เปิดโปงที่มาของเทศกาลนอกรีต อีสเตอร์และคริสมาส PAGAN ORIGINS OF EASTER AND CHRISTMAS EXPOSED 2 of 8



Get Rid of Easter! (Pagan origins of Easter and Christmas Exposed) Part 2 of 8




ตอนที่ 2 ของ 8

แล้วคุณก็จะเห็นความคล้ายคลึงกันของวันหยุดเทศกาลของอีสเตอร์ และธรรมเนียมที่พวกเรามีการฉลองในระหว่างอีสเตอร์ และธรรมเนียมปฏิบัติเหล่านี้ย้อนกลับไป 2,3 และ4พันปีที่ผ่านมา....เราจะเห็นได้ทันทีว่า กระต่ายของวันอีสเตอร์นั้นมาจากสิ่งที่นางเซมิรามิส ทำให้เกิดขึ้นเมื่อเธอออกมาจากไข่ ลองมาดูว่า เราจะพบธรรมเนียมปฏิบัติอื่นๆอะไรอีกบ้าง


นาทีที่ 0.26 – ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกๆปี ในวันอาทิตย์หลัง vernal equinox (ช่วงที่เวลาในตอนกลางวันและกลางคืนเท่ากัน ซึ่งมักจะเกิดในช่วงวันที่ 21 มีนาคมและ 23 กันยายน) – ในช่วง the spring equinox จะมีเทศกาลที่เรียกว่า Ishtar’s Sunday เขาจะมีการนมัสการในเวลาเช้าตรู่ (sunrise service) ตำนานในเรื่องนี้นั้นยากที่จะยืนยันได้ เพราะมีหลายแบบฉบับมาก คุณอาจตัดสินใจเลือกเอาเองว่ามันอยู่ในตำนานหรือไม่ แต่มันค่อนข้างน่าสนใจตรงที่...แค่เพียงส่วนเดียวของตำนานมามีส่วนในเรื่องสีของไข่อีสเตอร์อย่างไม่น่าเชื่อได้อย่างไร เพราะว่าสิ่งที่พวกเขาเคยทำ ในตำนานส่วนนี้นั้นคือนมัสการในเวลาเช้าตรู่ ( sunrise service) พระของอีสเตอร์ จะทำให้หญิงพรหมจรรย์ตั้งครรภ์ที่แท่นบูชา และในกิจกรรมนี้ก็จะมีการถวายบูชายัญด้วยเด็กอายุ 3 เดือน จากปีที่ผ่านมาบนแท่นบูชาอีสเตอร์ และพวกเขาก็จะเอาไข่อีสเตอร์มาจุ่มลงในเลือดของเด็กนั้น นี่คือที่มาของสีแดงของไข่อีสเตอร์ มันน่าสนใจที่ว่าไข่อีสเตอร์ทั่วโลกนั้นใช้สีแดง แม้แต่ในไวท์เฮ้าส์ สีของไข่อีสเตอร์ที่ใช้อย่างเป็นทางการคือสีแดงทับทิม


นาทีที่ 1.51 - ย้อนไปเรื่องทัมมุส เขาถูกฆ่าโดยหมูป่า ดังนั้น ในทุกๆปี เพื่อเป็นการฉลองเพื่อระลึกถึงการตายและการกลายมาเป็นเทพของทัมมุส ซึ่งต่อมากลายเป็นลูกพระเจ้า(ของพวกเขา)พระบาอัล พวกเขาจะจัดเวลาไว้ 40 วันก่อนเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งจะเป็นเวลาในการอดอาหารและอธิษฐาน พวกเขาจะมีงานเลี้ยงใหญ่ในวันอีสเตอร์ซันเดย์ ซึ่งเป็นวันที่พวกเขาฉลองการตายและการเกิดใหม่ของทัมมุส และในอาหารมื้อเย็นเขาก็จะมีอีสเตอร์แฮม เขาจะฆ่าหมูตัวใหญ่เพื่อเป็นการระลึกถึงทัมมุส เพราะทัมมุสถูกฆ่าตายโดยหมูป่า และแน่นอนครับ...40 วันก่อนวันอีสเตอร์ ที่เราเรียกว่า Lent (ถือศีล-อด) นั้น ไม่ได้มาจากการอดอาหาร 40 วันของพระเยซูในถิ่นทุรกันดารนะครับ


นาทีที่ 2.49 – ศีลอด 40 วันนั้นมีมาเป็นพันๆปีก่อนที่พระเยซูคริสต์จะมาบังเกิดบนแผ่นดินโลก มันมาจากการอดอาหารและอธิษฐานเพื่อทัมมุสก่อนการฉลองอีสเตอร์

การอดอาหารอธิษฐานของพระเยซูคริสต์ ซึ่งผมมักจะชอบที่จะเรียกชื่อพระองค์เป็นภาษาฮีบรูว่า “เยชูวา” ซึ่งแปลว่า “การไถ่บาป” พระเยซูคริสต์อดอาหารและอธิษฐานในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลา 40 วัน นั้นตรงกันโดยบังเอิญครับ ทำไมน่ะหรือ?

*******ก็เพราะว่าพระบิดาทรงทราบความจริงและซาตานนั้นเคยเป็นมือขวาของพระเจ้า ซาตานเองนั้น รู้เรื่องเกี่ยวกับคำพยากรณ์ดีอยู่แล้ว มันรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง มันจึงได้จัดเตรียมวางรากฐานไว้ เพื่อว่ามันจะได้พัฒนาธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆของมนุษย์พร้อมทั้งตำนานต่างๆ ซึ่งไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม มันทำเรื่องราวเหล่านี้แล้วบิดเบือนเพื่อไม่ให้เราเข้าใจ และเมื่อของจริงมา เราก็จะได้ไม่สามารถสาวไปถึงรากถึงโคนได้ ซาตานนั้นได้สร้างเรื่องโกหก และพวกเราก็ได้กลืนกินเหยื่อของมันทั้งหมดแล้วก็จมลงไปในน้ำแล้ว


นาทีที่ 3.53 – ดังนั้น เราก็เริ่มที่จะเห็นเกี่ยวกับเทศกาลเหล่านี้แล้ว เรารู้แล้วว่าศีลอดมาจากไหน เรารู้แล้วว่าอีสเตอร์มาจากไหน เรารู้ว่า sunrise service มาจากไหน เรายังรู้ด้วยว่าทำไมเราจึงเลือกวันอาทิตย์แรกของฤดูใบไม้ผลิ เราไม่ได้เป็นผู้เลือกครับ มันมีมาก่อนนานแล้วในการฉลองเจ้าแม่อีสเตอร์


นาทีที่ 4.13 - สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ อีสเตอร์กับพระบาอัล หรือ เซมิรามิสกับพระบาอัล นั่นคือเรื่อง “ชื่อ” ครับ เราพบชื่อเหล่านี้เต็มไปหมดในอียิปต์โบราณ ในชาวฟินิซีย และมีอยู่แตกต่างกันไปทั่วโลก ผมจะยกตัวอย่างที่เห็นบ่อยๆ ที่จำๆกันได้ทันทีในแต่ละวัฒนธรรมนะครับ


นาทีที่ 4.36

ชื่อของเซมิรามิสและนิมโรดที่พบบ่อยๆ ได้แก่

อียิปต์ รู้จักในชื่อ Isis และ Orisis
ฟินิเซีย รู้จักในชื่อ Ashtoreth และ Baal
กรีก รู้จักในชื่อ Aphrodite และ Adonis หรือ Eros ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า erotic (ซึ่งแปลว่า...กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ)

ในกรุงโรม พวกเขาเรียกชื่อว่า Venus (เทพวีนัส) และ Cupid(กามเทพ) ซึ่งเป็นที่มาของวันวาเลนไทน์

แม้แต่ในตะวันออกไกล Cupid เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Zoroaster/Cupid....ซึ่ง Zoroaster นั้นมาจากคำ 2 คำ คือ “Zoro” ซึ่งแปลว่าเมล็ดหรือเชื้อสาย และ Ashtoreth ซึ่งหมายถึง Easter ดังนั้นในทางแถบตะวันออกไกลนั้น Cupid(กามเทพ) แปลว่า “เชื้อสายของอีสเตอร์” หรือ “เชื้อสายของมารดาของเขา” ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจาก the archives, the bookshelf February 1994, Volume 2, Number 2.

เราได้ค้นพบแล้วว่า วันอีสเตอร์ ไข่อีสเตอร์ แฮมอีสเตอร์ กามเทพและวันวาเลนไทน์ รวมทั้งความหมายของการนมัสการในเช้าตรู่ (sunrise service)ในวันอีสเตอร์ ต่อไปเรามาดูพระคัมภีร์ที่มีบันทึกไว้เพื่อคุณจะได้เห็นถึงความเชื่อมโยงในชื่อต่างๆที่กล่าวมา เพราะว่าคุณก็ได้อ่านพระคัมภีร์แล้วพบข้อพระคัมภีร์เหล่านี้แล้วแปลกใจว่า ทำไมพระเจ้าพยายามบอกชาวอิสราเอลและเตือนพวกเขาให้อยู่ห่างๆจาก Ashtoreth(พระอัชทาโรท) and Baal(พระบาอัล) เรามาดูข้อพระคัมภีร์กันเลยนะครับ


Judg 2:13 - And they forsook the LORD, and served Baal and Ashtaroth.
ผู้วินิจฉัย 2:13 เขาทั้งหลายละทิ้งพระเยโฮวาห์ไปปรนนิบัติพระบาอัล และพวกพระอัชทาโรท

1 Sam 7:4 - Then the children of Israel did put away Baalim and Ashtaroth, and served the LORD only.
1 ซามูเอล 7:4 คนอิสราเอลจึงทิ้งพระบาอัลและพระอัชทาโรท และเขาทั้งหลายปรนนิบัติแต่พระเยโฮวาห์เท่านั้น


Rom 11:4 - But what saith the answer of God unto him? I have reserved to myself seven thousand men, who have not bowed the knee to [the image of] Baal.

โรม 11:4 แล้วพระเจ้าทรงตอบท่านว่าอย่างไร ว่าดังนี้ `เราได้เหลือคนไว้สำหรับเราเจ็ดพันคน ซึ่งเป็นผู้ที่มิได้คุกเข่าลงต่อรูปพระบาอัล'


นาทีที่ 6.32 – เราจะค้นคว้าเกี่ยวกับรูปของพระบาอัลภายหลังนะครับ สำหรับช่วงนี้คุณอาจจะมีความคิดในสมองของคุณที่ผมได้เตือนไว้ก่อนแล้วว่า ...

..... “นั่นมันไม่มีความหมายสำหรับฉัน” ฉันฉลองวันเกิดของพระเยซู ฉันจดจ่ออยู่ที่พระเยซูและฉันก็ฉลองวันฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์และฉันต้องการที่จะจดจ่ออยู่ที่พระองค์เท่านั้น....

...เอาล่ะครับ...ใจของคุณต้องการจดจ่ออยู่ที่พระเยซู คุณอาจทำอย่างนั้นจริงๆ แต่ความจริงคือว่า...ไม่ว่าคุณจะจดจ่อแค่ไหน...ไม่ว่าคุณจะจริงใจแค่ไหน ไม่ว่าใจคุณจะบริสุทธิ์แค่ไหนครับ...

***มันสำคัญตรงที่ว่าเรานมัสการพระองค์ในแนวทางที่พระองค์ให้เรานมัสการพระองค์หรือไม่ และทุกสิ่งที่เราทำอย่างนั้นนั้นมันทำให้พระองค์ขุ่นเคืองใจครับ

***หลังจากนี้เราจะมาดูข้อพระคัมภีร์ว่ามีตรงไหนบ้างที่กล่าวถึงเทศกาลคริสมาสและอีสเตอร์ และมีตรงไหนที่พระองค์อนุญาตให้เรานมัสการพระองค์ตามที่เราอยากจะทำ แต่ในช่วงนี้..ขอให้คุณเปิดใจศึกษาเกี่ยวกับประวัติของสัญลักษณ์ต่างๆที่จะทำให้คุณตกใจได้...ว่ามันผ่านเวลามานานมากแล้วและมาจบอยู่ที่คริสตจักรของชาวคริสเตียนในปัจจุบันได้อย่างไร


เรามาเริ่มกันที่สัญลักษณ์ทางโบราณที่เกี่ยวข้องกับคริสมาสและอีสเตอร์ การนมัสการพระอาทิตย์ และการนมัสการนอกรีตในปัจจุบันนะครับ เราจะเริ่มที่อันสำคัญๆ และเห็นกันชัดๆ นั่นคือ ทัมมุสและ แม่ของเขาคือเซมิสรามิส


นาทีที่ 8.03 – ถ้าคุณมองดูที่จอ คุณก็จะเห็น Isis(ไอซิส) และ Osiris(โอไซริส) หรือนี่ก็คือ อีสทาร์ และทัมมุส ขณะนี้อาจมีบางคนบอกว่า... “ช้าก่อน..ฉันนมัสการอีสเตอร์นะ แต่คุณกำลังพูดถึงอีสทาร์” อีสเตอร์นั้นมาจากคำว่าอีสทาร์ หรือพูดอีกอย่าหนึ่งคือ ถ้าคุณพูดอีสทาร์ ในภาษอังกฤษเขาออกเสียงเป็นอีสเตอร์ นั่นคือที่มาของประวัติของคำครับ


นาทีที่ 8.29 – ที่ผมอยากให้คุณดูคือ สิ่งที่อยู่บนศีรษะของเธอซึ่งคือดวงจันทร์เสี้ยว และตรงกลางนั้นก็คือดวงอาทิตย์นั่นเอง สัญลักษณ์ของพลังอำนาจของอีสทาร์คือจันทร์เสี้ยวครอบครองดวงอาทิตย์ หรือหมายถึงสามีของเธอ;บาอัลผู้ล่วงลับหรือพระอาทิตย์นั่นเอง และคุณเห็นเด็กทารกที่กำลังดูดนมของเธอ อีสทาร์เป็นเทพเจ้าของทิศตะวันออก เทพธิดาที่เปลือยทรวงอกเป็นเทพแห่งการให้กำเนิดของทิศตะวันออก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมจึงมีการนมัสการในเวลาเช้าตรู่ที่ดวงอาทิตกำลังขึ้น และสามีของเธอนั้นเป็นเทพของทิศตะวันตก ดังนั้นจึงมีเทพธิดาของตะวันออกและเทพเจ้าของตะวันตก ครอบคลุมตลอดทั้งวัน ซึ่งพระอาทิตย์ครอบครองทั่วทั้งโลก

เอาล่ะ..เรามาดูสัญลักษณ์อื่นที่เหลือนะครับ ในจอคุณจะเห็นรูปแกะสลักพระบาอัลในจันทร์เสี้ยว


นาทีที่ 9.58 – เราจะเห็นว่าสัญลักษณ์หลักๆของพระอาทิตย์นั้นเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่มีดวงอาทิตย์อยู่ข้างบน และมีรูปเปลอยู่ในจันทร์เสี้ยวนั้น เอาล่ะครับ เราจะมาดูสิ่งที่มักเป็นที่ถกเถียงกันมากแต่เป็นความจริงที่พิธีศีลมหาสนิทของชาวคาทอลิกซึ่งมีประวัติศาสตร์มายาวนานแล้วครับ เขาใช้รูปดวงอาทิตย์ในจันทร์เสี้ยว ผมจะให้คุณดูรูปภาพที่ทำพิธีนี้จริงๆในหลายๆรูปซึ่งคุณจะได้มองเห็นชัดเจน ซึ่งไม่ใช่คล้ายกันแต่มันเหมือนกันครับ นี่คือที่มาของสัญลักษณ์นี้ครับ


นาทีที่ 10.31 – คุณเห็นแล้วครับนี่คือสิ่งที่เขาถือในพิธีศีลมหาสนิทและผมพบในอินเตอร์เน็ต และนี่คือคำที่เขาบอกไว้.. “พิธีศีลมหาสนิทอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำพิธีทุกวันศุกร์แรกของทุกเดือนเพื่อเป็นการถวายเกียรติและอธิษฐานต่อพิธีรับเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชน” ผมไม่รู้เกี่ยวกับคุณนะครับแต่ในพระคัมภีร์ของผมเขียนว่าเป็นการอธิษฐานต่อพระบิดา พระบิดาของพวกเรา พระเยซูพูดว่า อธิษฐานทูลต่อพระบิดา พระองค์ไม่ได้พูดว่าให้อธิษฐานต่อสิ่งไม่มีชีวิตไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นแสดงถึงพระองค์หรือไม่

มัทธิว 6:9 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ


นาทีที่ 11.6 – ดูให้ชัดๆนะครับ ที่ด้านขวานั้นคุณจะเห็นจันทร์เสี้ยวที่บรรจุดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลาง
และนี่ก็เป็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นรูปนี้เป็นรูปจันทร์เสี้ยวเหมือนรูปเปลอยู่ในดวงอาทิตย์ ที่ภาชนะใส่น้ำมนต์ของคริสตจักรโรมันคาทอลิก คุณจะเห็นว่ามีรัศมีของดวงอาทิตย์ฉายไปทั่ว พวกเขาไม่ได้ซ่อนเร้นเลยครับ ทำไม่เขาไม่ซ่อนล่ะ? ก็เพราะว่ามันมีมายาวนานนับเป็นพันๆปีมาแล้ว มันมาจากศาสนานอกรีต และการนมัสการพระอาทิตย์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระบาอัลและอีสทาร์


นาทีที่ 11.45 – นี่คุณก็จะเห็นไม้เท้าที่มีดอกสนอยู่ตรงปลาย(pine cone) ซึ่งเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่พบในศาสนานอกรีตที่เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์หรือโอไรซิส(Orisis)ที่มาจากอียิปต์ สิ่งนี้มาในรูปของสามง่ามคล้ายซ้อม แต่ง่ามตรงกลางที่เป็นpine cone นั้นสูงที่สุด ทำไม่เขาจึงใช้ pine cone? ก็เพราะว่า pine cone นั้นใช้แทนการให้กำเนิด มันมาจากต้นสนซึ่งมีสีเขียวสดตลอดทั้งปี แม้ทุกอย่างจะเริ่มตายหมดในฤดูหนาวแต่ต้นสนนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความหวังใหม่ ชีวิต และความอุดมสมบูรณ์ และคุณจะเห็นว่าแม้แต่ในเม๊กซิโก พบว่าพระของแม็กซิกันนั้นถือpine cone ในมือข้างหนึ่งและในมืออีกข้างหนึ่งนั้นถือต้นสน

ที่น่าสนใจคือว่า ประติมากรรมแกะสลักของ pine cone ที่ใหญ่ที่สุดนั้นพบที่ Court of Pine ในนครวาติกันนั่นเอง ให้ผมถามคำถามคุณซักข้อนะครับ ว่ามันอยู่ที่นั่นได้อย่างไร? ทำไมเขาจึงเลือก pine cone? และทำไม่จึงพบ pine cone ที่ไม้เท้าของพระสันตะปาปาอีกด้วย? ก็เพราะว่าสิ่งนี้นั้นบอกไปถึงการนมัสการพระอาทิตย์ในครั้งโบราณนั่นเอง ซึ่งเป็นการแสดงถึงพลังและสิทธิอำนาจของเทพเจ้าของพวกเขา

นี่เป็นภาพที่เห็นได้ชัดเจน pine cone บนไม้เท้าของพระสันตะปาปา


นาทีที่ 13.09 – ไปต่อนะครับ นี่คือสัญลักษณ์สามง่าม(trident) ซึ่งเป็นสามง่ามของปีศาจ มันเป็นสัญลักษณ์ของซาตาน..เขาของซาตาน เป็นการแสดงท่าทางที่เรียกว่า “trident” (สัญลักษณ์การทักทายของซาตาน) เราพบหลักฐานทางโบราณคดีของสัญลักษณ์นี้ทั่วไปหมด ทุกสังคมที่บูชาพระอาทิตย์ คุณก็จะพบสัญลักษณ์นี้ทุกที่ คุณจะพบได้ในบาบิโลนโบราณ พระนอกรีตต่างๆ ไม้เท้าของฟาโรห์ซึ่งเชื่อมโยงกับพลังและสิทธิอำนาจของพระต่างๆของเขา และที่สำคัญอันหนึ่งนั้นก็คือ สามง่ามของเทพเจ้าแห่งทะเล (Neptune’sTrident) นั่นคือที่มาของที่เราเรียกว่า สามง่ามของปีศาจ (Devil’s pitchfork) นี่ไม่ใช่ใครสร้างเรื่องขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้มาจากประวัติศาสตร์


นาทีที่ 14.04 – ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น คุณก็จะพบสัญลักษณ์อื่นๆที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอีกด้วย ที่สำคัญคือคุณจะเห็นสัญลักษณ์สองอย่างในภาพนี้ และนี่คือรูปปั้นของ “เทพจูปีเตอร์” และได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “เซนต์ปีเตอร์” รูปปั้นนี้ถือสัญลักษณ์ของสามง่าม ซึ่งแสดงถึงพลังอำนาจของพระอาทิตย์ คุณจะเห็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งด้วยคือ รัศมีที่อยู่บนศีรษะ (halo) แต่ดูดีๆจะเห็นว่าไม่ใช่แค่รัศมี แต่เป็นสัญลักษณ์ของแสงที่กระจายออกจากจุดศูนย์กลาง(sunburst) ซึ่งอยู่บนศีรษะของรูปปั้นของพระอาทิตย์ หรือที่เขาเรียกว่า เซนต์ปีเตอร์






Create Date : 08 เมษายน 2555
Last Update : 8 เมษายน 2555 18:38:53 น.
Counter : 1048 Pageviews.

0 comments

BlogGang Popular Award#13



Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog