Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2560
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 

รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 3

คนต่อไป
อิคนนี้ก็เซ็งจิต
คือคนนี้เราแทบไม่คุยเลยนะ
เพราะเรารู้สึกว่ามันประหลาด
เพราะมันใส่รูป profile มันของแบรนด์เนมจ้า
ไม่ว่าจะรถบ้าง กระเป๋าบ้าง นาฬิกาบ้าง
คือไม่มีหน้ามันนะ มีแต่เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าของมันรึเปล่า
เราก็ไม่ได้สนใจ แต่งงกว่ากูเอาตี๋นี่เข้ามาในลิสทำไมวะ หน้าก็ไม่ใส่ ชื่อก็ไม่ใส่ชื่อตัวเอง
มันก็คุย แต่คุยน้อยมาก มาถึงก็ hi แล้วก็ how r u? แล้วก็หายไป
มาเมืองไทยบ่อย ทำธุรกิจหลายประเทศในแถบนี้ แต่เมนหลักอยู่ฮ่องกง
แทบบบบบ ไม่คุยกะแม่งเลย เพราะวัน ๆ ทักอยู่แค่เนี้ย แล้วจะให้กูคุยไร
แล้วเราทักกลับไป มันก็ตอบกลับมาคำเดียว ไม่ yes, no, ok, normal, usual, same มีแค่เนี้ย ใครจะไปอยากคุยด้วย


มีอยู่วันนึงทักมาคำเดียวอีกละ hi
เราก็ไฮกลับ มันถามว่าทำไรอยู่ ก็บอกว่าวิ่งสวนลุมเพิ่งเสร็จ กำลังจะกลับบ้าน
มันบอกว่า เจอกันมั้ย มันมาทำธุระแถวนี้พอดี เชอะ
ด้วยความที่ไม่อยากเจอมันอยู่แล้ว
เลยด่ากลับมันไปว่า
ยูว์ ถ้ารู้อยู่แล้วว่าจะมาทำธุระที่นี่ ทำไมไม่นัดก่อน ชั้นไม่ใช่ตัวสำรองนะที่ว่านัดคนอื่นไม่ได้แล้วสุดท้ายเห็นว่าชั้นอยู่ใกล้ ๆ แล้วมาชวนเอาสุดท้าย (ซึ่งตูก้ไม่รู้หรอกนะว่ามันนัดคนอื่นไม่ได้จริงรึเปล่า)
จะนัดชั้น ต้องนัดล่วงหน้า ไม่ใช่อยู่ดี ๆ นึกอยากเจอก็ส่งข้อความมาแล้วมาเจอได้เลย
แล้วก็ด่ามันไปยาวเหยียด ด่าแบบผู้ดีอ่านะ
มันก็ตอบกลับมาว่า ยูนี่ไม่เหมือนคนไทยเลยเนอะ ผู้หญิงไทยที่ชั้นเจอมีแต่อ่อนหวาน พูดจาสุภาพนิ่มนวล ยูเหมือนผู้หญิงสิงคโปร์เลย พูดตรง แรง ไม่แคร์ความรู้สึก


อ้าว ๆ เออ ชั้นจะถือว่านี่เป็นคำชมแล้วกัน เพราะชั้นชอบความมั่นใจของผู้หญิงสิงคโปร์พอดี ซึ่งชั้นอยากมีแบบนั้นมั่ง
ชั้นไม่รู้ตัวเลยนะว่าชั้นก็มี จบ
แหม่ แอบคิดในใจ ผู้หญิงไทยโดนนัดกระทันหันแบบนี้ ถึงไปเจออ่อนหวาน มันก็ต้องมีด่าลับหลังมั่งแหละ นัดแบบนี้ ไม่ได้เห็นค่าเราเล้ย
เข้าใจป่ะ รู้ตัวล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนบินมาอยู่แล้วว่าจะมาแถวนี้ ทำไมไม่นัดก่อน
คิดว่าผู้หญิงไทยจะง่ายไปเจอ เรียกปุ๊บมาปั๊บทุกคนเหรอไง
(จริง ๆ ก็จะง่ายนะ ถ้าอยากเจอ และไม่แปลกขนาดนี้ แต่นี่ด้วยความไม่อยากเจอเลยสามารถพูดอะไรตรง ๆ ได้)






มันก็จ๋อยไปตามระเบียบ
อีก 2 เดือนมาใหม่
ยูว์ ชั้นจะไป กทม อาทิตย์หน้า ยูว่างวันไหน ยูนัดมาเลย
ตายห่า แม่ง ไม่อยากเจอ ด่ามันจะเยอะ เสือกยังอยากจะมาเจอกูอีก
คราวนี้แม่งไม่มีข้ออ้างละ เพราะมันให้เราบอกเวลาที่เราว่าง
จะบอกว่าไม่ว่างซักวันมันก็ดูไม่สมเหตุสมผลแน่เลย
ก็เลยนัดมันว่า โอเค หลังเลิกงานวันนั้น วันนี้ เจอกันที่นี ไปกินอันนี้แล้วกัน ใกล้ออฟฟิศ
แต่สุดท้ายมันต้องมาจากแถวบ้านเรา ๆ ก็เลยนัดร้านแถวบ้าน เวลานี้นะที่ชั้นจะถึงสถานีแถวบ้าน
มันไม่พูดไรเลยเว้ย นอกจาก ok จบ


พอถึงวันนัด
เราจะถึงสถานีบ้านเราอยู่ละนะ
มันส่งข้อความมาว่าจะไปเลท 20 นาทีนะ
ไอ้เราก็โอ้ว หรือกูจะกลับบ้านก่อนดีว่า คือนั่งมอไซค์กลับบ้านแค่ 5 นาทีก็ถึงละ
นี่ต้องยืนหิ้วของเมื่อย อยู่ตรงสถานี แล้วแถวบ้านเรามันนอกเมือง ไม่มีห้างให้เดิน มีแต่ตลาดก็เดินตลาดไป 3 รอบให้มันครบ 20 นาที
มันก็ยังไม่ส่งข้อความมา
มันส่งข้อความมาตอนไหนรู้มั้ย
ตอนที่เลทไป 45 นาทีจ้ะ!!!!!!!!!!!

เราก็ไม่รู้จะไปรักษามารยาททำไมกะไอ้คนที่เราไม่อยากเจอด้วยก็ไม่รู้
จริง ๆ มันบอกว่าเลท 20 นาที เราควรจะกลับไปนั่งเล่นอยู่บ้านซึ่งอยู่ห่างไปแค่ 5 นาทีตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว นี่เดิน ๆ และยืนขาแข็งรอมัน 45 นาที
แล้วแถมไม่มีคำขอโทษหลุดมาจากปากมันซักคำเดียว
มาถึงก็มาหงุดหงิดใส่ บอกว่าเนี่ย ไอต้องออกจากออฟฟิศมาก่อน เพื่อมาหายูเลยนะ แล้วเดี๋ยวไอต้องกลับไปทำงานต่อ
อ้าว แล้วไม่คิดถึงมุมกูมั่ง รอมึงขาเข็งอยู่ 45 นาทีเนี่ย
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนะ ไม่อยากทำให้บรรยากาศมันเสียไปกว่านี้
ก็แค่พูดเปรย ๆ ว่า ไหนบอกจะเลท 20 นี่ 45 นาทีนะเว้ย ฮีก็บอกว่ารถมันติด





คือทางที่ฮีมาถึงทีนัดเนี่ย มันไม่มีรถไฟฟ้าน่ะ
ก็ไปกินร้านใต้ตึกแถวบ้าน ไปถึงมันก็บอกว่า โอ้ว เนี่ย รู้งี้มาเช่าตึกตรงนี้ดีกว่า
คือมันไปเช่าตึกออฟฟิศอยู่นอกเมืองแถวบ้านเราออกไปอีก กำลัง set up คอมกัน
ทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็มาหาเราก่อน เดี๋ยวกินเสร็จ เพื่อนจะมารับกลับไปทำงานกันต่อ
รู้สึกว่ามันทำกันแค่ 2 คนเองมั้ง
แล้วมันพูดไทยคล่องและชัดมาก ชัดมากสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ที่นี่นะ ศัพท์แสงรู้หมด
เวลาเถียง เราเถียงมันไม่ทัน เอางี้ดีกว่า มันคล่องไทยขนาดนั้นอ่ะ มันพูดเป็นชุดเลย
แล้วสั่งอาหารมา คุยกันไม่ถึงชั่วโมง (อีกแล้วววววววววววววววววว)


เพื่อนมันโทรมาถามทางมาร้าน แล้วมันก็เรียกเช็คบิลเลย
แล้วมันก็รีบกินข้าวในจานให้หมดแล้วบอกว่า
ชั้นต้องไปละ ยูกินต่อได้นะ เพื่อนมารับไปทำงานต่อละ
แล้วจะให้เราทำไง กินข้าวได้ครึ่งจาน ก็ต้องนั่งกินกับข้าวต่อคนเดียวจนหมด
ไม่มีแม้กระทั่งคำขอโทษจากปากหรือข้อความของผู้ชายคนนี้จ้ะ
ลาขาด



อีก 2 เดือนต่อมา มาอีกละ ยูว์ หายไปเลยนะ ไม่ทักกันมามั่งเลย
อ้าว มึงเป็นผู้ชาย มึงควรทักมาป่าววะ แล้วกูก็ทักมึงไป คุยเป็นประโยค มึงตอบกลับมาคำเดียว แล้วมันจะคุยกันยังไง ตอบกลับมาคำเดียว แล้วไม่ถามอะไรกูต่อเลย
ต้องเป็นกูทุกครั้งเหรอ ที่ต้องเปิดประเด็นการคุย แล้วชวนมึงคุยเนี่ย
มันก็บอกว่ามันไม่เกี่ยวว่าใครจะทักใครก่อน แล้วก็หายไป
แล้วไง จะให้กูพูดอะไร????
มันก็ถามอีกละ ว่างป่าว กินข้าวกัน โหย ลาล่ะค่ะ ไม่กินแล้วโว้ย



อ้อ พอดีได้มีการคุยกันอีกหลายเดือนต่อมา
พอดีเราไปเที่ยวมาเลเนอะ
แล้วฮีก็ทักมาว่า เออ ไม่ชวนเลยเนอะ
เราก็บอกว่า ยูยุ่งจะตาย เจอกันครั้งที่แล้วให้ชั้นรอตั้ง 45 นาที
กินแป๊บเดียวก็รีบออกไป
ไว้ยูหาเวลาได้อย่างน้อยครึ่งวันแล้วค่อยมาเจอกันนะ

มันตอบกลับมาว่าไงรู้มั้ย
มันบอกว่า
นี่ยู ชั้นรู้นะว่ายูทำงานเกี่ยวกับตัวเลข
แต่ยูไม่ต้องนับทุกอย่างในชีวิตก็ได้มั้ง


เราก็ตอบกลับไปว่า
โห นี่พูดเหมือนชั้นผิดเลยเนอะ
มันก็บอกว่า sorry
เราก็บอกว่า เออ มีคำว่าขอโทษช้าขนาดนี้ ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
วันหลังก็อย่าให้ผู้หญิงคนอื่นรอนานขนาดนี้แล้วกัน
แล้วมันก็พล่ามมาว่า มันไม่มีผิดไม่มีถูกหรอกนะ
มันก็เคยรอผู้หญิงนาน ก็ไม่เห็นจะโกรธหรือบ่นอะไรเลย (อ้าว กำลังจะบอกว่ากรูผิดที่บ่นหรือโกรธที่รอมึง 45 นาที)
แล้วฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลงตรงที่มันพูดว่า
ที่ชั้นพูดว่า sorry เนี่ย
ชั้นก็พูดไปงั้นแหละ ชั้นไม่อยากจะโต้เถียงกับอะไรที่มันไร้สาระ
เฮ้ย
มึงไม่ได้แม้จะพูดออกจากใจ ไม่ได้รู้สึกว่าเสียใจหรืออยากจะขอโทษจริง ๆ เลย
แค่พูดให้มันจบ ๆ ไปแค่นั้นเหรอ
หลังจากนั้นเราก็บล็อคทุกอย่างของมันเลย
ผู้ชายแบบนี้คุยด้วยแล้วมีแต่เปลืองอารมณ์
มันถูกเลี้ยงมายังไงเนี่ย สงสารผู้หญิงที่จะมาเป็นเมียมันเลยจริง ๆ
ลาขาด แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจริงๆ ผู้ชายแบบนี้ แค่ความคิดก็เฮงซวยแล้ว
คุยต่อไปอีก ประสาทแดกแน่ ๆ กรู
มันทำผิดอะไร
มันก็จะหาเหตุผลเข้าข้างให้มันถูก แล้วทำให้เรารู้สึกผิดที่ไปว่ามัน
ผู้ชายแบบนี้นี่น่ากลัวมาก








เออ จริง ๆ อยากจะแคปหน้าจอที่คุยกับผู้ชายมาให้ดูจัง
เราอ่ะ เป็นคนตั้งใจพิมพ์นะ เวลาพิมพ์คุยจะพิมพ์คุยอย่างน้อย 2-3 ประโยค
แต่ถ้าออกจากบ้านไปไหนก็จะพิมพ์คุยยาวอยู่นะ
แล้วก็ถามกลับ
แต่เจอผู้ชายตอบกลับแค่ yes, no, ok, same, normal, alright แล้วมันเฟลนะ
กูอุตส่าห์พิมพ์ อุตส่าห์เล่าซะยาว ตอบมาแค่นี้ แล้วไม่ถามอะไรกูกลับ
ต้องเป็นหน้าที่กูใช่มั้ยที่ต้องหาเรื่องมาคุยเนี่ย

หรือบางครั้งนะ คุยกันอย่างยืดยาว เป็นวรรคเป็นเวร เป็นชั่วโมง
พอเราบอกว่าไปนอนก่อนนะ มันก็บาย กู๊ดไนท์ อะไรว่าไป แล้วเช้าวันต่อมา หรือวันถัด ๆ มาก็จะไม่มีข้อความอะไรส่งมาอีก มันคืออัลไล
คือกูไปนอน แล้วเช้าอีกวันหรืออีกหลายวัน ก็ไม่คิดจะทักกูมาก่อนเลยเลย
หลัง ๆ เลยไม่กล้าไปนอนเลย คือแบบว่า ไม่กล้าบอกว่าไปนอน
ถ้าคุย ๆ ถามกลับกันไปกันมาอยู่ แล้วจะทิ้งคำถามนั้นไว้งั้นแหละ แล้วไปนอน
เดี๋ยวเช้าอีกวันค่อยมาตอบแล้วถามกลับ มันจะได้ไม่ต้องมีโมเม้นท์ กู๊ดไนท์ แล้วหายไปจากชีวิตกูจนกว่ากูจะทักกลับไปใหม่

ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าผู้ชายคงไม่อินกะเรา ฮา ๆ
แต่ก็ไม่เสมอไปนะ คือเค้าอาจจะไม่รู้จะคุยอัลไลในวัดถัดไปมั้ง เหมือนบทสนทนามันจบวันต่อวัน
แต่จะมีน้องมาเลย์คนนึงที่ไปทำงานที่สิงคโปร์นะ
จะทักมาทุกเช้าเลย เป็นไง slept well last night?
เออ ถึงจะถามทุกเช้า คำเดิม ๆ แต่มันแสดงถึงว่าอยากจะคุยอ่ะ
ซึ่งเจ้ก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าน้องจะ forward อันนี้ไปให้ผู้หญิงอีก 20 คนในลิสพร้อม ๆ กันทุกคนรึเปล่า
แต่มันก็ยังดีกว่า good night คืนนั้น แล้วหายไปจากชีวิตกูเลย





แต่บางครั้งก็ไม่รู้ไงว่าจะเสียมารยาทรึเปล่า คุย ๆ อยู่ ถามกันไปกันมา แล้วไม่ตอบเค้าแล้วหายไปเลย ตอบอีกทีเช้าอีกวันไรเงี้ย
เออ ผู้หญิงคิดเยอะ มาเล่นออนไลน์ไม่ค่อยได้นะ นี่เราก็ว่าเราแกร่งระดับนึงแล้วนะ
แต่ก็ยังนอยด์อยู่เป็นบางครั้งบางคราว
เพราะผู้ชายบางคน คุยดี๊ดี บทจะหาย มันหายไปเลย ทักก็อ่านแต่ไม่ตอบไปเลย
เหมือนหายไปจากชีวิตเลย แต่เวลาโพสอะไรใน status ใน whatsapp นี่ดูทุกอันนะ
แต่อ่านข้อความกูแล้วไม่ตอบ หมายความว่าไงวะ
หรือเค้าไม่รู้ก็ได้นะว่าคนโพสสามารถเห็นว่ามีใครเข้ามาดูรูปหรือวีดีโอที่เราโพสได้เลยยังเข้ามาดู status ชั้นอยู่คนอันที่ชั้นโพส เหอะ ๆ


คนต่อไป
ปลื้มปริ่มมากในหน้าตาตี๋ ๆ เนิร์ด ๆ ตรงสเป๊คที่สุด (ให้เพื่อนดูไม่มีใครบอกว่าหล่อเลยซักคน) แต่มันตรงสเป๊คเราม้าก มาก
น้ำเสียงก็ตรงสเป๊คที่สุดอ่ะ ชอบผู้ชายเสียงแบบนี้มาก (ตามหาผู้ชายเสียงแบบนี้มานานมากอ่ะ เสียงเหมือนคุณครูสอนภาษาอังกฤษคนนึงที่ปลื้มปริ่มสมัยนานมากแล้ว)
ภาษาอังกฤษก็เป๊ะ เพราะสายงานด้วย (ไม่ได้เป็นครูนะ อยู่ในสายวิชาการ)
ไม่อ้วนด้วย ความสูงก็โอเค แถมเป็นวีแกนด้วย
วีแกนคือยิ่งกว่าอาหารมังสวิรัตินะ คืออาหารเจเลยทีเดียว
คือกินอาหารที่ไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตใด ๆ ทั้งสิ้น
สุขภาพดีชัวร์ ๆ กูยอมไม่กินหมู ดีกว่าต้องกินแต่เนื้อหมูทุกมื้อเหมือนอิตี๋อ้วนแดก เอ้ย กินแต่หมูข้างบน





แต่มีสิ่งนึงที่เราไม่ชอบเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เลย
คือทัศนคติที่ลบมาก ลบกับทุกเรื่องจริง ๆ
เมืองไทยมันดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ แต่ก็ทำงานอยู่เมืองไทยนะ
คนไทยไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ แต่เพื่อนร่วมงานครึ่งนึงก็เป็นคนไทยนะ
รัฐบาลไทยไม่ดี สวัสดิการก็ไม่ดี ฯลฯ
เออ ก็เข้าใจ แล้วให้ชั้นทำไงล่ะ ก็ยูมาจากประเทศเจริญแล้วที่สวัสดิการและคุณภาพชีวิตดีกว่าอเมริกาอีกนี่นา ก็ต้องทำใจอ่านะ


ยกตัวอย่างอีกอันนึงที่เค้าคุยถึงแล้วเราไม่ชอบก็คือ
เราคุยกันเรื่องเครื่องบิน ประสบการณ์แย่ ๆ บนเครื่องเนอะ
ด้วยความที่ฮีบินบ่อย (บ่อยไม่บ่อย ไมค์สะสม 3 แสนกว่าอ่ะ)
ฮีบอกว่า เกลียดไฟท์ที่มีเสียงเด็กร้องมาก ทนไม่ไหว
ก็บอกฮีว่ามันเป็นธรรมชาติของเด็ก เค้าไม่สบายตัว เค้าก็ร้อง
คิดว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็เครียดจะแย่ ใครจะอยากให้ลูกตัวเองร้องล่ะ
ฮีตอบว่า ถ้าคิดจะมีลูกแล้วทำให้เด็กเงียบไม่ได้ ก็ไม่ต้องเอาขึ้นเครื่องมาทำให้คนอื่นร่วมไฟท์บินเดือดร้อนสิ
เฮ้ย อันนี้ก็เกินไปป่าว
แล้วฮีพูดต่อว่า เนี่ย ชั้นรำคาญจนอยากจะถอดรองเท้าแล้วปาใส่คนเป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กที่ไม่มีปัญญาทำให้ลูกตัวเเองเงียบ
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
มันไม่ใช่ละ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ความคิดก็เถอะ แต่ศรีรับไม่ได้ค่าาาาาาาาาาา
ทำไมคุณถึงมีมโนกรรมโหดร้ายเยี่ยงนี้ แถมบอกมาเป็นวจีกรรมให้ชั้นรับรู้อีก เหลือแต่กายกรรมสินะที่ยังไม่ก่อกรรมจริง ๆ





แล้วก็มีพูดเรื่องโรงแรม 5 ดาวอะไรเนี่ยแหละตอนไปเที่ยวเมืองนอกแล้วไปกะทัวร์หรู
เราก็บอกว่า โหย ดีทุกอย่างเลย บริการเกินความคาดหมาย
แต่ว่าพรมเหม็นไปหน่อย คือเปิดลิฟต์มาได้กลิ่นเลย แล้วกลิ่นนี้ทั้งฟลอร์เลย
แต่ทุกอย่างโอเคมาก ทั้งอาหาร บริการ ห้องนอน ห้องประชุม
ฮีก็บอกว่า ยู ร้องเรียนเลย โรงแรม 5 ดาวมันไม่ควรเป็นแบบนี้
แล้วก็โฟกัสอยู่ที่เรื่องพรมเหม็นอยู่นั่นแหละ ทั้ง ๆ ที่เราบอกข้อดีไปเป็นสิบข้อ

คือจนบัดนี้ก็คุยกันอยู่นะ แต่จะเป็นเราซะมากกว่าที่จะต้องทักฮีไปตลอด
แต่คาดว่า เดี่ยวคงเลิกคุยถ้าเราไม่มีสามารถดึงทัศนคติฮีให้อยู่ในแดนบวกได้นะ
เพราะฮีชอบบอกว่า เราไม่รู้จักมองรอบด้าน มองความเป็นจริงเอาซะเลย
เฮ้ย เพราะเรามองรอบด้านเนี่ยแหละ ถึงเห็นข้อดีในสถานการณ์แย่ ๆ ที่ฮีบ่น ฮีเล่าเนี่ย
กลายเป็นเราผิดซะงั้น
เพื่อนบอกว่า เลิกคุยกะฮีได้แล้ว หน้าตาและน้ำเสียงที่ตรงสเป๊คมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยถ้าฮีมีทัศนคติที่แย่
เพราะต่อให้คบกัน ฮีก็จะมองและโฟกัสในข้อเสียของเราตลอด ๆ
อยู่ด้วยแล้วประสาทแดก เอ้ย ประสาทกิน





เออ มีหนุ่มคนนึง
ยังไม่เจอหรอก
เป็นหนุ่มสิงคโปร์ ทำงานต่างประเทศ
คุยประมาณครึ่งปีละ ไม่มีโอกาสได้เจอซะที
มาเมืองไทยทีไร ก็ประชุมจนไม่มีเวลาได้ออกมาเจอ
คุยล่าสุด น่าสงสารมาก
พ่อเป็นมะเร็งลำไส้
แล้วคงต้องกลับสิงคโปร์เร็ว ๆ นี้
เพราะที่บ้าน แม่เป็นมะเร็งเต้านม พ่อเป็นมะเร็งลำไส้ หืมมมมมมมมมมมมม
เชื้อดีจริง ๆ หนุ่มคนนี้
แล้วไง แล้วลูก 3 คนล่ะ ฮีก็บอกว่า พี่สาวแต่งานไปอยู่เมกา น้องชายแต่งงานออกไป มีลูกแค่เดือนกว่า
เหลือฮีเนี่ยแหละที่ต้องทำหน้าที่ลูกละ
เพราะพ่อแม่อยู่กันแค่ 2 คนคงไม่ไหว
แต่ก็เอาละ สิงคโปร์เนอะ คิดแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
ทำงานนอกประเทศ เงินดีกว่ากันเยอะเลย กลับไปสิงคโปร์ เงินเดือนก็ลด
แถมไม่ได้รับการให้เกียรติเหมือนทำงานนอกประเทศ
เงินดี ไม่อยากย้ายกลับ ถ้าลาออกไป ไปหาในสิงคโปร์ก็ไม่มีวันได้เงินเดือนเท่านี้ ฯลฯ
มีแต่เรื่อง เงิน เงิน เงิน นี่แหละ คนสิงคโปร์แท้ ๆ ต้องเป็นแบบนี้
อย่างที่เคยบอกไปว่า สิงคโปร์เค้ามีศาสนาเดียวนะ คือศาสนาเงิน เงินใหญ่สุด เงินคือพระเจ้า





แต่คุยกับคนเยอะนะ
เราจะเรียนรู้ได้เลยว่าจริง ๆ แล้วเราหาอะไรในตัวผู้ชาย
เราเพิ่งมาจับสังเกตตัวเองได้ตอนหลัง ๆ เนี่ยแหละ
ว่าผู้ชายประเภทไหนที่เรายังคุยกับเค้าได้นาน
คือผู้ชายที่มีทัศนคติที่ดีหรือเป็นบวก ไม่ว่าจะเผชิญสถานการณ์แบบไหน
ซึ่งเราจะรู้สึกว่า คนแบบนี้แหละที่อยู่กับเราได้
เพราะไม่มีใครชอบคน negative ซึ่งเค้าอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวเองก็ได้
แต่เวลาคุยไปซักพัก เราจะรู้เลยว่าคน ๆ นี้ negative รึเปล่า
ตั้งแต่บ่นเรื่องงาน เรื่องเพื่อนที่ทำงาน ญาติพี่น้อง ประเทศของตัวเอง คนร่วมชาติตัวเอง
ซึ่งมันเป็นธรรมดา แต่ถึงพูดถึงแล้วมีแง่ดีแบบไม่ประชดนี่ เราถึอว่าโอเคเลยนะ
แล้วทั้งหมดที่คุย ๆ มา มีแบบนี้ไม่ถึง 3-5 คน


ใครเพิ่งเปิดมาอ่านตอนนี้เป็นตอนแรก
สามารถกลับไปอ่านตอนอื่น ๆ ได้ตามลิงค์ด้านล่างนะคะ แซ่บไม่แพ้กันเลยค่ะ แต่ละค้นนนนนน


รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 1


รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 2



รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 3



อ่านแล้วเม้นท์ให้กำลังใจหน่อยนะจ๊ะ
อย่างน้อยจะได้รับรู้ว่าก็มีคนอ่านอะไรยาว ๆ ที่เราใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งพิมพ์เหมือนกันนะ
รักคนอ่านนะคะ


บล็อคนี้ไม่ใช่บล็อคแรกที่ไปเจอหนุ่มทางออนไลน์นะแจ๊ะ
เคยไปเจอแล้วทั้งสิงคโปร์และฮ่องกง
ตามไปอ่านประสบการณ์ฟิน ๆ ของหนุ่มที่เราไปเจอเมืองนอกกันต่อได้เล้ย


อันนี้ของสิงคโปร์


ไปหาหนุ่มพาเที่ยวอ้อยอิ่ง...ที่สิงคโปร์ ตอนที่ 1




อันนี้ของฮ่องกง


เครื่องลงฮ่องกงปุ๊บก็นัดบอดหนุ่มฮ่องกงมากินข้าวมื้อแรกด้วยกันเล้ย


ส่วนอันนี้ ประสบการณ์การเล่น tinder
ก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่เล้ย
เชิญเสพย์ต่อด้านล่างจ้ะ
เจ้ไม่ได้มาเล่น ๆ เจ้เล่นจริงจัง เก็บมาเม้าได้หลายบล็อคเลย ฮา ๆ


เม้าฝรั่งที่เจอในแอพ tinder หลังจากเพิ่งเล่นได้แค่อาทิตย์เดียว

เสียเซลฟ์กับหนุ่มใน tinder อีกละ

เรามาอ่าน tinder profile ขำ ๆ แย่ ๆ หรือสร้างสรรค์กันดีกว่า

มาอ่าน tinder profile ขำ ๆ กันต่อดีกว่า

มาอ่าน tinder profile สนุก ๆ ฝึกภาษากันต่อนะ

เม้าเรื่องที่แชทคุยกับหนุ่มสิงคโปร์

แชทคุยกับคนปลกหน้าที่เป็นผู้หญิงด้วยกันกว่า 4 ชม. เกี่ยวกับด้านมืดของเธอ

ลองให้หนุ่ม ๆ ทายหัวข้อนิทรรศการภาพถ่ายนึง มาดูซิหนุ่มแต่ละอาชีพทายกันว่าอะไรบ้าง

เม้าเรื่องต่าง ๆ ที่ได้แชทกะคนสิงคโปร์

คุยมาก็หลายเดือน ถึงเวลาเอาตัวเองบินไปเจอหนุ่มซักทีปีหน้า

นัดหนุ่มที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเข้าไปจับกันในความมืดเป็นชั่วโมง แล้วไกด์ก็ฮามาก ได้ใจสุด ๆ

นัดเจอหนุ่มทางเน็ทครั้งแรก แต่หนุ่มไม่ได้มาแค่ 1 แต่มาถึง 3!!!!

จะเม้าให้ฟังเรื่องที่คุยกับสาวสิงคโปร์ที่ทำงานในคาสิโน

เรื่องเศร้า ๆ เคล้าคำพูดแย่ ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่คุยด้วยจากใน tinder


แชทน่ารัก ๆ ฟิน ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่ได้คุยด้วย






 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2560
2 comments
Last Update : 31 พฤษภาคม 2560 9:01:52 น.
Counter : 650 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

คุยกะหนุ่มสิงคโปร์เช่นกันคะ เค้าเป็นเพื่อนที่ดี

 

โดย: koon IP: 158.108.200.145 31 พฤษภาคม 2560 12:12:53 น.  

 

อ่านไม่เบื่อเลย หนูลีลี :)

 

โดย: :) (สุขใจพริ้ว ) 21 สิงหาคม 2560 1:24:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


หนูลีลี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]





โสด + อินดี้
เป็นผู้หญิงขี้บ่น
เลยมีเรื่องมาบ่น มาเล่าในบล็อคเยอะแยะเต็มไปหมด
แถมถ้าเล่า ก็เป็นคนเล่าละเอียดซะด้วยสิ

แล้วก็ผู้หญิงช่างอิน


ชอบดูหนังเอเชียเป็นชีวิตจิตใจ
โดยเฉพาะหนังญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง
แต่เป็นหนังที่คนเค้าไม่ชอบดูกันนะ
คือรันทด หดหู่ เศร้า สะเทือนอารมณ์ ดูแล้วปวดใจ + จิตตกไปหลายวัน
ไม่ก็หนังเงียบ ๆ นิ่ง ๆ เรื่่อย ๆ เอื่อย ๆ บทพูดน้อย ๆ แต่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่น เรียบง่ายแต่งดงาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังญี่ปุ่นซะเยอะ
แถมยังเรื่องมากไม่ดูหนังที่เด็กกว่าอายุตัวเองอีก


แต่อีกมุมนึงก็ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน
ถ้าได้อ่านหนังสือแล้วก็ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนนะ
จะนั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องแล้วก็ท่องเที่ยวไปในจินตนาการของคนที่เค้าถ่ายทอดทุกตัวอักษร
นักเขียนที่ชอบน่ะเหรอ

แน่นอน ต้องพี่ 'ปราย พันแสง + พี่จิก ประภาส + อภิชาติ เพชรลีลา + เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย + พี่โหน่ง วงศ์ทนง + พี่เอ๋ นิ้วกลม + พี่ก้อง ทรงกลด + ใบพัด + พี่พลอย จริยะเวช + บัณฑิต อึ้งรังษี + พี่ตุ๊ก วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม + พี่ตุ๊กตา พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล + วิภว์ บูรพาเดชะ + คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (merveillesxx) + เต๋อ นวพล + พี่บิ๊กบุญ ภูมิชาย + เราว่าเราชอบนักเขียนเกือบจะทุกคนใน A Book เลยก็ว่าได้นะเนี่ย


บางช่วงก็อินกับธรรมะ
กลับมาจากปฏิบัติธรรมก็จะอินกับธรรมะเป็นเดือน ๆ เหมือนกัน
เคยไปปฏิบัติธรรมมา 2 ที่คือที่ยุวพุทธ กับ เตโชวิปัสสนา

อินได้หมดทุกอย่าง
ขอแค่มีคนมาบิ๊ว หรือบางครั้วก็อินด้วยตัวเองแล้วก็ไปบิ๊วคนอื่น

บล็อคตัวเองที่คนเข้า search เข้าเยอะ ๆ ก็มี
รีวิวแป้งมิสทีนทุกรุ่น
วิธีการบริหารอาการปวดก้น ปวดสะโพก
การปฏิบัติธรรมแบบเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
แล้วก็บล็อคที่เรารวบรวมคำพูดดี ๆ ประโยคสวย ๆ มาจากที่ต่าง ๆ

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคนถึงเข้าไปดูเยอะ ก็ลองเข้าไปตามอ่านกันนะคะ
ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ในเราชื่นใจบ้างก็ได้ค่ะ เราเช็คทุกวัน
และค่อนข้างมีวินัยในการเขียนบล็อคใหม่ทุกอาทิตย์
ตามอ่านกันได้นะคะ มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างสนอง need เจ้าของบล็อคล้วน ๆ ค่ะ
Friends' blogs
[Add หนูลีลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.