ต้นหน้าวัว (Anthurium)
 



https://goo.gl/QJcACd




ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anthurium andraeanum
ชื่อสามัญ : Anthurium
วงศ์ : Araceae  (ไม้วงศ์บอนและเผือก)
ชื่ออื่น ๆ : Flamingo flower, Pigg-tailflower, Boy flower



ลักษณะทั่วไป

หน้าวัวมีถิ่นกำเนิดมาจากเขตร้อนของทวีปอเมริกาเหนือและใต้ เข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2440
เป็นไม้พุ่มเตี้ยใช้ปลูกคลุมดิน มีอายุหลายปี เติบโตเป็นต้นเดี่ยวหรือแตกกอ ลำต้นสั้นหรือยืดยาวคล้ายไม้เลื้อยและ
ทิ้งใบช่วงล่างของต้นพร้อมทั้งเกิดรากใหม่ รากเหล่านี้จะเจริญลงหาอาหารในเครื่องปลูกเมื่อสภาพอากาศ
ภายในโรงเรือนชื้น ระบบรากของหน้าวัวเป็นรากอากาศสามารถดูดน้ำ และความชื้นจากอากาศภายในโรงเรือน

ใบของหน้าวัวมีแตกต่างกันหลายแบบ เช่น รูปหัวใจ รูปใบหอก รูปสามเหลี่ยม หรือใบประกอบแบบนิ้วมือ
 ใบแตกออกจากลำต้นเรียงเวียนสลับกัน ขนาดและสีต่างกันไปตามชนิดและพันธุ์

ดอกของหน้าวัวเกิดจากตาดอกที่ซอกใบ ปกติตาดอกและใบอ่อนจะเกิดพร้อมกัน แต่ตาดอกจะพัฒนา
ขึ้นมาหลังจากใบแก่สมบูรณ์แล้ว ดังนั้นต้นที่โตเร็วจึงมักจะให้ดอกดก
 








หน้าวัวมีดอกสมบูรณ์เพศ คือ มีเกสรตัวผู้กับเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ประกอบด้วยช่อดอกที่เรียกว่าปลี
(Spadix) และจานรองดอก หรือที่เรียกว่าดอกนั้นเอง จานรองดอกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ใบประดับ มีลักษณะคล้าย
ใบติดที่โคนปลี หน้าวัวมีดอกสีสวยสะดุดตา สีของจานรองดอกมีหลากสี เช่น ขาว เขียว ชมพู ส้ม แดง ม่วง
หรือมีหลายสีปนกัน อาจเรียบหรือย่นเป็นร่องเรียกเฉพาะว่า ร่องน้ำตา ซึ่งอาจตื้นลึกต่างกันไปตามพันธุ์





https://goo.gl/hZ2aCG




การขยายพันธุ์

 การเพาะเมล็ด นิยมใช้เพื่อการปรับปรุงพันธุ์หรือเพื่อผลิตลูกผสมที่มีลักษณะต่างไปจากพ่อ-แม่พันธุ์
เท่านั้น ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 3 ปี ต้นจึงจะให้ดอก การเพาะเมล็ดพันธุ์ควรทำทันทีหลังจากเก็บผล
เพราะเมล็ดหน้าวัวสูญเสียความงอกเร็วมาก

 การตัดชำยอด จะทำเมื่อต้นมีความสูงกว่าวัสดุปลูกเกิน 60 เซนติเมตร โดยตัดยอดให้ใบติดอยู่ 3-5 ใบ
และมีราก 2-3 ราก ทาแผลที่เกิดจากรอยตัดด้วยยาป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นนำยอดไปปักชำในที่ร่ม
และมีความชื้นสูง เมื่อมียอดใหม่และรากงอกแล้วจึงย้ายไปปลูกตามปกติ



 






 การแยกหน่อหรือตัดหน่อ นิยมทำหลังจากที่ตัดยอดชำแล้ว ต้นตอที่ถูกตัดยอดแล้วจะมีหน่อใหม่เกิดขึ้น
สามารถตัดแยกหน่อไปปลูกได้ โดยหน่อนั้นควรเป็นหน่อที่มีขนาดใหญ่และมีราก 2-3 รากแล้ว

 การปักชำต้น ใช้กับต้นขนาดใหญ่ที่มีอายุมากและถูกตัดยอดไปชำแล้ว โดยตัดต้นเป็นท่อน แต่ละท่อน
ให้มีข้อ 2-3 ข้อนำไปปักชำในทรายหรืออิฐทุบก้อนเล็ก ๆ ความชื้นสูง แต่ไม่แฉะ ควรปักชำให้ยอดทำมุม
ประมาณ 30-40 องศา วิธีนี้ใช้เวลานานและต้นใหม่ที่ได้มักไม่แข็งแรงจึงไม่ค่อยนิยม

 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นวิธีที่ใช้เมื่อต้องการต้นจำนวนมากในระยะเวลาสั้น
นิยมใช้กับพันธุ์ที่ผลิตเพื่อการค้า





https://goo.gl/gtNlpi



การปลูกและการดูแลรักษา

การปลูกหน้าวัวจะต่างจากไม้ดอกชนิดอื่น วิธีปลูกควรปลูกในกระถาง โดยรองอิฐที่รูระบายน้ำก้นกระถาง
แล้วใส่เครื่องปลูกประมาณ 1/5 ของความสูงกระถาง แล้วนำต้นหน้าวัววางบนเครื่องปลูก จากนั้นจึงเติม
เครึ่องปลูกรอบ ๆ โคนต้น ยึดลำต้นให้แน่นอย่าให้ต้นคลอนแคลนและอย่าใส่เครื่องปลูกจนกระทั่งทับยอด
หน้าวัวเพราะจะทำให้ยอดเน่า

เมื่อต้นเจริญเติบโต ใบล่างจะร่วงหล่นไป ลำต้นจะสูงพ้นเครื่องปลูก ส่วนรากจะเกิดออกจากลำต้นใต้ใบเสมอ
ทำให้รากเจริญเหนือเครื่องปลูกขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงควรเติมเครื่องปลูกให้เครื่องปลูกอยู่ต่ำกว่ายอดเล็กน้อยเสมอ
หน้าวัวต้องการความชื้นในอากาศสูง ควรรดน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งแต่ถ้าวันไหนร้อนจัด
ควรรดเพิ่มเป็น 3 ครั้งต่อวัน





https://goo.gl/hZ2aCG



หน้าวัวจะเติบโตได้ดีในสภาพที่มีความชื้นสูง แสงรำไรและมีลมพัดผ่านไม่แรงนัก สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึง
คือปริมาณแสงแดดที่ต้นได้รับ เพราะแสงแดดมากเกินไปจะทำให้ใบเหลือง สีดอกซีด เป็นรอยไหม้
และชะงักการเจริญเติบโต แต่ถ้าได้รับแสงน้อยเกินไปจะทำให้ใบมีสีเขียวเข้ม ออกดอกน้อย

ควรทำการพรางแสง ปริมาณแสงที่เหมาะสมคือประมาณ 20-30% จะทำให้ต้นออกดอกดก
คุณภาพดอกดี วัสดุปลูกที่นิยมใช้กันมากคือ อิฐมอญทุบ ถ่านกาบมะพร้าว ใบไม้ผุ กะลาปาล์มน้ำมัน
การปลูกในกระถางส่วนผสมของดินใช้ดินร่วน 2 สวน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 สวน ทรายหยาบ 1 ส่วน

ฤดูหนาวความชื้นในอากาศน้อย ควรรดน้ำเพิ่มในช่วงบ่ายด้วย ส่วนการให้ปุ๋ยนิยมให้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือ
ปุ๋ยเคมีละลายน้ำ เช่น สูตร 10-10-30 , 17-34-17, 16-21-27 ฉีดพ่นทางใบหรือรดที่โคนต้นก็ได้
ถ้าปลูกในบ้านหรืออาคารสำนักงานควรรดน้ำวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและเย็น
ช่วงฤดูร้อนอาจเสริมด้วยกระดูกป่นเล็กน้อย 2-3 ครั้งต่อเดือน









การปลูกเลี้ยงหน้าวัวให้ได้ต้นที่สมบูรณ์และให้ดอกสม่ำเสมอนั้น ต้องมีการตัดแต่งต้น ตัดใบและดอกที่แก่
หรือเป็นโรคทิ้ง ไม่ควรปล่อยให้ต้นมีใบดกเกินไป เพราะจะทำให้การถ่ายเทอากาศบริเวณโคนต้นไม่ดี เป็น
แหล่งสะสมโรค ควรตัดใบให้เหลือ 3-4 ใบต่อยอดทุกปี





อ้างอิง :
https://reeyong.blogspot.com/2010/09/blog-post.html
https://www.baanpud.net/forum/viewtopic.php?f=7&t=813

Richard Clayderman - Healing Medley

 
 


เดหลี (Peace Lily) อีกหนึ่งไม้ดอกในดวงใจ คลิกที่นี่
 
 



Create Date : 04 มกราคม 2554
Last Update : 17 มกราคม 2564 10:26:35 น.
Counter : 8863 Pageviews.

4 comments
บริิษัทกำจัดปลวก บริษัท บิสเทค (ไทยแลนด์) จำกัด Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
(14 ก.ย. 2564 13:48:18 น.)
บันทึกน้องหนาม อิชินอปซิส (Echinopsis subdenudata) 3.9.2564 ฟ้าใสวันใหม่
(13 ก.ย. 2564 09:53:47 น.)
ชมดอกไม้สวยๆ ก่อนอากาศจะหนาวแล้ว .... ดอกอรุณเบิกฟ้า, ดอกดาวเรือง, ดอกอัญชัน newyorknurse
(10 ก.ย. 2564 01:04:50 น.)
🌸 Callisia Repens - ริบบิ้นชาลีสีชมพู 🌸 PinkyPrettyPatty
(30 ส.ค. 2564 16:41:34 น.)
  
ชอบดอกหน้าวัวมากค่ะ..
ชอบทั้งหน้าวัวใบ หน้าวัวดอก
เมื่อก่อนที่บ้านเลี้ยงไว้ใต้เรือนกล้วยไม้
พอไปเรียนต่างจังหวัดกลับมาก็เหลือน้อยลงๆ
โดย: mutcha_nu วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:17:47:53 น.
  
ปลูกทีไรตายทุกทีเลยต้นนี้
โดย: endless man วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:21:35:55 น.
  
ต้นนี้ชื่อภาษาฝรั่งเขาเรียก boy flower ฮิๆ นึกภาพแล้ว ฮิๆ
โดย: endless man วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:21:36:49 น.
  
mutcha_nu :
ชอบเหมือนกันค่ะ แต่มือไม่ถึง ปลูกทีไรตายทุกที แหะ ๆ
แต่ถ้าปลูกในเรือนกล้วยไม้ น่าจะรอดนะคะ

endless man :
ขอบคุณที่มาเพิ่มเติมให้นะคะ เป็นความรู้ใหม่อีกแล้ว ... boy flower
เห็นด้วยทุกอย่างเลยค่า ทั้งชื่อดอกไม้และความสามารถพิเศษ (ปลูกทีไรตายทุกที) ^^"
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:8:51:27 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Fasaiwonmai.BlogGang.com

ฟ้าใสวันใหม่
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]

บทความทั้งหมด