คำอธิษฐานละทิ้งความบาป PRAYER OF RENUNCIATION
คำอธิษฐานละทิ้งความบาป
ในพระนามของพระเยซูคริสต์และโดยสิทธิอำนาจและฤทธิ์เดชของพระองค์ ข้าฯผูกมัดวิญญาณชั่วทุกตัวตนที่กำลังพยายามเข้ามาทำร้ายข้า ด้วยข้าฯได้ยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของข้าฯและพระองค์ทรงเป็นจอมเจ้านายของข้าฯแล้ว ข้าฯละทิ้งความบาปทั้งหมดทั้งสิ้นที่ติดตามตัวข้าฯมาจากบรรพบุรุษย้อนกลับไป 10 ชั่วอายุคน ข้าฯละทิ้งกิจกรรมแห่งความมืดดำและไสยศาสตร์ เวทมนต์คาถาทั้งหมดทั้งสิ้นที่ข้าฯเคยมีส่วนร่วมมาในชีวิต

โดยความเชื่อในพระคริสต์ ตัวข้าฯได้ถูกตรึงบนไม้กางเขนร่วมกับพระองค์แล้ว ข้าฯล้มเลิกกิจการงานและแผนงานของสิ่งชั่วร้ายที่ต่อต้านข้าฯทั้งหมด และตรึงไว้แล้วที่ไม้กางเขน โดยความเชื่อในพระเจ้า สิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ก็ถูกกระทำให้สิ้นฤทธิ์แล้วด้วยอำนาจฤทธิ์เดชแห่งพระโลหิตของพระเยซูคริสต์

บัดนี้ ข้าฯเรียกคืนพื้นที่ชีวิตของข้าฯทั้งหมดที่เคยยกให้เป็นทาสของซาตานโดยผ่านทางความบาปทั้งหมดที่ข้าฯเคยร่วมกระทำมา รวมทั้งบาปที่ผ่านมาทางบรรพบุรุษด้วย และโดยความเชื่อในพระคริสต์..ข้าฯได้รับการยกโทษในความบาปเหล่านี้แล้ว และข้าฯได้รับการชำระให้สะอาดบริสุทธิ์แล้วโดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์

ข้าฯเรียกคืนพื้นที่ชีวิตของข้าฯทั้งหมดโดยสิทธิอำนาจของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าของข้าฯ และข้าฯถวายแด่พระองค์ทั้งหมด ข้ามอบทุกส่วนของชีวิตของข้าฯถวายแด่องค์พระคริสต์ และอยู่ใต้การควบคุมขององค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ ข้าฯมอบถวาย ร่างกาย จิต และวิญญาณแด่องค์พระเยซูคริสต์ และโดยความเชิ่อในพระองค์ ข้าฯได้รับการเจิมอย่างเต็มล้นด้วยองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์


โดยความเชื่อ ตัวข้าฯก็ได้ตรึงบนไม้กางเขนร่วมกับพระองค์แล้ว และข้าได้บังเกิดใหม่เมื่อพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมา

โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ข้าฯสามารถทำได้ทุกอย่าง และจากนี้ไป ข้าฯทำลายป้อมปราการที่ซาตานได้สร้างไว้ในข้าฯ และโดยอำนาจฤทธิ์เดชแห่งพระโลหิตพระเยซูคริสต์...ข้าฯละทิ้งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดทั้งสิ้น

โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ข้าฯสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า พร้อมโล่แห่งความเชื่อที่จะดับศรเพลิงของวิญญาณชั่ว และพระแสงของพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อเอาชนะศัตรูทั้งมวล และข้าฯปกคลุมตัวข้าฯไว้ด้วยพระโลหิตแห่งพระเยซูคริสต์ ทั้งหมดทั้งสิ้นข้าอธิษฐานโดยอ้างสิทธิ์อำนาจของพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน


PRAYER OF RENUNCIATION


In the name of Jesus Christ and through His shed blood, I bind all evil spirits, astral projected spirits, or hybrid spirits that are trying to hurt or influence me. As one that has accepted Jesus Christ as personal Savior and Lord, I renounce all the sins of my ancestors back to ten generations and all forms of witchcraft that I have participated in or practiced in any way.

Since I have been co-crucified with Christ, I cancel all demonic workings against me and nail to the cross all curses, evil prayers, hex's, spells, plots, or evil schemes that have been placed against me and claim by faith they are null and void and covered under the blood of Christ.

I now take back all ground I have given over to Satan by my sins and the sins of my ancestors and claim by faith that they are all forgiven and cleansed by the blood of Jesus Christ. I claim that ground back by the authority of the Lord Jesus Christ and dedicate it to the Lord. I yield by faith every area of my life over to the Lordship of Christ and full control of the Holy Spirit. I dedicate my spirit, soul, and body to Jesus Christ and claim by faith that I am filled with the power of the Holy Spirit.

Since I have been crucified and raised with Christ, I claim by faith that through the Lord Jesus Christ I can do all things. From now on, I break all holds that Satan has had on me and renounce them by the blood of Jesus Christ. I claim by faith I have on the whole armor of God, the shield of faith to quench all the fiery darts of the wicked one, the sword of the Spirit to defeat all my enemies, and I am covered under the blood of Christ. All this I claim in the name and authority of the Lord Jesus Christ. AMEN!



Create Date : 19 กรกฎาคม 2556
Last Update : 19 กรกฎาคม 2556 0:39:47 น.
Counter : 1126 Pageviews.

ศัตรูของท่าน คือพญามาร วนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงโตคำราม
...เมื่อมองทะลุมิติ....

***พระเยซูคริสต์ทรงรักผู้ที่รักพระองค์ และผู้ที่ดำเนินชีวิตในทางของพระองค์ ก็เป็นสุข

...ทุกคนที่เกรงกลัวพระเยโฮวาห์ก็เป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินในมรรคาของพระองค์ เพราะท่านจะกินผลน้ำมือของท่าน ท่านจะเป็นสุข และท่านจะอยู่เย็นเป็นสุข ภรรยาของท่านจะเป็นอย่างเถาองุ่นลูกดกอยู่ข้างบ้านของท่าน ลูกๆของท่านจะเป็นเหมือนหน่อมะกอกเทศรอบโต๊ะของท่าน.....ดูเถิด คนที่ยำเกรงพระเยโฮวาห์จะได้รับพระพรดั่งนี้แหละ...... สดุดี 128

....วิญญาณชั่ว หรือบรรดาลูกสมุนของซาตานสามารถล่วงรู้และมองเห็นระดับการเติบโตฝ่ายวิญญาณของคริสเตียนแต่ละคนได้ พวกมันสามารถรู้ได้ว่าคริสเตียนคนไหนบ้างที่ดำเนินชีวิตในทางของพระเยซูคริสต์จริงๆ และคนไหนที่ไม่ใช่ตัวจริงหรือเป็นแต่แบบอุ่นๆ หรือเป็นแบบหน้าซื่อใจคด

เมื่อมองลึกไปถึงภาพในรายละเอียดฝ่ายวิญญาณคือ….คนของพระเจ้าตัวจริงนั้นจะมีแสงประกายล้อมรอบศีรษะของเขา และจะมีแสงสว่างจ้าฉายออกมาจากหัวใจ และยังมีเกราะป้องกันที่เป็นกำแพงเพลิงล้อมรอบตัวเขาอยู่ด้วย และกำแพงเพลิงนี้เองที่จะป้องกันไม่ให้บรรดาวิญญาณชั่วเข้ามาใกล้คริสเตียนได้ และพร้อมกันนั้น...คริสเตียนแท้ก็ยังมีฑูตสวรรค์จากพระเจ้าคอยปกป้องไว้อีกด้วย องค์หนึ่งอยู่ด้านซ้าย องค์หนึ่งอยู่ด้านขวา และอีกองค์อยู่ด้านหลัง ฑูตสวรรค์เหล่านี้คอยปกป้องคริสเตียนแท้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ทูตสวรรค์ปกป้องเหล่านี้จะสวิงดาบในมือทั้งสองข้างอยู่ตลอดเวลาตราบเท่าที่คริสเตียนยังคง... “ดำเนินชีวิตในทางบริสุทธิ์” อยู่เสมอ ดาบที่สวิงอยู่นั้นจะค่อยๆ เบาลงเมื่อคริสเตียนเริ่มกระทำความบาป และเมื่อนั้นเองที่วิญญาณชั่วสามารถเข้าไปทำร้ายคริสเตียนคนนั้นได้ (จากหนังสือ Witchdoctor p.116)


How Wizard draw Christians to Backslide
**กลวิธีที่ซาตานและลูกสมุนของมันกระทำเพื่อให้คริสเตียนหลงหายออกจากพระเจ้า...(ข้อความบางส่วนจากคำพยานของพ่อมดหมอผีชาวอัฟริกันที่กลับใจมาหาพระเจ้า)


"....ท่านทั้งหลายจงเป็นคนใจหนักแน่น จงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่าน คือพญามาร วนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงโตคำราม เที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้ จงต่อสู้กับศัตรูนั้นด้วยตั้งใจมั่นคงในความเชื่อ โดยรู้อยู่ว่าความยากลำบากอย่างนั้นก็มีแก่พวกพี่น้องทั้งหลายของท่านที่อยู่ในโลกเช่นเดียวกัน.."

Be sober, be vigilant; because your adversary the devil, as a roaring lion, walketh about, seeking whom he may devour:
Whom resist stedfast in the faith, knowing that the same afflictions are accomplished in your brethren that are in the world. (1 เปโตร 5 / 1 Peter 5:8-9)




พระคัมภีร์ได้เปิดเผยให้เรารู้ว่า ยังมีเมืองบาดาลของซาตานที่อยู่ใต้ทะเลลึก....
สัตว์ร้ายที่ขึ้นมาจากทะเล

"……ข้าพเจ้าได้ยืนอยู่ที่หาดทรายชายทะเล และเห็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งขึ้นมาจากทะเล มันมีเจ็ดหัวและสิบเขา ที่เขาทั้งสิบนั้นมีมงกุฎสิบอัน และมีชื่อที่เป็นคำหมิ่นประมาทจารึกไว้ที่หัวทั้งหลายของมัน"

A Beast Rises Up Out of the Sea
….. I stood upon the sand of the sea, and saw a beast rise up out of the sea, having seven heads and ten horns, and upon his horns ten crowns, and upon his heads the name of blasphemy. (วิวรณ์ 13 / Revelation 13:1)

…..เหล่าผีมารซาตาน ผีร้ายวิญญาณชั่วต่างๆที่อยู่ใต้ทะเลลึกนั้นมีความเกลียดชังคริสเตียนอย่างรุนแรง พวกมันจะออกไปทำสงครามอย่างหนักเพื่อทำลายคริสตจักรของพระเยซูคริสต์ เป้าหมายของพวกมันคือผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ และซาตานเองนั้นก็เต็มไปด้วยความโกรธและความเกลียดชังต่อพระเจ้าและคนของพระองค์ มันบอกเหล่าลูกสมุนของมัน(ซึ่งมีทั้งบรรดาผีร้าย วิญญาณชั่วและบรรดาพวกพ่อมด แม่มด หมอผีต่างๆ)ว่า เป้าหมายของพวกเรา(ซาตาน)คือต้องไปค้นหาคริสเตียนแท้....แล้วล่อลวงให้พวกเขากระทำความบาปให้ได้ ซาตานยังบอกอีกว่า คริสเตียนที่หน้าซื่อใจคดนั้นก็เป็นของอาณาจักรซาตานอยู่แล้ว และจงกระทำทุกอย่างเพื่อให้คริสเตียนแท้ อ่อนกำลังลงและจงกระทำให้ล้มลงในความบาป....

ซาตานยังสั่งสอนบรรดาลูกสมุนของมันว่า พวกมันจะต้องเข้าโจมตีเฉพาะคริสเตียนแท้เท่านั้น เพราะว่าคนอื่นๆในโลกก็เป็นของพวกมันอยู่แล้ว...

พระนามของพระเยซูคริสต์ ไม่เคยถูกเอ่ยถึงเลยในเมืองใต้ทะเลนั้น...เพราะพวกมันกลัวพระนามของพระองค์มาก

ในโลกฝ่ายวิญญาณนั้น..ในวันที่คริสเตียนได้มอบชีวิตถวายแด่พระเยซูและยอมรับว่าพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นจอมเจ้านายในชีวิต วิญญาณชั่วจะหมายวันนั้นไว้ว่าเป็นวันแรกของ 52 วัน---พวกมันมีกรอบเวลา และหลังจากนั้นพวกมันก็จะกำหนดกรอบเวลาใหม่อีก แล้วพวกมันก็จะส่งผีร้าย(demon) 2 ตัว พร้อมกับวิญญาณชั่วอีกประมาณ 200-300 ตัว ให้คอยติดตามคริสเตียนที่เพิ่งบังเกิดใหม่ในพระคริสต์นั้น ในช่วงเริ่มแรกที่คริสเตียนรับเชื่อในพระคริสต์ คริสเตียนใหม่จะกระตือรือร้นมากและร้อนรนในทางของพระเจ้า ผีร้ายหรือวิญญาณชั่วจะไม่มาใกล้เพราะคริสเตียนใหม่นั้นมีพลังมาก
เมื่อเวลาผ่านไป บรรดาผีร้ายวิญญาณชั่วเหล่านั้นก็จะพยายามทำให้คริสเตียนหวนระลึกถึงอดีต..(ในโลกของความบาปที่เขาเคยอยู่)...เมื่อเขาต้องการอ่านพระคัมภีร์ พวกมันก็จะพูดในใจของเขาถึงความบาปที่เขาเคยรัก ถ้าคนนั้นเคยสูบบุหรี่ และยังไม่ได้เลิกสูบ(หรือบาปอื่นๆ)....ผีร้ายวิญญาณชั่วก็จะใช้สิ่งนี้เองที่ดึงเขากลับไปสู่ความบาปอีก พวกมันจะดึงจิตใจของเขาให้เขวไป พร้อมกับกระตุ้นร่างกายของเขาให้อยากกลับไปทำความบาปอีก...ถ้าคริสเตียนใหม่ไม่ได้รับการขับไล่วิญญาณชั่ว/ขับผี (Deliverance) เขาจะถูกควบคุมโดยบาปของร่างกาย...และหลังจากนั้น...บรรดาวิญญาณชั่วก็จะดึงเขากลับไปสู่โลกของความบาปอีก
ถ้าเขาผ่านช่วงเวลานั้นไปได้โดยยังไม่หลงหายไปในความบาป.....วิญญาณชั่วเหล่านี้ยังคงไม่ลดละที่จะติดตามคริสเตียน...5 ปี..... 10 ปี เพราะว่าชีวิตเขาก่อนหน้านี้ก็อยู่ในโลกของซาตาน พวกมันรู้จักเขาดี(ซึ่งก็น่าจะหมายถึงคริสเตียนทุกคนด้วย)....พวกมันก็จะพยายามเอาภาพอดีตใส่ในใจของเขา หรือในความฝัน ....พวกมันยังคงมีเวลาทำงานไปเรื่อยๆ....ถ้าเมื่อใดที่คริสเตียนยอมรับสิ่งที่วิญญาณชั่วใส่เข้าไปในใจเขา...ไม่นาน พวกมันก็จะสามารถพาเขาหลงหายออกจากทางของพระเจ้า....





Create Date : 05 กรกฎาคม 2556
Last Update : 5 กรกฎาคม 2556 15:41:00 น.
Counter : 1590 Pageviews.

จงบริสุทธิ์เพราะเราบริสุทธิ์



*****ขอให้พี่น้องในพระคริสต์ถ่อมใจลง...ละทิ้งความเชื่อผิดๆที่ได้รับสอนมาจากครูเทียมเท็จและขอให้แสวงหาความจริงจากพระเจ้า โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อจะไม่มีใครพลาดไปจากความหวังในความรอดที่รอคอยอยู่นั้น

สิ่งที่พระเยซูได้ทรงกระทำให้เราทั้งหลายแล้วนั้นคือการไถ่บาปโดยการที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ซึ่งกระทำเสร็จแล้วครั้งเดียวเป็นพอและ ณ เวลาที่เราทั้งหลายที่รับเชื่อในพระนามของพระองค์นั้น ก็นับว่าเราได้รับการชำระบาปนั้นมาและถือว่าเป็นผู้ชอบธรรมโดยพระคุณ(grace)ของพระองค์ที่ทรงกระทำให้เราแม้ว่าแต่ก่อนนั้นเราเองยังเป็นผู้อยู่ในความบาปหรือกระทำบาปผิดต่อพระเจ้าเหมือนคนอื่นๆทั่วไปในโลก.... นั่นก็คือเราไม่ต้องตายบนกางเขนด้วยตนเอง...ซึ่งในสมัยพันธสัญญาเดิมนั้น เขาต้องมีการชำระบาปทุกๆปีไปเรื่อยๆ โดยปุโรหิตซึ่งเป็นชาวเลวีมีหน้าที่กระทำพิธีให้....

แต่หลังจากที่เรารับเชื่อหรือต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตมาเป็นผู้ผู้ช่วยให้รอดของเราแล้วนั้น หมายความว่าเราได้.."บังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ"..และเข้ามาอยู่เป็นสมาชิกของครอบครัวใหม่คือ"ครอบครัวของพระเจ้า" มีพี่น้องใหม่คือพี่น้องผู้ร่วมในความเชื่อ(ซึ่งถือว่าเป็นคริสตจักรของพระเจ้า)...เราก็ต้องทำตัวของเราใหม่ให้เหมาะสมกับเป็นลูกของพระเจ้าหรือเป็นปุโรหิตของพระเจ้า (ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระองค์โดยเฉพาะ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้สำแดงพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์..1 ปต.2:9)

...เหตุฉะนั้นเราจึงต้องดำเนินชีวิตในทางอันบริสุทธิ์เพราะพระองค์ได้ทรงบัญชาไว้ว่า....."จงบริสุทธิ์ เพราะว่าเราบริสุทธิ์"(1ปต.1:16, เลวีนิติ11:44)...

....ด้วยว่าเวลาที่ผ่านไปในชีวิตของเราแล้วนั้น น่าจะเพียงพอสำหรับการกระทำสิ่งที่คนต่างชาติ(หมายถึงคนทั่วไปที่ไม่ได้เชื่อในพระเจ้า)ชอบกระทำ คราวเมื่อเราได้ดำเนินตามกิเลสตัณหา ตามใจปรารถนาอันชั่ว เมาเหล้าองุ่น เฮฮาเอะอะเอ็ดตะโรกัน เลี้ยงกันอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย และการไหว้รูปเคารพอันเป็นที่น่าเกลียด...(1 ปต. 4:3)

...องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า `เหตุฉะนั้นเจ้าจงออกจากหมู่พวกเขาเหล่านั้น และจงแยกตัวออกจากเขาทั้งหลาย อย่าแตะต้องสิ่งซึ่งไม่สะอาด แล้วเราจึงจะรับพวกเจ้าทั้งหลาย... เราจะเป็นบิดาของพวกเจ้าและพวกเจ้าจะเป็นบุตรชายบุตรสาวของเรา' องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทั้งสิ้นได้ตรัสดังนั้น (2 คร. 6:17-18)

ท่านที่รัก เมื่อเรามีพระสัญญาเช่นนี้แล้ว ให้เราชำระตัวเราให้ปราศจากมลทินทุกอย่างของเนื้อหนังและจิตวิญญาณ และจงทำให้มีความบริสุทธิ์ครบถ้วนโดยความเกรงกลัวพระเจ้า...(2 คร. 1:1)





Create Date : 05 กรกฎาคม 2556
Last Update : 5 กรกฎาคม 2556 15:13:52 น.
Counter : 1049 Pageviews.

พิธีศีลระลึก(รับประทานขนมปังและน้ำองุ่น)
เราสามารถทำพิธีนี้เองในครัวเรือนได้ทุกวัน ทำบ่อยๆ หรือทุกวัน ดีต่อชีวิต จิต และวิญญาณ





สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ขนมปังชิ้นเล็กๆ เท่ากับจำนวนคนที่จะร่วมรับประทานเพื่อระลึกถึงพระเยซูคริสต์
2. น้ำองุ่น หรือน้ำผลไม้สีแดง หรือน้ำแดง ใส่แก้วเล็ก เท่ากับจำนวนคนที่จะร่วมรับประทานเพื่อระลึกถึงพระเยซูคริสต์





เมื่อพร้อมกันแล้ว ก็เริ่มที่การรับประทานขนมปัง แบ่งขนมปังให้คนละชิ้น แล้วก็ร่วมกันอธิษฐานด้วยความถ่อมใจและความเชื่อในพระองค์ โดยมีผู้หนึ่งพาอธิษฐานว่า... “พระบิดาเจ้าข้า เราทั้งหลายขอขอบพระคุณพระองค์สำหรับขนมปังนี้ ซึ่งแทนพระกายของพระเยซูคริสต์ ที่พระองค์ได้ทรงแบกความระทมทุกข์ของเราทั้งหลาย และหอบความเศร้าโศกของเราไป พระองค์ถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย พระองค์ฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่พระองค์ ที่พระองค์ต้องฟกช้ำนั้นก็เพื่อให้เราหายดี ...เราทั้งหลายขอรับประทานขนมปังนี้เพื่อระลึกถึงพระองค์ตามที่พระองค์ได้ทรงสั่งไว้ และโดยความเชื่อที่เรามีในพระองค์นั้น บัดนี้เราได้รับการรักษาให้หายดีแล้ว เรามีชีวิตที่ครบถ้วนบริบูรณ์ในพระองค์ เราทั้งหลายขอบพระคุณพระองค์และสรรเสริญพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน” แล้วก็รับประทานขนมปังนั้นด้วยใจของพระคุณ

เมื่อรับประทานขนมปังเสร็จแล้ว ก็แบ่งน้ำองุ่นให้แต่ละคน แล้วนำอธิษฐานว่า... “พระบิดาเจ้าข้า เราทั้งหลายขอบพระคุณพระองค์สำหรับถ้วยแห่งพันธสัญญาใหม่ ซึ่งแทนพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ที่พระองค์ทรงหลั่งบนไม้กางเขน เพื่อชำระความบาปผิดและคำสาปแช่งให้เราแล้ว ซึ่งได้ติดตัวเรามาจากบรรพบุรุษย้อนไปจนถึงอาดัมและเอวา และล่วงหน้าไปจนถึงอาณาจักรสวรรค์ เราทั้งหลายขอดื่มถ้วยนี้เพื่อระลึกถึงการทรงยกโทษบาปให้คนเป็นอันมากของพระองค์นั้น โดยความเชื่อที่เราทั้งหลายมีในพระองค์นั้น คนเก่าของเราได้ตายไปแล้วพร้อมกับที่พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และบัดนี้เราได้บังเกิดใหม่ในวิญญาณพร้อมกับการที่พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมา เราจึงมีชีวิตใหม่ในพระองค์และมีชีวิตนิรันดร์ เราทั้งหลายขอดื่มถ้วยนี้เพื่อระลึกถึงการทรงไถ่ของพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า เอเมน”


Note : ขอให้ทุกคนที่ร่วมในพิธีนี้ ทำด้วยความเชื่อและการเชื่อฟังพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ และดำเนินชีวิตอยู่ในทางของพระองค์ โปรดอ่าน 1 โครินธ์ 11: 26-31


ที่มา :

อิสยาห์ 53 / Isaiah 53

53:4 แน่ทีเดียวท่านได้แบกความระทมทุกข์ของเราทั้งหลาย และหอบความเศร้าโศกของเราไป กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี คือพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ

53:4 Surely he hath borne our griefs, and carried our sorrows: yet we did esteem him stricken, smitten of God, and afflicted.

53:5 แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี

53:5 But he was wounded for our transgressions, he was bruised for our iniquities: the chastisement of our peace was upon him; and with his stripes we are healed.

ยอห์น 6 / John 6

6:50 แต่นี่เป็นอาหารที่ลงมาจากสวรรค์ เพื่อให้ผู้ที่ได้กินแล้วไม่ตาย
6:51 เราเป็นอาหารที่ธำรงชีวิตซึ่งลงมาจากสวรรค์ ถ้าผู้ใดกินอาหารนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ และอาหารที่เราจะให้เพื่อเป็นชีวิตของโลกนั้นก็คือเนื้อของเรา"
6:53 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กินเนื้อและดื่มโลหิตของบุตรมนุษย์ ท่านก็ไม่มีชีวิตในตัวท่าน
6:54 ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเราก็มีชีวิตนิรันดร์ และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย
6:55 เพราะว่าเนื้อของเราเป็นอาหารแท้และโลหิตของเราก็เป็นของดื่มแท้
6:56 ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา ผู้นั้นก็อยู่ในเราและเราอยู่ในเขา
6:57 พระบิดาผู้ทรงดำรงพระชนม์ได้ทรงใช้เรามาและเรามีชีวิตเพราะพระบิดานั้นฉันใด ผู้ที่กินเรา ผู้นั้นก็จะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น
6:58 นี่แหละเป็นอาหารซึ่งลงมาจากสวรรค์ ไม่เหมือนกับมานาที่พวกบรรพบุรุษของท่านได้กินและสิ้นชีวิต ผู้ที่กินอาหารนี้จะมีชีวิตนิรันดร์"


6:50 This is the bread which cometh down from heaven, that a man may eat thereof, and not die.
6:51 I am the living bread which came down from heaven: if any man eat of this bread, he shall live for ever: and the bread that I will give is my flesh, which I will give for the life of the world.
6:53 Then Jesus said unto them, Verily, verily, I say unto you, Except ye eat the flesh of the Son of man, and drink his blood, ye have no life in you.
6:54 Whoso eateth my flesh, and drinketh my blood, hath eternal life; and I will raise him up at the last day.
6:55 For my flesh is meat indeed, and my blood is drink indeed.
6:56 He that eateth my flesh, and drinketh my blood, dwelleth in me, and I in him.
6:57 As the living Father hath sent me, and I live by the Father: so he that eateth me, even he shall live by me.
6:58 This is that bread which came down from heaven: not as your fathers did eat manna, and are dead: he that eateth of this bread shall live for ever.


มัทธิว 26 / Matthew 26

การตั้งพิธีศีลระลึก (มก 14:22-25; ลก 22:17-20; 1 คร 11:23-25)
26:26 ระหว่างอาหารมื้อนั้น พระเยซูทรงหยิบขนมปังมา และเมื่อขอบพระคุณแล้ว ทรงหักส่งให้แก่เหล่าสาวกตรัสว่า "จงรับกินเถิด นี่เป็นกายของเรา"

The Lord's Supper Instituted (Mark 14:22-25; Luke 22:17-20; 1 Cor. 11:23-25)
26:26 And as they were eating, Jesus took bread, and blessed it, and brake it, and gave it to the disciples, and said, Take, eat; this is my body.

26:27 แล้วพระองค์จึงทรงหยิบถ้วยมาขอบพระคุณและส่งให้เขา ตรัสว่า "จงรับไปดื่มทุกคนเถิด

26:27 And he took the cup, and gave thanks, and gave it to them, saying, Drink ye all of it;

26:28 ด้วยว่านี่เป็นโลหิตของเราอันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญาใหม่ ซึ่งต้องหลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนเป็นอันมาก

26:28 For this is my blood of the new testament, which is shed for many for the remission of sins.


1 โครินธ์ 11 / 1 Corinthians 11

11:24 ครั้นขอบพระคุณแล้ว จึงทรงหักแล้วตรัสว่า "จงรับไปกินเถิด นี่เป็นกายของเรา ซึ่งหักออกเพื่อท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา"

11:24 And when he had given thanks, he brake it, and said, Take, eat: this is my body, which is broken for you: this do in remembrance of me.

11:25 เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า "ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ด้วยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มให้เป็นที่ระลึกถึงเรา"

11:25 After the same manner also he took the cup, when he had supped, saying, This cup is the new testament in my blood: this do ye, as oft as ye drink it, in remembrance of me.

11:26 เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจนกว่าพระองค์จะเสด็จมา

11:26 For as often as ye eat this bread, and drink this cup, ye do shew the Lord's death till he come.

11:27 เหตุฉะนั้น ถ้าผู้ใดกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่สมควร ผู้นั้นก็ทำผิดต่อพระกายและพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า

11:27 Wherefore whosoever shall eat this bread, and drink this cup of the Lord, unworthily, shall be guilty of the body and blood of the Lord.

11:28 ขอให้ทุกคนพิจารณาตนเอง แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้

11:28 But let a man examine himself, and so let him eat of that bread, and drink of that cup.

11:29 เพราะว่าคนที่กินและดื่มอย่างไม่สมควร ก็กินและดื่มเพื่อนำพระอาชญามาสู่ตนเอง เพราะมิได้พินิจดูพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า

11:29 For he that eateth and drinketh unworthily, eateth and drinketh damnation to himself, not discerning the Lord's body.

ผู้รับพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่สมควร บ้างก็ป่วย บ้างก็ตาย
11:30 ด้วยเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนกำลังและป่วยอยู่และที่ล่วงหลับไปแล้วก็มีมาก

Irreverent Approach to Lord's Supper Causes Illness and Death in Some
11:30 For this cause many are weak and sickly among you, and many sleep.

11:31 เพราะถ้าเราจะพิจารณาตัวเราเอง เราจะไม่ต้องถูกทำโทษ

11:31 For if we would judge ourselves, we should not be judged.




Create Date : 11 กันยายน 2555
Last Update : 5 กรกฎาคม 2557 11:59:23 น.
Counter : 4060 Pageviews.

พี่-น้อง จูงมือกันเดินไปในทางของพระเจ้า (3)


น้อง : พี่ค่ะเหนื่อยใจท้อแท้ใจกับแฟนเหลือเกิน.. วันนี้ก่อนนอน จอยก็บอกให้เค้ามาอธิษฐานก่อนนอน เค้าก็บอกว่าอยากอธิษฐานภาษาเค้าเองภาษาไทยเค้าก็ไม่เข้าใจ จอยเลยอ่านพระคัมภีร์ให้ลูกฟัง พอขึ้นต้นพระเยโฮวาห์เค้าก็เดี๋ยวๆทำไมเรียกพระเยโฮวาห์จอยก็บอกว่านี่คือพระเจ้านั่นล่ะ... เค้าบอกว่าเค้ามีเพื่อนคนหนึ่งนับถือพระเยโฮวาห์เหมือนกัน แล้วก็จะไม่ชอบวันคริสมาส วันอีสเตอร์ เค้าบอกว่าเข้าใจที่จอยบอกเค้าแล้วว่า อันที่จริงวันพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพระเจ้าเลยเพราะจอยนับถือพระเยโฮวาห์นี่เอง คนที่นี่จะไม่นับถือพระเยโฮวาห์พวกที่นับถือก็เหมือนพวกที่ตั้งเป็นลัทธิ เหมือนโดนหลอกลวง จอยเลยบอกว่าแน่นอนเพราะที่นี่พวกคาทอลิกมันเยอะ ในไบเบิลที่ฉบับไหนก็มีชื่อพระเยโฮวาห์ทั้งนั้นล่ะ เราก็ไม่ได้เป็นลัทธินี่คือคริสเตียนที่นับถือพระเจ้าและปฏิบัติตามพระบัญญัติอย่างถูกไม่บิดเบือน.. เค้าบอกว่าเค้าจะถามเพื่อนคนสวิสก่อน แล้วห้ามจอยสอนอะไรลูกอีกจนกว่าจะเค้าจะแน่ใจ.. จอยเลยบอกว่าจอยไม่ได้โดนหลอก และถ้าอย่าดูว่าทำไมถึงไม่นมัสการพวกวันต่างๆก็จะเอาให้ดู.. จอยไม่สบายใจเลยค่ะ แล้วเค้าไปถามเพื่อนคนนี้ ซึ่งเค้าไม่ได้นับถืออะไรเลย.. เค้าตอบที่ได้มาคงเดาได้ไม่ยากเลย.. พี่ค่ะ แล้วทำไมเค้าถึงเรียกพระเจ้าว่าพระเยโฮวาห์ค่ะ.. เฮ้อ คิดว่าจะสบายใจแล้วเพราะเต็มใจรับเชื่อเอง ยังมีพวกวิญญาณชั่วดึงไว้อีก.. พี่ค่ะแล้วเพราะอะไรพี่โจ ถึงได้เชื่อในพระองค์ละค่ะ นานไหมค่ะกว่าจะเชื่ออย่างสนิทใจ.. แล้วถ้าแฟนจอยเค้าไม่นับถือพระองค์ชีวิตครอบครัวจอยจะเป็นอย่างไงบ้างจากประสบการณ์พี่ที่ผ่านมา จะไปกันรอดไหมค่ะ

พี่ : พี่โจใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ปี เขาจึงเชื่อมากขึ้น แต่ยังไม่สนิทใจ พี่ต้องอธิษฐานคร่ำครวญกับพระเจ้าเยอะมากค่ะ พี่ถูกต่อต้านอย่างหนักจากญาติๆของเขาด้วยขณะอยู่ที่อเมริกา ทั้งๆที่อยู่กันคนละบ้าน ถูกเขาดูถูกสารพัด แต่พระเจ้าเมตตาพี่ตลอด และเมื่อกลับมาอยู่เมืองไทย พี่โจก็ไม่ยอมแยกตัวออกมาอยู่ต่างหาก เขาพาพี่ไปอยู่กับพ่อแม่ของเขา ซึ่งมีรูปเคารพเต็มบ้านยังกะศาลเจ้าแน่ะ เขาถูกวิญญาณชั่วครอบงำเป็นระยะๆ มีปัญหากับพี่ตลอด เกือบจะเลิกกันก็หลายครั้ง แต่พี่ก็อธิษฐานกับพระเจ้า พระองค์บอกพี่ไม่ให้เลิก พี่จึงอดทนต่อสู้ต่อไป อธิษฐานขอพระเจ้าเปิดตาเขาให้เขาเห็นความจริงต่างๆในพระองค์ ขอพระองค์ทำงานในใจเขา และที่เห็นผลมากที่สุดคือการอธิษฐานขับไล่วิญญาณให้เขาค่ะ...เพราะพี่ก็ไม่ยอมให้กับสิ่งชั่วร้ายอยู่แล้ว พี่อดอาหารอธิษฐานบ่อยมาก เพราะการอดอาหารอธิษฐานทำให้เราเข้าถึงพระองค์ได้ดียิ่งขึ้น และพระองค์เห็นความตั้งใจและการต่อสู้ที่เรามีในความเชื่อพระองค์ค่ะ

ส่วนเรื่องคุณสามีของจอย....เขามีพระคัมภีร์ของเขาหรือยังคะ? ถ้ายังไม่มี จอยก็หาซื้อใน online ให้เขาเลยค่ะ พระเจ้ามีชื่อที่ออกเสียงเป็นภาษาฮีบรู ว่า ยาเวย์ (Yahweh), ภาษาอังกฤษว่า เยโฮวาห์ (Jahovah)

บอกสามีของจอยว่าให้เขาจะอธิษฐานเป็นภาษาเขาเองก็ได้ บอกให้เขาอธิษฐานถึงพระบิดา (Father God) แล้วลงท้ายว่า อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์ เอเมน (In the name of Jesus Christ, amen)
(พี่ได้ส่ง link ข้อมูลพระคัมภีร์ภาษาเยอรมันให้น้อง)


---->("ถ้าแฟนจอยเค้าไม่นับถือพระองค์ชีวิตครอบครัวจอยจะเป็นอย่างไงบ้างจากประสบการณ์พี่ที่ผ่านมา จะไปกันรอดไหมค่ะ")

***จอยใจเย็นๆนะคะ ขอให้วางใจในพระเจ้า (พระเจ้าไม่มีนโยบายให้หย่ากัน นอกจากจะมีใครผิดประเวณีไปมีคนอื่น)...ไม่ต้องไปบังคับเขาใดๆทั้งสิ้นค่ะ เอาข้อมูลที่พี่ส่งมานี้ให้เขาค่ะ... แล้วจอยก็อธิษฐานขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่มันมาคอยทำให้เขาเขวไป; วิญญาณสับสน วิญญาณไม่เชื่อ วิญญาณดื้อดึง วิญญาณต่อต้านพระคริสต์ วิญญาณโง่เขลา วิญญาณยโส วิญญาณหลงผิด วิญญาณมืดบอด วิญญาณขี้เกียจ วิญญาณศาสนาเทียมเท็จ วิญญาณล่อลวง วิญญาณทำลายล้าง วิญญาณทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว.....วิญญาณหงุดหงิด วิญญาณโมโห วิญญาณฉุนเฉียว ฯลฯ หรือแล้วแต่ที่จอยจะนึกออกค่ะ.... และอธิษฐานตัดสัมพันธ์ของวิญญาณชั่ว (บทนี้ค่ะ....ข้าสั่งผูกมัด สั่งรื้อถอน สั่งทำลายหลักฐาน...จำได้มั๊ยคะ?...แล้วใส่ชื่อเพื่อนของเขาคนนั้นที่เขาสนิทกันน่ะค่ะ.. อีกหน่อยเขาก็จะค่อยๆห่างกันไปเอง...) อธิษฐานบ่อยๆค่ะ


ส่วนการพาลูกอธิษฐาน จอยก็สามารถทำได้ เมื่อเขาไปทำงานใช่มั๊ยคะ?

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับจอย (หรือที่พี่เจอมา....หรือผู้เชื่อในพระองค์อย่างจริงจังทั่วๆไป ก็เจอสิ่งเหล่านี้ทุกคน)....เป็นภาพสะท้อนที่พระเยซูถูกด่า ถูกตบหน้า ถูกถ่มน้ำลายรด และถูกตรึงที่กางเขน... พระเยซูบอกว่า ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครู....

ลูกา 6 / Luke 6

6:40 ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครู แต่ศิษย์ทุกคนที่ได้รับการฝึกสอนครบแล้วก็จะเป็นเหมือนครูของตน

6:40 The disciple is not above his master: but every one that is perfect shall be as his master.


1 เปโตร 1 / 1 Peter 1

1:6 ในความรอดนั้นท่านทั้งหลายชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง...
...*** ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้จำเป็นที่ท่านจะต้องเป็นทุกข์ใจชั่วขณะหนึ่ง ....
...**ด้วยการถูกทดลองต่างๆ


1:7 เพื่อการลองดูความเชื่อของท่าน... อันประเสริฐยิ่งกว่าทองคำซึ่งพินาศไปได้... ถึงแม้ว่าความเชื่อนั้นถูกลองด้วยไฟ....
...*** จะได้เป็นเหตุให้เกิดความสรรเสริญ เกิดเกียรติและสง่าราศี ในเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ

1:8 พระองค์ผู้ที่ท่านทั้งหลายยังไม่ได้เห็น แต่ท่านยังรักพระองค์อยู่ แม้ว่าขณะนี้ท่านไม่เห็นพระองค์ แต่ท่านยังเชื่อและชื่นชม ด้วยความปีติยินดีเป็นล้นพ้นเหลือที่จะกล่าวได้ และเต็มเปี่ยมด้วยสง่าราศี
1:9….. แล้วจิตวิญญาณของท่านทั้งหลายจึงได้รับความรอดเป็นผลสุดท้ายแห่งความเชื่อ !!!!

1:6 Wherein ye greatly rejoice, though now for a season, if need be, ye are in heaviness through manifold temptations:
1:7 That the trial of your faith, being much more precious than of gold that perisheth, though it be tried with fire, might be found unto praise and honour and glory at the appearing of Jesus Christ:
1:8 Whom having not seen, ye love; in whom, though now ye see him not, yet believing, ye rejoice with joy unspeakable and full of glory:
1:9 Receiving the end of your faith, even the salvation of your souls.

...*** ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้จำเป็นที่ท่านจะต้องเป็นทุกข์ใจชั่วขณะหนึ่ง .......**ด้วยการถูกทดลองต่างๆ

ขณะนี้จอยกำลังถูกซาตานทดสอบความเชื่อค่ะ มันจะพยายามทำทุกอย่างที่มันจะทำได้ เพื่อรบกวนจอยในเรื่องการติดตามพระเยซูคริสต์ จอยไม่ต้องกลัวมันค่ะ อธิษฐานต่อไป ต่อสู่กับมันด้วยความเชื่อในพระเจ้า ต่อสู้อย่างที่พี่เคยบอกไว้ทุกอย่าง เดี๋ยวมันเบื่อมันก็จะไปเอง (จงต่อสู้กับพญามาร และมันจะหนีไปจากท่าน
...ยากอบ 4 :7) ทุกคนที่ตั้งใจดำเนินในทางของพระเจ้าเจอสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้นค่ะ แต่เรารู้ว่าเราต่อสู้เพื่อรางวัลที่ยิ่งใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้ คือชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์

อย่าลืมค่ะจอย...สิ่งที่จะทำให้จอยและครอบครัวได้รับอิสระจากการรบกวนของสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้เร็วที่สุด คือการใช้สิทธิอำนาจที่พระเจ้าให้เรามาในการอธิษฐานขับไล่วิญญาณชั่ว ขอให้จอยอดทน และมั่นคงในความเชื่อ

1 เปโตร 4 / 1 Peter 4

ผู้เชื่อจงอย่าท้อใจ
4:12 ท่านที่รัก อย่าประหลาดใจที่ท่านต้องได้รับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสเป็นการลองใจ เหมือนหนึ่งว่าเหตุการณ์อันประหลาดได้เกิดขึ้นกับท่าน

4:13 ...***แต่ว่าท่านทั้งหลายจงชื่นชมยินดีในการที่ท่านได้มีส่วนร่วมในความทุกข์ยากของพระคริสต์ !!!
…..*** เพื่อว่าเมื่อสง่าราศีของพระองค์ปรากฏขึ้น ท่านทั้งหลายก็จะได้ชื่นชมยินดีเป็นอันมากด้วย!!!


4:14 ถ้าท่านถูกด่าว่าเพราะพระนามของพระคริสต์ ท่านก็เป็นสุข ด้วยว่าพระวิญญาณแห่งสง่าราศีและของพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน ฝ่ายเขาก็กล่าวร้ายพระองค์ แต่ฝ่ายท่านก็ถวายเกียรติยศแด่พระองค์


Believers Not to Be Discouraged
4:12 Beloved, think it not strange concerning the fiery trial which is to try you, as though some strange thing happened unto you:

4:13 But rejoice, inasmuch as ye are partakers of Christ's sufferings; that, when his glory shall be revealed, ye may be glad also with exceeding joy.

4:14 If ye be reproached for the name of Christ, happy are ye; for the spirit of glory and of God resteth upon you: on their part he is evil spoken of, but on your part he is glorified.


น้อง : แล้วอดอาหารอธิฐานต้องทำยังไงบ้างเหรอค่ะพี่..
จอยจะอธิษฐานสู้กับพวกมันค่ะ.. แล้วก็จะบอกพวกมันตลอดว่ามันไม่มีทางชนะจอยและครอบครัว พระเจ้าประทานพรและพลังอำนาจมาให้กับจอยแล้ว จอยจะอธิษฐานไล่พวกมันทั้งวันทั้งคืนไปเลย ถ้ามันคิดจะชนะพระเจ้าก็ลองดู จอยสัญญาค่ะพี่ จอยจะไม่ห่างจากพระองค์ ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตาม จอยจะอดทนรอวันนั้นแล้วพวกเค้าจะได้เห็นว่าพวกเค้าคิดผิด


พี่ : ค่ะจอย ขอบคุณพระเจ้าในความเชื่อและอดทนที่พระองค์กระทำในจอยค่ะ

การอดอาหารอธิษฐาน จอยอาจจะเริ่มอดเฉพาะอาหาร 1 วัน (24 ชม.)ก่อน ดื่มน้ำได้...คือเริ่มจากหลังอาหารมื้อเย็น ซึ่งมื้อเย็นก่อนที่จะอดอาหารนั้น จอยอาจทานเยอะหน่อยค่ะ หลังจากนั้นก็คุกเข่าลงอธิษฐานขอการทรงนำจากพระเจ้าประมาณนี้ค่ะ....

"พระบิดาเจ้าข้า..ลูกขอการทรงนำจากพระองค์ให้ลูกได้อดอาหารอธิษฐานเพื่อแสวงหาพระองค์ ขอพระองค์โปรดสถิตอยู่ด้วยกับลูกตลอดเลา โปรดขับไล่ความหิวโหยให้ออกไปจากลูก...ขอพระองค์ประทานกำลังและสติปัญญาให้แก่ลูก ขอทรงให้ลูกได้พบพระองค์ ให้ลูกได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ ลูกปกคลุมสถานที่แห่งนี้ และปกคลุมตนเองและลูกๆ ทั้งสามีไว้ทั้งร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ ความคิด ความปรารถนา ลูกปกคลุมไว้ด้วยพระโลหิตองพระเยซูคริสต์ และล้อมเราไว้ด้วยกำแพงเพลิงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ลูกอธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์จ้า เอเมน"

ในระหว่างเวลา 24 ชั่วโมง จอยก็พยายามใช้เวลาอ่านพระคัมภีร์ และอธิษฐานให้มากที่สุด พูดระบายความในใจทุกอย่างที่จอยอยากจะทูลพระองค์ สิ่งที่อยากให้พระองค์ช่วยเหลือ(โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อของสามีในช่วงนี้).....ถ้าในระหว่างที่อดอาหารนั้น มีอาการหิวขึ้นมาอย่างทรมาน(วิญญาณหิวมันจะมาแกล้ง) ก็อธิษฐานว่า...มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า... “ มนุษย์ไม่ได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว..แต่ด้วยพระวจนะทุกคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” ...ในพระนามพระเยซูคริสต์ เจ้าวิญญาณหิวโหยจงถูกผูกมัด และออกไปจากข้าเดี๋ยวนี้!!!

มัทธิว 4 / Matthew 4

4:4 ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า "มีเขียนไว้แล้วว่า `มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า'"

4:4 But he answered and said, It is written, Man shall not live by bread alone, but by every word that proceedeth out of the mouth of God.

ถ้ายังไม่หายหิวก็ท่องข้อนี้จนกว่าจะรู้สึกว่ามันไปแล้ว.... “มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”

แล้วก็รับประทานอาหารมื้อเย็นในวันถัดมาค่ะ....(ช่วงอดอาหารอธิษฐาน ก็ควรงดนอนร่วมกับสามีด้วยค่ะ)

ช่วงแรกเราอาจอดอาหารสัปดาห์ละ 1 วัน เมื่อทำได้ดีแล้ว ก็ลอง อด 3 วัน....หากพระองค์จะทรงนำให้อดได้นาน ถึง 40 วันก็จะเป็นการดีมาก...เพราะจะได้รับผลดีมากทางวิญญาณ จะรู้สึกว่าพระองค์ตอบคำอธิษฐานเร็วขึ้น พระองค์เปิดเผยสิ่งต่างๆให้เรารู้มากขึ้น คือพระองค์ประทานสติปัญญามาให้มากขึ้นน่ะค่ะ และก็ให้เรามองเห็นและเข้าใจสถานการณ์และสิ่งต่างๆมากขึ้นด้วย แยกแยะวิญญาณ ช่างสังเกตมากขึ้นค่ะ และต่อสู้ฝ่ายวิญญาณได้ดีมากขึ้น พระองค์ใช้เรามากขึ้นด้วยค่ะ มีเรื่องขอบคุณพระเจ้าตลอดค่ะ

และการอดอาหารอธิษฐานก็ยังเป็นการช่วยปลดปล่อยเราจากวิญญาณชั่วร้ายมากมายค่ะ


มัทธิว 17 / Matthew 17

17:21 แต่ผีชนิดนี้จะไม่ยอมออก เว้นไว้โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร"

17:21 Howbeit this kind goeth not out but by prayer and fasting.



น้อง : เดี๋ยวเจอสงครามครอบครัวให้ไปทำบุญให้ย่าแน่นอนเลยค่ะ.. พี่ค่ะในพระคำภีร์บอกไหมค่ะว่าตายแล้วไปไหนสำหรับคนที่ไม่นับถือพระเจ้า.. จะมีการกลับมาเกิดใหม่อีกไหมค่ะ

พี่ : คุณย่าไหว้รูปเคารพด้วยใช่มั๊ยคะ .....มีวีดีโอหนึ่งที่มีพระชาวพม่าตายไป(เมื่อปี 1983)แล้วไปที่นรก เห็นจอมพลอองซาน(พ่อของอองซานซูจี)อยู่ในบึงไฟนรก และเห็นศาสดาของศาสนาพุทธนุ่งห่มผ้าเหลืองอยู่บึงไฟนรกด้วย วีดีโอนี้ พี่ดึงภาษาอังกฤษออกมาเตรียมจะแปล แต่เสี่ยงต่อ blog ของพี่โดนปิด จึงยังไม่ได้แปล ใส่ไว้แต่วีดีโอ....และสคริปบางส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=20-02-2012&group=1&gblog=178

พระพม่ารูปนี้ได้มีโอกาสไปที่สวรรค์ด้วย มีอัครฑูตเปโตรพาไปดูโน่นดูนี่ในสวรรค์ แล้วส่งกลับมาบนโลกอีก เขาฟื้นขึ้นมาในวันที่เขากำลังจะถูกเผา ขณะนั้นพ่อแม่ของเขาขอให้เปิดโลงศพดูหน้าลูกก่อนเผา และเขาก็ฟื้นขึ้นมาตอนนั้น ขณะฟื้นขึ้นมาก็เหม็นมาก เพราะมีน้ำเมือกของศพนองอยู่ที่ผ้ารองศพ ผู้คนกลัววิ่งแตกตื่น พ่อดม่ก็ตกใจ แต่ดีใจที่ลูกไม่ตาย หลังจากนั้นเขาก็กลับใจมาเชื่อพระเจ้าแล้วประกาศข่าวประเสริฐไปทั่วพม่า บันทึกเทปเล่าเรื่องราวที่เขาไปพบมา เขาถูกตำรวจจับขังคุกหลายครั้ง และสั่งห้ามพูดเรื่องนี้อีก และริบเอาเทปไปทำลาย

(พี่ส่งข้อมูลที่แปลแล้วให้น้องอ่าน)

ฮีบรู 9:27... มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษา

จากพระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราว่า ไม่มีการกลับมาเกิดใหม่ค่ะ คนที่ไม่ได้บังเกิดใหม่ในพระเจ้าก็ตายจากพระเจ้าแล้ว การตายจากพระเจ้าก็คือไปที่นรก ไม่ได้ไปสวรรค์ค่ะ

พี่ขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของพี่ค่ะ แม่ของพี่เสียชีวิตไปเกือบ 20 ปีแล้ว ขณะนั้นพี่กำลังเรียนปี 3 พี่เสียใจมาก เพราะพี่รักแม่มากที่สุด นึกถึงแม่ที่ไรน้ำตาไหลทุกที มีอาการเช่นนี้มานาน 10 กว่าปี เศร้าใจทุกครั้งที่นึกถึงแม่ คิดว่าแม่ไม่น่าต้องเสียชีวิตเร็วเกินไป พี่ยังเรียนไม่จบ จึงยังไม่ได้มีโอกาสดูแลท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณ(หลายปีที่เรียนทั้งมัธยมและป.ตรี ก็ไม่ได้อยู่กับท่าน).....และเมื่อพี่รับเชื่อในพระเจ้าแล้ว...ในปีแรกนั้น...คืนหนึ่งพี่กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่สอนเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในพระเจ้า ในหนังสือนั้นก็มีรูปภาพของชาวอิสราเอลเป็นภาพประกอบด้วย(เป็นหนังสือที่ผู้เชื่อรุ่นพี่ให้มายืมอ่าน) แล้วพี่ก็อ่านไปแล้วเจอภาพๆหนึ่งเป็นของหญิงวัยกลางคนซึ่งมันทำให้พี่คิดถึงแม่ขึ้นมาจับจิตจับใจ พี่จึงคุกเข่าลง (อ้อ...พี่ลืมบอกไปว่า เท่าที่พี่รู้นั้น...แม่ไม่เคยได้รับรู้เรื่องการไถ่บาปของพระเยซูคริสต์มาก่อน เพราะเราอยู่ต่างจังหวัด สมัยที่พี่ยังเด็ก แม่จะพาพี่ไปวัดทำบุญตลอด) พี่คุกเข่าลงอธิษฐานขอพระเยซูช่วยกอบกู้จิตวิญญาณของแม่ ไม่ว่าวิญญาณแม่จะอยู่ที่ไหน พี่สารภาพบาปแทนแม่ทั้งหมด ขอพระองค์ทรงเมตตา อภัยความบาปให้แม่ด้วย...พี่ร้องไห้ไป อธิษฐานไป นานพอสมควร น้ำตานองพื้น....(เป็นความรู้สึกว่าพระองค์ทรงนำให้พี่อธิษฐานเผื่อแม่...ด้วยความเชื่อใสบริสุทธิ์ของผู้เชื่อใหม่ ที่เชื่อว่าพระองค์จะทรงตอบคำอธิษฐานทุกอย่าง)....หลังจากอธิษฐานก็มาเปิดพระคัมภีร์....จำไม่ได้ว่าเจอบทไหนข้อไหน...แต่จำได้ว่า พระองค์ตอบประมาณว่า . “เราให้เจ้าตามที่เจ้าขอแล้ว”....และหลังจากนั้น พี่ก็มีสันติสุขเหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อนึกถึงแม่ก็ไม่เศร้าใจอีก หวังไว้เสมอว่าจะเจอแม่อีกในสวรรค์ค่ะ

1 เปโตร 4 / 1 Peter 4

4:6 ด้วยเหตุนี้เอง ข่าวประเสริฐจึงได้ประกาศแม้แก่คนที่ตายไปแล้ว เพื่อเขาจะได้ถูกพิพากษาตามอย่างมนุษย์ในเนื้อหนัง แต่มีชีวิตอยู่ตามอย่างพระเจ้าฝ่ายจิตวิญญาณ

4:6 For for this cause was the gospel preached also to them that are dead, that they might be judged according to men in the flesh, but live according to God in the spirit.

"เดี๋ยวเจอสงครามครอบครัวให้ไปทำบุญให้ย่าแน่นอนเลยค่ะ"....
....
ประเด็นนี้สำคัญมากค่ะ เพราะเมื่อไปที่วัด พวกเขาก็จะพากันพนมมือไหว้พระ แต่เราไม่ไหว้ เราก็จะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด ไม่มีสัมมาคารวะ (สิ่งเหล่านี้พี่ก็เจอมาแล้วเช่นกัน ในงานศพแม่ของสามี)...แต่พี่ยอมให้คนดูถูกดูหมิ่น เพื่อพระเจ้าจะพอพระทัยในการเชื่อฟังพระองค์ของเรามากกว่าค่ะ ในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ต้องไปในงานสวดทุกวัน นาน 7 วัน พี่เลือกไปนั่งด้านหลัง..นั่งสงบอธิษฐานกับพระเจ้าในขณะที่เขาสวดทำพิธีต่างๆกัน....มีสายตามองเราแปลกๆ แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไร....ในช่วงเวลานั้นต้องต่อสู้ทั้งสิ่งที่มองเห็น(มนุษย์)และสิ่งที่มองไม่เห็น(วิญญาณชั่ว)...

พี่แนะนำจอยก่อนว่า หากต้องไปในงานศพ หรือไปที่วัด ให้จอยอธิษฐานปกคลุมตนเอง สามี และลูกๆด้วยพระโลหิตพระเยซูคริสต์ และล้อมทุกคนไว้ด้วยกำแพงเพลิงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในพระนามพระเยซูคริสต์....และสั่งผูกมัดวิญญาณชั่วทั้งหมดในสถานที่แห่งนั้นด้วยพระนามพระเยซูคริสต์ และสั่งปกคุมสถานที่แห่งนั้นด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ในพระนามพระเยซูคริสต์ ก่อนเข้าไปในนั้นทุกครั้งค่ะ

ส่วนการไหว้ศพ ก็ให้ยกมือไหว้ธรรมดา ไม่ต้องจุดธูป (จอยและลูกๆและสามีห้ามจุดธูปเทียนเด็ดขาดค่ะ!! เพราะการจุดธูปเทียนแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเราบูชาอย่างอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้าของเรา)


น้อง : จอยก็อธิษฐานกับพระองค์ให้พระองค์รับย่าไปด้วย ตอนย่าไม่สบายมาก จอยเคยบอกให้ย่าอธิษฐานขอกับพระเจ้า จอยก็จะเน้นว่าพระเจ้าของคริสนะย่า.. แต่ไม่ได้บอกให้ย่าสารภาพบาปก่อน.. บอกแต่ว่าให้ย่าบอกพระองค์ว่าย่าเชื่อในพระองค์แล้วขอให้พระองค์อย่าให้ย่าต้องเจ็บปวดขอให้ย่าหาย.. จอยโทรไปถาม ย่าก็จะบอกว่าย่าอธิษฐานบอกแล้ว จอยบอกให้ย่าอธิษฐานไว้ตลอดเวลา..จอยคิดว่าพอย่าค่อยยังชั่วแล้วจะให้ย่าสารภาพบาป.. พอย่าไปรพ. จอยติตต่อย่าไม่ได้เลยจนย่าเสียค่ะ จอยต้องสารภาพบาปทั้งหมดให้ย่าด้วยใช่ไหมค่ะ พ่อจอยก็เสียเป็น10ปีแล้ว..จอยคิดว่าจอยไม่รู้ทุกบาปของพ่อกับย่าค่ะ เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกัน.. จอยไม่อยากให้ทุกคนต้องตกนรกเลย จริงๆแล้วพวกเค้าไม่มีทางเลือกเลยนะค่ะพี่ดา บรรพบุรุษสืบทอดกันมานานมาก และพวกเค้าไม่มีโอกาสได้รู้จักกับพระองค์เลยด้วยซ้ำเราเกิดมาก็เจอพระแล้ว.. ถ้าอย่างพวกยุโรปเค้ายังได้รู้จักพระองค์เพียงแต่เค้าจะเลือกเชื่อพระองค์หรือไม่.. อย่างจอยจะไปบอกกับยาย ยายไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ ยายไม่รู้จักเพราะอยู่ต่างจังหวัด.. พระองค์จะทรงช่วยพวกเค้าไหมค่ะ พวกเค้าที่ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อพระองค์ ไม่รู้จักว่าตัวเค้ามาจากไหน..เค้าไม่มีโอกาสที่จะเรียกร้องหาพระองค์ด้วยซ้ำ.. พวกเค้าต้องผิดพระบัญญัติโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำผิด ขนาดคนรุ่นใหม่เหมือนจอย เค้ารู้จักพระองค์ เชื่อว่าพระองค์สร้างโลก แต่เค้าศรัทธาในคำสอนของพุทธมากเพราะมีเหตุมีผล.. คนพวกนี้ถ้าจะตกนรกก็ดูสมควรอยู่ แต่คนที่ไม่รู้อะไรเลยนี่สิน่าสงสาร.. จอยคงทำได้แต่อธิษฐานเพื่อเค้าใช่ไหมค่ะ..

"จอยคงทำได้แต่อธิฐานเพื่อเค้าใช่ไหมค่ะ...."

พี่ : ใช่ค่ะ สำหรับผู้ที่จากเราไปแล้วโดยไม่มีโอกาสรับรู้เรื่องราวของพระผู้ไถ่ เราทำได้เพียงมายืนต่อเบื้องพระพักตร์พระเยซูคริสต์แทนพวกเขา แล้วสารภาพบาปแทนพวกเขา อ้อนวอนของพระองค์ทรงเมตตาอภัยในความบาป แล้วเรามอบทุกอย่างไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ ด้วยความเชื่อว่าพระองค์จะทรงตอบคำอธิษฐานด้วยความรักที่เรามีต่อพวกเขาและด้วยความเชื่อและศรัทธาที่เรามีในพระองค์ค่ะ

เลวีนิติ 26 / Leviticus 26

พระเจ้าจะทรงรักษาพันธสัญญาของพระองค์ต่ออับราฮัม

26:40 ...***แต่ถ้าเขาทั้งหลายสารภาพความชั่วช้าของเขา... และความชั่วช้าของบรรพบุรุษ !!!
….*** ซึ่งเขาทั้งหลายกระทำการละเมิดต่อเรา ด้วยการละเมิดของเขานั้น และที่ได้ดำเนินการขัดแย้งเราด้วย

26:41 และเราจึงดำเนินการขัดแย้งเขาทั้งหลายด้วย และได้นำเขาเข้าแผ่นดินแห่งศัตรูของเขา ถ้าเมื่อนั้นจิตใจอันนอกรีตของเขาถ่อมลงแล้ว และเขายอมรับโทษเพราะความชั่วช้าของเขาแล้ว

26:42….*** เราจึงจะระลึกถึงพันธสัญญาของเราซึ่งมีต่อยาโคบ… และพันธสัญญาของเราซึ่งมีต่ออิสอัค และพันธสัญญาของเราซึ่งมีต่ออับราฮัม และเราจะระลึกถึงแผ่นดินนั้น…

God Will not Forsake Abrahamic Covenant
26:40 If they shall confess their iniquity, and the iniquity of their fathers, with their trespass which they trespassed against me, and that also they have walked contrary unto me;
26:41 And that I also have walked contrary unto them, and have brought them into the land of their enemies; if then their uncircumcised hearts be humbled, and they then accept of the punishment of their iniquity:
26:42 Then will I remember my covenant with Jacob, and also my covenant with Isaac, and also my covenant with Abraham will I remember; and I will remember the land.

# พระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราว่าถ้าเราสารภาพบาปของบรรพบุรุษของเราที่กระทำผิดต่อพระองค์ พระองค์ก็จะทรงฟัง และระลึกถึงพระพันธสัญญาที่พระองค์เคยกระทำไว้กับ อับราฮัม อิสอัค และยาโคบ...

อพยพ 2 / Exodus 2

2:24 ....และพระเจ้าทรงสดับฟังเสียงคร่ำครวญของเขา...
... พระเจ้าจึงทรงระลึกถึงพันธสัญญาของพระองค์กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ

2:25.... พระเจ้าจึงทอดพระเนตรชนชาติอิสราเอล....*** แล้วพระเจ้าทรงเอาใจใส่พวกเขา !!!

2:24 And God heard their groaning, and God remembered his covenant with Abraham, with Isaac, and with Jacob.
2:25 And God looked upon the children of Israel, and God had respect unto them.

ความหมายหนึ่งของคำว่า Respect ในพระธรรมอพยพ บทที่ 2 ข้อ 25 คือ ตอบ( answer) หรือตอบคำอธิษฐานของเรานั่นเองค่ะ

Respect : H3045 yâda‛, yaw-dah' : A primitive root; to know (properly to ascertain by seeing); used in a great variety of senses, figuratively, literally, euphemistically and inferentially (including observation, care, recognition; and causatively instruction, designation, punishment, etc.): - acknowledge, acquaintance (-ted with), advise, answer, appoint, assuredly, be aware, [un-] awares, can [-not], certainly, for a certainty, comprehend, consider, X could they, cunning, declare, be diligent, (can, cause to) discern, discover, endued with, familiar friend, famous, feel, can have, be [ig-] norant, instruct, kinsfolk, kinsman, (cause to, let, make) know, (come to give, have, take) knowledge, have [knowledge], (be, make, make to be, make self) known, + be learned, + lie by man, mark, perceive, privy to, X prognosticator, regard, have respect, skilful, shew, can (man of) skill, be sure, of a surety, teach, (can) tell, understand, have [understanding], X will be, wist, wit, wot.


(1) : //www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=04-08-2012&group=1&gblog=208

(2) : //www.bloggang.com/mainblog.php?id=debunk&month=04-08-2012&group=1&gblog=209



Create Date : 04 สิงหาคม 2555
Last Update : 4 สิงหาคม 2555 21:14:43 น.
Counter : 1728 Pageviews.

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  

Narno7
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



ขอต้อนรับเข้าสู่การค้นหาความจริงจากในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมา เคยถามตัวเองหรือไม่ว่าเราเกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? ตายแล้วไปไหน?

ข่าวดี!! ที่นี่มีคำตอบ ขอให้อ่านด้วยใจเปิดกว้าง และพินิจพิจารณา อ่านช้าๆ แล้วคุณจะพบคำตอบของชีวิตที่คุณค้นหามานาน

Inner peace is built by discovering your creator, and your purpose.

KNOWLEDGE IS POWER!!!!

You are created as a Soul, and placed into this physical body.

Your body is just a "Tool".

A tool, for your soul to carry out this temporary physical section, of your Eternal Life

A tool which should be guided into investing and feeding the soul.

But all people remain to do, is invest in the body rather than the SOUL!!

The Truth Set You Free!!!

May the Love and the Truth of the True God fill your Heart!!

Note: Please share your ideas or commend politely and wisely. ANY COMMENT POSTED NEEDS TO BE BASED ON INTELLIGENCE, LOGIC, AND REASONING; THOSE BASED MERELY ON RELIGIOUS BELIEF(S) AND/OR EMOTIONS WILL NOT SUFFICE.


Thanks for visiting!

Have a great wonderful day and night!!

## Pls. feel free to spread the words!!

New Comments
All Blog