|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 |
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
ท่องกาฬสินธุ์ ถิ่นไดโนเสาร์
ระหว่างที่มวลมหาประชาชนชัตดาวน์กรุงเทพอยู่ ใครอยู่บ้านว่างๆไม่รู้จะทำอะไรก็มาชมทริปปีใหม่ฆ่าเวลากันไปพลางๆก่อนครับ ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29-31 ธ.ค. ที่ผ่านมา ปกติช่วงปลายปี-ปีใหม่ที่บ้านผมจะหาที่เที่ยวเจ๋งๆสักที่ ปี 54 ไปหนองคาย ปี 55 ไปชียงราย สำหรับปี 56 นี้ผมเลือก "กาฬสินธุ์" เป็นสุดยอดทริปส่งท้ายปีครับ
กาฬสินธุ์ฟังดูไม่ค่อยมีอะไร แต่มันคือสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนรักไดโนเสาร์ เพราะที่นี่มีแหล่งขุดค้น และพิพิธภัณฑ์สิรินธรซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยครับ วันหยุดยาวของหลายๆคนเริ่มต้นจากวันเสาร์ที่ 28 แต่วันที่ 28 ผมไปพระราชวังเดิมฝั่งธน ซึ่งเป็นวังเก่าของพระเจ้าตากสิน ปีนึงเปิดให้เข้าแค่วันเดียวคือวันตากสิน (28 ธ.ค.) ครับ สำหรับปีนี้เปิด 28-29 สองวัน น่าจะได้เอามาลงบล็อกเมื่อผมเล่าประวัติศาสตร์ถึงช่วงธนบุรีแล้ว ซึ่งคงกินเวลาสักสองปี เหอๆ ทริปปีใหม่ของผมจึงออกเดินทางวันที่ 29 ธ.ค. ครับ กะว่าออกช้ากว่าคนอื่นวันนึง รถไม่น่าจะเยอะแล้ว... ที่ไหนได้ ออกจากบ้านหกโมงเช้า แหงกอยู่บนถนน 15 ชั่วโมง ถึงขอนแก่น 3 ทุ่ม!! ที่แพลนว่าจะเที่ยวภูเวียงในวันแรกก็พับไปด้วยประการฉะนี้...
เอาภาพความแออัดของฝูงชนที่ร้านข้าวแกงบ้านสวน (อยุธยา) ที่ผมแวะกินมื้อเช้ามาฝากครับ ส่วนภาพขวาคือแถวรถที่ติดยาวเหยียดโดยเฉพาะบริเวณสระบุรี ยิ่งช่วงแก่งคอยยิ่งติดแบบน่าเบิ๊ดกะโหลกจราจร ไม่มีการอำนวยความสะดวกอะไรทั้งสิ้นครับ มีแต่กั้นไม่ให้กลับรถ และป้ายขู่จับความเร็ว อาห์... หรือนี่คือมาตรการลดอุบัติเหตุด้วยการไม่ให้รถแล่นแม่งเบย ปลอดภัยขิงๆล้านเปอร์เซนต์ พอเลยแก่งคอยไปเขาเปิดเลนฝั่งตรงข้ามให้วิ่งสวนขึ้นไปได้เลนนึง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย พอเข้าเขตโคราชรถก็เริ่มไหลครับ
วันแรกจบไปแบบห่วยๆ ฟ้าสดใสก็เริ่มขึ้นที่กาฬสินธุ์... เรารีบตื่นแล้วขับออกจากขอนแก่น ดิ่งเข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ครับ ปลายปีที่ผ่านมาอากาศหนาวเย็นกว่าทุกปี อีสานเหนือยิ่งหนาวครับ หมอกลงเต็มข้างทาง ฝ้าเกาะเต็มกระจกรถ ต้องเปิดแอร์ไล่ฝ้าทำให้ยิ่งหนาวขึ้นไปอีก หนาวแบบไม่ต้องขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวบนดอยเลย
ประมาณ 8 โมงเช้าเราก็เข้ามาในเขตสหัสขันธ์ ถิ่นไดโนเสาร์ มีรูปปั้นไดโนเสาร์น้อยใหญ่ออกมาต้อนรับตลอดสองข้างทาง แต่ที่เด็ดจริงๆก็ต้องที่นี่เลยครับ สวนไดโนเสาร์ ของ อบจ. กาฬสินธุ์ มีรูปปั้นไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงจำนวนมาก ปั้นสวยด้วย
ตอนมาคราวที่แล้วเด็กๆเต็มเลย แต่หนนี้เช้าจัด ไม่มีคนเลยครับ อย่าไปขี่หางขี่คอมันนะเดี๋ยวมันหัก ตอนมาคราวที่แล้วเด็กขึ้นไปขี่หางขย่มโยกซ้ายขวา ...เอ็งคิดว่ากำลังโรดิโออยู่รึงัย? บางตัวเขาต้องเอาลวดหนามมาพันไว้ไม่ให้คนขึ้นไปข่มขืนไดโนเสาร์
พิพิธภัณฑ์สิรินธรซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการท่องเที่ยวเปิดเวลา 9 โมงครับ ตอนนี้ยังมีเวลาเลยขึ้นไปสูดอากาศยามเช้าบนภูสิงห์ที่อยู่ทางเหนือของสหัสขันธ์ไม่ไกลจากตัวพิพิธภัณฑ์มากนัก จะจอดรถด้านหน้าแล้วเดินขึ้นบันไดมา 104 ขั้น หรือจะขับรถขึ้นมาทางด้านหลังก็ได้ ขับรถขึ้นมาเหนื่อยน้อยหน่อย แต่หวาดเสียวมากหน่อย เพราะแล่นรถได้เลนเดียวครับ เกิดมีรถสวนมาก็ต้องหลบลงข้างทางสถานเดียว ด้านบนประดิษฐานพระพรหมภูมิเปาโล ใหญ่โตและงดงาม สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2511
ลานด้านบนสำหรับชมภาพทิวทัศน์เมืองสหัสขันธ์ ด้านขวามีรอยพระพุทธบาทด้วยนะ
นอกจากภูสิงห์แล้วบริเวณนี้ยังมีอีกหลายภูที่ควรค่าแก่การแวะเที่ยว ขับมาทางตะวันออกประมาณ 7 กม. จะถึงวัดพุทธนิมิตร(ภูค่าว) อยู่บนยอดภูค่าวครับ
สามารถจอดรถแล้วเดินลงไปชมพระพุทธไสยาสน์สลักบนแผ่นผาได้ เดินไม่ไกล ไม่ร้อน สะอาด บรรยากาศก็ดี แต่จุดเด่นที่สุดของวัดนี้คือนกยูงจำนวนมากมายมหาศาลบริเวณวัดครับ ตอนขับรถเข้าไปในเขตวัดเลยต้องเลื่อนเปิด-ปิดประตูเอง อย่าลืมปิดประตูนะครับเดี๋ยวนกยูงเดินออกไปข้างนอกแล้วรถทับเอา จากที่เห็นน่าจะมีหลายร้อยตัว เดินทั่วพื้นที่แบบไม่กลัวคน นอกจากนกยูงยังมีสัตว์ป่าอื่นๆอย่างกวางอยู่ด้วย |  | พระพุทธไสยาสน์ภูค่าวยาว 2.25 เมตร เป็นพระนอนตะแคงซ้าย และไม่มีพระเกตุมาลา ว่ากันว่าเป็นพระโมคคัลลานะ พระนอนนี้สลักขึ้นในสมัยทวาราวดีใกล้เคียงกับตอนสร้างพระธาตุพนม และได้ขึ้นทะเบียนเป็นปูชนียวัตถุโบราณชิ้นแรกของ จ.กาฬสินธุ์ด้วย
ในบริเวณวัดที่น่าสนใจอีกแห่งก็คือวิหารสังฆนิมิตรที่ประดับผนังด้วยพระเครื่องนับพันองค์ ที่น่าทึ่งคือทั้งหมดเป็นพระเครื่องจริงๆที่พิมพ์แตกต่างกัน ไม่ใช่ปั๊มออกมาเยอะๆเพื่อแปะผนังครับ ในวิหารยังมีพระพุทธรูปและภาพเก่าที่น่าสนใจอื่นๆด้วย
และแล้วก็ได้เวลาเที่ยวพิพิธภัณฑ์เสียที พิพิธภัณฑ์สิรินธรอยู่เชิงภูกุ้มข้าวที่ขุดค้นฟอสซิลบริเวณวัดสักกะวัน ขับตามถนนเส้น 227 สังเกตป้าย "อุทยานไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว" ที่มีรูปปั้นไดโนเสาร์คอยาวยืนบอกทางอยู่ แล้วเลี้ยวเข้าไป 1 กม. จะมาถึงพิพิธภัณฑ์ครับ
เพลินกับวัดพุทธนิมิตรจนเวลาล่วงไปเกือบสิบโมงแน่ะครับกว่าจะมาถึงพิพิธภัณฑ์ ยิ่งสายคนก็ยิ่งเยอะ แล้วยิ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของกาฬสินธุ์แถมช่วงปีใหม่แบบนี้คนล้านแตกแบบไม่ต้องสงสัยครับ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์มีรูปปั้นไดโนเสาร์มารับแขกมากมายเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของเด็กที่รักไดโนเสาร์มาก โดยเฉพาะเจ้าตัวคอยาวหน้าตึกนี้ขยับคอส่งเสียงร้องได้ด้วยครับ
ที่นี่ค่าเข้าคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท แต่งชุดนักเรียนหรือบวชพระบวชเณรเข้าฟรีจ้ะ ถ่ายรูปได้ไม่อั้น แต่ห้ามถ่ายวิดีโอ พิพิธภัณฑ์สิรินธรแบ่งออกเป็น 8 โซน ตามช่วงเวลายุคต่างๆ ตั้งแต่ 1.กำเนิดโลก 2.ชีวิตแรก 3.สิ่งมีชีวิตยุคก่อนไดโนเสาร์ 4.ไดโนเสาร์ 5.วิถีไดโนเสาร์ 6.คืนชีวิตไดโนเสาร์ 7.สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ 8.มนุษย์ ผมมาที่นี่ครั้งแรกตอนปีใหม่ 2009 ผ่านมา 4 ปีมีอะไรๆเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะเลย แต่จุดขายที่โดดเด่นตั้งแต่ตอนมาหนก่อนก็คือเจ้าสยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส ขนาดเท่าตัวจริง ที่รับแขกอยู่ห้องโถงด้านหน้าครับ
ถ้ากลัวหลงก็เดินตามรอยเท้าไดโนเสาร์ไปเลยครับ ได้ชมครบทุกอย่างแน่นอน อันนี้โซนแรกว่าด้วยเรื่องกำเนิดโลก และหินประเภทต่างๆ
ผมชอบพื้นทำเป็นรูปมาตรธรณีกาลแผ่นนี้ชะมัด (มีตั้งแต่มาเที่ยวครั้งแรก) เห็นภาพรวมวิวัฒนาการตั้งแต่กำเนิดโลกเมื่อ 4,600 ปีก่อนจนถึงยุคปัจจุบัน มนุษย์ที่เพิ่งกำเนิดมาไม่กี่แสนปี เทียบกับโลกนี้แล้วช่างจิ๊บจ๊อยยิ่งนัก
ห้องนี้เป็นยุคพาลีโอโซอิก หรือมหายุคของพวกสิ่งมีชีวิตโบราณก่อนไดโนเสาร์ครับ เป็นช่วงที่เกิดการแพร่พันธุ์ครั้งใหญ่ จากสัตว์เซลล์เดียวและพวกตัวอ่อนเริ่มเกิดสัตว์มีเปลือกหุ้มและปลาชนิดต่างๆ สิ่งมีชีวิตเริ่มขึ้นจากทะเลมาอยู่บนบก
ในห้องมีฟอสซิลของจริงมากมายทั้งที่ขุดพบในประเทศไทย และบริจาคจากต่างประเทศ ตัวเด่นๆของยุคนี้ก็เจ้าพวกนี้เลยครับ
เมื่อประมาณ 250 ล้านปีก่อนเกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งแรกของโลก จากนั้นก็เริ่มมหายุคมีโซโซอิก "ยุคที่สัตว์เลื้อยคลานและไดโนเสาร์ครองโลก" แบ่งออกเป็นยุคไทรแอสสิค (200-251 ล้านปีก่อน) จูแรสสิค (146-200 ล้านปีก่อน) และครีเตเชียส (65-146 ล้านปีก่อน)
อันนี้ฟอสซิลของสัตว์ทะเลในยุคไดโนเสาร์ พูดถึงฟอสซิลหลายๆคนนึกถึงภาพแอมโมไนต์นะครับ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกนี้มายาวนานมากตั้งแต่สมัยดีโวเนี่ยน (400 ล้านปีก่อน) จนมาสูญพันธุ์พร้อมๆกับไดโนเสาร์ปลายยุคครีเตเซียส (65 ล้านปีก่อน) นี้เอง ขอไว้อาลัยน้องหอย T^T ...ส่วนซีลาแคนธ์นี่ก็เพิ่งจะค้นพบว่ายังไม่สูญพันธุ์ ยังมีตัวเป็นๆให้ดูอยู่ในปี 1938
โถงใหญ่ของโซนนี้จัดแสดงไดโนเสาร์ที่พบในประเทศไทยทั้งหลายแหล่ หลายชนิดเป็นพันธุ์ที่ไม่เคยพบที่ไหนในโลกมาก่อน จึงได้รับเกียรติตั้งชื่อโดยชาวไทย แต่ลำบากไดโนเสาร์ เพราะแต่ละชื่อล้วนเรียกยาก โครงกระดูกที่เห็นนี้เป็นของจำลอง แต่จะแสดงชิ้นส่วนฟอสซิลของจริง (เฉพาะบางส่วน) ให้ชมใกล้ๆกันด้วย ทั้งหมดขุดพบในภาคอีสาน ที่เป็นแผ่นดินเก่าแก่กว่าภาคอื่นๆในประเทศไทยแถมยังเก่าแก่กว่าแหล่งไดโนเสาร์ส่วนใหญ่ของโลก สยามโมไทรันนัสก็เป็นต้นตระกูลไทรันนอซอริดของเจ้าทีเร็กซ์ที่โด่งดัง ในขณะที่อีสานโนซอรัสก็เป็นซอโรพอดที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่กำเนิดมาตั้งแต่ยุคไทรแอสสิค นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของภาคอีสานครับ ชื่อที่ตั้งมีทั้งมาจากชื่อคนขุดพบ ชื่อสถานที่พบ หรือตั้งถวายให้เชื้อพระวงศ์
ทางเดินลงไปชั้นล่างมีจัดแสดงโครงกระดูกของไดโนเสาร์ชื่อดังของโลกอย่างเจ้าพวกทีเร็กซ์, ไทรเซอราทอป, ฯลฯ ...แต่ไม่มีที่พอสำหรับเจ้าคอยาวตัวใหญ่ๆจ้ะ
อันนี้โฮโลแกรมไดโนเสาร์สามมิติเดินบนฉากหลัง เด็กๆจ้องกันเพลินเลย
ห้องนี้จัดแสดงฟอสซิลปลาดึกดำบรรพ์ที่พบในภูน้ำจั้น เป็นแหล่งปลาโบราณอายุ 150 ล้านปี ยุคจูแรสสิคครับ ปลาที่พบมีสองพันธุ์หลักๆคือปลากินพืช เลปิโดเทส พุทธบุตรเอนซิส และปลากินเนื้อ อีสานอิกทิซ พาลัสทริซ
ห้องทำฟอสซิลจำลอง แม่พิมพ์กดขึ้นรูปจากกระดูกไดโนเสาร์จริง และหล่อฟอสซิลจำลองด้วยไฟเบอร์กลาสครับ ทำให้จำลองออกมาเหมือนของจริงมาก
ลำพังกระดูกมันไม่อยู่ยั้งยืนยงมาเป็นร้อยล้านปีแน่ๆ กระบวนการเกิดฟอสซิลเริ่มจากไดโนเสาร์ตายและถูกทับถมนานเข้าจนเหลือแต่กระดูก จากนั้นแร่ธาตุต่างๆซึมเข้ามาในโพรงกระดูกจนแข็งแกร่งเป็นหิน หรือฟอสซิลบางชิ้นเกิดจากการที่กระดูกที่ถูกขังอยู่ในชั้นหินย่อยสลายไปตามกาลเวลาจนเกิดเป็นโพรงในชั้นหิน แล้วแร่ก็ไหลเข้ามาแทนที่โพรงฟอร์มกันเป็นรูปโครงกระดูก ที่เราเห็นแทบไม่เหลืออะไรที่เคยเป็นไดโนเสาร์แล้วครับ เป็นแค่ร่องรอยที่โลกทิ้งไว้เพื่อบอกว่าตรงนี้เคยมีไดโนเสาร์นอนอยู่เมื่อหลายร้อยล้านปีมาแล้ว
ห้องถัดมามีฟอสซิลอื่นๆหลายชนิดทั้งขี้ปลา ใบไม้ใบหญ้า รอยเท้าไดโนเสาร์ ซึ่งกระบวนการเกิดฟอสซิลก็แตกต่างกันออกไปจากโครงกระดูกสัตว์ ทั้งการเกิดรอยพิมพ์ การเพิ่มคาร์บอน ฯลฯ ที่น่าสนใจก็ต้องนี่เลยครับ ...แมลงในอำพัน! แบบนี้เป็นซากดึกดำบรรพ์ที่คงสภาพได้ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยครับ แฟนๆหนังเรื่องจูราสสิคปาร์คคงเห็นแล้วอยากดูดเลือดเอาไปเพาะไดโนเสาร์
