พระเยซูคริสต์ คือผู้นำทางสู่สวรรค์
พระคัมภีร์ไบเบิ้ลกล่าวถึงชีวิตหลังความตายของมนุษย์ทุกคนไว้ว่า…

“มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษา”…ฮีบรู 9:27
Hebrew 9:27…as it is appointed unto men once to die, but after this the judgment:


การพิพากษาจะมีขึ้นเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาอีกครั้ง

การพิพากษาบรรดาชนชาติต่างๆ

“เมื่อบุตรมนุษย์จะเสด็จมาในสง่าราศีของพระองค์พร้อมกับเหล่าทูตสวรรค์อันบริสุทธิ์ทั้งปวง เมื่อนั้นพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งเรืองของพระองค์ บรรดาประชาชาติต่างๆจะประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกมนุษย์ทั้งหลายโดยแยกพวกหนึ่งออกจากอีกพวกหนึ่ง เหมือนอย่างผู้เลี้ยงแกะแยกแกะออกจากแพะ และพระองค์จะทรงจัดฝูงแกะให้อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ แต่ฝูงแพะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้องซ้าย” มัทธิว 25: 31-33

Judgment of the Nations
25:31 When the Son of man shall come in his glory, and all the holy angels with him, then shall he sit upon the throne of his glory:
25:32 And before him shall be gathered all nations: and he shall separate them one from another, as a shepherd divideth his sheep from the goats:
25:33 And he shall set the sheep on his right hand, but the goats on the left.

มนุษย์ทั้งสองกลุ่มที่พระเจ้าทรงแยกออกนั้น มีทางไปที่แตกต่างกันสุดขั้ว

กลุ่มที่อยู่ทางซ้ายจะถูกส่งไปลงนรก

“แล้วพระองค์จะตรัสกับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายพระหัตถ์ด้วยว่า `ท่านทั้งหลาย ผู้ต้องสาปแช่ง จงถอยไปจากเราเข้าไปอยู่ในไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับพญามารและสมุนของมันนั้น” มัทธิว25:41

Matthew 25:41… Then shall he say also unto them on the left hand, Depart from me, ye cursed, into everlasting fire, prepared for the devil and his angels:

“ถ้าตาของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้าด้วยตาข้างเดียวยังดีกว่ามีสองตา และต้องถูกทิ้งในไฟนรกในที่นั้นตัวหนอนก็ไม่ตาย และไฟก็ไม่ดับเลย” มาระโก 9:47- 48

Mark 9:47-48 ..And if thine eye offend thee, pluck it out: it is better for thee to enter into the kingdom of God with one eye, than having two eyes to be cast into hell fire:
Where their worm dieth not, and the fire is not quenched.

“..คนขลาด คนไม่เชื่อ คนที่น่าสะอิดสะเอียน ฆาตกร คนล่วงประเวณี คนใช้เวทมนตร์ คนไหว้รูปเคารพ และคนทั้งปวงที่พูดมุสานั้น จะได้รับส่วนของตนในบึงที่เผาไหม้ด้วยไฟและกำมะถัน นั่นคือความตายครั้งที่สอง" วิวรณ์ 21:8

Revelation 21:8 ...But the fearful, and unbelieving, and the abominable, and murderers, and whoremongers, and sorcerers, and idolaters, and all liars, shall have their part in the lake which burneth with fire and brimstone: which is the second death.

“และพวกเหล่านี้จะต้องออกไปรับโทษอยู่เป็นนิตย์ แต่ผู้ชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์" มัทธิว 25:46

Matthew 25:46 ..And these shall go away into everlasting punishment: but the righteous into life eternal.


“อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านด้วยคำที่ไม่มีสาระ เพราะการกระทำเหล่านั้นเอง พระเจ้าจึงทรงลงพระอาชญาแก่บุตรแห่งการไม่เชื่อฟัง” เอเฟซัส 5:6

EPHESIANS 5:6 ..Let no man deceive you with vain words: for because of these things cometh the wrath of God upon the children of disobedience.

การเตือนในเอเฟซัส 5:6 นั้นดูเหมาะสมกับสังคมในยุคนี้ เพราะหลายๆคนคิดว่าเรื่องของนรกเป็นเรื่องตลก และแม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่าคริสเตียนเองก็ยังมีความเชื่อผิดๆว่า พระเจ้าดีเกินกว่าจะส่งเราลงนรกได้ แต่ท่านเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิง เพราะพระเจ้าพิพากษาตามการกระทำของทุกคน และพระองค์ทรงดีเกินกว่าที่จะโกหก ดังพระเยซูทรงตรัสไว้ในมัทธิว 25:46แล้ว

ทางไปสู่นรกนั้นเป็นทางที่กว้างสบายๆ และเป็นที่นิยมของคนโดยทั่วไป ส่วนทางไปสวรรค์นั้นเป็นทางที่แคบๆ ไปลำบาก และคนที่หาเจอก็มีน้อย

คนแสวงหาความรอดมีน้อย แต่คนจำนวนมากนั้นหลงไป

“จงเข้าไปทางประตูแคบ เพราะว่าประตูใหญ่และทางกว้างนั้นนำไปถึงความพินาศ และคนที่เข้าไปทางนั้นมีมากเพราะว่าประตูซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้นก็คับและทางก็แคบ ผู้ที่หาพบก็มีน้อย” มัทธิว 7:13-14

Few Saved, Many Lost
Matthew 7:13-14 Enter ye in at the strait gate: for wide is the gate, and broad is the way, that leadeth to destruction, and many there be which go in thereat: Because strait is the gate, and narrow is the way, which leadeth unto life, and few there be that find it.

มนุษย์ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งชั่วร้ายจึงจะเข้าสู่นรก แต่ผู้คนจำนวนมากที่ต้องไปลงนรกเพียงเพราะพลาดจากทางไปสู่สวรรค์นั่นเอง พระคัมภีร์ได้อธิบายถึงกาลสิ้นยุคไว้ว่า…

“และที่จะทรงให้ท่านทั้งหลายที่รับความยากลำบากนั้น ได้รับความบรรเทาด้วยกันกับเรา เมื่อพระเยซูเจ้าจะปรากฏองค์จากสวรรค์ พร้อมกับหมู่ทูตสวรรค์ผู้มีฤทธิ์ของพระองค์ ในเปลวเพลิงจะลงโทษสนองคนเหล่านั้นที่ไม่รู้จักพระเจ้า และแก่คนที่ไม่เชื่อฟังข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา คนเหล่านั้นจะได้รับโทษอันเป็นความพินาศนิรันดร์ พ้นไปจากพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า และจากสง่าราศีแห่งพระอานุภาพของพระองค์” 2 เธสะโลนิกา 1:7-9

2 Thessalonians 1:7-9 “And to you who are troubled rest with us, when the Lord Jesus shall be revealed from heaven with his mighty angels,
In flaming fire taking vengeance on them that know not God, and that obey not the gospel of our Lord Jesus Christ: Who shall be punished with everlasting destruction from the presence of the Lord, and from the glory of his power;”


กลุ่มที่อยู่ทางขวาจะไปสู่ชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์

มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้มีชีวิตนิรันดร์ในนรก แต่มนุษย์ถูกสร้างมาให้มีรูปลักษณ์เหมือนพระเจ้าและเพื่อให้ดำเนินชีวิตกับพระเจ้าในสวนสวรรค์เอเดน ดังมีบันทึกไว้ในปฐมกาล 2: 7-8 “พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ทรงระบายลมปราณแห่งชีวิตเข้าทางจมูกของเขา และมนุษย์จึงเกิดเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตอยู่ พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ในเอเดนทางทิศตะวันออก และพระองค์ได้ทรงให้มนุษย์ซึ่งพระองค์ได้ทรงปั้นมานั้นอาศัยอยู่ที่นั่น” และเมื่อมนุษย์ (อาดัม) สูญเสียความสุขสบายในสวนเอเดนอันเนื่องมาจากความบาปนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้านั้นได้ทรงเตรียมแผนการกอบกู้หรือไถ่คืนไว้แล้ว เพื่อมนุษย์จะสามารถได้รับการอภัยในความบาปและกลับมามีความสุขในสถานบรมสุขเกษมอีกครั้ง ซึ่งดีเลิศยิ่งกว่าในสวนเอเดนยิ่งนัก

อัครฑูตยอห์นได้บรรยายภาพของสวรรค์ไว้ในวิวรณ์ 21...

21:2 ข้าพเจ้า คือยอห์น ได้เห็นเมืองบริสุทธิ์ คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากพระเจ้าและจากสวรรค์ กรุงนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี
พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์และสิ่งสารพัดถูกสร้างขึ้นใหม่
21:3 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากสวรรค์ว่า "ดูเถิด พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรงสถิตกับเขา เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา และจะทรงเป็นพระเจ้าของเขา
21:4 พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป ความคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว"



Revelation
21:2 And I John saw the holy city, new Jerusalem, coming down from God out of heaven, prepared as a bride adorned for her husband.
The Tabernacle of God is with Men and He Makes All Things New
21:3 And I heard a great voice out of heaven saying, Behold, the tabernacle of God is with men, and he will dwell with them, and they shall be his people, and God himself shall be with them, and be their God.
21:4 And God shall wipe away all tears from their eyes; and there shall be no more death, neither sorrow, nor crying, neither shall there be any more pain: for the former things are passed away.

นั่นคือภาพของแผ่นดินสวรรค์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าจัดเตรียมไว้สำหรับกลุ่มที่อยู่ทางขวามือของพระองค์

“ขณะนั้น พระมหากษัตริย์จะตรัสแก่บรรดาผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่า `ท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักรซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลกเป็นมรดก” มัทธิว 25:34

Matthew 25:34.. Then shall the King say unto them on his right hand, Come, ye blessed of my Father, inherit the kingdom prepared for you from the foundation of the world:


แต่ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่มีผู้คนจำนวนเพียงเล็กน้อยที่มีสิทธิ์เข้าสู่แดนบรมสุขเกษม:

“เพราะว่าประตูซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้นก็คับและทางก็แคบ ผู้ที่หาพบก็มีน้อย” มัทธิว 7:14

Matthew 7:14.. Because strait is the gate, and narrow is the way, which leadeth unto life, and few there be that find it.


พระเยซูคริสต์คือทางนั้น..

พระสัญญาอันมั่นคงสำหรับพวกวิสุทธิชน

"นี่แหละคือความอดทนของพวกวิสุทธิชน คือผู้ที่รักษาพระบัญญัติของพระเจ้า และความเชื่อของพระเยซูไว้..และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงจากสวรรค์สั่งข้าพเจ้าว่า "จงเขียนไว้เถิดว่า ตั้งแต่นี้สืบไปคนทั้งหลายที่ตายในองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเป็นสุข" และพระวิญญาณตรัสว่า "จริงอย่างนั้น เพื่อเขาจะได้หยุดพักจากความเหนื่อยยากของเขา และการงานที่เขาได้กระทำนั้นจะติดตามเขาไป" วิวรณ์ 14 :12-13

Sweet Assurance for All the Saved

Revelation
14:12 Here is the patience of the saints: here are they that keep the commandments of God, and the faith of Jesus.
14:13 ...And I heard a voice from heaven saying unto me, Write, Blessed are the dead which die in the Lord from henceforth: Yea, saith the Spirit, that they may rest from their labours; and their works do follow them.

ถ้าเราต้องการเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นที่ตายในองค์พระผู้เป็นเจ้า เราต้องสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ สิ่งนี้จะไม่สำเร็จเพียงเรียกพระองค์ว่า `พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า' หรือเพียงการกล่าวคำรับเชื่อเท่านั้น แต่จะต้องเชื่อฟังพระองค์ และกระทำตามน้ำพระทัยพระองค์ พระเยซูทรงเตือนว่า...

...มิใช่ทุกคนที่ร้องแก่เราว่า `พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้า' จะได้เข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้.. มัทธิว7:21

Matthew 7:21 ..Not every one that saith unto me, Lord, Lord, shall enter into the kingdom of heaven; but he that doeth the will of my Father which is in heaven

เราได้เรียนรู้แล้วว่าน้ำพระทัยพระบิดาสำหรับผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์คือการกลับใจและสารภาพบาปต่อพระเจ้า และรับบัพติศมาเข้าร่วมในพระคริสต์

“เพราะเหตุว่า ทุกคนในพวกท่านที่รับบัพติศมาเข้าร่วมในพระคริสต์แล้ว ก็ได้สวมชีวิตพระคริสต์”
กาลาเทีย 3:27

Galatians 3:27 For as many of you as have been baptized into Christ have put on Christ.


และเมื่อเราดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้า ชีวิตเราจะค่อยๆเปลี่ยนไปในทางที่บริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ และเราจะเกลียดความบาปและเลิกกระทำความบาปทั้งๆที่เราเคยกระทำมา เพราะเราได้บังเกิดใหม่แล้วในพระเจ้า

“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่าๆก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” 2 โครินธ์ 5:17

2 Corinthians 5:17 Therefore if any man be in Christ, he is a new creature: old things are passed away; behold, all things are become new.

เมื่อเราดำเนินชีวิตในพระคริสต์ด้วยรักพระองค์อย่างสุดจิตสุดใจ มีพระองค์เป็นศูนย์กลางของชีวิต เรามีความสัตย์ซื่อต่อพระองค์ เฝ้าอธิษฐาน ศึกษาพระคัมภีร์และติดสนิทอยู่ในพระองค์เสมอ โดยการทรงนำขององค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ พบการเปลี่ยนแปลงในชิชีวิตจิตใจของเรา รู้สึกมีพลังในจิตใจ มีกำลังใจเสมอ รู้สึกอิสระจากข้อผูกมัดต่างๆในจิตใจ มีความรู้สึกไวต่อความบาป และสารภาพบาปอยู่เสมอ มีความหวังอยู่เสมอ และมีสันติสุข รู้สึกถึงการได้หยุดพักสงบทั้งในร่างกายและจิตวิญญาณ ดำเนินชีวิตวันต่อวันโดยการพึ่งพาพระองค์ ด้วยกำลังและสติปัญญาที่มาจากพระองค์ เราก็มั่นใจได้ว่าเราอยู่ในทางของพระองค์พระเยซูคริสต์เจ้า พระผู้ไถ่ของเราแล้ว

ฮาเลลูยา...:)



Create Date : 14 ธันวาคม 2553
Last Update : 14 ธันวาคม 2553 18:45:36 น.
Counter : 853 Pageviews.

0 comments

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog