"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
14 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
[Event] We Choose Prius "The Eco-Exclusive Trip" กรุงเทพฯ - เกาะช้าง


เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน 2555 ที่ผ่านมา ปูเป้ได้ร่วมเดินทางไปกับ We Choose Prius "The Eco-Exclusive Trip" กรุงเทพฯ - เกาะช้าง โดยทริปนี้เรานัดกันที่ Toyota TBN แถวลาดกระบังตั้งแต่เช้าตรู่



ภาพรวม ๆ ของทริปนี้ก็จะเป็นการใช้ Toyota Prius ซึ่งเป็นรถ Hybrid สุดไฮเทคเป็นพาหนะในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเกาะช้างเพื่อพักที่รีสอร์ทสุดหรูหนึ่งคืน ขอออกตัวไว้ก่อนว่าปูเป้ไม่ใช่คนที่เก่งเรื่องรถยนต์อะไร (ยังแปลกใจเลยที่เขาชวนไป) ดังนั้นเรื่องราวที่จะมาเล่าจะอิงจากความรู้สึกของปูเป้ที่มีต่อทริปนี้ รวมถึงรถยนต์ Toyota PRIUS ด้วย



พอมาถึงสถานที่นัดหมายเราก็ทำการลงทะเบียนเพื่อรับรถที่จะพาเราไปสู่จุดหมายเกาะช้าง คราวนี้ได้ New Prius 2012 รุ่น Standard หมายเลข 7 สีฟ้า True Blue Mica Metallic คันนี้มาล่ะ โดยการออกแบบรูปทรงของรถจะเน้นหลัก Aerodynamic เพื่อลดการเสียดทานของอากาศ ช่วยประหยัดพลังงาน วัสดุที่ใช้ในห้องโดยสารส่วนใหญ่ก็สามารถนำมารีไซเคิลได้ด้วย



ยังไม่ทันได้เข้าไปข้างในรถก็เจอความไฮเทคอย่างแรกแล้ว ก็คือกุญแจอัจฉริยะ ที่เพียงพกไว้ที่ตัวของเรา พอเข้าใกล้ระยะจับสัญญาณและสัมผัสที่จับประตู ระบบก็จะปลดล็อคให้เองโดยอัตโนมัติ



แต่ใจจริงอยากได้สีแดงคันนี้มากกว่า สีสวยถูกใจ แถมตัวนี้เป็นรุ่น Top Option ด้วย มีทั้ง DVD หน้าจอสัมผัสพร้อม Navigator มีพอร์ท AUX/USB ไว้เชื่อมต่อหรือชาร์จกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ และที่สำคัญ มี Solar Roof ที่ใช้ในระบบระบายอากาศด้วยพลังแสงอาทิตย์ มีระบบปรับอากาศเปิด-ปิดด้วยกุญแจรีโมท และอีกสารพัด (คันที่เราได้ไปไม่มีเลย อิจฉา...)



การเดินทางในทริปนี้เราไม่ได้ตามกันไปเป็นขบวน แต่ต่างคนต่างขับไปกันจนถึงจุดนัดพบเอง โดยเขามีแผนที่คร่าว ๆ แจกเอาไว้ให้แบบนี้...

เนื่องจากรถที่เราได้ไป ไม่ใช่รุ่น Top Option ที่มีระบบ Navigator ในตัว ก็ต้องบอกตามตรงว่า ช่วงแรกมีหลงทาง เลี้ยวผิดกันกระจายเลยล่ะ



จนสุดท้ายต้องใช้ตัวช่วย โดยการใช้ Apps Smart-G Book ของ Toyota เป็นตัวช่วยนำทาง ที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นไปอีก ก็คือเราสามารถโทรหา Call Center และบอกสถานที่ที่เราต้องการจะไป ทางศูนย์ข้อมูลจะทำการส่งข้อมูลจุดหมายปลายทางมายังมือถือของเราโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องมานั่ง Search เองเลยล่ะ



แอบแวะพักเติมความสดชื่นระหว่างทางเล็กน้อย :D




เนื่องจากเราไม่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมขับรถประหยัดน้ำมันกับผู้ร่วมเดินทางในกลุ่ม บวกกับการหลงทางในช่วงแรกทำให้เรากังวลว่าจะไปถึงที่หมายไม่ตรงเวลานัดหมาย ก็เลยเหยียบคันเร่งกันสุด ๆ เลยจ้า

โหมดในการขับขี่ของ Toyota Prius มี อยู่ 3 แบบ

- PWR Mode ระบบจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ การเร่งเครื่องจะตอบสนองได้มากที่สุด แน่นอนว่า.=hน้ำมันมากสุดใน 3 Mode

- ECO Mode ระบบจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าและกำลังจากเครื่องยนต์อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความประหยัดเป็นหัวใจสำคัญ

- EV Mode ระบบจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เหมาะกับการเดินทางในเมืองที่รถติด หรือใช้ความเร็วไม่มาก

เราใช้ ECO Mode แต่ก็เหยียบกันเกือบ 170 มาได้ จุดนี้ลบความเชื่อแบบผิด ๆ ของเราที่เคยคิดว่ารถ Hybrid นั้นเป็นรถเต่า ๆ ไปเลยนะเนี่ย...



หลังจากผ่านมา 250 กม.แรก เราก็มาถึงจุดพักรับประทานอาหารที่ร้านคุณแดง ที่นี่ดูเปียก ๆ แปลว่าฝนพึ่งหยุดตกก่อนหน้าที่เราจะมาถึงได้ไม่นานเอง เจอดอกไม้สวย ๆ ก็gลยถ่ายรูปเก็บไว้



หลังจากอิ่มแล้วก็เดินทางต่อไป วันนี้มีเมฆครึ้มตลอดเลย หวังว่าเราจะไม่เจอฝนที่เกาะช้าง เพราะเขาบอกว่าบนเกาะช้างเป็นทางชันและคดเคี้ยวเพราะต้องไต่ตามหน้าผาไป ถ้าฝนตกจะขับรถลำบากหน่อย



มาถึงจุดแวะเติมน้ำมันเพื่อเช็คว่าเราใช้น้ำมันไปกี่ลิตรแล้วโดยดูจากหัวจ่าย เพื่อวัดอัตราการสิ้นเปลือง และเก็บคะแนนสำหรับผู้ที่ร่วมกิจกรรม ระยะทางทั้งหมดที่เราขับมาคือ 290 กม. เราใช้น้ำมันไป 17.56 ลิตร เฉลี่ยได้ 16.5 กม. ต่อลิตร ซึ่งถือว่าโอเคเลยนะ สำหรับการเหยียบ 140 - 170 มาตลอดทาง (จริง ๆ เขากำหนดให้เราเติมแก๊ซโซฮอล แต่พนักงานดันเติมเบนซินให้และทำหน้ามึน ๆ อีก น่าอัดมาก...)



เดินทางมาต่ออีก 40 กม เราก็มาถึงท่าเรือเฟอรี่ไปยังเกาะช้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ปูเป้จะได้ขึ้นเรือเฟอรี่แบบเอารถเข้าไปด้วย ตื่นเต้น :D



ระหว่างรอให้มากันครบ ก็มาเดินยืดเส้นยืดสายกันซะหน่อย ยังคงติดใจคันแดงเหมือนเดิม...



พอมากันครบก้ได้เวลาขับรถเข้าไปจอดในเรือ พอเห็นรถ Prius จอดเรียงกันเต็มลำรือก็ดูอลังดีเหมือนกันนะ



สวัสดีเกาะช้าง!!! ฝนพึ่งหยุดตกไปได้สักพัก ถนนยังไม่แห้งเลยล่ะ




อย่างที่มีคนบอกไว้เลย ถนนบนเกาะช้าง ทางไปรีสอร์ทชันมาก เลี้ยวลด คดเคี้ยว ไปตามหน้าผา ไหล่เขา ซึ่งสามารถใช้เกียร์ B ในการขับขึ้นไปได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วนเราก็นั่งลุ้น ปล่อยให้เพื่อนที่ขับรถแข็งแล้วขับไปแหล่ะดีแล้ว :D



มาถึง AANA Resort แล้ว เราได้ห้องเป็น Villa ที่ทางเดินไปยังห้องต่างๆ ก็สวยงามเป็นธรรมชาติแบบนี้แหล่ะ



ห้องสวยน่ารักทีเดียว แอร์ไม่ค่อยเย็น แต่ไม่เป้นไร เพราะอากาศที่นี่ดีมาก ไม่ร้อนอยู่แล้ว (แถมฝนตกพร่ำ ๆ ตลอด...)



กรี๊ดดดดด มีอ่างอาบน้ำอยู่ริมระเบียงห้องด้วย เลิศที่ซู๊ดดด!!!




ช่วงค่ำก็มีปาร์ตี้เล็ก ๆ สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยจะมีการแจกรางวัลให้กับผู้ที่ชนะเลิศในการขับรถสุดประหยัดในทริปนี้ โดยผู้ที่ประหยัดสูงสุดมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน คือ 27.06 กิโลเมตร ต่อน้ำมัน 1 ลิตร ซึ่งประหยัดสุดๆ เลยล่ะ



ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก STAMP แอบอัดคลิปมาให้ชมกันด้วย เฮียน่ารักม๊ากกกก ฟังไปขำไป



หลังจากนอนหลับสบาย ๆ ก็ตื่นมาพร้อมกับฝนที่ตกกระหน่ำตลอดช่วงเช้า จน 11 โมงก็ยังตกอยู่ พวกเราจึงต้องขับฝ่าสายฝนกระหน่ำไปยังจุดมุ่งหมายต่อไป เป็นอะไรที่แอบน่ากลัวนะ เพราะว่าถนนบางจุดคือน้ำท่วม บางจุดน้ำจากบนเขาก็หลากลงมาเหมือนน้ำตกเลย เรียกได้ว่าทริปนี้ได้ทดสอบประสิทธิภาพของรถ Toyota Prius กันอย่างเต็มที่ทีเดียวล่ะ (แน่นอนว่าเราก็นั่งลุ้นให้เพื่อนขับไปอีกเช่นกัน)



เราขับรถอ้อมเกาะช้างมาอีก 40 กม เพื่อมายังร้านอาหาร สลักเพชร เพื่อทำการมอบแผงโซล่าเซลล์ ให้กับโรงเรียนบ้านสลักเพชร ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายของโรงเรียน โดยมีผู้บริหารจาก Toyota และ คุณสแตมป์ คุณโบ เบญจวรรณ และคุณน๊อต วรฤิทธิ์ เป็นผู้มอบ



อาหารมื้อสุดท้ายของทริปนี้อร่อยมาก ใครแวะมาเกาะช้างควรแวะมาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมนูปลาหมึกแดดเดียว หอยเชลล์อบเครื่องเทศ ที่เลิศมาก :D



หลังจากนั้นพวกเราก็กลับมายังท่าเรือ เพื่อเอารถขึ้นเฟอรี่กลับมายังแผ่นดินใหญ ก่อนจะแยกย้อนกันเดินทางกลับอย่างปลอดภัย



วันนี้เป็นวันที่ฝนตกมาตลอด เราเห็นรถเกิดอุบัติเหตุเรียงรายมาตลอดทาง ทั้งรถคว่ำ แฉลบตกข้างทาง แต่พวกเราก็กลับมาถึงกทม อย่างปลอดภัยบนรถ Toyota Prius



สรุปแล้วเราเดินทางไปทั้งหมดเกือบ 715 กม ใช้น้ำมันไม่ถึง 1 ถัง ซึ่งถือว่าประหยัดมาก ๆ ทั้งที่ขับแบบเหยียบคันเร่งเต็มที่แบบนี้ และคิดว่าการขับในความเร็วต่ำ ๆ ในเมืองก็น่าจะยิ่งประหยัดมากกว่านี้

อักจุดหนึ่งที่คิดว่ามีประโยชน์ก็คือความเงียบสนิทยามที่รถเปลี่ยนไปใช้ระบบไฟฟ้า ทำให้การถอยรถเข้า - ออกบ้าน สามารถทำได้โดยไม่รบกวนคนในบ้าน (หรือจะแอบหนีเที่ยวก็ไม่มีใครรู้ 555) การสลับใช้พลังงานไฟฟ้า และ น้ำมัน ทำได้ราบรื่น ไม่มีการสะดุดหรือกระชาก ซึ่งเป็นการพัฒนาจากรถ Hybrid ในยุคเก่า

บางคนบอกกับปูเป้ว่า ถ้าอยากประหยัดเงิน ซื้อรถธรรมดาไปติดแก๊ซจะดีกว่ามั้ย ปูเป้มีความคิดว่า นั่นเป็นเรื่องของการประหยัดเงินในกระเป๋าของเราอย่างเดียว แต่ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสิ่งแวดล้อม หรือลดการใช้พลังงานเลย นอกจากนี้การติดแก๊ซยังเป็นการเอางบประมาณของชาติมาใช้อีกด้วย (ราคาแก๊ซ LPG นั้นถูก เพราะเขาอุ้มราคาเพื่อให้ใช้หุงต้ม ไม่ใช่เพื่อให้คนเอามาขับรถ) ดังนั้นถ้างบถึง ปูเป้คงจะเลือกซื้อรถ Hybrid และถ้างบไม่ถึง ผมคงจะขอใช้ระบบขนส่งสาธารณะต่อไปดีกว่า

สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ของ Toyota Prius ก็สามารถแวะเข้าไปชมที่ //www.toyota.co.th/prius/ กันได้ตามสะดวก

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ Toyota ที่เชิญปูเป้ไปร่วมทริปสนุก ๆ และได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ Hybrid อย่าง Toyota Prius มากขึ้น ว่านอกจากจะประหยัดน้ำมันสุดๆ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังขับสนุกไม่ต่างจากรถยนต์ทั่วไป ลบความคิดที่เคยมีเกี่ยวกับรถยนต์Hybrid ไปเลยครับ




Create Date : 14 ตุลาคม 2555
Last Update : 21 ตุลาคม 2555 8:54:04 น. 0 comments
Counter : 4631 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.