Once Man United, Always Man United
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
20091214 วิพากษ์MAN. UNITED vs ASTON VILLA

เมื่อวิลล่าที่เคยหวาน....กลายเป็นความขม


สวัสดีครับ แหม...เพิ่งพูดไปหยกๆว่าต้องจับตาดูฟุตบอลอังกฤษกันให้ดี อย่ากะพริบ เพราะมันเปลี่ยนพลิกผันได้ทุกสัปดาห์จริงๆ แล้วเป็นยังไง//หยอกเย้า เฮ้อ... ก็ชอกช้ำกันไปนะครับกับเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แพ้น่ะมันไม่เท่าไหร่ เพราะเห็นสถิติ 26 ปีที่โปรโมตกันเหลือเกิน มันก็เสียวหัวใจพออยู่แล้วว่าอาเพศสวนสถิติกับแมนฯ ยูไนเต็ด เนี่ย มันเป็นเรื่องธรรมชาติคู่กันมา แต่ที่เสียดายก็คือ เชลซีเขาอุตส่าห์พักร้อนยาวทั้งที เรากลับไม่มีปัญญาจะขึ้นไปร่วมสูดอากาศบนยอดดอยกับเขาซะงั้น แถมอาร์เซน่อลยังปีนเขามายืนบนจุดเดียวกันกับเราแล้วด้วยซ้ำ เฮ้อ.... แต่ไม่เป็นไรครับ นี่แหละรสชาติของบอลอังกฤษ และรสชาติของทีมรักของเรา ที่ไม่เคยยืนระยะนานๆได้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว แค่มาลุ้นว่าเราจะออฟไปในเกมไหนหลังจากพีคได้ห้าเกมแปดเกมนั่นแหละครับ

เกมนี้ เจ้าบ้านแชมป์เก่า มีข่าวดี คือ เนมานย่า วิดิช หายไข้กลับมาลงสนามได้ และสามารถเข็น เวส บราวน์ ลงมาคู่กันได้ด้วย แต่มันก็จะมีคำถามแอบแฝงอยู่ นั่นก็คือว่าความฟิตของวิดิช จะมีขนาดไหน และสภาพร่างกายของบราวน์จะเป็นอย่างไร แต่ถ้าให้เลือกได้ ใครจะอยากส่งเซ็นเตอร์จากหน่วยกู้ชีพลงไปดวลกับแนวรุกของวิลล่าล่ะครับ โดยนัดนี้ ท่านเซอร์มีผู้เล่นขัดตาทัพเพียงรายเดียวคือ ถอยเฟล็ทเชอร์ลงไปยืนแบ๊คขวา และนัดนี้ท่านเซอร์ไม่สามารถใช้งาน พอล สโคลส์ ได้จากโทษแบนเก็บหอมรอมริบ ออมใบเหลืองครบกำหนด ทำให้เกมนี้ เราได้โทมัส คุสแซ็คเฝ้าเสาต่อไป แผงแบ๊คโฟร์มี เฟล็ทเชอร์-บราวน์-วิดิช-เอวร่า มิดฟิลด์กลางสนามสองตัวมี อันแดร์สัน-คาร์ริค ปีกสองข้างส่ง ปาร์ค ชี ซอง ทางซ้าย และ วาเลนเซียทางขวา มีกิ๊กส์เล่นหน้าต่ำหรือกลางรุก และส่งเวย์น รูนี่ย์ เป็นหอกเดี่ยว

ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือน แอสตัน วิลล่า ของมาร์ติน โอนีล กุนซือโอท็อปอีกคนของวงการนั้น มาเกมนี้ด้วยตัวหลักเรียกได้ว่าฟูลทีมเลยทีเดียว ถ้านับว่าทุกตัวที่ลงมานั้น คือตัวที่ร่ายเพลงแข้งได้สะเด่ามากๆในช่วงนี้ โดยมี แบร็ด ฟรีเดล เฝ้าเสา แผงกองหลังไล่เรียงมาดังนี้ ลุค ยัง - การ์ลอส กวยยาร์ – ริชาร์ด ดันน์ – สตีเฟ่น วอร์น็อค ส่วนแผงกองกลางสี่คนมีดังนี้ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง – สติลิยัน เปตรอฟ – เจมส์ มิลเนอร์ – แอชลี่ย์ ยัง ส่วนคู่กองหน้ามี กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ และ เอมิล เฮสกี โอยๆๆๆ แค่เห็นรายชื่อของลูกทีมโอนีล เป็นผมก็ต้องเข็น เวส บราวน์กับวิดิชลงเหมือนกันแหละครับ อย่างน้อย กองหลังอาชีพก็น่าจะมีอะไรสักอย่างที่เป็นความแตกต่างกับกองหลังหน่วยเฉพาะกิจ โดยเฉพาะในเวลาชี้เป็นชี้ตาย (อันนี้พูดก่อนเกมนะ T_T) ยิ่งกวาดตาดูแนวรุกของเขาอย่าง ดาวนิ่ง/มิลเนอร์/ยัง/อักบอนลาฮอร์ เอ่อ...พี่จะเร็วไปไหนครับ นี่ฟุตบอลนะครับ ไม่ใช่วิ่งผลัด 4x100

รูปเกมที่เกิดขึ้น ก็ต้องบอกว่า มันส์ พ่ะย่ะค่ะ ตั้งแต่เปิดเกมเลยทีเดียวครับ โอนีลนั้นรู้ดีว่า หากจะมาตั้งรับกับยูไนเต็ดก็คงไม่แคล้วโดนกดอยู่ข้างเดียวเป็นแน่ สู้มาเสี่ยงหาประตูนำไว้ก่อนแล้วค่อยตั้งรับน่าจะเวิร์คกว่า ว่าแล้ว โอนีลก็วางแท็คติคลุยก่อนรับมาในวันนี้ โดยการวางดาวนิ่ง และแอชลี่ย์ ยัง เป็นตัวริมเส้นที่ไม่ต้องลงมาต่ำมากนัก แต่คอยค้ำพื้นที่ริมเส้นสองข้างของเจ้าบ้านไว้ ส่วนอักบอนลาฮอร์นั้นก็ลอยสูงขู่เซ็นเตอร์ผีแดงตลอดเกม เฮสกีจะคอยเก็บบอลและพักบอลจากลูกกลางอากาศให้ เจมส์ มิลเนอร์ กับ สติลิยัน เปตรอฟ สองคนมีหน้าที่เพรสซิ่งไล่แย่งบอลตรงพื้นที่กลางสนาม แล้วจ่ายขึ้นหน้าหรือออกปีกอย่างรวดเร็ว เสียไม่เป็นไรแต่ถ้าเข้าเป้าก็มีลุ้นตลอดทุกครั้ง อย่างเกมนี้โอนีลวางแอชลี่ย์ ยังลงมากดเฟล็ทเชอร์โดยเฉพาะเลย เพราะเห็นว่าเป็นแบ๊คฉุกเฉินนั่นเอง ซึ่งเราก็เห็นๆกันว่า เกมนี้ เดรโก้ มัลฟอย เอ๊ย...ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์นั้น ถูกกำชับให้ยืนต่ำแพ็คพื้นที่ จะหนุนเกมสูงแทบจะนับครั้งได้ โดยเฉพาะครึ่งแรกที่วิลล่ายังไม่ตั้งรับมากนัก

เกมของวิลล่าตรงกลางสนามเน้นเพรสซิ่ง เน้นไล่บี้กดดันแย่งบอลเร็วตลอดเวลา คาร์ริคและอันแดร์สันไม่มีเวลาจะครองบอลได้นานๆเลย ต้องรีบจ่าย รีบออกบอลตลอด ความผิดพลาดในการออกบอลจึงมีออกมาให้เห็นเรื่อยๆ แต่ทางฝั่งเจ้าบ้านก็ยังช่วยเพรสซิ่งไล่เอาบอลคืนได้ดีเช่นกัน อันแดร์สันเกมนี้แสดงให้เห็นว่าเขาก็สามารถเล่นอย่างมีวินัยได้ด้วย รู้จักขึ้น รู้จักลง รู้จักรับผิดชอบบอลที่ตัวทำเสีย แถมยังเป็นตัวแรกๆที่สปริ๊นต์ตามไปเพรสซิ่งแทบตลอด ช่วยให้แดนกลางของเราไม่เสียเปรียบวิลล่า แต่การขาดหายไปของพอล สโคลส์ ทำให้เกมนี้เรามีปัญหาใหญ่ให้ขบคิดแก้ปัญหา ซึ่งผมจะค่อยๆเปิดประเด็นออกมาเรื่อยๆนะครับ เกมนึ้ครึ่งแรกเราเสียบอลกันบ่อยมาก แถมยังมีถึงสองสามครั้งที่เป็นการเสียในแบบที่เรียกว่า ถึงตาย เลยด้วยซ้ำ การจ่ายคืนหลังพลาด การอ่านทางบอลพลาด เห็นแล้วเวียนเฮดน่าดูชม และทำให้สงสัยว่า บราวน์ นั้นร่างกายเขาพร้อมแล้วจริงรึเปล่านี่//ฮ่าฮ่าฮ่า

