happy memories
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
22 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
รักนี้ชั่วนิรันดร์ ๒





https://www.youtube.com/watch?v=9grTVSxyCF4&feature=related






ครูเชิญพ่อแม่ของนักเรียนทั้งสองเข้ามาคุยกันในห้อง จุนโซ อึนโซและชีเน่นั่งอยู่ด้วย ครูบอกซุนอิม
"พ่อของอึนโซเป็นประธานกลุ่มอุปถัมภ์น่ะค่ะ จุนโซก็เป็นประธานนักเรียน ส่วนอึนโซก็ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้องด้วยน่ะค่ะ" ซุนอิมถึงกับออกปาก
"เป็นถึงหัวหน้าห้องหรือ" อึนโซค้อมศีรษะให้ กล่าวสวัสดี
"คุณคุงฮาคะ ชีเน่นี่ก็เป็นนักเรียนที่สอบได้ A ทุกวิชา และก็เป็นรองหัวหน้าห้องด้วยค่ะ"
"เอ๊ะ! นี่แกเป็นด้วยหรือ" ซุนอิมกระทุ้งลูกสาว ไม่เชื่อว่าลูกจะเก่งถึงขนาดนั้น ชีเนค้อมศีรษะให้ศจ.ยุนกับคุงฮาแล้วบอกชื่อของตัวเอง คุงฮาท่าทางเงอะงะพูดอะไรไม่ออก ผิดกับสามีที่มองชีเน่ไม่วางตา ออกปากชมว่าน่ารัก ครูเอ่ยถึงกิจกรรมในห้องเรียน
"ดิฉันทราบค่ะว่าทุกท่านไม่ค่อยจะว่าง แต่ในเมื่อโอกาสนี้ได้มาพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้นะคะ ดิฉันก็อยากจะคุยเรื่องกิจกรรมในห้องเรียนซะเลยค่ะ" ซุนอิมรีบปฏิเสธแล้วตวาดใส่ลูก
"ฉันบอกแกแล้วไงว่าขืนไปมีส่วนร่วมต้องผิดชอบมันต้องมีภาระนะ" ครูรีบบอกว่าไม่เป็นภาระ ศจ.ยุนเสริมอีก
"คุณแม่ของชีเน่ คุณควรจะภูมิใจในตัวลูกคุณนะครับ คืออย่างน้อยเพื่อนนักเรียนก็เลือกเธอเป็นรองหัวหน้า อย่าตำหนิเธอเลยนะครับ" อึนโซแปลกใจกับท่าทีและคำพูดของพ่อ จุนโซที่รู้ความจริงแล้วนั่งเงียบอยู่นาน ทนไม่ไหวลุกขึ้นขอตัวไปห้องน้ำ จุนโซออกมาล้างหน้าราวกับจะให้น้ำช่วยละลายความทุกข์ให้หมดไปจากใจ




แม่ทั้งสองต่างมองเลือดเนื้อเชื้อไขของตนอยู่เงียบ ๆ ครูเอ่ยขึ้น
"นักเรียนทุกคนเพียรพยายามจัดงานนี้ขึ้นมานะคะ แล้วทุกคนก็ร่วมมือร่วมใจกันกับอึนโซและก็ชีเน่ค่ะ ทุก ๆ คนเลยล่ะค่ะ" ครูขอตัวออกไปเมื่อนักเรียนเข้ามาบอกว่ามีโทรศัพท์ถึงครู
"ชีเน่ ได้ยินว่าหนูเรียนเก่ง คุณคงต้องภูมิใจ" ศจ.ยุนเอ่ยกับชีเน่ ประโยคหลังหันไปพูดกับซุนอิม
"หนูก็เหมือนกันนะ" ซุนอิมชมอึนโซ
"แล้วเธอมีพี่น้องหรือเปล่า"
"มี...มีพี่ชายคนนึงค่ะ" ซุนอิมบอก
"งั้นหรือครับ ก็เหมือนกันเลยนะครับ หนูมีพี่น้องหรือเปล่าจ๊ะ"
"ที่จริงมีค่ะ แต่ว่า..." ยังไม่ทันพูดต่อซุนอิมรีบพูดแซงขึ้น
"คือ..เอ้อ...เขากำลังจะเรียนสายอาชีวะค่ะ"
"ถูกไล่ออกแล้ว" ชีเน่พูดจบก็ถูกแม่ดุให้หุบปาก
"อ้อ! งั้นหรือ แล้วรักใคร่กันดีหรือเปล่าล่ะ" ศจ.ยุนถามต่อ
"ก็ไม่เชิง" ชีเน่ตอบไม่เต็มเสียง
"ตอนชีเน่ยังเล็กๆเธอเคยเจ็บป่วยเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" หันไปถามซุนอิมแต่อีกฝ่ายกลับโมโห
"นี่คุณ! ถึงฉันจะไม่มีเงินถุงเงินถัง ฉันก็ไม่ได้เลี้ยงลูกทิ้งๆขว้างๆหรอกนะคุณนะ ถามอะไรแบบนี้"
ทั้งชีเน่และอึนโซมีสีหน้างง ๆ อึนโซหันไปหาคุงฮาเรียกแม่ แม่ทั้งสองมองลูกที่เฝ้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิด แล้วกลับไปมองลูกในสายเลือดของตน
นั่งรถกลับบ้าน ท่าทางทุกคนเคร่งเครียด อึนโซแปลกใจที่ไม่มีคำสนทนาที่สนุกสนานเหมือนอย่างเคย

ซุนอิมเดินมากับลูกสาวเอ่ยถามถึงอึนโซ
"เด็กคนนั้นเป็นยังไง"
"ใครล่ะ"
"คนที่เป็นหัวหน้าชั้นแก"
"ยุน อึนโซหรือ เค้าคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง คุณปู่เค้าตั้งโรงเรียนนี้ แล้วพ่อแม่ก็ร่ำรวยเป็นบ้า" ซุนอิมไม่พูดอะไรอีก

ศจ.ยุนบอกภรรยาว่าแม่ของชีเน่ไปขอตรวจกรุ๊ปเลือดที่โรงเรียน ปรากฏว่าเป็นกรุ๊ป O ความทุกข์ใจดูเหมือนจะยิ่งหนักขึ้นทุกที สองคนได้แต่นิ่งเงียบ