เชื่อกันว่าไดโนเสาร์และสัตว์จำนวนมากในยุคนั้นสูญพันธุ์เพราะอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อนจนสภาพอากาศแปรปรวน (เลวร้ายขนาดไหนลองถามทีเร็กสึโกะได้ที่เอ็นทรี่นี้) หลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ก็เข้าสู่ยุคซีโนโซอิก มหายุคของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (65 ล้านปีก่อน - ปัจจุบัน) ถึงจะเป็นยุคใกล้ๆนี้แต่ก็มีสัตว์สูญพันธุ์ไปแล้วเยอะเหมือนกันครับ ห้องนี้จัดแสดงโครงกระดูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูญพันธุ์ไปแล้ว มีฟอสซิลของจริงของช้างโบราณ แรดโบราณ ฯลฯ ให้ชมด้วย
ภาพนี้แสดงวิวัฒนาการของมนุษย์จากลิงซาเฮลแอนโทรปัส (6-7 ล้านปีก่อน), ลูซี่ (2-3 ล้านปีก่อน), โฮโมอีเรคตัส (2 แสน - 1.8 ล้านปีก่อน), มนุษย์นีแอนเดอทัล (3 หมื่น - 6 แสนปีก่อน) จนถึงมนุษย์ปัจจุบัน (2 แสนปีก่อน - ปัจจุบัน) อันที่จริงบรรพุรุษของเราสังหารพวกนีแอนเดอทัลจนสูญพันธุ์ครับ มนุษย์นีแอนเดอทัลไม่ได้วิวัฒนาการเป็นคนปัจจุบันนะ
ออกจากพิพิธภัณฑ์อย่างอิ่มอกอิ่มใจแล้วก็ไปต่อกันที่หลุมขุดค้นบนภูกุ้มข้าวครับ รถห้ามขึ้นจ้ะ เดินขึ้นไปโลด
เดินขึ้นมาไม่ไกลนักจะมาถึงอาคารพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์อยู่ในบริเวณวัดสักกะวัน ซึ่งพระครูวิจิตรสหัสคุณได้พบกระดูกไดโนเสาร์ ก่อนนักธรณีวิทยาจะนำไปศึกษาและเริ่มทำการขุดสำรวจอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2537 ที่นี่เป็นแหล่งขุดค้นที่พบซอโรพอดถึง 7 ตัว มีสองชนิดคือภูเวียงโกซอรัส และไดโนเสาร์ไม่ทราบสายพันธุ์ อายุ 130 ล้านปี นับเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยครับ รอบๆหลุมขุดค้นยังจัดแสดงชิ้นส่วนไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์อื่นๆที่ขุดพบบริเวณนี้ด้วย ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนต่างๆของเจ้าภูเวียงโกซอรัสนี่แหละ ที่นี่เป็นที่จัดแสดงไดโนเสาร์แห่งแรกก่อนที่จะไปเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์สิรินธรที่เชิงภูกุ้มข้าวในปี พ.ศ. 2550
ลูกภูเวียงโกซอรัสโครงนี้เป็นซากไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทยครับ มีแบบจำลองซากนี้ไว้ที่พิพิธภัณฑ์ภูเวียง จ.ขอนแก่น ด้วย
เดินขึ้นภูต่อไปยังวัดสักกะวัน ภายในวัดจะมีซากฟอสซิสบางส่วนที่ขุดพบเก็บไว้ สำหรับฟอสซิลชิ้นแรกที่พระครูชี้จุดคือชิ้นนี้ครับ
พระประธานของวัดนี้คือหลวงพ่อบ้านด่านหรือหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล ที่ย้ายมาจากโนนบุรีที่ถูกน้ำท่วมหลังสร้างเขื่อนลำปาวครับ เป็นพระพุทธรูปหินทรายสมัยทวาราวดี แต่ทาสีทองจนดูเหมือนพลาสติก
