เปิดโปงที่มาของเทศกาลนอกรีต อีสเตอร์และคริสมาส PAGAN ORIGINS OF EASTER AND CHRISTMAS EXPOSED 1 of 8




Get Rid of Easter! (Pagan origins of Easter and Christmas Exposed) Part 1 of 8



นาทีที่ 0:26 – พวกเราต่างก็มีความทรงจำที่ดีของปีที่แล้วที่พวกเรานั่งรอบโต๊ะในเทศกาลคริสมาส ฉลองการกำเนิดของพระเจ้าร่วมกับคนในครอบครัวที่รักของเรา เพื่อนๆ รวมทั้งฉลองการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ในฤดูใบไม้ผลิในช่วงเวลาของเทศกาลอีสเตอร์

ผมอยากจะแบ่งปันให้กับคุณในวีดีโอนี้ครับ ผลลัพธ์และบทสรุปที่ผมได้ศึกษาค้นคว้าในการเดินทางในความเชื่อของผม ซึ่งพระบิดาได้วางความว่างเปล่าลงในผมมานานหลายปี การโหยหาบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่า บางสิ่งที่ลึกลงไปอีก บางสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระที่มาจากพระองค์ ในแต่ละปีที่ผมเริ่มฉลองเทศกาลคริสมาส ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป มันรู้สึกไม่เหมือนตอนที่ผมโตมา บางที่คุณบางคนก็อาจมีความรู้สึกลึกๆเช่นนี้เหมือนกัน เมื่อผมเริ่มค้นพบข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งผมกำลังจะแสดงให้คุณเห็น ข้อมูลบางอย่างอาจทำให้เกิดความรู้สึกรบกวนในจิตใจคุณได้ เนื่องจากอารมณ์ความรู้สึกและความทรงจำของคุณและความเป็นตัวตนของคุณถูกกระทบอย่างรุนแรง ดังนั้นผมขอหนุนใจคุณครับ – ว่าไม่ต้องกลัวความจริงที่ปรากฏ เพราะในที่สุด ความสัจจริงที่ถูกต้องตรงตามพระคัมภีร์เท่านั้นที่จะให้อิสรภาพแก่คุณ!!!! อย่างที่บอกไว้ก่อนนะครับ จากบรรพบุรุษสู่บรรพบุรุษ ภาพและข้อมูลบางอย่างที่ผมจะแบ่งปันวันนี้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อความรู้สึก คุณอาจต้องจำไว้ในใจว่า ข้อมูลเหล่านี้นั้นใช้เพื่อตรวจสอบชีวิตของเรา รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลความเชื่อที่เรามีมา


นาทีที่ 2:26 – เราจะเริ่มที่คำอ้างอิงของ Barna Group นะครับ กลุ่ม Barna นั้นเป็นกลุ่มสำรวจและตรวจสอบของคริสเตียนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ พวกเขาจะเข้าไปดูในหลายๆสิ่งของคริสเตียน ตั้งแต่คำสอน ความเชื่อ รวมทั้งแนวโน้มความเป็นไปของชาวคริสเตียน นี่คือข้อสรุปจากการตรวจสอบเมื่อเร็วๆนี้


“ปัญหาที่พบในคริสเตียนไม่ใช่เรื่องการขาดความเชื่อ แต่ปัญหาคือพวกเขามีสิ่งที่เขารับเอามาไว้เป็นพื้นฐานในใจแล้วซึ่งเขาคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นคำสอนในพระคัมภีร์ และพวกเขาก็ไม่ได้เปิดพระคัมภีร์ดูเพื่อพิสูจน์ว่าผิดหรือถูก รวมทั้งไม่ได้ศึกษาให้ลึกซึ้งลงไป การตรวจสอบจิตวิญญาณไม่ใช่เรื่องที่ทำกันเป็นธรรมดา ด้วยกลัวว่าผลที่ตามมานั้นอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงวิถีในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าพื้นฐานของสาเหตุจะมีมาอย่างไรก็ตาม... ส่วนสำคัญที่สุดนั้นของผู้นำและชาวคริสต์ทั่วไปนั้นเหมือนกันคือ ความไม่ใส่ใจในการรับรู้และขาดการประเมิน”


นาทีที่ 3:25 – โดยผิวเผินแล้ว พวกเราผู้เชื่อทั้งหลายแทบไม่ใส่ใจว่าความจริงคืออะไร เราไม่สนใจว่าพระยาเวห์ พระองค์จะมองอย่างไรในสิ่งที่พระองค์ปรารถนาต่อเรา เราไม่กล้าที่จะมองตรงจุดเหล่านี้ เพราะกลัวว่าจะเจอสิ่งที่เรารับไม่ได้ และไม่อยากที่จะตัดสินใจในที่สุดเรา เพราะว่าเราต้องการในสิ่งที่เราต้องการ.... เรารู้สึกดีในวิถีเดิมของเราอยู่แล้ว เรารู้สึกดีๆกับกิจกรรมต่างๆทางศาสนา และธรรมเนียมปฏิบัติที่มนุษย์ตั้งขึ้นมาอยู่แล้ว

****ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอย่างไรนะครับ... แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมนั้น ผมต้องการทำให้พระองค์พอพระทัยครับ !!!

***มีเพียง 2 เหตุผลที่เราทั้งหลายมาอยู่บนโลกนี้ คือเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพระนามพระองค์บนแผ่นดินโลก และเพื่อทำให้แน่ใจว่าเรารักพระองค์ด้วยสิ้นสุดหัวใจ สุดกำลัง สุดความคิด และเราต้องการดำเนินไปในทางของพระองค์



นาทีที่ 4:11 – คุณบางคน เมื่อเริ่มดูวีดีโอนี้ ก็เริ่มมีความคิดผุดขึ้นมา และก็จะพูดว่า .. “สิ่งนี้ไม่มีความหมายอะไรกับตัวเรา” ....ครับ..ผมก็เคยมีความคิดเช่นนี้เมื่อหลายปีก่อน พระวิญญาณบริสุทธิ์นั้น พระองค์ทรงอ่อนโยนและตรัสกับผมว่า .. “จิม..มันไม่สำคัญว่าอะไรจะมีความหมายสำหรับเจ้า..เจ้าไม่ใช่ผู้ที่ถูกสักการบูชา เราเองที่เป็นผู้รับการสักการบูชา มันมีความสำคัญว่าเราคิดอย่างไรต่างหาก”!!!!

