พระเยซูคริสต์ จะเสด็จกลับมาก่อน ปี 2067 !!!


พระเยซูคริสต์ จะเสด็จกลับมาก่อน ปี 2067 !!!




อาโมส 3 / Amos 3

3:7 แท้จริงองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจะมิได้ทรงกระทำอะไรเลย โดยมิได้เปิดเผยความลึกลับให้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์คือผู้พยากรณ์

3:7 Surely the Lord GOD will do nothing, but he revealeth his secret unto hisservants the prophets.

ปรากฏการณ์ดวงจันทร์สีเลือด ที่เกิดติดต่อกัน 4 ครั้ง(Tetrad)...ร่วมกับ SolarEclipse (สุริยุปราคา หรือ สุริยุคราส) จะไม่มีอีกภายใน100 ปีข้างหน้านี้ และพระคำภีร์โยเอล 2:31… เขียนไว้ว่า …. “ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์เป็นเลือดก่อนวันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองแห่งพระเยโฮวาห์จะมาถึง”


พระเจ้าได้ตรัสกับผู้พยากรณ์ในยุคนี้ท่านหนึ่ง ...คือท่าน Naville Johnson เมื่อไม่นานมานี้ว่า.....การฉลอง Jubilee (50 ปี) ของอิสราเอลที่มีขึ้นในปี2017 ซึ่งเป็นการฉลองการรวมตัวของเยรูซาเล็มตะวันออกกับเยรูซาเล็มตะวันตก โดยนับตั้งแต่ปี1967.... จะเป็นการฉลองครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลซึ่งจากนี้จะไม่มีอีกแล้ว...

Jesus said that “Israel will not celebrate the next Jubilee,Because I will come before that.” พระเยซูตรัสว่า.. “อิสราเอลจะไม่ได้ฉลองจูบิลีอีกแล้ว เพราะว่า เราจะมาก่อน (ที่จะถึงเวลาฉลองครั้งต่อไป)”.....

…...ซึ่งหมายความว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาก่อน ปี 2067 !!!!

So which means, there won’t be the next Blood Moon. ….ซึ่ง ก็หมายความอีกว่าจะไม่มีปรากฎการณ์ดวงจันสีเลือด(Blood Moon)อีกเลย

If there won’t be another Blood Moon, then this prophecy inJoel 2:31 is very very specific for this time, this season. ....ถ้าไม่มีปรากฎการณ์ดวงจันสีเลือดอีกแล้ว....นั่นก็หมายความว่าคำพยากรณ์ในพระธรรม โยเอล 2:31 ก็มีไว้เฉพาะเจาะจงสำหรับช่วงเวลานี้นี่เอง

โยเอล 2:31..... ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์เป็นเลือดก่อนวันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองแห่งพระเยโฮวาห์จะมาถึง

2:31 The sun shall be turned into darkness, and the moon into blood,
before thegreat and the terrible day of the LORD come.

“The great and the terribleday of the LORD”.... . “วันใหญ่ยิ่งและน่าสยดสยองแห่งพระเยโฮวาห์”….. is คือ the End-time Persecution (การข่มเหง) and Tribulation (การยากลำบาก) ในยุคสุดท้าย.

“Persecution and Tribulation” will come theshedding of blood.

Persecution (การข่มเหง) and Tribulation (การยากลำบาก)....นั้นคือ การที่จะต้องมีการหลั่งเลือด เกิดขึ้น !!!

ลองกลับไปดูในอดีต;

1492-1493 Tetrad Blood Moon appeared,this is what happened in history; Spanish inquisition of Jews. ....ชาวยิวจำนวนมากถูกกษัตริย์และราชินีของสเปน ขับไล่ออกจากประเทศ

1948-1949Tetrad Blood Moon Appeared ;-à Birth of Israel + War....ปรากฏการณ์ดวงจันทร์สีเลือด ในปี 1948-1949 ....เกิดสงคราม และอิสราเอลได้กลับมาตั้งเป็นประเทศอีกครั้ง...

1967-1968Tetrad Blood Moon Appeared ;-à ปรากฏการณ์ดวงจันทร์สีเลือด ในปี1967-1968 Regaining Jerusalem + 6 Days War.... เกิดสงคราม 6 วัน แล้วอิสราเอลได้เยรูซาเล็มกลับมา

Now2014-2015 Blood Moon Appeared -à What’s going to happen?... จะเกิดอะไรขึ้น .....?






Create Date : 26 ธันวาคม 2560
Last Update : 26 ธันวาคม 2560 14:34:40 น.
Counter : 162 Pageviews.

0 comment
สิบลด.... .....เครื่องมือชิ้นสำคัญ


สิบลด....

.....เครื่องมือชิ้นสำคัญที่คริสเตียนจำนวนมาก มองข้าม และถูกสอนมาผิดๆ จนทำให้ชีวิต ต้องพลาดจากพระพร

**** สิบชักหนึ่งทั้งหมดเป็นเป็นของบริสุทธิ์แด่พระเยโฮวาห์

มาลาคี 3 / Malachi 3

3:10 พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่า จงนำสิบชักหนึ่งเต็มขนาดมาไว้ในคลัง เพื่อว่าจะมีอาหารในนิเวศของเราและจงลองดูเราในเรื่องนี้ว่า เราจะเปิดบรรดาช่องฟ้าสวรรค์ให้เจ้า และเทพรอย่างล้นไหลมาให้เจ้าหรือไม่

3:11
เราจะขนาบตัวที่ทำลายให้แก่เจ้าเพื่อว่ามันจะไม่ทำลายผลแห่งพื้นดินของเจ้า และผลองุ่นในไร่นาของเจ้าจะไม่ร่วงพระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสดังนี้แหละ

3:12
พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่าแล้วประชาชาติทั้งสิ้นจะเรียกเจ้าว่า ผู้ที่ได้รับพระพร ด้วยว่าเจ้าจะเป็นแผ่นดินที่น่าพึงใจ


เลวีนิติ 27 / Leviticus 27

สิบชักหนึ่งทั้งหมดเป็นของพระเยโฮวาห์
27:30
และสิบชักหนึ่งทั้งหมดที่ได้จากแผ่นดินไม่ว่าเป็นพืชที่ได้จากแผ่นดิน หรือผลไม้จากต้นไม้ ก็เป็นของพระเยโฮวาห์ เป็นของบริสุทธิ์แด่พระเยโฮวาห์

**** สิบชักหนึ่งทั้งหมดเป็นเป็นของบริสุทธิ์แด่พระเยโฮวาห์

ถ้าเราเก็บสิบชักหนึ่ง หรือ สิบลด ไว้เพื่อตัวเราเอง พระเจ้าถือว่าเราปล้นพระองค์

มาลาคี 3 / Malachi 3

การปล้นพระเจ้าในเรื่องสิบชักหนึ่งและเครื่องบูชา
3:7
เจ้าได้หันเหไปเสียจากกฎของเราและมิได้รักษาไว้ตั้งแต่ครั้งสมัยบรรพบุรุษของเจ้า พระเยโฮวาห์จอมโยธาตรัสว่าเจ้าจงกลับมาหาเรา และเราจะกลับมาหาเจ้าทั้งหลาย แต่เจ้ากล่าวว่า‘เราทั้งหลายจะกลับมาสถานใด’

3:8
คนจะปล้นพระเจ้าหรือแต่เจ้าทั้งหลายได้ปล้นเรา แต่เจ้ากล่าวว่า ‘เราทั้งหลายปล้นพระเจ้าอย่างไร’ ก็ปล้นในเรื่องสิบชักหนึ่งและเครื่องบูชานั่นซี

3:9 เจ้าทั้งหลายต้องถูกสาปแช่งด้วยคำสาปแช่ง เพราะเจ้าทั้งหลายทั้งชาติปล้นเรา

****พระธรรม มาลาคี ข้อเหล่านี้เล็งถึงยุคสุดท้ายคือยุคของพวกเรานี่เอง..... เพราะพระเจ้ารู้อยู่ก่อนแล้วว่าคริสเตียนยุคนี้ คิดอย่างไร และจะทำอย่างไร..... และที่สำคัญคือพระองค์รู้ว่าพวกเราจะต้องเจออะไรบ้าง......ด้วยความรักที่พระองค์มีต่อลูกๆของพระองค์ พระองค์จึงเตือนเราไว้ตั้งแต่ก่อน2000 ปีแล้ว....เพื่อจะนำให้พวกเราทำในสิ่งที่ควรทำ เพื่อจะสามารถผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากที่จะมีมาถึงคนทั้งโลกให้เราผ่านพ้นไปได้ค่ะ พระองค์อยากให้พวกเราทำสิ่งเหล่านี้ อย่างที่บรรพบุรุษแห่งความเชื่อของพวกเราเคยทำมา

มาลาคี 3:4 แล้วเครื่องบูชาของยูดาห์และเยรูซาเล็มจะเป็นที่พอพระทัยพระเยโฮวาห์ ดังสมัยก่อนและดังในปีที่ล่วงแล้วมา

อพยพ 35 / Exodus 35

ทรงบัญชาให้ประชากรถวายด้วยความเต็มใจ
35:4
และโมเสสได้พูดกับชุมนุมชนแห่งชนชาติอิสราเอลทั้งหมดว่า “นี่เป็นสิ่งซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงบัญชาว่า


35:5 ท่านทั้งหลายจงนำสิ่งของจากท่ามกลางพวกท่านมาถวายแด่พระเยโฮวาห์ ผู้ใดก็ตามที่มีความเต็มใจจงให้ผู้นั้นนำสิ่งของนั้นมาถวายแด่พระเยโฮวาห์ คือทองคำ เงินและทองเหลือง


35:21 และพวกเขาได้เข้ามา คือทุกคนที่มีใจปรารถนา และทุกคนที่เต็มใจถวาย พวกเขาก็นำสิ่งของมาถวายแด่พระเยโฮวาห์สำหรับงานสร้างพลับพลาแห่งชุมนุมชน และสำหรับการปรนนิบัติทั้งหลายและสำหรับบรรดาเครื่องยศบริสุทธิ์

35:22
และพวกเขาได้เข้ามาทั้งชายและหญิง คือทุกคนที่เต็มใจถวาย ได้นำบรรดากำไลมือ ตุ้มหู แหวนและลูกปัดทั้งหลายเป็นเครื่องทองคำที่ประดับด้วยเพชรพลอยทั้งนั้น และทุกคนที่ถวายสิ่งของใดๆ ก็ถวายสิ่งของที่ทำด้วยทองคำแด่พระเยโฮวาห์

36:6
และโมเสสจึงได้มีคำสั่งไว้และพวกเขาได้ประกาศคำสั่งนั้นไปทั่วค่ายว่า “อย่าให้ชายหรือหญิงนำสิ่งของสำหรับสร้างสถานบริสุทธิ์มาถวายอีกเลย” ดังนั้นประชากรได้ยับยั้งจากการนำสิ่งของมาถวาย

36:7
เพราะสิ่งของที่เขามีอยู่แล้วก็พอสำหรับบรรดางานสร้างทั้งปวงนั้น และยังมีเหลืออีก

รู้มั๊ยคะ พวกเขาได้เงินทองเยอะแยะนี่มาจากไหน....เขาได้มาจากอียิปต์ค่ะ

....มีเงินทองมากมายบนโลกนี้ ...และพระเจ้าต้องการผ่องถ่ายเงินทองเหล่านี้มาสู่อาณาจักรของพระองค์..... คือเอามาไว้ให้อยู่ในมือของคนของพระองค์ คือพวกเรา....เพื่อทำพันธกิจของพระองค์ โดยเฉพาะในยุคสุดท้ายของสุดท้ายที่เรากำลังอยู่นี้ค่ะ

...... พี่น้องอยากทำงานตรงนี้เพื่อพระองค์มั๊ยคะ .....พระเจ้าต้องการให้เรามีอย่างมากมายเพื่อถวายเข้าอาณาจักรของพระองค์อย่างเหลือล้น เหมือนใน พระธรรม อพยพ 35, 36 (ตามข้อข้างบนนี้ค่ะ)

2 พงศ์กษัตริย์12 / 2Kings 12

12:4 เยโฮอาชตรัสกับพวกปุโรหิตว่า “เงินอันเป็นของถวายที่บริสุทธิ์ทั้งสิ้นซึ่งเขานำมาในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์ เงินที่เรียกจากรายบุคคลคือเงินที่กำหนดให้เสียตามรายบุคคล และบรรดาเงินซึ่งประชาชนถวายด้วยความสมัครใจที่จะนำมาไว้ในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์

12:5 ให้ปุโรหิตรับเงินนั้นจากหมู่คนที่รู้จักกัน ให้เขาซ่อมพระนิเวศตรงที่ที่เขาเห็นว่าต้องการซ่อมแซม”

12:9
แล้วเยโฮยาดาปุโรหิตนำหีบมาใบหนึ่งเจาะรู ๆ หนึ่งที่ฝาหีบนั้น และตั้งไว้ที่ข้าง ๆแท่นบูชาด้านขวาเมื่อเข้าไปในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์ และพวกปุโรหิตผู้ที่เฝ้าอยู่ที่ธรณีประตูก็นำเงินทั้งหมดซึ่งเขานำมาในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์ใส่ไว้ในหีบนั้น

12:10
และเมื่อเขาเห็นว่ามีเงินในหีบมากแล้วราชเลขาของกษัตริย์และมหาปุโรหิตมานับเงิน และเอาเงินที่เขาพบในพระนิเวศของพระเยโฮวาห์นั้นใส่ถุงมัดไว้

12:11
แล้วเขาจะมอบเงินที่ชั่งออกแล้วนั้นใส่มือของคนงานผู้ดูแลพระนิเวศของพระเยโฮวาห์ แล้วเขาจะจ่ายต่อให้แก่ช่างไม้และช่างก่อสร้าง ผู้ทำงานพระนิเวศของพระเยโฮวาห์

พระธรรมมาลาคี พูดถึงยุคเราค่ะ

มาลาคี 3

3:4 แล้วเครื่องบูชาของยูดาห์และเยรูซาเล็มจะเป็นที่พอพระทัยพระเยโฮวาห์ ดังสมัยก่อนและดังในปีที่ล่วงแล้วมา

สิบลดที่เราถวาย คือเครื่องบูชาที่พอพระทัยพระเจ้า...ดังสมัยก่อนและดังในปีที่ล่วงแล้วมา ตามข้อพระคำภีร์ในอพยพ 35, 36และ 2 พงศ์กษัตริย์12 ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น

พระเจ้าบอกว่า....จงลองดูเราในเรื่องนี้ว่าเราจะเปิดบรรดาช่องฟ้าสวรรค์ให้เจ้า และเทพรอย่างล้นไหลมาให้เจ้าหรือไม่

*****แต่คริสเตียนจำนวนมาก.....ยังยากจน..... เพราะต้องคำสาป คือ เพราะเขากักส่วนของพระเจ้าไว้กับตัวเอง …หรือบางคน ไม่ได้จนเงินทองแต่จนสุขภาพ จนของประทาน จนการเติบโตฝ่ายวิญญาณ...จนผลของพระวิญญษณ.......คือรับเชื่อมานาน แต่ก็ยังไปไม่ถึงไหน ทั้งๆที่ควรจะไปได้ไกลแล้ว....ควรจะบังเกิดผลทำพันธกิจของพระองค์ตามที่ทรงบัญชาไว้ ( มัทธิว 28: 19-20)....เพื่อให้เป็นพอพระทัยของพระเจ้าได้แล้ว....

พระองค์บอกว่า...ถ้าท่านนำส่วนของพระองค์ถวายคืนสู่คลังของพระองค์ พระองค์ก็จะบรรดาช่องฟ้าสวรรค์ให้เจ้า และเทพรมาให้อย่างล้นเหลือมาให้....ไม่เพียงแต่จะยังผลดีต่อด้านการเงินของท่านด้วยแต่จะรวมถึงการประกาศข่าวประเสริฐของท่านและท่านจะได้รับการเจิมมากขึ้นจากพระองค์ด้วย ดังตัวอย่างข้างล่างนี้

อพยพ 35 / Exodus 35

35:30 และโมเสสได้พูดกับชนชาติอิสราเอลว่า “จงดู พระเยโฮวาห์ได้ทรงเรียกเบซาเลลตามชื่อผู้เป็นบุตรชายของอุรี ผู้เป็นบุตรชายของเฮอร์แห่งเผ่ายูดาห์

35:31
และพระองค์ได้ทรงให้เขาเต็มล้นด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าในสติปัญญา ในความเข้าใจและในความรู้ และในงานแห่งฝีมือช่างทุกอย่าง

35:32
และเพื่อจะได้คิดออกแบบอย่างประณีตเพื่อทำงานในเครื่องทองคำ ในเครื่องเงิน และในเครื่องทองเหลือง

***** การถวายแด่พระเจ้าทำให้ท่านมีฤทธิ์เดชมากขึ้นในการต่อสู้ฝ่ายวิญญาณด้วยค่ะ...

อพยพ 22 / Exodus 22

22:29 เจ้าอย่าชักช้าที่จะนำผลแรกแห่งพืชผลและน้ำผลไม้ของเจ้ามาถวาย เจ้าจงถวายบุตรชายหัวปีของเจ้าให้แก่เรา

****เยรีโค คือผลแรกที่ตีเมืองได้ ที่ต้องถวายพระเจ้า

โยชูวา 6 / Joshua 6

6:19 แต่บรรดาเงินและทองคำ และเครื่องใช้ที่ทำด้วยทองเหลืองและเหล็กเป็นของถวายแด่พระเยโฮวาห์ จงนำของเหล่านั้นเข้าไปไว้ในคลังของพระเยโฮวาห์”

7:11
คนอิสราเอลได้กระทำบาป และเขาทั้งหลายได้ละเมิดพันธสัญญาของเราซึ่งเราได้บัญชาพวกเขาไว้ ด้วยว่าเขาทั้งหลายได้เอาสิ่งของที่ถูกสาปแช่งบางส่วนไปเป็นของตน และพวกเขาได้ขโมยและอำพรางด้วย และเขาทั้งหลายได้เอาของเหล่านั้นรวมไว้กับสิ่งของของตน

7:12
เพราะฉะนั้น ชนชาติอิสราเอลจึงไม่สามารถยืนหยัดต่อหน้าบรรดาศัตรูของเขาทั้งหลายได้ แต่พวกเขาได้หันหลังหนีต่อหน้าบรรดาศัตรูของตนเพราะว่าเขาทั้งหลายถูกสาปแช่งแล้ว ทั้งเราจะไม่อยู่กับเจ้าทั้งหลายอีกต่อไป เว้นแต่พวกเจ้าจะทำลายผู้ที่ถูกสาปแช่งนั้นจากท่ามกลางเจ้าทั้งหลายเสีย

***
ชนชาติอิสราเอลจึงไม่สามารถยืนหยัดต่อหน้าบรรดาศัตรูของเขาทั้งหลายได้ แต่พวกเขาได้หันหลังหนีต่อหน้าบรรดาศัตรูของตนเพราะว่าเขาทั้งหลายถูกสาปแช่งแล้ว…คนอิสราเอลได้กระทำบาป และเขาทั้งหลายได้ละเมิดพันธสัญญาของเราซึ่งเราได้บัญชาพวกเขาไว้ ด้วยว่าเขาทั้งหลายได้เอาสิ่งของที่ถูกสาปแช่งบางส่วนไปเป็นของตน และพวกเขาได้ขโมยและอำพรางด้วย และเขาทั้งหลายได้เอาของเหล่านั้นรวมไว้กับสิ่งของของตน

มาลาคี 3:7 ….เจ้าจงกลับมาหาเราและเราจะกลับมาหาเจ้าทั้งหลาย

เอเมน!!!!!








Create Date : 25 ธันวาคม 2560
Last Update : 25 ธันวาคม 2560 21:25:15 น.
Counter : 114 Pageviews.

0 comment
เวลาของพระเจ้าใกล้มาถึงแล้ว


วิวรณ์ 22 / Revelation 22

22:12 “ดูเถิด เราจะมาโดยเร็ว และจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย เพื่อตอบแทนการกระทำของทุกคน


22:12 And, behold, I come quickly; and my reward is with me, to give every man according as his work shall be.

22:13 เราคืออัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและเป็นอวสาน เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย”

22:13 I am Alpha and Omega, the beginning and the end, the first and the last.

ข่าวประเสริฐ ..เรื่องอาณาจักรของพระเจ้า

พระเยซูคริสต์เจ้าจะเสด็จกลับมายังโลกนี้อีกครั้ง นี่คือพระสัญญาของพระองค์เมื่อครั้งพระองค์ทรงพระชนม์อยู่บนโลกนี้ เมื่อสองพันปีที่แล้ว (อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลยท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรา มีคฤหาสน์หลายแห่งถ้าไม่มี เราคงได้บอกท่านแล้ว เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลายเราจะกลับมาอีก รับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหน ท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วยยอห์น 14:1-3) ……เราอาจมีความคิดว่าจะรู้แท้ได้อย่างไรว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอย่างแน่นอนขอท่านทั้งหลายจงได้อ่านคำพยากรณ์ทั้งปวงที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสไว้โดยพระองค์เองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับมาจงใคร่ครวญข้อพระคำต่างๆอย่างระมัดระวังเพื่อท่านจะสามารถเปรียบเทียบกับสถานการณ์ต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในโลกปัจจุบันณ ช่วงเวลานี้ จะเป็นที่พิสูจน์ว่า พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาในช่วงชีวิตของเรา

1. การทำลายพระวิหาร

เมื่อพระเยซูเสด็จออกจากพระวิหารมีสาวกของพระองค์คนหนึ่งชวนให้พระองค์ชมอาคารต่างๆบริเวณพระวิหาร ทูลพระองค์ว่า “พระอาจารย์เจ้าข้าดูเถิด ศิลและตึกเหล่านี้ใหญ่จริง” พระองค์จึงตรัสแก่เหล่าสาวกนั้นว่า “ท่านเห็นตึกใหญ่เหล่านี้หรือเราบอกความจริงแก่ท่านว่า ศิลที่ซ้อนทับกันอยู่ที่นี่จะไม่เหลือทับซ้อนกันสักก้อนเดียว ทุกก้อนจะถูกโยนทิ้งลงมาหมด” (มาะโก13 :1-2,มัทธิว 24:1-2, ลูกา 21:5-6)

การนี้ ได้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้วดังที่ตรัสไว้ทุกๆตัวอักษร ในครสต์ศักราช ที่ 70

2.      2. หมายสำคัญของการเสด็จกลับมา

เมื่อพระองค์ประทับบนภูเขามะกอกเทศพวกสาวกมาเฝ้าพระองค์ส่วนตัว กราบทูลว่า “ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบว่าเหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อไรสิ่งไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมา และวาระสุดท้ายของโลกนี้” (มัทธิว24:3,,มาระโก 13:3-4, ลูกา 21:7)

3.     3. การเพิ่มจำนวนขึ้นของผู้กระทำการหลอกลวง

พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ระวังให้ดีอย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่าจะมีหลายคนมาต่างอ้างนามของเรา กล่าวว่า ‘เราเป็นพระคริสต์’และ ‘เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว’ เขาจะล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไปอย่าตามเขาไปเลย (มัทธิว 24 :4-5, มาระโก 13 :5-6, ลูกา 21:8)

4.      4. การสางครามและข่าวลือเรื่องสงคราม

ท่านทั้งหลายจะได้ยินถึงเรื่องสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย ด้วยว่าบรรดาสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องบังเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยังไม่มาถึง (มัทธิว 24:6 , มาระโก 13:7 , ลูกา21: 9)

5.      5. สงครามระหว่างประชาชาติ/ แผ่นดินไหว/ การกันดารอาหาร/ โรคระบาด

เพราะประชาชาติจะลุกขึ้นต่อสู้ประชาชาติราชอาณาจักรต่อสู้ราชอาณาจักร จะเกิดแผ่นดินไหวในที่ต่างๆทั้งจะเกิดการกันดารอาหารและโรคระบาดอย่างร้ายแรง และจะมีความวิบัติอย่างน่ากลัวและหมายสำคัญใหญ่ๆจากฟ้าสวรรค์ (มัทธิว 24:7 , มาระโก 13:8, ลูกา 21 : 10-11)

6.    6.  เหตุการณ์ทั้งปวงนี้เกิดขึ้นเป็นขั้นแรกแห่งความทุกข์ลำบาก (มัทธิว 24:8, มาระโก 13:8)

7.     7.  การข่มเหงผู้ติดตามพระเยซูคริสต์

แต่ก่อนเหตุการณืเหล่านี้เขาจะจับท่านทั้งหลายให้ทนทุกข์ลำบากและจะฆ่าท่านเสียและอายัดท่านไว้แก่ธรรมศาลาและแก่คุก และพาท่านไปต่อหน้ากษัตริย์และเจ้าเมืองเพราะท่านเห็นแก่นามของเรา การนั้นจะเกิดแก่ท่าน เพื่อท่านจะได้เป็นพยาน (มัทธิว24:9 , มาระโก13:9, ลูกา21:12-13)

8.      8. แต่ว่าเมื่อเขาจะนำท่านมามอบไว้นั้นอย่าเป็นกังวลก่อนว่าจะพูดอะไรดี และอย่าใคร่ครวญตรองล่วงหน้าเลยแต่จงพูดตามซึ่งทรงโปรดให้ท่านพูดในเวลานั้นเพราะว่าผู้ที่พูดนั้นไม่ใช่ตัวท่านเอง แต่เป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยว่าจะให้ปากและปัญญาแก่ท่านซึ่งศัตรูทั้งหลายของท่านจะต่อต้านและคัดค้านไม่ได้ (มาระโก 13:11, ลูกา 21:14-15)

9.      9. การทรยศภายในครอบครัว

แม้ว่าพี่ก็จะทรยศน้องให้ถึงแก่ความตาย พ่อก็จะมอบลูก และลูกก็จะทรยศต่อพ่อแม่ให้ถึงแก่ความตายท่านจะถูกคนทั้งปวงเกลียดชังเพราะเห็นแก่นามของเราแต่ผู้ที่ทนได้จนถึงที่สุดคนนั้นจะรอด (มัทธิว 24: 9-10) แม้แต่บิดามารดาญาติพี่น้องและมิตรสหายจะทรยศท่าน และพวกเขาจะฆ่าบางคนในพวกท่านเสียคนทั้งปวงเกลียดชังเพราะเห็นแก่นามของเราแต่ผมของท่านสักเส้นหนึ่งจะเสียไปก็หามิได้ ท่านจะได้ชีวิตรอดโดยความอดทนของท่าน (ลูกา21:16-19,มารโก 13: 12-13)

10. 10. ความรักกลายเป็นความเยือกเย็น

ความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความช่าวช้าจะแผ่ขยายออกไปแต่ผู้ที่ทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด (มัทธิว 24:12-13)

11. 11. ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้ จะประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติและแล้วที่สุดปลายจะมาถึง (มัทธิว 24:14, มาระโก 13:10)

12. 12. ความน่าเกลียดน่าชังของความวิบัติในเยรูซาเล็ม

เมื่อท่านเห็นกองทัพทั้งหลายมาตั้งล้อมรอบกรุงเยรูซาเล็มเมื่อนั้นจงรู้ว่าวิบัติของกรุงนั้นก็ใกล้เข้ามาแล้ว (ลูกา 21:20)เหตุฉะนั้นเมื่อท่านทั้งหลาย เห็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งกระทำให้เกิดการรกร้างว่างเปล่าที่ดาเนียลศาสดาพยากรณ์ได้กล่าวถึงนั้นตั้งอยู่ในสถานบริสุทธิ์(ผู้ใดก็ตามที่ได้อ่านก็ให้ผู้นั้นเข้าใจเอาเถิด)เวลานั้นให้ผู้ที่อยู่ในแคว้นยูเดียหนีไปยังภูเขาทั้งหลายผู้ที่อยู่บนดาดฟ้าหลังคาบ้าน อย่าได้ลงมาเก็บข้าวของใดๆออกจากบ้านของตนผู้ที่อยู่ตามทุ่งนา อย่าได้กลับไปเอาเสื้อผ้าของตน (มัทธิว 24:15-18, มาระโก13:14-16, ลูกา 17:31 และ 21:21) แต่ในวันเหล่านั้นวิบัติจะเกิดขึ้นแก่หญิงที่มีครรภ์หรือหญิงที่มีลูกอ่อนกินนมอยู่จงอธิษฐานขอเพื่อการที่ท่านต้องหนีนั้น จะไม่ตกในฤดูหนาวหรือในวันสะบาโต (มัทธิว24:19-20, มาระโก13:17-18, ลูกา 21: 23) และพวกเขาจะล้มลงด้วยคมดาบและต้องถูกกวาดเอาไปเป็นเชลยทั่วทุกประชาชาติและคนต่างชาติจะเหยียบย่ำกรุงเยรูซาเล็มจนกว่าเวลากำหนดของคนต่างชาตินั้นจะครบถ้วน (ลูกา 21:24)

13. 13. เวลาแห่งความทุกข์ลำบากของยากอบ

(เยเรมีย์ 30 : 6-7)

ด้วยว่าคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่งอย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้และจะไม่มีต่อไปอีกเลย และถ้ามิได้ทรงให้วันเวลาเหล่านั้นย่นสั้นเข้าจะไม่มีเนื้อหนังใดๆรอดได้เลย แต่เพราะทรงเห็นแก่ผู้ที่เลือกสรรไว้จึงทรงให้วันเวลาเหล่านั้นย่นสั้นเข้า (มัทธิว 24:21-22, มาระโก 13:19-20, ลูกา 21:23) เพราะว่าวันเวลานั้นเปผ้นวันแห่งการแก้แค้นเพื่อจะให้สิ่งสารพัดที่เขียนไว้นั้นสำเร็จ(ลูกา 21:22)

14.  14.พระคริสต์เทียมเท็จและผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จ ในเวลานั้นถ้าผู้ใดจะบอกพวกท่านว่า “ดูเถิดพระคริสต์อยู่ที่นี่”หรือ “อยู่ที่โน่น”อย่าได้เชื่อเลย ด้วยว่ามีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้พยากรณ์เทียมเท็จเกิดขึ้นหลายคนและจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้ผู้ที่ทรงเลือกสรรให้หลง ดูเถิดเราได้บอกท่านทั้งหลายไว้ก่อนแล้ว (มัทธิว 24 :23-24, ,มาระโก 13:21-23) เหตุฉะนั้น ถ้าใครจะบอกท่านทั้งหลายว่า‘ดูเถิดท่านผู้นั้นอยู่ในถิ่นทุรกันดาร’ก็จงอย่าไป หรือว่า ‘ดูเถิดอยู่ที่ห้องลับ’ก็จงอย่าเชื่อ ด้วยว่าฟ้าแลบจากทิศตะวันออกฉันใดการเสด็จมาของบุครมนุษย์ก็จะเป็นฉันนั้น (มัทธิว 24: 26-27, ลูกา 17: 23-24)

15.  15.หมายสำคัญในฟ้าสวรรค์

แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเวลาเหล่านั้นแล้วดวงอาทิตย์จะมืดไปและดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้าและบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านไป (มัทธิว 24:29, มาระโก13: 24-25, ลูกา21:25)และบนแผ่นดินก็จะมีความทุกข์ร้อนตามชาติต่างๆ ซึ่งมีความพิศวงงงงวยเพราะเสียงกึกก้องของทะเลและคลื่น เพราะสังหรณ์ถึงเหตุการณ์ซึ่งจะบังเกิดในโลกด้วยว่าบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านไป (ลูกา 21:25-26)

16.  16. เมื่อนั้นหมายสำคัญแห่งบุตรมนุษย์ จะปรากฎขึ้นในท้องฟ้า ‘มนุษย์ทุกตระกูลทั่วโลกจะไว้ทุกข์’ และเขาจะเห็น ‘บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า’พร้อมด้วยฤทธานุภาพและสง่าราศีเป็นอันมากพระองค์จะทรงใช้เหล่าฑูตสวรรค์ของพระองค์มาด่วยเสียงแตรอันดังยิ่งนักให้รวบรวมคนทั้งปวงที่พระองค์เลือกสรรไว้แล้วจากลมทั้งสี่ทิศนั้นตั้งแต่ที่สุดฟ้าข้างนี้จนถึงที่สุดฟ้าข้างโน้น (มัทธิว 24: 30-31, ,มาระโก 13:26-27, ลูกา 21:27)

17.  17. เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มบังเกิดขึ้นนั้น จงยืดตัวและผงกศีรษะขึ้น ด้วยการไถ่ ใกล้มาถึงแล้ว (ลูกา 21: 28)

18.  18. บัดนี้จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อ เมื่อกิ่งก้านยังอ่อน และแตกใบท่านก็รู้ว่าฤดูร้อนใกล้มาถึงแล้ว เช่นนั้นแหละเมื่อท่านทั้งหลายเห็นสิ่งทั้งปวงนี้ ก็ให้รู้เถิดว่าอาณาจักรของพระเจ้ามาใกล้ถึงประตูแล้ว (มัทธิว 24:32-33, มาระโก 13:28-29, ลูกา 21: 29-31) แต่วันนั้นโมงนั้นไม่มีใครรู้ ถึงบรรดาฑูตสววรค์หรือพระบุตรก็ไม่รู้พระบิดาเท่านั้นที่ทรงทราบ (มัทธิว 24: 36, มาระโก 13:32)

19.  19. ด้วยสมัยของโนอาห์เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด์จมาก็จะเป็นอย่างนั้นเพราะว่าเมื่อก่อนวันน้ำท่วมนั้น คนทั้งหลายได้กินและดื่มกันและทำการสมรสและยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนถึงวันที่โนอาร์เข้าในนาวาและน้ำท่วมได้มากวาดเอาพวกเขาไปสิ้น โดยไม่ทันรู้ตัวฉันใดเมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นฉันนั้นด้วย (มัทธิว 24: 37-39 , ลูกา 17:26-27)

20. 20. ในสมัยของโลทก็เหมือนกันเขาได้กินดื่ม ซื้อขาย หว่านปลูก ก่อสร้าง แต่ในวันที่โลทออกไปจากเมืองโสโดมไฟและกำมะถัน ได้ตกจากฟ้ามาเผาผลาญเขาเสียทั้งสิ้น ในวันที่บุตรมนุษย์จะมาปรากฎก็เหมือนอย่างนั้น(ลูกา 17:28-30)

21. 21.  จงระลึกถึงภรรยาของโลทนั้นเถิด ผู้ใดดิ้นรนเอาชีวิตของตนรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดที่พลีชีวิต ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด(ลูกา 17: 32-33)

22.22.  เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในคืนวันนั้นจะมีชายสองคนในที่นอนอันเดียวกันจะทรงรับคนหนึ่ง จะทรงละคนหนึ่ง ผู้หญิงสองคนจะโม่แป้งด้วยกัน จะทรงรับคนหนึ่งจะทรงละคนหนึ่ง ชายสองคนจะอยู่ในทุ่งนา จะทรงรับคนหนึ่ง จะทรงละคนหนึ่ง (มัทธิว 24:40-41, มาระโก 17: 34-36) เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า“จะเกิดขึ้นที่ไหนพระองค์เจ้าข้า”พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ซากศพอยู่ที่ไหนฝูงนกอินทรีจะตอมกันอยู่ที่นั่น”(มัทธิว 24: 28, ลูกา17:37)

23.23.  จงเฝ้าระวังอยู่และคร่ำเคร่งอธิษฐาน

ด้วยว่าบุตรมนุษย์เปรียบเหมือนเจ้าของบ้านคนหนึ่งที่ออกจากบ้านไปทางไกลมอบสิทธิอำนาจให้แก่พวกผู้รับใช้ของเขาชและให้รู้การงานของตนว่ามีหน้าที่อะไรและได้สั่งนายประตูให้เฝ้าบ้านอยู่เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังไว้เพราะท่านไม่รู้ว่าพระเจ้า –ผู้เป็นเจ้านายของท่านจะมาเมื่อไร จะมาเวลาค่ำ หรือเที่ยงคืน หรือเวลาไก่ขันหรือรุ่งเช้า กลัวว่าจะมาฉับพลันและจะพบท่านนอนหลับอยู่ (มาระโก 13:34-36)

24.  24.จงจำไว้อย่างนี้เถิดว่า ถ้าเจ้าของบ้านล่วงรู้ได้ว่าขโมยจะมายามใดเขาก็จะเฝ้าระวัง และไม่ยอมให้ทะวงเรือนของเขาได้เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงเตรียมพร้อมไว้เช่นกันเพราะในโมงที่ท่านไม่คิดไม่ฝันนั้นบุตรมนุษย์จะเสด็จมา (มัทธิว 24:43-44)

25. 25. จงระวัง! จงตื่นตัว! ท่านไม่รู้ว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อใดมิฉะนั้นใจของท่านจะจมอยู่กับความสนุกบรรเทิงฝ่ายโลก การเมามายและความวิตกกังวลต่างๆในชีวิต จงระวังให้ดีและเฝ้าอธิษฐานอยู่ เพราะวาระนั้นจะมาถึงตัวท่านอย่างไม่คาดคิดเหมือนกับดัก วันนั้นจะมาถึงคนทั้งปวงที่อยู่ทั่วพื้นแผ่นดินโลก(มาระโก 13:33, ลูกา21: 34-35)

26.  26. เหตุฉะนั้นจงเฝ้าระวังและอธิษฐานอยู่ทุกเวลา เพื่อท่านทั้งหลายสมควรที่จะรอดพ้นเหตุการณ์ทั้งปวงที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อท่านจะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าบุตรมนุษย์ได้ (ลูกา 21:36)

27.  27. เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปจนกว่าสิ่งทั้งปวงนี้จะสำเร็จฟ้าและดินจะล่วงไป แต่คำของเราจะสูญหายไป หามิได้เลย (มัทธิว 24: 34-35, มาระโก 13:30-31, ลูกา 21: 32-33)

พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ผู้ประทับผู้เหนือบัลลังก์แห่งพระสิริ

พระเยซูคริสต์เจ้าจะเสด็จกลับมาในเร็วๆนี้ด้วยฤทธานุภาพและพระเกียรติสิริ

พร้อมกับเหล่าฑูตสวรรค์และธรรมิชนผู้บริสุทธ์ของพระองค์


“จงยำเกรงพระเจ้า และถวายเกียรติแด่พระองค์เพราะถึงเวลาที่พระองค์จะพิพากษาแล้ว

จงนมัสการพระองค์ ผู้ทรงได้สร้างฟ้าสวรรค์แผ่นดินโลก ทะเลและน้ำพุทั้งหลาย ” วิวรณ์ 14:7


ในอีกไม่ช้า เวลานั้นจะมาถึงอย่างแน่นอน

อาณาจักรแห่งสวรรค์ ได้ใกล้เข้ามาแล้ว

จงกลับใจเสียใหม่และเชื่อในข่าวประเสริฐนี้ของพระเจ้า

เตรียมตัวให้พร้อมที่จะพบกับพระผู้เป็นเจ้าของท่าน!!


เรียบเรียงโดย Sadhu Sundar




Create Date : 10 ธันวาคม 2560
Last Update : 24 ธันวาคม 2560 21:46:29 น.
Counter : 204 Pageviews.

0 comment
พระเจ้าต้องการให้คริสเตียนร่ำรวย


 พระเยซูมาเกิดเป็นคนยากจน เพื่อให้ฉันร่ำรวย

2 Corinthians 8:9 เพราะท่านทั้งหลายรู้จักพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราว่า แม้พระองค์มั่งคั่ง พระองค์ก็ยังทรงยอมเป็นคนยากจน เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายเพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนมั่งมี เนื่องจากความยากจนของพระองค์

 พระเจ้า ต้องการให้ทุกคนที่เชื่อในพระองค์มีความมั่งคั่ง

 แต่....ทำไมคริสเตียนจำนวนมากยังยากจน???

 ทำไมคริสเตียนส่วนใหญ่จึงไม่ร่ำรวย???

 ก็เพราะว่า  ส่วนใหญ่ ในโบสถ์เขาไม่สอนเรื่องนี้กันน่ะซิ

 ทุกสิ่งที่เราได้รับจากพระเจ้า เราได้รับเนื่องมาจากความเชื่อ ถ้าเราไม่เชื่อ เราก็จะไม่ได้สิ่งนั้น

 เช่นเดียวกับ เรื่องที่พระเยซูมาไถ่ชีวิตมนุษย์แล้วตั้งแต่ 2017 ปีที่แล้ว แต่ตั้งแต่นั้นมา ก็ยังมีคนตายไป และตกนรกอยู่ทุกวัน  ผู้คนจะไม่ได้รับความรอดเลย ถ้าไม่เคยได้ยินเรื่องการไถ่บาปของพระเยซู และเชื่อ

 แทนที่เขาจะสอนว่าความมั่งคั่ง คือสิ่งที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้ผู้ที่เชื่อใพระองค์ .....เขากลับสอนว่าเป็นน้ำพระทัยพระเจ้าที่ให้คริสเตียนยากจน

 พวกเราจำเป็นที่จะต้องได้ยินคำสอนที่ว่า เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าที่ให้คริสเตียนมีชีวิตที่มั่งคั่ง ครบถ้วนบริบูรณ์ทุกอย่าง ได้และมีทุกอย่างพร้อมอย่างล้นเหลือ เพื่อจะได้สามารถแจกจ่ายออกไปด้วยใจกว้างขวาง....เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าที่จะปลดปล่อยคริสเตียนจากความยากจนและความขัดสน

 ฮาเลลูยา!!!

 ไม่ได้หมายความว่า ความมั่งคั่งจะทำให้คุณดีกว่าคนอื่น หรือเป็นหมายสำคัญแห่งความเชื่อของคุณ....แต่เพียงจะบอกคุณว่า ความยากจน และความขัดสน เป็นส่วนหนึ่งของความบาปที่พระเยซูได้ไถ่คุณออกมาแล้ว

 ความมั่งคั่งในพระเจ้า คือความเจริญรุ่งเรือง ที่ค่อยๆบังเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ ตามขนาดของความเชื่อและการดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังอย่างต่อเนื่อง  (และสิ่งนี้จะไม่ทำร้ายคุณเหมือนอย่างกับการถูกล๊อตเตอรี่ หรือ การมั่งคั่งแบบฉับพลันอื่นๆ)

 ความจริงคือ....พระเยซูมาเกิดเป็นคนยากจน เพื่อปลดปล่อยคุณจากความยากจน และเพื่อทำให้คุณมีความมั่งคั่ง

 จงพูดว่า..."พระเยซูมาเกิดเป็นคนยากจน เพื่อให้ฉันร่ำรวย เอเมน"



Create Date : 03 มกราคม 2560
Last Update : 3 มกราคม 2560 12:23:11 น.
Counter : 1162 Pageviews.

1 comment
คำอธิษฐานเพื่อชัยชนะ



สาธุการแด่พระบิดาเจ้า พระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ข้าพระองค์ยอมจำนนอยู่ภายใต้พระราชอำนาจและฤทธิ์เดชของพระองค์ ข้าพระองค์รับเอาอำนาจและพระคุณทั้งสิ้นที่พระองค์ทรงประทานให้ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ และโดยความเชื่อ…ข้าพระองค์รับเอาพระสัญญาของพระองค์ที่ได้บันทึกไว้ในอิสยาห์ 54:17 ว่า “ไม่มีอาวุธใดที่สร้างเพื่อต่อสู้เจ้าจะจำเริญได้ และเจ้าจะปรับโทษลิ้นทุกลิ้นที่ลุกขึ้นต่อสู้เจ้าในการพิพากษา นี่เป็นมรดกของบรรดาผู้รับใช้ของพระเยโฮวาห์ และความชอบธรรมของเขามาจากเรา”

ข้าพระองค์อธิษฐานขอพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์มีกำลังที่เข้มแข็ง ด้วยว่าจิตใจของข้าพระองค์มอบถวายแด่พระองค์แล้วทั้งหมดทั้งสิ้น (2 พงศาวดาร 16:9)
ข้าพระองค์ขอวิงวอนเพื่ออธิษฐานทูลขอและขอบพระคุณพระองค์เพื่อคนทั้งปวง เพื่อกษัตริย์ ผู้นำประเทศและผู้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมืองทั้งหลาย เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะได้ดำเนินชีวิตอย่างสงบสุขในทางที่เป็นตามแบบอย่างของพระเจ้าและเป็นไปอย่างซื่อสัตย์ (1 ทิโมธี 2:1-2)

ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ ด้วยว่าพระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของข้าพระองค์และป้อมปราการของข้าพระองค์ เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ผู้ที่ข้าพระองค์ไว้วางใจ (สดด.91:2) ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์เป็นโล่และเป็นดั้งของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพระองค์จะไม่ต้องกลัวความสยดสยองในกลางคืน หรือกลัวลูกธนูที่ปลิวไปในกลางวัน (สดด.91:4-5) ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์จะรับสั่งเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์ในเรื่องข้าพระองค์ ให้ระแวดระวังข้าพระองค์ในทางทั้งปวงของข้าพระองค์เสมอ (สดด.91:11)

ข้าพระองค์รักพระองค์ และข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงปกป้องข้าพระองค์จากภยันตรายทั้งปวง ช่วยกอบกู้ข้าพระองค์ และทรงสถิตอยู่ด้วยกับข้าพระองค์เสมอในยามยากลำบาก (สดด.91:15)

ข้าพระองค์เชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าพระองค์ผู้สถิตอยู่ในข้าพระองค์นั้นยิ่งใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก(ซาตาน) (1 ยอห์น 4:4)

ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์จะทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากยุคปัจจุบันอันชั่วร้าย (กาลาเทีย1:4) ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ได้ทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากอำนาจของความมืด และได้ทรงย้ายข้าพระองค์มาตั้งไว้ในอาณาจักรแห่งพระบุตรที่รักของพระองค์แล้ว (โคโลสี 1:13)

ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพระองค์ได้มีชัยชนะต่อโลกแล้วโดยความเชื่อของข้าพระองค์ที่มีในพระองค์ (1 ยน. 5:4) คือข้าพระองค์เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า(1 ยน. 5:5) ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระวิญญาณของพระเยโฮวาห์จะอยู่กับข้าพระองค์เสมอ คือวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจ วิญญาณแห่งการวินิจฉัยและอานุภาพ วิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงพระเยโฮวาห์ (อสย.11:2)

ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระวิญญาณแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าสถิตอยู่กับข้าพระองค์ เพราะว่าพระเยโฮวาห์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพระองค์ไว้ให้ประกาศข่าวประเสริฐมายังผู้ที่ถ่อมใจ พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพระองค์ให้รักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจ ให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย และบอกการเปิดเรือนจำออกให้แก่ผู้ที่ถูกจองจำ (อสย.61:1) ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพระองค์คือปุโรหิตของพระเยโฮวาห์ เป็นผู้ปรนนิบัติของพระเจ้า (อสย.61:6)

โดยความเชื่อในพระองค์…ข้าพระองค์จึงได้สองส่วนเป็นกรรมสิทธิ์ มีความชื่นบานอยู่เป็นนิตย์ (อสย.61:7) โดยความเชื่อในพระองค์…พระองค์ได้ทรงช่วยจิตวิญญาณของข้าพระองค์ให้ปลอดภัยจากสงครามที่ข้าพระองค์ได้ต่อสู้อยู่นั้น(สดด.55:18) ข้าพระองค์มอบภาระของข้าพระองค์ไว้กับพระเยโฮวาห์ และพระองค์จะทรงค้ำจุนข้าพระองค์เสมอ(สดด.55:22)

ข้าพระองค์ได้สร้างกำแพงและยืนอยู่ในช่องโหว่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์เพื่ออธิษฐานเผื่อคนทั้งปวง(อสค.22:30) ข้าพระองค์แก้พันธนะของความชั่ว ปลดเปลื้องภาระหนัก และปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และหักแอกเสียทุกอัน(อสย.58:6)

ข้าฯสั่งผูกมัดอำนาจชั่วร้ายทั้งสิ้นที่ต่อสู้ข้า และข้าฯปลดปล่อยอำนาจฤทธิ์ทั้งสิ้นแห่งสวรรค์มายังข้า(มธ.18:18)

โดยความเชื่อ… ทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ได้ตั้งค่ายล้อมข้าพระองค์ไว้ และช่วยข้าพระองค์ให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง (สดด.34:7)

ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ ที่พระองค์ทรงประทานตามใจปรารถนาของข้าพระองค์(สดด.20:4) และข้าพระองค์ไม่ขาดแคลนสิ่งใดและไม่ขาดสิ่งดีใดๆเลย (สดด.34:9-10)

ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ ด้วยว่าพระองค์ทรงเป็นความมั่นใจของข้าพระองค์ และพระองค์ทรงรักษาเท้าของข้าพระองค์ให้พ้นจากกับดัก(สภษ.3:26)

ข้าพระองค์ไม่กลัวข่าวร้าย เพราะจิตใจของข้าพระองค์ยึดแน่น วางใจในพระเยโฮวาห์ (สดด.112:7) ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่คนชั่วที่ต่อสู้ข้าพระองค์จะต้องเป็นทุกข์ใจ เขาจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วละลายไป ความปรารถนาของคนชั่วนั้นจะสูญเปล่า (สดด.112:10)

ขอบพระคุณพระองค์ที่ได้ทรงโปรดประทานกำลังแก่ข้าพระองค์ที่จะได้ทรัพย์สมบัติ(พระราชบัญญัติ 8:18) ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ได้ทรงประทานพระพรแห่งความมั่งคั่งแก่ข้าพระองค์ (สภษ. 10:22) ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงอวยพระพรแก่ข้าพระองค์ และขยายเขตแดนของข้าพระองค์ และพระหัตถ์ของพระองค์อยู่กับข้าพระองค์ และพระองค์ทรงรักษาข้าพระองค์ให้พ้นจากเหตุร้าย เพื่อมิให้ข้าพระองค์เจ็บใจปวดกาย (1 พงศาวดาร 4:10) โดยความเชื่อ ทรัพย์ศฤงคารและความมั่งคั่งมีอยู่ในเรือนของข้าพระองค์ (สดด.112:3)

ข้าพเจ้าขออัญเชิญสวรรค์และโลกให้เป็นพยานในวันนี้(พระราชบัญญัติ 30:19)...ว่า ศัตรูของข้าฯจะต้องถูกสาปแช่ง เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ต่อสู้เพื่อข้าพระองค์ดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ ข้าฯคนเดียวจะขับไล่หนึ่งพันคนให้หนีไป (โยชูวา 23:10)...คนเดียวจะไล่พันคน สองคนจะทำให้หมื่นคนหนีได้ (พระราชบัญญัติ 32:30)

โอ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์โปรดทรงใช้อำนาจฤทธิ์เดชแห่งฟ้าสวรรค์เพื่อปกป้องข้าพระองค์ให้รอดพ้นจากศัตรูทั้งมวลของข้าพระองค์ด้วยเถิด

โดยความเชื่อ มีคาเอลเจ้าผู้พิทักษ์ชั้นหัวหน้าจะมาช่วยข้าพเจ้า(ดาเนียล 10:13) ข้าฯขออ้างสิทธิ์ในชัยชนะเหนือการต่อสู้ทุกครั้งที่ซาตานและวิญญาณชั่วใดๆตั้งตนต่อสู้ข้าฯ ด้วยว่าข้าฯเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้ายแล้ว(โยบ 1:8) และเมื่อใดที่ซาตานลุกขึ้นต่อสู้ข้าฯ พระเยโฮวาห์ทรงห้ามซาตาน(เศคาริยาห์ 3:1-2) ข้าฯประณามซาตานและสั่ง “อ้ายซาตาน จงถอยไป เจ้าเป็นเครื่องกีดขวางข้า เพราะเจ้ามิได้คิดตามพระดำริของพระเจ้า แต่ตามความคิดของมนุษย์” (มธ.16:23) ข้าฯขออ้างสิทธิอำนาจ ที่ได้ทรงประทานให้แก่ผู้เชื่อในพระองค์แล้วนั้น คือข้าฯมีอำนาจเหยียบงูร้ายและแมงป่อง และมีอำนาจใหญ่ยิ่งกว่ากำลังศัตรู ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะทำอันตรายแก่ข้าฯได้เลย (ลูกา 10:19) ข้าสั่งให้ซาตานจงต่อสู้กับตนเองและจงแตกแยกกัน (มก. 3:26)

ข้าพระองค์ขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า ที่ซาตานได้พ่ายแพ้แล้ว เพราะ ลูกา 10:18 บันทึกไว้ว่า “เราได้เห็นซาตานตกจากสวรรค์เหมือนฟ้าแลบ” และข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ได้ทรงบดขยี้ซาตานให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของข้าพระองค์แล้ว (โรม 16:20)

ขอพระองค์โปรดทรงเมตตาต่อจิตวิญญาณทั้งหลายที่หลงหายในแผ่นดินโลก....(ใส่ชื่อผู้ที่ต้องการอธิษฐานเผื่อ)....ขอพระองค์โปรดเปิดตาฝ่ายวิญญาณให้พวกเขาได้หันหนีจากความมืดมาสู่ความสว่าง จากอิทธิพลที่ครอบงำโดยซาตานมาอยู่ในความรักและพระเมตตาของพระเจ้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้รับการอภัยในความผิดบาป และให้ได้รับมรดกด้วยกันกับคนทั้งหลายซึ่งถูกแยกตั้งไว้แล้วโดยความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้า (กจ.26:18)

พระบิดาเจ้าข้า ขอพระองค์โปรดประทานความรู้และสติปัญญาให้แก่ข้าพระองค์ เพื่อซาตานจะไม่สามารถล่อลวงข้าพระองค์ได้ ขอพระองค์โปรดประทานความรอบรู้และความเข้าใจในฝ่ายวิญญาณแก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะได้รู้เท่าทันแผนการอันชั่วร้ายหรือกลอุบายของซาตานได้ (2 โครินธ์ 2 :11)

ขอพระวิญญาณแห่งความจริงโปรดทรงเปิดเผยโฉมหน้าของซาตานและผู้รับใช้ของมันให้ได้รู้กันทั่วไป แม้ว่าซาตานนั้นได้ปลอมตัวเป็นทูตแห่งความสว่าง (2 โครินธ์ 11:14)

ทั้งหมดทั้งสิ้นข้าพระองค์ทูลขอพระองค์ในพระนามเหนือนามทั้งปวง ในพระนามของกษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง และในพระนามของจอมเจ้านาย คือพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน




Create Date : 18 ธันวาคม 2556
Last Update : 18 ธันวาคม 2556 16:13:48 น.
Counter : 2705 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog