"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
8 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

Cleanser & Toner

สวัสดีขอรับทุกท่าน ก่อนอื่นต้องขออภัยจริง ๆ ที่ออกรีวิวตัวนี้ล่าช้ากว่าที่เคยรับปากเอาไว้เนื่องจากมีเหตุไม่คาดฝัน ปะป๊าของกระผมป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาลขอรับ ปูเป้ก็ต้องไปนอนเฝ้าอยู่หลายวันเลย ตอนแรกคิดว่าเอาโน๊ตบุ๊คและเซฟข้อมูลไปก็คงไปนั่งทำรีวิวที่โรงพยาบาลได้ แต่พบว่าการที่ไม่มี Internet นั้นทำให้หาข้อมูลเพิ่มได้ลำบากมากจริง ๆ และเพราะกระผมอยากให้ข้อมูลการรีวิวนั้นถูกต้องและมีหลักฐานอ้างอิงได้แน่นหนา (จะได้ไม่เจอปัญหาตามมาทีหลัง :P ) ก็เลยต้องรอจนกว่าปะป๊าจะหายดีแล้วกลับมาพักที่บ้านได้ก่อนค่อยเริ่มทำรีวิวน่ะขอรับ


Sisley เป็นแบรนด์ราคาแพงแบรนด์สุดท้ายที่ปูเป้ลองใช้ ก่อนจะ(หน้าแหก)กลับมาเลือกซื้อเครื่องสำอางจากส่วนผสม ปัจจุบันนี้กระผมเป็นคนที่ค่อนข้างขยาดกับแบรนด์จุดขายว่าเป็นพวก "ธรรมชาติ" เหลือเกิน เพราะมันมักจะมี Essential Oil / Fragrant Oil ผสมอยู่ซะเกือบหมด จริง ๆ แล้วปูเป้ชอบมากนะขอรับ พวกครีมกลิ่นหอม ๆ เมื่อประมาณตอนขึ้นมหาลัย ปูเป้ติดแบรนด์อย่าง ORIGINS มากเพราะกลิ่นที่หอมถูกใจสุด ๆ ลองใช้ครั้งแรกกับไลน์ชาขาวชื่อดัง ผลคือหน้าแหกกระจุย ทั้งสิว ทั้งผื่นแพ้ ต้องไปให้หมอซ่ิอมหน้าอีก 4 เดือนหมดไปอีกหมื่นกว่าบาท แต่ด้วยความติดใจในภาพลักษณ์และกลิ่นหอมกระจากใจทำให้ลองกระผมพยายามกลับมาใช้อีกครั้ง แต่ผลจากการลองผลิตภัณฑ์ไลน์ดอกเตอร์เห็ดก็เข้าอีหรอบเดิมอีกจนได้... ในตอนนี้กระผมรู้ตัวแล้วขอรับว่าผิวหน้ากระผมนั้นไม่ถูก Essential Oil ประเภท Fragrant Oil

แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลนะขอรับ แค่อยากจะเล่าให้ฟังเฉย ๆ :P


*** หมายเหตุเรื่อง Essential Oil ***

ปัจจุบันแบรนด์เครื่องสำอางที่มีจุดขายความเป็น "ธรรมชาติ" โดยเน้นสารสกัดจากพืชพันธ์นานาชนิด จะพยายามทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อว่า สารสกัดจากธรรมชาตินั้นดีเลิศกับผิว แต่สารเคมี(สารสังเคราะห์)นั้นเป็นอันตราย แต่นั่นเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องซะทีเดียวนะขอรับ

ปูเป้อยากให้ทุกคนมองตามความเป็นจริงว่า สารสกัดจากพืชธรรมชาตินั้นดีจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่สกัดมาจากธรรมชาติทั้งหมดจะปลอดภัย สารสังเคราะห์มีอันตราย แต่ไม่หมายความว่าจะไม่มีตัวไหนที่ปลอดภัยหรือมีประโยชน์เลย

ทั้งสารจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์นั้นต่างก็มีทั้งตัวทีดีและไม่ดีทั้งนั้น การที่เครื่องสำอางโฆษณาว่า "มาจากธรรมชาติ" จึงไม่ได้ยืนยันการันตีอะไรเลยว่ามันปลอดภัยกับผิวคุณ 100%

Essential Oil เป็นคำเรียกโดยรวมของ น้ำมันสกัดที่สกัดจากพืช โดยเราสามารถจำแนกประเภทของมันอย่างง่าย ๆ จากคุณสมบัติการระเหย (Volatile) ได้เป็นสองแบบคือ Non-Volatile Plant Oil กับ Volatile Plant Oil

Non-Volatile Plant Oil เป็นน้ำมันที่ไม่มีคุณสมบัติเป็นเครื่องหอมระเหย ตัวอย่างเช่น Coconut Oil, Sweet Almond Oil และอื่น ๆ เป็นต้น น้ำมันเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยเคลือบผิว ทำให้ลื่นผิว บางชนิดก็ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น แอนติออกซิแดนท์ หรือต้านการระคายเคืองได้ น้ำมันกลุ่มนี้ปลอดภัยที่จะใช้ทาลงบนผิวหรือผสมกับครีมบำรุง

Volatile Plant Oil หรือ "น้ำมันหอมระเหย" (Fragrant Oil) เป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติเป็นเครื่องหอมระเหย วิธีการใช้ประโยชน์จากน้ำมันกลุ่มนี้คือการสูดดม เพื่อกระตุ้นความรู้สึก อารมณ์ หรือผ่อนคลาย แต่การทาลงบนผิวโดยตรงนั้นจะก่อผลเสียกับผิวเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็น ระคายเคือง คัน ผื่นแพ้ ลอก ผิวหนังไหม้ ร้ายแรงที่สุดคือทำให้เซลล์ผิวตายได้ บางชนิดยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย

โดยข้อมูลของผลเสียจากน้ำมันหอมระเหย (Fragrant Oil) ชนิดต่าง ๆ นั้นสามารถดูในเวปที่กระผมคิดว่าให้ข้อมูลได้ละเอียดและแยกประเภทให้อ่านได้ง่าย ตาม url นี้

//www.naha.org/articles/brief_safety%20guidance%20.htm

สำหรับบางท่านที่ไม่สันทัดเรื่องภาษาอังกฤษ ถ้าปูเป้มีเวลาก็จะมาแปลและสรุปเป็นภาษาไทยให้ทีหลังนะขอรับ


สำหรับข้อมูลเรื่องสารและส่วนผสมต่าง ๆ สามารถหาได้จาก

//www.naturaldatabase.com
//www.cosmeticdatabase.com
//www.cosmeticsinfo.org/index.php
//cosmeticscop.com/learn/cosmetic_dictionary.asp?id=6&letter=A



เมื่อทราบถึงข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้แล้ว มาอ่านหมายเหตุในการทำรีวิวของปูเป้เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะขอรับ

การทำ Review ของปูเป้นั้นมีจุดประสงค์ในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นกลาง เน้นการรีวิวจากส่วนผสม และใช้ข้อมูลที่ผ่านทดสอบและวิจัยอย่างกว้างขวางเท่านั้นในการตัดสิน เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์ในการนำไปตัดสินใจเลือกซื้อหรือเลือกใช้ตามอัธยาศัย

ผลิตภัณฑ์ที่ปูเป้แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือว่ามีส่วนผสมไม่ดี กล่าวคือ มีโอกาสก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ซึ่งปูเป้คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมเหล่านั้น แต่หากใครรักใครชอบที่จะใช้และรู้สึกว่าส่วนผสมที่ปูเป้แนะนำให้หลีกเลี่ยงว่ามันดีเลิศกับผิวก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลขอรับ ผมไม่ได้บังคับให้เชื่อผมทุกคำพูด ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับปูเป้ไปซะทั้งหมดก็ได้ขอรับ

หากท่านผู้ใดไม่ยอมรับหรือยอมรับไม่ได้กับความจริงข้อนี้ คิดว่ามันไม่แฟร์ หรืออยากออกมาปกป้องแบรนด์ที่ท่านเทิดทูน ปูเป้เสนอให้ท่านไปอ่านรีวิวแบบว่า "ความรู้สึกของเดี๊ยนหลังการใช้ผลิตภัณฑ์XXXX" หรือรีวิวประเภท "อิชั้นใช้ได้ อิชั้นให้เต็ม ใครใช้แล้วหน้าแหกหนูไม่รับรู้" จะถูกใจกว่านะขอรับ


ทั้งนี้ทั้งนั้น กระผมไม่ได้ต้องการจะกีดกันผู้ใดแต่อย่างไร เพียงแต่กระผมค่อนข้าง "เหนื่อย" กับการที่ต้องมาอธิบายซ้ำ ๆ ซาก ๆ ในสิ่งที่กระผมได้แจ้งหมายเหตุไว้ล่วงหน้าแล้ว



Photobucket


Photobucket


Sisley : Creamy Mousse Cleanser


คลีนเซอร์แบบปั้มโฟมตัวนี้มี Glycerin นำหน้าสารทำความสะอาด จึงไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ส่วนผสมของ Foam Booster ที่ให้ฟองครีมหนานุ่มนั้นอาจทำให้คุณรู้สึกดี แต่จริง ๆ แล้วการมีฟองมากนั้นไม่ได้เสริมประสิทธิภาพในการทำความสะอาดให้เพิ่มขึ้น (แต่เพิ่มโอกาสระคายเคืองกับผู้ที่ไม่ถูกกับสารประเภทนี้)

โดยรวมแล้วนี่ก็เป็นคลีนเซอร์ที่ทำความสะอาดได้ดี เหมาะกับผิวผสมไปทางแห้งถึงผิวผสมไปทางมัน แต่ส่วนผสมของ Lavender Oil กับ Rosemary Leaf Oil ที่ก่อการระคายเคืองได้นั้นทำให้ถูกหักคะแนนไป ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องทาทิ้งไว้บนผิวหน้าปูเป้จะให้ไฟแดงขอรับ แต่พอดีว่าเป็นคลีนเซอร์แบบล้างออก ให้ไฟเหลืองเอาไว้ก็พอ ไม่น่าเป็นปัญหาอะไรสำหรับผู้ที่ไม่ได้แพ้พวกน้ำมันหอมระเหย


Ingredients :
Water, Glycerin, Peg-40 Glyceryl Cocoate, Lilium Candidum Bulb Extract, Peg-7 Glyceryl Cocoate, Propylene Glycol, Hydroxyethylcellulose, Disodium Oleamido Peg-2 Sulfosuccinate, Sodium Coceth Sulfate, Saponaria Officinalis Extract, Panthenol, Phenoxyethanol, Methylparaben, Tetrasodium Edta, Rosmarinus Officinalis (Rosemary) Leaf Oil, Lavandula Angustifolia (Lavender) Oil, Butylparaben, Ethylparaben, Citric Acid, Sodium Hydroxide, Propylparaben


Photobucket


Soapless Foaming Cleanser

ล้างหน้าสะอาดใสไร้คราบมันในช้อนชาเดียว... ถ้าใส่กลิ่นมะนาวปูเป้จะนึกว่ามันเป็นน้ำยาล้างจานไปแล้วนะขอรับเพราะสารทำความสะอาดหลักที่ใส่เป็นอันดับแรกของส่วนผสมคือ "Sodium Lauryl Sulfate" (SLS) ซึ่งปัจจุบันแทบจะไม่มีการใช้แล้วในวงการเครื่องสำอาง (ใช้แต่ในผลิตภัณฑ์ซักล้างในครัวเรือน) เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีกว่า SLS จะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่ายเมื่อใช้ในความเข้มข้น 2 - 5% ขึ้นไป ปัจจุบันสารทำความสะอาดที่อ่อนโยนกว่าและใช้กันอย่างแพร่หลายแต่มีชื่อคล้าย ๆ กันคือ "sodium laureth sulfate" อย่าจำสับกันนะขอรับ

ถ้านั่นยังไม่แย่พอสำหรับผิวหน้าของคุณ Potassium Lauryl Sulfate ก็เป็นสารทำความสะอาดที่ทำให้ผิวแห้งตึงจนเกินไป ส่วนผสมที่เหลือเป็นพวกไขมันและสารเคลือบผิวที่เรียงรายเป็นขบวนตามมาเพื่อพยายามจะกลบเกลื่อนอาการระคายเคืองของผิว คลีนเซอร์ตัวนี้อาจจะทำความสะอาดได้ดีแต่มันไม่ได้อ่อนโยนอย่างที่พยายามโฆษณาแม้แต่นิด

คงต้องทำการล้างสมองปูเป้ขั้นสมบูรณ์ในการที่จะให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้รอดไฟแดง

Ingredients :
Sodium Lauryl Sulfate, Potassium Lauryl Sulfate, Zea Mays (Corn) Starch, Propylene Glycol, Cetearyl Alcohol, Peg-40 Hydrogenated Castor Oil, Carya Illinoinensis (Pecan) Seed Oil, Mineral Oil (Paraffinum Liquidum), Cellulose, Cocamidopropyl Betaine, Glycerin, Water, Corylus Americana (Hazel) Seed Oil, Potassium Phosphate, Titanium Dioxide, Fragrance (Aroma), Medicago Sativa (Alfalfa) Extract, Sorbic Acid, Lactic Acid, Tocopherol, Propyl Gallate, Citric Acid, Limonene


Photobucket


Soapless Facial Cleansing Bar

คลีนเซอร์ในรูปแบบ bar ตัวนี้ทำได้ตามที่โฆษณาเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะทำความสะอาด ชำระล้างคราบมันได้หมดจด เว้นแต่มันไม่ได้มีความอ่อนโยนกับผิวเลยแม้แต่น้อย...

สารทำความสะอาดสองตัวแรกได้กล่าวถึงไปแล้วใน Soapless Foaming Cleanser ซึ่งไม่แนะนำให้ใช้แม้ว่าจะมีสภาพผิวแบบไหนก็ตาม และสำหรับผิวที่เป็นสิวนั้น การใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของ oil และสารเคลือบผิวจำนวนมากก็ยิ่งซ้ำเติมผิวที่ย้ำแย่ของคุณอยู่แล้ว ไม่นับถึงการระคายเคืองจากสารทำความที่รุนแรงเกินไปจะทำให้สิวที่เป็นอยู่แล้วแย่หนักกว่าเดิม


Ingredients :
Potassium Lauryl Sulfate, Sodium Lauryl Sulfate, Zea Mays (Corn) Starch, Cetearyl Alcohol, Hydrogenated Castor Oil, Cocamidopropyl Betaine, Glycerin, Mineral Oil (Paraffinum Liquidum), Water, Calendula Officinalis Flower Extract, Titanium Dioxide, Potassium Phosphate, Styrax Benzoin Resin Extract, Boswellia Carterii Extract, Plantago Major Leaf Extract, Commiphora Myrrha Extract, Arctium Lappa Root Extract, Lactic Acid


Photobucket


Cleansing Milk with Sage

มันคือคลีนซิ่งโลชั่นธรรมดา ๆ ขอรับ ไม่ได้เหมาะกับผิวผสมหรือผิวมันเป็นพิเศษตรงไหน จริง ๆ แล้วคนมีผิวมันที่ไม่ได้แต่งหน้าไม่จำเป็นต้องใช้คลีนซิ่งมิลค์แบบนี้ด้วยซ้ำ (ถึงแต่งหน้า ก็ยังมีเจลล้างหน้าที่มีส่วนผสมดี ๆ และสามารถล้างเมคอัพได้สะอาดภายในขั้นตอนเดียวขายกันอยู่ทั่วไป) ถึงแม้ว่า Sage Extract จะมีคุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแดนท์ แต่สารสกัดตัวนี้มีองประกอบของ การบูร (camphor) อยู่ด้วย ซึ่งก็มีโอกาสทำให้ระคายเคืองได้บ้าง แต่ส่วนผสมที่น่าเป็นห่วงคือ Eugenol ที่ใช้เป็นน้ำหอมนั้นเป็นส่วนผสมอาจทำให้เกิดผื่นแพ้คัน ระคายเคือง ร้ายแรงสุดคืออาจทำให้เซลล์ผิวตายได้ ยังมีข้อมูลว่าอาจเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย

(References : //jdr.iadrjournals.org/cgi/reprint/73/5/1050.pdf
//ntpserver.niehs.nih.gov/ntp/htdocs/LT_rpts/tr223.pdf
//www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/natural/patient-clove.html
//toxsci.oxfordjournals.org/cgi/reprint/kfh088v1.pdf
//ntp-server.niehs.nih.gov/ntp/htdocs/LT_rpts/tr223.pdf)


ถ้าอยากจะใช้จริง ๆ ก็แนะนำว่าควรล้างออกให้สะอาดนะขอรับ จะได้ไม่มีสารตกค้างบนผิวให้เป็นอันตราย


Ingredients :
Water, Peg-6 Stearate, Mineral Oil (Paraffinum Liquidum), Peg-32 Stearate, Salvia Officinalis (Sage) Leaf Extract, Stearic Acid, Triisostearin Peg-6 Esters, Prunus Armeniaca (Apricot) Kernel Oil, Fragrance, Triethanolamine, Benzoic Acid, Phenoxyethanol, Tetrasodium Edta, Methylparaben, Butylparaben, Ethylparaben, Isobutylparaben, Propylparaben, Alpha-Methyl Ionone, Linalool, Limonene, Hydroxycitronellal, Geraniol, Eugenol, Citronellol, Citral, Benzyl Benzoate, Amyl Cinnamal


Photobucket


Lyslait : Cleansing Milk with White Lily

นี่ก็เป็นคลีนซิ่งโลชั่นเนื้อหนักธรรมดา ๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมในรูปของ Tilia Cordata Flower Water และ Bitter Orange Flower Distillate ส่วน Mallow Extract และ Lilium Candidum Flower Extract หรือ White Lily มีคุณสมบัติเป็นสารปรับสภาพผิว สารสกัดอื่น ๆ ไม่มีข้อมูลว่าใส่ไปแล้วจะเกิดประโยชน์อันใดกับผิว

ก็เหมาะกับคนผิวแห้งมาก ๆ สมกับที่โฆษณาขอรับ แต่ส่วนผสมของน้ำหอมทำให้คนที่มีผิวแพ้ง่ายอาจจะต้องกลับไปคิดให้ดีอีกทีก่อนใช้

Ingredients :
Water, Sunflower Seed Oil, Mineral Oil, Tilia Cordata Flower Water, Isopropyl Palmitate, Bitter Orange Flower Distillate, Glycerin, Butylene Glycol, Cetearyl Alcohol, Polyglyceryl-2 Dipolyhydroxystearate, Lauryl Glucoside, C14-22 Alcohols, Phenoxyethanol, Tilia Platyphyllos Extract, Mallow Extract, Lilium Candidum Flower Extract, Carbomer, Ceteareth-20, Propylene Glycol, Cetyl Alcohol, Tocopheryl Acetate, C12-20 Alkyl Glucoside, Methylparaben, Sodium Hydroxide, Xanthan Gum, Octoxynol-13, Peg-40 Hydrogenated Castor Oil, Tetrasodium Edta, Butylparaben, Ethylparaben, Citric Acid, Propylparaben



Photobucket


Floral Toning Lotion Alcohol-Free

จากข้อมูลที่หาได้ Cornflower (Centaurea Cyanus) Extract มีคุณสมบัติช่วยต้านอาการระคายเคือง แต่ในผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นแค่น้ำลอยดอกไม้ (Flower water) ซึ่งมีคุณสมบัติแค่ช่วยปรับสภาพผิว (Skin-Conditioning Agent) กับเป็นน้ำหอมเท่านั้นเองขอรับ ส่วน Witch Hazel ก็อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ แต่คงมีปริมาณไม่มากจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร Octoxynol-13 เป็น Emulsifier ที่ทำให้ระคายเคืองผิวได้ (Hazard rating ได้ตั้ง 9 เต็ม 10 ) ส่วนผสมหลังจากนั้นคือขบวนของสารกันเสียและน้ำหอม...