ระหว่างทางมีของที่ระลึกราคาย่อมเยาให้ซื้อกลับไปฝากมิตรรักแฟนเพลงด้วย
จากนั้นช่วงบ่ายเราไปเที่ยวพุทธสถานภูปอ เป็นอีกหนึ่งภูที่มีภาพแกะพระไสยาสน์เก่าแก่ครับ
พระไสยาสน์ที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่ภูค่าว แถมมีถึงสององค์ องค์หนึ่งอยู่เชิงเขา ยาว 3.3 เมตร นอนตะแคงขวา เป็นศิลปะแบบทวาราวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14
อีกองค์อยู่ด้านบน ซึ่งต้องขึ้นบันไดไป 426 ขั้น ถึกพอสมควร โปรดทำใจก่อนเข้าชม
พระนอนองค์บน อายุราวพุทธศตรรษที่ 18-19 เป็นศิลปะแบบทวาราวดีกึ่งสุโขทัย ยาว 5.2 เมตร
ช่วงบ่ายของวันนี้เราลงใต้อำเภอเมืองเข้าเขตกมลาไสยเพื่อเที่ยวเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นเมืองโบราณสมัยทวาราวดีที่สำคัญของภาคอีสานและมีใบเสมาสลักลายงดงามมากมาย ก่อนที่วันรุ่งขึ้น (31 ธ.ค.) จะเที่ยวส่งท้ายปีที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี เดี๋ยวจะทยอยลงบล็อกในโอกาสต่อๆไปครับ ขอแปะทีเซอร์เรียกน้ำย่อยไว้ก่อน 
| Create Date : 13 มกราคม 2557 |
| Last Update : 5 มีนาคม 2560 18:48:59 น. |
|
61 comments
|
| Counter : 6426 Pageviews. |
 |
|
|
| โดย: เริงฤดีนะ IP: 124.121.35.139 วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:22:24:51 น. |
|
|
|
| โดย: เริงฤดีนะ IP: 124.121.35.139 วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:22:25:27 น. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:22:30:21 น. |
|
|
|
โดย: mambymam วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:22:43:43 น. |
|
|
|
โดย: NET-MANIA วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:22:49:32 น. |
|
|
|
โดย: anigia วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:23:04:18 น. |
|
|
|
โดย: NENE77 วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:0:14:08 น. |
|
|
|
โดย: au_jean วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:7:18:35 น. |
|
|
|
โดย: Kavanich96 วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:7:50:12 น. |
|
|
|
โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:12:19:21 น. |
|
|
|
โดย: tifun วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:14:39:06 น. |
|
|
|
โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:15:58:48 น. |
|
|
|
โดย: mambymam วันที่: 15 มกราคม 2557 เวลา:11:11:20 น. |
|
|
|
โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 15 มกราคม 2557 เวลา:14:50:26 น. |
|
|
|
โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 15 มกราคม 2557 เวลา:16:00:16 น. |
|
|
|
โดย: tui/Laksi วันที่: 15 มกราคม 2557 เวลา:22:31:20 น. |
|
|
|
โดย: lovereason วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:0:57:35 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:6:15:51 น. |
|
|
|
โดย: mambymam วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:8:20:33 น. |
|
|
|
โดย: NENE77 วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:11:38:39 น. |
|
|
|
โดย: NENE77 วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:11:40:21 น. |
|
|
|
โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:11:52:31 น. |
|
|
|
โดย: วนารักษ์ วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:16:37:02 น. |
|
|
|
โดย: anigia วันที่: 16 มกราคม 2557 เวลา:21:18:20 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มกราคม 2557 เวลา:6:55:58 น. |
|
|
|
โดย: NENE77 วันที่: 17 มกราคม 2557 เวลา:11:46:38 น. |
|
|
|
โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 17 มกราคม 2557 เวลา:13:34:27 น. |
|
|
|
โดย: วนารักษ์ วันที่: 17 มกราคม 2557 เวลา:16:37:03 น. |
|
|
|
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 18 มกราคม 2557 เวลา:22:00:12 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 19 มกราคม 2557 เวลา:0:54:28 น. |
|
|
|
โดย: sawkitty วันที่: 20 มกราคม 2557 เวลา:19:10:20 น. |
|
|
|
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 20 มกราคม 2557 เวลา:21:19:28 น. |
|
|
|
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 20 มกราคม 2557 เวลา:21:20:53 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 มกราคม 2557 เวลา:22:29:56 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:6:56:35 น. |
|
|
|
โดย: mastana วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:16:59:12 น. |
|
|
|
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 21 มกราคม 2557 เวลา:23:19:58 น. |
|
|
|
โดย: schnuggy วันที่: 22 มกราคม 2557 เวลา:1:09:47 น. |
|
|
|
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 22 มกราคม 2557 เวลา:22:37:56 น. |
|
|
|
โดย: OceanSage วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:15:32:10 น. |
|
|
|
| โดย: pangloy IP: 58.10.75.121 วันที่: 30 กรกฎาคม 2561 เวลา:16:11:30 น. |
|
|
|
|
|
|
|
blogนี้ ไม่ใช่การ์ตูน มันแปลกดีนะ
มาเยี่ยมไดโนเสาร์คอยาวกินพืช และT Rex ฟันคม
กรมบพระเที่ยววัด ด้วยคนค่ะ