พระเยซู เปิดเผยภาพวันที่พระองค์มารับคนของพระองค์ขึ้นไป JESUS REVEALES RAPTURE DAY






พระเยซู เปิดเผยภาพวันที่พระองค์มารับคนของพระองค์ขึ้นไป


ลูกเอ๋ย ได้เวลาที่เจ้าจะต้องกลับไปที่บนโลกแล้ว....ลูกเอ๋ย เราจะให้เจ้าเห็นเหตุการณ์เมื่อเราจะกลับมาบนโลกเพื่อคนของเราที่บริสุทธิ์ เราจะแสดงให้เจ้าเห็นวันนั้นที่พ่อจะมารับคนของเราขึ้นไป

เราเดินไปสู่สถานที่ที่เป็นเหมือนจอภาพขนาดใหญ่ ดิฉันเห็นผู้คนในนั้น และดิฉันเห็นคนทั้งโลกเลย และแล้วทันใดนั้น ดิฉันเห็นว่าคนเป็นพันๆคนได้หายวับไป คนตั้งครรภ์หายวับไป และดูเหมือนผู้คนที่เหลืออยู่นั้นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจกันอย่างจ้าละหวั่น
เด็กๆหายไปทั้งหมด ผู้คนวิ่งวุ่นไปมา ร้องว่า “เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”


ดิฉันเห็นคนเหล่านั้นที่ได้รู้จักพระเจ้าแล้ว แต่พวกเขากลับถูกทิ้งไว้ พวกเขาพูดว่า พระเยซูคริสต์ได้กลับมาแล้ว พระองค์มารับคนของพระองค์ขึ้นไปแล้ว พวกเขากรีดร้องและอยากจะฆ่าตัวตาย แต่เขาไม่สามารถฆ่าตนเองได้

พระเยซูตรัสกับดิฉันว่า ... “ ลูกเอ๋ย ในวันนั้น ความตายจะหนีจากเขาไป ลูกเอ๋ย ในวันนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ จะไม่อยู่ในโลกอีกต่อไป”
มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง แต่ดิฉันไม่เห็นใครตายเลย พวกเขายังคงมีชีวิต แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บ


ดิฉันเห็นการจราจรที่คับคั่งไปด้วยผู้คนนับเป็นพันๆคน พระเยซูบอกดิฉันว่า ... “ลูกเอ๋ย จงดูเถิด..นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนั้น”
แล้วดิฉันก็เห็นผู้คนวิ่งไปมา จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง พร้อมกับตะโกนว่า “พระเยซูคริสต์มาแล้ว พระเยซูคริสต์มาแล้ว!” พวกเขาอ้อนวอน ... “พระองค์เจ้าข้า...ยกโทษให้ผมด้วยเถิด ยกโทษให้ผมด้วยเถิด...โปรดรับผมไปด้วย!”


แต่ช่างน่าเศร้าใจ...พระเยซูตรัสว่า.. “เมื่อถึงเวลานั้นมันก็สายไปเสียแล้ว...เวลาในการสารภาพบาปและกลับใจใหม่คือเดี๋ยวนี้ ลูกเอ๋ย..จงไปบอกผู้คนให้พวกเขาแสวงหาเรา เพราะเมื่อรอไปจนถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสอีกเลย ลูกเอ๋ย มันจะสายเกินไปแล้วสำหรับการกลับใจของผู้ที่ถูกทิ้งไว้”

เมื่อพระเยซูมองดูบรรดาผู้คนที่ถูกทิ้งไว้นั้น พระองค์ก็หลั่งน้ำตาออกมาและตรัสว่า...
“ลูกเอ๋ย เราจะกลับมาที่แผ่นดินโลกอย่างที่มีบันทึกไว้ใน 1 เธสะโลนิกา 4:16-17…..
…16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยเสียงกู่ก้อง ด้วยสำเนียงของเทพบดี และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน 17หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่และเหลืออยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น เพื่อจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์ ”


แต่ไม่ใช่ทุกคน...ที่จะได้กลับไปกับพระเจ้า ...จะเป็นเพียงคนเหล่านั้นที่ทำตามน้ำพระทัยพระองค์และดำเนินชีวิตอย่างบริสุทธิ์เท่านั้นที่ได้ไป
พระองค์บอกดิฉันว่า “จะมีเพียงผู้ที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะได้เข้าสู่ในอาณาจักรสวรรค์ ไม่มีใครรู้วันหรือเวลา ที่เราจะกลับไปเพื่อคนบริสุทธิ์ของเรา แม้แต่เหล่าฑูตสวรรค์ก็ไม่รู้”


ในจอภาพนั้นดิฉันเห็นผู้คนวิ่งวุ่นไปหมด.... ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์พูดว่า “พระคริสต์ได้มาแล้ว” และแล้วจอภาพก็ถูกปิดไป
และพระเยซูได้ตรัสปิดท้ายว่า “เราจะไปเพื่อคนบริสุทธิ์ของเรา” นี่คือทั้งหมดที่พระองค์ได้แสดงให้ดิฉันเห็น หลังจากนั้น พระองค์ก็นำดิฉันกลับมาบนโลก


ในขณะที่มีทูตสวรรค์รายล้อมเราอยู่ เราก็เดินลงมาตามทางขั้นบันใด ซึ่งที่บันใดแต่ละขั้นนั้นล้อมรอบด้วยดอกไม้ ดิฉันเดินร้องไห้มาตลอดทางที่เราเดินลงมานั้น...

ดิฉันอ้อนวอนพระเยซู... “พระองค์เจ้าข้า...โปรดอย่าทิ้งลูกให้อยู่ที่นี่ ได้โปรดพาลูกไปกับพระองค์เถิดเจ้าข้า”

พระองค์ตอบว่า... “ลูกเอ๋ย ประชาชาติทั้งหลายและคนในครอบครัวของเจ้ากำลังรอเจ้าอยู่ ลูกเอ๋ย เจ้าต้องกลับเข้าไปในร่างของเจ้าแล้ว เจ้าต้องกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง เพื่อเจ้าจะสามารถไปเพื่อเป็นพยานในสิ่งที่เจ้าได้เห็นแล้วนั้น คนจำนวนมากจะไม่เชื่อเจ้า และคนอีกจำนวนมากก็จะเชื่อเจ้า แต่เราคือพยานที่สัตย์ซื่อของเจ้า เราจะอยู่กับเจ้า เราจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้าเลย”


ประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ลูกสาวของดิฉันได้รับมานั้น ที่เธอได้เห็นนักร้องนักแสดงจำนวนมากไปอยู่ในนรก รวมทั้งนักเต้นรำ และพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 ....นี่เป็นเวลาที่เราทั้งหลายจะต้องถ่อมใจลงต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าและแสวงหาพระองค์ สารภาพบาปและกลับใจใหม่ พระวจนะของพระองค์นั้นเป็นจริงที่พูดไว้ว่า “ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่ถ้อยคำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย” (มก.13:31, มธ. 24:35 ลก.21:33)


พระวจนะของพระเจ้าจะต้องสำเร็จเมื่อถึงเวลาที่กำหนด พระเจ้ายังได้แสดงให้เธอเห็นอุโมงค์ที่ผู้คนเดินไปสู่ในนรก คนจำนวนมากก็อยู่ที่นรกนั่นแล้ว มันเป็นเรื่องจริง!! แต่..คนจำนวนมากไม่เชื่อเรื่องนี้ แม้แต่คนของพระเจ้าก็ยังไม่เชื่อมัน

สาระสำคัญคือเราต้องแสวงหาพระเจ้า ไม่ใช่เพียงร้องหาพระองค์แต่เพียงทางคำพูดเท่านั้น แต่เราต้องแสวงหาพระองค์จากส่วนลึกของหัวใจ เพราะเวลาที่พระองค์จะกลับมานั้นใกล้มากแล้ว พระเยซูตรัสว่า “เราไม่ได้อยู่ที่ประตูอีกต่อไป...เราได้ผ่านประตูเข้ามาแล้ว เราจะมาในไม่ช้านี้ เวลานั้นใกล้มากแล้ว คนของเราได้ทิ้งเราไปและพวกเขาได้กลับไปเป็นของโลก....จงบอกคนของเราให้กลับมาสู่ทางโบราณ”
คริสตจักรทุกวันนี้...จะต้องหันกลับไปสู่ทางโบราณ ที่ๆเราจะอยู่ในไฟ (ไฟแห่งการหล่อหลอมเราให้เป็นคนบริสุทธิ์ของพระองค์) จงแสวงหาพระเจ้า เมื่อได้ยินเสียงแตร เราต้องพร้อมที่จะพบพระองค์ และนั่นจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเลย





Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2555 17:21:03 น.
Counter : 1016 Pageviews.

0 comments

Valentine's Month



Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog