มีฝูงตั๊กแตนบินออกจากควันนั้นมายังแผ่นดินโลก







วิวรณ์ 9 / Revelation 9

9:3 .....***มีฝูงตั๊กแตนบินออกจากควันนั้นมายังแผ่นดินโลก !!!
.... ****ได้ประทานอำนาจแก่ตั๊กแตนนั้น....
...***เหมือนกับอำนาจของแมงป่องแห่งแผ่นดินโลก

9:4 และ...***มีคำสั่งแก่มันไม่ให้ทำร้ายหญ้าบนแผ่นดินโลก หรือพืชเขียว หรือต้นไม้ .!!!.แ..
...***ต่ให้ทำร้ายคนเหล่านั้นที่ไ...***ม่มีตราของพระเจ้า...***
...บนหน้าผากของเขาเท่านั้น !!!


9:3 And there came out of the smoke locusts upon the earth: and unto them was given power, as the scorpions of the earth have power.
9:4 And it was commanded them that they should not hurt the grass of the earth, neither any green thing, neither any tree; but only those men which have not the seal of God in their foreheads.

*****มีคำสั่งแก่มันไม่ให้ทำร้ายหญ้าบนแผ่นดินโลก หรือพืชเขียว หรือต้นไม้ แต่ให้ทำร้ายคนเหล่านั้นที่ไม่มีตราของพระเจ้าบนหน้าผากของเขาเท่านั้น***= เฉพาะผู้ที่มีตราประทับของพระเจ้าเท่านั้นที่จะรอดจากการทำร้ายของฝูงตั๊กแตนนี้!!!!

ฝูงตั๊กแตน หมายถึง
=>...ภัยพิบัติต่างๆ
=>การกันดาร
=>การข่มเหง รังแก
=>การทรมานด้วยวิธีการต่างๆ การเจ็บป่วย ความทุกข์ทรมาน
=>การล่อลวงจากผู้เผยพระจนะเท็จ
=>ความอดอยากฝ่ายวิญญาณคืออดอยากต่อพระวจนะแห่งความจริงของพระเจ้า รวมทั้งความอดอยากฝ่ายร่างกายจริง
=> ฯลฯ

หญ้าบนแผ่นดินโลก หรือพืชเขียว หรือต้นไม้ หมายถึง=> ผู้ที่มีตราประทับของพระเจ้าแล้ว ผู้ที่ดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ ในทางของพระเจ้า อย่างแนบสนิทในพระองค์ ผู้ที่ละทิ้งความบาปทั้งปวง ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต ผู้ที่รักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจสุดกำลังสุดความคิด และรักพี่น้องเหมือนรักตนเอง (พี่น้อง= ผู้ที่ได้ฟังพระวจนะของในพระเจ้าแล้วกระทำตาม)...คือคนในกลุ่ม 144000 ---->
....

วิวรณ์.14:4....*** คนเหล่านี้เป็นคนที่มิได้มีมลทินกับผู้หญิง!!!
...*** เพราะว่าเขาเป็นพวกพรหมจารี !!!


Rev. 14:4 These are they which were not defiled with women; for they are virgins.

***ผู้หญิง ในพระคัมภีร์ข้อนี้ หมายถึง คริสตจักรแพศยาหรือบาบิโลน
***เขาเป็นพวกพรหมจารี --->เปรียบได้กับ หญิงพรหมจารี 5 คน (มธ.25)ที่เอาตะเกียงที่มีน้ำมันมาด้วย

วิวรณ์. 14:5 ...***ปากเขาไม่กล่าวคำอุบายเลย !!!
...***เพราะเขาไม่มีความผิดต่อหน้าพระที่นั่งของพระเจ้า !!!!


Rev. 14:5 And in their mouth was found no guile: for they are without fault before the throne of God.


*****วิวรณ์ 18 / Revelation 18 *****

18:4 และข้าพเจ้าได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่งประกาศมาจากสวรรค์ว่า....
...*** "ชนชาติของเรา จงออกมาจากนครนั้นเถิด !!!!
....*** เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่มีส่วนในการบาปของนครนั้น....
...**** และเพื่อท่านจะไม่ต้องรับภัยพิบัติที่จะเกิดแก่นครนั้น !!!!



18:4 And I heard another voice from heaven, saying, Come out of her, my people, that ye be not partakers of her sins, and that ye receive not of her plagues.


อาโมส 9 / Amos 9

9:8 ดูเถิด พระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าจับอยู่ที่ราชอาณาจักรอันบาปหนา และเราจะทำลายมันเสียจากพื้นโลก....
...**** เว้นแต่เราจะไม่ทำลายวงศ์วานยาโคบให้สิ้นเสียทีเดียว"
พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้แหละ
...
9:9..... "เพราะว่า ดูเถิด...
...**** เราจะบัญชาและจะสั่นวงศ์วานอิสราเอลท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย...
....***อย่างกับสั่นตะแกรง !!!!
....***แต่ไม่มีเม็ดใดสักเม็ดเดียวที่ตกลงถึงดิน !!!

9:10 ..***คนบาปทั้งปวง....ในประชาชนของเรา....จะตายด้วย...ดาบ!!!
... คือผู้ที่กล่าวว่า ...`ความชั่วจะตามไม่ทันและจะไม่พบเรา' !!!



9:8 Behold, the eyes of the Lord GOD are upon the sinful kingdom, and I will destroy it from off the face of the earth; saving that I will not utterly destroy the house of Jacob, saith the LORD.
9:9 For, lo, I will command, and I will sift the house of Israel among all nations, like as corn is sifted in a sieve, yet shall not the least grain fall upon the earth.

9:10.....****All the sinners of my people shall die by the sword!!!!
, which say, .....The evil shall not overtake nor prevent us.!!!




Create Date : 18 มีนาคม 2555
Last Update : 18 มีนาคม 2555 16:08:20 น.
Counter : 876 Pageviews.

0 comment
ประตูซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้นก็คับและทางก็แคบ.... ผู้ที่หาพบก็มีน้อย
เล่าความฝันของคืนวันที่ 15 มีค. 2012



เมื่อขณะที่หลับอยู่นั้น ฝันว่าได้ไปในสถานที่แห่งหนึ่ง ไปกันเป็นกลุ่มหลายคน สถานที่นั้นเป็นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยว มีอาคารหลังใหญ่ตั้งอยู่ริมทะเล มีคนหลายชาติหลายภาษาที่นั่น มีสะพานทอดยาวออกไปไกลในทะเล ในนั้นมีสัตว์หลายชนิด มีทั้งสุนัขและแมว และปลาหลากหลายพันธุ์ว่ายอยู่ในน้ำ ทุกอย่างดูเป็นมิตรและมีความสุข หลังจากไปเที่ยวที่สะพาน แล้วก็จะพากันกลับบ้าน แต่หาทางออกจากสถานที่แห่งนั้นไม่พบซะที เพราะเป็นตึกที่กว้างมาก มีหลายห้องหลายซอกหลายมุม เราก็เดินหาทางออกกัน ไปเจอพวกคนงานกำลังทำงานอยู่ก็ถามเขาว่าทางออกไปทางไหน เขาก็ชี้บอกทางไปให้ เมื่อไปตามทางที่เขาบอกนั้นก็ไม่เจอทางที่เราเข้ามา แต่กลับกลายเป็นทางออกที่ไปในที่กันดาร เป็นป่ารกเหมือนเป็นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนา เราจึงกลับเข้ามาคืน แล้วก็เดินหาอีก ซักพักจึงไปเจอทางที่มีเหมือนที่กั้นสีขาวและเป็นเหมือนประตูเล็กๆที่ผ่านไปได้ทีละคน เมื่อเดินผ่านไปประตูก็ปิดไว้เอง ซึ่งทางนี้ถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะมองไม่เห็น และเราจึงผ่านไปทางนั้น แล้วก็มาเจอทางออก ซึ่งมีคนอื่นรออยู่แล้ว พวกเขานั่งรอเหมือนเป็นที่นั่งของเรือ เราก็ได้ที่นั่งของเรา พร้อมอาหารที่เขาจัดไว้ให้ทุกที่นั่ง เราเองก็มีขวดน้ำที่มีน้ำเกือบเต็มขวดที่เราเอามาด้วย และมีกระเป๋าสะพายที่ใส่สัมภาระ 1 ใบ จึงนั่งลงรับประทานอาหารที่เขาจัดไว้ให้นั้น ทุกคนที่รออยู่ที่นั่นมีประมาณ 8-10 คน แล้วเราก็ตื่นขึ้นมาจากหลับ



***หลังจากการใคร่ครวญและอธิษฐาน จึงแปลความหมายได้ว่า ....ทางไปสู่อาณาจักรสวรรค์นั้น ต้องผ่านไปทางประตูที่คับและเป็นทางที่แคบ ผ่านไปได้เพียงทีละคน คนที่หาพบก็มีน้อย ประตูนั้น ถ้าไม่สังกตดีๆก็จะมองไม่เห็น ผู้คนจำนวนมากยังหลงทางวนเวียนอยู่ในเขาวงกตของโลกใบนี้


มัทธิว 7 / Matthew 7

คนแสวงหาความรอดมีน้อย คนจำนวนมากจึงหลงไป


7:13 จงเข้าไปทางประตูแคบ.....
.... เพราะว่าประตูใหญ่และทางกว้างนั้นนำไปถึงความพินาศ....
.... และคนที่เข้าไปทางนั้นมีมาก...


7:14... เพราะว่าประตูซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้นก็คับและทางก็แคบ....
.... ผู้ที่หาพบก็มีน้อย


Few Saved, Many Lost

7:13 Enter ye in at the strait gate: for wide is the gate, and broad is the way, that leadeth to destruction, and many there be which go in thereat:

7:14 Because strait is the gate, and narrow is the way, which leadeth unto life, and few there be that find it.



อิสยาห์ 44 / Isaiah 44


44:18... เขาทั้งหลายไม่รู้ หรือเขาทั้งหลายไม่เข้าใจ...
... เพราะตาของเขาถูกปิด เขาจึงเห็นอะไรไม่ได้....
.... และจิตใจของเขาเล่าก็ถูกปิด เขาจึงเข้าใจไม่ได้..


44:18 They have not known nor understood: for he hath shut their eyes, that they cannot see; and their hearts, that they cannot understand.





Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 18 มีนาคม 2555 10:23:42 น.
Counter : 1147 Pageviews.

0 comment
ข้อบ่งชี้ว่าเราได้ผ่านจากความตายมาสู่ชีวิตแล้ว How To Know If You Passed From Death To Life





ผลของพระวิญญาณคือความเชื่อ ความรัก และความหวัง

ถ้าคุณติดตามพระเยซูคริสต์ และคุณได้หันหลังให้กับความบาปทุกอย่างแล้ว ชีวิตคุณก็จะบังเกิดผลของพระวิญญาณเหล่านี้ ถ้าคุณไม่มีความเชื่อ ความรัก และความหวัง มันเป็นสัญญาณบอกว่าต้นไม้ของคุณไม่เกิดผลดีและเป็นสัญญาณว่าคุณต้องสารภาพบาปและกลับใจใหม่ และต้องทำตัวคุณให้ถูกต้องต่อเบื้องพระพักตร์พระเยซู

ความเชื่อมาเป็นอันดับแรกครับ!!

เรารู้จากพระคัมภีร์ว่า ... พระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา....เราก็สามารถเชื่อและวางใจในพระองค์ ทั้งความเชื่อและความหวังไปด้วยกัน และเรารู้ว่าพระเยซูคริสต์ได้ทรงชำระบาปให้เรา ดังนั้นเราจึงมีความหวังในชีวิตนิรันดร์ถ้าเรายังคงติดสนิทในพระองค์เสมอ

เมื่อชีวิตเราบังเกิดผลของความรัก....เราก็จะสามารถรักผู้อื่นที่เขาไม่รักเราได้ .... เมื่อนั้นเราก็รู้ว่าเราได้ผ่านจากความตายมาสู่ชีวิตแล้ว !!!!
ถ้ามีความรักของพระองค์อยู่ในเราจริงๆ ความรักนั้นมาจากพระเยซูคริสต์เพราะ ผลทั้งสามอย่างนี้มาจากพระเยซูคริสต์และมันเป็นผลลัพธ์บาปของเราได้รับการชำระ .....ถ้าคุณไม่มีผลเหล่านี้ก็ไม่มีชีวิตในคุณ คุณยังไม่ได้ผ่านจากความตายมาสู่ชีวิต!!!

เมื่อคุณรักผู้คน...ไม่ใช่พียงรักผู้ที่รักคุณเท่านั้น ....จะมีประโยชน์อะไรกับการที่คุณจะรักเฉพาะผู้ที่รักคุณเท่านั้น เพราะแม้แต่คนที่ไม่มีพระเยซูคริสต์ในชีวิตเขาก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน นั่นคือสิ่งที่พระเยซูได้ตรัส.... แต่คุณจะต้องรักศัตรูของคุณด้วย... และทำดีต่อผู้ที่ข่มเหงคุณ และคนที่คุณไม่ชอบ.... ก็จงรักเขาด้วย

พี่น้องที่เข้ากันไม่ค่อยได้...ก็ต้องรักเขาด้วย คนที่คุณไม่ชอบ... ก็ต้องรักเขาด้วยครับ ด้วยการทำเช่นนี้ คุณได้พิสูจน์แล้วว่าคุณเป็นลูกตัวจริงของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ด้วยว่าใครก็ตามที่มีความรักของพระเจ้า ความรักของพระบิดาก็อยู่ในเขาด้วย.... และเขาได้ผ่านจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว!!!!

ความหวังในชีวิตนิรัดร์นั้นเป็นผลมาจากความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ซึ่งพระองค์ทรงนำเราผ่านไปในทางที่แคบเพื่อเข้าสู่อาณาจักรของพระองค์ และการบังเกิดผลเหล่านี้เป็นหลักฐานยืนยันในชีวิตของเรา และผู้คนก็จะมองเห็นได้ด้วย

ถ้าชีวิตคุณบังเกิดผลเหล่านี้;วิตกจริต กลัว กังวล สงสัย ยังกระทำความบาปอยู่ มีความโกรธ เกลียด---- ต้นไม้ของคุณแย่มากแล้วครับ และนั่นก็ไม่มีผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์เลย แต่คุณกลับมีผลของวิญญาณชั่วร้ายครับ และขวานก็วางอยู่ที่โคนต้นไม้แล้ว ต้นไม้ทุกต้นที่ไม่บังเกิดผลก็จะถูกตัดทิ้งเสีย และโยนลงในกองไฟ!!

ดังนั้น ผมจึงขอกระตุ้นเตือนคุณในวันนี้ครับ...จงทำตัวคุณให้ถูกต้องต่อเบื้องพระพักตร์พระเยซูตั้งแต่วันนี้ เพื่อว่าชีวิตคุณจะได้บังเกิดผลของพระวิญญาณที่มาจากเบื้องบน คุณไม่สามารถทำมันได้ด้วยตัวของคุณเอง พระเยซูจะให้สิ่งเหล่านั้นแก่คุณครับ

จงแสวงหาพระองค์ อธิษฐานขอพระองค์ชำระจิตใจของคุณให้สะอาดบริสุทธิ์และจงหันหลังให้กับความบาปทุกอย่างครับ ละทิ้งทางแห่งความชั่วทุกอย่าง เพื่อว่าพระองค์จะสามารถเติมความรัก ความเชื่อ และความหวังให้คุณได้

จงมีผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์.... ถ้าคุณมีผลของพระวิญญาณอยู่ในคุณ คุณก็จะรู้ได้แน่ชัดว่าคุณได้ผ่านจากความตายมาสู่ชีวิตแล้วตั้งแต่อยู่บนแผ่นดินโลก

จงมุ่งมั่นอดทนครับ ดำเนินชีวิตในพระองค์ต่อไปพร้อมๆกับการบังเกิดผลของพระวิญญาณในต้นไม้ของคุณ ดำเนินชีวิตเป็นความสว่างให้กับคนอื่นๆในโลกใบนี้ครับ
จงแสวงหาผลของพระวิญญาณเหล่านี้ครับ...ถ้าคุณยังไม่มี
จงสารภาพบาปและกลับใจใหม่...ถ้าต้นไม้ของคุณให้ผลของวิญญาณชั่ว เช่นนั้นแหละคุณจึงจะสามารถกลายมาเป็นต้นไม้ดีในอาณาจักรของพระเจ้าได้....







Create Date : 03 มีนาคม 2555
Last Update : 3 มีนาคม 2555 12:32:57 น.
Counter : 1218 Pageviews.

3 comment
พระเจ้าไม่ได้พอพระทัยในเครื่องถวายบูชาทุกอย่าง NOT All Worship God Respects!





ไม่ใช่ว่าเครื่องถวายบูชาทุกอย่างจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าเสมอไป บางคนถวายเครื่องบูชาต่อพระองค์ และพระองค์ปฏิเสธมันไป พระองค์ไม่พอพระทัยพวกเขาหรือของถวายที่พวกเขานำมา คุณก็ทราบว่า....คนมากมายในปัจจุบันกำลังนำของมาถวายพระองค์ที่คริสตจักรของพวกเขาในวันอาทิตย์ พวกเขาพูดว่า.. “พวกเราจะสร้างตึกถวายพระเจ้า พวกเราจะสร้างพระนิเวศถวายพระองค์ พวกเราจะนมัสการพระองค์ที่นี่” เปโตรได้เคยทำเช่นเดียวกันนี้แล้ว (มธ.17:4)..และพระเจ้าได้ตรัสมาจากฟ้าสวรรค์ว่า... "ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราชอบใจท่านผู้นี้มาก จงฟังท่านเถิด" (มธ.17:5, ลก. 9:35, มก.9:7).....พระเจ้าได้ตรัสบอกให้เปโตรเงียบเสียงและจงฟัง

มีคนจำนวนมากที่คิดว่าพวกเขากำลังจะสร้างพระนิเวศถวายพระเจ้า พวกเขาคิดว่า... “พวกเราจะนมัสการพระเจ้าที่นี่แหละ พวกเราจะนมัสการพระองค์ในวันอาทิตย์ และพวกเราก็จะอ่านพระคัมภีร์ที่นี่และพวกเรากำลังทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยมากๆ พวกเราจะสร้างสาวก พวกเราจะส่งมิชชันนารีออกไปเยอะๆ และพวกเราจะถวายผลแรกของเราให้พระองค์ 10 เปอร์เซนต์” พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังถวายเครื่องบูชาที่พระเจ้าจะทรงพอพระทัย แต่...พวกเขากำลังถวายเครื่องบูชาที่พระองค์จะปฏิเสธ พระองค์จะปฏิเสธเครื่องบูชาของพวกเขา และพระองค์จะไม่ทรงพอพระทัยพวกเขา


เรื่องจริงของคาอิน คาอินโกรธเมื่อเขารู้ว่าสิ่งที่เขานำมาถวายพระเจ้าไม่เป็นที่พอพระทัยของพระองค์ เขาเริ่มเกลียดพระเจ้า และแล้วเขาก็ไปฆ่าน้องชายของเขา เขาไม่หันหลังกลับจากความบาปของเขา พระเจ้าบอกเขาว่า ... “ถ้าเจ้าทำดี เจ้าจะไม่เป็นที่ยอมรับหรอกหรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็ซุ่มอยู่ที่ประตู มันปรารถนาในตัวเจ้า และเจ้าจะครอบครองมัน" (ปฐมกาล 4:7) ....มันเป็นเพราะจิตใจของเขาที่ปฏิเสธพระเจ้า
.....ผู้คนมากมายยังคงนำเครื่องบูชาที่ผิดๆมาถวายพระองค์ พวกเขาคิดว่ามันจะทำให้พระองค์พอพระทัย
....แต่จะมีคนจำนวนมากที่ถูกพระองค์ปฏิเสธ

ถ้าเราต้องการที่จะรู้ว่าอะไรที่ทำให้พระเยซูพอพระทัย เราจำเป็นต้องเข้าไปที่เบื้องพระพักตร์ของพระองค์และถามพระองค์ว่า.. “พระองค์เจ้าข้า สิ่งใดที่จะทำให้พระองค์ทรงพอพระทัย?” เราต้องไปหาพระเยซูและถามพระองค์ ... “ข้าพระองค์เป็นที่พอพระทัยพระองค์หรือไม่...การนมัสการของข้าพระองค์เป็นที่พอพระทัยพระองค์หรือไม่?”


...ถามพระเยซูตรงๆเลยครับ !!!! มีคนมากมายที่กำลังนมัสการ และการนมัสการของพวกเขาเป็นที่น่ารังเกียจ พระเจ้าไม่รับการนมัสการจากพวกเขา พระองค์เบือนหน้าหนี พระองค์ปฏิเสธเครื่องถวายบูชาจากพวกเขา พระองค์ไม่ฟังเสียงนมัสการจากพวกเขา อย่าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับคุณเลยครับ พวกเราต้องนมัสการพระเยซู พวกเราต้องอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์และนมัสการพระองค์ในจิตวิญญาณในความจริง เข้าไปหาพระองค์ด้วยความถ่อมใจ ถามเอาความจริงจากพระองค์ครับ



Create Date : 01 มีนาคม 2555
Last Update : 1 มีนาคม 2555 20:18:33 น.
Counter : 679 Pageviews.

พระเยซู เปิดเผยภาพวันที่พระองค์มารับคนของพระองค์ขึ้นไป JESUS REVEALES RAPTURE DAY






พระเยซู เปิดเผยภาพวันที่พระองค์มารับคนของพระองค์ขึ้นไป


ลูกเอ๋ย ได้เวลาที่เจ้าจะต้องกลับไปที่บนโลกแล้ว....ลูกเอ๋ย เราจะให้เจ้าเห็นเหตุการณ์เมื่อเราจะกลับมาบนโลกเพื่อคนของเราที่บริสุทธิ์ เราจะแสดงให้เจ้าเห็นวันนั้นที่พ่อจะมารับคนของเราขึ้นไป

เราเดินไปสู่สถานที่ที่เป็นเหมือนจอภาพขนาดใหญ่ ดิฉันเห็นผู้คนในนั้น และดิฉันเห็นคนทั้งโลกเลย และแล้วทันใดนั้น ดิฉันเห็นว่าคนเป็นพันๆคนได้หายวับไป คนตั้งครรภ์หายวับไป และดูเหมือนผู้คนที่เหลืออยู่นั้นส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจกันอย่างจ้าละหวั่น
เด็กๆหายไปทั้งหมด ผู้คนวิ่งวุ่นไปมา ร้องว่า “เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”


ดิฉันเห็นคนเหล่านั้นที่ได้รู้จักพระเจ้าแล้ว แต่พวกเขากลับถูกทิ้งไว้ พวกเขาพูดว่า พระเยซูคริสต์ได้กลับมาแล้ว พระองค์มารับคนของพระองค์ขึ้นไปแล้ว พวกเขากรีดร้องและอยากจะฆ่าตัวตาย แต่เขาไม่สามารถฆ่าตนเองได้

พระเยซูตรัสกับดิฉันว่า ... “ ลูกเอ๋ย ในวันนั้น ความตายจะหนีจากเขาไป ลูกเอ๋ย ในวันนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ จะไม่อยู่ในโลกอีกต่อไป”
มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง แต่ดิฉันไม่เห็นใครตายเลย พวกเขายังคงมีชีวิต แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บ


ดิฉันเห็นการจราจรที่คับคั่งไปด้วยผู้คนนับเป็นพันๆคน พระเยซูบอกดิฉันว่า ... “ลูกเอ๋ย จงดูเถิด..นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนั้น”
แล้วดิฉันก็เห็นผู้คนวิ่งไปมา จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง พร้อมกับตะโกนว่า “พระเยซูคริสต์มาแล้ว พระเยซูคริสต์มาแล้ว!” พวกเขาอ้อนวอน ... “พระองค์เจ้าข้า...ยกโทษให้ผมด้วยเถิด ยกโทษให้ผมด้วยเถิด...โปรดรับผมไปด้วย!”


แต่ช่างน่าเศร้าใจ...พระเยซูตรัสว่า.. “เมื่อถึงเวลานั้นมันก็สายไปเสียแล้ว...เวลาในการสารภาพบาปและกลับใจใหม่คือเดี๋ยวนี้ ลูกเอ๋ย..จงไปบอกผู้คนให้พวกเขาแสวงหาเรา เพราะเมื่อรอไปจนถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสอีกเลย ลูกเอ๋ย มันจะสายเกินไปแล้วสำหรับการกลับใจของผู้ที่ถูกทิ้งไว้”

เมื่อพระเยซูมองดูบรรดาผู้คนที่ถูกทิ้งไว้นั้น พระองค์ก็หลั่งน้ำตาออกมาและตรัสว่า...
“ลูกเอ๋ย เราจะกลับมาที่แผ่นดินโลกอย่างที่มีบันทึกไว้ใน 1 เธสะโลนิกา 4:16-17…..
…16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยเสียงกู่ก้อง ด้วยสำเนียงของเทพบดี และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน 17หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่และเหลืออยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น เพื่อจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์ ”


แต่ไม่ใช่ทุกคน...ที่จะได้กลับไปกับพระเจ้า ...จะเป็นเพียงคนเหล่านั้นที่ทำตามน้ำพระทัยพระองค์และดำเนินชีวิตอย่างบริสุทธิ์เท่านั้นที่ได้ไป
พระองค์บอกดิฉันว่า “จะมีเพียงผู้ที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะได้เข้าสู่ในอาณาจักรสวรรค์ ไม่มีใครรู้วันหรือเวลา ที่เราจะกลับไปเพื่อคนบริสุทธิ์ของเรา แม้แต่เหล่าฑูตสวรรค์ก็ไม่รู้”


ในจอภาพนั้นดิฉันเห็นผู้คนวิ่งวุ่นไปหมด.... ข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์พูดว่า “พระคริสต์ได้มาแล้ว” และแล้วจอภาพก็ถูกปิดไป
และพระเยซูได้ตรัสปิดท้ายว่า “เราจะไปเพื่อคนบริสุทธิ์ของเรา” นี่คือทั้งหมดที่พระองค์ได้แสดงให้ดิฉันเห็น หลังจากนั้น พระองค์ก็นำดิฉันกลับมาบนโลก


ในขณะที่มีทูตสวรรค์รายล้อมเราอยู่ เราก็เดินลงมาตามทางขั้นบันใด ซึ่งที่บันใดแต่ละขั้นนั้นล้อมรอบด้วยดอกไม้ ดิฉันเดินร้องไห้มาตลอดทางที่เราเดินลงมานั้น...

ดิฉันอ้อนวอนพระเยซู... “พระองค์เจ้าข้า...โปรดอย่าทิ้งลูกให้อยู่ที่นี่ ได้โปรดพาลูกไปกับพระองค์เถิดเจ้าข้า”

พระองค์ตอบว่า... “ลูกเอ๋ย ประชาชาติทั้งหลายและคนในครอบครัวของเจ้ากำลังรอเจ้าอยู่ ลูกเอ๋ย เจ้าต้องกลับเข้าไปในร่างของเจ้าแล้ว เจ้าต้องกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง เพื่อเจ้าจะสามารถไปเพื่อเป็นพยานในสิ่งที่เจ้าได้เห็นแล้วนั้น คนจำนวนมากจะไม่เชื่อเจ้า และคนอีกจำนวนมากก็จะเชื่อเจ้า แต่เราคือพยานที่สัตย์ซื่อของเจ้า เราจะอยู่กับเจ้า เราจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้าเลย”


ประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ลูกสาวของดิฉันได้รับมานั้น ที่เธอได้เห็นนักร้องนักแสดงจำนวนมากไปอยู่ในนรก รวมทั้งนักเต้นรำ และพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 ....นี่เป็นเวลาที่เราทั้งหลายจะต้องถ่อมใจลงต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าและแสวงหาพระองค์ สารภาพบาปและกลับใจใหม่ พระวจนะของพระองค์นั้นเป็นจริงที่พูดไว้ว่า “ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่ถ้อยคำของเราจะสูญหายไปหามิได้เลย” (มก.13:31, มธ. 24:35 ลก.21:33)


พระวจนะของพระเจ้าจะต้องสำเร็จเมื่อถึงเวลาที่กำหนด พระเจ้ายังได้แสดงให้เธอเห็นอุโมงค์ที่ผู้คนเดินไปสู่ในนรก คนจำนวนมากก็อยู่ที่นรกนั่นแล้ว มันเป็นเรื่องจริง!! แต่..คนจำนวนมากไม่เชื่อเรื่องนี้ แม้แต่คนของพระเจ้าก็ยังไม่เชื่อมัน

สาระสำคัญคือเราต้องแสวงหาพระเจ้า ไม่ใช่เพียงร้องหาพระองค์แต่เพียงทางคำพูดเท่านั้น แต่เราต้องแสวงหาพระองค์จากส่วนลึกของหัวใจ เพราะเวลาที่พระองค์จะกลับมานั้นใกล้มากแล้ว พระเยซูตรัสว่า “เราไม่ได้อยู่ที่ประตูอีกต่อไป...เราได้ผ่านประตูเข้ามาแล้ว เราจะมาในไม่ช้านี้ เวลานั้นใกล้มากแล้ว คนของเราได้ทิ้งเราไปและพวกเขาได้กลับไปเป็นของโลก....จงบอกคนของเราให้กลับมาสู่ทางโบราณ”
คริสตจักรทุกวันนี้...จะต้องหันกลับไปสู่ทางโบราณ ที่ๆเราจะอยู่ในไฟ (ไฟแห่งการหล่อหลอมเราให้เป็นคนบริสุทธิ์ของพระองค์) จงแสวงหาพระเจ้า เมื่อได้ยินเสียงแตร เราต้องพร้อมที่จะพบพระองค์ และนั่นจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมเลย





Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2555 17:21:03 น.
Counter : 987 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog