Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
12 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
ไปงานแต่ง แทนที่จะได้คุย แต่ทุกคนเอาแต่ก้มหน้าจิ้ม IPHONE!!!

เราไม่ชอบไปงานแต่งงาน
ตั้งแต่อายุ 25 ขึ้น
เวลาได้การ์ด
ไม่อยากไป
ถ้าไปต้องสนิทจริง ๆ
แล้วเรารู้สึกเกิน 10 คนหรือ 1 โต๊ะจีน
เราถึงจะไป

หลัง ๆ มานี่ไม่ไปเลยนะ
ไปปีละครั้งได้ นอกนั้นใส่ซองให้หมด
คือมันมีหลายเหตุผลมากนะสำหรับการที่จะไม่ไป
หลัก ๆ ก็คือ

ไม่ได้สนิทกับบ่าวสาวจริง ๆ ก็ไม่ไป
ถ้าสนิท คือต้องเพื่อนทำชมรมรุ่นเดียวกัน
อย่างน้อยก็การันตีได้ว่าเพื่อนคอมมิตีไปแน่นอน อันนั้นถึงไป





มันเปลืองนะ
ไม่ได้เปลืองเฉพาะค่าใส่ซองเป็นพันนะ
แต่เปลืองค่าแต่งหน้า ทำผม หาเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า
แล้วค่าแท็กซี่ไปกลับอีก เพราะเราขับรถไม่เป็น
เราว่าบางครั้งไม่ไปแล้วใส่ไป 500 ยังถูกกว่าต้องมานั่งแต่งตัวเลย ค่าแต่งหน้า + ทำผม ยังไม่รวมค่ารถก็ 500 แล้ว
ค่าแท็กซี่ไป-กลับต่ำ ๆ ก็เที่ยวละ 100 ไป+กลับ 200 แหล่ว
นี่ยังไม่รวมค่าชุดนะ ที่บางครั้งไปซ้ำ ๆ เพื่อนกลุ่มเดียวกันก็ต้องไปหาซื้ออีก
อย่างน้อย
เพื่อนแต่งงาน 1 คน
เสียไปแล้ว 1700 อย่างต่ำ ๆ
ช่วงนี้แต่งกันเยอะ อารมณ์ขึ้นเลข 3 ทุกคนคงอยากจะสละโสด
ให้ไปทุกคน จนพอดี





แต่ก็มีเพื่อนเราบางคนชอบไปงานแต่งงานนะ
เพราะเธอชอบแต่งตัวไง
แบบว่าไม่อั้น
ขอให้เอ่ยปากชวนเถอะ
ไปแน่นอน
เพราะเธอมีชุดสวย ๆ เยอะ
ไม่มีโอกาสได้ใส่เลยพวกชุดหรู ๆ
จะได้ใส่ก็งานแต่งนั่นแหละ
แล้วพอดีเธอเป็นสมาชิกเครื่องสำอางที่แต่งหน้าได้ฟรี
ก็เลยใช้ให้คุ้มซะหน่อย
เสียค่าทำผมหน่อย
กลับมาดูรูปที่ไปงานแต่ง
มีแต่คนบอกว่าสวย
คุ้มละ

ผิดกะเรานะ
เรารู้สึกว่ามันเป็นการหมดเปลืองโดยใช่เหตุ
เราไม่มีชุดด้วย เครื่องประดับก็ไม่ใส่
รองเท้าก็มีแต่ส้นแบนใส่ขึ้นรถมอร์ไซด์ ต่อรถไฟฟ้าและเดินไปทำงาน
แล้วเวลาไปงานแต่ง
ใส่แว่นก็ไม่ได้ ต้องใส่ contact lens เจ็บตาจะแย่ขนาดใส่แป๊บเดียว
ถ้ารูปออกมาก็ไม่เคยดูดีเพราะหน้าแบนมาก
หน้าตรงยังพอจะแต่งหน้าให้ดูมีความนูนได้หน่อย
เห็นถ่ายข้างแล้วจะเป็นลม
หน้าแบนได้อีก ดั้งก็ไม่มี หน้าก็บาน โอ๊ย สารพัด
แขนก็ใหญ่ พุงก็ปลิ้น
โอ๊ย เวลาดูรูปที่ไปงานแต่งทีไร ไม่เคยพอใจในหน้าตาตัวเองเลยทั้ง ๆ ที่ก็แต่งหน้า ทำผมให้ดูดีกว่าปกติแล้วนะ






เหตุผลต่อไปที่เราไม่อยากไปงานแต่ง
เรารู้สึกว่าเวลาไป
เราก็ไม่ได้พูดคุยกับบ่าวสาวหรอก
ไปถ่ายรูปหน้างาน 1 รูปให้รู้ว่าไปก็จบแล้ว
บ่าวสาวก็ทิ้งเราแล้ว
เพราะคนมันก็เยอะ ก็เข้าใจว่าคงดูแลไม่หมดหรอก
แล้วเราเป็นเพื่อน เค้าก็ต้องดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ก่อน
เหมือนการถ่ายรูปหน้างานเป็นการเช็คชื่อของบ่าวสาวเท่านั้นเองว่าใครมาบ้างเวลากลับมาดูรูป
เพราะในงานเค้าก็จำไม่ได้หรอกว่าใครมาบ้าง
เราก็ต้องไปประสบชะตากรรมนั่งโต๊ะจีนกับใครบ้างก็ไม่รู้





ถ้าได้นั่งกับเพื่อนที่สนิทก็ดีหน่อย
แซวกันไปแซวกันมาสนุกสนาน
แล้วก็จบท้ายด้วยการถามตรงเป้าว่า
"มีแฟนรึยัง"
ตูเกลียดคำถามนี้โว้ยยยย
ถ้ากูมี กูควงมาแล้ว ไม่ต้องถาม

พอตอบว่าไม่มี
เพื่อนก็ถามอีกว่า เรื่องมากอ่ะเดะ
เลข 3 แล้วนะ เลือกซักคน
เอิ่ม
เพื่อน ๆ คะ
ไม่คิดว่ามันไม่มีเข้ามามั่งเหรอคะ
คิดว่ากูจะเสน่ห์แรงมีเข้ามาให้เลือกแต่ไม่เลือกได้เลยเหรอคะ
มองหน้ากูหน่อย






บางครั้ง
เพื่อนร่วมรุ่นที่สนิท ๆ ก็ไม่ได้ไป
นั่งกับรุ่นพี่หรือรุ่นน้องที่ไม่ได้สนิทอะไรมากมาย
ก็ไม่รู้จะคุยอะไร
ส่วนใหญ่ก็แค่ถามว่าเป็นยังไง ทำงานที่ไหน จบ

แถมบางครั้ง คุยไปคุยมา
เค้าคงคิดแล้วว่าสนิทกับเรา
ยื่นซองแต่งงานมาให้ซะเลย
ตูจะบ้าตาย
ตูยิ่งไม่อยากได้ซองอยู่
นี่ตูสนิทกะเมิงตั้งแต่เมื่อไหร่
แค่มานั่งติดกัน คุยกันนิด ๆ หน่อย ๆ เนี่ยนะ
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่เราไม่อยากไป
เราไม่อยากได้ซองเพิ่มสำหรับอิพวกมาต่อยอดแจกซองเพื่อนในงานแต่งเพื่อนอีกคน




แล้วเดี๋ยวนี้
ทุกคนมี iphone กันหมด
ยกเว้นเรา
ใช้มือถือรุ่นนี้มาจะ 5 ปีแล้ว
โบราณมาก เข้า wap ยังช้ามากเลย
3G นี่ไม่รู้จักนะจ๊ะ What's app เป็นไงไม่รู้จัก
เครื่องเราเป็นแต่ส่ง sms

เมื่อวาน
ไปงานแต่ง
พอมานั่งโต๊ะ
เราตกใจมาก
ทุกคนยกเว้นเรา
ก้มหน้า ก้มตาจิ้ม iphone กันหมดทุกคนเลย
คือเราเข้าไปนั่งโต๊ะ
พวกที่นั่งจิ้มอยู่ก่อนแล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองว่าใครมานั่งโต๊ะเรา
ทักทายนิดหน่อย
แล้วก็ก้มตากดมือถือของตัวเองต่อไปอย่างเมามัน





เราทนไม่ไหว
เพราะตูไม่รู้จะคุยกะใคร
ตูไม่มีให้กดด้วย
(ม่ายช่าย)
เราก็พูดทีเล่นทีจริงขึ้นมาว่า
ไม่คิดจะคุยกันแบบมองหน้ากันมั่งเลยเหรอ
รู้ ๆ ว่าจิ้มคุยกันอยู่
นี่ชั้นอุตส่าห์แต่งหน้า ทำผมมาเลยนะ มองชั้นหน่อย
ได้ผลหน่อยนึง
ทุกคนก็เงยหน้าขึ้นมอง
คุยได้ไม่กี่คำ
ไอ้ฝั่งไหนที่เราหันไปคุย มันก็คุยกลับมา
ส่วนอีกฝั่งที่เรายังไม่หันไปคุย
มันก็ก้มหน้า ก้มตากด iphone ของมันต่อไป
แล้วที่สำคัญ
บางคนควงแฟนมา
แต่ก็ไม่ได้คุยกันนะ
ทั้งตัวเอง ทั้งแฟนก็ต่างคนต่างกดเครื่องตัวเอง
เซ็งเลย

ไม่น่ามางานนี้เลยตู
จริง ๆ ไม่ต้องมาก็ได้นะ
เพราะเพื่อนไม่ได้ให้ซองด้วย
ชวนทาง facebook เอา
ไม่ไปก็สามารถประหยัดไป 1700 เลยนะนั่น
แถมไม่ต้องมาเซ็งอารมณ์กับอีพวกผี iphone ด้วย




เรายังมีเจตนารมณ์เดิมนะ
ว่า
ถ้าเราได้แต่งงาน
เราจะไม่จัดงานแต่งงาน
เรายังคงเชื่อเหมือนที่เราเคยเขียนบล็อคเก่าไว้ว่า
การจัดงานแต่งงานที่ดีที่สุดคือการไม่จัด
จนบัดนี้
เราก็ยังเชื่อแบบนี้อยู่
ไม่มีใครสนใจงานแต่งเท่าเจ้าบ่าว เจ้าสาวและญาติของทั้ง 2 ฝ่าย
สิ่งที่คนจดจำมากที่สุดคืออาหารอร่อยมั้ยแล้วมาตรงเวลารึเปล่า
เพราะเรื่องอื่น ไม่มีใครสนใจ บางทีเค้าพูดอะไรบนเวที
พวกเราไม่ได้ยินด้วยซ้ำเพราะมัวแต่คุยกันเองหรือถ่ายรูปกันเองอยู่

ดังนั้น
ถ้ามีโอกาสได้แต่ง
งานเราคงมีแค่เลี้ยงพระตอนเช้าเป็นสิริมงคลเท่านั้น

ไม่มีรูปถ่ายหน้างาน
ไม่มีชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาว
ไม่มีการ์ด
ไม่มีซอง
ไม่มีของชำร่วย
ไม่มีซุ้มดอกไม้
ไม่มีเวที
ไม่มีเค้ก
ไม่มีดนตรี
ไม่มี VDO presentation
ไม่มีอาหารเลี้ยงแขก
ไม่มี
ไม่มี
และ
ไม่มี

แขกไม่ต้องใส่เดรส แต่งหน้า ทำผมมางานเรา
ไม่ต้องเตรียมอะไรมา
เตรียมแต่ใจที่เป็นกุศลที่พร้อมจะให้
หรือแค่หาอาหารใส่ท้องให้ไม่หิวก็พอ
ใครอยากใส่ซองจริง ๆ ก็มีซองให้แล้วใส่ขึ้นพานถวายพระได้เลย
งานเรา
จะไม่มีของชำร่วยติดมือกลับบ้าน
มีแต่บุญกุศลที่มาร่วมทำบุญกับเราในครั้งนี้ติดตัวนำไปใช้ชาติหน้าด้วยกัน

เอิ่ม
งานพร้อม
ว่าแต่
เจ้าบ่าวอยู่ไหนเนี่ย



Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2555 10:59:20 น. 12 comments
Counter : Pageviews.

 
อ่านแล้วชอบค่ะ ตรง โดน และจริงดีทุกคำเลยค่ะ ยิ่งรู้สึกว่าใช่เลยตรงช่วงที่เขียนถึงผีไอโฟน ๕๕๕ เด๋วนี้โลกเราขาดการพูดคุยซึ่งๆหน้าไปเยอะ เพราะเทคโนโลยีมันล้ำเกินหน้ามนุษย์


โดย: army_wifey วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:25:17 น.  

 
เห็นด้วยอย่างมาก ชอบความคิดนี้จัง ขอให้มีเจ้าบ่าวมาช่วยทำฝันให้เป็นจริงเร็วๆนะคะ


โดย: duen IP: 182.53.43.91 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:22:01 น.  

 
ถ้าลูกสาวป้าแก่คิดแบบนี้ จะตีก้นสักป้าบ
กะอุตส่าห์เลี้ยงมาอย่างดี
มีพิธีสะหน่อย แก้เขิน

ว่าแต่--รอเจ้าบ่าวอยู่ชิมิ
อิอิ คิดได้เน้อ


โดย: ป้าแก่ๆ (เสี่ยวเฟย ) วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:06:08 น.  

 
ชอบความคิดแบบนี้ค่ะ ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องมีพิธี
เพราะเอาเข้าจริง มีพิธีได้ บ่าวสาวก็ไม่ได้สนใจเราคนเดียวซะเมื่อไร

แต่ไอโฟนนี่บางทีก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น.. แปลกดีเหมือนกันที่คนเราหันมาคุยกันผ่านไอเจ้าเครื่องเล็กๆ นี่แทนการได้รับความรู้สึกดีๆ ซึ่งๆ หน้า


โดย: ซีอิ้วเห็ดหอม วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:58:00 น.  

 
ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งโดนกับตัวเอง และคิดว่า
แหม..คิดเหมือนกันอีกแล้ว(นะคะ:)
เอ....เอาเรื่องอะไรก่อนดีนะคะ
หลักๆก็เรื่อง การไปร่วมงานแต่งงาน เราเองเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ได้รังเกียจงานแต่งงานหรอกนะคะ ถ้าเจ้าภาพเค้าเชิญ เราเองก็ยินดีมากที่จะไปร่วมงาน แต่ช่วงปีหลังๆพอเราเริ่มไปร่วมงานแต่งงานมาเยอะๆและผ่านงานอะไรๆต่ออะไรมาเยอะแยะ(หมายความถึงงานพิธีต่างๆน่ะค่ะ ทั้งงานบวช /ขึ้นบ้านใหม่/หรือกระทั่งงานศพ)เราเริ่มที่จะมีความคิดว่า
งานแต่งงานมันเป็นพลอตเดิมๆ..
และเราเริ่มที่จะให้ความสำคัญกับการไปร่วมงานแต่งงานน้อยลง(ด้วยเหตุผลที่คล้ายๆกันกับคุณลีลีค่ะ)
จะมีเพิ่มเติมก้ตรงที่ว่า เราคิดว่า งานแต่งงาน ถ้าเค้าไม่มีเราไปร่วมเนี้ย เค้าก็แต่งกันได้ และมีความสุขกันได้ มันเป็นอะไรที่เป็นจุดเริ่มต้น
แต่กับงานศพ มันเป็นอะไรที่ ..เป็นจุดสิ้นสุด
เราเริ่มให้ความสำคัญกับการไปร่วมงานแต่งงานน้อยลง และให้ความสำคัญกับการไปร่วมงานศพมากขึ้น
คุณตาเคยบอกว่า งานแต่งงานถ้าเจ้าภาพไม่เชิญเราไป เราก็ไม่กล้าที่จะไป แต่ถ้าเป็นงานศพ หนูไม่ต้องรอให้เจ้าภาพมาบอก ถ้าเรารู้จัก ก็ให้ไปร่วมงานและช่วยเหลือเค้าตามกำลังความสามารถ มันเป็นเรื่องราวของความรู้สึกมากกกว่าน่ะค่ะ
งานแต่งงานในตอนนี้
ถ่ายรูปสตูดิโอ ภาพสวยๆ(ซึ่งก็น้อยมากที่จะไม่รีทัชภาพ)
จัดงานโต๊ะจีนใหญ่ๆ ทุกคนแต่งตัวสวยงาม ด้วยชุดเดรสสวยๆและไอโฟนสวยๆคนละเครื่อง เราได้คุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่กี่ประโยค(ถึงแม้บางทีเป็นเพื่อนสนิท) ถ่ายรูปเป็นหลักฐานไว้ กิน เม้าท์ ดูมิวสิควิดีโอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวมารักกันได้ยังไง? เสร็จแล้วถ่ายรูปรับของชำร่วย เป็นอันเสร็จพิธี
ของเราก็โดนกับคำถามที่ว่า
มีแฟนรึยัง? แต่งงานรึยัง?อายุเท่าไหร่แล้ว?แล้วตอนนี้ทำงานที่ไหน ? ก็ตอบๆไปค่ะ โดยส่วนตัวก็ไม่ได้อึดอัดที่จะตอบเท่าไหร่ เพราะเราก็ว่าเราโอเคกับชีวิตตอนนี้พอสมควร^^
แต่ที่เราจะรู้สึกอึดอัด มันจะเป็นบรรยากาศแบบนี้ค่ะ
ทุกคนแต่งตัวสวยงาม ใช้ของยี่ห้อดี ราคาแพง มาโชว์กัน
ในวงสนทนาก็จะมีเรื่องประมาณแบบนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นว่า ทำธุรกิจโน่นนี่นั่นอยู่ รายได้ดีมาก ตอนนี้ซื้อรถคันใหม่แล้ว ราคา..... สามีเป็นเจ้าของ.... ตอนนี้อยู่ที่บ้านเฉยๆ...... +2%4vw5sl,=-2m!@&+^#....
และชอตเด็ดก็ตามเคยค่ะ ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายรูปเพื่อโพสขึ้นสเตตัส เราก็ไม่มีไอโฟนใช้เหมือนกันค่ะ
ให้ซื้อน่ะมันก็ซื้อได้อยู่หรอกนะคะ แต่ราคามันแพงเกิ๊น เราตัดใจไม่ลงจริงๆค่ะ555 รุ่นที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็โนเกีย แถมเป็นของเก่า เครื่องที่เราซื้อให้น้องชายใช้ ตอนนี้เค้าได้เครื่องใหม่แล้ว เราก็เอามาใช้ต่อ เวลาที่เพื่อนๆเค้า what app กันเนี้ย เราก็วางไว้วางมือไม่ถูกเหมือนกันค่ะ^^
มันทำให้เราคิดถึง งานแต่งงาน ของที่บ้านนอกสมัยก่อน(โนบุตะเป็นเด็กบ้านนอกนะคะ และดีใจมากที่มีบ้านนอกเป็นของตัวเอง ^^) นึกภาพ ริบบิ้นยาวๆผูกโยงเป็นริ้วๆ สีสันสดใสในงาน ใต้ถุนบ้านหรือหน้าบ้านก็จะมีโต๊ะและเก้าอี้รับแขกไม่กี่สิบโต๊ะ(ส่วนมากก็จะนั่งล้อมวงกินกันในบ้าน เอาจิ้มข้าวเหนียวเป็นปั้นๆกับแกงอร่อยๆนี่ล่ะค่ะ) ลำโพงอันใหญ่ๆเปิดเพลงจินตรา พูนลาภ ดังๆ^^ ฉากป้ายชื่อเจ้าบ่าว-เจ้าสาว เป็นธีมที่แบบว่าลูกทุ่งๆหน่อย ฉากผ้าสีชมพูสดตัดกับตัวหนังสือสีเขียวงี้ ...ป้าดา อุ้ยคำ อุ้ยทา ลุงทุม ป้านันท์ คือบ้านข้างๆ มาช่วยกันทำแกงอ่อม ลาบหมู กินกันน่ะค่ะ "อบอุ่น"มากกว่าที่จะคิดว่ามันเป็นงานที่เราจะมานั่งร่วมพิธีการ(ตามขั้นตอน1 2 3...)
ใส่เสื้อผ้า สีสันสดใสๆ หน้าตายิ้มแย้มกันทุกคน
ไม่มีชุดเดรส ไม่มีขนตาปลอม ไม่มี what's app
ไม่มีไอโฟนสวยๆ ราคาแพงๆ
เด็กๆเล็กๆแต่งตัวมอมแมม วิ่งวุ่นกันในงาน
ไม่มีภาพถ่ายสตูดิโอ ที่หน้างาน
ในวันนั้นเจ้าสาวจะสวยที่สุด และเจ้าบ่าวจะหล่อที่สุด
และคำอวยพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ในงานก็ไม่ใช่นายอำเภอหรือประธานบริษัทใหญ่โต แต่เป็นผู้ใหญ่บ้านที่พวกเราเคารพนับถือ

โนบุตะเอง ไม่ได้รังเกียจที่จะมีพิธีหรือจะต้องไปร่วมพิธีแต่งงานในแบบที่เป็นปัจจุบัน เข้าใจว่าโลกเราหมุนไปข้างหน้า อะไรๆก็เปลี่ยนไป และการจัดงานแต่งงานก็เป็นอะไรที่เป็นการให้เกียรติคุณพ่อกับคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายด้วย
แต่ถ้าสมมุติตัวเองจะมีโอกาสสักครั้งในชีวิตที่ได้แต่งงาน

...ก็อยากกลับไปฟังเพลงของ จินตรา พูนลาภ ไปนั่งกินแกงอ่อม ลาบหมูอร่อยๆที่ลุงป้าน้าอามาช่วยกันทำ กลับไปถ่ายรูปคู่กับฉากสีสันจัดจ้านริบบิ้นริ้วสีๆลูกทุ่งๆ ...


ตั้งใจจะมาแปะหัวใจให้ แต่ไม่รู้ตัวว่าเขียนอะไรซะมากมาย จขบ. คงไม่ว่ากันนะคะ


โดย: nobuta wo produce วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:43:20 น.  

 
,มีความคิดที่เหมือนกันเลยคะ คือไม่ชอบไปงานแต่งงาน
และเบื่อผีไอโฟน ตัวเองก็ใช้เหมือนกัน แต่เวลาไปทานข้าวกับเพื่อน ๆไม่เคยหยิบออกมาจากกระเป่า....

เคยนัดทานข้าวกัน 6-7 คนไม่เจอกันนาน แต่....ทุกคนก้มหน้าก้มตากดยิก ๆแล้วคุยกันไปด้วย น่าเบื่อจริง ๆ


โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:04:39 น.  

 
คือสมัยนี้คิดว่าคนเราสื่อสารกันน้อยลง เพราะมัวสนใจโลกไซเบอร์มากกว่านะคะ

เรื่องงานแต่งก็โดนใจมากๆ เพราะเพิ่งได้รับการ์ดงานแต่งมา ตอนเรียนไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่อยู่แล้ว เพื่อนที่สนิทตอนเรียน พอจบมาก็ไม่สนิทกันไป พอมีงานแต่งก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ อ่านแล้วคงต้องเปลี่ยนใจไม่ไปน่าจะดีกว่านะคะ 555


โดย: namida IP: 203.146.116.11 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:10:34 น.  

 

 



โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:02:32 น.  

 
Happy Valentine's Day ค่ะ คุณหนูลีลี
แปะให้ๆ เป็นคนแรกของวันนี้เลยค่ะ
(เหลืออีก 4 ดวง เดี๋ยวทยอยเอาไปแปะให้เพื่อนคนอื่นๆต่อก่อนนะคะ)
ขอให้ จขบ. มีความสุขมากๆในวันนี้
ได้พบเจอ กับความรักที่สุข สมหวัง
ถ้ายังรอคอยอยู่ ก็ขอให้เชื่อมั่นในการรอคอย
ในขณะที่เรากำลังวิ่งตามหา ใครคนนั้นอยู่..
บางที เค้าคนนั้น
ก็อาจจะกำลังตามหาเราอยู่ด้วยเหมือนกันนะคะ ^^


โดย: nobuta wo produce วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:50:29 น.  

 
เอิ่ม โดนทุกกรณี กด Like พันครั้ง 5555


โดย: Dalapat วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:45:38 น.  

 
ชอบคิดเห็นตรงกัน ไม่อยากจัดเหมือนกัน


โดย: ดีดี IP: 58.9.127.26 วันที่: 22 มิถุนายน 2555 เวลา:23:06:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
หนูลีลี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]





โสด + อินดี้
เป็นผู้หญิงขี้บ่น
เลยมีเรื่องมาบ่น มาเล่าในบล็อคเยอะแยะเต็มไปหมด
แถมถ้าเล่า ก็เป็นคนเล่าละเอียดซะด้วยสิ

แล้วก็ผู้หญิงช่างอิน


ชอบดูหนังเอเชียเป็นชีวิตจิตใจ
โดยเฉพาะหนังญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง
แต่เป็นหนังที่คนเค้าไม่ชอบดูกันนะ
คือรันทด หดหู่ เศร้า สะเทือนอารมณ์ ดูแล้วปวดใจ + จิตตกไปหลายวัน
ไม่ก็หนังเงียบ ๆ นิ่ง ๆ เรื่่อย ๆ เอื่อย ๆ บทพูดน้อย ๆ แต่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่น เรียบง่ายแต่งดงาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังญี่ปุ่นซะเยอะ
แถมยังเรื่องมากไม่ดูหนังที่เด็กกว่าอายุตัวเองอีก


แต่อีกมุมนึงก็ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน
ถ้าได้อ่านหนังสือแล้วก็ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนนะ
จะนั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องแล้วก็ท่องเที่ยวไปในจินตนาการของคนที่เค้าถ่ายทอดทุกตัวอักษร
นักเขียนที่ชอบน่ะเหรอ

แน่นอน ต้องพี่ 'ปราย พันแสง + พี่จิก ประภาส + อภิชาติ เพชรลีลา + เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย + พี่โหน่ง วงศ์ทนง + พี่เอ๋ นิ้วกลม + พี่ก้อง ทรงกลด + ใบพัด + พี่พลอย จริยะเวช + บัณฑิต อึ้งรังษี + พี่ตุ๊ก วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม + พี่ตุ๊กตา พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล + วิภว์ บูรพาเดชะ + คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (merveillesxx) + เต๋อ นวพล + พี่บิ๊กบุญ ภูมิชาย + เราว่าเราชอบนักเขียนเกือบจะทุกคนใน A Book เลยก็ว่าได้นะเนี่ย


บางช่วงก็อินกับธรรมะ
กลับมาจากปฏิบัติธรรมก็จะอินกับธรรมะเป็นเดือน ๆ เหมือนกัน
เคยไปปฏิบัติธรรมมา 2 ที่คือที่ยุวพุทธ กับ เตโชวิปัสสนา

อินได้หมดทุกอย่าง
ขอแค่มีคนมาบิ๊ว หรือบางครั้วก็อินด้วยตัวเองแล้วก็ไปบิ๊วคนอื่น

บล็อคตัวเองที่คนเข้า search เข้าเยอะ ๆ ก็มี
รีวิวแป้งมิสทีนทุกรุ่น
วิธีการบริหารอาการปวดก้น ปวดสะโพก
การปฏิบัติธรรมแบบเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
แล้วก็บล็อคที่เรารวบรวมคำพูดดี ๆ ประโยคสวย ๆ มาจากที่ต่าง ๆ

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคนถึงเข้าไปดูเยอะ ก็ลองเข้าไปตามอ่านกันนะคะ
ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ในเราชื่นใจบ้างก็ได้ค่ะ เราเช็คทุกวัน
และค่อนข้างมีวินัยในการเขียนบล็อคใหม่ทุกอาทิตย์
ตามอ่านกันได้นะคะ มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างสนอง need เจ้าของบล็อคล้วน ๆ ค่ะ
Friends' blogs
[Add หนูลีลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.