อึนโซนั่งเล่นถ้วยน้ำชาอยู่ที่สนามหน้าบ้าน จุนโซเดินออกมาจากบ้าน ส่งเสียงเย้าน้อง
"พี่ว่า ป่านนี้แขกของเธอคงจะเหนื่อยแย่เลย" อึนโซยังเล่นต่อ ยกถ้วยขึ้นแล้วพูดเองเออเอง
"คุณเหนื่อยหรือเปล่าคะ"
"เหนื่อยซิ ถามได้ หมดแรงกับงานนิทรรศการนั่นน่ะ"
"อ๋อ! อึนโซเธอสั่งเรือผลไม้ให้เรา เดี๋ยวเธอจะผิดหวังนะ"
"ไม่หรอก เธอเป็นเด็กใจดี เธอคงเข้าใจแน่ๆรับรองได้เลย จริง ๆ นะ" จุนโซสะท้อนใจแต่สุดท้ายก็ยิ้มให้กับความน่ารักของน้อง จุนโซนึกย้อนไปถึงงานวันเกิดของแม่ ทุกคนร้องเพลงอวยพรให้ รอยยิ้มของแม่เบิกบานเมื่อเปิดกล่องของขวัญที่ลูกชายทำเองกับมือ เป็นถ้วยกาแฟสี่ใบวาดใบหน้าแต่ละคนไว้บนถ้วย
"โอ้โห! นี่มันครอบครัวเราพร้อมหน้านี่นา"
"เออ จริงๆด้วยซิ"
"เราสองคนช่วยกันทำให้นะครับ" จุนโซบอกแม่
"ไม่ใช่หรอกค่ะ พี่ชายเป็นคนทำเองทุกอย่างเลย ทั้งวาดรูปทั้งเอาไปอบด้วยค่ะ สวยไหมคะ"
"แล้วลูกทำอะไรหรือจ๊ะ"
"หนูก็เป็นกำลังใจไงล่ะคะ" พ่อหัวเราะถูกใจคำตอบลูกสาวแล้วพูดเสียงอ่อนโยน
"เราจะได้ไม่ต้องคิดถึงลูกต่อให้อยู่ห่างไกลกัน"
"ลูกๆจะไม่ไปไหนหรอกค่ะ ฉันจะขออยู่กับลูกจนวันตาย" คุงฮาบอกสีหน้าสุขใจ
"ไม่ต้องบอกก็รู้ แม่คนนี้ติดลูกเป็นแตงเมเลย" ทุกคนประสานเสียงหัวเราะ แม่ส่งถ้วยให้แต่ละคน พ่อพูดส่งท้าย
"งั้นเรามาดื่มฉลองกันเลย" สี่คนส่งเสียงไชโยดังลั่น
ความคิดของจุนโซล่องลอยไปถึงวันอันแสนสุข เสียงหัวเราะยังไม่จางในความรู้สึก
"ลูกๆจะไม่ไปไหนหรอก ฉันจะขออยู่กับลูกจนวันตาย" อึนโซเลียนคำพูดของแม่ดึงความคิดของจุนโซให้กลับมา อึนโซกำลังจะพูดต่อจุนโซรีบคว้าถ้วยมาถือไว้ในมือแล้วพูดแทนพ่อ
"ไม่ต้องบอกก็รู้ แม่คนนี้ติดลูก เธอพูดเหมือนกับแม่เลย"
"ก็ต้องเหมือนอยู่แล้ว ก็เค้าเป็นลูกสาวแม่นี่ แม่ลูกก็อย่างงี้แหละ" สีหน้าจุนโซสลดลง ครั้งเห็นอึนโซมองอย่างสงสัยก็หลบตา รีบลุกจากโต๊ะคว้าลูกบอลไปเล่น




ซุนอิมวางอาหารเช้าบนโต๊ะ ชีเน่กำลังแต่งตัวไปโรงเรียนบ่นออกมา
"ให้กินแต่ของเหลือประจำ" ซุนอิมรีบยกถ้วยกลับ
"ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ"
"ไม่ถูกใจก็ไม่ต้องกิน" แม่แหวใส่ลูกสาว
"หมู่นี้แม่เป็นอะไรของแม่น่ะ" ซุนอิมเหมือนจะรู้ตัวพยายามระงับอารมณ์ลง บอกชีเน่ว่าเลิกเรียนแล้วให้รีบกลับบ้าน
"มาให้แม่จิกหัวใช้น่ะหรือ มิน่าพี่ถึงได้หนีไป" พอฟังคำลูกก็เดือดปุดขึ้นทันควัน
"ว่าไงนะ ปากดีนักนะนังนี่" แม่ตั้งท่าจะลงมือกับลูกแต่ชีเน่ก็วิ่งออกประตูไปแล้ว ซุนอิมตะโกนไล่หลังให้รีบกลับมาช่วยทำงานที่บ้าน

อึนโซจัดกระเป๋านักเรียนอยู่ในห้อง คุงฮายื่นกล่องอาหารกลางวันให้
"วันนี้มีอะไรคะ หมูทอดใช่ไหมคะ ขอบคุณนะคะแม่" สีหน้าคุงฮาเศร้าสร้อยมองอึนโซไม่วางตา
"เสร็จแล้วล่ะคะ" อึนโซหยิบกระเป๋าจะเดินไป
"อึนโซมาให้แม่ดูผมหน่อย" คุงฮาเหน็บผมแล้วลอบสังเกตหูของลูกสาว นึกถึงวันที่อาบน้ำด้วยกันแล้ว อึนโซถามว่าทำไมหูของตัวเองเล็กผิดกับแม่และยาย
"หรือว่าหนูจะไม่ใช่ลูกแม่ หนูไม่เห็นเหมือนแม่เลย แม่เก็บหนูมาจากข้างถนนหรือเปล่าคะ"
เสียงจุนโซตะโกนเร่งน้องให้ไปโรงเรียน แม่รีบบอกลูกสาวให้ไปได้แล้ว ถึงอย่างไรคุงฮาก็ยากที่จะทำใจให้ยอมรับกับการสูญเสียอึนโซไป




จุนโซรอน้องที่หน้าบ้านกำลังจะขี่จักรยานออกไป อึนโซขอนั่งซ้อนท้ายพี่ชายไปด้วย
"ทำไม เธอตัวหนักขนาดเนี้ย ขี้เกียจขี่จักรยานเองเลยเชียวหรือ"
"ยังงั้นก็ได้ เฮ้อ! เค้ารู้สึกจะหมดแรง เวียนหัวนิดๆด้วยซิ เฮ้อ! ถ้าเค้าเกิดอุบัติเหตุอีกล่ะ จะอันตรายมากนะสำหรับเด็กที่ขี่จักรยานไม่เก่ง" อึนโซทำท่าสำออยอ้อนพี่ชาย จุนโซยิ้มอย่างรู้ทันแต่ก็ยอมตามใจ
"ขึ้นมา"
"ขอบคุณ"
"แค่วันนี้วันเดียวนะ แล้วก็ห้ามพูดอะไรเป็นลางแบบนี้อีกนะจะบอกให้"
"ขอโทษ"
จุนโซขี่รถเข้าประตูโรงเรียน ชีเน่เห็นมองตามหลังสองพี่น้องไป




เวลาพักเที่ยง กังอีคู่หูของอึนโซทำท่าร่าเริงเกินเหตุที่ได้เวลากินข้าวแล้ว พอถูกอึนโซถามว่าทำไมดีใจขนาดนั้นก็บอกว่า
"แหงอยู่แล้ว ถ้าไม่มีการพักกินข้าวนะ ฉันคงจะออกไปนานแล้ว ไม่ทนอยู่หรอก"
"เฮ้อ! ไม่ใช่ติดใจพี่ชายฉันหรอกหรือ"
"คือ...มันก็จริงหรอกนะ มันก็จริง" กังอีพูดเสียงอ่อย ๆ
"งั้นถ้าจะให้เธอเลือกระหว่างพี่ชายของฉันกับอาหารกลางวันล่ะ" กังอีทำท่าเลือกไม่ถูก แล้วคว้ากล่องข้าวของอึนโซไปกอดไว้
"ถ้ายังงั้นก็...ฉันขอเลือกกินกับเธอ"
เพื่อนสองคนข้างหน้าหันมาถามอึนโซว่ามีกับข้าวอะไร กังอีคุยทับว่ามีแต่ของอร่อย ๆ ทั้งนั้น พลางตะโกนเรียกเพื่อน ๆ ให้มากินกับข้าวของอึนโซด้วยกัน ชีเน่เปิดกล่องข้าวของตัวเองเห็นกับข้าวแล้วไม่นึกอยากกิน มองไปที่กลุ่มเพื่อนที่รุมล้อมอึนโซ ทนไม่ไหวถือกล่องข้าวเดินลุกจากโต๊ะ เดินชนกับอึนโซที่กำลังจะไปหยิบน้ำมาดื่ม กล่องข้าวตกกระจาย ชีเน่อายสายตาของเพื่อน ๆ ที่ตัวเองไม่เคยมีกับข้าวดี ๆ อย่างอึนโซ อึนโซก้มหน้าเอ่ยคำขอโทษ ชีเน่มองตาขวางรู้สึกเสียหน้ารีบเดินออกไป




เลิกเรียนชีเน่เดินออกจากโรงเรียน เห็นจงชลพี่ชายยืนรออยู่รีบหันหลังเดินหนี พี่ชายเรียกแล้วเข้ามาคว้ามือน้องสาว
"ชอย ชีเน่ จะรีบไปไหนเล่า ถ้าไม่อยากมีเรื่องตามฉันมาดี ๆ" ชีเน่ขัดขืนแต่ถูกลากตัวไปจนได้ อึนโซมองเห็นพอดี จงชลเอ่ยปากขอเงินน้อง ชีเน่ปฏิเสธทันที
"ฉันบอกแล้วว่าไม่มีเงินไง"
"ทำเป็นพูด โธ่เอ้ย! ฉันรู้นะว่าแกคอยแอบเม้มเงินจากร้านของแม่ อย่าพูดดีกว่า"
"ฉันไม่ใช่ขี้ขโมยนะ ตัวเองน่ะสิขโมยเงินแล้วก็หนีไป"
"นังนี่วอนตายซะแล้ว" จงชลเงื้อง่าจะลงมือกับน้อง อึนโซเข้าขวางส่งเงินให้ขอร้องให้ปล่อยเพื่อนไป จงชลตาวาวเมื่อเห็นเงิน
"ชอย ชีเน่นี่เพื่อนแกหรือ" ชีเน่ปัดเงินในมืออึนโซอย่างแรง
"ใครบอกให้เธอมาเจ๋อ อย่ามายุ่งนะ" จงชลตีน้องสาว อึนโซห้ามไว้อีก จงชลสนใจแต่เงินก้มลงเก็บแล้วก็รีบไป ชีเน่ตะโกนว่าพี่ชาย
"อย่าเสนอหน้ากลับเข้าบ้านเชียวนะแกน่ะ" อึนโซหันมองชีเน่
"พี่ชายเธอหรือ"
"ใช่ซิ พี่ชายฉันเอง เป็นพวกเหลือขอด้วย ไง รู้แล้วพอใจไหมล่ะ"
"เปล่านะ คือฉันแค่...ฉันจะ..." อึนโซไม่นึกว่าจะเป็นพี่ชายของชีเน่
"แน่ล่ะซิ ใครเค้าจะมีพี่ดี ๆ อย่างเธอ" ชีเน่ร้องไห้วิ่งลงไปบนถนนตัดหน้ารถของศจ.ยุน เขาจำเด็กสาวได้ เอ่ยเรียก ชีเน่หยุดชะงักหันไปมอง

คุงฮาทำความสะอาดบ้าน ไม่ทันระวังมือปัดรูปถ่ายครอบครัวตกลงพื้น หยิบขึ้นมาดู แตะรูปเบามือ สีหน้ากังวลใจนึกกลัวว่าจะเป็นลางร้าย




ศจ.ยุนนั่งคุยกับชีเน่ที่ม้านั่งริมทาง
"ชีเน่ ทำไมต้องร้องไห้ล่ะ" ชีเน่ไม่ยอมตอบ
"บ้านหนูอยู่ไกลอยู่จากโรงเรียนมากน่ะ แล้วหนูขี่จักรยานไม่เป็นหรือ"
"ไม่ ขี่ไม่เป็น"
"เอายังงี้ไหมล่ะ ฉันจะ..." พูดไม่ทันจบประโยค ชีเน่พูดแซงขึ้น
"หนูไม่มีจักรยานเพราะว่าเราไม่มีเงินซื้อหรอกค่ะ มันเป็นของแพงสำหรับคนอย่างอึนโซเค้าใช้"
"แล้วคุณพ่อหนูเสียไปตั้งแต่เมื่อไหร่" ศจ.ยุนเปลี่ยนเรื่องพูด
"ตั้งแต่ก่อนหนูเกิด"
"หนูคิดจะ...ยังอยากจะให้มีพ่ออยู่หรือเปล่าล่ะ" ชีเน่มองหน้าคนถาม
"ขอโทษที่ถาม แต่หนูเป็นเด็กดี หนูช่วยงานคุณแม่และตั้งใจเรียน"
"ต้องเรียนจะได้ไม่ทำงานหนัก พอโตหน่อยจะได้ไปให้พ้น" พ่อนึกเวทนาลูกสาวตัวเองจับใจพึมพำ
"ฉันเสียใจ"
พ่อพาลูกสาวไปเลี้ยงอาหาร ชีเน่กินอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นพ่อขับรถไปส่งที่บ้าน ระหว่างทางชีเน่มองตุ๊กตาหมีสีเหลืองตัวใหญ่ที่อยู่ในร้าน พ่อเห็นสายตาลูกก็รู้ใจ

คุงฮายืนใกล้ร้านอาหารในตลาดสีหน้าลังเลใจ พอเห็นซุนอิมกำลังจะเดินเข้าร้านก็รีบหลบ สักครู่ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาเห็นสามีขับรถมาส่งชีเน่ ลูกสาวกอดตุ๊กตาหมีตัวโตลงมาจากรถ ซุนอิมมองเห็น เบี่ยงตัวหลบเข้ามุม ชีเน่วิ่งเข้าบ้านไป คุงฮามองดูได้แต่ทอดถอนใจ




ชีเน่เล่นกับตุ๊กตาที่เพิ่งได้มา
"น่ารักจังเลย เป็นพวกประชาสงเคราะห์หรือไง เหมือนกันทั้งพ่อทั้งลูก อยากมีพ่อแบบนี้จังเล้ย" ซุนอิมเปิดประตูเข้ามาได้ยินเข้าเงื้อมือตบหัวลูกสาว
"แม่มาตีหนูทำไมเล่า เจ็บนะ"
"แกไปได้มาจากไหน ใครซื้อหมีนั่นให้แก บอกมาเดี๋ยวนี้นะ" แม่ถามเสียงเขียว
"ไม่ได้ขโมยมาก็แล้วกัน พอดีพ่อของอึนโซเค้า..."
"แกไปทำอะไรกับเขา" ซุนอิมโมโหเดือด
"ก็ตอนหนูเดินกลับบ้าน..." พูดได้แค่นั้นก็ถูกตีไม่ยั้ง
"แกเป็นขอทานหรือยังไง หา ทำไมต้องไปรับของ ๆ เขา นังนี่ ตายเสียเถอะ... ฉันสู้อุตส่าห์ทำงานหนักแทบตายเลี้ยงแกมา ออกมาเป็นแบบนี้หรือ เป็นแบบนี้หรือ"
"อะไรของแม่กันเล่า นี่มันก็แค่หมีตัวเดียว ตั้งแต่เกิดมาแม่เคยซื้ออะไรให้หนูบ้างเล่า แม่ก็ได้แต่ตีแล้วก็จิกหัวใช้เท่านั้นเองล่ะ" ชีเน่ร้องไห้ตะโกนเสียงดังลั่น ซุนอิมฟังแล้วยิ่งแค้นใจ
"ว่าไงนะ เออซิ ฉันต้องจิกหัวใช้แก ต้องให้มาช่วยงานในร้านจะได้ช่วยกันหาเงินมาใช้จ่ายได้มากขึ้น แล้วมันเป็นยังไง หา!"
"ก็เบื่อเต็มทีแล้วล่ะซิ เพื่อนๆหนูไม่มีใครต้องทนอยู่แบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเรียนดีเท่าหนูสักคน แต่พวกเค้าก็ยังมีเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่ มีตุ๊กตาหมีไม่รู้ตั้งกี่ตัว แม้กระทั่งอึนโซได้รับเลือกเป็นหัวหน้าชั้น เพราะมันมีพี่ชายดีคอยช่วย มีพ่อแม่ร่ำรวยคอยหนุนหลังน่ะซิ" คำพูดของลูกที่พูดใส่หน้าแม่ไม่ยั้งทำให้คนเป็นแม่เสียใจเป็นที่สุด
"อ๋อ!นี่หรือ แกต้องการอย่างนี้เองหรอกหรือ งั้นก็ไสหัวออกไปอยู่กับพวกนั้นเลยไป" ซุนอิมขับไสไล่ส่งลูกด้วยความคับแค้นใจ
"อ๋อ! แน่ล่ะ ไม่อยากอยู่ๆแล้วล่ะ จะบอกให้"
"ไปซิ ออกไปอยู่กับพ่อของแกเลย ไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงของแกเลย ไป๊!" ซุนอิมหลุดปากพูดความจริงออกไป จบคำพูดอารมณ์ของทั้งคู่สะดุดลงทันที ดูเหมือนชีเน่จะได้ยินแต่คำพูดประโยคหลัง ซุนอิมนิ่งงันแล้วทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง ชีเน่ถามแม่
"พ่อแม่ของหนู พ่อแม่ที่แท้จริงของหนู นี่แม่พูดเรื่องอะไร ตะกี้แม่พูดอะไรน่ะ"
"จะได้สมปรารถนาไง แกจะได้ไปให้พ้นจากรูหนูนี่ จะได้ไปอยู่กับพ่อแม่เศรษฐีของแก พ่อแม่ที่แท้จริงที่มีเงินซื้อของพวกนี้ปรนเปรอแก"




ศจ.ยุนซื้อตุ๊กตาแบบเดียวกันให้อึนโซ คุงฮายืนรออยู่ที่รถเห็นเข้าก็ยิ้มพอใจ ศจ.ยุนแปลกใจที่เห็นภรรยา คุงฮาบอกว่านั่งรถเมล์ผ่านมาเห็นรถก็เลยลงมารอ
ระหว่างขับรถกลับบ้านศจ.ยุนเอ่ยถาม
"เอ้อ! นี่แม่ วันนี้แม่ไปไหนมา"
"คุณล่ะ" เห็นสามีอึกอักเลยพูดต่อ
"เอางี้ไหมคะ เราพาอึนโซกับจุนโซไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งไหม ดีไหมคะ"
"วันนี้หรือแม่"
"ไปกันเถอะ นะคะ"

ครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน พ่อสอนให้อึนโซตกปลา แม่และพี่ชายมองภาพนั้นอย่างสุขใจ คุงฮาถึงกับเอ่ยปากกับสามี
"ดูคุณมีความสุขกับอึนโซมากเลยนะคะ...เมื่อเช้าท่านอธิการบดีโทรศัพท์มาที่บ้านค่ะ ฉันบอกท่านว่าคุณจะรับตำแหน่งอาจารย์แลกเปลี่ยนที่เสนอมานั่นแล้ว" สามีทำท่าจะบอกว่าไปหาชีเน่มา คุงฮารีบเอ่ยปาก
"คุณคะ เราอยู่กันแบบนี้เราก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรือคะ กรุณาทำเพื่อฉันเถอะ ได้ไหมค่ะ ฉันจะไม่ขออะไร ฉันจะเป็นเมียเป็นแม่ให้ดียิ่งขึ้นอีก ฉันคิดว่าฉันจะลืมเรื่องนี้ได้ คุณเองก็ต้องทำใจด้วยน่ะ ได้ไหมล่ะคะ เพื่อฉันนะคะ ได้ไหมคะ" คุงฮาวิงวอนสามี ศจ.ยุนอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ยกมือขึ้นโอบภรรยาไว้ แล้วหันไปมองลูกทั้งสองที่กำลังช่วยกันตกปลาอย่างสนุกสนาน คุงฮามองตามยิ้มอย่างอิ่มใจ




