"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
<<
เมษายน 2558
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
7 เมษายน 2558
 
All Blogs
 

[Health] "น้ำยาบ้วนปาก" ตัวเสริมที่ขาดไม่ได้เพื่อความมั่นใจในทุกบทสนทนา


ความสะอาดและสุขภาพในช่องปากนั้นเป็นไม่เพียงสำคัญต่อเรื่องของสุขภาพและคุณภาพชีวิตแล้วยังมีผลต่อบุคลิกภาพและการเข้าสังคมอีกด้วย โดยเฉพาะในเรื่องกลิ่นปาก หรือ Halitosis เพราะเห็นหน้าสวย ๆ ยิ้มฟันใส แต่พูดทีเหมือนมีอะไรตายอยู่ในปากก็ทำให้ความมั่นใจลดไปเยอะเลยทีเดียว



 photo Halitosis.png


ปัญหากลิ่นปากนั้นค่อนข้างสำคัญกับชีวิตประจำวันของปูเป้ เนื่องจากเราต้องใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะวันที่ไปออกงานหรือวันที่ต้องสอน Workshop นั้น เราต้องมั่นใจและต้องกล้าพูดเป็นพิเศษ ซึ่งนอกจากเหนือจากการแปรงฟันและการทำความสะอาดลิ้นแล้ว อีกหนึ่งตัวช่วยที่ปูเป้ขาดไม่ได้เลยก็คือ “น้ำยาบ้วนปาก” ซึ่งทางแบรนด์ Listerine เห็นว่าปูเป้และครอบครัวก็ใช้น้ำยาบ้วนปากของเขาอยู่ประจำมาเป็นสิบปี จึงอยากให้ปูเป้มาแชร์ประสบการณ์และมุมมองและประโยชน์ในการใช้น้ำยาบ้วนปาก จึงเป็นที่มาของบทความในวันนี้

แต่ก่อนที่จะมาพูดถึงเนื้อหาต่อไป ปูเป้ว่าเราควรมารู้ก่อนว่าสาเหตุส่วนหนึ่งของกลิ่นปากนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?



ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดกลิ่นปากก็คือแบคทีเรียในช่องปากซึ่งทำการย่อยสลายพวกแป้งและโปรตีนที่มาจากอาหาร รวมถึงที่มีอยู่ในน้ำลายของเราด้วย ทีนี้การที่แบคทีเรียจะอยู่อาศัยในช่องปาก ซึ่งในที่นี้ไม่ได้มีแค่ฟัน แต่รวมไปถึงลิ้น กระพุ้งแก้ม ซอกฟัน ร่องเหงือก และเนื้อเยื่อทุกส่วนในช่องปากของเรา แบคทีเรียจะต้องมีการสร้างสิ่งที่เรียกว่า Biofilm ขึ้นมาเพื่อยึดเกาะกับเนื้อเยื่อและผิวฟัน



 photo Biofilm.png


ยกตัวอย่างในกรณีของฟันนั้น ผิวชั้นนอกที่เป็นของเแข็งของฟันเรียกว่า Enamel อันประกอบไปด้วย Hydroxyapatite อันเป็นสารประกอบของแคลเซียมและฟอสเฟต ถึง 98% เหนือชั้น Enamel ของฟันจะมีเยื่อเมือกที่สร้างจากไกลโคโปรตีนของน้ำลายเคลือบไว้เป็นชั้นบาง ๆ เรียกว่าชั้น Perlicle ซึ่งชั้นเยื่อเมือกเคลือบฟันนี้สามารถถูกขัดออกได้ง่ายด้วยการบ้วนปากหรือแปรงฟัน แต่ก็จะถูกเติมใหม่ทันทีเมื่อฟันสัมผัสกับน้ำลายแม้หลังแปรงฟันเสร็จใหม่ ๆ โดยอัตโนมัติ

ชั้น Pellicle นี้ตอนเริ่มสร้างจะยังไม่มีเชื้อแบคทีเรียมาเกาะ ทำหน้าที่เป็นตัวปกป้องผิวฟันกันพวกกรดจากอาหารที่กินเข้าไป เมื่อเวลาผ่านไปจะหนาตัวขึ้นเป็น Biofilm แผ่นฟิลม์นี้เป็นตัวที่ทำให้แบคทีเรียสามารถมายึดติดได้ ก่อปัญหาสุขภาพเหงือกและฟัน ทำให้เกิดฟันผุเมื่อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ใน Biofilm ทำการกินสารกลุ่มแป้งและน้ำตาลแล้วผลิตของเสียเป็นกรดเพื่อทำลายผิวฟัน (Deminerlization) บนชั้น Enamel ซึ่งก่อให้เกิดคราบ Plaque (พลัค) และคราบ Plaque นี้ยังก่อทำให้เกิดปัญหาเหงือกร่น เหงือกอักเสบได้อีกด้วย

โดยปกติแล้วคราบ Plaque จะมีสภาวะเป็นกรดจากการที่แบคทีเรียผลิตของเสียเป็นกรดออกมา แต่เมื่อคราบ Plaque อยู่มานานขึ้น อาหารเริ่มหมดลง และแบคทีเรียเริ่มตาย ค่า pH ของตัว Plaque จะสูงขึ้นและอยู่สภาวะที่เหมาะกับการสะสมของแร่ธาตุแคลเซียมจนกลายเป็นหินปูนแข็ง ๆ ได้ในที่สุด ซึ่งหินปูนนี้ไม่สามารถกำจัดออกได้โดยวิธีบ้วนปากและแปรงฟันอีกแล้ว จำเป็นต้องพบทันตแพทย์เพื่อทำการขูดออก

 photo Oral Hygine.png


จะเห็นได้ว่าเจ้า Biofilm ที่แบคทีเรียผลิตเพื่อเป็นแหล่งอาศัยของพวกมันเองนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดแค่เรื่องของกลิ่นปาก แต่ยังนำมาถึงปัญหาสุขภาพช่องปาก ฟัน และเหงือกอีกด้วย ขั้นตอนการเกิด Dental plaque นั้น จะต้องใช้เวลานานพอสมควร กว่าเชื้อจุลินทรีย์จะมาเกาะที่ผิวฟันจนสามารถปล่อยสารพิษที่ทำให้เกิดโรคได้ ถ้านับเวลาหลังจากทำความสะอาดฟันจนถึงเกิด Dental plaque แล้วจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง และจะต้องสะสมมากพอที่จะปล่อยสารพิษมาทำลายผิวฟันและเหงือกต้องใช้เวลาถึง 48 ชั่วโมง นี่แสดงให้เห็นว่าปัจจัยทั่วไปที่ก่อให้เกิดกลิ่นปาก ฟันผุ และปัญหาเรื่องเหงือกนั้นสามารถดูแลได้ด้วยการรักษาสุขอนามัยของช่องปากที่ดีด้วยการแปรงฟัน แปรงลิ้นร่วมกับใช้ไหมขัดฟัน วันละ 2 ครั้ง และบ้วนปากทุกครั้งหลังมื้ออาหาร

การแปรงฟันอย่างถูกต้องนั้นใช้เวลาประมาณเกือบ 2 นาทีได้ การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยจัดการกับคราบไบโอฟิลม์และเศษอาหารที่อยู่ในซอกฟันและตรงคอฟันได้ดีขึ้นอีก

 หลังจากแปรงฟันแล้วเราก็ต้องแปรงลิ้นซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์สำหรับขูดลิ้นเพื่อกวาดเอาเศษอาหารบนลิ้นออกมา หรือจะใช้แปรงสีฟันก็ได้ การแปรงลิ้นเพื่อทำความสะอาดนั้นจะลดกลิ่นปากไปได้มากถึง75%เลยทีเดียว

แต่ถึงแม้เราจะทำทั้งหมดนี้แล้ว เราก็ยังไม่สามารถจัดการกับ Biofilm และแบคทีเรียในส่วนที่การใช้แปรงเข้าไม่ถึง การใช้น้ำยาบ้วนปากจึงเป็นตัวช่วยที่ทำให้การดูแลสุขอนามัยในช่องปากได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 photo Mouthwash.png



ในน้ำยาบ้วนปากนั้นจะมีส่วนผสมของสารที่ช่วยขจัดแบคทีเรียอยู่หลายกลุ่ม ถ้าเป็นยาฆ่าเชื้อ ก็ได้แก่พวก Chlorhexidine ซึ่งแพทย์จะสั่งให้ใช้ตามแต่กรณีไป ถ้าเป็นสารที่ใช้ในยาบ้วนปากทั่วไปได้ก็อย่างเช่น Tricolsan และอีกตัวที่นิยมใช้ก็คือสารกลุ่ม Essential Oil 



ประสิทธิภาพในการลดแบคทีเรียของสารเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสามรถในการแทรกผ่าน Biofilm อีกด้วย ซึ่ง Biofilm ที่จัดการได้ง่ายคือฟิลม์ที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ การปล่อยปละละเลยเรื่องความสะอาดในช่องปากทำให้เกิดการสะสมของ Biofilm ที่มีระเบียบและหนาขึ้นส่งผลให้การแทรกผ่านและการขจัดไปก็ยิ่งทำได้ยากขึ้น



มีการศึกษาพบว่า Essential Oil จากธรรมชาติมีฤทธิ์ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่ดีมากในการแทรกผ่านเข้าไปในชั้น Biofilm ที่มีการสะสมตัวมาเป็นระยะหนึ่งได้ดีกว่าสารกลุ่มอื่นอย่าง Tricolsan และก็ไม่ก่อให้เกิดการต้านทานของเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย นอกจากนี้ Essential Oil ยังทำให้น้ำยาบ้วนปากมีรสชาติดี และทำให้กลิ่นปากหอมสดชื่นขึ้น

สิ่งที่สำคัญในการที่น้ำยาบ้วนปากที่ผสมสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะทำงานได้ผลดีนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการสัมผัส นั่นหมายความว่าถ้าเขาให้อมกลั้วปาก 30 -60 วินาทีก็ต้องอมกลั้วปากไว้ 30 - 60 วินาที ไม่น้อยไปกว่านั้น




 photo Listerine 02.png


น้ำยาบ้วนปากที่ปูเป้ใช้เป็นประจำก็คือ Listerine : Total Care สูตรสีม่วงอันนี้คือลงตัวกับปูเป้ที่สุดเท่าที่ลองมา คือรสมันหวานหอมเย็นกำลังดี ซ่า ๆ ในปากในระดับที่รับได้ ซึ่งความซ่า ๆ ในปากนี้มาจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ รวมถึง Essential Oil สูตร

ส่วนผสมของ Essential Oil ในนี้สูตรก็ประกอบไปด้วย

- Eucalyptol ที่ได้มาจากต้นยูคาลิปตัส ตัวนี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราและก็ให้รสที่สดชื่นด้วย

- Methyl Salicylate ได้มาจากต้น Wintergreen ก็มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อและให้รสเช่นกัน

- Thymol ได้มาจากต้น Thyme ก็มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย

- Menthol สารให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นนี้ก็มีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรียด้วยอีกเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ Sodium Fluoride ช่วยในเรื่องของการเติมแร่ธาตุคืนให้กับผิวฟัน

สำหรับคนที่ชอบรสของ Listerine Total Care สีม่วงนี้ แต่ไม่ชอบความรู้สึกเย็นซ่าจนเกินไปแล้วล่ะก็ ทาง Listerine ก็พึ่งออก Total Care Zero สูตรปราศจากแอลกอฮอล์มาด้วยล่ะ



Ingredients : Water, Alcohol, Sorbitol, Flavor, Polyxamer 407, Benzoic Acid, Eucalyptol, Zinc Chloride, Sodium Saccharin, Methyl Salicylate, Thymol, Sodium Benzoate, Menthol, Sodium Fluoride, Sucarlose, CI 16035, CI42090.

 photo Listerine 01.png


โดยสรุปแล้ว ส่วนตัวนั้นปูเป้มองว่าน้ำยาบ้วนปากเป็นหนึ่งสิ่งที่ตัวเองจะขาดไม่ได้ แต่กระนั้นแล้วน้ำยาบ้วนปากก็ไม่สามารถทดแทนการแปรงฟันอย่างถูกวิธีและการใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอได้เลย การดูแลสุขอนามัยในช่องปากเพื่อการลดการเกิดกลิ่นปากและเสริมความมั่นใจนั้นจำเป็นจะต้องทำทุกขั้นตอนควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นปากแล้ว ยังทำให้สุขภาพเหงือกของฟันเราดี ฟันจะได้อยู่กับเราไปอีกนาน ๆ


ปกติแล้วในกระเป๋าของปูเป้จะมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน แปรงขูดลิ้น และน้ำยาบ้วนปากขวดเล็ก ๆ พกติดตัวไว้เสมอ เอาไว้ใช้ก่อนที่จะต้องทำงานที่ต้องพูดคุยใกล้ชิดผู้คนหลังจากทานอาหารหรือทานเครื่องดื่มจำพวกกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมเป็นหลัก ซึ่งใครก็ตามที่ต้องทำงานที่ต้องพบเจอกับผู้คนหรือลูกค้าเยอะ ๆ ควรจะทำแบบนี้เอาไว้ด้วยนะจ๊ะ

แต่สาเหตุของการเกิดกลิ่นปากยังมีมากกว่านี้ หากเราดูแลเรื่องการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน แปรงลิ้น และน้ำยาบ้วนปากเป็นประจำแล้ว แต่ปัญหาเรื่องกลิ่นปากยังคงมีอยู่ นั่นเป็นสัญญาณว่าเราอาจจะมีปัญหาเรื่องเหงือก และปัญหาในช่องปากหรือลำคออื่น ๆ ที่ต้องรีบปรึกษาทันตแพทย์โดยเร็วแล้วล่ะ


(Source : Penetrating the plaque biofilm: impact of essential oil mouthwash., [The bacterial biofilm and the possibilities of chemical plaque control. Literature review]., Determination of the in situ bactericidal activity of an essential oil mouthrinse using a vital stain method., Antimicrobial agents used in the control of periodontal biofilms: effective adjuncts to mechanical plaque control?,Alcohol-containing mouthwash and oral cancer risk: a review of current evidence.)




 

Create Date : 07 เมษายน 2558
2 comments
Last Update : 28 เมษายน 2558 2:01:57 น.
Counter : 15892 Pageviews.

 

สวัสดีครับ พอดีก็ได้เข้ามาอ่านบล้อคของคุณปูเป้มานานแล้วครับ พอดีเห็นคุณปูเป้มารีวิวน้ำยาบ้วนปาก ซึ่งก็ตรงกับสายอาชีพของตัวเองพอดี เลยอยากแชร์ข้อมูลให้ทราบอีกด้านนึงด้วยครับ

ปกติแล้วน้ำยาบ้วนปากแทบจะไม่มีความจำเป็นในการรักษาสุขภาพช่องปากเลยครับ การแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีก็เพียงพอครับ

น้ำยาบ้วนปากมีข้อเสียนะครับ โดยเฉพาะน้ำยาบ้วนปากที่มีสารที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคผสมอยู่ เพราะมันไม่ได้ฆ่าหรือยับยั้งเฉพาะแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโทษ แบคทีเรียดีๆมันก็ฆ่าไปด้วยครับ ทีนี้ถ้าใช้ไปนานๆ แบคทีเรียในปากก็จะโดนทำลายสมดุล( ปกติในช่องปากจะมีทั้งแบคทีเรียที่ไม่ดี กะตัวที่ดี ซึ่งถ้าทำความสะอาดได้ดี กะจะเกิดสมดุล ไม่เกิดกลิ่นปาก หรือฟันผุ)

ทีนี้ถ้าใช้ต่อเนื่องนานๆ สมดุลจะถูกทำลายลงครับ คราวนี้พอหยุดใช้ก็อาจทำให้เกิดปัญหากลิ่นปากตามมาได้ครับ

แล้วอีกอย่างนึง การใช้น้ำยาบ้วนปากติดต่อกันนานๆ จะทำให้เกิด stain หรือสี ติดที่ตัวฟันครับ ลองสังเกตุดูครับจะเป็นสีดำๆติดที่ตามตัวฟัน สีพวกนี้จะขูดออกยากครับ แปรงฟันก็ไม่ออกนะครับ

ฉะนั้น ก็แนะนำว่า แค่แปรงฟัน แปรงลิ้น ใช้ไหมขัดฟันให้ถูกวิธี แค่นี้ช่องปากก็สะอาดแล้วครับ

 

โดย: Nuhnuh IP: 1.46.77.236 24 มกราคม 2559 15:01:55 น.  

 

คนท้องสามารถใช้น้ำยาบ้วมปากสีนี้ได้ไหมค่ะ

 

โดย: อภิญญา พานเจริญ IP: 1.46.131.86 20 มิถุนายน 2561 7:54:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1819 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.