happy memories
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๒๒๕





ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto










วาดด้วยความจงรักภักดี



กลุ่มคนทำงานศิลปะที่สนใจใช้เทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างสรรค์ผลงาน ในนาม “นักวาดดิจิตอล” มีผลงานเผยแพร่ให้ชมบนโลกสังคมออนไลน์อย่าง Facebook อย่างต่อเนื่อง และมีการกำหนดหัวข้อให้สมาชิก นำเสนอผลงานตามวาระโอกาส เนื่องใน “วันแม่แห่งชาติ” ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ และ เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ


เพื่อเเสดงถึงความความจงรักภักดี นักวาดกลุ่มนี้ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกกว่า ๓,๖oo คน มีผลงาน ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระองค์ท่าน มาแบ่งปันให้สมาชิกกลุ่มและผู้สนใจได้ชมเช่นกัน แต่ละภาพล้วนแต่งดงามทั้งสิ้น แม้บางภาพจะเป็นภาพที่ยังวาดไม่เสร็จ


คัดสรรผลงานส่วนหนึ่งของพวกเขามาให้ชม ผู้สนใจสามารถเข้าไปชมผลงานของพวกเขาได้ที่ กลุ่มสาธารณะ นักวาดดิจิตอล FB นักวาดดิจิตอล



















































พระสาทิสลักษณ์และข้อมูลจาก
manager.co.th
FB นักวาดดิจิตอล














นิทรรศน์ พัสตราภรณ์ มหาราชินี



การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) (BMCL) และ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) จัดงาน “นิทรรศน์ พัสตราภรณ์ มหาราชินี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ และเผยแพร่พระราชกรณียกิจ พระราชปณิธานในด้านการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทย โดยนำเสนอนิทรรศการ เรื่องราวของผ้าไทยอันทรงคุณค่าผ้านานาชนิดจากกองศิลปาชีพ ชมผ้าไทยพระราชทานอันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานให้แก่ผู้ถวายงาน ซึ่งผ้าพระราชทานส่วนหนึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน ตั้งแต่วันนี้ - ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑o.oo-๒o.oo น. ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บริเวณทางเข้าแลทางออก ประตูหมายเลข ๒ และ ๓ (ทางออกเอสพลานาด)






ทิพย์สุดา ยิ้มวิไล กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ว่า คณะผู้บริหารและคณะทำงาน ต้องการเผยแพร่พระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยากของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน เกี่ยวกับการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทย ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยที่ทรงชุบชีวิตผ้าไทย อาทิ ผ้าไหมแพรวา จกไหม ผ้าตีนจก ผ้ายกขิด และผ้ามัดหมี่ ที่กำลังเลือนหายไปจากสังคมไทยให้กลับมามีชีวิตโลดแล่นในหัวใจปวงพสกนิกรชาวไทยได้อีกครั้ง






สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ปวงชนชาวไทยจะได้ชมงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าของไทยบนผืนผ้า ซึ่งผืนผ้าแต่ละผืนบ่งบอกถึงลวดลาย สีสันและการถักทอที่งดงาม แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของช่างทอพื้นบ้านในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย อาทิ “ผ้าไหมขิด กระรอกหลงรัง” ของ อ.เผ่าทอง ทองเจือ ที่ได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ “ผ้าไหมยกทองโบราณ” ที่นำมาทำเป็นผ้าคลุมพระอังสา (คลุมไหล่) ของ อ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ซึ่งได้ถวายแด่ราชินี พระราชอาคันตุกะ ที่เสด็จฯ เข้าร่วมงานพระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖o ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๙ “ตีนซิ่นของแม่” ของ ผศ.ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์ ที่คัดผ้าผืนโปรด นำมาแสดงถึง ๔ ผืนให้ได้ชมและเข้าใจถึงปรัชญา ความเชื่อ อันละเอียดอ่อน ที่แฝงอยู่ในผืนผ้าซิ่นของชาวอีสาน และชมชุดผ้าไหมดีไซน์จากคนรุ่นใหม่ นางสาวจูเลีย เปอโรเน นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกออกแบบแฟชั่น ที่ชนะการประกวดจาก รายการ “ทอฟ้าฝ้าไทย ซีซัน ๓”










รวมถึงเรื่องราวผ้า ยายไท้-ยายทุ้ม แสงวงศ์ ราษฎรบ้านหนองแข้ จ.สกลนคร ซึ่งคุณยายทั้งสองท่านได้มีโอกาสทอถวายพระองค์ท่าน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการริเริ่มการเผยแพร่ศิลปหัตถกรรมให้ราษฎรมีอาชีพเสริมยามว่างจากการทำไร่นา เพื่อเป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวอีกทางหนึ่งมาเผยแพร่ให้ทุกคนได้ชมและร่วมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันไพศาลนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานอีกมากมาย อาทิ เขียนใบถวายพระพร ชมสาธิตการทอผ้า พร้อมร่วมอุนหนุนผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ รวมถึงการร่วมกิจกรรมใส่ชุดผ้าไทยรับภาพถ่ายฟรี (เฉพาะในวันแม่ และวันเสาร์-อาทิตย์)










อ.เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ซึ่งได้นำ “ผ้าไหมขิด กระรอกหลงรัง” มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยว่า ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างมิได้ทรงเลือกชนชั้นวรรณะ หรือเชื้อชาติศาสนา ดังจะเห็นได้จากมีมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตั้งอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย สมเด็จพระนางเจ้า ทรงงานด้วยพระองค์เองทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้านผ้าไทยอยู่ทุกวัน ในบางส่วนที่เป็นผ้าโบราณ หรือผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดพื้น ของชาวบ้านท่านก็จะพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อซื้อผ้าเก่าเหล่านั้นจากชาวบ้าน แล้วทรงให้ทำความสะอาด จากนั้นจึงส่งผ้าเหล่านั้นกลับไปยังที่เดิมแล้วให้ชาวบ้านทอตามแบบอย่าง ซึ่งพระองค์ท่านเปรียบเสมือนครูของนักทอผ้าไทยทุกคน ทรงให้การบ้านเกี่ยวกับการทอผ้าแก่ชาวบ้าน และเสด็จฯ ตรวจการบ้านของพสกนิกรที่ทรงให้ไว้ด้วยพระองค์เองอีกเช่นกัน






ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน “นิทรรศน์ พัสตราภรณ์ มหาราชินี” ชมนิทรรศการและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และร่วมกันเขียนใบถวายพระพรเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อ “แม่ของแผ่นดิน” ตั้งแต่วันนี้ - ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑o.oo-๒o.oo น. ณ สถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรม







พระฉายาลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์และข้อมูลจาก
naewna.com
komchadluek.net
นิทรรศการ "๘o พรรษา ๘o พระสาทิสลักษณ์ ถวายพระพร แม่ของแผ่นดิน"














ศิลป์แผ่นดิน ถิ่นแม่หลวง



ร้อยปณิธานความดีเพื่อแม่ของแผ่นดิน ในวันที่ ๑๑-๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๘


ร่วมประทับใจกับภาพในดวงใจ The Queen’s Galleryเฉลิมพระเกียรติ ๘๓ พรรษา
ชมแฟชั่นโชว์ผ้าย้อมครามในโครงการศิลปาชีพ โดยนางแบบชื่อดัง อาทิ ตุ๊ก ชนกวนันท์ (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘)


เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในโครงการหลวง อาทิ ร้านโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา, ร้านศูนย์บริการวิชาการเกษตรมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดปทุมธานี, ร้านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร, ร้านภูฟ้า, ร้านมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, ร้านถักร้อย สร้อยรักษ์, ร้าน ดร.น้ำจิต-ดร.น้ำใจ
ถวายพระพรออนไลน์ บริเวณ Cascata ชั้น G และร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๙.๑๙ น. บริเวณลานจอดรถ (ฝั่งประตู AIS) @ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ค ที่ Cascata ชั้น G



พระฉายาลักษณ์และข้อมูลจาก
allthaievent.com














สืบสานงานผ้าไหมสานต่อพระราชปณิธาน ‘แม่ของแผ่นดิน’



ใช่เพียงคนไทยเท่านั้นที่ชื่นชมและหลงรักในความสวยงามของผ้าไหมไทย แม้กระทั่งชาวต่างประเทศก็ต่างชื่นชอบในลวดลายการถักทอผ้าไหมของไทยจนโด่งดังและเป็นที่ต้องการของตลาด นั่นด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในชนบททางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๔๙๘ ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่กันเป็นส่วนใหญ่ จึงทรงเห็นว่าชาวบ้านมีฝีมือในงานหัตถกรรมอยู่แล้ว จึงมีพระราชดำริส่งเสริมอาชีพให้แก่ชาวบ้าน เพื่อมีรายได้ทดแทนกรณีที่ผลผลิตทางการเกษตรต้องเสียหาย ไม่ได้ผล อันเนื่องจากภัยธรรมชาติ






ในช่วงแรก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชาวบ้านทอผ้าไหมมัดหมี่ แล้วทรงรับซื้อเอาไว้ เป็นการสนับสนุน ฟื้นฟู และพัฒนาฝีมือการทอในเบื้องต้น เมื่อดำเนินการส่งเสริมอาชีพไประยะหนึ่ง ก็ได้มีการจัดตั้งเป็นมูลนิธิศิลปาชีพใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมกันนี้ฉลองพระองค์ส่วนใหญ่ยังเป็นชุดที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทย โดยเฉพาะเมื่อเสด็จพระราชดำเนินในงานพระราชพิธีต่าง ๆ ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตัดเย็บจากผ้าไหมฝีมือชาวบ้านทุกองค์ รวมถึงฉลองพระองค์เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศ ที่ทำให้ชาวต่างชาติได้เห็นความสวยของผ้าไหมไทย


และเมื่อเร็ว ๆ นี้ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมกับราษฎรบ้านหนองแข้ เปิด "พิพิธภัณฑ์บ้านป้าทุ้ม-ป้าไท้" ณ บ้านหนองแข้ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาบ้านเรือนราษฎรหลายร้อยหลังที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียน โดยพิพิธภัณฑ์บ้านป้าทุ้ม-ป้าไท้ จัดตั้งขึ้นด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อสืบทอดความภาคภูมิใจ และความทรงจำอันงดงามให้คงอยู่เป็นสมบัติของลูกหลานชาวบ้านหนองแข้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้พระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎร และทรงฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นเมืองของไทยและการทอผ้าไทย ทั้งกระบวนการทอผ้าของไทย ตั้งแต่การเลี้ยงไหม ไปจนถึงการทอผ้าไหม รวมถึงความรู้เรื่องกระบวนการทอผ้า






ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ได้เดินทางไปเปิดพิพิธภัณฑ์บ้านป้าทุ้ม-ป้าไท้ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีรับสั่งให้ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านและชวนให้ทอผ้าเพื่อทรงรับซื้อ ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการทำนาทำไร่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรบ้านหนองแข้ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร มีรับสั่งถามไถ่ทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด ทรงฟื้นฟูการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นเมืองของไทยและการทอผ้าไทย ทรงรับราษฎรบ้านหนองแข้เป็นสมาชิกศิลปาชีพ เพื่อให้มีรายได้เสริมจากการทอผ้า และอนุรักษ์ลวดลายผ้าไทย


“สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรบ้านหนองแข้เป็นการส่วนพระองค์ถึง ๓ ครั้ง ในปี ๒๕๒๑, ๒๕๒๓ และ ๒๕๒๕ เพื่อพระราชทานกำลังใจในการทอผ้าไหม และประทับอยู่ที่ชานเรือนเป็นเวลานานจนมืดค่ำ ทรงไต่ถามเรื่องความเป็นอยู่ และพระราชทานฉลองพระองค์คลุมไหมมัดหมี่สีม่วง เพื่อเป็นแบบให้แก่นางไท้ทอผ้า ซึ่งภายหลังนางไท้ได้เชิญฉลองพระองค์นั้นไว้บนหิ้ง และบูชาด้วยดอกไม้มหาหงส์ตามประเพณีของชาวอีสานด้วยความผูกพันและความจงรักภักดี ฉลองพระองค์ดังกล่าว พิพิธภัณฑ์ผ้าใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เคยยืมไปจัดแสดงในนิทรรศการศิลปาชีพ พระหัตถ์ที่ทรงงานเพื่อแผ่นดิน ในนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้จัดแสดงเรื่องราวของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กับป้าทุ้มป้าไท้ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อราษฎรบ้านหนองแข้” รองราชเลขานุการในพระองค์ฯ ให้รายละเอียด






ในขณะที่ สุทธิรัตน์ แก้วอาภรณ์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑ์ผ้าใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เล่าให้ฟังว่า จากที่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถเคยเล่าให้พวกเราฟังว่า ป้าทุ้มป้าไท้ เป็นพี่น้องฝาแฝดกัน บ้านก็อยู่ไม่ไกลมากจากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจต่าง ๆ แล้ว ก็จะเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ใกล้ ๆ เป็นการส่วนพระองค์ บ้านป้าทุ้มป้าไท้จึงเป็นบ้านที่พระองค์ท่านเสด็จฯ ขึ้นไปทอดพระเนตรความเป็นอยู่ จนรู้ว่ามีปัญหาในเรื่องการทำมาหากิน ไม่มีน้ำทำการเกษตร เมื่อเสด็จฯ กลับก็กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นก็เสด็จฯ ไปบ้านป้าทุ้มป้าไท้เป็นครั้งที่ ๒ แต่คราวนี้เสด็จฯ ไปพร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีการทำเส้นทางนำชลประทานโดยเป็นแอ่งน้ำจากธรรมชาติ เป็นโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสำคัญเรื่องความเป็นอยู่ในครอบครัว ทรงส่งเสริมการทอผ้าเพื่อให้แม่บ้านมีรายได้เพิ่มช่วยเหลือครอบครัว


“สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้พระราชทานฉลองพระองค์แก่ป้าทุ้มป้าไท้ เพื่อเป็นกุศโลบายให้ชาวบ้านแถวนั้นและป้าทุ้มป้าไท้ได้อนุรักษ์การทอผ้าแบบโบราณไว้ ซึ่งป้าทุ้มก็ได้แกะลายผ้าพระราชทานผืนนั้นและเรียนรู้การทอ รวมไปถึงชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย พระองค์ท่านเสด็จฯ ไปยังบ้านของชาวบ้านเป็นร้อย ๆ หลัง แต่บ้านป้าทุ่มป้าไท้อยู่กันแบบชาวบ้าน เราจึงเลือกบ้านป้าทั้งสองคนนี้มาเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสกลนครได้เดินทางมาดูงานนิทรรศการผ้าที่ทางพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้จัดไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ต่อยอดและเป็นการหารายได้ให้แก่ชาวบ้าน เมื่อมีนักท่องเที่ยวก็ต้องมีการค้าขาย เป็นรายได้คืนให้ชุมชนตามพระราชดำริใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” ภัณฑารักษ์ชำนาญการให้ข้อมูล


ด้าน บัวลี ขันทีท้าว ประธานกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองแข้ เล่าให้ฟังว่า ทอผ้ามานานแล้ว ผ้าที่ทอส่วนใหญ่ส่งให้แก่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในกลุ่มทอผ้ามีสมาชิกกว่า ๗o คน ส่วนใหญ่ทำมานานเป็นสิบ ๆ ปี บางคนก็ทอผ้าได้เยอะ ๓ เดือนได้ถึง ๖o เมตร บางคนก็ได้ ๒o เมตรแล้วแต่ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะทอได้ประมาณ ๓o-๔o เมตรต่อคน และเมื่อนำไปส่งให้มูลนิธิ ก็ได้เงินกลับมาเป็นแสนบาท






“เคยเข้าเฝ้าฯ พระราชินีเมื่อเสด็จฯ พระตำหนักภูพาน พระองค์ท่านพระราชทานเลี้ยงชาวบ้านอย่างเรา ๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกับพระองค์ท่าน จำได้ทุกคำพูดจนถึงวันนี้ คิดถึงทีไรก็น้้ำตาไหล ตื้นตัน พระราชินีทรงช่วยพวกเราชาวบ้านให้มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือจนจบและตอนนี้ลูกๆ ก็มาช่วยงานทอผ้าสานต่อแล้ว ตอนที่เห็นข่าวพระองค์ท่านเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลทางโทรทัศน์ เรียกกันมาดูทั้งบ้าน ดีใจมากน้ำตาไหล อยากเห็นพระองค์ท่าน ไม่อยากให้พระองค์ท่านป่วย อยากให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีร่างกายที่แข็งแรง พวกเราทุกคนติดตามข่าวของพระองค์ท่านตลอด ไม่ได้พระองค์ท่านช่วยก็ยังไม่รู้เลยว่าเราจะอยู่กันอย่างไร ขอทรงพระเจริญ” บัวลีกล่าวในสุดท้ายก่อนจบการพูดคุย


เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ข้าพระพุทธเจ้าทีมข่าวสังคมหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ขอน้อมถวายพระพรชัยมงคล ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและพลานุภาพแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบำรุงรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากโรคาพยาธิภัย พระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พระเกียรติคุณเจิดจำรูญแผ่ไพศาล ทุกทิศานุทิศ มีพระราชประสงค์จำนงใดจงสัมฤทธิ์ สถิตเป็นพระมิ่งขวัญร่มเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้าตราบจิรัฐิติกาลเทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ



พระฉายาลักษณ์ ภาพและข้อมูลจาก
komchadluek.net














บุษบัญชลี



นิทรรศการ “บุษบัญชลี : Pushpanjali” นิทรรศการดอกไม้เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ จัดแสดงระหว่างวันที่ ๖ - ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม : The Emporium


นิทรรศการ “บุษบัญชลี” นิทรรศการดอกไม้เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘


นิทรรศการดอกไม้เทิดพระเกียรติครั้งพิเศษนี้น้อมนำพระราชกรณียกิจใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาเผยแพร่โดยร้อยเรียงเรื่องราวผ่าน งานดอกไม้สด อันเกี่ยวเนื่องด้วยงานพระราชกรณียกิจ อาทิ พระราชกรณียกิจที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ แทนพระองค์เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน งานประกวดผ้าไหมที่จังหวัดสกลนคร งานพระราชทานเลี้ยงในพระบรมมหาราชวัง เป็นต้น


ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนผู้เข้าชมงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติในครั้งนี้ ได้มีโอกาส ชื่นชมพระบารมี ร่วมถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้


งานดอกไม้และงานนิทรรศการครั้งนี้ออกแบบโดย สกุล อินทกุล


ร่วมสนับสนุนการจัดนิทรรศการ “บุษบัญชลี” โดย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม, Jim Thompson และ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้



















ภาพและข้อมูลจาก
contestwar.com
FB พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมดอกไม้














สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย



เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย” เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และโครงการในพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่า และการพัฒนาอาชีพเพื่อความเป็นอยู่อย่างยั่งยืนของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยมีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการ ในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถเป็นประธานเปิดงาน และนายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมเป็นเกียรติ ในวันพุธที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๕.๓o น. ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่


นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย” จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชกรณียกิจใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิต


นำเสนอโครงการในพระราชดำริที่เป็นกุศโลบายสำคัญซึ่งพระราชทานแก่ประชาชนให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติและประกอบอาชีพในท้องถิ่นได้โดยไม่ทำลายธรรมชาติ ไม่บุกรุกป่า ไม่ล่าสัตว์ อาทิ โครงการฟาร์มตัวอย่าง โครงการราษฎรอาสาพิทักษ์ป่า (ธงพิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต) และโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เป็นต้น พร้อมจำลองลักษณะเด่นของบ้านชาวเขา ๔ เผ่า (เย้า กะเหรี่ยง อาข่า มูเซอ) การส่งเสริมสร้างงานของชาวเขาอย่างต่อเนื่องด้านผ้าทอ ผ้าปัก โดยจัดแสดงภาพฉลองพระองค์ที่ทำจากผ้าชาวเขาที่มีเอกลักษณ์ และผลิตภัณฑ์จากผ้าชาวเขา เมื่อชาวบ้านสามารถประกอบสัมมาอาชีพ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็จะไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเมื่อป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์ก็จะเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารหล่อเลี้ยงทุกชีวิตจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ นำมาซึ่งความผาสุกแก่ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย เปรียบดั่ง “สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย” ที่นำมาซึ่งความชุ่มฉ่ำแก่ปวงชนพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า พร้อมกันนี้ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผักอินทรีย์ ข้าวพันธุ์ต่างๆ และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากผ้าชาวเขาเผ่าต่างๆ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อเป็นของขวัญวันแม่


นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเรียนรู้ผ่านกิจกรรมพิเศษตลอดนิทรรศการ ได้แก่ กิจกรรม “เมนูอร่อยเพื่อแม่...จากฟาร์มตัวอย่าง” การประกอบอาหารจากผลิตภัณฑ์ในโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่-ลูก ในวันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ และ กิจกรรม “ปลูกรักให้แม่” เรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษและการปลูกสวนแนวตั้งที่ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในวันเสาร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๘ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม Walk Rally ตอบคำถามรับรางวัล และกิจกรรม “ชาวเขา=ชาวเรา” การใส่ชุดชาวเขาในนิทรรศการแล้วถ่ายภาพโพสต์บน Social Media พร้อมคำบรรยายสั้นๆ ใส่ hashtag #สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย และ Check-in พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย หรือ Thai Bank Museum รับของที่ระลึกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าชาวเขาของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ


นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย” จัดแสดงถึงวันที่ ๓o กันยายน ๒๕๕๘ ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน (เว้นวันหยุดธนาคาร) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0๑-๕๔๔-๔๕๒๖







ภาพและข้อมูลจาก
scb.co.th














ทุกศาสตร์ศิลป์ ใน ‘โขนพระราชทาน’



แม้การจัดการแสดงโขนพระราชทานแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน” นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทยที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน ธำรงค์นาฏศิลป์ชั้นสูงให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงตั้งใจสืบสานพระราชปณิธานด้วยการจัดกิจกรรมพิเศษและนิทรรศการหมุนเวียน “ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์” ชุด “โขนพระราชทาน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๓ พรรษา


เนื้อหาภายในนิทรรศการแบ่งออกเป็นโซนเรียงร้อยเรื่องราวผ่านภาพ ตัวอักษร การสาธิต งานหัตถศิลป์ต่าง ๆ อาทิ โซนกว่าจะเป็นโขนพระราชทาน, โซนการศึกษาพัสตราภรณ์โขน, โซนการออกแบบเทคนิคประกอบฉาก, โซนหัวโขนและศิราภรณ์, โซนเรื่องย่อโขนพระราชทาน การสืบสานสู่คนรุ่นใหม่ เป็นต้น


ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และประธานกรรมการ คณะกรรมการอำนวยการการแสดงโขนพระราชทาน ในฐานะประธานเปิดนิทรรศการเล่าให้ฟังว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระปรีชาชาญในด้านศิลปะ ทรงรื้อฟื้นโขนพระราชทานนี้ก็ทำให้สรรพวิชาช่างที่มีค่าของชาติที่เกือบจะสูญหายไปได้กลับคืนมา เกิดมีอาชีพต่อชาวบ้านอย่างหลากหลาย อย่างผ้าที่นำมาตัดชุดโชนการจัดแสดงแต่ละครั้งต้องใช้ผ้าจำนวนมาก ผ้าที่ซื้อมาก็เก่าเปื่อยขาดไปบ้าง จึงมีการหาเพิ่มทั้งจากอ่างทองและสิงห์บุรี ให้ชาวบ้านมาเรียนทอผ้าโดยเอาครูไปสอนให้ เรียนไม่กี่ปีตอนนี้กลายเป็นครูถ่ายทอดได้แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในความควบคุมของ อ.วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้า


สิ่งที่จะได้เห็นในนิทรรศการคือความมหัศจรรย์ของงานศิลป์ อ.วีระธรรม ตระกูลเงินไทย กูรูเรื่องผ้า บอกว่า เทคนิคช่างต่าง ๆ ที่เคยมีแต่อยู่ในราชสำนักฝ่ายในสมัยก่อนได้ถูกนำมาสาธิตเผยแพร่ให้ได้เห็น การทอผ้ายกทองต่างๆ ซึ่งเกือบจะสูญหายได้รื้อฟื้นกลับมา เห็นแล้วจะต้องทึ่งว่าคนโบราณสามารถสร้างงานที่ละเอียดลออและมหัศจรรย์เหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร


“กว่าจะมาเป็นชุดโขนแต่ละชุด ค่อนข้างที่จะศึกษามามาก รวมถึงการเสาะแสวงหา การทำวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเกือบจะสูญหายไปหมดแล้ว กว่าจะนำมารวมมาปักเป็นแต่ละชิ้นนี้ใช้วัสดุมากมาย แล้วบางอย่างก็ต้องทำขึ้นมาใหม่ บางอย่างยังพอมีอยู่บ้างแต่จำนวนน้อย ก็ต้องศึกษากัน ความยากหรืออุปสรรคเรื่องงานเครื่องแต่งกายนี้เห็นจะอยู่ที่คนทำหรือช่างที่จะมีสมาธิ ใช้เวลานานๆ ต้องละเอียดอ่อนและต้องมีความอดทนอย่างยิ่งยวด นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานเป็นแรมเดือนแรมปีเพื่อให้ให้งานเสร็จลุล่วงไปหนึ่งชิ้น” ผู้คร่ำหวอดเรื่องงานผ้า อธิบาย


โขนวันนี้กับวันวานย่อมมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุคสมัย ฉากโขนพระราชทานแต่ละตอนที่มีความวิจิตรอลังการขึ้น อ.สุดสาคร ชายเสม ในฐานะหัวเรือเรื่องนี้ เผยว่า สิ่งที่ต้องคำนึงที่สุดคือเปรียบเทียบกับการแสดงในต่างประเทศที่มีการพัฒนาไปมาก โขนไทยถ้าไม่สามารถสร้างให้มีความน่าตื่นเต้นพอ ๆ กันก็ดูจะล้าหลัง อย่างละครบรอดเวย์ที่เข้ามาทำการแสดงในเมืองไทยทีมงานโขนก็มีโอกาสเข้าไปชม ทำให้ได้เห็นความพยายามในการสร้างมิติเกี่ยวกับอากาศ เวลา และระยะต่าง ๆ ที่มีในโลกธาตุนี้ให้ปรากฏขึ้นในนาฏกรรม ซึ่งโขนหากจะทำจริง ๆ ก็สามารถทำได้


“โขนมีความงดงามอยู่แล้วในตัว เราเองได้นำเอามรดกศิลปะของชาติ ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม เอาลงมาสร้างให้ตัวนาฏกรรมให้ได้ใช้เข้าไปอยู่ในฉาก ส่วนทีมโอเวชั่นก็มีหน้าที่ทำให้เกิดระยะต่างๆ โดยทำงานร่วมกับเรา ต้องทำแบบนี้แบบนั้นแล้วจะเกิดระยะ เกิดน้ำหนักขึ้น การปรับฉากที่เห็นถือเป็นความท้าทายของคนทำงานยุคนี้และสิ่งนี้ก็ช่วยให้การดูโขนไม่น่าเบื่อ คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องโขนดูรำแล้วอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งพอเป็นแบบนี้จึงต้องนำบรรยากาศ แสง เสียง เข้าไปกระตุ้น นอกจากนี้คนดูโขนมีจุดมุ่งหมายต่างกัน บ้างก็เพื่อฟังเพลง บ้างอย่างดูรำ บ้างอยากดูการแสดง โขนเป็นศูนย์รวมของศิลปะหลากแขนง แล้วฉากก็เป็นตัวครอบคลุมทั้งหมด เชื่อว่าคนที่มาดูนิทรรศการจะได้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะแขนงต่างๆ กลับไปมหาศาล แล้วก็จะทำให้ดูโขนอย่างเห็นคุณค่ายิ่งขึ้น” อ.สุดสาคร กล่าวพร้อมกับเสริมว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งชื่นชมและขอบคุณคณะทำงาน โดยเฉพาะช้างเอราวัณในฉากโขนที่จัดแสดงครั้งแรก ทรงชมว่าช้างสวย ทรงมีพระมหากรุณาต่อทีมงานสร้างโขนพระราชทานอย่างหาที่สุดมิได้ สร้างขวัญและกำลังใจคนทำงาน อีกทั้งช่วยให้เมืองไม่เงียบเหงามีศิลปะการแสดงทั้งสวยงามและน่าตื่นเต้นมาสร้างสีสันได้ตลอด


ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันนี้ถึง ๖ กันยายนนี้ บริเวณโถงอเนกประสงค์ ๑ อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ตั้งแต่เวลา ๑o.oo-๑๙.oo น. (เว้นวันจันทร์) สอบถามโทร. o-๒๖๒๑-oo๔๔ หรือ nitasrattanakosin.com







ภาพและข้อมูลจาก
komchadluek.net














Where The Wind Blows



ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ นำเสนอนิทรรศการศิลปะ "Where The Wind Blows" โชว์ผลงานล่าสุดของ ชัยวิชิต สิทธิวงศ์ ศิลปินหนุ่มไฟแรง ที่บอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติอันงดงามทางภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นตา หากมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติที่แสนงามนั้นยังตรึงใจ และโอบล้อมสร้างความสุขให้กับผู้ชม


"Where The Wind Blows" การแสดงผลงานเดี่ยวของศิลปินหนุ่มที่บรรจงถ่ายทอดความงดงามของทัศนียภาพที่ธรรมชาติได้เสกสรรมาเพื่อเติมพลังและสร้างความสุขให้กับมนุษย์ ซึ่งถ้าเราพิเคราะห์ผลงานชุดนี้อย่างลึกซึ้ง เราจะเข้าใจถึงเหตุผลของการเกิดขึ้นของสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของคนเรา ดังเช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า "มองธรรมชาติให้ลึกซึ้ง แล้วคุณจะเข้าใจทุกสิ่งได้ดีขึ้น"


ฤดูกาลและโลกยังหมุนเวียนเปลี่ยนผัน สายลมพัดผ่าน สายน้ำไม่เคยย้อนกลับ เช่นเดียวกับคนเราที่ยังคงมีเรื่องให้ต้องคิดต้องทำไม่หยุดยั้ง แม้ในบางครั้งเราอาจจะเหนื่อยล้าจนไม่ต้องการเข้าใจถึงเหตุผลของเรื่องราวต่าง ๆ แต่ความงดงามธรรมชาติก็เปรียบดั่งมนตราที่สายลมพัดผ่านมาชโลมหัวใจของเราให้อบอุ่น ซึ่งศิลปินหนุ่มตั้งใจให้ผู้ชมได้รับสัมผัสแห่งความสุขจากมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติเพื่อนำมาซึ่งความสุขและความสงบท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและวุ่นวายเร่งรีบในแบบฉบับวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบัน


หลีกลี้ความวุ่นวายสู่อ้อมกอดที่เปี่ยมด้วยความรักจากธรรมชาติในนิทรรศการ "Where The Wind Blows" ซึ่งจะจัดแสดง ณ ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ ๒๔๕ ซอยสุขุมวิท ๓๑ (ซอยสวัสดี) เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๗ สิงหาคม – ๓o กันยายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๑.oo - ๑๙.oo น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร o๒-๖๖๒-๓๒๑๘



ภาพและข้อมูลจาก
thaipr.net














ประกวดภาพถ่าย “๑o ภาพเล่าเรื่อง Season5″



ขอเชิญส่งภาพเข้าประกวด ภาพเล่าเรื่อง ของทาง National Geographic ของไทย ใครว่าง ๆ ก็ลองถ่ายรูปส่งดูได้ แม้ไม่ได้รางวัล ก็ได้ประสปการณ์ และ ที่สำคัญได้พัฒนาฝีมือ


รางวัลที่ ๑ จะได้ ตั๋วไปกลับ กทม-โตเกียว โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดต้องส่งภาพที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเป็นสารคดีภาพ ๑ เรื่อง จำนวน ๗-๑o ภาพ พร้อมคำบรรยาย ที่สะท้อนมุมมองและแง่คิดใหม่ ๆ



ภาพและข้อมูลจาก
fotofaka.com














ห้องเรียนวาฬไทย



กลุ่มวาฬไทย (ThaiWhales) ร่วมกับ 141 ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์เพื่อสังคม และ HOF ART จัดนิทรรศการเคลื่อนที่เพื่อการเรียนรู้ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์วาฬและสิ่งแวดล้อมไทย “ห้องเรียนวาฬไทย @ HOF Art Space” พาทุกคนเข้าไปรู้จัก และช่วยกันอนุรักษ์วาฬ เพื่อนำไปสู่หน่วยใหญ่คือสิ่งแวดล้อม


สนุกสนานไปกับนิทรรศการที่มีไม่ได้มีเพียงข้อมูลและภาพประกอบ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเนื้อหา ผลงานศิลปะ เทคโนโลยี ที่ถูกปรับให้เข้ากับการเริ่มต้นรู้จักกันระหว่างวาฬและฅน พร้อมชมงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวาฬ โดยศิลปินจิตอาสาแนวหน้ากว่า ๓o ท่าน, ผลงานภาพถ่ายวาฬบรูด้าแม่ลูก ที่อาศัยอยู่ในในอ่าวไทย โดยช่างภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นที่มีใจรักวาฬ, ชมภาพยนตร์ฝีมือของคุณแดง ชาญกิจ ช่างภาพยนตร์ไทยและผู้ก่อตั้งวาฬไทยในรูปแบบ Full HD นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ หมุนเวียนกันไปอีกด้วย


ส่วนทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ ยังสามารถเดินเล่นชมตลาด พบบูธสินค้าน่ารัก ๆ ในธีมวาฬ, ร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับธรรมชาติ และกิจกรรมจากกลุ่มจิตอาสา เช่น ๑4๑ Social Enterprise รายได้เพื่อการช่วยเหลือวาฬและเด็กด้อยโอกาส เพราะในทะเลไทยของเรามีพี่วาฬตัวใหญ่อาศัยอยู่ เราจึงต้องรักและอนุรักษ์ให้พวกเขาอยู่คู่กับทะเลไทยไปนาน ๆ


นิทรรศการห้องเรียนวาฬไทย จัดแสดงวันที่ ๗ - ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ณ HOF ART SPACE ถนนสุขุมวิท



ภาพและข้อมูลจาก
krungthep.coconuts.co














ภาพถ่ายเมียงม่าน


จัดแสดงวันที่ : ๑๑ สิงหาคม - ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘
สถานที่: โถง ชั้น ๑
พิธีเปิดวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๙.oo น.

โดย

ชัยวุฒิ พุฒทอง
พงษ์ศักดิ์ ตั้งติวาจา
สุทธิศักดิ์ ดิษฐทรงจรรย์
พิจักษณ์ ทนันชัยบุตร
อุรชา จักรคชาพล

อาจารย์สาขาวิชาการถ่ายภาพ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง



ภาพและข้อมูลจาก
bacc.or.th














‘พนมไพร ลูกเพชร’ทุ่มทำหนังสือรวมประวัติศิษย์สุรพลฉบับสมบูรณ์



พนมไพร ลูกเพชร ศิษย์ครูสุรพล สมบัติเจริญ รวมประวัติศิษย์ในวงครู สมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก หารายได้ไว้ทำบุญครบรอบปีครูสุรพล ยันเป็นบันทึกในมุมมองที่แตกต่าง หวังให้แฟนเพลงเก็บเป็นอนุสรณ์ พนมไพร ลูกเพชร เจ้าของเสียงเพลง “เพราะน้องพี่จึงร้องไห้” “ไม่ลืมท่ายาง” และ “น้ำอ้อยหยดสุดท้าย" กล่าวถึงความเป็นมาของตนเองในวงว่า


“ผมอยู่กับครูตั้งแต่ ๒๕o๓ เรื่อยมา ตอนที่ ไพรวัลย์ ลูกเพชร, เมืองมนต์ สมบัติเจริญ, ภาวนา ชบาไพร, ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย ยังอยู่ในวงของครู ผมมาอยู่ได้ ๑ ปี พี่ไพรวัลย์แยกออกจากวงไป แล้วก็รุ่นศรีไพร ลูกราชบุรี, กังวาลไพร ลูกเพชร แล้วก็มาละอองดาว สกาวเดือน อยู่มายุคแรก แต่ปลาย ๆ ศิษย์ครูมีทั้งหมด ๔ รุ่น ประมาณ ๔๙ คน แฟนเพลงหลายคนอาจจะไม่ทราบ ก็เลยมาทำหนังสือเล่มนี้ ใช้ชื่อหนังสือประมาณว่า รวมศิษย์ ราชาเพลงลูกทุ่ง ครูสุรพล สมบัติเจริญ"






นักร้องวัย ๗๒ ปี ที่ยังมีความทรงจำดี กล่าวถึงศิษย์วงครูสุรพลว่า

“พวกเราก็ยังติดต่อกันอยู่ ที่เสียชีวิตไปแล้ว ๑๙ คน (รวมครูด้วย) เรารวมไว้ละเอียดเลย มีเบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ปัจจุบัน ครอบครัว ทายาทกี่คน บ้านอยู่ที่ไหน ส่วนมากเราพบกันอยู่ประจำ คนที่อยู่ต่างจังหวัดก็คุยกันทางโทรศัพท์ หลายคนที่อัดเพลงเดียวก็หายไป ก็หาตัวยากหน่อย แต่ก็หามาได้ เราจะบันทึกว่า ร้องเพลงแรกที่บันทึกแผ่นเสียงคือเพลงอะไร มีชื่อเสียงจากเพลงอะไร หรือได้รับรางวัลจากเพลงอะไร


ศิษย์ของครูสุรพล จะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ผู้ชายมีเพียง ๓o เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว คือ ครูสุรพล สมบัติเจริญ, ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย (เสียชีวิต วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๕ ปีเดียวกับพุ่มพวง ดวงจันทร์) ไพรวัลย์ ลูกเพชร, ศรีไพร ลูกราชบุรี, ก้องไพร ลูกเพชร, อุดม สมบัติเจริญ, เมืองมนต์ สมบัติเจริญ, เพชรน้อย ลูกสุพรรณ, ศักดิ์ชาย วันชัย, ปัทมา ณ เวียงฟ้า, เพ็ญพักตร์ ลักขณา, ชูจิตร ทองแย้ม, สำราญ ภักดีอาสา (เสียชีวิตตอนหนุ่ม), เตือนใจ บุญพระรักษา, เตี้ย บางเตย คนนี้ร้องเพลงด้วย เป็นตลกด้วย และชาตรี ศรีชล ส่วนตลกที่เสียชีวิต คือ บุญเกตุ เสงี่ยมงาม, บังเละ วงศ์อาบู และประสิทธิ์ จุก รวมทั้งหมด ๑๙ คน จากการสำรวจเมื่อปี ๒๕๕๘"






นักร้องจากเมืองเพชรบุรี กล่าวถึงวัตถุประสงค์การทำหนังสือว่า

“คิดว่าอยากทำเป็นอนุสรณ์ให้แฟนเพลง หลังจากจำหน่ายและหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปร่วมงานบุญกุศลของครูที่เราทำประจำทุกปี ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สมัยครูเสียชีวิตใหม่ ๆ เราก็ช่วยกันออกเงิน พอถึงรอบวันเสียชีวิตครู ก็จะช่วยกัน แต่ปัจจุบัน หลาย ๆ คนงานน้อย เราก็อยากจะมีเงินทุนเอาไว้ทำกิจกรรมทุกปี เงินที่แฟนเพลงอุปการะหนังสือจะได้กุศลด้วย ถ้าประสบความสำเร็จจะทำให้เรารวมตัวกันได้ เพราะบางคนอาจจะไม่สะดวกเรื่องเงินทองก็จะได้สบายใจมาร่วมงานกันได้ เพราะบางคนไม่มีเงินก็ไม่กล้ามา


สำหรับหนังสือ จะทำให้เสร็จทันก่อนเดือนสิงหาคม ซึ่งครบรอบครูเสียชีวิต มี อนุกูล หยดย้อย แฟนเพลงพันธุ์แท้ เจ้าของเพจ “คนรักครูสุรพล สมบัติเจริญ” ก็มาช่วยด้วย เพราะพ่อแม่ของเขาเป็นแฟนเพลงครูสุรพล ด้วย เขาช่วยดูแล พิสูจน์อักษร จัดเรียงรูปเล่ม หนังสือกว่าร้อยหน้า จะมีรูปเยอะ ตั้งราคาไว้ไม่ให้แพงมาก รูปหลายรูปจะไม่เคยเห็นกัน ส่วนมากเขาจะเขียนไว้หมดแล้ว ในเล่มจะมีประวัติครู วันสุดท้ายก่อนครูเสียชีวิต ครูร้องเพลงอะไรบ้าง หลายเล่มไม่ได้เขียนบันทึกไว้ หรือข้อมูลคลาดเคลื่อน ในเล่มนี้เราจะมีข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด อาจจะมีแค่เล่มเดียว เพราะหลายคนก็เลิกงานร้องเพลงไปแล้ว แยกย้ายกันไป ยังร้องเพลงอยู่ไม่กี่คน ทุกวันนี้ก็ยังรับงานกัน บวชลูกหลาน งานแต่งงาน”






ตัวแทนศิษย์ครูสุรพล กล่าวทิ้งท้ายไว้ เกี่ยวกับคำสอนของครูสุรพลว่า

“ศิษย์สุรพลรักกัน ไม่มีแบ่งขั้ว เราช่วยกันเกี่ยวกับงานทุกอย่าง จนกระทั่งวันตาย วันเผาเลยทีเดียว เพราะครูสุรพลท่านสอนมาดีว่า เราเป็นศิลปินต้องให้เกียรติแฟนเพลง แฟนเพลงเปรียบเสมือนบ้าน เราคือผู้อาศัย ถ้าหยิ่งกับแฟนเพลง ต่อไปข้างหน้าแม้แต่สุนัขก็ยังไม่มองเลย


สำหรับแฟนเพลงที่สนใจจะจองล่วงหน้า ก็โทรหาผมได้ครับ o๘-๓๒๙๗-๓๗๕๒ หรือเข้าไปที่เพจ ชมรมคนรักครูสุรพล สมบัติเจริญ และลูกศิษย์ ครับ"



ภาพและข้อมูลจาก
komchadluek.net














ศิลปะในฉากรักขุนข้างขุนแผน



มิวเซียมสยาม ร่วมกับ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี จัดงาน “Museum Family ตอน ของดีเมืองสุพรรณ” เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเมืองสุพรรณบุรี


ร่วมฟังเสวนาหัวข้อ “อดีต ปัจจุบัน อนาคต วรรณคดีขุนช้างขุนแผน” โดย นิวัติ กองเพียร เกจินู้ด , ผศ.ดร.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ นักมานุษยวิทยา และ ประดิษฐ ปราสาททอง ศิลปินรางวัลศิลปินศิลปาธร


ที่จะร่วมกันเจาะลึกวรรณคดีขุนช้างขุนแผนในมุมมองต่าง ๆ อาทิ ศิลปะของฉากรักและความงามของสตรีในวรรณคดีซึ่งสะท้อนตัวตนของคนไทยในอดีต พร้อมร่วมวิเคราะห์ชีวิต “นางวันทอง” ตัวละครสองใจบทเรียนหญิงไทยที่ใช้ได้ทุกยุคสมัย


และเชิญชมศิลปะการแสดงชุด “ขุนแผนเข้าห้องแก้วกิริยา” โดยวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี และ กิจกรรมการเรียนรู้หัวข้อ “แรงบันดาลใจจากวรรณคดีถึงจิตรกรรมฝาผนัง” พร้อมกิจกรรม workshop การเขียนภาพจิตรกรรม โดย เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย จิตรกรผู้สร้างสรรค์จิตรกรรมฝาผนัง ให้แก่ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี


วันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เวลา ๙.oo – ๑๖.oo น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี และ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี



ภาพและข้อมูลจาก
FB Art Eye View














จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ ๓๗



นิทรรศการ “จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ ๓๗” ๑๔ สิงหาคม – ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘

มูลนิธิบัวหลวงเชิญชมนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวงครั้งที่ ๓๗ โดยนำผลงานของผู้ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดจำนวน ๙ ชิ้น และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกอีก ๔๓ ชิ้น รวมทั้งสิ้น ๕๒ ชิ้น มาจัดแสดงเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมสัมผัสแนวคิดของผลงานจิตรกรรมระดับคุณภาพที่สร้างสรรค์ใน ๓ ประเภท ได้แก่ จิตรกรรมแบบประเพณี จิตรกรรมแนวประเพณี และจิตรกรรมร่วมสมัย ซึ่งเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ ๑๔ สิงหาคม – ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ


ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการประกาศผลการตัดสินการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงครั้งที่ ๓๗ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยคณะกรรมการตัดสินทั้ง ๑๕ ท่าน นำโดยศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ประธานกรรมการตัดสินพิจารณาคัดเลือกภาพจิตรกรรมจากผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน ๑๔๔ ราย เป็นจำนวน ๒o๕ ภาพ























ภาพและข้อมูลจาก
wikalenda.com














TWISTS & TURNS



จากการที่ได้รู้จักและร่วมงานกับศิลปินคนนี้ทำให้ผมมีโอกาสได้เห็นการทำงานศิลปะในรูปแบบต่างๆของเธออย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๑o ปี ได้เห็นพัฒนาการของผลงานตั้งแต่เริ่มเป็นนักศึกษาที่ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากร เห็นงานที่เธอทำแทบจะทุกชิ้นในช่วงที่เป็นนักศึกษาตั้งแต่ปี ๑-ปี ๔


ได้เห็นงานที่เธอเริ่มมีส่วนร่วมในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานกับนิตยสารแพรว การเริ่มทำงานหลังจากเรียนจบที่ Flynow III , Be>Our>Friend studio, นักวาดภาพประกอบของนิตยสาร Cheeze, The Factory studio & art house และรวมไปถึงงาน Freelance ต่าง ๆ มากมาย


ได้เห็นการทำงานในบทบาทต่าง ๆ เช่น Designer,Graphic designer,Illustrator,อาจารย์พิเศษ,เจ้าของธุรกิจ ร้านรองเท้า/ร้านอาหาร,นักประดิษฐ์,นักสะสม ฯลฯ


ได้มีโอกาสเห็นความมุมานะ ความอดทน ทัศนะคติ วิธีคิด รวมไปถึงจริตของความพิถีพิถัน การใส่ใจต่อรายละเอียดต่าง ๆในการทำงานและการดำเนินชีวิต ทุกสิ่งที่เธอทำหรือสร้างขึ้นมา ค่อยๆหลอมรวมจนมีอัตลักษณ์บางอย่างที่ทำให้รู้สึกได้ว่า นี่แหละ คือ "จี๊ป"


นิทรรศการครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เธอตัดสินใจนำผลงานส่วนหนึ่งมาจัดแสดงอย่างเป็นทางการ ภายในงานจะมีผลงานภาพประกอบ สมุดสเก็ตช์ บันทึก หรือของสะสมกระจุ๊กกระจิ๊กเล็ก ๆน้อย ๆ ของเธอ โดยเป็นคนจัดการเองแทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ออกแบบการ์ดเชิญ ทำของที่ระลึก แพคการ์ด แพคซอง ส่งไปรษณีย์ ติดต่อประสานงานนู่นนี่ ตามช่างไม้ ช่างไฟ ช่างภาพ ดีเจ ฯลฯ เยอะม๊าก


ฉะนั้นวันเสาร์ที่ ๑๕ สค ๒๕๕๘ เวลาหนึ่งทุ่มเป็นต้นไปจึงอยากจะขอเชิญพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ และผู้ที่สนใจมาร่วมชม ร่วมพบปะ เป็นกำลังใจกับศิลปินได้ที่โรงแรม Pullman Bangkok Hotel G ชั้น ๓๖ (แกลลอรี่)



ภาพและข้อมูลจาก
wikalenda.com














มหกรรมการเต้นนานาชาติ ๒o๑๕



เชิญชมการแสดงเต้นคอนเทมโพรารีสุดครีเอทีฟจากคณะเต้นทั่วโลก ในงาน "มหกรรมการเต้นนานาชาติ ๒o๑๕" (International Dance Festival 2015) จัดโดยมูลนิธิเพื่อนศิลปะ จากคณะนักเต้นจาก ๑o ประเทศ อาทิ อิตาลี, โปรตุเกส, อิสราเอล, ตุรกี, อินเดีย, สิงคโปร์ และประเทศไทย จะมาร่วมกันสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมในงาน "มหกรรมการเต้นนานาชาติ ๒o๑๕" (International Dance Festival 2015) ระหว่างวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน-๖ ธันวาคม ๒๕๕๘ ณ หอศิลปวัฒนธรรม ดูข้อมูลเพิ่มเติม Dance-festival.info หรือ FB เทศการการแสดง


คลิกดูรายละเอียดรอบการแสดงได้ที่ thaiticketmajor.com



ภาพและข้อมูลจาก
ryt9.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดศิลปะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor





Create Date : 15 สิงหาคม 2558
Last Update : 15 สิงหาคม 2558 20:37:46 น. 0 comments
Counter : 3630 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.