ยูไนเต็ดใช้เวลาประมาณสิบนาที แก้ลำจากเกมเปิดแลกกันในช่วงแรก มาเป็นการครอบครองบอลทำเกมรุกได้มากกว่าตามสไตล์ ซึ่งวิลล่าหลังจากเปิดเกมแลกเต็มที่แล้วยังทำไม่ได้ ก็เน้นรัดกุมมากขึ้น แต่แนวรุกยังคงติดอาวุธยืนค้ำแนวคู่ต่อสู้อย่างเดิม ทำให้แบ๊คสองข้างของยูไนเต็ดยังคงต้องพะวงต่อไป และแล้วในนาทีที่ 20 วิลล่าก็มาช็อคแฟนเจ้าบ้านได้สำเร็จ (เป็นนาทีที่แม่น้องภีมตื่นขึ้นมาพอดีเลย เซ็งเป็ด T_T อุตส่าห์บอกไว้แล้วว่าอย่าตื่นๆ เกมกับเชลซีกับลิเวอร์พูลก็เหมือนกัน ตื่นมาปุ๊บโดนยิงปั๊บเลย) จากลูกที่แอชลี่ย์ยังหลุดมาทางเฟล็ทเชอร์และสามารถหลบเฟล็ทเชอร์มาโยนเข้ากลางได้อย่างเหมาะเหม็ง ลูกนี้นอกจากเฟล็ทเชอร์ (แบ๊คจำเป็น) ที่พลาดก่อนแล้วนั้น บราวน์เป็นอีกคนที่ต้องถูกตำหนิอย่างแรงด้วย เพราะจังหวะแรกก่อนที่ยังจะได้โยนนั้น บราวน์ยังเกาะติดแก๊บบี้อยู่เลย พอแอชลี่ย์ ยังหลบไปได้ แก๊บบี้ก็สอดเข้าในเขตโทษทันที แต่บราวน์ไม่ได้ตามไปด้วย พอยังได้โยนเข้าไป แก๊บบี้เทคขวิดเต็มๆ ในขณะที่บราวน์เองอยู่ห่างไปเยอะ ลูกนี้ทำให้ผู้มาเยือนออกนำได้สำเร็จตั้งแต่ต้นเกม

หลังจากนั้น ยูไนเต็ดก็เหมือนช็อคไปเล็กๆ ก่อนจะมาตั้งลำครองเกมบุกได้อีกครั้ง แต่วิลล่าก็เหมือนกับได้ใจไปแล้ว สามารถเล่นด้วยความมั่นใจเต็มที่ ทั้งกองหลังที่นำทัพโดยริชาร์ด ดันน์ สามารถป้องกันเกมรุกของเจ้าบ้านได้แทบหมดจดจริงๆ ที่เหลือก็คือการโชว์เทพของฟรีเดลอีกแล้วพี่น้อง//หยอกเย้า ไม่รู้จะเทพไปไหนเวลาจะเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ดเนี่ย ฟรีเดลเนี่ยเกมนี้เทพซะจนสกายสปอร์ตสให้เก้าแต้มคู่กับกาเบรียล อักบอนลาฮอร์เลยด้วยซ้ำไป หากจะว่ากันตามความเป็นจริง ผมเองไม่ได้มองเลยว่าเราทำงานกันได้ดีแล้วเพียงแต่ติดที่ฟรีเดล ผมไม่ได้มองอย่างนั้นเลยจริงๆครับ ถึงแม้ว่าภาพสุดท้ายมันจะออกมาแบบนั้นก็เถอะ แต่ภาพก่อนหน้านั้นมันไม่ค่อยเป็นทรงเอาซะเลยให้ตายสิ เกมเราจ่ายบอลกันปุ๊บปั๊บๆ เหมือนจะเร็ว แต่การเคลื่อนที่กินแดนเข้าไปดันเหมือนภาพสโลว์โมชั่น มันช้าเกินไปครับ จนหลายๆครั้งเขาป้องกันได้ทัน ต้องถอยออกมาตั้งลำในแดนหลังกันใหม่

ทำไมผมถึงบ่นเช่นนั้นล่ะ ก็มันมีที่มาครับ เกมที่เฟล็ทเชอร์ถูกกดในแดนตัวเองด้วยแอชลี่ย์ ยัง ทำให้วาเลนเซียหาตัวเติมช่วยไม่ค่อยได้ ส่วนทางซ้ายที่เป็นปาร์คก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก เพราะไม่ใช่ข้างถนัด ไม่ใช่ข้างที่เขาเคยทำผลงานได้เด่นตอนพีคๆ เอวร่าเลยเหมือนต้องเล่นคนเดียว แถมต้องระวังลูกสวนของดาวนิ่งอีกต่างหาก เมื่อเกมทางริมเส้นพิฆาตคู่ต่อสู้ไม่ได้ หรือพอหลุดได้ก็จะหลุดแบบหาจังหวะครอสงามๆไม่ค่อยได้ ลูกครอสของเราในเกมนี้จึงไม่ค่อยอันตรายมากนัก นี่คืออาวุธแรกของเราที่ไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผลในเกมนี้ เมื่ออาวุธชิ้นแรกไม่ทำงาน แล้วเรามีอะไรเหลือบ้าง ก็ยังพอมีการลากเลื้อยของกิ๊กส์ที่ค่อนข้างสะดุดตามากๆในนัดหลังๆ นี่คืออาวุธที่สอง แต่กลับกลายเป็นว่า วันนี้การยืนตำแหน่งและอ่านทางของแผงหลังของวิลล่าทำกันได้ดีมากๆ กิ๊กส์เลื้อยได้อย่างมากก็สองสามจังหวะแล้วก็จะติด เป็นอย่างนี้ตลอด นี่คืออาวุธที่สองที่ไม่ทำงาน จนต้องถูกถอดอาวุธออกไปก่อนใครๆ (จริงๆแล้วน่าจะเป็นการถอดออกเพื่อเก็บไว้ใช้ยาวๆมากกว่า)

แล้วอาวุธอื่นๆเรายังมีอีกไหม การยิงไกลของกิ๊บสันก็เพิ่งถูกส่งลงมาในครึ่งหลัง แถมไม่ทำงานอีกต่างหาก เพราะถูกไล่บล็อคไลน์วิ่ง ไล่พัวพันจังหวะแต่งบอล เล่นเอาได้โอกาสง้างเท้าไม่กี่ครั้งเท่านั้น ส่วนคาร์ริคก็ยิงเกือบได้ลุ้นแค่สองครั้งเท่านั้นเอง อาวุธพิสัยไกลของเราจึงไม่ทำงานอีกเช่นกัน แถมยังจ่ายบอลได้เป็นอาเสี่ยอีกต่างหาก ส่งเสียๆ อยู่นั่น สำหรับอาวุธที่หนักที่สุดของเรา นั่นคือฝีเท้าของเจสัน สเต็ทแธม เอ๊ย...เวย์น รูนี่ย์ นั่นเอง เกมนี้ รูนี่ย์พยายามทุ่มเททุกอย่างให้ทีมแล้ว แต่ผมขออนุญาตเห็นต่างจากสกาย สปอร์ตสในข้อนี้ ซึ่งสกายเขาให้น้องหมูเล่นได้โดดเด่นที่สุดในทีม แต่ผมขอมองตรงข้ามว่า รูนี่ย์นั้นพยายามเกินไป และฝืนตัวเองเกินไป การหนีตัวประกบลงมาเล่นบอลต่ำถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดี แต่สิ่งที่ตามมาคือ มันจะเกิดช่องว่างเบ้อเริ่มในพื้นที่สีแดงของวิลล่า ที่ต้องมีคนของเราคอยเข้าทำแทน พอรูนี่ย์ลงมาก็ต้องมีตัวสอดเข้าไปในพื้นที่ ปาร์คบ้าง กิ๊กส์บ้าง วาเลนเซียบ้าง คาร์ริคบ้าง แต่ปัญหาคือ บอลสุดท้ายจากเท้ารูนี่ย์นี่มันฝันร้ายชัดๆครับ วันนี้ไม่เข้าเป้าเอาซะเลย ครึ่งหลังลูกที่วาเลนเซียหลุดไปทางขวากับคนเราอีกคนทางหน้ากรอบนั้น ผมอยากเขกกะโหลกรูนี่ย์มากๆที่จ่ายไปเข้าทางวิลล่าซะงั้น ทั้งๆที่คนเขามีคนเดียวตรงนั้น

นี่คือปัญหาที่ใหญ่หลวงมากของเราในเกมนี้ และอาจจะเป็นอีกหลายๆเกม เมื่อกองกลางไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ อันเกิดจากการที่ปีกทำงานไม่ได้นั่นเอง ปัญหานี้มันพัวพันไปหมดทั้งกระบวนการและไม่สามารถแก้ได้ง่ายๆ การส่งโอเว่นลงมาส่งเบิร์บลงมา ก็เหมือนเพิ่มโอกาสในการเข้าทำ แต่มันจะลดทอนมิติการลำเลียงบอลลงไปรึเปล่าตรงนั้นก็เป็นอีกความเสี่ยงในการแก้เกมที่เราต้องเสี่ยงกันไป เมื่อปีกทำงานไม่ได้เต็มที่ แนวรับวิลล่าก็ไม่ต้องถูกถ่างออกมามากนัก ทำให้สามารถตั้งสมาธิกับการป้องกันเกมรุกที่ถูกลดทอนมิติลงมามากเหลือเกินได้ไม่ยากเท่าไหร่ ซึ่งการแก้เกมรุกทางริมเส้นของเราที่ทำงานไม่ค่อยได้นั้น มันยังมีอีกคำตอบในการแก้ปัญหา ก็คือ พอล สโคลส์ นั่นเองครับ

ผมมองว่า เกมของเราเดินขึ้นหน้าได้ช้า เพราะปีกเราไม่ไหลลื่นในเกมนี้ ทำให้ภาระมาตกที่กลางมากขึ้น แถมการเคลื่อนที่ไปรับบอลของเรายังติดๆขัดๆ หลายครั้งที่ได้บอลแล้วหาตัวจ่ายไม่ได้ ทำเอาคาร์ริคก็บ่น เบิร์บก็โวย กิ๊กส์และกิ๊บสันยังเซ็ง นั่นก็เพราะถูกปิดพื้นที่ไว้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็คือเหมือนว่าความมุ่งมั่นของเราจะดร็อปไปในหลายจังหวะ มันไม่ท่วมท้นคงที่นัก แต่ขึ้นๆลงๆยังไงไม่ทราบบางทีก็ดูดุดัน ก้าวร้าว แต่ไปๆมาๆบางทีก็ดูหงอยๆ ซึมๆ วิ่งไม่ออก ตรงนี้ทำให้บอลขึ้นหน้าช้าและถูกวิลล่าปักหลักป้องกันไว้ได้ไม่ยากนัก พอจังหวะเกมเป็นแบบนี้ผมนึกถึงสโคลส์ก่อนเพื่อนเลย หากเกมนี้เขาไม่โดนแบนไปนะ ผมว่ามิติของเราจะเพิ่มอีกหนึ่งทาง นั่นก็คือการเปลี่ยนแกนเร็ว และวางยาวขึ้นหน้าแม่นๆนั่นเอง หลายต่อหลายครั้ง ที่เราเห็นว่าเกมตื้อๆ อย่างน้อย สโคลส์จะลงมาล้วงต่ำแล้วจ่ายยาวพรวดเดียวให้ปีกไปรับหรือเปลี่ยนแกนซ้ายทีขวาที เพื่อถ่างแนวรับและเล่นกับสมาธิแผงหลังคู่ต่อสู้ และหลายครั้งที่มันได้ผล แต่ไม่ใช่ในเกมนี้

ป๋าพยายามเปลี่ยน พยายามแก้ไขทุกอย่าง ผมยอมรับในจุดนี้ ว่าช่วงนี้ตัวเลือกเราจำกัดมากๆ แผงหลังไม่มีตัวเลือก ต้องถอยมิดฟิลด์ลงไปยืนมาสามนัดติดๆแล้ว ทำให้ตัวเลือกในแดนมิดฟิลด์ที่มีต้องมาลดน้อยลงไปอีก เกมนี้สโคลส์โดนแบน ทำให้พอส่งกิ๊บสันลงมาเพิ่มก็แทบจะหมดโควต้ากองกลางให้เลือกแล้วด้วยซ้ำ นี่คงเป็นนัดที่เราไม่มีทางเลือกมากนัก ทั้งการส่งตัวจริงลงสนาม ทั้งการหาตัวสำรองมาเปลี่ยน คือหากเราไม่เอาบราวน์หรือวิดิชลงสนาม เราก็ต้องเข็นกลางลงมาแทน แล้วเราก็จะหมดกองกลางมีประสิทธิภาพให้เลือกลงสนามในแดนกลางเพราะสโคลส์หมดสิทธิ์ เหตุผลนี้น่าจะเป็นเหตุผลแรกที่ป๋าต้องเข็นเอาวิดิชกับบราวน์ลงมา เพิ่อเพิ่มทางเลือกในแดนกลางที่มีตัวเลือกเหลือเพียง อันแดร์สัน/คาร์ริค/กิ๊บสัน เพียงสามคนเท่านั้น การเอาปาร์คไปยืนปีกซ้ายก็เพราะไม่มีทางเลือกอื่น โอแบร์กตองประสบการณ์น้อย(ในสายตาป๋าและทีมงาน) เกินกว่าจะมาวัดฝีมือกับลูกทีมโอนีลในเกมนี้ ส่วนนานี่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับชาติมาเกิดเป็นลูกป๋าอีกไหม ครั้นจะให้กิ๊กส์ลงปีกซ้ายเลย ตัวเลือกกองกลางสามคนก็หมดทันที และจะทำให้การเปลี่ยนตัวมันยุ่งยากต้องสลับตำแหน่งกันวุ่นวายเข้าไปอีก

ประเด็นนี้ทำให้ป๋าเลือกส่งปาร์คยืนซ้าย แล้วดันเอากิ๊กส์เป็นกลางรุก อย่างน้อยก็สามารถเก็บกิ๊บสันที่ประสบการณ์น้อยไว้ข้างสนาม ไม่ต้องลงเป็นตัวจริงแต่แรกได้ อ้อ...สาเหตุที่ป๋าต้องวางกลางสามคนน่าจะเพราะเป็นการป้องกันแนวรับอีกชั้นหนึ่ง ในช่วงที่หลังเรายวบมากๆ พิการสุดๆ แบบนี้ต้องใช้กองกลางมาช่วยแพ็คพื้นที่หน้าแผงหลังมากขึ้น โดยเฉพาะกับเกมหินๆเช่นนี้แหละครับ ตรงนี้น่าจะตอบคำถามหลายๆคนได้ว่า ทำไมเราไม่เล่น 4-4-2 มาหลายนัดแล้วในช่วงหลัง โอเคว่าพอเสียประตูไป เข้าสู่ครึ่งหลังมาป๋าถอดกิ๊กส์ออก ส่งโอเว่นลงมาก็เท่ากับเรากลับมาเล่น 4-4-2 ตามเดิม แต่เกมของโอนีลเน้นแพ็คแน่นแล้วครับในครึ่งหลัง เท่ากับว่าพื้นที่จะยิ่งปิดลงไปอีก แล้วปาร์คก็ยังไปไม่รอดทางซ้าย เกมของโอเว่นกับรูนี่ย์จึงมักจะวนเวียนอยู่กลางสนามมากกว่า ในกรอบเสียอีก เมื่อถอดปาร์คออกแทนที่ด้วยเบิร์บ เกมหน้ากรอบดูดีขึ้น แต่พื้นที่กลับปิดมากยิ่งกว่าเดิม เพราะทางซ้ายไม่ถูกถ่างออกมาเลย

การแก้เกมด้วยกิ๊บสันแทนอันแดร์สันจึงเหมือนการหมดมุขหมดหมากที่จะเดินต่อนั่นเอง ต้องหันมาใช้บริการยิงไกลจากเด็กที่เพิ่งดันขึ้นมาในเกมที่บีบๆแบบนี้ แถมยังแสดงให้เห็นว่าป๋ายังไม่กล้าเสี่ยงกับโอแบร์กตองอีกต่างหาก อาจเพราะทีเด็ดของโอแบร์กตองยังไม่เท่ากิ๊บสันก็เป็นได้ เกมนี้จึงกลายเป็นว่ายิ่งดูยิ่งอึดอัดสำหรับผม เพราะรูปแบบการเข้าทำมันน่าอึดอัดจริงๆครับ นี่ถ้าไม่ติดว่าเชลซีเสียแต้มไปก่อนนี่ผมคงเซ็งจิตมากกว่านี้เยอะเลยนะ ยิ่งเห็นการแก้เกมของทั้งสองทีม ผมยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่ ในขณะที่เราเสริมตัวรุกเต็มพิกัด ทีละคน ทีละคน ทีละคน โอนีลกลับส่งแต่ละคนมาแบบน่าอึดอัดใจจริงๆ เจมส์ คอลลินส์ ลงมาแทนวอร์น็อคที่เจ็บ โอเค นั่นคือทางเลือกบังคับ แต่การส่งริโอ-โคเกอร์ลงมาแทนดาวนิ่ง ก็เท่ากับเพิ่มความแน่นหนาในการล็อคประตูบ้านวิลล่านั่นเอง อึดอัด ยิ่งส่งคาริวมาแทนเฮสกี ก็ยิ่งเหมือนการขู่ไปในตัวว่าอย่าเพลินนะ อย่าเพลิน เพลินเมื่อไหร่เป็นโดนแน่ ยิ่งอึดอัดจะรับก็รับไปเลยสิน้า แต่ยังดีที่ช่วงนาทีท้ายๆ วิลล่าก็เหมือนไม่เอาแล้วกับเกมรุก ได้บอลเป็นลากหามุมธงอย่างเดียว แต่เราก็ทำอะไรวิลล่าไม่ได้ ทำให้จบเกมไปด้วยความเซ็งของบรรดาแฟนผีทั่วโลก

จบเกมนี้ไป ก็ให้น้อยอกน้อยใจในโชคชะตา//หยอกเย้า ทำมั้ยยยย มีโอกาสแล้วแท้ๆดันทำไม่ได้ ยิ่งผู้บรรยาย ทั้งก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง หลังแข่ง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่ายูไนเต็ด ควร ชนะในเกมนี้ เพราะโอกาสจากเชลซีเปิดมาให้แล้ว ปกติแมนฯยูฯไม่พลาดนะเกมแบบนี้ ปกติคู่แข่งเสียแต้มแล้ว แมนฯยูฯจะฉวยทันทีนะ ถ้าแมนฯยูฯแพ้เกมนี้นะ ถ้าวิลล่ายันไว้ได้นะ บลา บลา .... //หยอกเย้า เฮ้อ.... มาดูนักเตะเด่นๆดีกว่า ฝั่งเจ้าน ถ้านับความทุ่มเท ผมคงให้รูนี่ย์ แต่เมื่อพูดรวมถึงประสิทธิภาพด้วยแล้ว คะแนนรูนี่ย์ในใจผมคงตกฮวบ ดังนั้น ผมขอยกผู้เล่นเด่นๆให้กับเอวร่า ที่เล่นได้เด่นอย่างต่อเนื่องมาตลอดจริงๆ นอกนั้นก็คงให้วิดิชอีกคน ที่ปักหลักคุ้มกะลาหัวแผงหลังได้ดีตลอดเกม ลูกที่เสียไปคงโทษเขาไม่ได้เลย ส่วนทางฝั่งวิลล่า ทั้งฟรีเดล, แก๊บบี้, แอชลี่ย์ ยัง, เจมส์ มิลเนอร์ และริชาร์ด ดันน์ เอาใจผมไปเลยครับ เล่นแบบนี้ ชนะเราได้ผมก็ไม่ว่าครับ T_T

หลังจากทำใจกับผลการแข่งขันวันนึง ผมก็เริ่มมาคิดถึงสถานการณ์ต่อไปของเราในช่วงมหาโหด ในขณะที่แมทช์แข่งถี่ยิบทุกๆสามสี่วันแบบนี้ ถ้าเรายังต้องทนให้งานแผงหลังพิการยาวๆล่ะก็...จะชวดฉลูขาลเถาะก็อีตรงนี้แหละครับ หวังว่าป๋าจะทราบสถานการณ์ดีอย่างที่ให้ข่าว และตัดสินใจไม่ผิดนะครับ เราจะได้ลุ้นกันยาวๆต่อไปได้สนุกๆ

แล้วมาลุ้นกันนะครับ

สงบใจ



Create Date : 14 ธันวาคม 2552
Last Update : 14 ธันวาคม 2552 14:30:11 น. 1 comments
Counter : 339 Pageviews.

 
สู้ๆๆๆ แมนยู ป๋มเชียร์คุรอยุ่ๆๆๆ


โดย: เจ IP: 203.144.144.165 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:32:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สงบใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สงบใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.