นั่งรถกลับตอนค่ำ อึนโซพูดเล่นกันตุ๊กตาหมีทำให้ทุกคนยิ้มแย้ม
"เธอน่ารักจังเลยนะอึนโซ น่ารักเหมือนใครกันนะ"
"อ๋อ! ฉันก็เหมือนแม่น่ะซิ อยากเห็นแม่ฉันไหม"
"อยากซิ ว้าว! แม่ของเธอสวยจริงเลย รู้ไหม" แม่ยิ้มแก้มปริถามลูกสาว
"อึนโซสนุกหรือเปล่าลูก"
"ต้องสนุกอยู่แล้วค่ะ คราวนี้สนุกจริงจริ๊ง"
"อึนโซมีความสุขขนาดนี้พ่อได้ยินก็พลอยดีใจไปด้วย"
"แม่ด้วยจ๊ะ แม่ก็มีความสุขจริงจริ๊ง" อึนโซขยับเข้าใกล้พี่ชาย
"แล้วพี่ล่ะ รู้สึกยังไงจุนโซ" จุนโซคว้าตุ๊กตาหมีมากอด พูดเลียนเสียงน้อง
"เค้าก็สนุกจริงจริ๊ง จริง ๆ น่ะซิ" เสียงหัวเราะดังลั่นรถ
พอเลี้ยวรถเข้าบ้าน ศจ.ยุนเหยียบเบรคทันที เสียงหัวเราะหยุดลงทันควัน แสงไฟหน้ารถสาดไปเห็นชีเน่นั่งกอดตุ๊กตาร้องไห้อยู่
ซุนอิมเข้าไปในห้องชีเน่เปิดลิ้นชักดู ไม่เห็นเสื้อผ้าลูกสาวรู้ทันทีว่าชีเน่จากไปแล้ว ใจหายน้ำตาร่วง
ครอบครัวลงจากรถ ชีเน่ค่อยๆลุกขึ้นยืน
"ชีเน่ มีอะไรหรือ" อึนโซถามเพื่อน
"ฉันถูกแม่ไล่ออกจากบ้าน ฉันไม่มีที่อื่นจะไป"
"ชีเน่" จุนโซรู้ดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น สีหน้าหวาดหวั่น
"แล้วทำไมเธอถึงมาที่นี่ล่ะ" อึนโซมองตุ๊กตาหมีแบบเดียวกันกับของตัวเองที่เพื่อนกอดไว้ ยังไม่ทันจะเอ่ยถาม ชีเน่บอกพ่อ
"แม่เกือบจะฆ่าหนูเพราะรับหมีตัวนี้จากคุณยังไงล่ะคะ"
"ชีเน่ เดี๋ยวให้ฉันไปคุยกับแม่ของหนูไหม" พ่อพูดปลอบ
"หนูรู้เรื่องหมดแล้ว แม่เล่าทุกอย่างหมดแล้ว"
"แม่คะ เค้าพูดเรื่องอะไรกันน่ะ" อึนโซยังงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า คุงฮาพูดไม่ออก
"จริงหรือเปล่าที่หนูเป็นลูกคุณ จริงหรือเปล่าที่หนูเป็นลูกที่แท้จริงของคุณน่ะ" เสียงค่อย ๆ ดังขึ้น ๆ อึนโซตกตะลึงมองหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีแล้วมองหน้าเพื่อน
"ชีเน่..."
"เราถูกสับตัวกัน"
"ชีเน่" จุนโซร้องห้ามเสียงดังแต่ชีเน่ไม่ยอมฟัง
"ฉันนี่แหละเป็นลูกบ้านนี้ไม่ใช่เธอสักหน่อยนี่" ชีเน่ตะโกนใส่หน้าเพื่อน อึนโซรับรู้ความจริงที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน น้ำตาค่อย ๆ เอ่อออกมา มือปล่อยตุ๊กตาหมีหล่นลงพื้นหันหลังวิ่งหนีไป ชีเน่ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้เสียงดังลั่น พ่อกับแม่ละล้าละลังทำอะไรไม่ถูก มีแต่จุนโซที่วิ่งตามอึนโซไป ปากก็เรียกน้องอย่างเป็นห่วง

ศจ.ยุนสีหน้าเคร่งเครียด มองดูภรรยาที่เดินวนเวียนอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้าน ชีเน่นั่งกอดตุ๊กตาหมีอยู่บนเตียงในห้องของอึนโซ ชั่วครู่หันไปเห็นตุ๊กตาบนชั้นลุกขึ้นไปหยิบดู อารมณ์เสียใจคลายลงยิ้มออก เดินมองของรอบตัว นึกกระหยิ่มใจที่ตัวเองจะได้เป็นเจ้าของทุกอย่างในห้องนี้ ของสวย ๆ งาม ๆ ที่ไม่เคยนึกว่าจะมีโอกาสได้แตะต้อง และควรจะเป็นของเธอมาตั้งแต่ต้น




ฟ้ามืดแล้วจุนโซยังวิ่งตามหาน้องไม่หยุด ท้ายสุดไปเจออึนโซที่โรงสีเก่าที่เคยเข้าไปหลบฝนด้วยกัน อึนโซนั่งกอดเข่าร้องไห้ จุนโซค่อย ๆ เดินเข้าไปหาน้อง
"เธอมาซะไกลเลยนะ เดี๋ยวก็กลับบ้านไม่ถูกหรอก" อึนโซเงียบ จุนโซลงนั่งห่างออกไป อึนโซเอ่ยถามพี่ชายเสียงสะอื้น
"พี่...เค้าน่ะ...ไม่ใช่ลูกพ่อกับแม่หรือ...พี่...เค้า...ไม่ใช่น้องพี่หรือ"
"ใช่ซิ เธอเป็นลูกพ่อแม่ เธอเป็นน้องของพี่นะ"
"ชีเน่บอกว่าเค้าไม่ใช่" อึนโซเถียงน้ำตาคลอ
"อึนโซ..."
"มันก็เห็นชัดอยู่แล้วนี่นา เค้าน่ะวาดรูปก็ไม่เก่งเหมือนพี่สักหน่อย" จุนโซน้ำตาเต็มตา
"เราหน้าตาก็ไม่เหมือนกันเลย และฉันก็หัวไม่ดีด้วย ไม่เหมือนแม่ พ่อ ไม่เหมือนพี่สักนิดเดียว...จริงไหม" น้ำตาอึนโซไหลไม่หยุด ก้มหน้าชิดแขนที่กอดเข่าไว้แน่น
"ยุน อึนโซ หยุดพูดแบบนี้นะ เธอเป็นน้องสาวพี่ น้องสาวพี่จริง ๆ เรากลับบ้านเถอะ" จุนโซลุกขึ้นชวนน้องกลับ อึนโซยังนิ่งเฉย
"อึนโซ กลับกันเถอะ หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้นะ หรือว่าเธอจะไม่ใช่น้องสาวพี่ น้องสาวพี่ไม่ใช่อย่างนี้นี่" ห้ามน้องแต่ตัวเองก็น้ำตาไหลเปียกแก้ม
"น้องสาวพี่น่ารักซะจนไม่เคยทำให้พี่เป็นห่วง รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงเธอมากแค่ไหนน่ะ แม้แต่ตอนที่เราเล่นซ่อนหากัน น้องสาวพี่ก็จะต้องคอยบอกให้พี่ไปหาได้ตรงไหน เพราะเค้าไม่อยากให้พี่ต้องเป็นห่วงเค้า รู้ไหมล่ะ เค้าเป็นคนน่ารักอย่างนั้นน่ะ รู้ไหม" ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งไหล เลยถูกน้องย้อนให้ทั้งน้ำตา
"แล้วตัวเองร้องไห้ทำไมล่ะ" สองพี่น้องสะอึกสะอื้น จุนโซเดินเข้าใกล้อึนโซ สะกิดน้องให้กลับ
"กลับกันเถอะ พี่แบกกลับไปนะ" อึนโซยอมขี่หลังพี่ชายกลับไป




อึนโซนอนอยู่บนเตียงในห้องจุนโซ พี่ชายนอนที่พื้นข้างๆ สองคนหลับไปแล้ว แม่นั่งบนเตียง ลูบหน้าอึนโซแผ่วเบา พินิจมองลูกที่เฝ้าฟูมฟักมาตั้งแต่เล็กด้วยความรักใคร่ สักพักก็ลุกขึ้นกระชับผ้าห่มให้ลูกสาวแล้วเดินออกจากห้อง คุงฮานึกถึงลูกในสายเลือดที่นอนอยู่ในห้องใกล้กัน เปิดประตูเข้าไปเห็นชีเน่หลับอยู่ ผ้าห่มถูกสลัดออกจากตัวตกเรี่ยพื้น คุงฮาทำท่าจะเดินเข้าไปแต่ก็ตัดใจปิดประตูหันหลังให้ ในใจยังรับลูกคนใหม่ไม่ได้อยู่ดี

ศจ.ยุนนั่งใช้ความคิดอยู่ในห้องรับแขก คุงฮาเดินลงมาก็ถูกถาม
"ลูกเราเป็นยังไงบ้างล่ะ ชีเน่ล่ะ"
"พรุ่งนี้เช้าส่งแกกลับค่ะ" คุงฮาตัดสินใจเด็ดขาด
"แม่..."
"ส่งกลับค่ะ" คุงฮายื่นคำขาดซ้ำสอง
"แกหนีมาพึ่งเรานะ อย่าใจดำนักเลย"
"ช่างปะไร จะว่าฉันใจดำก็ได้"
"อึนโซเป็นลูกสาวเรา ชีเน่ก็เหมือนกัน แกเป็นลูกสาวในสายเลือดของเรานะ คุณเคยคิดไหมว่าแกต้องอยู่ยังไงตลอด ๑๔ ปีมานี่ ถ้าหากแกมีชีวิตดีกว่านี้ ผมก็คงไม่เจ็บปวดใจขนาดนี้หรอก แกต้องอยู่...อยู่ในที่แบบนั้นน่ะ แกไม่มีอนาคตเลยนะคุณ"
"หยุดนะคะ" คุงฮาไม่ฟังสามี
"ไม่หรอก ผมส่งแกกลับไม่ได้ คุณจะทำได้ลงคอหรือ ไม่มีความหมายอะไรกับคุณบ้างเลยหรือไง"
"ฉันน่ะ...ฉันไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้"
"ที่รัก..." คุงฮามองหน้าสามีทันที
"แล้วอึนโซลูกของเราล่ะคะคุณคิดว่ายังไง คิดถึงความรู้สึกของลูกบ้างไหม คุณจะทิ้งลูกไปหรือ ไล่ลูกไปหรือ ถ้าฉันไม่ปกป้องลูกแล้วใครจะปกป้องแกล่ะคะ ถ้ายังสองจิตสองใจ เราจะเสียลูกไป...เราจะเสียลูกไปตลอดกาลนะ"




ตอนเช้า ชีเน่ถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าของอึนโซเลือกชุดออกมาโยนไว้บนเตียง คุงฮาเปิดประตูเข้ามาเห็นเข้าพูดเสียงเรียบหน้าเฉย
"อย่าแตะต้องเสื้อผ้าของอึนโซ นี่ชุดชั้นในของเธอ" พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ชีเน่รู้สึกได้ว่าแม่ไม่ยอมเปิดใจรับเธอเลย

คุงฮาทำอาหารอยู่ในครัว พ่อ ลูกชาย ลูกสาวเดินเข้ามาพร้อมหน้า แม่เห็นอึนโซรีบบอก
"อึนโซ นั่งซิลูก"
ชีเน่ท่าทางสดชื่นเดินเข้ามาทักทุกคน คุงฮาไม่ยอมมองหน้าชีเน่ หยิบถ้วยประจำตัวแต่ละคนวางให้ มีแต่ชีเน่ที่ใช้ถ้วยต่างออกไป เงียบเสียงกันหมด สีหน้ากระอักกระอ่วนใจ พ่อทนไม่ไหวลุกเดินจากโต๊ะไป




จุนโซขี่จักรยานให้อึนโซซ้อนท้าย ชีเน่ยึดจักรยานของอึนโซไปขี่ท่าทางคล่องแคล่ว สองคนขี่รถแข่งกัน ชีเน่มาถึงโรงเรียนก่อนรีรออยู่พอเห็นจุนโซกับอึนโซก็ทำหน้าเยาะใส่ อึนโซรู้ว่าเรื่องของเธอกับชีเน่ไม่ช้าก็คงรู้กันทั่ว
"ข่าวนี้คงแพร่ไปเร็วแน่ พี่ต้องคิดแบบนี้" อึนโซเริ่มเล่นเกมทายใจของโปรด แต่ไม่มีอารมณ์สนุกสักนิด
"อึนโซ..."
"เฮ้อ! วันนี้จะต้องเหนื่อยใจแน่ ไม่รู้จะโดนอะไรบ้างนะ เค้ารู้นะพี่ต้องคิดแบบนี้ แล้วทำไมเค้าไม่หนีโรงเรียนซะล่ะ พี่ต้องคิดแบบนี้"
"แต่ฉันจะไม่ยอมท้อถอยหรอก เธอต้องคิดแบบนี้" จุนโซทายใจน้อง
"ฉันเชื่อมั่นในตัวอึนโซ พี่ต้องคิดแบบนี้" อึนโซต่อท้าย
"ใช่ พี่เชื่อมั่นในตัวเธอ" จุนโซพูดให้กำลังใจน้องสีหน้ากังวลใจ
"เหมือนกันเลย เค้าจะไม่ท้อแท้หรอกนะ ไม่ต้องห่วง" อึนโซปั้นสีหน้ายิ้มแย้ม จุนโซนึกห่วงน้องอยู่ไม่วาย

ไม่ผิดที่คาดไว้ อึนโซเดินเข้าห้องเรียนก็เห็นเพื่อน ๆ รุมล้อมฟังชีเน่เล่าเรื่องตัวเองอยู่ เพื่อน ๆแสดงความยินดี พออึนโซเข้ามาทุกคนมองเป็นตาเดียว อึนโซเตรียมใจมาแล้วพยายามไม่แสดงความรู้สึกอะไร เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง ชีเน่มองอึนโซสีหน้ายิ้มเยาะ เพื่อนแกล้งถามชีเน่
"นี่! ตกลงเธอไปอยู่บ้านเค้าหรือ"
"แหงอยู่แล้ว ฉันเป็นลูกบ้านนั้นนี่"
"แล้วเค้าจะไปอยู่บ้านแม่เธอหรือเปล่า" อึนโซเหลือบมองไปทางชีเน่
"ไปมั้ง"
กังอีฟุบหน้าร้องไห้อยู่โผเข้ากอดเพื่อน
"อึนโซ แล้วทีนี้เธอ...เธอจะทำยังไงล่ะ น่าสงสารจังเลย"
"ไม่ต้องร้องไห้หรอกนะ ฉันไม่เป็นไรหรอก" อึนโซกลับเป็นฝ่ายปลอบแทน สีหน้าชีเน่สะใจ




คุงฮามาหาซุนอิมที่ร้านอาหาร ซุนอิมนั่งเหม่อลอย ได้ยินคนเข้าร้านก็ถามว่าจะรับอะไร พอเห็นว่าเป็นใครก็ชะงักไป คุงฮานั่งลงที่เก้าอี้สั่งอาหาร ซุนอิมลุกขึ้นไปทำมาให้ คุงฮานึกสภาพของอึนโซที่จะต้องมาอยู่ที่นี่ มองอาหารในชามตรงหน้า กินเข้าไปคำหนึ่งรู้สึกแทบทนไม่ได้เมื่อคิดว่า นี่เป็นอาหารที่ลูกจะต้องกินทุกวัน
"แกไปอยู่บ้านคุณใช่ไหม ฉันได้ยินอย่างนั้น" ซุนอินถามถึงชีเน่แล้วพูดต่อ
"แล้วเราจะทำยังไง ถ้าเป็นคนอื่นจะทำยังไงในสถานการณ์แบบนี้ แลกลูกกลับคืนหรือ คุณว่า...เราควรจะ...แลกลูกกลับคืนหรือ" ซุนอิมพูดอยู่ฝ่ายเดียว คุงฮาบอกทันที
"กรุณา...เอาชีเน่คืนไป ฉันมา...เพื่อขอให้คุณรับแกกลับมาอยู่ที่นี่ อึนโซน่ะแกอ่อนแอมาตั้งแต่เล็กๆ ฉันก็ไม่เคยห่างแกแม้แต่น้อย ขอให้อึนโซอยู่กับฉันเถอะ นะคะ"
"คุณไม่รู้สึกสงสารที่ชีเน่ต้องมาทนอยู่กับฉันในรูหนูแบบนี้หรอกหรือ"
"ช่วยดูแลแกด้วยค่ะ" คุงฮาตัดใจ
"ชีเน่น่ะฉันไม่ได้เลี้ยงแกดีนัก พ่อของแกเป็นนักการพนันเล่นจนสูญสิ้นเนื้อประดาตัว ฉันต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเอาชีวิตรอดหาเลี้ยงปากท้อง ฉันไม่มีปัญญาเลี้ยงแกดี ๆ คนอย่างฉันไม่สามารถทำหน้าที่...ของแม่ที่ดีได้หรอกนะ" น้ำตาคลอตาของแม่ทั้งสองคน
"ช่วยดูแลแกด้วยค่ะ" คุงฮาพูดย้ำอีก
"ถึงแม้ว่า...ฉันจะไม่ใช่แม่ที่ดี ชีเน่ก็เป็นลูกสาวคนเดียวของฉัน ฉันปล่อยแกไปไม่ได้เหมือนกัน ฉันก็อยากขอร้องคุณแบบเดียวกันนี่แหละ" สองคนมองหน้าด้วยความรู้สึกเดียวกัน

คุงฮาและซุนอิมเดินออกมาด้วยกัน พอคิดว่าต้องจากลูกตัวเองไปจริง คนเป็นแม่ก็อดที่จะถามถึงลูกของตัวเองไม่ได้ คุงฮาเอ่ยถาม
"ชีเน่เป็นเด็กยังไงคะ แกกินเก่งหรือเปล่า"
"กินเก่ง" คุงฮาถามต่อเสียงสั่นเครือ
"ชีเน่น่ะเริ่มพูดตั้งแต่เมื่อไหร่...เดินก้าวแรกเมื่อไหร่ ฉันขอโทษค่ะ ชีเน่เป็นเด็กน่ารักหรือเปล่า...แกมีเพื่อนมากไหม ชีเน่...ชีเน่...ชีเน่ลูกแม่...กรุณาด้วยเถอะค่ะ...ฝากดูแลแกด้วย" คุงฮาทรุดตัวลงร้องไห้ปิ่มว่าขาดใจ แม่สองคนต่างฝากฝังลูกของตนเอง ซุนอิมน้ำตาไหลอย่างกลั้นไม่อยู่พูดเพียงสั้น ๆ ว่า
"ช่วยดูแลอึนโซด้วย"

คุงฮากลับบ้านเข้ามาให้ห้องนอนของอึนโซ มองไปที่โต๊ะเขียนหนังสือเห็นข้าวของ ๆ ชีเน่วางอยู่แทน หยิบสมุดที่หน้าปกเขียนชื่อ ชอย ชีเน่มองดูแล้วสะท้อนใจ
ซุนอิมกลุ้มใจนั่งกินเหล้าอยู่ในร้าน ยกแก้วเหล้าขึ้นซดทีเดียวหมดแล้วร้องเพลง
"กระโปรงสีชมพูปลิวไสว ในสายลมฤดูใบไม้ผลิ เมื่อมวลดอกไม้ผลิบาน เราได้ยิ้มด้วยกัน เมื่อดอกไม้โรยรา เราได้ร้องไห้ด้วยกัน คำมั่นที่ฝากกันไว้ ฤดูใบไม้ผลิลาลับไปไกลแล้ว..."
คุงฮามองกระโปรงของชีเน่ทีมีรอยปะชุนอยู่ อัดอั้นตันใจ ซบหน้าลงร่ำไห้ ซุนอิมร้องเพลงจบลงพร้อมด้วยเสียงสะอื้นไห้




ชีเน่ยืนคอยอึนโซที่หน้าโรงเรียน อึนโซกอดคอกังอีเดินออกมาได้ยินเสียงชีเน่เรียกหันไปมอง
"ชอย ชีเน่มีอะไรหรือ" กังอีถามแทนเพื่อน ชีเน่เดินเข้าไปหาอึนโซ
"เธอจะไปไหนน่ะ"
"กลับบ้าน" อึนโซตอบ
"บ้านเธอไม่ได้อยู่ทางนั้นนะ"
"นี่! เธอพูดเรื่องอะไร" กังอีถามอย่างไม่พอใจ
"ยุน อึนโซ...เอ...หรือว่าชอย อึนโซ กลัวใช่ไหมล่ะ ที่แม่ค้ากระจอกอย่างงั้นน่ะจะต้องกลายมาเป็นแม่ของเธอ แถมยังมีพี่ชายไม่เอาถ่านอีก" อึนโซเลือดขึ้นหน้าทันทีที่ฟังชีเน่ลอยหน้าลอยตา พูดดูถูกคนที่เลี้ยงตัวเองมาได้อย่างไม่รู้สึกอะไร
"นิสัยไม่ดี เค้ายังเป็นแม่เธออยู่นะ เธอพูดออกมาได้ยังไงกันนี่ อย่างน้อยเค้าก็เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็กจนโตไม่ใช่หรือ คนอะไรใจดำเป็นบ้าเลย" ชีเน่เข้าคว้าแขนอึนโซ
"มา...งั้นไปดูกันเลย คนอย่างเธอจะมารู้เรื่องอะไรของเราเล่า กล้าดียังไงมาว่าฉันน่ะ ไปดูด้วยตาตัวเองเลยดีกว่า"
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ" กังอีเข้าห้าม
"เธอน่ะ อย่ามาเจ๋อ ไปเดี๋ยวนี้เลย" ว่าแล้วชีเน่ก็ลากตัวอึนโซไปที่ร้านซอมซ่อของตัวเอง กังอีทำอะไรไม่ถูกพอนึกถึงจุนโซได้รีบวิ่งไปตาม
"รุ่นพี่จุนโซ เกิดเรื่องแล้วล่ะค่ะพี่ เมื่อกี้นี้ชีเน่ลากอึนโซไปบ้านเค้าน่ะค่ะพี่ รีบไปเร็วเข้า" จุนโซตกใจรีบวิ่งออกจากห้อง




เพื่อนบ้านที่รู้เรื่องชีเน่วิ่งเข้ามาในร้าน กะว่าจะมาหาข่าวมากกว่าแสดงความยินดี
"ต๊ายตาย! เธอนี่บุญหล่นทับจริง ๆ เลยนะเนี่ย พ่อแม่ที่แท้จริงของชีเน่น่ะรวยมากเลยใช่ไหม" ซุนอิมไม่พอใจมองหน้าแล้วถาม
"ไปได้ยินมาจากไหน"
"เขาก็รู้กันทั้งโรงเรียนนั่นแหละจ๊ะ ลูกสาวฉันเอามาเล่าให้ฟังน่ะ นี่! แล้วทางโน้นเขาจะจ่ายให้เธอเท่าไหร่ล่ะ เรียกเงินให้สาแก่ใจไปเลยนะ ก็เธอเลี้ยงลูกเขามาตั้งสิบสี่ปี ก็ต้องจ่ายมาให้คุ้มค่าข้าวสุกซิ จริงไหมล่ะจ๊ะ จริงไหม" ความอดทนของซุนอิมขาดผึงลงทันที ยกกะละมังน้ำสาดใส่แล้วผลักเพื่อนบ้านออกไปให้พ้นประตู ปากก็ด่าว่าเสียงดังลั่น
"ไปเลยนะ ไปให้พ้นบ้านฉันเลยนะ ไปเลย ไสหัวไปเลยนะ นี่! ทำไมแกไม่เอาลูกมาขายกินเองบ้างล่ะ" เพื่อนบ้านถูกผลักจนล้มลงแต่ยังปากเก่ง
"ระวังปากให้ดีเถอะ ฉันไปทำอะไรให้แกนี่"
"ว่ายังไงนะ ไหนพูดอีกทีซิ" ซุนอิมทำท่าจะลงไม้ลงมือ อีกฝ่ายเลยวิ่งหนีไป พอเหลือบไปเห็นชีเน่กับอึนโซยืนอยู่ก็ชะงักไป อึนโซจ้องมองแม่ของตัวเอง ซุนอิมเรียกชีเน่ ชีเน่ผลักเพื่อนออกหน้า
"ฉันไม่ใช่ชีเน่แล้ว นี่ซิชีเน่" ซุนอิมแค้นใจคำพูดของลูกสาววิ่งเข้าใส่
"นังนี่วอน วอนซะแล้วไหมล่ะ"
"ยัยนั่นต่างหากเป็นลูกสาวแกน่ะ" ชีเน่ตะโกนสุดเสียงวิ่งถอยหนี จุนโซวิ่งมาถึงเข้าตบหน้าชีเน่จนล้มลง จุนโซจ้องหน้าชีเน่ทั้งโกรธทั้งรังเกียจ ชีเน่เรียกพี่ชายร้องไห้ดังลั่นแล้ววิ่งหนีไป ซุนอิมมองตามชีเน่นึกห่วงจะเรียกลูก แต่คิดได้ว่าลูกของตัวเองยืนอยู่ใกล้ ๆ หันหน้าไปมอง อึนโซมองหน้าแม่ จุนโซตรงเข้าจับมือน้องพลางพูด
"กลับกันเถอะ" อึนโซยังยืนเฉยมองแต่หน้าแม่ จุนโซต้องพูดซ้ำเสียงเข้ม
"เร็วซิ กลับบ้านเดี๋ยวนี้" พี่ชายจูงมือน้องสาวไปทันที ซุนอิมได้แต่มองตามเด็กทั้งสองไป







https://www.youtube.com/watch?v=PMYSPqXm7FU




https://www.youtube.com/watch?v=jr7XrPdJ5Ys




https://www.youtube.com/watch?v=IsEQpkRxFLc




https://www.youtube.com/watch?v=8KAgHY00eFM




https://www.youtube.com/watch?v=RXHTGfidUvo
















































บีจีจากคุณเนยสีฟ้าและไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2561 21:10:01 น. 5 comments
Counter : 4120 Pageviews.

 

ชอบจังค่ะ ขอบคุณที่นำมาฝาก
เจิมค่ะเจิม


โดย: อุ้มสี วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:04:37 น.  

 
แวะมาเยี่ยมอีกรอบค่ะ ชอบมาก ๆๆๆๆ ค่ะ


โดย: behappybecool วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:22:13 น.  

 
ขอบคุณคุณอุ้มกะคุณบีที่แวะมาอ่านนะคะ


โดย: haiku วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:45:13 น.  

 
ชอบพระเอกตอนเด็กม๊ากมากค่า


โดย: amiiziii วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:20:01:36 น.  

 
เดี๋ยวนี้น้อง choi woo hyuk โตเป็นหนุ่มหล่อเฟี้ยวเลย หาภาพมาฝากค่ะ














โดย: haiku วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:21:55:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 158 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.