......โปรดจำไว้ในใจครับว่า...เมื่อเรารับรู้ข้อมูลจากวีดีโอนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นคือเรามีหน้าที่ที่จะต้องปรับตัวปรับชีวิตของเราไปสู่ความจริง ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด ไม่ว่าจะต้องต่อสู้กับอารมณ์ความรู้สึกหรือต้องบอบช้ำเพียงใด เพราะสุดท้าย เมื่อคุณผ่านถิ่นทุรกันดารนั้น มีแผ่นดินแห่งพันธะสัญญารอคุณอยู่ครับ มีพระพรมากมายอันเกิดจากการปฏิบัติตามพระคัมภีร์ในแนวทางของพระคัมภีร์ครับ


นาทีที่ 5:00 – ดังนั้น เรามาเริ่มจากคำพูดของ จอห์น แลวินนะครับ ที่พูดว่า...

“มันเป็นความเชื่อหรือ...ที่ไม่เข้าใจอะไรเลย และเพียงใส่ความเชื่อมั่นของคุณลงไปในคริสตจักร?” เราต้องเข้าใจว่าทำไมเราจึงต้องทำในสิ่งที่เราทำกัน? ...ทำไมจึงเชื่อในสิ่งที่เราเชื่อกัน? ถ้าเราเพียงนมัสการไปอย่างมองไม่เห็นในสิ่งที่เราทำและคิดเพียงว่าเราทำด้วยหัวใจบริสุทธิ์และจริงใจ และพระองค์จะต้องยอมรับทุกสิ่งที่เราถวายที่แท่นบูชา

*****มันก็จะเหมือนกับชาวอิสราเอลโบราณถวายหมูและถวายสัตว์ที่มีตำหนิบนแท่นบูชาเลยล่ะครับ....มันก็เหมือนคาอินถวายผักที่เก็บในสวนของเขา ในเมื่อพระยาเวห์ให้ถวายสัตวบูชาต่อพระองค์ มันไม่สำคัญว่าสิ่งนั้นจะมีความหมายต่อเรา....มันไม่สำคัญว่าเราจะจริงใจแค่ไหน!!!!!!

สิ่งที่สำคัญนั้นคือว่า...พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า..จิตใจของเรานั้นชั่วร้ายครับ!!! และพระองค์จะยังไม่มองดูที่ใจเราจนกว่าเราจะเชื่อฟังพระองค์

ใจนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญครับ ถ้าเรื่องของใจนั้นสำคัญ...ดังนั้นใครก็สามารถเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้หมดนะซิครับ เพราะนั่นไม่ใช่ความจริง....เพราะว่าทุกคนที่นับถือทุกศาสนา ...พวกเขาก็จริงใจทั้งนั้น และพวกเขาก็มีใจที่จะนมัสการพระเจ้าของพวกเขาด้วยสุดจิตสุดใจ สุดกำลังสุดความคิดทั้งนั้น

***** ดังนั้น...คุณๆครับ..ถ้าดูกันชัดๆในเรื่องศาสนาแล้ว มันไม่สำคัญว่าเราจะจริงใจแค่ไหน...เราก็สามารถที่จะจริงใจในสิ่งที่ผิดได้

****เราต้องทำให้แน่ใจว่าความจริงใจของเราและการเชื่อฟังนั้นเป็นไปในแนวทางที่มีบันทึกในพระคัมภีร์ เพราะว่าพระคัมภีร์มีเขียนไว้ไม่ใช่หรือว่า ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสักการบูชา?

****เราสามารถถวายเครื่องสักการบูชาอะไรก็ได้ที่ตามเราต้องการ...แต่ถ้าเราไม่ได้ทำในแนวทางที่พระองค์ต้องการ...นั่นก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย


นาทีที่ 6:41 – อับราฮัม ลินคอร์น พูดไว้อย่างนี้ครับ.... “วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำลายศัตรูคือทำให้พวกเขาเป็นเพื่อน”

****ในที่สุด ศัตรูนั้นมาเพื่อทำ 3 สิ่งนี้..คือ เพื่อลักขโมย เพื่อฆ่า และเพื่อทำลายความจริง

นั่นคือสิ่งที่มันกำลังพยายามทำ มันได้ทำแล้วที่สวนเอเดนโดยการบอกอาดัมและอีฟว่า คำสั่งสอนที่พระเจ้าสอนอาดัมและอีฟในสวนเอเดน ซึ่งคำว่า “คำสั่งสอน (instructions)” ในภาษาฮีบรูคือ “โทราห์ (Torah)” คำว่า โทราห์ ไม่ได้แปลว่า “บทบัญญัติ” มันหมายถึง “คำสั่งสอน” ดังนั้น สิ่งที่พระเจ้าสอนในโทราห์ และคำสอนในสวนเอเดนนั้น ศัตรูก็พูดว่า “ถ้าเจ้าละเมิดคำสั่งสอนนั้น...พระเจ้าไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะต้องตายจริงๆหรอก”

****ดังนั้น งานของศัตรูคือ แยกเราออกจากการได้รับมรดก และแยกเราออกจากสวนเอเดน

***และวิธีที่เรามักถูกแยกออกจากสวนเอเดนนั้นคือการละเมิดคำสั่งสอนของพระเจ้าและทำตามแนวทางของเราเอง .....นี่คือสิ่งที่ชาวอิสราเอลโบราณได้ทำมาตลอดในประวัติศาสตร์ คือพวกเขาหักพระพันธะสัญญามาตลอดแล้วก็ถูกแยกออกห่างจากพระเจ้า แล้วพวกเขาก็กลับมาสารภาพบาปแล้วก็กลับเข้าสู่พระพันธะสัญญา และพระเจ้าก็จะอวยพระพรพวกเขาเฉพาะเมื่อพวกเขาเชื่อฟัง และพระองค์ก็จะสาปแช่งพวกเขาเมื่อพวกเขาไม่เชื่อฟัง

และพี่น้องครับ...ผมได้เรียนรู้เองจากชีวิตของผมเอง ว่าในบางครั้งคำสาปแช่งที่รุนแรงที่สุดนั้น คือการขาดพระพรครับ


นาทีที่ 8:02 – ไปกันต่อนะครับ...อีกหนึ่งในคำกล่าวที่ผมชอบคือ คำกล่าวของท่าน จอห์น เอฟ เคเนดี้...ที่ว่า..

“ศัตรูตัวสำคัญของความจริงที่พบบ่อยๆนั้น ไม่ใช่การโกหก หรือการคิดรอบคอบ หรือวางแผนไว้ หรือความไม่สัตย์ซื่อ....แต่เป็นเรื่องราวโกหก ที่ทำอย่างต่อเนื่อง ที่สามารถจูงใจและเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง”

แม้แต่ฮิตเลอร์ ยังพูดว่า.. “ถ้าคุณบอกเรื่องโกหกให้ดังพอ และนานพอ ในไม่ช้า..คนก็จะเชื่อว่ามันเป็นความจริง”

****แน่นอนครับ...ซาตานนั้นไม่มีแผนอื่นใด นอกจากขโมย ฆ่า และทำลาย มันแค่ต้องการเอาข้อความออกจากพระคัมภีร์ มันต้องการให้เราเชื่อว่าเราสามารถทำสิ่งต่างๆตามแนวทางของเราได้

***ท้ายที่สุด...ไม่ใช่มาจากวิญญาณของมัน(ซาตาน)หรือ? วิญญาณแห่งความดื้อด้านบอกว่า.... พวกเราสามารถทำตามแนวทางของเราได้ เราสามารถนมัสการพระเจ้าตามแนวทางของเรา และในที่สุด เราก็จะล้มเหลวและขาดจากพระสิริของพระเจ้าไป

****เมื่อเราเริ่มทำตามสิ่งที่มีในพระคัมภีร์ และในแนวทางของพระคัมภีร์ นั่นคือเราเริ่มเข้าสู่มรดกแห่งพระพรของพระบิดาซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้แล้วตั้งแต่ยุคเริ่มต้น


นาทีที่ 9:00 - เอาล่ะครับ นั่นเป็นเพียงการกล่าวนำ...เรามาเริ่มจากความคิดนี้นะครับ คุณคิดว่าอะไรคือสี่เหตุการณ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคพระคัมภีร์ หรือในประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติ? ผมจะบอกคุณถึงสี่เหตุการณ์ที่ทรงอิทธิพลที่ผมคิดได้ครับ แต่ว่ามันเป็นความคิดเห็นของ จิม สตาเล่ย์ครับ ซึ่งได้แก่

1. การให้บัญญัติในสวนเอเดน
2. การบัญญัติที่ภูเขาซีนาย (พระพรและคำสาปแช่ง)
3. การบังเกิดของพระผู้ไถ่
4. การสิ้นพระชนม์ การฝัง และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระผู้ไถ่

มีเหตุการณ์ต่างๆมากมายที่ได้เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติ แต่เหล่านี้เป็นความคิดเห็นของผม ที่ผมเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ทีสำคัญที่สุด เราจะพุ่งความสนใจไปที่ 2 เหตุการณ์หลังครับ...
- การบังเกิดของพระผู้ไถ่ และ...
- การสิ้นพระชนม์ การฝัง และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระผู้ไถ่
ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นี้มีผลกระทบอย่างมากต่ออนาคตของมนุษยชาติ


นาทีที่ 9:57 – เอาล่ะ เรามาย้อนเวลากลับไปที่ 4000 ปีที่แล้วนะครับ และเริ่มค้นหาว่าประวัติศาสตร์ของประเพณีที่ทำสืบต่อกันมานั้นมาจากไหน

เราจะย้อนไปถึงสมัยโนอาห์ มาเริ่มกันแบบโบราณเลยนะครับ....

....นานมาแล้ว ยังมีชายคนหนึ่งชื่อนิมโรด เขาเป็นหลานของหลานของโนอาห์ เขาเป็นคนที่ได้รับความนิยมชมชอบมากที่สุดบนแผ่นดินโลกในเวลานั้น ที่สำคัญคือเขาเป็นกษัตริย์ของคนยุคนั้นครับ เขาเป็นผู้ที่ก่อตั้งเมืองบาเบล สร้างหอบาเบล และสร้างเมืองนีนะเวห์

จากข้อมูลหลักฐานในการสร้างเมืองของเขา และความเป็นผู้ที่เข้มแข็งกำยำและจากภาพทางโบราณคดี จึงมีนักวิชาการหลายท่านเชื่อมั่นว่านิมโรด คือ “เนฟิลิม” ซึ่งมีความหมายในภาษาฮีบรูแปลว่า “คนยักษ์” ซึ่งเขามีลักษณะเหมือนกับโกไลแอท(Goliath) ซึ่งต่อสู้กับเดวิด(David) ซึ่งเขาน่าจะเกิดจากการที่ทูตสวรรค์ชั่ว (fallen angels)สมสู่กับบุตรสาวของมนุษย์ ซึ่งเขามีความเข้มแข็งที่เหนือกว่าคนทั่วไป อย่างเดียวกับรูปภาพที่เราได้ค้นพบในอิสราเอลโบราณและในตะวันออกกลาง

นอกจากนั้นแล้ว ยังไม่ต้องสงสัยเลยว่านิมโรดนั้นมีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้คนที่อยู่กับเขา เขามีชื่อเสียงมากในเรื่องความแข็งแรง เขาได้สร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่และเป็นนักปกครองในยุคหลังน้ำท่วมใหญ่ เขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยความเชื่อในรูปเคารพ เป็นคนโลภโมโทสัน เป็นคนขี้เมา และเป็นคนที่มักกบฏ


นาทีที่ 11:43- นิมโรดได้แต่งงานกับหญิงชื่อเซมิรามิส และเขาทั้งสองจึงได้กลายมาเป็นพระราชาและพระราชินีของโลกในยุคนั้น และนิมโรดได้ตายไปแล้วต่อมาเขาถูกทำให้เป็นเหมือนพระเจ้า เขาเป็นคนแรกบนโลกที่ถูกเรียกว่าพระอาทิตย์ (sun god)และในที่สุดก็กลายมาเป็นพระบาอัล(Baal)

คำว่าบาอัลในพระคัมภีร์สามารถย้อนไปถึงนิมโรด จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เมื่อคุณเห็นชื่อพระบาอัลและแอสโทเรท คุณจะรู้ได้เมื่อศึกษาย้อนไปที่นิมโรดและเซมิรามิส และพระบาอัล(Baal)นั้น ในปัจจุบันนั้นได้ครอบครองทั่วทั้งจักรวาลในนามของพระอาทิตย์(sun god) และตามตำนานของบาบิโลน นางเซมิรามิสได้ตั้งครรภ์อันเกิดจากรังสีของแสงอาทิตย์จากสามีของนางที่ตายแล้วนั้น นิมโรดและนางเซมิรามิสจึงให้กำเนินบุตรชายชื่อ ทัมมุส(Tummuz) แลเมื่อทัมมุสเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่ม ทัมมุสนั้นก็แต่งงานกับแม่ของตนเองและร่วมหลับนอนกันจริงๆ และภาพของเด็กทัมมุสกับแม่เซมิรามิส ก็คือเรื่องราวของกามเทพ(Cupid) กามเทพในเรื่องของวันวาเลนไทน์ ซึ่งวันวาเลนไทน์นั้นก็พัฒนามาจากการที่ทัมมุสที่แต่งงานกับมารดาของตนนั่นเอง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ขัดต่อพระคัมภีร์โดยสิ้นเชิง

นาทีที่ 13:14 - ย้อนกลับไปที่เรื่องของทัมมุส เมื่อเขาอายุได้ 40 ปี เขาเป็นนักล่าที่ยิ่งใหญ่ และเขาก็เข้าแทนที่ตำแหน่งของบิดาของเขาในการปกครองโลก เขามีอิทธิพลอย่างมากและเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาเป็นนักล่าที่น่าเชื่อถือ แต่เขามีเมื่ออายุ 40 ปีนั่นเอง เขาก็ถูกฆ่าตายโดยหมูป่า และต่อมานางเซมิรามิสก็ตาย เธอถูกส่งไปที่ท้องฟ้า แต่พระบาอัลสามีของเธอผู้ตายไปแล้วนั้นไม่พร้อมสำหรับเธอ ดังนั้น เขาจึงส่งเธอกลับมาบนโลกพร้อมกับไข่ยักษ์และมันก็ตกลงมาที่แม่น้ำยูเฟรตีส และเมื่อเธอออกมาจากไข่ และกลายเป็นนกแล้วกกไข่ ออกมาเป็นกระต่าย ใช่เลยครับ...มันดูเหมือนบ้าบอ นั่นคือที่มาของไข่และกระต่าย และนั่นคือที่มาของกระต่ายของวันอีสเตอร์

ก่อนที่จะไปต่อ...นี่ดูเหมือนเป็นนิยายปรัมปรา ครับ...มันคือตำนานของบาบิโลน แต่คุณต้องเข้าใจวัฒนธรรมย้อนกลับไปของชาวตะวันออก คือว่า....ไข่เป็นเครื่องหมายของการกำเนิดประชากร(ความอุดมสมบูรณ์)ของพระในหลายๆความเชื่อ พวกเขาเชื่อแม้กระทั่งว่าโลกเกิดจากไข่ยักษ์ ดังนั้นนักวิชาการจำนวนมากก็ไม่ได้แปลกใจเลยเกี่ยวกับตำนานในเรื่องที่นางเซมิรามิสกลับมาในโลกในรูปของไข่ยักษ์ และแล้วผู้คนก็เชื่อว่านี่เป็นเทพธิดา เป็นเทพธิดาเพราะว่ามีเรื่องของไข่แห่งความอุดมสมบูรณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง





Create Date : 08 เมษายน 2555
Last Update : 8 เมษายน 2555 18:29:01 น.
Counter : 1060 Pageviews.

คริสเตียนทารกจะพินาศ Baby Christians will Perish






เมื่อคืนเมื่อผมตื่นขึ้นมาอธิษฐาน พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสกับผมและบอกผมว่า ผู้เชื่อจำนวนมากที่เป็น baby Christians (คริสเตียนทารก)...ที่ไม่ยอมเติบโต... พวกเขายังกินแต่น้ำนม (ไม่ยอมกินอาหารแข็ง) พวกเขาได้รับการสอนเรื่องความเชื่อในขั้นพื้นฐาน รวมทั้งข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์ และหลายๆคนก็ได้รับการสอนที่โกหกมา เขาไม่เคยเติบโตขึ้น และไม่เคยเป็นคนที่เติบโตอย่างสมบูรณ์ในพระเจ้า พวกเขาไม่เคยไปถึงจุด....ที่จะสามารถติดตามพระเยซูไปในทางของพระองค์ พวกเขาหลายคนยังคงจมอยู่ในการล่อลวง และอยู่ในคริสตจักรของพวกเขาต่อไป

พวกเขาไม่เคยไปถึงจุดที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับพระเยซู...นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงจะต้องพินาศ

มีเพียงวิธีเดียวที่คุณจะเติบโตนั่นคือคุณจะต้องจริงจังกับพระเยซู...คุณต้องอธิษฐาน...คุณต้องแสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจและเมื่อคุณรู้จักพระองค์จริงๆ ....รู้จักเสียงของพระองค์...ไม่เช่นนั้นคุณก็จะต้องพินาศไป เวลาที่จะมาถึงข้างหน้านั้น... คนจำนวนมากจะพินาศเพราะว่าพวกเขายังคงเป็นทารก คนจำนวนมากยังคงเป็นทารกไปตลอดชีวิต...แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคริสเตียนมาหลายปีมากแล้ว..แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้จักพระเยซู พวกเขาไม่ได้ดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ พวกเขาไม่ได้เชื่อฟังพระองค์ พวกเขาไม่แสวงหาพระองค์...พวกเขาจะพินาศไป...เป็นเวลาที่จะต้องเอาจริงเอาจัง!!!

ถ้าคุณไม่รู้จักพระเยซูจริงๆและไม่มีความสัมพันธ์อย่างแนบสนิทกับพระองค์คุณจะเอาชนะสิ่งที่กำลังจะมีมาไม่ได้ นี่เป็นเวลาที่จะต้องแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดกำลังที่คุณมี มิฉะนั้นคุณก็จะไม่สามารถผ่านไปได้

คุกเข่าลงและแสวงหาพระเยซู!!!...จงละเลิกความบาปทุกอย่าง!!!....พระองค์จะไม่ตรัสกับคุณหากคุณยังคงกระทำความบาปอยู่!!!
คุณรู้ความจริง...จงไปอ่านพระกิตติคุณ...อ่านพระวจนะของพระเยซูในมัทธิว มาระโก ลูกา และยอห์น และทำตามนั้น และพระองค์จะเปิดเผยพระองค์ต่อคุณและคุณจะรู้จักพระองค์ แต่ถ้าคุณไม่พยายามที่จะรู้จักพระองค์...พระองค์ก็จะไม่ยอมรับคุณ

พระองค์กำลังรอให้คุณติดตามพระองค์ไป เวลาหมดแล้ว!!...เวลาหมดแล้วครับเพื่อน !!!.... ไม่มีเวลาที่จะล้อเล่นอีกต่อไป...จงทำทุกอย่างเพื่อจะรู้จักพระเยซูก่อนที่จะสายเกินไป


ขอพระเยซูอวยพระพรคุณครับ



Baby Christians will Perish

Last night when I woke up to pray the Holy Spirit spoke to me and told me that the vast majority of believers are baby Christians who never grow to maturity. They stay on milk, they are taught the first principles of faith, of the gospel of Jesus Christ and in many cases they are taught lies. They never come to maturity, they never grow to be a man in Christ. They never get to the point where they... follow Jesus Christ, many of them willfully stay in the deception and in their churches. They do not get into a real relationship with Jesus and that is why they will perish.
The only way that you will grow is if you get serious with Jesus, if you pray, if you seek Him with all your heart and if you truly get to know Him, get to know His voice or else you will perish. In the times ahead many will perish because they are babies. Others have been babies for all their life, they have been Christians for many years but they don't know Jesus, they are not living holiness, they are not in obedience to Him. They don't seek Him, they will perish. It is time to get serious. If you do not know Jesus in a real and close relationship you will not make it. Its time to seek the Lord with all the power that you've got or else you will not make it. Get on your knees and get to know Jesus. STOP SINNING. He will not talk to you if you keep on sinning. You know the truth, go read the gospels, the words of Jesus, Matthew, Mark, Luke and John and DO THEM! And He will reveal Himself to you and you will get to know Him but if you don't get to know Him, He will turn you away. He is waiting for you to follow Him. Time is up! Time is up friend. There is no more play time. Get to know Jesus before it is too late.
May Jesus bless you.


ฮีบรู 5 / Hebrews 5

5:12 ถึงแม้ว่าขณะนี้ท่านทั้งหลายควรจะเป็นครูได้แล้ว แต่ท่านก็ต้องให้คนอื่นสอนท่านอีกในเรื่องหลักเบื้องต้นแห่งพระวจนะของพระเจ้า และท่านทั้งหลายกลายเป็นคนที่ยังต้องกินน้ำนม ไม่ใช่อาหารแข็ง

5:13 เพราะว่าทุกคนที่ยังกินน้ำนมนั้นก็ยังไม่ชำนาญในพระวจนะแห่งความชอบธรรม เพราะเขายังเป็นทารกอยู่

5:14 แต่อาหารแข็งนั้นเป็นอาหารสำหรับผู้ใหญ่ คือผู้ที่เคยฝึกหัดความคิดของเขาจนสังเกตได้ว่าไหนดีไหนชั่ว

5:12 For when for the time ye ought to be teachers, ye have need that one teach you again which be the first principles of the oracles of God; and are become such as have need of milk, and not of strong meat.
5:13 For every one that useth milk is unskilful in the word of righteousness: for he is a babe.
5:14 But strong meat belongeth to them that are of full age, even those who by reason of use have their senses exercised to discern both good and evil.




Create Date : 07 เมษายน 2555
Last Update : 10 เมษายน 2555 17:11:11 น.
Counter : 1002 Pageviews.

นมัสการพระเจ้า ด้วยจิตวิญญาณและความจริง




"พระเยซูคริสต์" เท่านั้นที่ ....เป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต!!!!

จงไปในทางพระเยซูเท่านั้น..อย่าให้มนุษย์นำท่านเลย เราบอกแล้วนะ!!! เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน

****พระองค์เป็นพระวิญญาณ...!!!!
... ....ผู้ที่นมัสการพระองค์นั้น....นมัสการด้วย..."จิตวิญญาณ...และความจริง"...!!!!

***คุณนมัสการพระเยซูด้วยความจริงอยู่หรือเปล่า????
หรือว่า...คุณเลือกที่จะนมัสการพระองค์ในทางที่คุณเลือกเอง...หรือทางที่มนุษย์พาทำตามๆกันมา โดยที่คุณก็ไม่รู้ว่ามันเป็นความจริงของพระเจ้าหรือเปล่า??

### ...คุณตรวจสอบความจริงได้ในพระคัมภีร์...ถ้าสิ่งที่เขาพาทำไม่อยู่ในพระคัมภีร์ เช่น คริสมาส อีสเตอร์ วาเลนไทน์....นั่นคุณกำลังเลือกทำในทางของคุณเอง...ไม่ใช่ทางของพระเจ้า...พระองค์ไม่รับรู้สิ่งนั้น เพราะมันไม่ใช่ของพระองค์ ไม่ได้มาจากพระองค์ แต่มาจากซาตานเท่ากับว่าคุณนมัสการซาตาน แต่คุณยังคิดว่าคุณนมัสการพระเยซู

***มันไม่มีประโยชน์ที่คุณจะมาอ้างว่าคุณทำด้วยความจริงใจในพระองค์....ในเมื่อคุณไม่ได้อยู่ในความจริงของพระองค์

มันไม่ต่างอะไรกับที่คาอินนมัสการพระเจ้า แล้วพระองค์ไม่ยอมรับของถวายนั้น....

***ปฐมกาล 4:5.... แต่พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยต่อคาอินและเครื่องบูชาของเขา ...

คุณนมัสการพระเจ้า และถวายบูชาตามน้ำพระทัยพระองค์....หรือตามใจของคุณเอง????

***ถ้าคุณรักพระองค์จริงๆ... ตั้งใจที่จะเลือกทางของพระองค์จริงๆ....
....เลือกชีวิต...ไม่ใช่เลือกความตาย....
...เมื่อคุณรู้ว่าคุณมาผิดทาง....ก็สารภาพบาป และหันหลังจากทางที่ผิด...
แล้วดำเนินชีวิตอยู่ในความจริงของพระองค์ แล้วพระองค์จะรู้จักคุณ และยอมรับของถวายจากคุณ

ขอพระเจ้าอวยพระพร




มัทธิว 24 / Matthew 24

24:24 ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้พยากรณ์เทียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน และจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้ผู้ที่ทรงเลือกสรรให้หลง

24:24 For there shall arise false Christs, and false prophets, and shall shew great signs and wonders; insomuch that, if it were possible, they shall deceive the very elect.


มัทธิว 7 / Matthew 7

เรารู้จักผู้พยากรณ์เท็จได้โดยคำสอนของเขา
7:15 จงระวังผู้พยากรณ์เท็จที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจสุนัขป่า

False Prophets Known by Their Teaching
7:15 Beware of false prophets, which come to you in sheep's clothing, but inwardly they are ravening wolves.


โคโลสี 2 / Colossians 2

จงหลีกเลี่ยงธรรมเนียมต่างๆและปรัชญาของมนุษย์
2:8 จงระวังให้ดี เกรงว่าจะมีผู้ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญาและด้วยคำล่อลวงอันไม่มีสาระ ตามธรรมเนียมของมนุษย์ ตามหลักการต่างๆที่เป็นของโลก ไม่ใช่ตามพระคริสต์

Avoi...d Traditions and Philosophies of Men
2:8 Beware lest any man spoil you through philosophy and vain deceit, after the tradition of men, after the rudiments of the world, and not after Christ.


เอเฟซัส 5 / Ephesians 5

5:6 อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านด้วยคำที่ไม่มีสาระ เพราะการกระทำเหล่านั้นเอง พระเจ้าจึงทรงลงพระอาชญาแก่บุตรแห่งการไม่เชื่อฟัง

5:6 Let no man deceive you with vain words: for because of these things cometh the wrath of God upon the children of disobedience.




Create Date : 04 เมษายน 2555
Last Update : 4 เมษายน 2555 18:36:13 น.
Counter : 2665 Pageviews.

จงพิสูจน์ให้เห็นว่า...ท่านเป็นลูกของพระเจ้า Prove that...you are a child of God





ก่อนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเช้านี้ ได้ยินว่า....

"...จงพิสูจน์ให้เห็นว่า ท่านเป็นลูกของพระเจ้า...!!!"


****เมื่อได้อธิษฐานหาคำอธิบายจากพระเจ้า จึงถูกนำมาถึงอิสยาห์ บทที่ 51

**** ตามความเข้าใจของตนเองนั้น...เข้าใจว่า ความรอด...ซึ่งหมายถึงพระเยซูคริสต์กำลังเสด็จมาแล้ว และการพิพากษาบนแผ่นดินโลกกำลังเกิดจะเกิดขึ้นในไม่ช้า .......ผู้ที่เรียกตนเองโดยออกพระนามพระเจ้า หรือคริสเตียนทั้งหลาย จะต้องทำตนให้ถูกต้องในทางของพระองค์ ในสายพระเนตรของพระองค์ .....เพื่อว่าเมื่อพระองค์เสด็จมา เราทั้งหลายที่รอคอยพระองค์ด้วยใจจดจ่อนั้นจะสามารถยืนอยู่ได้ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์ และจะไม่ต้องรับความอับอาย



Upon waking up this morning, I heard a message....

"Prove....that you are a child of God!!"

****After praying with God to clarify the message... I was led to Isaiah 51


I believe that God is warning us and reminding us to re-examine our lives in Him.


อิสยาห์ 51 / Isaiah 51

51:1 ….."จงฟังเราซี….. เจ้าทั้งหลายผู้ติดตามความชอบธรรม….
…… เจ้าผู้แสวงหาพระเยโฮวาห์……
….. จงมองดูหินซึ่งได้ทรงสกัดตัวเจ้ามา….
….. และจงมองดูบ่อหินซึ่งทรงขุดเอาตัวเจ้าทั้งหลายมา

51:2 …..จงมองอับราฮัมบรรพบุรุษของเจ้าทั้งหลาย…..…. และดูซาราห์ผู้คลอดเจ้า…
…. เพราะเมื่อมีเขาอยู่แต่คนเดียว เราได้ร้องเรียกเขา และเราอวยพรเขา และกระทำให้เป็นคนมากมาย
51:3 เพราะว่าพระเยโฮวาห์จะทรงเล้าโลมศิโยน พระองค์จะทรงเล้าโลมที่ทิ้งร้างทั้งสิ้นของเธอ และจะทำถิ่นทุรกันดารของเธอเหมือนสวนเอเดน และทะเลทรายของเธอเหมือนอุทยานของพระเยโฮวาห์ จะพบความชื่นบานและความยินดีในเธอ ทั้งการโมทนาและเสียงเพลง
51:4 ชนชาติของเราเอ๋ย จงฟังเสียงของเรา โอ ชาติของเราเอ๋ย จงเงี่ยหูฟังเรา เพราะราชบัญญัติจะออกไปจากเรา และความยุติธรรมจะออกไปเป็นความสว่างของชนชาติทั้งหลาย

51:5 ความชอบธรรมของเราใกล้เข้ามาแล้ว และความรอดของเราได้ออกไปแล้ว แขนของเราจะพิพากษาชนชาติทั้งหลาย เกาะทั้งหลายจะรอคอยเรา และเขาจะหวังคอยแขนของเรา

51:6 จงแหงนตาดูฟ้าสวรรค์ และมองดูโลกเบื้องล่าง เพราะว่าฟ้าสวรรค์จะสูญสิ้นไปเหมือนควัน และแผ่นดินโลกจะร่อยหรอไปเหมือนอย่างเสื้อผ้า และเขาทั้งหลายผู้อาศัยอยู่ในนั้นจะตายไปเหมือนกัน แต่ความรอดของเราจะอยู่เป็นนิตย์ และความชอบธรรมของเราจะไม่สิ้นสุดเลย
51:7 จงฟังเรา เจ้าทั้งหลายผู้รู้ถึงความชอบธรรม ชนชาติซึ่งราชบัญญัติของเราอยู่ในใจ อย่ากลัวการตำหนิของมนุษย์ และอย่าวิตกต่อการกล่าวหยาบช้าของเขา
51:8 เพราะว่าตัวมอดจะกินเขาเหมือนกินเสื้อผ้า และตัวหนอนจะกินเขาเหมือนกินขนแกะ แต่ความชอบธรรมของเราจะอยู่เป็นนิตย์ และความรอดของเราจะอยู่ตลอดทุกชั่วอายุ

51:9 โอ ข้าแต่พระกรของพระเยโฮวาห์ จงตื่นเถิด ตื่นเถิด จงสวมกำลัง จงตื่นอย่างสมัยโบราณในชั่วอายุนานมาแล้ว ท่านไม่ใช่หรือที่ฟันราหับ และทำให้พญานาคได้รับบาดเจ็บ

51:10 ท่านไม่ใช่หรือที่ทำให้ทะเลแห้งไป คือน้ำของมหาสมุทรใหญ่ด้วย ซึ่งทำที่ลึกของทะเลให้เป็นหนทาง เพื่อให้ผู้ที่ได้ไถ่ไว้แล้วเดินผ่านไป

51:11 ฉะนั้นผู้ที่ไถ่ไว้แล้วของพระเยโฮวาห์จะกลับ และร้องเพลงมาศิโยน ความชื่นบานเป็นนิตย์จะอยู่บนศีรษะของเขา เขาจะได้รับความชื่นบานและความยินดี ความโศกเศร้าและการไว้ทุกข์จะหนีไปเสีย

51:12 เรา คือเราเอง ผู้เล้าโลมเจ้า เจ้าเป็นผู้ใดเล่าที่กลัวมนุษย์ผู้ซึ่งต้องตาย คือกลัวบุตรของมนุษย์ซึ่งถูกทำให้เหมือนหญ้า

51:13 และที่ได้ลืมพระเยโฮวาห์ผู้สร้างของตนเสีย ผู้ทรงขึงฟ้าสวรรค์และวางรากฐานของแผ่นดินโลก และที่กลัวอยู่เรื่อยไปตลอดวัน เพราะความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับ เมื่อเขาตั้งตัวเขาที่จะทำลาย และความเกรี้ยวกราดของผู้บีบบังคับอยู่ที่ไหนเล่า

51:14 ผู้ใดที่เป็นเชลยเร่งรีบเพื่อจะได้รับการปลดปล่อย เพื่อเขาจะไม่ตายในหลุม ทั้งอาหารของเขาจะไม่ขาด

51:15 เพราะเราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้แบ่งแยกทะเลและคลื่นก็คะนอง พระนามของพระองค์คือพระเยโฮวาห์จอมโยธา

51:16 และเราได้ใส่ถ้อยคำของเราในปากของเจ้า และซ่อนเจ้าไว้ในร่มมือของเรา ซึ่งตั้งฟ้าสวรรค์ และวางรากฐานของแผ่นดินโลก และกล่าวแก่ศิโยนว่า `เจ้าเป็นชนชาติของเรา'"

51:17 โอ เยรูซาเล็มเอ๋ย จงปลุกตัวเอง จงปลุกตัวเอง จงยืนขึ้นเถิด เจ้าผู้ได้ดื่มจากพระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์ ซึ่งถ้วยแห่งพระพิโรธของพระองค์ ผู้ได้ดื่มถึงตะกอน ซึ่งถ้วยแห่งความโซเซ และดูดมันออก

51:18 ในบรรดาบุตรชายที่นางคลอดมาก็ไม่มีผู้ใดนำนาง ในบรรดาบุตรชายที่นางชุบเลี้ยงมาก็ไม่มีใครจูงมือนาง

51:19 สองสิ่งนี้ได้มาถึงเจ้า ผู้ใดเล่าจะเศร้าโศกเสียใจเพื่อเจ้า ได้แก่การล้างผลาญและการทำลาย การกันดารอาหารและดาบ เราจะให้ใครไปปลอบประโลมเจ้าดีหนอ

51:20 บุตรชายของเจ้าสลบไปแล้ว เขานอนอยู่ที่ทุกหัวถนนเหมือนวัวป่าตัวผู้ติดข่าย เขาทั้งหลายโชกโชนด้วยพระพิโรธของพระเยโฮวาห์ และการขนาบของพระเจ้าของเจ้า

51:21 ฉะนั้นเจ้าผู้ถูกข่มใจ ผู้ซึ่งมึนเมาแต่มิใช่ด้วยเหล้าองุ่น จงฟังข้อนี้เถิด

51:22 องค์พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงสู้คดีแห่งชนชาติของพระองค์ ตรัสดังนี้ว่า "ดูเถิด เราได้เอาถ้วยแห่งความโซเซมาจากมือของเจ้า แล้วตะกอนในถ้วยแห่งความพิโรธของเรา เจ้าจะไม่ต้องดื่มอีก

51:23 แต่เราจะใส่มันไว้ในมือของผู้ทรมานเจ้า ผู้ได้พูดกับจิตใจเจ้าว่า `ก้มลง เราจะได้ข้ามไป' และเจ้าได้กระทำให้หลังของเจ้าเหมือนพื้นดิน และเหมือนถนนเพื่อให้เขาข้ามไป"


51:1 Hearken to me, ye that follow after righteousness, ye that seek the LORD: look unto the rock whence ye are hewn, and to the hole of the pit whence ye are digged.
51:2 Look unto Abraham your father, and unto Sarah that bare you: for I called him alone, and blessed him, and increased him.

51:3 For the LORD shall comfort Zion: he will comfort all her waste places; and he will make her wilderness like Eden, and her desert like the garden of the LORD; joy and gladness shall be found therein, thanksgiving, and the voice of melody.

51:4 Hearken unto me, my people; and give ear unto me, O my nation: for a law shall proceed from me, and I will make my judgment to rest for a light of the people.

51:5 My righteousness is near; my salvation is gone forth, and mine arms shall judge the people; the isles shall wait upon me, and on mine arm shall they trust.

51:6 Lift up your eyes to the heavens, and look upon the earth beneath: for the heavens shall vanish away like smoke, and the earth shall wax old like a garment, and they that dwell therein shall die in like manner: but my salvation shall be for ever, and my righteousness shall not be abolished.

51:7 Hearken unto me, ye that know righteousness, the people in whose heart is my law; fear ye not the reproach of men, neither be ye afraid of their revilings.

51:8 For the moth shall eat them up like a garment, and the worm shall eat them like wool: but my righteousness shall be for ever, and my salvation from generation to generation.

51:9 Awake, awake, put on strength, O arm of the LORD; awake, as in the ancient days, in the generations of old. Art thou not it that hath cut Rahab, and wounded the dragon?

51:10 Art thou not it which hath dried the sea, the waters of the great deep; that hath made the depths of the sea a way for the ransomed to pass over?

51:11 Therefore the redeemed of the LORD shall return, and come with singing unto Zion; and everlasting joy shall be upon their head: they shall obtain gladness and joy; and sorrow and mourning shall flee away.

51:12 I, even I, am he that comforteth you: who art thou, that thou shouldest be afraid of a man that shall die, and of the son of man which shall be made as grass;

51:13 And forgettest the LORD thy maker, that hath stretched forth the heavens, and laid the foundations of the earth; and hast feared continually every day because of the fury of the oppressor, as if he were ready to destroy? and where is the fury of the oppressor?

51:14 The captive exile hasteneth that he may be loosed, and that he should not die in the pit, nor that his bread should fail.

51:15 But I am the LORD thy God, that divided the sea, whose waves roared: The LORD of hosts is his name.

51:16 And I have put my words in thy mouth, and I have covered thee in the shadow of mine hand, that I may plant the heavens, and lay the foundations of the earth, and say unto Zion, Thou art my people.

51:17 Awake, awake, stand up, O Jerusalem, which hast drunk at the hand of the LORD the cup of his fury; thou hast drunken the dregs of the cup of trembling, and wrung them out.

51:18 There is none to guide her among all the sons whom she hath brought forth; neither is there any that taketh her by the hand of all the sons that she hath brought up.

51:19 These two things are come unto thee; who shall be sorry for thee? desolation, and destruction, and the famine, and the sword: by whom shall I comfort thee?

51:20 Thy sons have fainted, they lie at the head of all the streets, as a wild bull in a net: they are full of the fury of the LORD, the rebuke of thy God.

51:21 Therefore hear now this, thou afflicted, and drunken, but not with wine:

51:22 Thus saith thy Lord the LORD, and thy God that pleadeth the cause of his people, Behold, I have taken out of thine hand the cup of trembling, even the dregs of the cup of my fury; thou shalt no more drink it again:

51:23 But I will put it into the hand of them that afflict thee; which have said to thy soul, Bow down, that we may go over: and thou hast laid thy body as the ground, and as the street, to them that went over.




Create Date : 30 มีนาคม 2555
Last Update : 30 มีนาคม 2555 22:29:58 น.
Counter : 806 Pageviews.

จงชั่งน้ำหนัก...,…ช่วงเวลาที่มืดมิด 3 วัน weigh the cost, three days of darkness







ดิฉันมี สารจากพระเยซูคริสต์มาบอก 2 สิ่งค่ะ


สิ่งแรกนั้นได้รับมาเมื่อวานนี้ คือ.... ลูกๆที่รัก...ได้เวลาที่พวกเจ้าจะต้องชั่งน้ำหนัก เจ้าจะต้องตัดสินใจว่าเจ้าจะเด็ดเดี่ยวมั่นคงในความเชื่อจนถึงที่สุดหรือไม่ หรือว่าเจ้าจะขายวิญญาณของเจ้าให้กับทรัพย์สมบัติที่อยู่บนโลก ได้เวลาที่จะแบ่งแยก “คนที่รักเรา”....ออกจาก... “คนที่บอกว่ารู้จักเราแต่กลับทำอะไรตามใจตนเอง”

วันนี้: ดิฉันได้ยินคำว่า “การพิพากษาทั้ง 7 กำลังมาแล้ว” และนี่คือคำของพระองค์ พระองค์เริ่มตรัสแตกต่างออกไป พระองค์ตรัสว่า “ลูกๆที่รัก” แทนคำว่า “ลูกๆของเรา”

“ลูกๆที่รักเอ๋ย จงเข้ามาหาเราในเวลานี้ก่อนที่จะสายเกินไป คำพยากรณ์ทั้งหลายจะต้องสำเร็จและโลกนี้จะเปลี่ยนไป ดังเช่นสิ่งที่เจ้าไม่เคยรู้มาก่อน ....ในเวลานี้ จงให้เรานำทางเจ้า...จงให้เราเป็นตะเกียงของเจ้า ที่พร้อมด้วยน้ำมัน เราเปิดเผยสิ่งเหล่านี้ให้เจ้ารู้ก่อน เพื่อว่าเจ้าจะไม่ต้องอยู่ในความมืด ความมืดมิด 3 วันจะปกคลุมแผ่นดิน ทั้งปัญหายุ่งยาก พร้อมด้วยความหวาดกลัว และความอับอายจะอยู่ในผู้ที่ไม่รู้จักเรา และผู้ที่ไม่ได้ยินเสียงของเรา เวลาก็ร่อยหรอลงมากแล้ว ....ลูกๆที่อยู่ในบ้านของเรา(พระนิเวศของพระเจ้า/ความหมายฝ่ายวิญญาณ)จะได้รับความปลอดภัย และได้รับการปกป้องด้วยความรักของเราและจากโลหิตของเรา อย่ารีรอ...ประตูกำลังปิดแล้ว”

ขอบคุณที่ชมวีดีโอนี้ค่ะ





Create Date : 21 มีนาคม 2555
Last Update : 21 มีนาคม 2555 16:41:58 น.
Counter : 1202 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

BlogGang Popular Award#13



Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog