เขาค้อและภูหินร่องกล้า
ทริปปีใหม่อีกครึ่งนึงที่เหลือครับ วันนี้จะว่ากันด้วยส่วนที่ไม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุคโบราณ (มีประวัติสงครามคอมมิวนิสต์นิดหน่อย อ่านๆไปเหอะ บนภูเขาก็ต้องมีคอมมิวนิสต์สิ!!) เดี๋ยววันนี้จะพาขึ้นเขาค้อและภูหินร่องกล้ากัน เทียบกับรูทเดินทางของทริปนี้แล้วก็ตามที่วงไว้เลยครับ หลังจากเที่ยวเมืองเพชรบูรณ์หนำใจไปแล้ว ทำเอาท่านผู้อ่านอ้วกเป็นพิพิธภัณฑ์ไปตามๆกัน เราก็ขึ้นเส้น 2258 ขึ้นเขาค้อไปกันเลย ปกติเป็นรูทที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุดในช่วงเทศกาล แต่วันนี้ (27 ธ.ค.) ยังไม่ถึงวันหยุดจริง กะว่ารีบขึ้นแล้วรีบลงโดยด่วนที่สุดเลยครับ ก่อนที่จะเจอฝูงชนนับล้านผู้เลือกเขาค้อเป็นปลายทางของทริปปีใหม่ อันที่จริงที่เที่ยวบนเขาค้อมีมากมายมหาศาล แต่ด้วยความที่เราต้องทำเวลา เลยเลือกเอา 3 ที่พอ คือพิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อ และเจดีย์กาญจนาภิเษกครับ แต่ละที่ใช้เวลาไม่มาก
เขาค้อ เป็นเทือกเขาสลับสับซ้อนที่มีเขาซ้อนกันหลายลูก สาเหตุที่ชื่อเขาค้อเพราะสมัยก่อนมีต้นค้อขึ้นจำนวนมาก (ต้นค้อ https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%AD ขี้เกียจแปะรูปไว้ข้างๆละ บล็อกแก๊งปรับปรุงใหม่แล้วตีตารางได้ห่วยแตก) ก่อนอื่นขอเล่าเรื่องราวของสงครามปราบปรามคอมมิวนิสต์ในประเทศไทยก่อนครับ ช่วง พ.ศ.2508 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเริ่มแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่เขาค้อและภูหินร่องกล้า รวมตัวมวลชนที่ต่อต้านรัฐบาลทหารเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมรวมถึงชนกลุ่มน้อยต่างๆ เกิดการก่อการร้ายและสงครามกองโจรกินเวลายาวนานหลายปี เขาค้อมีชัยภูมิดี เป็นที่สูงชันรกทึบ และเพาะปลูกพืชอาหารได้เลยใช้เป็นที่ปักหลักต่อสู้รัฐบาลได้นาน การสู้รบเริ่มรุนแรงขึ้นในปี พ.ศ.2511 รวบรวมผู้คนและอาวุธได้มากขึ้นจนตั้งเป็นรัฐประชาชน แต่ทหารของรัฐบาลก็ยึดเขาค้อกลับคืนมาได้ในปี พ.ศ.2522 และออกเผด็จศึกขั้นเด็ดขาดด้วยการบุกโจมตีฐานที่มั่นของผู้ก่อความไม่สงบที่กระจายอยู่ตามเขาต่างๆ รัฐบาลยุติสงครามลงได้อย่างสิ้นเชิงในปี พ.ศ.2525 ท่ามกลางความสูญเสียมากมายของทั้งสองฝั่ง และฐานยิงสนับสนุนแห่งนี้คือฐานยิงปืนใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในช่วงท้ายของสงคราม โดยมี พอ.อิทธิ สิมารักษ์ เป็นผู้บัญชาการหลักในการยิงตอบโต้และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจนกระทั่งเสียชีวิตในการต่อสู้ จึงได้นำชื่อมาตั้งเป็น "ฐานยิงสนับสนุนอิทธิ" ปัจจุบันเปิดเป็น พิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในสงครามปราบปรามคอมมิวนิสต์ รวมถึงซากอาวุธอย่างเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกยิงตกมีทหารเสียชีวิตด้วย เปิด 7.00 - 17.00 น. ค่าเข้าคนละ 10 บาท ครับ เลยขึ้นมา 1.5 กม. มี อนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อ เป็นที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิตในการต่อสู้ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเมืองอาสาสมัคร ข้างแท่งหินมีสลักรายชื่อผู้เสียชีวิตไว้ด้วย เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2526 ฐานยาว 11 เมตร มาจากปี 2511 ที่สงครามเริ่มขึ้น และสูง 25 เมตร มาจากปี 2525 ซึ่งสงครามสิ้นสุดลง ขึ้นมาอีก 1 กม. จะเห็น พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก อยู่ทางขวามือ สร้างในโอกาสกาญจนาภิเษกของในหลวง ร.9 ไว้เป็นสิริมงคลลบล้างประวัติศาสตร์เขาค้อที่มีแต่ความสูญเสีย แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2542 เป็นเจดีย์สูงที่สุดในเพชรบูรณ์มีความสูงถึง 63 เมตร ภายในเป็นหินอ่อน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากศรีลังกา เลยมาอีกหน่อยจะเห็น Amazing Dinosaur อยู่ทางซ้ายมือ อันนี้ไม่ได้อยู่ในแผน แต่ไหนๆเวลาก็เหลือ บวกกับชอบไดโนเสาร์อยู่แล้วด้วย เลยแวะสักหน่อยครับ Amazing Dinosaur @เขาค้อ เปิดทุกวัน 8.00 - 17.00 น. ค่าเข้าผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท เป็นแหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ของเอกชนที่จัดว่าทำได้ดีเลยสำหรับราคาเท่านี้ครับ ทางเข้าจะมีป้ายอธิบายไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ คอลเลคชั่นตุ๊กตุ่นไดโนเสาร์ พอเข้ามาโซนด้านในเป็นสวนจัดแสดงหุ่นไดโนเสาร์ขยับได้นิดหน่อย ไม่ละเอียดเท่าพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาที่รังสิตคลองห้า แต่ก็มีจำนวนมากมายกว่ากันแบบเทียบไม่ติด เอาแค่ที่เดินนับๆดูก็ประมาณ 20 ตัวแล้ว พวกพันธุ์ใหญ่ๆ สเกลจะเล็กกว่าของจริงนะ เป็นที่ๆ น่าพาเด็กมาเที่ยวครับ ตามข่าวดูปิดเทอมซัมเมอร์นี้จะเพิ่มโซนถ้ำไดโนเสาร์ขึ้นมาด้วย แก้ปัญหาเรื่องการเดินตากแดดชมไดโนเสาร์ได้ตรงจุด
ถ้าไปต่อก็มีไร่บีเอ็นและเจดีย์ประกาศอิสรภาพที่น่าเที่ยว ลงเส้นเพชรบูรณ์-พิษณุโลกใกล้พระธาตุผาซ่อนแก้ว เที่ยวต่อได้เลย แต่ผมอยากเที่ยวหล่มสักเลยขอลงก่อนครับ เลี้ยวออกทางเส้น 2302 กลับมาที่สาย 21 แถวๆ หลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์ สักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง และนอนคืนนึงที่หล่มสักตามที่เล่าไปบล็อกก่อนหน้า
เช้าวันที่ 28 ธ.ค. ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ กินข้าวหน้าปากซอยแล้วขึ้นเขาค้อเส้น 12 เพื่อไปเที่ยวสถานที่ๆ เป็นเมนสตรีมของเขาค้ออย่างวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วครับ ขึ้นไปได้ตั้งแต่เช้าเลยครับผมมาถึง 7 โมงก็มีคนมาพอสมควรแล้ว หน้าวัดมีโรงอาหารเบ้อเริ่ม กับข้าวน่ากินหลายอย่าง ใครไม่ได้กินข้าวเช้ามากินเอาตรงนี้ได้นะ
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เพิ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2547 เดิมทีบริเวณนี้มีทิวเขาเรียงรายด้านบนเป็นถ้ำที่ชาวบ้านได้เล่าต่อกันมาว่าเห็นลูกแก้วหายลับเข้าไปด้านใน เชื่อกันว่าเป็นพระธาตุเสด็จมา จึงเรียกบริเวณนี้ว่า "ผาซ่อนแก้ว" หลังจากนั้นได้มีการสร้างเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วในปี พ.ศ. 2549 และสร้างพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในปี พ.ศ. 2555 ทำให้บริเวณวัดมีความสวยงามเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวมาก บนเขาบริเวณนี้ก็มีทิวทัศน์สวยงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ภาพนี้เป็นวิวจากที่จอดรถ น่าจะเป็นที่จอดรถที่วิวสวยอันดับต้นๆของประเทศไทย มหาวิหารพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ยอดเป็นรูปพระพุทธเจ้าซ้อนกัน 5 พระองค์ เป็นเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้ สร้างเนื่องในโอกาสในหลวง ร.9 มีพระชนมายุ 85 พรรษา ด้านในวิหารมี 7 ชั้น เป็นที่สวดมนต์ฟังธรรม และมีที่พักของผู้มาปฏิบัติธรรมด้วย นับตั้งแต่ฐานขึ้นไปสูง 45 เมตร เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต สร้างในโอกาสที่ในหลวง ร.9 ครองราชย์ครบ 60 ปี บรรจุพระบรมสารีกริกธาตุไว้บนยอด เดินวนรอบๆขึ้นไปได้ถึงชั้นบนเลยครับ เห็นวิวของวัดได้กว้างด้วย ด้านบนประดับด้วยหินสีและถ้วยชามสวยงามมาก ระหว่างทางขึ้นมามีร้านน่าแวะหลายร้านเลยครับ ทั้งโรงเตี๊ยมทั้งร้านกาแฟ ขาลงขอแวะร้านกาแฟ Dragon Hill เพราะเจ้ามังกรบนหลังคาร้านมันสะดุดตา นั่งกินในร้านก็ได้ หรือนั่งชมวิวข้างนอกก็ได้ แต่ตอนนี้แปดโมงครึ่งแล้วเกรงว่าถ้านั่งข้างนอกจะเสียชีวิตด้วยความอบอุ่นของไอแดด ทุกเมนูเครื่องดื่มร้อน 50 เย็น 80 ปั่น 95 ครับ ผมกินกาแฟไม่เป็นง่ะ แต่โกโก้ร้านนี้เข้มข้นอร่อยยยยย ♥ จากนั้นก็ลงจากเขาครับ ก่อนเข้าเมืองพิษณุโลกก็แยกออกมาที่เส้น 2013 เพื่อเข้า อ.นครไทย เที่ยวเมืองบางยางของพ่อขุนบางกลางหาวตามที่เล่าไว้บล็อกที่แล้ว เสร็จแล้วออกจากนครไทยทางเส้น 2331 ทางตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ค่าเข้าผู้ใหญ่ 40 เด็ก 20 รถยนต์ 70 ชาวต่างชาติ 500 มนุษย์ต่างดาวไม่ให้เข้าครับ
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นภูเขาหินภูมิทัศน์แปลกตาสวยงาม กินพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเลย ในอดีตเคยเป็นสมรภูมิช่วงสงครามคอมมิวนิสต์ยุคเดียวกับการสู้รบที่เขาค้อ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติครับ ไฮไลต์คือลานหินปุ่มและลานหินแตก
เข้ามาจะเจอลานหินแตกก่อน เป็นลานหินขนาดใหญ่ที่มีรอยเลื่อนของชั้นหินจนแตกออก ลานด้านบนมีลมฝนกัดเซาะจนตะปุ่มตะป่ำ เดินยากนิดๆ ช่วงร่องหินเขาทำสะพานไม้ให้ข้าม เดินระวังๆนะครับ ที่นี่เคยเป็นจุดปะทะในยุทธการภูขวาง พ.ศ.2515 มีผู้เสียชีวิตมากจนได้ชื่อว่าลานหินเลือด ไม่ไกลเท่าไหร่จะมาสุดลาน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก แต่ตอนนี้เที่ยงตรง พระอาทิตย์ไม่ยอมตกให้ดู | เดินกลับครับ ขับต่อมาอีกหน่อยจะมาถึงเส้นทางไปลานหินปุ่ม บริเวณทางเข้ามีร้านค้าเรียงราย ก็แวะกินมื้อเที่ยงเอาตรงนี้แหละ สั่งส้มตำไทยกับข้าวเหนียว มากินกับไก่ย่างที่ซื้อมาจาก อ.นครไทย ปรากฏว่าส้มตำนี้ อร่อย!!! มะละกอฝานบาง น้ำปรุงรสกำลังนัว ใส่มะขามป้อมด้วย เป็นแค่ร้านเพิงที่ลูกค้าสุ่มกิน แล้วโอกาสกลับมากินมันก็น้อยนิด จำเป็นต้องอร่อยขนาดนี้ด้วยเหรอ? |  | อิ่มแล้วก็เที่ยวต่อครับ เส้นทางไปลานหินปุ่ม 1,360 เมตร ไกลกว่าลานหินแตกมาก และจะให้ดีต้องมีคนนำทางไป ได้ผู้นำทางเป็นชาวม้งที่เคยทำงานออกแบบอยู่กรุงเทพ แต่แม่ล้มป่วย เลยกลับมาถิ่นเกิดดูแลแม่ครับ โปรไฟล์พอกับหลวงพี่อดีตนักเลงที่เจอที่เมืองโบราณดงแม่นางเมืองเลย วันนี้ไม่ได้เตรียมใจมาเดินไกลมาก ขอไปคอร์สสั้นๆ ไปถึงแค่ผาชูธงพอครับ ซึ่งคุณม้งผู้นำทางของเราก็พาไปทางลัด ถึงได้ในเวลาเพียง 15 นาที  ระหว่างทางมีสุสานนักรบ เป็นที่ฝังศพสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ญาติผู้เสียชีวิตมักมาวางดอกไม้หรือบุหรี่เป็นการแสดงความเคารพ ที่เห็นบุหรี่ปักปลายก้านธูปนี่ไม่ใช่ที่เขี่ยบุหรี่นะครับ |  คุณม้งคนนำทางชี้ให้ดูดอกสาบเสือเป็นดอกไม้ประจำชาติม้ง หากต้องการหนีภัยจากสัตว์ร้ายให้วิ่งเข้าดงสาบเสือมันจะช่วยกลบกลิ่นคน เป็นภูมิปัญญาชาวเขาครับ | และแล้วก็มาถึงผาชูธง สูงจากระดับน้ำทะเล 1,304 เมตร แต่เดินได้ชิลๆ แทบไม่ต้องออกแรงเลยครับ ตรงนี้เป็นหน้าผาสูงชันมองเห็นได้ไกล เมื่อศึกไหนพรรคคอมมิวนิสต์รบชนะจะขึ้นไปชูธงค้อนและเคียวเป็นสัญญาณแจ้งให้เห็นทั่วกันทั้งพื้นที่ จากบนผาชูธงก็มองได้ไกลจริงๆ สำหรับลานหินปุ่มไม่ได้ไปนะครับ หน้าตาคล้ายๆลานหินแตก แต่กลมมนน่าลูบไล้มากกว่า 
จากนั้นก็กลับลงไปที่ อ.นครไทย แล้วเข้าเมืองพิษณุโลก พัก 1 คืน ก่อนกลับบ้านในวันต่อมา แวะเที่ยวเมืองโบราณดงแม่นางเมือง และจันเสน ตามที่เล่าไปในบล็อกก่อนๆ แล้วจ้า ก็ถือว่าครบถ้วนกระบวนความสำหรับทริปสิ้นปี 2018 แล้วนะครับ

| Create Date : 01 เมษายน 2562 |
| Last Update : 1 เมษายน 2562 22:10:21 น. |
|
37 comments
|
| Counter : 4059 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณกะว่าก๋า, คุณSweet_pills, คุณhaiku, คุณThe Kop Civil, คุณKavanich96, คุณmambymam, คุณkae+aoe, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณทนายอ้วน, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณJinnyTent, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณtoor36, คุณอุ้มสี, คุณRinsa Yoyolive, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณnewyorknurse, คุณtuk-tuk@korat, คุณTui Laksi, คุณInsignia_Museum, คุณmcayenne94, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณกาบริเอล, คุณดาวริมทะเล |
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 เมษายน 2562 เวลา:23:05:46 น. |
|
|
|
โดย: Kavanich96 วันที่: 2 เมษายน 2562 เวลา:1:34:36 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 เมษายน 2562 เวลา:6:35:56 น. |
|
|
|
โดย: kae+aoe วันที่: 2 เมษายน 2562 เวลา:8:59:38 น. |
|
|
|
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 เมษายน 2562 เวลา:12:41:34 น. |
|
|
|
โดย: JinnyTent วันที่: 2 เมษายน 2562 เวลา:20:03:24 น. |
|
|
|
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 2 เมษายน 2562 เวลา:20:18:05 น. |
|
|
|
โดย: Sweet_pills วันที่: 2 เมษายน 2562 เวลา:22:39:40 น. |
|
|
|
โดย: JinnyTent วันที่: 3 เมษายน 2562 เวลา:21:10:46 น. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 3 เมษายน 2562 เวลา:22:22:50 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 เมษายน 2562 เวลา:23:19:49 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 เมษายน 2562 เวลา:23:09:13 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 เมษายน 2562 เวลา:6:12:14 น. |
|
|
|
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 5 เมษายน 2562 เวลา:7:48:51 น. |
|
|
|
โดย: kae+aoe วันที่: 5 เมษายน 2562 เวลา:8:37:49 น. |
|
|
|
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 5 เมษายน 2562 เวลา:19:27:53 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 เมษายน 2562 เวลา:15:29:08 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 เมษายน 2562 เวลา:6:37:43 น. |
|
|
|
โดย: Tui Laksi วันที่: 7 เมษายน 2562 เวลา:8:45:03 น. |
|
|
|
โดย: Sweet_pills วันที่: 7 เมษายน 2562 เวลา:17:50:20 น. |
|
|
|
โดย: mcayenne94 วันที่: 8 เมษายน 2562 เวลา:13:46:34 น. |
|
|
|
โดย: กาบริเอล วันที่: 10 เมษายน 2562 เวลา:10:14:05 น. |
|
|
|
โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 11 เมษายน 2562 เวลา:13:02:13 น. |
|
|
|
|
|
พูดถึงเขาค้อ พี่ก๋านึกถึงเขาทรายก่อนเลย 555
แต่เขาค้อในบล็อกน้องชีริวเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
พระธาตุผาซ่อนแก้วสวยจังเลยนะครับ
น่าไปถ่ายรูป
คนออกแบบเก่งมากๆ
เชียงใหม่อากาศยังแย่อยู่ครับ
ควันเยอะจริงๆ
ถ้าขึ้นมาหาหน้ากากที่กันฝุ่น PM 2.5 ขึ้นมาด้วยนะครับ
ช่วงเช้าควันจะเยอะมากเป็นพิเศษเลย