"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Covermark 'My True Color' Workshop


มีใครกลัว "รองพื้น" เหมือนปูเป้บ้างครับ? หรือว่ามีผมคนเดียวที่รู้สึกว่าใช้รองพื้นแล้วไม่เกิด... ใช้แล้วไม่มั่นใจ... รู้สึกเหมือนกำลังสวมหน้ากาก... นี่ไม่ใช่ผิวที่แท้จริงของฉัน... ต่อให้เป็นรองพื้นที่เขาร่ำลือว่าเทพแต่ลองใช้ก็ยังไม่มั่นใจอีกอยู่ดี... แต่การไป Workshop กับ Covermark นั้นได้เปลี่ยนความคิดของปูเป้ที่มีต่อ "รองพื้น" ไปเลยล่ะ...



หลาย ๆ คนคงจะรู้ว่าการเลือกรองพื้นควรจะเลือกเฉดสีให้เหมาะกับสีผิว นอกจากนี้ยังต้องเลือกให้เหมาะกับ Undertone หรือโทนสีที่แท้จริงของผิวอีกด้วย แต่การจะรู้โทนสีผิวนั้นส่วนใหญ่เราจะใช้การดูด้วยตาเปล่า ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้ผลที่ได้นั้นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่บ้าง ทาง Covermark ได้คิดค้นทฤษฎี Skin Undertone ซึ่งพิจารณาจากโครงสร้างสีผิวที่แท้จริง โดยได้รับอิทธิพลจากเม็ดเลือดที่หล่อเลี้ยงใต้ผิวหนัง แทนการเลือกเฉดสีรองพื้นจากสีผิวที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว



Skin Undertone คือทฤษฎีสีที่พิจารณาการเลือกสีรองพื้นจากโครงสร้างสีผิวที่แท้จริงโดยได้รับอิทธิพลจากเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงใต้ผิว อันเกิดจากการรวมตัวกันของสี 3 ชนิดคือ เมลานิน (สีน้ำตาล) แคโรทีน (สีเหลือง) และออกซิเจนในเม็ดเลือด (สีแดง และ สีน้ำเงิน) ตามทฤษฎีสีของ Covermark ได้แบ่งโทนสีผิวออกเป็น 2 โทน คือ โทนสีน้ำเงิน (Blue Base) และ โทนสีเหลือง (Yellow Base)

Blue Base คือสีผิวที่ได้รับอิทธิพลจากสีน้ำเงินของเส้นเลือดดำมาก จึงทำให้สีผิวเป็นโทนสีเหลืองเปลือกผลมะนาว แลดูกระจ่างใส ให้ความรู้สึกเย็นสบาย

Yellow Base คือสีผิวที่ได้รับอิทธิพลจากสีน้ำเงินของเส้นเลือดดำน้อย แต่ได้รับอิทธิพลจากสีแดงของเส้นเลือดแดงโดยตรง จึงทำให้สีผิวเป็นโทนสีเหลืองเปลือกกล้วยหอม แลดูเป็นธรรมชาติมีสุขภาพดี ให้ความรู้สึกอบอุ่น



วิธีการทดสอบโครงสร้างสีผิวที่แท้จริงหรือ SkinUndertone นั้นทำโดยทารองพื้น Jusme Color สี Blue Base (สีโทนน้ำเงิน) และ Yellow Base (สีโทนเหลือง) ลงบนท้องแขนข้างละ 3 สี (โทนเดียวกันทาข้างเดียวกัน) จากนั้นทิ้งไว้สักครู่ เมื่อรองพื้นแห้งให้สังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของสีผิวบริเวณรอบ ๆ ซึ่งแขนข้างที่ผิวบริเวณรอบๆรองพื้นแลดูกระจ่างใส มีสุขภาพดี กลมกลืนเป็นสีเดียวกัน คือสีผิวที่แท้จริง หรือ Skin Undertone ของเรานั่นเอง จากนั้น BA ก็จะเลือกเฉดสีที่เข้ากับสีผิวจริงมากที่สุด โดยการทดสอบลงบนใบหน้าบริเวณแนวกราม



ผมคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนผิวเหลือง หรือต้องใช้ Undertone เหลืองนะ แต่พอทดสอบมาพบว่าจริงๆ แล้วผมเป็นคน Undertone น้ำเงินต่างหาก (มิน่า ใช้รองพื้นทีไรดับทุกที เพราะเราเลือกใช้ไม่ถูกกับสีผิวที่แท้จริงของเรานี่เอง) และสิ่งที่ปูเป้รู้สึกทึ่งมากคือตอนที่ BA ทดสอบสีรองพื้นให้ รองพื้น Covermark : Essence Liquid Foudation เบอร์ BN20 อันนี้นั้นกลื่นไปกับผิวจนหมดเลย เป็นสีที่เข้ากับผิวของเราเป๊ะ!!!





พอได้เห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกมั่นใจในการใช้รองพื้นมากขึ้น แต่ด้วยความผมไม่ค่อยแต่งหน้าก็กลัวว่าจะลงรองพื้นไม่เนียน ไม่แจ่มอีก ทาง Covermark ก็ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญบินตรงมาจากญี่ปุ่นเพื่อนให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด บรรดา Blogger ทุกคนก็ตั้งใจฟังเก็บเกี่ยวความรู้อย่างเต็มที่เลย



ก่อนลงรองพื้นก็ใช้ Makeup-Base กันหน่อย ปูส่วนเป้มีผิวผสมถึงมันจึงเลือกใช้ Covermark : Connecting Base ที่มีค่า SPF 38 PA+++ เนื้อประกายมุกชมพูอ่อน ๆ ละเอียดมาก แค่ลง Base ตัวนี้ผิวก็ปิ้งขึ้นมาแล้ว

การใช้รองพื้น Covermark : Essence Liquid Foudation นั้นไม่ต้องใช้เยอะเลย แค่หนึ่งหยดสำหรับครึ่งหน้าข้างซ้าย อีกหนึ่งหยดที่ครึ่งหน้าข้างขวา และอีดหนึ่งหยดสำหรับ T-Zone เศษ ๆ ที่เหลือก็เก็บรายละเอียดที่ขอบจมูกและรอบดวงตา เท่านี้ก็ได้ผิวที่สวยและดูเป็น "ผิวจริง" แล้ว ตบท้ายด้วยแป้งฝุ่นที่เป็น Undertone น้ำเงินอีกเป็นอันเสร็จพิธี...





สรุปแล้วการเลือกรองพื้นต้องดูที่ Undertone ของผิว แล้วจึงไปเลือกเฉดสีที่ตรงกับผิวอีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ผมยังคิดว่าเราไม่ควรจะไปถามเพื่อนหรือถามคนอื่น ๆ ว่ารองพื้นสีไหน เบอร์อะไรจะเข้ากับผิวของเรา หรือแบรนด์ XXX สีจะเหมือนกับแบรนด์ YYY รึเปล่า เพราะว่าแต่ละแบรนด์ต่อให้เป็นรองพื้นชื่อสีเดียวเดียวกัน เบอร์เดียวกัน แต่สีที่ออกมามันก็จะต่างกันไปอีกอยู่ดี ผิวของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก ดังนั้นเราควรจะไปเทียบสีรองพื้นด้วยตัวเองที่เคาเตอร์จะดีที่สุด


(Blogger ชายหนึ่งเดียวทางทาง Blogger สาว ๆ ทั่วฟ้าเมืองไทย)


แน่นอน... ผมคงจะไม่บอกว่า Covermark : Essence Liquid Foudation คือรองพื้นเทพที่ดีที่สุดในโลก (เพราะผมไม่ค่อยได้ใช้ makeup มากเท่าไหร่) แต่การมา Workshop ในครั้งนี้ทำให้ผมเข้าใจและไว้ใจ "รองพื้น" มากขึ้น ใครที่เคยกลัวการใช้รองพื้นเหมือนปูเป้มาก่อน ผมอยากแนะนำให้ไปลองทดสอบที่เคาเตอร์ Covermark ดูครับ เผื่อคุณจะได้ประสบการณ์ดี ๆ ที่เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อรองพื้นไปตลอกาล... ก็ต้องขอบคุณ Covermark ที่ให้โอกาสปูเป้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ด้วยนะครับ


PS. หลังจากงาน Workshop ก็ไปทานขนมกันที่ After You แล้วก็ไปสยามพารากอน พี่ ๆ ที่ร้าน Kiehl's ทักทุกคนเลยว่าหน้าเด้งมาก พอบอกว่าใช้รองพื้นมาทุกคนก็ถามกันใหญ่เลยว่าของแบรนด์อะไร เพราะว่าผิวเด้งใสแบบไม่โบ๊ะเลย Covermark ทำได้ฮะ... ปลื้ม ๆ




Create Date : 10 ตุลาคม 2553
Last Update : 10 ตุลาคม 2553 13:51:02 น. 16 comments
Counter : 8777 Pageviews.

 
เนียนบางมากๆค่ะแบรนด์นี้


โดย: KiRaRi วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:14:04:55 น.  

 
ไว้ได้เวปแคมใหม่มาจะมาถ่ายวีดีโอเลย รองพื้นตัวนี้ ;D


โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:14:08:11 น.  

 
น่าสนใจมาก ๆ ค่ะพี่เป้

เป็นอีกคนหนึ่งเหมือนกันที่พอใช้รองพื้นแล้วโดนทักว่า "โดนของ"

เดี๋ยวต้องแว๊บไปเทสดูดีกว่า อยากรู้เหมือนกันอันเดอร์โทนอะอะไร :))



โดย: poiiob วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:15:06:14 น.  

 
ปกติไม่ชอบลงรองพื้นเหมือนกันค่ะ แต่ตัวนี้น่าสนใจมากเลย ต้องลองไปทดสอบ skin undertone บ้างแล้ว


โดย: Vicky IP: 118.174.110.99 วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:15:14:47 น.  

 
ต้องไปลองค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ต้น IP: 61.19.67.54 วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:15:33:46 น.  

 
ราคาแพงมั้ยคะ ทั้ง base รองพื้น และแป้งฝุ่น สนใจทั้ง set เลยค่ะ แต่กลัวเกินงบค่ะ


โดย: palmyra IP: 183.89.47.185 วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:16:04:12 น.  

 
ติดใจตั้งแต่กลับจาก ws เหมือนกันค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:16:47:01 น.  

 
เคยได้ยินเรื่อง Skin Undertone มาก่อนจาก Brand Artixxxx สมัยเพื่อนยังเป็นมนุษย์ราก รู้สึกว่าแต่ละค่ายจะแบ่ง Undertone ใหม่เหมือนกันนครับ แหะๆ แต่ Covermark นี่เค้าดังเรื่อง รองพื้นตั้งแต่ไหนแต่ไหนแล้ว พอเห็นตัวนี้ก็ น่าใช้ มากเลย พี่เป้พอจะทราบราคาค่าตัวไหม ครับ ทาแล้วเนียนใส แต่เหมือนไม่ได้ทา นี่เยี่ยมจริงๆ


โดย: พ่อมดน้อย (LittleAthena ) วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:17:55:35 น.  

 
รู้สึกว่าราคาจะพันกว่า ๆ ถึงพันปลาย ๆ นะครับ ไม่เบาเหมือนกัน... แต่ส่วนตัวคิดว่าคุ้มครับ เพราะปลื้มกับผลที่ได้ :)


โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:18:46:29 น.  

 
วันนี้ไปลองที่เคาเตอร์มาแล้วครับ ค่าตัว2000บาท อีกตัว1700ครับ


โดย: mx IP: 125.25.147.22 วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:20:16:06 น.  

 
ขอบคุณมากครับ :D


โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:10:57:36 น.  

 
น่าลองนะคะ แต่ก็รู้สึกว่าแพงจะนิดนึง


โดย: cream_sin วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:12:20:56 น.  

 
ไปซื้อมาใช้แล้วค่ะ ใช้ดีนะ ต้นลองเทียบกับตัวเก่าที่ใช้ ใช้แล้วหน้าใสทั้งวัน ไม่หมองเลยค่ะ ชอบ ขอบคุณค่า

ดีใจมากเลยที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อก ตั้งใจจะเขียนถึงความประทับใจที่ได้เจอกับคุณปูเป้ แต่ยังไม่ว่างเสียที จะรีบเขียนให้เร็วที่สุดค่ะ


โดย: ต้น (แม่ปันดี ) วันที่: 20 ตุลาคม 2553 เวลา:22:07:06 น.  

 
เรย์ก็ใช้YN10แหละ4ปุกแระ


โดย: เรย์ IP: 125.26.26.190 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:22:41 น.  

 
ก๊ากกกกกก แขนนั้นคุ้นๆนะ


โดย: oHLa วันที่: 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:49:34 น.  

 
นั่นสิ แขนใครน๊า ;D


โดย: PuPe_so_Sweet วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:50:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.