้งหมดใจ ในขณะที่กรณ์กับสุนีย์เริ่มรู้จักความหมายของคืนวัน

ในงานปาร์ตี้ที่จัดให้แตง มิวร้องเพลง "เพียงเธอ" เป็นเพลงแรก แม้จะเป็นเพลงที่สื่อถึงความสุขของคนที่ได้รู้จักความรัก ความหวานลึกซึ้งหมดใจ แต่สิ่งที่ประชดประชันเหลือแสนก็คือ ความรักในเพลงนี้ผูกติดอยู่เพียงเธอ ราวกับคนอื่นรอบตัวนั้นพร่ามัวและไร้บทบาท ไม่ต่างกับกรณ์และสุนีย์ที่เอาหัวใจโยนทิ้งไปพร้อมกับแตงตั้งแต่ห้าปีก่อน หรืออย่างมิวที่ชอบคิดว่าไม่มีใครสนใจตัวเอง เพราะมองไม่เห็นคนรอบตัวที่พร้อมจะเข้าใจและอยู่เคียงข้าง

ดังนั้น ตอนที่ร้องเพลง "กันและกัน" เราจึงเห็นโต้งกับมิวสื่อสารกันผ่านสายตาและบทเพลงราวกับมีพวกเขาเพียงสองคน ทั้งที่ญาติพี่น้องพ่อแม่คนร่วมงานเลี้ยงอยู่กันเต็มบ้าน และหลังจากบทสนทนาหวานซึ้งที่โต๊ะม้าหินอ่อน โต้งก็ให้คำตอบที่มิวถามมาในเนื้อเพลงด้วยจูบแรกของทั้งคู่... และสุนีย์ที่บังเอิญเห็นเข้าพอดี...



เรื่องราวพลิกผันจากช่วงที่ความรักส่องประกายใส่ทุกตัวละคร เข้าสู่ความมืดมิดของคืนอันเป็นนิรันดร์ ผลกระทบจากการแสดงความรักของเด็กชายทั้งสองคนก็ส่งผลยืดยาวเป็นลูกโซ่ คล้ายกับการหายตัวไปของแตง เพราะวันต่อมาสุนีย์ก็ขับรถไปหามิวถึงบ้าน เพื่อบอกให้ยุติความสัมพันธ์กับโต้ง ในขณะที่หญิงเองก็ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด

และเมื่อโต้งรู้ความจริงว่าแม่ไปพูดกับมิวถึงบ้าน ความสัมพันธ์ของแม่กับลูกที่ค่อนข้างห่างเหินอยู่แล้วก็ยิ่งถ่างกว้างมากขึ้น เมื่อถูกจูน(ที่เข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง)ถามจี้ใจดำว่า "คุณรู้ไหม ว่าคุณทำอะไรลงไป" สุนีย์ก็ตอกกลับจูนอย่างเย็นชาว่า "เธอก็เป็นแค่คนนอก จะมาเข้าใจอะไร" ทั้งที่ตัวเองจ้างให้จูนมาเป็นคนในครอบครัวตัวเองแท้ๆ... ซ้ำร้ายเมื่อกรณ์มาได้ยินบทสนทนานี้ทำให้พวกเขาทะเลาะทุ่มเถียงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ในขณะที่โต้งก็เลือกระบายความเครียดด้วยวงเหล้าและบุหรี่ ส่วนมิวไม่เหลือแรงบันดาลใจให้ร้องเพลงอีกต่อไปจนวงออกัสเริ่มระส่ำระสาย

หญิงหอบช่อดอกกุหลาบที่ลิดหนามมาทั้งคืนกลับขึ้นห้อง หญิงลงมือฉีกรูปมิวที่ติดเต็มข้างฝา แต่เมื่อกล้องไปโคลสอัพที่หน้าหญิง หญิงกลับยิ้มทั้งน้ำตา... ทำไม??

"โห่.. ม้า.. ลื้อไม่ต้องไปห่วงอาหญิงมันหรอก แถวเนี้ยใครๆก็รู้ว่าอามิวอีเป็นกะเทย"


จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่กระทบกันเป็นลูกโซ่ อย่างน้อยก็ทำให้หญิงเลิกหลอกตัวเองเสียทีว่ามิวไม่ได้ชอบผู้ชาย รอยยิ้มนั้นคงยิ้มเยาะตัวเองอยู่ในทีว่าที่ผ่านมาเรามัวแต่หลอกตัวเอง... เพื่ออะไร?

ลองย้อนกลับไปมองสุนีย์กับกรณ์ กรณ์จมอยู่กับความรู้สึกผิดและพยายามหลอกตัวเองว่าแตงยังอยู่ ในขณะที่สุนีย์เองก็พยายามลบชื่อแตงออกจากครอบครัว ด้วยหวังว่าจะทำให้สามีดีขึ้น รวมไปถึงการจ้างจูนมาสวมรอยเป็นแตง ทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการ "หลอกตัวเอง" ที่เกิดจากความรักของครอบครัวนี้...

ตัวละครเฝ้าถามโชคชะตาว่า เหตุใดคืนที่ยาวนานไม่ผ่านไปเสียที โดยที่ลืมไปว่าคำตอบนั้นวางอยู่ตรงหน้าพวกเขาแท้ๆ...

เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ




ย้อนกลับไปที่โต้ง.. ตัวละครที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียของครอบครัวอย่างที่ว่าไว้ตั้งแต่ต้น แม้จะมีพ่อมีแม่ก็เหมือนไม่มี และเมื่อสุนีย์ได้เลี้ยงลูกแบบเข้มงวดตามติดทุกฝีก้าวยิ่งกว่าเดิม (เพื่อป้องกันการสูญเสียอีกครั้ง) ทำให้โต้งขาดความมั่นใจและไม่กล้าตัดสินใจ เราถึงเห็นโต้งโยนการตัดสินใจทุกอย่างให้โดนัท ทั้งเรื่องเลือกตุ้มหู หรือเรื่องความสัมพันธ์

หลังจากแม่รู้เรื่องมิว และมิวได้ตัดสินใจเลิกติดต่อกับโต้ง โต้งก็เริ่มทำตัวออกนอกกรอบมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มไปมั่วสุมกับวงเหล้าที่คอนโดเพื่อน (ซึ่งในกลุ่มนี้มีหญิงมาร่วมด้วย) พร้อมกับแบกความไม่เข้าใจตัวเองเอาไว้เต็มสองบ่า เพราะอะไรเขาถึงเฉยชากับแฟนสาวระดับดาวโรงเรียน แต่กลับรู้สึกดีกับเพื่อนข้างบ้านสมัยเด็ก (คำตัดพ้อของโดนัทที่ว่า "ทีหลังก็บอกก่อนสิ จะได้ไปกับคนอื่น" ถึงแม้จะฟังดูน่าหมั่นไส้ แต่ก็น่าเห็นใจไม่แพ้กับ "ไม่รัก ก็อย่าให้ความหวังกันได้มั้ย")

ยิ่งถูกเพื่อนถามว่า "มึงเป็นเกย์รึเปล่า" ยิ่งทำให้เครียดหนัก จนต้องเดินออกไปสูบบุหรี่ที่ระเบียง แล้วเมื่อหญิงเดินตามออกไป อารมณ์พาลและเครียดของโต้งเลยทำให้เกิดฉากที่ระเบียง

แล้วสรุป โต้งมันเป็นเกย์รึเปล่า??

หลายคนวิเคราะห์ฉากที่ต้นคริสต์มาส ว่าโต้งเลือกที่จะ "รักผู้ชาย" (ด้วยสายตาและใบหน้าฝืนยิ้มของสุนีย์)
ตามหลัก "วิชากู" ผมมองว่าการเลือกรักผู้ชายของโต้งนั้น ไม่ใช่เลือกที่จะเป็นเกย์ แต่เลือกที่จะรักมิว เพราะมิวคือคนที่เข้ามาเติมเต็มจิตใจของโต้งได้ถูกจังหวะและเวลาพอดี

เราไม่เห็นความสัมพันธ์ของโต้งกับโดนัท แต่ผมอนุมานว่าผู้หญิงระดับ trophy girlfriend อย่างโดนัทคงไม่จีบใครก่อนแน่(ยิ่งรวมกับท่าทางมั่นๆของเธอในหนัง) แถมโต้งก็ไม่ได้ดูดีอะไรมาก (เจตนาของหนังไม่ได้ทำให้โต้งเป็น "มาริโอ้" มากจนเกินไป) เลยเชื่อได้ว่าโต้งก็คงเคยมีอารมณ์รักชอบโดนัท หรือถึงแม้ว่าจะเป็นแรงยุจากเพื่อน ในเมื่อโต้งถูกบีบคั้นจากที่บ้านมากพออยู่แล้ว โต้งไม่น่าจะหาเรื่องบีบคั้นตัวเองซ้ำสองด้วยการฝืนตัวเอง ถ้าเราจะตั้งสมมติฐานว่าโต้งเป็นเกย์ (ดังนั้นเมื่อเพื่อนแสดงท่าทีบีบคั้นด้วยคำถาม จึงเกิดฉากที่ระเบียง)

หลายคนก็วิเคราะห์ฟันธงให้โต้งเป็นเกย์ตั้งแต่ที่ระเบียง บอกว่าโต้งไม่มีอารมณ์ทางเพศกับผู้หญิง แต่ตามหลักวิชากูแล้ว อารมณ์ตอนแรกที่โต้งรวบตัวหญิงเข้ามานั้นเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ด้านหญิงเองก็อยากจะพิสูจน์เหมือนกันว่าโต้งชอบผู้ชายหรือไม่ (ราวกับเป็นความหวังเฮือกสุดท้าย ว่ากูจะเสียมิวให้ไอ้นี่จริงๆเหรอ) เลยเลิกขัดขืน โดยโต้งเองก็คงเพิ่งรู้สึกตัวหรือรู้สึกผิดก็เลยหยุดทำ แต่อยู่ดีดีหญิงก็จับมือไปจับหน้าอกตัวเอง เป็นใครจะไม่ตกใจบ้าง

คำถามที่โต้งถามหญิงพร้อมน้ำตานั้น จึงเหมือนกับตอกย้ำความไม่เข้าใจตัวเอง ความไม่มั่นใจในตัวเอง และความเจ็บปวดของวัยรุ่นวัยสับสนออกมาอย่างสุดกลั้น...



"พวกคุณรักกันมากเหลือเกิน จนบางครั้งมันก็กลับมาทำร้ายกัน"


ฉากที่สะท้อนความจริงของประโยคในจดหมายนี้ได้ตรงประเด็นและเฉียบคมที่สุด คือตอนที่โต้งไปค้างบ้านมิวโดยไม่บอกแม่ แล้วสุนีย์ขับรถตามหาลูกชายไปทั่วทั้งที่ไม่รู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน เธอขับตามหาทั้งคืนจนลูกชายกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ถ้าเป็นหนังฮอลลีวู้ดโต้งคงถูกจิกหัวขึ้นมาด่าและมีฉากแม่ร้องห่มร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง แต่สุนีย์แค่วางมือถือลูกให้เงียบที่สุดเพื่อไม่ให้ลูกตื่น และเมื่อเธอกลับห้องนอน กรณ์ก็นั่งรอเธออยู่เหมือนกัน...

นี่แหละ... ความรักที่ให้กันมากเหลือเกิน มันลอยอยู่รอบตัวแต่ไม่มีใครมองเห็น และกลับมาทำร้ายครอบครัวนี้ (ยังไม่รวมความรักที่มีต่อแตง อีกข้อหนึ่ง)

จูน ผู้เขียนประโยคนี้ในจดหมายลา ถูกวางบุคลิกให้เป็นเพียง "คนนอก" เท่านั้น แต่จูนก็พยายามปรับตัวเข้าหาครอบครัวนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจเป็นเพราะจูนสัมผัสได้ถึงไอความรักที่ลอยอบอวลอยู่ในครอบครัวนี้ และเธอคงรู้สึกดีที่ได้สัมผัสมัน เพราะเธอทำผิดพลาดต่อพ่อแม่มาก่อน และตอนนี้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว (จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นเธอเอ่ยปากถามขึ้นมาทันทีทุกครั้งที่เห็นอะไรผิดสังเกตบนสีหน้าของตัวละครอื่น และอารมณ์ฉุนเฉียวที่เธอแสดงออกเมื่อถูกสุนีย์ปรามาสว่าเป็นแค่ "คนนอก")

เธอเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าสงสารที่สุด แต่เธอก็เป็นคนที่เข้าใจคนอื่นและเข้าใจความรักได้ดีที่สุดเช่นกัน เพราะเธอคือคนที่ผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียคนที่รัก และยอมรับการสูญเสียนั้นได้แล้ว

กรณ์ถามสุนีย์แทบทุกครั้งที่เธอเอาข้าวเอาน้ำเข้ามาให้เขาว่า "ลืมอะไรอีกล่ะ?" ก่อนที่วันหนึ่งเขาจะเห็นสุนีย์เอาข้าวแข็งๆไปกินกับพะโล้ที่มันลอยเป็นไข เขาถึงได้รู้ว่า ตัวเองนั่นแหละที่ลืมอะไรหลายๆอย่างไปตั้ง 5-6 ปี

ลืมว่าตัวเองยังมีครอบครัว
ลืมว่าตัวเองยังมีคนที่รัก
ลืมว่าชีวิตนี้ไม่ได้มีแต่เหล้า
ลืมว่าชีวิตนี้ไม่ได้มีแต่แตง
ลืมว่าตัวเองทำร้ายครอบครัวมากแค่ไหน...




"เหนื่อยมั้ยแม่"
"เรื่องอะไรล่ะ"
"ก็...ทุกเรื่องอะ"
"เหนื่อยสิ"


"ติดตรงนี้ดีมั้ยแม่"
"ติดๆไปเหอะน่า"
"ก็ถ้าโต้งติดแล้วไม่ถูกใจแม่ แม่ก็ว่าโต้งอีกอะ"


ฉากต้นคริสต์มาส เปรียบได้เหมือนกับการเกิดใหม่ของทั้งสุนีย์และโต้ง เมื่อทั้งคู่ทลายกำแพงระหว่างกันลงได้เสียที... แม้จะช้ำใจที่โต้งเลือกตุ๊กตาผู้ชาย แต่สุนีย์ก็ยิ้มรับและเข้าใจลูก



มิวกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง พร้อมกับเนื้อร้องท่อนฮุคของเพลงกันและกันที่ใส่เข้ามาใหม่ ด้วยความหมายที่พ้องกับเพลงจีนที่บ้านหญิง เพลงนี้ได้แปรสภาพจากเพลงรักธรรมดา(อย่างตอนที่ร้องให้โต้งในสวน) เป็นเพลงที่เข้าใจในความรักและความหวัง

คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจฉันมีปลายทาง

"เราคงคบกับมิวเป็นแฟนไม่ได้... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักมิวนะ"
โต้งเลือกที่จะตอบแทนความรักของแม่ ด้วยการทำให้แม่สบายใจ (ขนาดคนดูยังเห็นสายตากระอักกระอ่วนของสุนีย์ในฉากต้นคริสต์มาส แล้วลูกชายอย่างโต้งมีหรือจะไม่เห็น) แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่มิวได้เห็นความรักของโต้งส่องใจตัวเอง แม้ว่าจมูกตุ๊กตาไม้จะไม่พอดีกับตุ๊กตาตัวที่เขาเก็บรักษามาตั้งแต่เด็กก็ตาม...

"ขอบคุณนะ.."
ถึงแม้ว่าชีวิตของสองคนจะยังอีกยาวไกล หลังหนังจบความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่อย่างน้อยตอนนี้มิวกับโต้ง ใจตรงกัน และความรักส่องใจทั้งคู่ให้มองเห็นปลายทาง

บางทีหญิงก็อาจขอบคุณมิวเงียบๆอยู่ในใจ แม้ว่าเธอจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกต่อไป... หลังจากปล่อยมือโต้งที่ลานสยามดิสคัฟเวอรี่เพื่อให้โต้งเดินเข้าไปหามิว หลังจากที่ทำอะไรหลายอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรัก และคนที่มิวรัก..



"รูปนี้แตงไม่อยู่แล้วใช่มั้ย..."

"ยังหรอก.. ตอนนี้เรายังอยู่กันครบ 4 คน แต่แตงอยากจะถ่ายรูปเองบ้าง คุณยิ้มภูมิใจใหญ่ที่แตงถ่ายรูปเป็นกับเค้าซะที ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็เป็นแค่ไม่กี่เรื่องที่แตงทำให้เราภูมิใจ"

"ผมรู้แล้ว"


ผมรู้แล้ว... ว่าจูนไม่ใช่แตง
ผมรู้แล้ว... ว่าแตงไม่กลับมาอีกแล้ว
ผมรู้แล้ว... ว่าที่ผ่านมาผมทำร้ายครอบครัวตัวเองมากแค่ไหน

แต่ฉันก็รู้แล้วเหมือนกันว่า แตงจะยังอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป...
ฉันผิดเองที่พยายามลบเขาออกจากครอบครัวของเรา..
ฉันผิดเอง...

เมื่อเธอเข้าใจความหมาย แล้วใจจะได้มีกันและกัน...



สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 2 ธันวาคม 2550 14:14:55 น. 121 comments
Counter : 1126 Pageviews.

 
อุ้ย เม้น คนแรกป่ะเนี่ย อิอิ
ชอบอ่ะ
เปนหนังในดวงใจจิงๆอ่ะ
ไม่มีคำบรรยายว่าชอบเพราะอะไรบ้าง
แต่ชอบทุกอย่างที่เป็น รักแห่งสยามอ่ะ
อิอิ.....


โดย: ~oh~of~TFC~ IP: 58.8.109.43 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:14:04:49 น.  

 
อีมิว มันเป็นกระเทย

กรี้ด อามิว ไม่ใช่กระเทย มิวเปนผู้ชาย อาเฮียปากหมา


โดย: เด็กม.ปลาย IP: 58.181.153.9 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:14:15:37 น.  

 
ชอบบทความนี้ที่สุดตั้งแต่มึงเขียนมาร

ให้ความชัดและความเข้าใจในความหมายดีๆในเรื่องได้มากมาย


อยากจะแต่งให้ได้บ้าง


"เพลงรักที่เขียนเพื่อเธอคนเดียว"


ไม่รู้จะเม้นไรแล้ว

ความรักมันก็คือความรักนั่นแหละ

ลอกตัวเองออกมาจากกล่องเล็กๆ แล้วแปะตัวเองลงบนฝาผนังที่เปิดรับโลกกว้างใบใหญ่

ทุกที่บนโลกย่อมมีความหวัง...เช่นเดียวกันกับความรัก

เพราะตราบใดที่มีรัก

ย่อมมีหวัง

:)


โดย: จั่น* IP: 58.8.77.88 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:14:21:56 น.  

 
แรดหว่ะตี้ เขีนได้แรดมากๆ
แต่กูก็ชอบหว่ะ 55
ทำไม หลายๆคนดูเรื่องนี้แล้วบอกวาเพลงคือตัวแทนของแต่ลฉาก(เช่นภานุ เป็นต้น) แต่กรูฟังแล้วไม่คิดเลย 555 สงสัยกูไม่ค่อยฟังเพลง(กรูฟังเหมือนงภาษอังกริดอ่ะมึงคือฟังไม่ออก แต่ได้ยินน่ะ)


กรูก็ 3รอบและ เวิ่นเว้อกับเรื่องนี้มานานพอแล้ว หนังที่มีพลังถ้าดูแล้วอยู่กับโลกของมันมากไประวังจะสูญเสียตัวของตัวเองในโลกความจริงน่ะมึง


เช่นกรูในช่วง อาทิตยืที่ผ่านมา อินไปหน่อย 55


โดย: poome IP: 58.9.166.75 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:15:03:36 น.  

 
บทพล่ามชิ้นนี้.......
มีตรงกับพี่เรื่องนึงวุ้ย
โต้งเลือกตุ๊กตาผู้ชาย = โต้งเลือกมิว.....(ในพันทิปเถียงกันใหญ่ว่าเลือกเป็นผู้ชาย หรือ เลือกชอบผู้ชาย อิอิ)

ซึ่งดูจากหนัง มันน่าจะเป็นแค่โต้งเลือกที่จะรักมิว...มากกว่าที่จะเลือกเป็นเกย์นะ(แต่ที่จริงมันก็เป็นนั่นแหล่ะ)

เห็นทีพี่ต้องไปดูอีกรอบ จะได้เท่าเทียมกัน555
แต่คนอื่นๆ เขาเล่นเขียนชมหนังกันไปหมดแล้ว แล้วตรูจะเขียนอะไรว้า....เดี๋ยวเขียนด่าซะเลยนี่


โดย: คำห้วนล็อกอินหาย IP: 203.156.85.72 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:15:21:07 น.  

 
ว่าจะไปดูอีกรอบนึงเหมือนกันค่ะ ทำไม๊ทำไมถึงชอบมากก็ไม่รู้ อาจเพราะมันเป็นหนังของความรักจริงๆ ความรักที่ตัวเราเองมองว่า "ไม่จำกัดเพศ"

ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์


โดย: มารีออง IP: 125.24.54.67 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:15:40:10 น.  

 
อ่านจนจบด้วยอาการอึ้ง
ไม่อยากเชื่อเลยว่าบท(พล่าม)ความนี้
จะเป็นฝีมือเฮียตี้
เขียนได้ซึ้งสุดๆเลยอ่ะ


เอาเนื้อเพลงมาประกอบด้วย
ไอเดียบรรเจิดมาก
ชอบอ่ะชอบ
สุดยอดเรยพี่ตี้


โดย: Unravel วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:16:55:40 น.  

 
เข้ามาอ่านบทพล่าม รู้สึกดีนะที่ตี้พล่ามออกมาแบบนี้

...แล้วสรุป โต้งมันเป็นเกย์รึเปล่า??

หลายคนวิเคราะห์ฉากที่ต้นคริสต์มาส ว่าโต้งเลือกที่จะ "รักผู้ชาย" (ด้วยสายตาและใบหน้าฝืนยิ้มของสุนีย์)
ตามหลัก "วิชากู" ผมมองว่าการเลือกรักผู้ชายของโต้งนั้น ไม่ใช่เลือกที่จะเป็นเกย์ แต่เลือกที่จะรักมิว เพราะมิวคือคนที่เข้ามาเติมเต็มจิตใจของโต้งได้ถูกจังหวะและเวลาพอดี...


พี่นั่งอธิบายให้คนรอบข้างแทบตาย ว่าไอ้โต้งมันไม่ได้เป็นเกย์ มันแค่รักผู้ชายที่ชื่อมิว คนรอบข้างพี่ตอบกลับมาว่า "นั่นแหละ เขาเรียกว่าเกย์ไง" พี่ก็นั่งเอ๋อไป คิดว่า กูเข้าใจความรักหรือพวกมันกันแน่วะ ที่ไม่เข้าใจความรัก

ตกลงพี่ขอเรียกว่ามันคือรักตามหลักวิชากูละบ้างนะ

ขอบคุณที่ไปตามนะ พล่ามได้โดนใจดี
โชคดี มีความสุขครับ แล้วคุยกัน


โดย: yibby วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:17:46:41 น.  

 
แจ่มมากเลย น้องชาย

555+ พี่ไม่เคยอ่านของแกจบสัก อันนึง อันนี้อันแรกที่อ่านจบ รู้สึกภูมิใจตัวเองนิดๆ

รู้สึกชอบบทความนี้แกจัง เหมือนมันอ่านแล้ว เคลียร์ทุกเรื่อง

ต้องมีคนรักก่อนหรือเปล่าเนี่ย ถึงเขียนได้


โดย: imel IP: 125.27.71.192 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:19:49:19 น.  

 
อาการเดียวกับต้น
อ่านจบอึ้งไปเลย
เฮียเขียนซึ้งจัง นี่เค้าเรียนว่าพล่ามเหรอ
เป็นการพล่ามที่ทำเอาหัวใจนู๋เต้นไม่เป็นจังหวะ
ซึ้งและลุ้น..

เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ

"พวกคุณรักกันมากเหลือเกิน จนบางครั้งมันก็กลับมาทำร้ายกัน"

ไม่ไหวแล้ว สองประโยคนี้กระแทรกใจอย่างแรง ^^

เข้าใจและชอบหลักสูตรกู มาก และเชื่อว่าหลายคนยกให้เฮีย เป็น ผู้ชำนาญการเรื่องนี้อิอิ

ช่วงหลังๆนี้ นู๋เริ่มเฉย-เฉย ถ้าใครพูดถึงหนังเรื่องนี้ เพราะเริ่มเคยชินแล้ว

แต่รอให้เฮียเขียนถึงเรื่องนี้ และคุ้มมากกับการรอคอยน่ะ

รักแห่งสยาม
(ไทย, พล่าม,ตี้ปากดี,2 ธันวา 2550, A+++)

ปล.ได้ข่าวว่าการบ้านเยอะนิ




โดย: pangz วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:19:55:39 น.  

 
ู^
^
ขำเมนท์ข้างบนวุ้ย


ว่าจะไปแล้วนะ
แต่ก็เร่รอนอยู่บนโลกไซเบอร์อยู่ได้
เฮ้อ คนหนอคน
ยังลุ่มหลงงมงายไปด้วยกิเลส


โดย: ๊Unravel IP: 203.154.81.151 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:21:04:27 น.  

 

* โดนัท

พี่เคยพูดไว้ว่า โดนัท มันเป็นตัวละครที่ตลกมากอย่างนึงคือ ทุกครั้งมันจะต้องออกไปจากเรื่อง ด้วยการเดินหนีมาริโอ้

แต่ พี่แอน พูดไว้อย่างนึง พี่ก็ว่าน่าสนใจ พี่แอนบอกว่า

"พี่ว่า ไม่แน่นะ ฉากสุดท้ายของโดนัท เธออาจจะ -ร้องไห้- ก็ได้"

เพราะเหมือนว่าสุดท้าย โดนัท ก็เลือกโต้งเป้น no.1 นะ (หรือว่าวันนั้น ช คนอื่นมันไม่ว่างไม่รู้นะ 555)



* Gay or Not

ไม่ขอแก้ข่าวให้โต้งแล้วกัน ว่าโต้งเป้นเกย์ หรือไม่เป็น (เพราะพี่ต้องตามแก้ข่าวให้ตัวเองไปอีกทั้งปี)

แต่อย่างที่เคยคุยกันใน MSN นั่นแหละว่า

"ทำไมต้องมีแบ่งแยกว่า เกย์ วะ"

เหมือนความรักมันมี "เพศ" ไปซะงั้น ช ต้องรัก ญ / ญ ต้องรัก ช

ทำไม ช ถึงจะรักกับ ช ไม่ได้หว่า ก็ถ้าเกิดว่า ช คนนั้นเป็นคนดี เข้าใจเรา อยู่ดว้ยแล้วสบายใจ บลาบลาบลา (ล้านเหหตุผลที่คนจะรักกัน)

คือเท่าที่รู้ เกย์ มันถูก define มาจาก gay (adj) = ร่าเริง ลัลล้า ...แต่ real world แม่งโคตร melancholy


โดย: merveillesxx วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:21:06:24 น.  

 
เจ๋งมากมายพี่น้อง


กรูรักหนังเรื่องนี้มากกว่าอะไรทั้งมวล รักความเป็น IDEAL ของความรักระหว่าง โต้งกับมิว รักความเสียสละของหญิง

กุว่า คนไปกำหนดเพศให้ความรักเอง

อีกอย่าง กุผ่านช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดมาได้ และรู้สึกดีอย่างมากก็เพราะหนังเรื่องนี้


น้ำตาที่กุเสียไปโดยหนังเรื่องนี้ กูไม่เสียดายเลย

ตอนประโยคที่ว่า "เป็นกันเป็นแฟนกันไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า โต้งไม่ได้รักมิวนะ" เป็นประโยคที่กุอยากได้ยินจากคนหนึ่งมาก แต่ตอนนี้กูไม่อยากได้ยินมานอีกต่อไป

ชั่วเวลาวูบหนึ่งที่กุรู้ว่าความรู้สึกเป็นไง ก็คือ ตอนท้ายของเรื่อง ตอนที่จมูกเติมเต็มสิ่งเค้าหามาทั้งชีวิต ตอนมิวร้องไห้ เราก็ร้องไหเพราะเราเข้าใจว่า ความรู้สึกของมิวในเรื่อง

"มันเหี้ยยังไง"


โดย: Champ_ IP: 203.156.78.73 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:22:12:54 น.  

 
สรุปว่าหนังเรื่องนี้สอนให้ผู้หญิงรู้ว่า
ถ้ายังไม่อยากเสียแฟนตัวเองให้กับเกย์
ห้ามพูดประโยคโง่ๆ2ประโยค
1. แล้วอันนี้ไม่สวยเหรอ
เวลาถามผู้ชายนะถามได้ ว่า เธอว่าอันนี้กับอันโน้นอันไหนสวยกว่ากัน (ตุ้มหู)
พอผู้ชายตอบ อันนี้
ห้ามหลุดประโยคโง่ออกมาเด็ดขาดว่า
แล้วอันนี้ไม่สวยเหรอ
โถ่แล้วจะถามตูทำเพื่ออออ
นี้ไม่มั่นใจในการตัดสินใจของตูเลยเหรอ มันเสียนะเฟ้ย
2. ทีกับเพื่อนหละทำได้
โดนัทพูด.... ทีกับเพื่อนหละซื้อให้ได้
โต้งคิด....... อื่ม เดี่ยวจะเป็นกะมิวเกินเพื่อนให้ดู

เอาหละส่วนบันดาเกย์เช่นมิวทั้งหลายจ๋า
เวลาที่ผู้หญิงมันหลุด2ประโยคโง่นี้ใส่ผู้ชายหละก็
เป็นเวลาทองในการจับผู้ชายหละ 55555+

อ่อ ส่วนโต้ง พี่ว่าโต้งเป็นไบหวะ 55555+

อ่อ หนังเรื่องนี้ให้Aคับ (ขอโตด พี่ชอบกดเกรดอะ)


โดย: kai`to IP: 124.120.175.53 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:22:23:45 น.  

 
"ผมเริ่มจะสรุปผลได้ว่า... ผมยังไม่เคย "รัก" ใครจริงๆเลยหรือเปล่า ความรู้สึกมีความสุขนั้น เกิดจากการที่ผมยินดีไปกับเหล่าตัวละครที่ในที่สุดก็รู้จักกับความรัก รู้จักกับการประคับประคองความสัมพันธ์ไปด้วยกัน แม้ว่าจะผ่านเวลาที่เป็นวิกฤติต่างๆนานา... ผมเริ่มจะร้องไห้ให้ตัวเองแล้วล่ะ ที่ผมเหมือนจะไม่เคยสัมผัสกับสิ่งที่ประเสริฐขนาดนี้บนโลกมนุษย์... (ผมยังไม่แน่ใจว่าที่เคยเสียน้ำตาให้เธอไปมากมายเมื่อคราวก่อน มันอาจไม่ใช่ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นก็เป็นได้... เป็นแค่ความงี่เง่าครั้งหนึ่งในชีวิต เท่านั้นเอง)"
ตรงใจดำจี๊ดดดด เพราะเราก็เหมือนๆกะแกแหละ อย่างที่เคยบอกไปแร้ว

"ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม... และวันต่อมาเมื่อสุนีย์รู้เรื่องจูนจากลูกชาย เธอก็ตัดสินใจว่าจ้างให้จูนมาสวมรอยเป็นแตง โดยหวังว่าอาการตรอมใจของกรณ์จะดีขึ้น"
ด้วยสาเหตุ (ตามที่เราคิดนะ)
- กรติดเหล้า เพราะ แตงหายไป และกรไม่ยอมรับความจริง
-สุนีย์ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ที่ดั๊นมามี 2 ขา คือ แตงหายไป และกรไม่ยอมรับความจริง
-สุนีย์เลือกแก้ที่ แตงหายไป โดยทำให้แตงกลับมา เรื่องก็เหมือนจะจบ เพราะก็จะไม่เหลือความจริงอะไรให้ยอมรับ
-แต่มำไม๊ ทำไมปัญหาแก้ไม่ได้
-เพราะเหล้ามันเป็นสิ่งเสพติด เมื่อเสกติดแล้ว การแก้ที่ต้นเหตุอย่างแรก คือหยุดเสพ แล้วค่อยมาแก้ปัญหาต่อไป คือ ให้เขายอมรับความจริง
---ตอบโคตรหมอเลยเหอะ

"หนังที่มีพลังถ้าดูแล้วอยู่กับโลกของมันมากไประวังจะสูญเสียตัวของตัวเองในโลกความจริง"
อันนี้ไม่ใช่แกบอก แต่เราเห็นด้วย เพราะตอนนี้ก็อินกับหนังเรื่องนี้จะตายแล้ว ทั้งที่ดูครั้งเดียว

อ่านจบแล้วอึ้งไปเลย นี่ตี้เขียนรึ
นี่หนังรึ ทำไมมันสะท้อนอะไรออกมาได้มากมายยังกับมหาคัมภีร์อะไรอย่างนั้น

"คือเท่าที่รู้ เกย์ มันถูก define มาจาก gay (adj) = ร่าเริง ลัลล้า ...แต่ real world แม่งโคตร melancholy"
เฮ้อออ จิงของเขาเนอะครับ

ส้วนตัวเราคิดว่า......โต้งบอกแม่และมิวในตอนจบไปยังงั้น เพื่อขอเวลาให้ตัวเองคิดทบทวน เพื่อจะหายสับสนเสียที
จะบอกแม่ว่าชอบผู้หญิง มันก็หักหาญไปสำหรับความสับสน
จะบอกมิวว่าเป็นแฟนกันนะ มันก็ยังงงๆ แล้วความสับสนจะโดนเหนี่ยวนำให้เบี่ยงเบน ด้วยการมีมิวมาอยู่ใกล้ๆ
ขอเวลาให้โต้งใช้ชีวิตต่อไปสักพักแล้วกันนะ

คิดว่าไง??
(ขอไม่มั่นใจแบบโต้งบ้าง เพราะชีวิตนี้เราก็ค่อนข้างจะเดินตามเส้นที่ใครเขาขีดไว้)


โดย: 125 66 IP: 58.9.39.225 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:22:33:11 น.  

 
ตอบทั่น 125 66


เห็นด้วยกับย่อหน้าเกือบสุดท้ายแฮะ... ก็อย่างว่าแหละ โต้งแม่งสับสน
ส่วนเรื่องเหล้า... จะหมอไปไหนทั่น 55+


โดย: nanoguy วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:22:40:15 น.  

 
ชอบประโยคนี้อ่า

"เราคงคบกับมิวเป็นแฟนไม่ได้... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักมิวนะ"


โดย: panumas05 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:22:43:46 น.  

 
ยาวมาก
ขนาดว่าไปดูมาแล้ว ยังตามอ่านไม่จบ

สรุปว่า โดนัทออกมากี่ฉากอ่ะ ?? อยากรุ้


โดย: >>...++"J:o:Y"++...<< IP: 58.8.189.174 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:22:44:29 น.  

 
มาลงชื่อให้น้องชายตามคำเรียกร้องครับ


โดย: เลวอิจิ IP: 202.28.35.1 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:23:58:55 น.  

 
ฮ่ะฮะ เข้ามาอ่านสปอยของหน้าม้ารักแห่งสยาม


ดูละซึ้งกินใจจริงๆ

ไอตี้ ชีวิตมืงมันก็เหมือนกับหญิง(ตาล)แหล่ะ
ได้แต่แอบรักเค้าข้างเดียว 555


โดย: S e m a k u t e k ! IP: 124.120.109.140 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:0:13:17 น.  

 
ตั้งแต่ดูมากรุยังสลัด หนังเรื่องนี้ไม่หลุดออกจากหัวเรย เปนหนังที่ดีที่สุดเท่าที่กรุเคยดุมา ขอบคุนผู้สร้างและนักแสดงทุกๆคนที่ทำให้กรุเปนได้มากถึงขนาดนี้


โดย: เบีย IP: 161.200.255.162 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:1:04:31 น.  

 
ยังคุยอะไรไม่ได้เพราะยังไม่ได้ดูอะ

แต่ทั้งแก ทั้งพี่ต่อ ทั้งอิเบียร์ดูกันสามรอบ

พี่เมลดูห้ารอบ

บ่งบอกได้เลยว่าเป็นหนังถูกใจ...

(พูดเล่นนะจ๊ะ อิอิ)


โดย: cheatoneself IP: 125.24.84.139 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:1:07:33 น.  

 
เป็นครั้งแรกที่ชั้นอ่านวิจารณ์หนังของแกแล้วแบบ
สัด ไอ่ตี้มันดูหนังและเขียนหนังสือได้ฉลาดชิบเป๋ง


โดย: พระเจ้า** IP: 58.9.1.122 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:1:28:49 น.  

 
ปล.
ใครคือผู้หญิงคนนั้นที่แกเสียน้ำตาให้วะ
55+


โดย: พระเจ้า** IP: 58.9.1.122 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:1:32:45 น.  

 
เขียนได้ซึ้ง สมกับที่ไปดูมาหลายรอบ 555
เห็นด้ิวยเรื่องตุ๊กตา

ประโยค
"ผมยังไม่แน่ใจว่าที่เคยเสียน้ำตาให้เธอไปมากมายเมื่อคราวก่อน มันอาจไม่ใช่ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นก็เป็นได้... เป็นแค่ความงี่เง่าครั้งหนึ่งในชีวิต เท่านั้นเอง"

เสียน้ำตาเชียวรึ
หากเป็นเช่นนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องงี่เง่าสำหรับนายแล้วล่ะ เจ้านาโน


โดย: พัท วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:4:33:12 น.  

 
+ หุๆ ส่วนมากอ่านบทวิจารณ์หนังของตี้ จะเป็นโหมด 'ปากดี' ตลอด ... แต่วันนี้เปลี่ยนแนวมาเป็นโหมดซึ้งแทน ก็ทำเอาพี่อ่านแล้วน้ำตาคลอเลยอ่า ... ขนาดดูมาแล้วเป็นอาทิตย์ แต่พออ่านบทวิจารณ์ ภาพจำมันก็กลับมา แล้วความซึ้งก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง ... นี่เย็นนี้พี่ว่าอาจไปซ้ำรอบ 2 ซะทีอ่ะครับเนี่ย

+ มุกเขียนรีวิวตามเพลง ก็เวิร์คอ่ะครับ เพราะรู้สึกเพลงของหนังเรื่องนี้จะเข้ากับเนื้อเรื่องและเรียงซีเควนซ์ตามช่วงเวลาที่ควรเป็นอยู่แล้ว ... ขนาดของตี้เป็นฉบับย่อๆ อ่านแล้วยังรู้สึกดีเลยครับ
+ รักแห่งสยาม อาจเป็นเรื่องแรกที่พี่ไปเขียนเม้นต์ทุกที่ โดยแทบไม่ได้ก๊อปเม้นต์จากที่นึงไปอีกที่นึงเลย เพราะมันมีประเด็นใหม่ๆ จากที่นั้นๆ มาให้เขียนต่อยอดอยู่เสมออ่ะครับ ... ซึ่งความรู้สึกอื่นๆ พี่ก็ได้ไปเขียนไว้ที่บล็อกอื่น รวมทั้งหน้าที่แล้วของบล้อกตี้ไปหมดแล้ว ดังนั้นขอเขียนในประเด็นที่ตี้ได้เปิดไว้ก็แล้วกันนะครับ

+ เรื่องประเด็น sexual orientation ของโต้งหรือมิว เลยทำให้พี่มาคิดได้อีกประเด็นนึงว่า หรือเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ติดภาพ sterotype จากที่สื่อ (โดยเฉพาะสื่อไทย) ที่ชอบยัดเยียดภาพว่าเป็นแต๋ว ต้องจีบปากจีบคอดัดจริตวี้ดว้าย, เกย์ต้องน่ากลัวๆ ไล่จับผู้ชาย คนทั่วไปก็เลยมี 'ภาพจำ' เป็นแบบนั้น ... ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคนดันเอา 'ความรัก' กับ 'ความต้องการทางเพศ' มาโยงเข้าเป็นเรื่องเดียวกัน ... จริงอยู่ มัน 'เกือบจะ' เป็นเรื่องเดียวกัน และต้องไปด้วยกันก็จริง และก็ไม่เถียงว่าถ้าเรื่องในหนังยังดำเนินต่อไป ซักวันนึงถ้าโต้งกับมิวเกิดได้เป็นแฟนกันขึ้นมาจริงๆ เรื่องแบบนั้นมันก็ต้องเกิดขึ้น ... แต่ 'ความรัก' อันบริสุทธิ์ ระหว่างคนทั้งสองมันก็ยังคงอยู่ไม่ใช่หรือ
+ ก็เลยได้ทฤษฎี (ของกรูด้วยคน) ใหม่ขึ้นมาเล่นๆ ว่า โต้งรู้สึกกิ๊กกับมิว (ตามกฎข้อนึงของกิ๊กที่บอกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเพศตรงข้ามกันก็กิ๊กกันได้) ... คือโต้งรู้สึกกับมิวมากกว่าความเป็นเพื่อนรัก เพราะลองมาคิดดูว่า ผู้ชายที่เป็นเพื่อนรักกัน มันก็ห่วงกัน แคร์กันเหมือนกันนี่นา ... เพียงแต่มันไม่มีความรู้สึก 'หวาน' และความรู้สึกทางเพศมาเกี่ยวข้องด้วยแค่นั้นเอง (ถ้าวันหน้า พี่ลองแกล้งพูดหวานๆ กับอ้ายเพื่อนรักของพี่ดูบ้าง มันจะจ๊ากมั้ยน้า 555 )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:13:51:11 น.  

 

เฮียตี้

มีของขวัญมาฝากอ่ะ

เชิญไปเปิดที่บล็อกได้นะ




โดย: pangz วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:19:43:05 น.  

 
โอ้ย เขียนซะโคดยาว

หนังเรื่องนี้ไม่รู้ตลกรึเปล่า แต่กุฮาทุกฉากที่โดนัทออกมาซะงั้น


โดย: a-suan IP: 125.24.86.246 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:21:48:31 น.  

 
ยาวอ่ะ ตี้
อ่านต้นๆ ทำท่าจะดีนะ
พี่เป็นพวก ขี้เกียจอ่านส่วนที่เล่าเนื้อหา
( คือการเล่าเรื่องน่ะ )

เอาประเด็นๆ ได้ไหม
สรุปว่า วันหลังเขียนสั้นๆ กว่านี้นะ
ชีวิตนี้พี่ต้องอ่านอะไรเยอะเหลือเกิน
ตี้เอ๋ย


โดย: grappa IP: 58.9.205.89 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:22:14:00 น.  

 
ซึ้งอะพี่น้อง ...สมกับที่ไปสั่งสมประสบการณ์มา 3 รอบถ้วนๆ เยี่ยงนี้

ใครที่ซึ้งกะพี่ตี้ กำลังอึมๆได้ที่แล้ว ...ก็ขอเชิญชวนไปอึมๆกันต่อได้ที่บล็อกแห่งนี้นะจ้า

"รักแห่งสยาม" ... เรียนรู้ที่จะรัก แล้วจงรักที่จะเรียนรู้
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=onceupon&month=30-11-2007&group=2&gblog=98


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:0:04:47 น.  

 
รู้สึกเจ้าของblog จะอินความรักของมิวโต้งเป้นพืเศษ ไม่รู้ว่ามีประสบการณ์ส่วนตัวใกล้เคียงกันรึป่าว อิอิ


โดย: Grenadine1oz วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:2:11:20 น.  

 
พอดีแว่นตาผมหาย แต่ยังงัย กพิมพ์เก็บเอาไปอ่านแล้วล่ะ คุณคงรักหนังเรื่องนี้มากจริงๆ ยินดีด้วยนะครับกับความสุขที่ได้จากหนัง


โดย: beerled IP: 203.154.187.178 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:12:43:35 น.  

 
ชอบนะ คุณเขียนได้เคลียร์หมดเลยอ่ะ


โดย: ผ่านมาดู IP: 125.26.167.182 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:15:24:48 น.  

 
โดนคนแอนตี้หนังเรื่องนี้ ด่าcomment พี่ในพันทิปว่าไปดูถูกเขาด้วยจิตใจวิปริต+ต่ำทราม

เอ่อ......จะบ้าตาย!!!!!!

ไปๆ มาๆ คนที่น่ารำคาญมากกว่า กลับไม่ใช่พวกสาวกหนังเรื่องนี้นะ เพราะถึงตั้งกระทู้ถี่ๆ จนน่ารำคาญก็จริง
แต่คนที่มันตามด่าทุกกระทู้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยดู
มันน่ารำคาญกว่ามากๆ


วันนี้เกือบได้เกรียนหลุดอีกละ 555


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:20:53:28 น.  

 
ดูมาแล้ว 2 รอบ

รอบแรก อินกับน้องหญิงมากๆ โอย ตอนน้องหญิงร้องไห้เศร้าสุดใจ


รอบสอง อินกับมิว และสุนีย์มากๆ นั่งน้ำตาไหลกับฉากสุดท้าย ของแต่ละตัวละคร เฮ้อ ชีวิตมันก็ต้องอยู่กับความเจ็บปวดและความจริงต่อไป ทำไงได้ล่ะ


สรุป

เม้นต์แค่นี้น่ะนะ เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร ประทับใจอย่างเดียวโลด


อ้อ อย่าใส่ใจคนบางส่วนใยเฉลิมไทยเลย ปล่อยมันบ้า มันเกลียดหนังเรื่องนี้ไปเถอะ สัจธรรมน่ะ มีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียด แม้จะจนแต้มแค่ไหน ก็ยังเกลียด ทำได้เพียงแค่ปล่อยมันไป (ที่ชอบๆ) น่ะนะ


โดย: เข็มขัดสั้น IP: 124.120.246.33 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:23:19:43 น.  

 
โอ..ลึกซึ้งเกินบรรยาย...

เขียนต่ออีกนิดเราจะร้องไห้ละนะ

ส่วนตัวแล้วชอบประโยคของโต้งที่ว่า "แล้วความเหงามันเฮี่ยใส่มิวยังไงอ่ะ" มากๆ ฟังแล้วอบอุ่นอ่ะ


โดย: Pare IP: 58.8.173.79 วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:1:11:04 น.  

 
เมยเป็นกระทิว
ได้ข่าวมาว่างั้น ฮ่าๆๆ


โดย: ~SOS~ IP: 58.9.4.72 วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:3:08:23 น.  

 
แวะมาหาน้องปากดี555+
ใกล้จะใช้Log inได้หรือยังล่ะนี่

คนมีพ่อก็รักพ่อกันให้มากๆนะ
แล้วมาคุยด้วยใหม่

เอ้อ...ว่าจะไปดูเข็มทิศทองคำวันนี้แหละ แต่ยังไม่ได้นอนเลย ไม่รู้จะหลับคาโรงหรือเปล่า อาจเปลี่ยนใจไปวันพฤหัสฯแทน เพราะจะได้คนน้อยๆ



โดย: yibby วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:3:45:49 น.  

 
เพิ่งไปงานบทพล่ามในเว็บเด็กหนังมาเลยตามเม้นท์ที่นี่ เป็นบทความที่ยาวที่สุดแล้วของรักแห่งสยาม....แต่อ่านเพลินมากครับ


โดย: ennisdelmar IP: 124.120.170.63 วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:15:48:59 น.  

 
1. ตอนนี้กรูเป็น PR ให้หนังเรื่องนี้ไปแล้ว
2. St. Nicholus นี่มานมีจิงป่าววะ
3. อิหญิงแมร่งป่วง ทำคุนไสย
4. กรูเข้าใจความรู้สึกของมิวดีที่สุดในเรื่องเลย
5. รู้สึกรักแม่มากขึ้น
6. สินจัยแสดงดีที่สุด ขอชมจากใจ
7. ที่มันนั่งกันริมน้ำนี่ ตรงข้ามธรรมศาสตร์ใช่ป่าววะ ทำไมมีสวนป่าด้วย??
ึ8. กรุฟังเพลง กันและกัน เพียงเธอ คืออันเป็นนิรันดร์ วันละไม่ต่ำกว่า 10 รอบ
9. โดนัทรักโต้งที่สุดแล้วล่ะ ชีคงจะเสียใจไม่น้อยที่เรื่องราวมันเป็นแบบนี้
10. สงสารสินจัยตอนออกไปตามหาลูกมากๆ
11. เมื่อวันก่อนเดินสวนมิว (พีช) หน้าห้องสมุด
12. ช่วงคริสต์มาสแถวสยามและชิดลมจะสวยมาก กรูชอบ
13. ความรักนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ
14. "เห็นหลับอยู่เลยไม่ปลุกนะ"
15. กรูร้องไห้ถึง 3 ครั้งตอนดู (ดูครั้งเดียวน่ะ)
16. ร้องไห้ครั้งแรกตอนสินจัยกอดหมอนของลูกแตง
17. เรื่องนี้คุ้มที่สุดแล้วเพราะไปดูด้วยบัตรฟรีและได้ผลตอบแทนที่สูงมาก
18. จะรอซื้อ DVD เก็บแน่นอน หวังว่าคงไม่โดน censor แบบปัญญานิ่มนะ
19. จูบกันได้อรรถรสมาก
20. ทุกคนแสดงดีมากเลย ^ ^

สรุปว่าประทับใจมากจ้า
ื..no critique, it's simply ordinary, but irreproachable..

ป.ล. ในทางปรัชญาการเมือง นี่คือระดับอุตมภาพของการปะทะกันระหว่างฝ่าย liberal กับ conservative !!


โดย: Palm of Econ TU IP: 203.131.212.86 วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:19:54:07 น.  

 
T_T
ชอบเรื่องนี้โคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ร้องไห้เป้นเผาเต่า แต่ยังไม่มีเวลาไปดูรอบสองซักที


โดย: mailo_noon IP: 125.24.240.207 วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:21:33:12 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ มีความสุขมากๆทุกๆวัน โรคภัยอย่าได้ แพ่วพาน การงานรุ่งโรจน์ ไม่เจ็บไม่จนครับ และเพื่อเป็นการเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด ผมขอเชิญแวะเข้ามาที่ blog เพื่อดื่ม mocktail ครับ


โดย: veerar วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:0:10:58 น.  

 
สุขสันต์วันเกิด อายุครบ20ปีแล้ว ดีใจด้วย

เรื่องอะไรที่ไม่ดีก็ขอให้ผ่านไป มีความสุขและสนุกกับสิ่งที่รัก ขอให้สมปรารถนาในสิ่งที่ตั้งใจไว้ด้วยนะ

โชคดี


โดย: yibby วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:0:39:57 น.  

 
แวะมาส่งความสุขด้วยคน
สุขสันต์วันเกิดมาก ๆๆๆ ในเดือนมงคลที่สุดของเรา





โดย: =Lord Gary= วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:0:43:10 น.  

 
สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะเข้ามาที่ blog ผมหวังว่าคุณน่าจะชอบและในโอกาสหน้าคุณคงจะแวะเข้ามาอีกครั้งหรือหลายๆครั้งนะครับ


โดย: veerar วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:0:46:37 น.  

 
ตี้เขียนดีว่ะ พี่อยากเขียน แต่ไม่รู้ว่าจะสื่ออกมายังไงดี เพราะอ่านของแต่ละคนแล้วก็ อื้อหือ... เขียนดีชิบเป๋ง อ่านของเค้าก็ซึ้งละ

ชอบฉากในสวนที่สุด (จากการดูรอบเดียวนะ) พิชตาหวานมาก ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความรักที่ลอยอยู่รอบตัวเลยล่ะ

รอดีวีดี(หวังว่าจะออกมาเป็นแบบ 4 ชม.ไม่ตัด)


โดย: อะ-โล-ฮ่า IP: 58.136.60.158 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:0:51:11 น.  

 

แวะมา Happy Birthday ครับ

และ
มีภาพพลุเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา
ในงานจุดเทียนชัยถวายพระพรที่โคราชมาฝากครับ

จุดเทียนชัยถวายพระพร

คลิกที่รูปเพื่อร่วมกันถวายพระพรที่ Blog ได้นะครับ



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:2:03:29 น.  

 
ทำไมอ่านแล้วอยากร้องไห้ล่ะ
รู้สึกดีแบบแปลก ๆ เริ่มเข้าใจความรักขึ้นมาบ้าง
จากที่ผ่านมาไม่เคยเข้าใจอะไรเลย บางทีคำนั้นอาจจะพูดถูก
"พวกคุณรักกันมากเหลือเกิน จนบางครั้งมันก็กลับมาทำร้ายกัน"
9 เดือนแห่งการจากลา และ อีก 4 เดือน สำหรับความหวัง
แน่นอน เรามีรักนี่นา มีอะไรที่จะทำให้ใจเราไม่หวังล่ะ ?
จริงไม๊ ?


โดย: ฝ้าย IP: 125.27.245.104 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:2:26:27 น.  

 
HBD


โดย: ปราชญ์หนองผือ IP: 58.9.139.147 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:6:31:48 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ

ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ

อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ


โดย: กุ้งกลม วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:6:32:30 น.  

 

 พรใดอันประเสริฐ 


+++ขอให้เป็นของเจ้าของบ้านนะคะ +++



ZWANI.com - The place for myspace comments, glitters, graphics, backgrounds and codes



โดย: ฉันขอมีเธอในหัวใจ วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:7:18:35 น.  

 
อุ๊ สุขสันต์วันเกิดนะเฮีย


โดย: Unravel วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:7:45:19 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ


โดย: COCOSWEET วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:8:15:06 น.  

 
เข้ามาHBDจ้า ขอให้มีความสุขมากๆน่ะ

อ่านที่เขียนเรื่องรักแห่งสยามแล้ว เขียนได้ดี
เรื่องนี้ดูแล้ว..ดูเพราะกระแสพันทิปแท้ๆเลยเห็นว่าโดนแบนไม่ดูเพราะหนังเป็นวาย ....

ทีแรกว่าจะไปจิ้นไม่เอาเนื้อหา (- -)" แต่ดูจบแล้วมัน..ดีอะ ทำออกมาดี ชอบฉากที่สินจัย เข้าไปร้องให้ในห้องลูก ฉากนั้นน้ำตาไหลเลย

ปล.
ในโรงที่ดูคนกรี๊ดดดกันสนั่น เกิดมาเพิ่งเคยเจอแบบนี้


โดย: li_goro วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:8:18:13 น.  

 
>>สุขสันต์วันเกิดค่า

โดย: โสมรัศมี วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:8:22:34 น.  

 
H BD จ้า
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงๆ ร่ำรวยๆ มีตังค์ไว้ไปดูหนังเยอะๆจ้า


โดย: renton_renton วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:8:50:39 น.  

 


::::::: H A P P Y :: B I R T H D A Y :::::::


ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ



โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:9:02:59 น.  

 

Happy Birthday ขอให้มีความสุขมากๆ ไม่เจ็บ ไม่จนตลอดกาลเลยนะคะ



โดย: mamminnie วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:9:17:57 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดคร้าบบ
มีความสุขมากๆ มีคืนวันที่ดีๆตลอดไปนะคร้าบบ


โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:9:19:07 น.  

 
ว้าวววววันเกิดคนดังด้วยวันนี้

สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดด้วยน่ะคะ เจนนี่ขอให้คุณตี้ ( เรียกตามคอมเม้นท์บนๆค่ะฮิฮิ ) มีความสุขมากๆน่ะคะ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมหวังดังใจปรารถนา เจริญก้าวหน้า ในหน้าที่การงานน่ะคะ เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง สุขภาพแข็งแรงตลอดปีและตลอดไปค่ะ เพี้ยง เพี้ยง เพี้ยง

ป.ล.ดีใจที่ได้รู้จักคุณตี้ค่ะ ว่างๆก็แวะมาทักทายเจนนี่ได้เสมอน่ะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ





อ้อป.ล. เจนนี่ก็ชอบน่ะ ชอบเพลงที่มิวแต่ง แล้วร้องให้โต้งมากเลยค่ะ ฟังแล้ว อยากย้อนเวลากลับไปเป็นสาวอีกรอบแน่ะ อิอิ


โดย: สาวอิตาลี วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:9:26:44 น.  

 
hbd จ้า ยังไม่ได้อ่านบทพล่ามเน้อ ยังไม่มีเวลาไปดูหนังเลย เศร้า - -"


โดย: psycho patch วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:10:10:34 น.  

 
+ อุๆ สุขสันต์วันเกิดฮับตี้ ... พอดีเลยนะเนี่ย ได้ใช้หน้าของ 'หนังแห่งความรัก' เป็นหน้าอวยวันเกิดพอดีอ่า
... ก็ขอให้ตี้มีฟามสุขมั่กๆ, มีตังค์เหลือไว้ดูหนังทุกเรื่องที่อยากดู (แต่ก็เห็นได้ดูฟรีอยู่บ่อยๆ นี่นา ) ... และมีโอกาสเลิก 'เปนชู้กับผี' หันมามี 'เรื่องรักน้อยนิด(แต่)มหาศาล' ซะทีนะคร้าบผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:10:14:47 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะเจ้าที่.....

อายุครบ 20 แล้วก็ลดความปากดีกับคนที่เขาคิดต่างกับเราบ้างก็ได้นะ

เพื่อตัวเราเอง ..... จะได้ในนี้อีกนานๆ

ขอให้ได้เจอสิ่งดีๆ ได้ดูหนังเยอะๆ
และมีคนเข้าใจเรามากขึ้น....


โดย: คำห้วนล็อกอินหาย - - IP: 203.156.85.248 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:10:19:25 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะคะ

มีความสุขมากๆ คร่า



โดย: eiffel_n วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:10:22:55 น.  

 
ไม่มีเค๊ก ไม่มี่ของขวัญนำมาฝาก
แต่เพียงนำข้อความนี้มาฝาก สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะค่ะ ร่ำรวยเงินทอง เจ้าค่ะ


โดย: paerid วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:10:25:46 น.  

 


*** สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ

พรใดที่เป็นของชาวโลก

สุขใดที่ช่วงโชติของชาวสวรรค์

รักใดที่อมตะและนิรันดร์

ขอรักนั้นและพรนั้นจงเป็นของ....จขบ. คะ***



โดย: หน่อยอิง วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:10:53:02 น.  

 



โดย: a_mulika วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:11:00:19 น.  

 

ขอให้มีความสุข สดชื่น สมหวัง

กายและใจแข็งแรง

เป็นที่รักของทุกคนนะคะ


โดย: ปักเป้าจุด วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:11:41:49 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ...



โดย: kanok_noi วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:11:42:24 น.  

 


สุขสันต์วันเกิดนะเจ้าค่ะ
ขอให้มีความสุขสมหวังกับทุกสิ่งที่ปรารถนา
รักษาสุขภาพนะเจ้าค่ะ
จุ๊บ จุ๊บ
********************


โดย: molakun1918 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:12:00:13 น.  

 
happy birthday นะคะ คิดหวังสิ่งใดสมดังปรารถนาทุกประการค่ะ


โดย: แม่น้องอัฒน์ วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:12:45:17 น.  

 


โดย: pigarea วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:13:31:33 น.  

 



ป้าพานางฟ้ามาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*****




โดย: ป้าหู้เองค่ะ (fifty-four ) วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:13:46:33 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดจ้า มีความสุขมากๆนะ

แหม คุยกะเราเมื่อคืน ไม่บอกซักคำ อิอิ


โดย: อะ-โล-ฮ่า วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:15:19:28 น.  

 
happy birthday ค่าาาาา...ขอให้มีความสุขมากๆๆๆๆๆนะคะ


โดย: รักได้ทีละคน วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:15:35:13 น.  

 
แวะเข้ามา Happy Birthday ด้วยคนค่ะ มีความสุขมากกกกกกกนะคะ


โดย: น้ำตาล (ladysugar ) วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:15:48:44 น.  

 
สุขสันต์วันเกิด
พิเศษ...
สำหรับอาเฮีย







แก่แล้วเคอะ...แก่แล้วเคอะ








โดย: อาเจ้รู้ใจอาเฮีย^^ (pangz ) วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:16:18:33 น.  

 
^
^
โฮกกกกกกกกกกกก

ขอตัวเป็นๆได้ปะ 555+


โดย: อาเฮีย IP: 161.200.255.162 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:16:20:47 น.  

 


โดย: nuuyin วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:16:40:11 น.  

 
20ปีแล้วเหรอเนี่ย
เกิดวันที่ 6 ธันวาคม ติดวันมหามงคลด้วย
(เธอทราบมั้ยว่าวันที่ 5 ธันบาคม น่ะวันมหามงคล เมื่อวานได้จุดเทียนชัยบ้างป่ะ)
โอเค Happy birthday ละกัน


สุดท้าย Long live the king
ขอจงทรงพระเจริญ


โดย: ไม่น่าเชื่อว่าฉันแก่กว่าเธอแค่ปีเดียว IP: 203.113.60.75 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:17:07:31 น.  

 
H-B-D นะคะ ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ


โดย: เพ็ญเพียงพอ วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:18:01:12 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ


โดย: พิกกี้เม้าส์ วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:18:15:36 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ

ขอให้มีสุขภาพร่ายกายสมบูรณ์แข็งแรง

ไม่เจ็บไม่ไข้ เงินทองไหลมาเทมา ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไป

มีความสุขมากๆ ค่ะ


โดย: กุ๊กไก่ (kaijunk ) วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:18:22:05 น.  

 
พี่ตีี้...
แฮปปี้เบิร์ธเดย์...ด้วยคน
มีความสุขมากๆ นะคร้าบ

รักแห่งสยาม..
เพิ่งจะได้ดู เมื่อวันจันทร์นี่เอง
สนุกดีเหมือนกัน


โดย: zyerE IP: 124.120.92.39 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:19:44:24 น.  

 
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ...สมหวังดังคิดค่ะ..


โดย: แฮปปี้เบิร์ธเดย์ (sunries ) วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:19:57:03 น.  

 
เเวะมา HBD จ้า
เข้าไปฟังเพลงได้ที่บล็อคพี่นะ
Click ที่รูปเลย


Otanjoubi Omdetou From pikaball


โดย: pikaball วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:20:33:39 น.  

 




โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:20:35:32 น.  

 
ช้านชอบหนังเรื่องนี้มากๆเหมือนกานอะ
ชอบส่วนของหญิง
กับการแอบรักใครสักคน
ชอบที่ถามว่า ยังมีหวังอยุ่รึป่าว
ช้านก้อเอากลับมาถามตัวเอง
เหอะๆๆ

โดนจิงๆ


โดย: MinT-HamU IP: 58.9.69.193 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:20:49:18 น.  

 

Happy birthdayd

.....................................................



โดย: ซ่อนรอยยิ้ม วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:21:22:05 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะค้าบ

มีความสุขขึ้นตามปีที่มากขึ้นนะครับผม


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:21:25:33 น.  

 
สุดยอด มาก ... เกินความคาดหวังจากที่ได้ยินมา
มีหลายจุดที่ ซึ้งสุดๆ ... ฉากที่ มิว บรรยายความเหงาตัวเอง นี้มันทามให้ เจ็บปวดได้ใจมาก
ยิ่งมาคิดว่า จาเกิดอารายกับมิวหลังจากนี้ ... มิวต้อง เหงา อีก รึ ป่าว ยิ่งทำให้ รู้สึกร่วมไปกะมิวมาก
ขอทีนะ ... หนังเชี้ย ไร เนี้ย ซึ้ง สัดๆ ...
...
ปล. รู้สึกมีความหวังกับหนังไทยมากขึ้น แต่ ก็ ... มี มาร อย่าง โปงลางอเมซซิ่งมา ผจญ ...
เซรงจิต
...
แต่ว่า ... หนังเรื่อง นี้ ... ดี แบบ .... ขออีกรอบ


โดย: Hammer IP: 202.57.177.236 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:22:30:33 น.  

 
ไปโดนเลือดสาดจนบังตามารึ
คริคริ


โดย: Unravel วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:22:31:38 น.  

 

Happy Birthday Glitter Graphics from FreeGlitters.com



โดย: i_nookae วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:22:38:57 น.  

 



ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ มีทรัพย์สินใช้ไม่ขาดมือ เดินทางปลอดภัยค่ะ




โดย: ส้มแช่อิ่ม IP: 124.120.187.27 วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:22:46:09 น.  

 

ขอให้เจ้าของวันคล้ายวันเกิด มีความสุขมากๆค่ะ สมหวังในทุกสิ่งนะคะ สุขภาพแข็งแรง การเรียน การงานเจริญก้าวหน้าค่ะ...สาธุ


เมื่อวานไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ของจริงที่นำมาจากประเทศจีนมาค่ะ นำภาพมาให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้ร่วมอนุโมทนาค่ะ ขอมงคลบังเกิดแก่ทุกคนค่ะ...สาธู้!!



โดย: deawdai วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:23:44:05 น.  

 
อยากดูบ้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
พี่ตี้ แผ่นออกมะไหร่ ส่งมาให้หน่อยนะ


โดย: ป๊ากบิ๊กเปา IP: 69.26.104.98 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:5:50:15 น.  

 
+ ว้าว! จะมีผลงานบนดินเจงๆ รึคับเนี่ย แสดงว่าสำบัดสำนวนเข้าตาใช้ได้เลยนะเนี่ย ... แต่ระวังจะไม่ค่อยมีเวลาเขียนบล็อกเหมือนคุณหมอพีฯ ช่วงหลังๆ นี่น้า ... เพราะบล็อกอยากเขียน อยากเสร็จเมื่อไหร่ก็ได้ ตามแต่อารมณ์ แต่งานแบบนั้นมันเป็นเชิงพาณิชย์ มีเดดไลน์กำกับคอหอยอยู่ ก่อความเครียดให้แก่ชีวิตเป็นอย่างสูง ... ก็ลองชั่งๆ ดูแล้วกันเน้อ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:11:35:35 น.  

 
HBD ครับ

ดูรักแห่งสยามจบ อารมณ์ก็พล่ามๆ เหมือนกันอะ

ว่าแต่ทำไมหลังๆ อมยิ้มหายครับ _ _"


โดย: ayres IP: 58.64.104.127 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:23:49:19 น.  

 
โห กว่าจะเข้าเนทได้ กว่าจะเข้าบล๊อกได้อีก ไม่รู้เป็นอะไร เนทโคตรช้าเลย

จะมาบอกว่าพี่ไม่อยู่2-3วันนะ ไปเช้าวันเสาร์ กลับเย็นๆวันจันทร์ จะไปดูคอนเสิร์ตLOVEiSที่โบนันซ่า(เขาใหญ่)

กลัวว่าถ้าตี้มาถามหรือคุยอะไรกับพี่แล้วจะไม่รู้ ว่าทำไมพี่ถึงไม่ตอบกลับสักที

อยากดื่มนมอืมมม มิลค์ของฟาร์มโชคชัยมั้ย ไม่ได้จะซื้อมาฝากหรอก แต่จะดื่มเผื่อ 555+

คิดดูสิ นี่ก็จะตีสองแล้ว ยังไม่ได้นอนเลย พรุ่งนี้ต้องขับรถอีก...ไม่อยากจะคิดถึงสภาพของตัวเอง เฮ้อ

อย่าไปทำให้ใครเขามาทะเลาะด้วยล่ะ ปวดหัวเปล่าๆ เรื่องรอยัลตี้ไว้มาคุยกับพี่ พี่ก็คิดคล้ายกับตี้น่ะแหละ เหอ เหอ แล้วจะมีใครมาอุ้มล็อกอินพี่ไปไหมนี่

แล้วคุยกัน~~


โดย: yibby วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:1:43:40 น.  

 
เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าผู้ผู้กำกับหนัง จะได้กล่อง หรือจะได้อิฐ ... มีกระแสหลายรูปแบบ ทั้งชมและด่า.. ผมไม่ได้ดูเรื่อวนี้หรอกครับ เลยไม่สามารถอ้าปากดิชมได้

แรกเริ่มเลยดู ตย. แล้วต้องขอผ่านแต่พอรู้ว่าผู้กำกับคนเดียวกับเรื่อง 13 ก็ต้องเปลี่ยนความคิดว่าต้องดูอีก
แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ไปอ่านเจอเมนต์ว่าเป็นหนัง Y คราวนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ลืมไปได้เลยเรื่องที่ผมจะเข้าไปดูหนังแนวนี้

ล่าสุดอาทิตย์ก่อนไปหาหนังดูแถวโรงหนังเครือ Apex เห็นเด็กวัยรุ่นแต่งตัวออกแนวแต๋วๆเพียบเลย ไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้กระตุ้นบางหรือเปล่า?


โดย: merf1970 วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:16:46:54 น.  

 
ตอนดูยังไม่ร้อง

แต่พอกลับมาอ่านของแกเขียนไว้อีกรอบแล้ว อดน้ำตาซีมไม่ได้อีกแล้ว ฮือ...


โดย: cheatoneself IP: 125.24.90.44 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:1:33:45 น.  

 
happy birthday
I don't know when but I guess it's over already.

I can't use Internet at home, so can't type Thai.
didn't know this movie is about love between males.
anyway,seem like a good movie but I think I will not have a chance to see.


โดย: iaiapprentice IP: 133.30.14.128 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:7:26:28 น.  

 
อาเฮีย
ไหนๆก็กลับบ้านแล้ว
ขอของฝากบ้างดิ

เอามาให้หมดเลยที่ดังๆในอุดรอ่ะ

อะคริ อะคริ





โดย: pangz วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:15:31:29 น.  

 
มาขอของฝากด้วย


โดย: panumas05 IP: 58.64.102.191 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:16:58:16 น.  

 
ไม่มีงบของฝากครับ
กราบขอประทานอภัย


โดย: nanoguy วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:17:31:51 น.  

 
*********


โอ้ว คนมาคอมเมนต์เยอะมากๆ ดังใหญ่แล้วนะครับคุณตี้

เข้าเรื่องเลยดีกว่า
วันก่อน เพื่อนผมมาถามผมว่า รักแห่งสยามเป็นหนังเกย์หรือเปล่า
ผมตอบเขาไปว่า ถ้ามองผ่านๆ น่ะใช่
แต่ถ้ามองภาพรวมทั้งหมดน่ะไม่ใช่
เพราะนี่เป็นหนังรักที่มีชายรักชายเป็นส่วนประกอบหลัก
แต่สิ่งที่หนังต้องการจะพูดถึงจริงๆ คือ ความรัก
ซึ่งไม่ใช่แค่ความรักที่เกิดในสยามเท่านั้น
แต่คือความรักหลายแบบที่มนุษย์ทุกคนบนโลกต้องเคยมี เคยเจอ
ซึ่งประเด็นนี้มันยิ่งใหญ่และน่าศึกษามากกว่าหนังเรื่องนี้จะวายไม่วายมากครับ

หนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ สมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง
แต่ถ้าเทียบกับหนังไทยเรื่องอื่นๆ ในปีนี้ (หรืออาจจะรวมปีอื่นด้วย)
หนังเรื่องนี้เหนือชั้นกว่าเรื่องอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ความเหนือชั้นของหนังเรื่องนี้ที่ผมนึกได้ มีดังต่อไปนี้ครับ

ข้อแรก การดำเนินเรื่อง
ทั้งๆ ที่ตัวเรื่องจริงๆ แล้วเป็นเมโลดราม่า สามารถทำให้บีบคั้นอารมณ์ได้
ซึ่งถ้าทำไม่ดีก็จะกลายเป็นหนังน้ำเน่าธรรมดาๆเรื่องนึง

แต่ผกก.กลับสร้างอารมณ์หนังให้ดูเรียบๆ เรื่อยๆ
ให้คนดูซึมซับอารมณ์ของหนังเรื่องนี้เอาเอง
ทำให้คนดูสามารถละเลียดใจความในหนังได้อย่างช้าๆ
ซึ่งความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมว่าหนังแบบนี้ทำยากกว่าหนังเร้าอารมณ์ทั่วไป
เพราะถ้าเอาไม่อยู่มันก็จะกลายเป็นน่าเบื่อ
แต่หนังเรื่องนี้คุณมะเดี่ยวสอบผ่านครับ
ผมดูเรื่องนี้แล้วอดคิดถึงอารมณ์ตอนดูหนังเรื่อง Brokeback Mountain ไม่ได้


ข้อสอง การแสดงที่น่าปรบมือให้ทุกคน
ทั้งหน้าใหม่ อย่างพระเอกทั้ง 2 คน(คุณมาริโอ้กับคุณพิช เล่นได้อารมณ์ brokeback mountain มากๆ ครับ)
น้องหญิง อาม่า คุณกบ เพื่อนๆ และแน่นอนที่สุดคุณสินจัย
การแสดงของคุณสินจัยยอดเยี่ยมมาก เหมาะสมกับรางวัลจากทุกสถาบันครับ
แต่ฝีมือเธอนั้นเก่งมาแต่ไหนแต่ไร เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้ว ผมถึงไม่ค่อยประหลาดใจกับฝีมือเธอมากเท่าไร
แต่คนที่ทำให้ผมประหลาดใจในการแสดงของเธอที่สุด คือ คุณพลอย เฌอมาลย์ครับ
เธอทำให้ผมลืมไปเลยว่าเธอคือพลอย ดาราที่มีภาพลักษณ์เด่นชัดมากคนนึง
คิดแต่เพียงว่า เธอคือ สาวจากต่างจังหวัดที่ต้องมาผจญชะตากรรมในเมืองกรุงจริงๆ
นอกจากคุณนกแล้ว ผมขอเชียร์น้องพลอยในสาขาสมทบหญิงอีกคนนึงครับ

ข้อสาม ดนตรีเพลง
ถ้าฟังแบบเดี่ยว อาจจะไม่ค่อยเพราะมากเท่าไร เพราะไม่ค่อยอิน
แต่ตอนที่ฟังระหว่างดูหนังหรือฟังตอนที่ดูหนังจบแล้ว
จะฟังเพราะกว่าเดิม 100 เท่า!
แถมเพลงในหนังไม่ได้ใส่ไว้เฉยๆ แต่มันทำหน้าที่ร้อยเรียงอารมณ์ที่กระจัดกระจายในหนัง
ให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวได้อย่างดีเยี่ยม
ผมขอฟันธงอีกครั้งนึงว่า รางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม ไม่หนีไปจากหนังเรื่องนี้แน่นอน

ข้อสี่ มุมมอง(attitude)ของผกก./เขียนบท
คุณมะเดี่ยวไม่ได้มองความรักในแง่บวก หรือแง่ลบ แต่เขาสิ่งต่างๆ ในแง่จริง
เขามองว่าชีวิตคือความเจ็บปวด แต่ยังไงก็ต้องฝ่าข้ามมันไปให้ได้
เขามองว่า ความรักไม่ได้จำเป็นต้องสุขสมหวังเสมอไป แต่การที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีโอกาสรักเขา นั่นมิใช่สิ่งสวยงามหรือ
บางคนอาจจะแอบขัดใจ ที่หนังของเขามีฉากเด็กนักเรียนกินเหล้า มั่วสุมแต่ผมว่ามันคือสิ่งที่เป็นจริงๆ
และกลุ่มที่มั่วสุมนี้ก็มีดีมากกว่าภาพภายนอกที่พวกเรามองเขา
แม้จะอายุไม่มาก แต่ผมว่า ผกก.เรื่องนี้เป็นคนที่เข้าใจชีวิตได้ดีคนนึงครับ

แต่ใช่ว่าจะชมอย่างเดียวนะครับ สิ่งที่ผมแอบขัดใจเล็กๆ มีดังนี้
ข้อแรก ความยาวของหนัง ผมว่าหนังยังมีบางส่วนที่สามารถตัดออกได้อีก
โดยไม่ทำให้ใจความของเรื่องเสียหาย

ข้อสอง การโปรโมต ไม่เกี่ยวกับหนัง แต่ขอบ่นในฐานะที่มันเป็นส่วนหนึ่งของหนัง
เพราะบางคนที่เขารู้สึกโดนหลอก อาจเกิดอารมณ์ไม่พอใจ ก่อเกิดอคติจนมองข้ามจุดดีของหนังไปอย่างน่าเสียดาย

ข้อสาม โดนัท ใครจะว่าอย่างไรไม่ทราบ แต่ผมว่าเธอเป็นจุดด้อยของหนังเรื่องนี้ครับ(ทั้งตัวบทและนักแสดง)

พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ถ้าคิดอะไรได้จะกลับมาเขียนต่อนะครับ


*****************************************


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:3:31:41 น.  

 
+ หุๆ เก็บตังค์ซื้อของฝาก เอาไว้ดูหนังแทนล่ะจิเนี่ย เหลือน่าดูๆ อีกตั้งหลายเรื่องก่อนสิ้นปีอ่า
... ของพี่ อาจเหลือไม่กี่เรื่องที่เล็งไว้แล้วอ่ะครับ ... อย่าง I am legend นี่ 50-50 เลย ถ้าออกแนวแอ๊คชั่นดาดๆ ก็บาย, ส่วน AVP2 ก็คงบายแน่ๆ
... ไว้รอลุ้นเดือนมกรา-กุมภา เดือนแห่งหนังรางวัลของไทยดีกว่า ว่าจะมีเรื่องอะไรหลุดเข้ามาฉายได้บ้าง ... แต่ดีใจที่เห็นโปสเตอร์ของ No country for old men แปะไว้ที่เครือ Apex แล้ว อยากดูง่ะ (ที่อ่านมาเห็นว่าโหดมั่กๆ นี่นา)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:10:32:50 น.  

 
ของฝากของอุดรนี่มีไรมั่งอ่ะ
เกิดมาเคยไปเฉียดแถวอีสานแค่โคราชเอง
นอกนั้นยังมิเคยไปเลยอ่ะ


โดย: Unravel วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:22:19:59 น.  

 
ไม่เกี่ยวกันแต่อยากบอก
นั่งอ่านบล็อกของพี่เต๋อมา2ชั่วโมงแล้ว
ตกหลุมรักขึ้นไม่ไหว เห้อ
อะคริ อะคริ

แหมๆ nanoguy ก็ดังเหมือนกันนี่หว่า




โดย: pangz วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:22:38:29 น.  

 
ไปดูรอบ 4 มาแล้วเฟร้ยยย ฮ่าๆๆๆ++


โดย: merveillesxx วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:3:38:27 น.  

 
อะนะ เฮ้อ


โดย: Onlineza วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:0:44:22 น.  

 
โอยยยยยยยยยยยยยยยยยย เลิศมากแกบางฉากที่ไม่คิดว่าจะสำคัญแกก็ตีความได้อย่างดีลึกซึ้งเวอร์เลยว่ะ ชอบ ๆ ซึ้งได้ใจจอร์จ มาก ๆ น่ะ


โดย: takeoff IP: 161.200.255.162 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:0:50:22 น.  

 
อัพเดทบล๊อกได้แล้ว
ว่าแต่ตอนนี้อยูไหนเนี่ย อุดรฯหรือกรุงเทพฯ?
แล้วตกลงต้องเป็นทหารแล้วใช่มั้ย?(อย่าหาว่าพี่ปากเสียนะ แค่ล้อเล่น) แต่ไม่ลองเป็นดูสักปีเหรอ เผื่อจะติดใจ เหอเหอ



แล้วจะแวะมาใหม่นะ เดินทางไปไหนก็ระแวดระวังบ้างนะ โจทก์เยอะ กลัวน้องชายโดนดักตีหัว...
โชคดี โชคดี แล้วคุยกัน


โดย: yibby วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:1:18:19 น.  

 
เข้า มา ดู

คนหัวแข็ง โดนดักตีหัว ก็ไม่เป็นไรหรอก5555

เออ นั่นดิ ตอนนี้อยู่ไหน ??????


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:3:38:24 น.  

 
จะสอบแร้วสิเนี่ยยยยยย


วันนี้ไม่ไปโรงเรียน ขี้เกียจ
คนก็ไปกันน้อยโค ตร เมื่อวานมากัน 6 คน
นอนเล่นบิงโกลงตังกันตั้งแต่เช้ายันบ่าย


วันนี้เลยไม่ไป
นั่งกู้บล๊อกหิมาลัยจะเสร็จละ


โดย: Unravel วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:13:47:32 น.  

 
เอ้อ ลืมไป
บอกจะตามไปแฮ่นเนี่ย
รู้แล้วเหรอว่าคืออะไร เอิ๊กๆ
(จริงๆก็เดาไม่น่ายากหรอกเนอะ)


โดย: Unravel วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:13:49:04 น.  

 
อะ

มาเม้นท์เป็นอันที่ 117


โดย: Unravel วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:1:07:12 น.  

 


เข้ามาช่วยเพิ่มยอด
มีความสุขมากๆนะ
แล้วจะแวะมาใหม่คร้าบบ


โดย: yibby วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:14:41:08 น.  

 


โดย: renton_renton วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:16:33:52 น.  

 
เตรียมซ้อมตะโกนก่อนว่า "พี่ผมครับ...พี่ผม"

เอาไว้ได้ลงบทความใน สตาร์พิคส์ เมื่อไหร่ สงสัยเนื้อจะหอมยิ่งกว่าโรยแป้งจอห์นสันอีกนะนั่น ...


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:16:39:54 น.  

 
พิ่งได้เข้ามาอ่าน
เพราะไปดูเรื่องนี้ช้ากว่าชาวบ้านชาวช่องเค้า
ชอบสิ่งที่หนังเรื่องนี้สื่อมากมายอ่า

ชอบฉากที่สุนีย์ตามหาโต้ง
กะฉากที่โต้งให้จมูกไม้มิว โคด


โดย: MadSatan IP: 161.200.255.162 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:10:03:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nanoguy
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนในสังคมจารีตที่มีความคิดทางเวลาแบบไตรภูมิจะไม่ให้ความสำคัญแก่เวลาตามประสบการณ์ กล่าวคือไม่ให้ความสำคัญแก่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นจริงของชีวิตและสังคมว่าดำเนินมาและดำเนินไปอย่างไร เชื่อในการคลี่คลายเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมซึ่งจะต้องเป็นเช่นนั้นตามกฎแห่งเวลาของพุทธศาสนา

- อรรถจักร สัตยานุรักษ์
(จากบทความ "ความเปลี่ยนแปลงความคิดทางเวลาในสังคมไทย" วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง 4 ตุลาคม 2531)




Let this song rhyme our souls
when your voice and mine become one and whole.

Let it carry us high above
When we recite our poetry of love
that when there's love then there's hope.

Your love is my light,
and it'll get us through this lonely night.

- รักแห่งสยาม (ซับไตเติ้ลอังกฤษเพลง กันและกัน ท่อนฮุค)









Friends' blogs
[Add nanoguy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.