ถึงโทนเนอร์ตัวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะอ่อนโยนกับผิวแพ้ง่ายแต่อย่างใด แถมยังไม่ได้มีคุณสมบัติพิเศษที่คู่ควรกับป้ายราคาแค่แม้แต่นิดเดียว


Ingredients :
Water, Rosa Centifolia (Cabbage Rose) Water, Centaurea Cyanus Flower Water, Hamamelis Virginiana (Witch Hazel) Distillate, Peg-40 Hydrogenated Castor Oil, Octoxynol-13, Phenoxyethanol, Propylene Glycol, Methylparaben, Chlorhexidine Digluconate, Butylparaben, Ethylparaben, Fragrance, Propylparaben, Geraniol, Linalool, Limonene


Photobucket


Grapefruit Toning Lotion

โฆษณาไว้ว่าเป็นโทนเนอร์ที่ให้ความสดชื่นและมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำ ออกแบบมาเพื่อผิวผสมและผิวมันใช้ได้ทุกวัน แต่ส่วนนั้นผสมบอกเรื่องราวที่ต่างจากขาวเป็นดำ...

โทนเนอร์ตัวนี้มีน้ำเป็นส่วนผสมหลักและแอกอฮอล์เป็นส่วนผสมอันดับที่สอง ซึ่งไม่ได้น้อยเหมือนที่โฆษณาเอาไว้ และถึงแม้ Grapefruit จะทำให้ผิวคุณหอมสดชื่นแต่มันก็ทำให้ผิวระคายเคืองได้เหมือนกัน ส่วนผสมที่พอจะมีประโยชน์ก็คือ Propylene Glycol ที่เป็นสารช่วยอุ้มน้ำและปรับสภาพผิว ส่วนผสมที่เรียงรายต่อมาก็เป็น สารกันเสีย...สารทำให้ลื่นผิว สารกันเสีย สารกันเสีย สีเหลือง สีแดง สารกันเสีย น้ำหอม สารกันเสีย แล้วก็สารกันเสีย....

มันได้ไฟแดงตั้งแต่เจอ Alcohol เป็นอันดับสองกับ Grapefruit เป็นอันดับสามแล้วขอรับ :P แต่อยากแจงส่วนผสมที่เหลือให้ได้รู้กันไปเลยว่ามันไม่มีประโยชน์อื่นเลยจริง ๆ


Ingredients:
Water, Sd Alcohol 39-C, Citrus Grandis (Grapefruit) Extract, Propylene Glycol, Benzoic Acid, Phenoxyethanol, Peg-40 Hydrogenated Castor Oil, Triethanolamine, Methylparaben, Yellow 5, Red 4, Butylparaben, Fragrance, Ethylparaben, Propylparaben


Photobucket


Lotion with Tropical Resins

ถ้าอยากได้โทนเนอร์ที่อุดมไปด้วยแอลกอฮอล์และสารสกัดที่มีทั้งก่อการระคายเคืองได้และทั้งไร้ประโยชน์กับผิวและบรรจุในขวดที่มีตรา Sisley ประทับอยู่ แนะนำให้ซื้อ Grapefruit Toning Lotionแทนก็ได้ขอรับ เพราะมันก็เลวร้ายพอ ๆ กัน แถมเทียบปริมาณเป็น Ml. ยังถูกกว่าด้วย : )


Ingredients:
Water, Sd Alcohol 39-C (Alcohol Denat), Propylene Glycol, Boswellia Carterii Extract, Styrax Benzoin Resin Extract, Peg-40 Hydrogenated Castor Oil, Commiphora Myrrha Extract, Arctium Lappa Root Extract, Plantago Major Leaf Extract, Allantoin, Methylparaben, Sorbic Acid, Fragrance, Tetrasodium Edta



Photobucket



Floral Spray Mist

ในใบ Witch Hazel สด ๆ จะประกอบไปด้วยสาร tannin ซึ่งเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ในปริมาณที่สูง (2 - 8%) และ Ethanol (Alcohol) อีก 80% ส่วน Witch Hazel Water / Extract / Distillate จะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ประมาณ 15 % มันจึงก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้ถ้าใส่ปริมาณมากหรืออันดับต้น ๆ ของส่วนผสม นอกจากนี้การทาสารสกัดที่มีปริมาณ tannin สูงลงบนผิวติดต่อกันนาน ๆ ก็ทำให้ผิวระคายเคืองได้อีกเหมือนกัน

โทนเนอร์ตัวนี้มี Witch Hazel Distillate ที่เป็นเสมือนดาบสองคม และน้ำหอมในรูปของ Orange Flower Water ที่ทำให้ผิวระคายเคืองได้ ส่วน Cabbage Rose Water และ Cornflower Water เป็นตัวช่วยปรับสภาพผิว ส่วนผสมที่เหลือก็คือสารกันเสียและน้ำหอม

จริง ๆ แล้วโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมดีและอ่อนโยน ก็สามารถนำมาใส่ขวดที่มีหัวปั้มสเปรย์แล้วมาฉีดพ่นระหว่างวันได้เหมือนกันนะขอรับ ไม่เห็นต้องเสียเงินเพิ่มให้เปล่าประโยชน์ หรือจะลองพิจารณา NaPCA Moisture Mist ของ N u Skin ที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นดีเยี่ยม และมีราคาไม่แพงมากเท่าไรนัก (ผิดกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นในแบรนด์ที่แพงโอเวอร์)

Ingredients :
Water, Hamamelis Virginiana (Witch Hazel) Distillate, Citrus Aurantium Dulcis (Orange) Flower Water, Rosa Centifolia (Cabbage Rose) Water, Centaurea Cyanus Flower Water, Peg-40 Hydrogenated Castor Oil, Octoxynol-13, Phenoxyethanol, Propylene Glycol, Methylparaben, Chlorhexidine Digluconate, Butylparaben, Ethylparaben, Propylparaben, Linalool, Geranial, Citronellol



ขอทิ้งท้ายเอาไว้ว่านี่ก็เป็นเพียงแค่การรีวิวจากส่วนผสมนะขอรับ ข้อมูลเหล่านี้ทุกท่านต้องทำไปคิดและพิจารณาตัดสินใจกันเอาเองอีกที ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผมไปซะทั้งหมดนะขอรับ




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2551
41 comments
Last Update : 16 กันยายน 2551 14:50:23 น.
Counter : 38923 Pageviews.

 

ขอให้คุณพ่อ สุขภาพแข็งแรงโดยเร็ววันนะคะ

ดีนะเนี่ย เราไม่นิยมของแพงๆๆๆๆซะด้วย อิอิ

 

โดย: hunny ji 8 มิถุนายน 2551 6:55:35 น.  

 

ดีใจที่คุณพ่อหายดีแล้วนะคะ และดีใจที่เห็นรีวิวคุณปูเป้อีก

ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่า ทำไมเครื่องสำอางมันหาดีๆไม่ค่อยจะได้เลย มีแต่ใส่อะไรลงมาก็ไม่รู้

ส่วนผสมที่เรียงรายต่อมาก็เป็น สารกันเสีย...สารทำให้ลื่นผิว สารกันเสีย สารกันเสีย สีเหลือง สีแดง สารกันเสีย น้ำหอม สารกันเสีย แล้วก็สารกันเสีย....<<<<ใส่มาทำไมเนี่ยยยย

 

โดย: kisekimeru 8 มิถุนายน 2551 8:22:55 น.  

 

สารกันเสียใส่มาเยอะนี่ไม่คิดมากหรอกขอรับ ถ้ามันมีส่วนผสมที่มีประโยชน์เยอะมาก ๆ จริง ๆ :P

พึ่งลง Anti-Aging เพิ่มไปนะขอรับ ยังไงก็ลองไปเช็คดูได้

 

โดย: PuPe_so_Sweet 8 มิถุนายน 2551 11:05:15 น.  

 

ใส่เยอะๆไม่เป็นไรเหรอคะ กลัวเหมือนกินสารกันบูดในอาหาร เหมือนกันป่าวหว่า

ตามไปอ่านต่อค่า

 

โดย: kisekimeru 9 มิถุนายน 2551 8:51:04 น.  

 

มาติดตามค่า

^__________^

 

โดย: poojo_ke (poojo_ke ) 9 มิถุนายน 2551 14:20:20 น.  

 

ดีใจด้วยอีกคนที่ปูเป้กลับมาแล้ว ยินดีด้วยที่ปะป๊าดีขึ้นแล้วนะคะ มีเรื่องรบกวนถามค่ะ คือพอดีเราไปหาหมอผิวหนังมาค่ะ แพ้ purity หมอบอกว่าคนที่เป็นสิวส่วนใหญ่เป็นเพราะสารโพลิเมอร์ในเครื่องสำอางค์ เราจะถามหมอว่ามันมีอะไรบ้างก็เกรงใจหมอ เลยเอามาถามปูเป้ดีกว่า เวลาซื้อเครื่องสำอางค์จะได้หลีกเลี่ยง รบกวนด้วยค่ะ

 

โดย: luckygirl IP: 58.9.6.4 9 มิถุนายน 2551 15:47:43 น.  

 

อยากห้ายพี่ปูเป้รีวิวของ

H2O กับ M.A.C บ้างค่ะ

ตอนนี้รักษาหมอสิวอยุ่อ่าค่ะ

กิงยา พวกโลแอคอ่า มันจำเป็นไม่ค่ะ

กลัวตับทำงานหนักค่ะ

หน้าเปงกระง่ายควรใช้ครีมกันแดดของรัยดีค่ะ

ใช้อันอื่นก้ออุดตันค่ะ ใช้ดัยเเต่ของหมอค่ะไม่เปงสิว

เเต่ประสิทธิภาพกันแดด ยังม่ะค่อยดีอ่าค่ะ

 

โดย: blingcheese IP: 222.123.130.118 9 มิถุนายน 2551 22:07:27 น.  

 

ชอบอ่านของคุณปู้เป้มากเลยค่ะ
ใช้เป็นพื้นฐานในการซื้อเครื่องสำอางค์ได้เลย
ขอให้มีอีกเรื่อยๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ปล.อยากรู้ว่าคุณปูเป้ครีมใช้อะไรบ้าง เอามารีวิวหน่อยสิค่ะ

 

โดย: ปลาคาร์ฟ IP: 202.149.25.241 10 มิถุนายน 2551 15:24:00 น.  

 

ขอบคุณมากๆสำหรับข้อมูลทั้งหมดคะ ประทับใจปูเป้มากๆจากใจจริง ปกติเป็นคนบ้าครีมบำรุงผิวมากๆ ทั้งครีมบำรงผิวและเครื่องสำอางค์เลย จะสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้เสมอ เคยคิดว่าตัวเองเลือกครีมที่ดีที่สุดมาใช้แล้ว ศึกษาผลิตภัณฑ์อย่างดีมากแล้ว แต่พอได้อ่านรีวิวของปูเป้ก็ตาสว่างเลย ที่เราคิดว่าดีแล้วนั้นยังไม่ดีพอ เพราะฉนั้นมีผลงานรีวิวมาให้อ่านอีกเยอะๆนะคะ อยากรบกวนให้รีวิวของ Estee คะ ในกลุ่มของ Renutriv โดยเฉพาะ Re-Nutriv Utimate Youth Cream, Re-Nutriv Utimate lifting Cream, Re-Nutriv Utimate White lifting Serum และ Re-Nutriv Utimate lifting Serum คะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ

 

โดย: jan IP: 202.93.48.66 24 มิถุนายน 2551 14:53:08 น.  

 

คุณปูเป้ค่ะ

ก่อนอื่นขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

แล้วก็อยากรบกวนถามคุณปูเป้เกี่ยวกับ product ของ Sisley อีก 2-3 ตัวด้วยค่ะ เพราะยี่ห้อนี้แพง ดิชั้นจึงอยาก make sure นิดนึงว่า คุ้มค่าเงินรึไม่ค่ะ

อยากรู้เกี่ยวกับ 1. All Day All Year Essential Day Care 2. Ecological Compound และ 3. Express Flower Gel ค่ะ

อิอิอิ ต้องขอรบกวนคุณปูเป้หน่อยนะค่ะ ขอบคุณค่า

 

โดย: Mayko IP: 124.120.131.241 9 มีนาคม 2552 16:32:11 น.  

 

ผลิตภัณฑืตัวอื่นมีรีวิวไว้แล้ว ลองหาที่เมนูด้านซ้ายตรง All Blog ขอรับ

 

โดย: PuPe_so_Sweet 10 มีนาคม 2552 0:19:03 น.  

 

ขอสมัครเป็นแฟนบล็อกซักคนนะคะ

อุ้ยค่ะ

 

โดย: auyauii IP: 58.8.121.205 1 เมษายน 2552 23:09:56 น.  

 

Hi there PuPe

Thank you so much for your information.

**Essential oils are not the same as perfume or fragrance oils. Where essential oils are derived from the true plants, perfume or fragrant oils are artificially created fragrances or contain artificial substances and do not offer the therapeutic benefits that essential oils offer**

Essentail oil are just that essentail oil.
They can be described as being a volatile oil but Non volatile oils have nothing to do with essential oil. We can call them Carrier oils. This is more common!

 

โดย: Nenee IP: 115.131.201.66 30 พฤษภาคม 2552 18:46:52 น.  

 



I'm sorry for misleading information about 'carrier oil' and I'll correct it as soon as I can :D

Fragrance Oils can be natura essential oils or synthetic aroma compounds or blended by both source

Essential Oils are volatile aroma compounds from plants, also known as 'volatile oils' or 'ethereal oils'

Therapeutic benefits from essential oil usually refer to the sense of smell and emotions, not topical application. Althought some Essentail Oil such as lavender oil have an anti-oxidant properties (and may have antibacterial properties) but it can be a skin irritant and a photosensitizer, some research reported that linalool, fragrance component in lavender, can causes skin-cell death on topical application

In my view, Fragrance Oils and Essential Oils are just a perfume to make product smell nice. Skincare product that contain Fragrance Oils or Essential Oils (or both of them) can be problematic.

Thank you for sharing your opinion : )

 

โดย: PuPe_so_Sweet 31 พฤษภาคม 2552 22:19:56 น.  

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ

เราเพิ่งสมัครสมาชิกแอมเวย์ได้ 1 เดือน
join กับทีม Network 21 ค่ะ พี่เค้าไม่เคยสอนให้ยัดสินค้าเลย แค่ชวนสมาชิกลองใช้สินค้าร่วมกันค่ะ
อ่านข้อความแล้วสะดุ้งไปหลายอัน แต่ก็ดีมากช่วยทำให้เข้าใจคนอื่น และตัวเองมากยิ่งขึ้น

เข้าใจว่าทุกอย่างมีสองด้านค่ะ เราก็จะเลือกแต่ด้านที่ดี มีประโยชน์ต่อคนอื่น เช่นเรื่องราย อิสระ และสินค้าตัวที่ใช้ดี
ส่วนอันที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เราจะได้ไม่แนะนำให้ลูกค้าลอง ให้เสียเวลาและสิ้นเปลือง ถือเป็นการช่วยสังคมทางอ้อม

แต่ก็ขอบคุณทุกๆ comment ที่จะช่วยเตือนใจไม่ให้เราทำในข้อเสียทั้งหลายซ้ำๆ ไปอีก


โดยเฉพาะต้องขอบคุณพี่ปูเป้ ที่อุตส่าห์นั่งหาข้อมูลมาเผื่อแผ่พวกเรา โดยไม่ได้ค่าขนมซักบาท


พี่ปูเป้อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ เป็นกำลังใจให้
ทุกคนต่างก็มี ego ที่อ่านมาก็บางทีสะดุ้ง! เหมือนโดนซะเองก็หลายดอกอยู่


แต่ก็อย่าคิดมากกันนะคะ แค่ความเห็นน่ะค่ะ
ขอให้เพื่อนๆ โชคดี

(ปล. ส่งใน board ของ Artistry ไม่ได้เลยแวะมาที่นี่ค่ะ)

take care ค่า ^^ Bye

 

โดย: JP IP: 125.24.218.248 20 กรกฎาคม 2552 22:22:17 น.  

 

โอย.....รอดไป

โชคดีที่ไม่เคยเผลอไปซื้อแบรนด์ high end ดังๆ
เคยลองกระปุกทดลองเล็กๆ ซึ่งก็ไม่ได้ดีตามราคาจริงๆ ด้วย
ขอบคุณนะคะ

แวะมาบ้านพี่ปูเป้ ได้ประโยชน์เยอะเลย :D
CHEERS....

 

โดย: JP IP: 125.24.218.248 20 กรกฎาคม 2552 22:25:59 น.  

 

แง ไม่รอด เพิ่งจะซื้อสเปรย์มาใช้ได้ 3-4 ครั้ง หน้าก็ขึ้นเป็นผื่นๆ เป็นสิวเม็ดเล็กๆเต็มเลยอ่ะ ถ้าเจอเวบนี้ตั้งแต่แรกก็ดี เฮ้อ

 

โดย: บะจ่าง IP: 124.157.180.42 10 ตุลาคม 2552 10:26:21 น.  

 

บังเอิญเพิ่งผ่านมาเจอเรื่อง เอสเซนเชียลออยล์ เห็นคุณเจ้าของบล็อกเขียนให้ข้อมูลไว้ และเห็นว่าบล็อกนี้มีประโยชน์ แถมมีแฟนติดไม่น้อย เลยกลัวว่าเดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ ถ้าเป็นไปได้เปลี่ยนข้อมูลใหม่เถิดครับ

จริงๆ แล้ว Essential Oil กับ Fragrance Oil นั้นคนละเรื่องเลยนะครับ ตัวแรกมันสกัดมาจากธรรมชาติ ส่วนตัวหลังนี่สังเคราะห์ขึ้นมา หรือเรียกง่ายๆ ว่าน้ำหอมนั่นแหละครับ ไม่ใช่น้ำมันหอมระเหย และที่จะสามารถจัดว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยซึ่งเป็น Therapeutic Grade สำหรับใช้เพื่อการบำบัดอย่างแท้จริง ต้องสกัดโดยใช้กลั่นด้วยน้ำและไอน้ำ (Water/Steam Distillation) และการบีบคั้นจากเปลือก (Expression) เท่านั้น ส่วนพวกที่สกัดโดยใช้ Solvent หรือตัวทำละลายต่างๆ ไม่นับเป็นเอสเซนเชียลออยล์ครับ

และที่คุณบอกว่า "หน้าแหก" จากใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ Essential Oil นั้น รบกวนลองกลับไปดูใหม่ว่า มันมีคำว่า Parfum หรือ Fragrance อะไรประมาณนี้อยู่ใน Ingredients ข้างขวด/ข้างกล่องหรือเปล่า เพราะบรรดาแบรนด์ดังตามเคาน์เตอร์ ร้อยทั้งร้อยมีน้ำหอมครับ แต่เค้าจะพยายามหาวิธีแต่งกลิ่นให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากๆ จนคิดว่านี่แหละกลิ่นในธรรมชาติ (อีกอย่างเค้าก็คงพอกล้อมแกล้มหลอกคนที่ไม่เคยดมตัวจริงๆ ที่สกัดจากธรรมชาติมาก่อนได้สบายๆ หรือพวกที่เคยดมแค่ไม่กี่ที ตามร้านหรูๆ ในเมืองนอกเมืองนา หรือห้างใหญ่ๆ ที่คิดว่าน่าจะไม่เอาของไม่ดีมาขาย แล้วคิดว่าตัวเองรู้แล้วไปได้ล่ะครับ) และที่คิดว่าคุณแพ้จนหน้าแหกได้ ไม่น่าจะมาจากพวกนี้ แต่น่าจะมาจากสารตัวอื่นๆ ในนั้นมากกว่า

เท่าที่อ่านมาหลายๆ อย่าง เข้าใจว่า คุณเจ้าของบล็อกเองก็ไม่ได้จบมาทางด้านเคมีหรือเครื่องสำอาง แต่อาศัยว่า อ่านข้อมูลมามาก ฟังมามาก ก็เลยมาแสดงความเห็นไว้ ซึ่งยอมรับคุณทำการบ้านมาดี แต่ยังไม่พอครับ สำหรับความถูกต้องแม่นยำในข้อมูล ยังมีหลายต่อหลายเรื่องที่เข้าใจไม่ถูกทั้งหมด เลยคิดว่าคงต้องศึกษาเพิ่มเติมให้มาก ก่อนจะลงความเห็นกับอะไรลงไป จนอาจก่อความเข้าใจผิดให้ผู้อ่านหรือแฟนๆ ได้

สิ่งที่ก่อให้เกิดสิวได้ น่าจะเป็นบรรดาไขมัน อาทิ น้ำมันสังเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นพวก ester หรือที่มักเรียกให้สวยงามว่า Oil-free เพราะไม่จัดเป็นน้ำมัน แต่จริงๆ ก็คือน้ำมันนั่นแหละ หรือ Mineral Oil ที่เราใช้กันเป็นเบบี้ออยล์ หรือน้ำมันจากพืชธรรมชาติ (อันนี้บอกได้ว่า หลายต่อหลายคนแพ้น้ำมันจากพืชไม่เหมือนกัน บางคนแพ้น้ำมันงา บางคนแพ้น้ำมันรำข้าว บางคนแพ้น้ำมันมะกอก บางคนก็แพ้โฮโฮบา หรือโจโจ้บา แล้วลองกลับไปดูส่วนผสมให้ดีสิครับว่า บรรดาเครื่องสำอางก็ใช้วนอยู่แถวนี้แหละ มันขึ้นอยู่กับว่า ลางเนื้อชอบลางยามากกว่า) รวมไปถึงซิลิโคนทั้งหลาย ซึ่งบางรีวิว ยังเห็นคุณเจ้าของบล็อกให้คะแนนดีถึงดีมากกับตัวที่มีซิลิโคนเป็นส่วนประกอบ เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นว่า ยังไม่เข้าใจในส่วนประกอบของเครื่องสำอางอย่างถ่องแท้ว่า ตัวไหนที่ก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคือง จนเป็นสิวได้ ที่ทนไม่ได้คือดันไปให้ร้ายเอสเซนเชียลออยล์ (จริงๆ มันไม่ได้เลวร้ายไปทุกตัวหรอก และมันต้องมีวิธีตั้งตำรับครับ ไม่ใช่จะว่าเอสเซนเชียลออยล์ร้ายไปซะตะพึด)

เหตุที่บวมแดง ผิวไหม้ ลองดูสารกันเสียบางตัวอย่าง Phenoxyethanol หรือ Benzyl Alcohol ดูสิครับ บางทีมันก็มาจากพวกนี้ หรือแม้แต่พวก Sorbic Acid, Potassium Sorbate, Sodium Benzoate รวมไปถึงสารปรุงแต่งกลิ่นที่เรียกว่าน้ำหอม แต่บางทีเค้าก็ไม่เขียนว่าน้ำหอม แต่เขียนแยกเป็นสารประกอบในน้ำหอมทีละตัว เช่น Geraniol, Citral, Citronellal, Coumarin, Limonene, Hydroxycitronellal ฯลฯ อีกมากมาย พวกนี้ก็มีสภาพเป็นกรด/ด่างอย่างแรง เพียงแต่เค้าใช้ในปริมาณน้อยเมื่อตั้งสูตรขึ้นมา เค้าเลยคิดว่า มันน่าจะปลอดภัย แต่คนที่มีประสาทบนผิวไวต่อสัมผัสกับสารเหล่านี้ ก็มีโอกาสแพ้ได้ง่ายเช่นกัน

ไม่อยากให้คุณให้ร้าย Essential Oil โดยไม่ทันได้รู้จักมันดี (ถ้าคุณไม่ได้คลุกคลีกับมัน หรือแม้แต่ใช้มันอย่างถูกวิธี หรือเพียงแค่ไปร้านหรูๆ ซื้อเอสเซนเชียลออยล์จากร้านพวกนั้น ที่โฆษณาซะดิบดี แต่จริงๆ อยากจะบอกว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ที่ผมเคยดมมา ล้วนแต่แต่งกลิ่นด้วยสารสังเคราะห์ทั้งนั้น แล้วจะเรียกว่า คุณรู้จริงแล้วหรือ ผมทำงานกับเอสเซนเชียลออยล์มากว่า 7 ปี อย่างระมัดระวัง และใช้เพื่อการบำบัดจริงๆ และเห็นผลดีมาตลอด จึงไม่อยากให้คุณต้องไปให้ร้ายเค้าโดยที่ยังไม่รู้จริง ที่น่าจะให้ระวังก็คือ ระวังของปลอมปนในท้องตลาดมากกว่า เพราะเอสเซนเชียลออยล์แท้ๆ มีกลิ่นหอมๆ ที่คนรับได้ไม่กี่กลิ่นหรอกครับ และบรรดาดอกไม้ที่สามารถสกัดเป็นเอสเซนเชียลออยล์ได้มีไม่กี่ตัว ดังนั้น จงอย่าเชื่อว่ามันเป็นเพราะเอสเซนเชียลออยล์ ดังนั้น เมื่อแบรนด์ดังอยากทำให้เป็นธรรมชาติ ทำไงล่ะ ก็ต้องเอาน้ำหอมมาใส่ ไอ้น้ำหอมนี่แหละคือ Fragrance Oil เลิกเข้าใจผิดแล้วเอาไปรวมกันได้แล้ว) และส่วนใหญ่ การใช้ Essential Oil หรือแม้กระทั่งสมุนไพรต่างๆ ก็ไม่ควรใช้เดี่ยวๆ ตัวเดียว เพราะมันมีโอกาสก่อการระคายเคืองได้ ดังนั้น คนที่จะตั้งสูตรผลิตเครื่องสำอางขึ้นมาสักสูตร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้ด้านเภสัชกรรมอย่างดี เพื่อจะได้รู้ว่า ตัวไหนเป็นตัวหลักในการออกฤทธิ์ ตัวไหนจะไปเสริมฤทธิ์ ตัวไหนจะไปฆ่าฤทธิ์ที่เป็นพิษ หรือข่มความเป็นพิษมันเอาไว้ แต่เดี๋ยวนี้ นักเคมีเครื่องสำอางรุ่นใหม่ไฟแรง (แม้แต่ที่คุ้นเคยกันจนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการ ก็ยังใช้ไม่ถูกเลย เพราะความที่ไม่ได้คลุกคลีและทดลองใช้จนเชี่ยวชาญ) ก็ยังประมาทกับเรื่องง่ายๆ เหล่านี้ เพราะไม่ค่อยยอมศึกษาให้ถ่องแท้ อ่านแค่เอกสารจากซัพพลายเออร์ ก็เชื่อมันตะพึดไปเสียหมด โดยที่ยังไม่ได้ทดลองเลย ทั้งๆ ที่เป็นเภสัชกรเหมือนกัน แต่ก็ยังประมาท ผมได้แต่บอกว่า "อันนี้น่ะตายไปตกนรกนะ" เพราะวางยาผิดยังตกนรกเลย แล้วนี่ทำหน้าสวยๆ เค้าเสียน่ะ มันทำร้ายจิตใจเค้ามากเลยนะ ยิ่งตกนรกเข้าไปใหญ่ ผมคิดว่า การให้ข้อมูลผิดไป แถมยังให้เขาเชื่อไปแบบผิดๆ ก็ไม่น่าจะดีเท่าไหร่ เลยต้องรีบเข้ามา "สาระแน" ให้ท่านเจ้าของบล็อกได้เข้าใจ และแก้ไขความเข้าใจผิดให้แฟนๆ บล็อกนี้เข้าใจเสียใหม่ ไม่อยากให้มีใครต้องตกนรกครับ ;)

จึงอยากจะฝากคนรุ่นใหม่ไฟแรง และเจตนาดีว่า "กรุณาศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนเที่ยวบอกใครว่า อะไรเป็นอะไร" เพราะคิดว่า ถ้าคุณเป็นที่เชื่อถือและยอมรับแล้ว คุณยิ่งต้องเพิ่มมาตรฐานตัวเองให้สูงขึ้นไปอีก ประสบการณ์จะยิ่งสอนคุณให้มากขึ้น เว้นแต่คุณทำไปเพียงฉาบฉวย ให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชำนาญการ แต่ในความเป็นจริง ยังไม่พอครับ

หากมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็เมลไปถามได้ที่ eoxpertise@gmail.com ยินดีให้ความรู้เพิ่มเติมครับ (ผมทำงานด้านเภสัชกรรม ผลิตทั้งยาและเครื่องสำอางให้กับแบรนด์ต่างๆ หลายแบรนด์ และเห็นต้นแบบคอนเทนต์อย่างเว็บของคุณ จากคุณป้าพรหล้า (เจ้าของ Paula's Choice) มาก่อน ตั้งแต่สมัยที่เป็นคอล้มน์ในหนังสือพิมพ์ที่เมกาโน่น จนแกรวมเล่มมาขาย แล้วก็มาผลิตเครื่องสำอางขาย เพราะความที่แกจัดเจนเสียจนใครๆ ก็เรียกร้องให้แกทำขาย อยากให้คุณเปิดโลกทัศน์กว้างๆ ครับ จะได้สร้างมาตรฐานให้บล็อกนี้ไปนานๆ เจตนามาติเพื่อก่อ และเอาใจช่วยนะครับ)

อีกอย่างที่ต้องฝากให้ทุกท่านทราบคือ หยุดใช้เครื่องสำอางบ้าง เพื่อให้ผิวหน้าได้พักผ่อนบ้าง (บางครั้งแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ที่เราต้องการ) และเหตุที่บางคนต้องแพ้เสียจน "หน้าแหก" ก็เป็นเพราะเอาหน้าตัวเองไป "สำส่อน" ใช้เครื่องสำอางไม่เลือก เพียงเพราะคิดว่า แบรนด์ดังๆ แล้วน่าจะโอเค ไม่เสมอไปหรอกครับ

สิ่งที่ทำให้คุณผิวดีได้ อยู่ที่อาหารการกิน และการออกกำลังกายที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เครื่องสำอางราคาแพงๆ หรอก อาหาร การออกกำลังกาย การขับถ่าย การพักผ่อน ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ จะทำให้คุณมีสุขภาพดี แล้วผิวก็จะดีตามด้วย ลองศึกษาดูว่าตัวเองเหมาะที่กินอะไร แบบไหน ออกกำลังกายหนักหรือเบาได้ดี เลือดของคุณเหมาะกับกิจกรรม การงานแบบไหน อารมณ์ในแต่ละวันเป็นอย่างไร ฯลฯ คุณจะค่อยๆ เห็นตัวเอง ตามแบบธรรมชาติบำบัด

การเป็นสิว ริ้วรอย ลองไปดูที่อาหาร อารมณ์ อากาศรอบตัว รวมถึงสภาพบรรยากาศที่ก่อให้เกิดอารมณ์ ปัจจัยเหล่านี้ต่างหากที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ (เจ้าตัวนี้ไม่ใช่หรือที่ก่อให้เกิดสภาพผิวอันไม่เป็นที่ปรารถนาทั้งหลายน่ะ ไม่งั้นบรรดาเครื่องสำอางทำไมต้องไปใส่สารต้านอนุมูลอิสระกัน จริงมะ) อันนำไปสู่สภาพผิวภายนอก ผิวดีไม่ดีเป็นแค่ผลมาจากสภาพภายในที่ดีหรือไม่ดี ถ้าสภาพจากภายในดี ผิวที่อยู่ภายนอกก็จะดีเอง เพราะฉะนั้น จงสร้างสมดุลให้ภายในร่างกายคุณก่อน แล้วคุณจะรู้ว่า เครื่องสำอางไม่จำเป็นสำหรับคุณเลยแม้แต่น้อย เว้นแต่อยากได้ความรู้สึกจากกลิ่นหอมๆ ก็เอามาทาถู ๆ ให้ได้อารมณ์ดีๆ ก็แค่นั้น

 

โดย: ผู้ชำนาญการด้านเอสเซนเชียลออยล์ IP: 58.8.197.108 31 มีนาคม 2553 0:19:49 น.  

 

ขอเพิ่มเติมอีกนิดนึง สำหรับเรื่องแพ้อะไร ไม่แพ้อะไร

ผมไม่เถียงหรอกครับว่า เอสเซนเชียลออยล์ ทำให้แพ้ได้ แต่ถ้ารู้จักตั้งเภสัชตำรับให้เป็นแล้ว โอกาสแพ้น้อยมากๆ และถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว ไม่มีสารชนิดใดที่นำมาผลิตเครื่องสำอาง จะไม่มีคนแพ้ มันมีโอกาสแพ้กันทุกตัว ขึ้นอยู่กับการตั้งสูตร เรื่องนี้มีผลทดสอบอยู่หลายต่อหลายเคสนับแต่ผมทำมาเกือบ 10 ปี และคนส่วนใหญ่จะเป็นพวกแพ้แบบ "โรคจิต" ทั้งนั้น พออ่านเจอสารที่เค้าว่ากันว่า จะทำให้แพ้ ก็แพ้ไปก่อนแล้ว แต่พอทำ Blind Test ไม่บอกว่าเป็นอะไร ดันไม่แพ้ อย่างนี้จะให้คิดว่าอย่างไร ไม่เรียกว่า โรคจิตแล้วจะเรียกว่าอะไร ช่วยบอกทีนะครับ

ดังนั้น ต่อให้มีป้าพรหล้า (หรือพอลล่า) หรือผู้รีวิวเครื่องสำอางระดับ โค-ตะ-ระ กูรูมารีวิวอีกเป็นร้อยคน ท้าให้แพทย์ผิวหนังระดับโลกอีกมารีวิว (พวกที่ออกใบรับรองเองนั่นแหละว่า ผ่านการรับรองจากแพทย์ผิวหนัง มาเลย มารีวิวแบบฟันธงเลย) ถ้าคนมันจะแพ้ มันก็แพ้อยู่วันยังค่ำ แต่ถ้ามันจะไม่แพ้ มันก็ไม่แพ้อยู่ดี

และเหตุที่แพ้ มันก็ยังมีอีกร้อยแปด ตั้งแต่สภาพร่างกาย ภาวะฮอร์โมน การกินยาบางชนิด ที่บังเอิญมีสารสำคัญบางอย่างมันขัดแย้งกันกับสารสำคัญอีกบางชนิดในเครื่องสำอาง ฯลฯ แม้แต่สภาพอากาศ โดยเฉพาะความชื้น เพราะอย่าลืมนะครับว่า ในเครื่องสำอางเกือบทุกชนิดจะประกอบด้วยสารดักความชื้นหรือที่เรียกให้ดูหรูเข้าไว้ว่า "มอยซ์เจอร์ไรเซอร์" อยู่อย่างน้อยหนึ่งชนิด อาทิ กลีเซอรีน พร็อพพีลีน ไกลคอล เป็นต้น ยิ่งบ้านเรา ร้อนชื้นเป็นทุนอยู่แล้ว และถ้าบังเอิญวันนั้น ร้อนจนเหงื่อชุ่ม แถมได้เมคอัพฉาบหน้าเป็นเชื้อไฟให้อีกหน่อย แล้วตามด้วยชั่วโมงที่ยาวนานกว่าจะได้ทำความสะอาดผิวหน้า เชื้อโรคก็ค่อยๆ เจริญวัยมากมายขึ้นไปเรื่อยๆ ลองคิดดูสิครับ มันจะเกิดอะไรขึ้น

สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่คนละเลย และมองข้าม แล้วก็เที่ยวไปโทษที่เครื่องสำอาง (แต่ผมก็ไม่ได้บอกนะครับว่า สารใดๆ ในเครื่องสำอางจะไม่ได้ก่อให้เกิดการแพ้ เพราะพูดไว้แต่ต้นแล้วว่า สารทุกตัวก่อการระคายเคืองได้หมด แม้แต่น้ำ เพราะที่มาของน้ำยังต่างกันไป ตั้งแต่น้ำแร่ น้ำดีไอ น้ำอาร์โอ น้ำก๊อก น้ำกรอง ความสะอาดมันต่างกัน เห็นไหมครับว่า ตัวแปรมันเยอะจริงๆ)

หากจะมองอะไร จงมองให้รอบ อย่ามองแค่จะหาตัวผิด เพราะบางที มันผิดที่ตัวเอง ยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ดูแลตัวเองยังไม่ดีพอ หรือดีเกินไป (ประการหลังนี่พวกเว่อซะจน ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ พวกนี้แหละตัวดี ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่ได้แพ้มากมาย แต่จิตดันปรุงแต่งซะจนจริตมันออก นานวันเข้าก็สั่งสมกลายเป็นความเคยชินจนดูเหมือนบอบบาง พวกนี้ต้องพาไปดูจิต) ที่พูดมาได้มากขนาดนี้ เพราะประสบการณ์การเป็น อาร์แอนด์ดี มาหลายปีดีดัก มันทำให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของคนมากขึ้นๆ เรื่อยๆ จนอยากทำเว็บ อาร์แอนด์ดีขอแฉ อะไรประมาณนี้

อย่างคนที่บอกว่า SLS / SLES และอีกสารพัดพี่น้องในตระกูลซัลเฟตไม่ดี แต่พอเจอคนที่ตั้งสูตรเป็น แล้วทำบลายด์เทสท์ ก็ดันใช้ได้ซะงั้น แถมบอกว่า นี่แหละสูตรในฝันที่มองหามานาน โอ๊ย อยากจะไปยืนตรงหน้าแล้วกางสูตรให้ดูจังว่า ตรูน่ะใส่สารพัดซัลเฟตที่คุณน้องบอกว่าแพ้ทั้งนั้นเลย แล้วอย่างนี้จะให้เชื่อได้มั้ย พวกขี้แพ้นี่น่ะ หืมม์...

เพราะฉะนั้น ฟังหูไว้หู แล้วดูตัวเองก่อน ถ้าชีวิตไม่วุ่นวายแล้วมีเวลาเหลือมากกว่านี้ จะมาทำเว็บ "อาร์แอนด์ดีสับแหลก" พวกสังคมจอมปลอม ซะที จะได้รู้ว่า มันหลอกคนอื่นจนลืมไปว่ามันหลอกตัวเองมาก่อน จริงๆ นะ

อีกพวกที่ต้องขอบอกเอาไว้คือ พอใช้อะไรแพ้ ก็เดินไปหาหมอผิวหนัง ขอบอกอีกเหมือนกันว่า หมอผิวหนังเดี๋ยวนี้ เค้าก็มีหลายแบบ แต่หาพวกที่มีคุณธรรม จริยธรรมเหลือในกระแสเลือดนี่ มีเหลืออยู่น้อยจริงๆ ส่วนใหญ่จะเห็นเงินเป็นใหญ่ทั้งนั้น เพราะไอ้เครื่องนั้นก็เพิ่งลง ยังผ่อนไม่หมดเลย เครื่องนี้มาใหม่อีกแล้ว ต้องซื้อเพิ่ม ไม่งั้นสู้คลินิกข้างๆ ไม่ได้ ดันมาเปิดแข่ง หรือต้องทำโฆษณาซะหน่อย เดี๋ยวจะดังไม่พอ เอาให้โกอินเตอร์ไปเลยยิ่งดีใหญ่ เงินทั้งนั้น แล้วต้นทุนที่จะทำให้คนไข้/ลูกค้า เป็นไงครับ คงเดาออกไม่ยาก ดังนั้น สารพัดแพ็กเกจบรรดามีของแต่ละคลีนิก็จะประดังเข้ามาหาคุณผ่านผู้แนะนำด้านการตลาดสาวสวย หนุ่มหล่อ และหนุ่มสวย ที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี ให้คุณติดกับง่ายๆ กับเพียงแค่คำพูดเดียว "ทำแล้วสวยขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ" ก็เกิดขึ้นเพื่อนำเงินของคุณไปชดเชยค่าเครื่องเก่าที่ยังผ่อนไม่หมด เครื่องใหม่ที่ต้องลงทุนซื้อมาแข่งกะคลินิกข้างๆ หรือค่าโฆษณาที่ลงกันนาทีละ 4 แสน โอ๊ยยยย... บ่นซะยาวเลย

ที่จะบอกก็คือ เวลาคุณแพ้ แล้วไปหาหมอผิวหนังกลับมา แล้วพอหาย ก็ไปเริ่มใช้เครื่องสำอางใหม่ ตัวใหม่ เพราะคิดว่ามันจะไม่แพ้ (ใครๆ เค้าก็คิดกัน เพราะมองโลกในแง่ดี) อาร์แอนด์ดีไม่ขอแนะนำ ที่อยากแนะนำคือ พักผิวให้ได้ 28 วัน บำรุงบำเรอด้วยอาหารดีๆ ที่เต็มไปด้วยผักผลไม้สดๆ ไม่ใช่แช่แข็ง คั้นมาใส่กล่องแช่เย็นๆ อันนั้นไม่นับ เอาที่สดที่สุดที่คุณจะหาได้ เพื่อให้อาหารเหล่านี้เข้าไปเสริมสร้างซ่อมแซมเซลล์ผิวของคุณ งดแม้กระทั่งครีมกันแดด เพราะมันก็มีสารก่อการระคายเคืองทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ ไททาเนียมไดออกไซด์ ซิงค์ออกไซด์ จากธรรมชาติ ยังไงมันก็แร่นะครับ และที่สำคัญ คุณรู้ได้ไงว่า มันมาจากธรรมชาติ จริงมะ

จงพักผิวของคุณแล้วให้อาหารเป็นยาที่ปรนนิบัติผิวคุณให้ดี ก่อนที่จะเริ่มต้นกับเครื่องสำอางที่จะกลับมาทำร้ายผิวคุณอีก ถึงตอนนั้น คุณอาจเลือกที่จะใช้อาหารเป็นเครื่องสำอางประจำตัวคุณไปแล้วก็ได้ แต่ก็นี่แหละนะ ตราบใดที่เป็นคน ก็คงไม่เข็ด เหมือนพวกลองรัก เจ็บกี่ทีก็ยังอยากลอง แบบนี้คงช่วยไม่ได้ เป็นกรรมเฉพาะตัวจริงๆ

ของแบบนี้มันลางเนื้อชอบลางยาครับ อาร์แอนด์ดีตัวจริงขอบอก

ขอให้ทุกท่านโชคดี และมีสติพอที่จะพิจารณาดูตัวเองก่อนจะเลือกใช้อะไร

 

โดย: ผู้ชำนาญการด้านเอสเซนเชียลออยล์ IP: 58.8.197.108 31 มีนาคม 2553 2:13:23 น.  

 

ก่อนอื่นปูเป้ก็ต้องขอบคุณที่แวะมาแสดงความคิดเห็นนะครับ

แต่ขอชี้แจงหน่อยดีกว่าเพราะผมรู้สึกว่าคุณยังไมได้อ่านข้อมูลใน Blog นี้ทั้งหมด (และคิดว่ายังไม่อ่านหนังสือของผมด้วย)

ปูเป้ทราบดีขอรับว่าคนที่ทำงานกับน้ำหอม เขาแยก "Fragrance Oil" กับ "Essential Oil" ออกจากกัน เพราะเขาเรียนมาว่า Essential Oil ต้องมาจากธรรมชาติ แต่ Fragrance Oil นั้นไม่ใช่... และมีคนมา Comment เรื่องนี้แล้ว (Comment 13) ซึ่งกระผมก็ได้ชี้แจงไปใน Comment ต่อมา

ถามว่าตอนนี้ผมใช้ Essential Oil รึเปล่า? ใช้ผลิตภัณฑ์ Aroma บ้างหรือไม่? บอกตามตรงว่าผมก็ใช้ครับ แต่ผมใช้ในลักษณะของการสูดดม คือจุดเทียนหอม หรือใช้เตาน้ำมันหอม เพื่อให้ผลของการบำบัดในเชิงอโรมาเธอราพีซึ่งผมก็ชื่นชอบและเห็นผลดีทีเดียว( เวลาเครียด ๆ นี่ชะงัดนัก หลับสบายเลย) นอกจากนี้เวลาที่คนเราเครียด ร่างกายจะมีการหลังสารเคมีหลายชนิด ซึ่งผลกับสุขภาพผิวทางอ้อม (และกระตุ้นการผลิตเมลานินด้วย)

แต่ว่ามันก็เป็นคนละเรื่องกับการเอา Essential Oil ผสมลงในเครื่องสำอางแล้วทาลงผิวเพื่อให้ได้กลิ่นหอม เครื่องสำอางที่ผสม Essential Oil อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกสดชื่นได้จริง แต่ก็เพิ่มโอกาสที่จะระคายเคือง (Irritation) หรือเกิดอาการแพ้ (Allergic Reaction) หรือผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitist) ได้

สารประกอบของน้ำหอม หรือ Fragrance Component ที่คุณยกตัวอย่างมาเช่น Geraniol, Citral, Citronellal, Coumarin, Limonene, Hydroxycitronellal และบอกว่ามันไม่นักหนา เป็นน้ำหอม เป็น Parfume หรืออะไรนั่น... มันก็มีอยู่ใน Essential Oil เหมือนกันนั่นแหล่ะครับ Linalool ก็เป็นสารประกอบหลักของ Lavender Essential Oil ซึ่งก็มีการทดสอบแล้วว่ามันก่อให้เกิด Cytotoxic กับเซลล์ผิวได้เมื่อทาลงไปบนผิว" (//www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15144499)

สำหรับมุมของผม Essential Oil / Fragranc Oil / Parfume / Fragrance / Fragrance Component หรืออะไรก็แล้วแต่ จะบอกว่าสกัดมาจากธรรมชาติ หรือสังเคราาะห์ขึ้น มันไม่มีประโยชน์สำหรับผิวเมื่อใช้ "ทา" (ประโยชน์ที่ได้มาจากกลิ่นเป็นหลัก)


ผมมั่นใจว่าผมแพ้ Essential Oil ที่ผสมลงในเครื่องสำอาง เพราะเครื่องสำอางที่ผมใช้แล้วเกิดอาการแพ้จริง ๆ (ไม่ใช่สิวอุดตัน แต่เป็นสิวอักเสบ และผิวบวมแดงทั้งหน้าเลย) นั้นมีส่วนผสมของ Base สารกันเสีย และส่วนประกอบอื่นๆ เหมือนกับเครื่องสำอางที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ Fragrance Oil / Essential Oil/ และ Fragran Component ผมเคยเป็นโรคเยื่อบุตาอักเสบเพราะอายครีมที่มีส่วนผสมของ Essential Oil ด้วยซ้ำไป (ซึ่งการการตรวจส่วนผสม ก็มีแค่ Essential Oil นี่แหล่ะครับ ที่มันมีเพิ่มขึ้นมา)

ผมไม่เหมารวมว่า "สิว" ที่เกิดขึ้นจากการ "อุดตัน" จากน้ำมัน หรือจากส่วนผสมของ Ester / Silicone ที่มีคุณสมบัติเป็น Emollient หรือ Occlusive อื่น ๆ ว่าเป็นอาการ "แพ้" เพราะว่ามันไม่ใช่ และประสบการณ์ตรงในการทดลองใช้เครื่องสำอางสารพัดชนิดมากกว่า 16 ปี ก็บอกแบบนั้น

สรุป ผมไม่ได้บอกว่า Essential Oil หรือน้ำหอมอื่น ๆ เป็นสิ่งที่เลวร้าย หรือ มันควรหายไปจากโลกใบนี้ แต่มันเป็นสิ่งที่เราควรใช้มันอย่างถูกวิธีเพื่อให้ประโยชน์ของมันอย่างเต็มที่ ซึ่งก็คือ "การสูดดม" ไม่ใช่การเอามา "ทา" หรือ "ผสมในเครื่องสำอาง" ตามข้อมมูลที่ผมได้เรียนรู้และค้นพบมา (รวมถึงประสบมากับตัวเอง) และผมก็ยังยืนยันคำเดิมครับ

ส่วนคุณที่จะเชิดชู หรืออวยพร Essential Oil ว่าเป็นสิ่งสุดยอดจากธรรมชาติและแทบจะไม่มีผลเสียกับผิวเลย และอยากผลิตสูตรผสมที่อุดมไปด้วย Essential Oil ออกวางขาย เพราะคุณเชื่อว่ามันดีเลิศก็ตามสบายครับ แต่ส่วนตัวผมคงขอบาย

ข้อมูลวงในของแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกที่ผมได้เข้าไปทำงานด้วยก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจในแนวคิดของผม เพราะผลิตถัณฑ์ที่มียอดการ Return จากลูกค้าสูงสุด คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่แทบจะไม่มีส่วนผสมผสมของซิลิโคน / Ester รวมถึงปราศจากสารกันเสียแบบ Phenoxyethanol / Paraben / และสารที่ขึ้นทะเบียนเป็น preservative อื่น ๆ แต่ว่าเต็มไปด้วย Essential Oil ที่คุณว่ามันดีเลิศกับผิว

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่คุณพูดถึงและบ่น ๆ มา ปูเป้ได้บอกเอาไว้ทั่ว Blog แห้งนี้ และใน Pocket Book ของผมครับ

 

โดย: PuPe_so_Sweet 31 มีนาคม 2553 11:45:12 น.  

 

พวกอ่านแค่ผ่านๆ แล้วมาโชว์พาวอีกละ

 

โดย: [P] IP: 111.84.89.105 31 มีนาคม 2553 11:50:15 น.  

 

คุณปูเป้ วิจารณ์ของคนอื่นไปทั่ว แล้วบอกซิคะ คุณเองใช้เครื่องสำอางอะไร แบรนด์อะไรที่โอเคที่สุด น่ะคะ
หน้าคุณปูเป้เองก็ไม่ได้ดีไม่ได้สวยไปกว่าใครนี่คะ

 

โดย: nana IP: 192.168.3.42, 124.120.138.238 1 พฤษภาคม 2553 20:05:33 น.  

 

ทำไมต้องไปว่าเค้าด้วยล่ะคุณ nana

 

โดย: มิ้นท์ IP: 61.47.119.151 4 พฤษภาคม 2553 17:49:45 น.  

 

คุณปูเป้บ๊านะตัวเอง

 

โดย: nana IP: 192.168.3.17, 124.122.142.130 15 มิถุนายน 2553 1:05:46 น.  

 

ปัญญาชนต้องพูดด้วยเหตุผลไม่ใช่ว่ากันอย่างนี้ครับ

 

โดย: DPJ IP: 113.53.192.163 17 มิถุนายน 2553 11:25:49 น.  

 

ใช้ sisleyเป็นบางตัว
ตัวที่เป็น whitening ง่ะ แพ้หมดเลย
แต่ Eco, restorative ก็OKนะ
ถ้าคนไม่แพ้ เราว่าเป็นเครื่องสำอางที่ดีมากเลย
พี่เราใช้แล้วใสกิ๊กเลย แต่เราใช้ได้บางตัว

 

โดย: CM IP: 119.31.64.251 19 ธันวาคม 2553 12:22:41 น.  

 

จะบอกว่า คนที่ ใช้ชื่อว่า nana
อ่ะ ชอบ ตามด่า คุณ ปูเป้ หลาย ทีแหละ
ไปอ่านตรง ลาแมร์ สิ หมา nana
ก็เห่าเยอะเหมือนกันอ่ะ

ปล. บอกให้ หายโง่น่ะ
คุณ ปูเป้ เขาอัพเดต สกินแคร์ที่เขาใช้ เปน ประจำแหละ
ถ้า เธอ ใช้ อินเตอร์เนตเป็น ก็จะหาเจอเอง :P
หัดใช้ หัด เสิร์ซ หรือว่ากินปลาเยอะๆน่ะ
สมเพชอ่ะ

 

โดย: คนไทย ที่สบาย IP: 115.87.95.57 1 มกราคม 2554 14:48:08 น.  

 

เราอ่าน blog คุณ

สิ่งที่ได้คือเรารู้สึกว่าคุณอคติกับเครื่องสำอางค์ที่สกัดมาจากธรรมชาติและอวยสารเคมีมาก

เราว่าคุณควรให้ข้อมูลสองด้าน งาน research ที่เกี่ยวกับ ยกตัวอย่าง paraben อะ มีนะ หาดูดีๆ

คุณค่อนข้างจะเป็น blogger ที่คนติดกันมาก เพราะฉะนั้น ควรให้ข้อมูลให้รอบด้านนะ

ไม่ว่ากันนะ comment นิดหน่อย freedom of speech

 

โดย: prop IP: 124.121.145.183 12 พฤษภาคม 2554 23:38:34 น.  

 

ลองไปหาหนังสือเรื่อง "สับแหลก สวยไม่โง่"

(ของคุณปูเป้) มาอ่านก็จะเข้าใจได้เองครับ

เรื่อง Paraben ถ้าจำไม่ผิดก็เหมือนจะมีเขียนไว้ด้วย

คุณปูเป้เขาไม่ได้มีอคติกับเครื่องสำอางค์ที่สกัดมาจากธรรมชาติหรอก เพียงแต่ว่าสารสกัดจากธรรมชาติมันควบคุมได้ยากในหลายๆ เรื่อง ทั้งความเสถียรของสารสกัด ปริมาณที่ได้จากการสกัดในแต่ละครั้งก็ใช่ว่าจะได้เท่ากันไปทุกครั้ง หรือการที่สกัดมาแล้วเอามาใส่ในเครื่องสำอางค์ปริมาณเท่าไหร่

อีกอย่างถ้าสารสกัดจากธรรมชาตินั้น มีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกับสารเคมีที่มีในท้องตลาดทุกประการ มันก็ต้องมีคุณสมบัติเหมือนกันด้วยสิครับ ประมาณว่าถ้าสกัด วิตามินซี ออกมาจากบร๊อคโคลี่ แล้วสารที่สกัดออกมามีโครงสร้างทางเคมีเหมือนกับวิตามินซีทั่วไปตามท้องตลาดทุกประการ มันก็ควรที่จะให้ผลที่เหมือนกันด้วยนี่ครับ

หน้าเราไม่ใช่ซุปเปอร์นาโนคอมพิวเตอร์นะครับ มันไม่แยกแยะหรอกว่าสิ่งที่ทาบนหน้า มีส่วนประกอบของสารสกัดจากธรรมชาติหรือเป็นสารเคมี ตราบใดที่โครงสร้างทางเคมีเหมือนกันทุกประการ มันก็ให้ผลที่เท่าเทียมกันครับ

ความเห็นส่วนตัว+ความรู้ที่หามาได้ครับ ไม่ว่ากันนะ :p
(ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ...ซื้อหนังสือมาอ่านง่ายกว่าครับ)

 

โดย: NuckNick IP: 182.53.156.196 23 พฤษภาคม 2554 9:03:42 น.  

 

สาวก sisley เพียบเลยวุ้ย ฮุฮุ

 

โดย: ice apisto 18 มิถุนายน 2554 4:59:18 น.  

 

sisley ดีที่สุดแล้ว ยังจะมีไฟแดงอีก .ค.

 

โดย: --- IP: 58.11.44.159 26 ตุลาคม 2554 15:39:42 น.  

 

ส่วนตัวใช้ Skincare มาแล้วหลายๆ ยี่ห้อค่ะ ทั้งถูกทั้งแพง ไม่ว่าจะเป็น La Prairie (แทบทุกตัว), La Mer, Chanel, Dior, Sisley, Clarins, Shiseido, Estee Lauder, Clinique, Lancome, Loreal, Neutrogena, ล็อคซิทาน, Olay ฯลฯ อยากจะบอกว่าเป็นหนึ่งในคนที่แพ้ Sisley ค่ะ โดยเฉพาะ eyecream ตัวที่แพงที่สุด ทาแล้วคันตามากๆๆๆ แต่เพื่อนใช้แล้วดีค่ะ แต่ตัวเองไม่แพ้ล็อคซิทานค่ะทั้งๆ ที่มีส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติเหมือนกัน คิดว่าน่าจะอยู่ที่ผิวของแต่ละคนนะคะ รวมทั้งส่วนประกอบใน product แต่ละชนิดค่ะ

 

โดย: พี IP: 125.25.214.81 9 พฤศจิกายน 2554 20:52:14 น.  

 

ไม่เคยใช้แบรนแพงๆๆขนาดนี้ แต่สนใจและชอบศึกษาคะ ปูเป้ รีวิว แล้วเพลิน มาก หลายอันเคยซื้อตาม บางตัวก้อชอบบางตัวก้อไม่ชอบ อยากให้พิจารณา ตัวที่เข้ากับผิวน่าเราจะดีกว่าคะ

 

โดย: missyrose IP: 203.158.160.6 21 พฤศจิกายน 2554 13:49:11 น.  

 

ขอบคุณสำหรับความรู้คะ

 

โดย: สาวออฟฟิศ IP: 203.190.127.229 8 ธันวาคม 2554 10:09:04 น.  

 

ก่อนอื่น ขอให้กำลังใจคนตั้งใจทำรีวิวแบบ "มีเหตุผล" เช่นคุณปู้เป้นะคะ
ถึงแม้ข้อมูลบางอย่าง (เราอ่านหน้า page แล้ว) รู้สึกว่าจะมีความคลาดเคลื่อนจาก research ไปเหมือนกันค่ะ และค่อนข้างจะนอยด์กับ "sensitive chemical" ไปซักหน่อย

...อาจจะ ok นะสำหรับคนที่หน้าแพ้ง่ายมาก การนอยด์ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่บางอย่างทำให้ผลิตภัณฑ์บางตัวได้รับคะแนนต่ำเนื่องจากเหตุนี้ ทั้งๆ ที่สูตรส่วนผสมหลายตัวดีมากๆ

แต่โดยรวมเราใสฐานะ researcher ยังคงสนับสนุนให้มีการค้นคว้าและรีวิวข้อมูลในเชิงลึกและมีเหตุผลแบบนี้ค่ะ (ไม่งั้นจะเรียนกันสูงๆ ทำไม เรียนมาแล้วคิดไม่ได้เนี่ย --')


...แต่สิ่งที่เราไม่ชอบเลยคือ แฟนคลับหลายๆ คน "ไม่มีเหตุผล" และ "ไม่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข่าวสาร" เลย พอใครต้องการ discuss ด้วยเหตุผลก็กลับ "ด่า" อย่างคนไร้เหตุผล หรือเสียดสีว่าตัวหรือคนที่ตัวเองนิยมต้องถูกต้องเสมอไปนี่ สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของการศึกษาไทยจริงๆ ...ถ้ายังคิดได้แค่นี้ อย่าเรียนมันเลย

...การรับข้อมูลต้องมาจากหลายแหล่งค่ะ ของคุณปูเป้ก็เป็นหนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจค่ะ
follower จะด่าดิฉันว่าโง่ก็ได้เต็มปากเลยค่ะ เพราะโง่อยู่ดิฉันจึงยังคงแสวงหาข้อมูลและทำวิจัยต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ ^^


ปล...คนไทย ที่สบาย
การกินปลามากๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นปลาชนิดไหน รวมถึงไม่รู้ความสามารถในการดูดซึมสารอาหาร ความเข้มข้น และความสามารถของ DHA นั้น ไม่สามารถทำให้ฉลาดได้ค่ะ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีงานวิจัย (นอกจาก commercial research ที่ต้องการขายของ) ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า DHA และน้ำมันปลามีผลต่อความฉลาดในผู้ใหญ่ค่ะ

 

โดย: researcher IP: 118.173.0.219 21 มีนาคม 2555 23:20:29 น.  

 

มีคนแพ้ essential oil แต่ไม่แพ้ fragrant oil ก้อมีน่ะ

 

โดย: hiruno IP: 49.48.8.241 31 มีนาคม 2555 7:02:36 น.  

 

ผมว่ายี่ห้อนี้ขายแบรนด์ มากกว่า แบบว่าทำมาให้คนที่มีเงินใช้ ราคาเลยค่อนข้างสูง

 

โดย: hiruno IP: 49.48.8.241 31 มีนาคม 2555 7:04:42 น.  

 

eye cream Sisley ดีมากๆชอบที่สุด ยี่ห้ออืนไม่มีความหมายเลย..

 

โดย: มามิจัง IP: 124.122.103.147 2 กันยายน 2555 13:09:38 น.  

 

Sisley ห่วยจริงค่ะ ใช้ ตั้งแต่ sisley ยัน sisleya global anti againg
& eye crem ใช้มานาน ลองมาทุกตัว ครีมหนักมาก หน้าอุดตันเยอะแยะไปหมดไม่มีไรดีขึ้นเลยค่ะ แต่ก้อไม่รู้ทำไมไม่ยอมเปลี่ยนตัวอายครีม
อ่านเจอคุณปูเป้แล้ว คิดว่าลองเปลี่ยนไปเรื่อยดีกว่าค่ะ

 

โดย: หนู IP: 27.55.145.162 24 มีนาคม 2556 8:25:44 น.  

 

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น เข้ามาดูเพราะสงสัยว่าตัวเองหน้าแสบยิบๆจากวิตามินCหรือessential lavender oil กันแน่ คือผสมครีมใช้เองน่ะ ใช้มา10กว่าปีแล้ว หน้าอ่อนกว่าอายุจริง10กว่าปีได้ คนอื่นพูดนะ ตอนนี้สรุปได้แล้วว่าแสบจากอะไร

 

โดย: พัดชา IP: 223.206.29.51 23 เมษายน 2556 20:54:33 น.  

 

We are a group of volunteers and starting a new scheme in our community. Your website offered us with valuable information to work on. You have done a formidable job and our entire community will be thankful to you.
borse louis vuitton //www.hotelduemondi.it/

 

โดย: borse louis vuitton IP: 94.23.252.21 2 สิงหาคม 2557 13:32:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1808 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.