happy memories
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
10 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
รักนี้ชั่วนิรันดร์ ๔





https://www.youtube.com/watch?v=SM8qxQuRwaw&feature=related






พี่ชายคนละแม่ของเทซกเห็นน้องชายทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพาย ก็เรียกมาคุย
"เมื่อไหร่นายคิดจะเลิกทำตัวเรื่อยเปื่อยไร้สาระซะที"
"ไม่พอใจก็ไล่ผมออกซิ"
"อยากจะทำใจจะขาดแต่ว่ามันทำไม่ได้นายก็รู้นี่ คุณพ่อรักลูกชายคนสุดท้องมากเกินไป" เทซกไม่สนใจคำพูดแดกดัน หันไปเห็นโถราคาแพงหยิบขึ้นมา
"อ๋อ! ใบนี้ดูแพงดี" โยนลงพื้นหน้าตาเฉย
"แล้วทีนี้จะไล่ออกได้หรือยัง" ไม่ทันขาดคำพี่ชายตบหน้าน้องอย่างแรง เทซกมองหน้าพี่ชายนิ่ง

เทซกเมากลับมาที่ห้อง ล้มตัวนอนแผ่หราบนเตียง รู้สึกร้อน คว้าโทรศัพท์มากดเบอร์ไม่ทันฟังว่าใครรับก็โวยใส่เสียงดัง
"นี่คุณ ห้องพักที่นี่ทำไมถึงอึดอัดอย่างงี้ หา!"
"ต้องขออภัยนะคะ ดิฉันจะโอนสายไปที่ front desk ให้ค่ะ...ไม่มีใครรับหรือ" อึนโซพยายามระงับอารมณ์พูดอย่างสุภาพ
"คุณคะ เอาอย่างงี้ดีไหมคะให้ดิฉันบอกวิธีระบายอากาศในห้องคุณให้ดีกว่า ก่อนอื่นต้องเข้าไปในห้องน้ำนะคะ แล้วก็หยิบฝักบัวขึ้นมาค่ะ ยกขึ้นมาไว้เหนือศีรษะคุณนะคะ หยิบหรือยังคะ จากนั้นก็กดปุ่มที่อยู่ข้างใต้ค่ะ ได้ผลหรือยังคะ" ได้ผล เทซกทำตัวเองเปียกปอน ทำท่าจะโวยอีกแต่ถูกสวนกลับ
"คุณนี่! ไม่มีมารยาทเลยหรือไง คุณอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ยังโวยวายเป็นเด็กๆไปได้ ดิฉันน่ะอายุตั้งสามสิบเจ็ดปี มีเด็กตั้งสองคนแล้วนะคะ" คนฟังแทบหายเมา อึ้งไป





จุนโซเดินมาตามริมถนนสายเดียวกับที่อึนโซกำลังขี่จักรยานตรงมา พอดีพบคนที่รู้จักเลยทักทายกันไม่ทันเห็นหญิงสาวขี่รถผ่านไป
อึนโซกลับบ้านโดยสารแพข้ามฟาก ลงจากแพจูงจักรยานตรงเข้าบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ ท่าเรือข้ามฟาก

เทซกตีกอล์ฟในสนาม พอจะลงมือหวดลูกก็มองเห็นคนเดินเข้ามา ตะโกนใส่ดังลั่น
"เฮ้ย! ใครมาเดินอยู่ได้ ไอ้บ้าเอ้ย" คนถูกว่ายิ้มให้
"ออกไปนะ เอ๊ะ! หน้าคุ้น ๆ นี่หว่า" เทซกเขวี้ยงไม้กอล์ฟทิ้ง ปรี่เข้าไปท่าทางจะเอาเรื่องแต่พอจำได้ว่าเป็นใครก็ดีใจวิ่งเข้าหา
"เฮ้ย! ยุน จุนโซนี่" เพื่อนสองคนเข้ากอดกัน หัวเราะร่า
"ไปไงมาไงนี่"
"ฮัน เทซก สบายดีหรือ"
"ดี นายมาได้ไง"
"ก็มาเยี่ยมนายน่ะซิ"
สองคนเดินคุยกันมา เทซกเล่าเรื่องตัวเอง จุนโซชมเพื่อน
"ท่าทางนายไปได้สวยนี่"
"ฉันก็ยังเป็นคนโปรดของพ่อ แต่พวกพี่ชายน่ะเกลียดฉันเป็นบ้าเลย ไม่มีใครรู้นะว่าฉันมาที่นี่เพื่อมาฝึกการบริหารโรงแรม"
"นายทำงานที่นี่หรือ นึกว่าจะเล่นกอล์ฟอย่างเดียว"
"ฉันน่ะเป็นนักกอล์ฟอาชีพแล้ว จะดูใบรับรองไหม"
"อย่าดีกว่า ขอบใจ"
"ที่นี่หรือ" จุนโซถามเมื่อเดินถึงที่พักของเทซก
"ใช่ เข้าไปเลย"





เข้ามาในห้องพัก จุนโซเดินดูรอบ ๆ ห้อง เอ่ยถามเพื่อน
"นายไม่วาดรูปอีกแล้วหรือ"
"พ่อฉันซิไม่พอใจ เบียร์หน่อยไหม"
"ก็ดี" เทซกเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ส่งให้
"มาพักอยู่อย่างงี้ นายไม่เบื่อแย่หรือ"
"ฉันยังมีคุณนายชอยคอยเบรค"
"คุณนายชอยอะไรหรือ"
"อ๋อ! เค้าเป็นแค่พนักงานรับโทรศัพท์อยู่ที่นี่ เพิ่งรู้จักกันไม่นานมานี้เอง"
"เฮ้ย! ทำอะไรระวังหน่อยนะ อย่าเผลอไปนอกใจชีเน่เชียวล่ะ" จุนโซเตือนยิ้ม ๆ
"เฮ้ย! ปล่อย ๆ บ้างซิเพื่อน ยูมีเป็นไงบ้าง"
"ก็ดี" จุนโซตอบสั้น ๆ
"นี่ฉันก็ยังคิดถึงสมัยที่เรายังเรียนศิลปะที่อเมริกาอยู่เลย"
"อ้อ! ชีเน่จะเรียนจบเดือนหน้านี้นะ แล้วเราคงย้ายมาอยู่ที่นี่แหละ รู้ไหม"
"ชีเน่ด้วยหรือ"
"ก็ไม่รู้ซิ ฉันต้องถามพ่อแม่ตอนกลับไปพรุ่งนี้"
"พ่อแม่นายมาหรือ นึกว่าจะกลับพร้อมชีเน่ซะอีก มีเรื่องอะไรหรือ"
"คือ...ฉันจะต้องหมั้นพรุ่งนี้" จุนโซตอบไม่เต็มเสียง เทซกหัวเราะชอบใจ
"อ๋อ!เหรอ นายกับยูมีนี่นะ" จุนโซพยักหน้า
"ยอดเลยนี่หว่า อย่างนี้ต้องดื่มฉลองกันหน่อยแล้ว เอ้า! ชนกระป๋องหน่อย"
"ขอบใจ"





กลางดึกเทซกรู้สึกตัว มือป่ายไปข้างตัว หันไปดูไม่เห็นเพื่อน ลุกขึ้นเดินออกมาจากห้อง มองเห็นจุนโซนั่งอยู่ที่ระเบียงห้องพัก เดินลงมาหา จุนโซนั่งนิ่งเหม่อลอย เทซกลงนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าท่าทางสบายใจ
"เฮ้อ! ดวงดาวเต็มท้องฟ้า" พอหันไปเห็นเพื่อนท่าทางครุ่นคิดใจลอยก็เอ่ยถาม
"เรื่องมันเป็นยังไง ถึงมานั่งเงียบอย่างงี้" จุนโซหันมองเพื่อน เทซกถามต่อ
"สงสัยจังลมอะไรหอบนายมาถึงที่นี่ในวันก่อนพิธีหมั้น"
"ฉันมาตามหาผู้หญิงคนนึง" ดวงตาเปล่งประกายความสุข ริมฝีปากจุดรอยยิ้มละไม ให้กับคนในรำลึกอันอ่อนหวานที่ยังอบอวลอยู่อย่างไม่จางใจ
"ผู้หญิงคนไหนหรือ"
"ผู้หญิงที่ไม่มีใครรู้จัก" ความอบอุ่นอ่อนโยนแผ่ทั่วดวงหน้าจุนโซ
"ฟังแล้วคุ้นๆนะเหมือนเรื่องเด็กผู้ชายที่ไม่มีใครรู้จัก" เทซกยิ้มให้แล้วถามอีก
"เธอเป็นใครหรือ"
"ฉันมาเพื่อจะบอกเธอว่า ฉันกำลังจะหมั้น"
"แล้วเธอว่าไง รู้ยัง"
"ไม่รู้...ยังไม่ได้บอก...ยังไงก็ต้องบอก..." แววตาหม่นเหงาเสียงพูดแผ่วขรึม ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินห่างไปแล้วหยุดยืนเอ่ยเสียงเศร้าราวกับจะฝากคำพูดไปกับความมืด เงียบ ว่างเปล่าเบื้องหน้า ให้ไปถึงคนที่ยังตามหาไม่พบ
"...ว่าฉัน...กำลังจะหมั้น..."





รถยนต์แล่นมาบนถนนสายที่อึนโซกำลังขี่จักรยานมาอีกฟากถนน เทซกขับรถไปส่งจุนโซนึกสนุกแนะวิธีให้เพื่อน
"เอางี้ดีไหม นายเป็นคนเข้าพิธีไป แล้วตอนส่งตัวให้ฉันไปแทน ดีไหม"
"อย่า ๆ ๆ นายหุบปากแล้วขับรถไป คิดได้ยังไงเนี่ย" สองคนหัวเราะร่วน แต่ก็พร้อมใจกันเงียบเสียงลง เมื่อเห็นหญิงสาวบนรถจักรยานที่กำลังแล่นสวนมา สองหนุ่มเหลือบมองแต่เทซกยังเพ่งมองเธอผ่านกระจกข้างรถ อึนโซเหลียวหน้าเพียงนิด จุนโซไม่รู้เลยว่าคนที่ตนเองเฝ้าตามหาเพิ่งผ่านหน้าเขาไปเอง

วันหมั้นที่ห้องแต่งตัวในโรงแรม ยูมีนั่งอยู่กับจุนโซ เธอเอ่ยถาม
"จำได้ไหมคะจุนโซ จำได้ไหมที่ฉันเคยพูดน่ะตอนที่เราพบกันครั้งแรก คุณเคยถามว่าฉันอยากเกิดใหม่เป็นอะไร" แววตาจุนโซอ่อนแสงลง พยักหน้านิด ๆ
"จำได้ซิ"
"จำได้ไหมคะว่าฉันตอบว่าอะไร"
"เป็นต้นไม้" ยูมีเอื้อมไปจับมือเขา
"จากนี้ไปฉันจะหยั่งรากอยู่กับคุณล่ะนะคะ"





เทซกขับรถกลับโรงแรมจะลงรถ หันไปเห็นโทรศัพท์ที่จุนโซลืมไว้ที่เบาะข้าง ๆ หยิบขึ้นมาดู พอเงยหน้าเห็นพนักงานรับโทรศัพท์สองคนเดินผ่านตาไป นึกถึงคนที่ต่อว่าเขาทางโทรศัพท์ เดินเข้าไปในโรงแรมตรงไปที่ห้องโอเปอร์เรเตอร์ มองหาผู้หญิงที่บอกคุณสมบัติตัวเองว่าอายุสามสิบเจ็ดปีแต่ไม่มี พนักงานคนหนึ่งกำลังจะเดินออกจากห้อง เทซกเอ่ยถาม
"เดี๋ยว! ขอโทษนะฮะ ห้องนี้มีผู้หญิงที่มีอายุอยู่ไหมฮะ"
"ที่นี่หรือคะ พวกเราอายุยี่สิบกว่าทั้งนั้นแหละค่ะ" เทซกหันไปมองในห้องอีกทีทำหน้างง ๆ

งานฉลองหมั้น จุนโซและยูมีตัดเค็กร่วมกัน แขกในงานปรบมือให้ สีหน้าพ่อแม่ของทั้งคู่อิ่มอกอิ่มใจ คู่หมั้นยิ้มให้กันแล้วค้อมศีรษะให้ทุกคน

เทซกเข้ามาในห้อง โยนกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วนั่งลงคิดถึงเรื่องที่ยังงงไม่หาย คิดจะค้นหาความจริงให้ได้ ชายหนุ่มต่อโทรศัพท์เข้าห้องโอเปอร์เรเตอร์ จากนั้นก็ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องต่อกันขอพูดกับคุณนายชอย พอได้ยินปลายสายพูดถูกคนก็ลุกขึ้นออกจากห้อง ระหว่างเดินไปก็คุยโทรศัพท์ถ่วงเวลาไป





คู่หมั้นดื่มแชมเปญด้วยกัน จุนโซสวมแหวนให้ยูมี สีหน้าหญิงสาวเปี่ยมด้วยความสุขแต่จุนโซไม่มีรอยยิ้ม

เทซกพูดคุยอยู่นานจนคนรับสายจะวางหู แต่เทซกยังยื้อไว้อีก
"อย่าเพิ่งวางหูนะครับ ผมมีอะไรจะบอกคุณน่ะ..เดี๋ยวซิ...ขอเวลาผมนิดเดียวเอง แป๊ปเดียว" เทซกเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

ยูมีถามคู่หมั้น
"จุนโซคะ ตกลงคุณตามรักครั้งแรกของคุณเจอหรือยังล่ะ" จุนโซไม่ตอบ

เทซกเดินมาถึงเปิดประตูเข้าไปเห็นพนักงานสามคน มีเพียงคนเดียวที่ถือหูโทรศัพท์อยู่ ได้ยินเสียงในโทรศัพท์กับเสียงคนรับสายกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ว่า
"สวัสดีค่ะ"
"คุณนายชอยหรือ" หญิงสาวหันไปมองเจ้าของเสียงที่ดังออกมานอกโทรศัพท์ ชะงักไป เทซกปิดโทรศัพท์ ยิ้มอย่างต้องใจในตัวหญิงสาวท่าทางเป็นต่อที่จับผิดคนโกหกได้ซะที

"อยากรู้จังว่าเธอเป็นคนยังไง" ยูมีถามอีก จุนโซยังนิ่ง ใบหน้าก้มนิด ๆ ยิ้มให้กับคำถามที่คำตอบฉายชัดออกมาทางสีหน้าจนรู้สึกได้
"คุณชื่ออะไรหรือ" เทซกถามหญิงสาว
"เธอชื่ออะไรล่ะคะ" ยูมีอยากรู้
"ต้นไม้" สิ่งเดียวที่จุนโซจำติดหัวใจนับแต่วันที่น้องบอกเขาไว้
"อึนโซ ชอย อึนโซค่ะ" อึนโซตอบคนถาม





เจ้าภาพงานและคู่หมั้นทั้งสองแสดงความขอบคุณและเอ่ยลาแขกในงาน หลังงานเลี้ยงจุนโซทำท่าโล่งใจ เอ่ยปาก
"โอ้ย! ผมจะได้รางวัลความอดทนไหมนี่"
"คุณก็ ต้องให้หลังเสร็จพิธีโน่นแน่ะค่ะ"
"นั่นซิ หลังเสร็จพิธี นึกว่าเสร็จแล้วซะอีก"
"ยังมีเรื่องต้องทำอีกค่ะ ก่อนอื่นเราต้องกลับบ้านไปดินเนอร์ฉลองกับญาติๆของฉันพร้อมหน้า จากนั้นก็ต้องเขียนการ์ดขอบคุณแขกเหรื่อที่มางานในวันนี้อีกด้วย" จุนโซถอนใจเฮือก
"ขอแค่นี้ก่อนนะ เราไปกันเถอะ" พูดแล้วก็จูงมือคู่หมั้นออกไป

เทซกเรียกอึนโซออกมาคุย ชายหนุ่มแปลกใจที่เธอไม่มีทีท่าสะทกสะท้านที่ถูกจับได้ว่าพูดโกหก หนำซ้ำยังยิ้มหวานให้เขาเสียอีก
"คุณเนี่ยนะ"
"ค่ะท่าน" อึนโซรับคำใบหน้ายังมีรอยยิ้ม
"อย่ามองฉันแบบนี้ ไหนว่ามีลูกสองคน คุณเนี่ยนะ"
"แต่ว่าดิฉันยังไม่เคยบอกเลยว่าเป็นลูกของตัวเองนี่คะ" เทซกรู้สึกขำกับคำตอบเฉไฉของหญิงสาว
"คุณเนี่ย"
"ใช่ค่ะท่าน"
"คุณบอกอายุตั้งสามสิบเจ็ดไม่ใช่หรือ"
"ค่ะ ดิฉันเคยบอก"
"แล้วไง"
"ท่านเที่ยวหว่านเสน่ห์กับผู้หญิงตั้งมากมาย เป็นธรรมดาที่ฉันจะอดกลัวไม่ได้ ฉันก็เลยโกหก" เทซกสะอึกกับคำตอบที่ได้รับ เห็นอีกฝ่ายอ้ำอึ้ง อึนโซเลยพูดต่ออีก
"ท่านคะ เราพนักงานไม่ได้รับอนุญาตให้คุยกับแขกในเวลาทำงาน ขอให้พักให้สบายนะคะ" พูดจบก็ค้อมศีรษะให้หมุนตัวเดินจากไป เทซกส่ายหน้าดิก เสียงหญิงสาวดังขึ้นอีก
"ท่านคะ ชุดน่ารักของท่านดูน่าสนใจมากเลย แต่ว่าผู้หญิงไม่ชอบให้เปิดเผยมากแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองเล็ก ๆ อย่างนี้ ขอตัวนะคะ" อึนโซมองไปที่กางเกงของเขา เทซกนึกว่าตัวเองแต่งตัวไม่เรียบร้อย ก้มลงสำรวจดูแล้วก็รู้ว่าถูกเธอหลอก เงยหน้าขึ้นจะต่อว่า หญิงสาวก็เดินห่างไปแล้ว ได้แต่ตะโกนไล่หลัง
"เธอน่ะเป็นยายแก่ต่างหากล่ะ" อึนโซวิ่งหนีออกมายิ้มอย่างโล่งอกที่พ้นมาเสียได้

ยูมีพาจุนโซมาที่บ้านที่เธอซื้อให้เขาเป็นของขวัญวันหมั้น หญิงสาวดึงมู่ลี่ขึ้น
"ไงคะ สว่างพอใช่ไหมคะ" จุนโซมองไปรอบ ๆ
"นี่เป็นห้องวาดรูปของผมหรือไง"
"ก็คุณต้องมีห้องทำงานใหม่นี่นา ก็ใช้ที่นี่เลยซิคะ ถือว่าเป็นของขวัญวันหมั้นจากฉัน"
"ให้ของขวัญเป็นห้องทำงานเชียวหรือ"
"ฉันน่ะต้องออกแรงขนรูปทั้งหมดนี่มาเองคนเดียวนะ ทำเอาฉันหมดแรงเลยล่ะรู้หรือเปล่า"
"นี่มันงานของผม คุณน่าจะถามผมก่อน"
"คุณไม่พอใจหรือคะ"
"เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจ๊ะ มันมากเกินไปสำหรับผม"
"ยังไงที่นี่ก็ว่างอยู่แล้วล่ะค่ะ คุณจะได้ย้ายเข้ามาพักอยู่ที่นี่ไปก่อนยังไงล่ะคะ จนกระทั่งเราแต่งงานกันแล้วค่อยย้ายไปอยู่ด้วยกันน่ะค่ะ" ยูมีโน้มน้าว แต่จุนโซไม่นึกยินดีกับของที่ได้รับ
"ผมรู้ว่าคุณตั้งใจดีนะฮะ แต่ใครเขายกบ้านให้เป็นของขวัญกันล่ะ ผมกำลังจะไปเมืองซกโชว คุณรู้จักพี่จีวันใช่ไหม เขาไปเช่าโรงเรียนที่ไม่ใช้แล้วอยู่ที่นั่นน่ะ ผมจะย้ายไปอยู่กับเขา ผมจะได้ไปสอนในวิทยาลัยแถวนั้นด้วย"
"คุณน่าจะปรึกษาฉันก่อนนะ" ยูมีแย้งเสียงอ่อน
"ทำไมคุณไม่ปรึกษาผมล่ะ คุณเลยย้ายของมาเสียแรงเปล่าหมด น่าเสียดายจริงๆ"





เทซกนั่งอยู่ในห้องตาดูทีวี แต่ใจคิดไปถึงสาวน้อยที่โต้ตอบกับเขาอย่างฉาดฉานเมื่อสักครู่ ยิ้มกับตัวเองแล้วกดโทรศัพท์หา เรียกเธอเสียงดังด้วยสรรพนามอย่างที่เคยใช้
"คุณนายชอย" คนรับยิ้ม ฟังเบอร์ที่เขาต้องการโทรออก แล้วบอกให้รอจะต่อสายให้
โทรศัพท์ในห้องของจุนโซดังขึ้น เจ้าของห้องเปิดประตูเข้ามาพอดีวิ่งมายกหูขึ้นพูด
"หวัดดีครับ"
"ไงเพื่อนยาก นายก็รู้ว่าฉันชอบผู้หญิงแบบไหน ฉันไม่ใช่พวกเจ้าชู้ไก่แจ้ใช่ไหม ฉันไม่ใช่พวกคัสโนวาหรอกนะ"
"เออ..ฉันรู้" เทซกรู้ว่าคนต่อสายให้ต้องได้ยินก็ทำเป็นนินทาสาวเจ้าให้เพื่อนฟัง
"คุณนายชอยนี่นะ ฉันดีเกินไปสำหรับเค้าน่ะ นายรู้ใช่ไหม สเป็คฉันเป็นยังไง อย่างฉันนี่นะต้องCatherine Seta Jones แล้วก็ Claudia Schiffer ไปโน่น ยายคนเนี่ยเตี้ยอย่างกับคนแคระเลย อายุก็เกินยี่สิบสองแล้ว อย่างงี้ใครเขาจะไปแล ฉันคนนึงล่ะที่จะบอกว่าไม่รับประทานแน่เลย รับรอง" อึนโซถือหูโทรศัพท์ฟังคำบรรยายลักษณะที่ไม่ใช่ตัวเองก็นึกฉุน เอื้อมมือจะกดสวิชต์ปิด พอดีอีกเสียงดังขึ้น
"ฮัน เทซก นี่มันเรื่องอะไรของนาย" อึนโซชะงักทันที น้ำเสียงอบอุ่นเหมือนเคยคุ้นมาแสนนาน
"มีเรื่องผู้หญิงที่ไหนอีกหรือ นายไม่อยากรู้เรื่องหรอกหรือ" อึนโซรู้สึกเหมือนตัวแข็งไปชั่วขณะ ถือหูโทรศัพท์นิ่ง ยิ่งฟังก็ยิ่งคุ้น...คุ้นเหลือเกิน
"รู้เรื่องอะไร"
"ก็งานหมั้นของฉันไง ไม่ถามสักคำหรือ" เพื่อนสะกิดถามอึนโซว่าฟังอะไร หญิงสาวรีบวางสายลงไม่ทันได้ยินเทซกเรียกชื่ออีกฝ่าย
"ยุน จุนโซยินดีด้วยนะ" เทซกดีใจกับความสุขของเพื่อน
"ขอบใจนะเพื่อน เดี๋ยวคงได้เจอกันเร็วๆนี้นะ" พอจุนโซวางสายลงก็เอนหลังท่าทางผ่อนคลายรำพึงออกมา
"หมั้นแล้วนะ" สีหน้าและน้ำเสียงไม่ตื่นเต้น คล้ายทำงานที่ไม่สลักสำคัญเสร็จไปสักชิ้นหนึ่ง
อึนโซเหม่อลอยน้ำเสียงที่ได้ยินเมื่อสักครู่ยังติดหู พูดคำเดียวกันออกมา
"หมั้นแล้วนะ...เป็นเพื่อนกันหรือ ?"





เทซกขับรถกอล์ฟอยู่ในสนาม เลขาบริษัทนั่งข้าง ๆ เทซกถามถึงแม่เลี้ยง เลขาตอบอย่างนอบน้อม
"อ๋อ! ก็สบายดีครับ ท่านจะจัดงานวันเกิดวันอาทิตย์หน้านี้ คุณจะไปไหมล่ะครับ" เทซกนิ่งคิดครู่หนึ่งยิ้มคล้ายเยาะ
"ท่านจะดีใจไหมที่ได้เจอฉัน แล้วไหนล่ะมีอะไรให้เซ็น" เลขารีบส่งให้
"นี่ครับ เป็นสรุปรายการไตรมาสแรกของปีนี้นะครับ" เทซกเปิดอ่านเห็นคำว่าคนรับใช้ส่วนตัวก็เอ่ยถาม
"คนรับใช้ส่วนตัวนี่มันอะไรกัน"
"อ๋อ! นั่นมีไว้บริการแขกวีไอพีน่ะครับ คุณต้องการสักคนไหมล่ะครับ" เทซกนึกถึงสาวน้อยหน้าหวานทันที จรดปากกาเซ็นให้

หัวหน้าแผนกแม่บ้านถือจดหมายคำสั่งย้ายมาโวยวายกับเลขา
"นี่มันอะไรคะ จะโอนพนักงานรับโทรศัพท์ไปเป็นคนรับใช้หรือ ที่ไหนเขาทำกันอย่างนี้บ้างล่ะ"
"ลูกชายคนเล็กของนายใหญ่มาพักอยู่ที่นี่ คุณรู้ใช่ไหม"
"ท่านขอมาอย่างงั้นหรือ"
"ได้ข่าวว่าทั้งครอบครัวหมดหวังในตัวเขาหมดแล้ว ก็เลยปล่อยให้เขาทำอะไรตามใจตัวเอง เขาก็เลยเป็นเพลย์บอยลอยไปลอยมา ผู้หญิงคนนี้ก็คงจะพอๆกันนั่นล่ะ"
"คิดว่าเด็กนั่นจะจับเขาอย่างงั้นล่ะซิ"
"ใครจะไปรู้ล่ะ อาจจะวางแผนไว้ก่อนแล้วก็ได้นี่ แหม!เขาจับผู้หญิงได้เร็วจริงๆเลย"





พนักงานทำความสะอาดมารวมตัวกันรอหัวหน้าแผนก กังอีเพื่อนสนิทของอึนโซดีใจที่ได้มาทำงานร่วมกัน อึนโซเองก็แปลกใจไม่นึกว่าจะได้เจอเพื่อนอีก หัวหน้าเดินเข้ามา ทุกคนต่างพากันตั้งแถวรอรับคำสั่ง คิมเดินอ่านป้ายชื่อลูกน้องหาคนที่อยากเจอตัว พอเห็นก็อ่านชื่ออึนโซเสียงดัง จากนั้นก็เอ่ยแนะนำตัวเองกับลูกน้อง
"ฉันชื่อคิม มุนจงนะพวกเรา ฉันเป็นผู้ดูแลแผนกแม่บ้านของที่นี่ทั้งหมด ไม่ว่าใครจะมีปัญหาอะไรให้มาพูดกับฉันโดยตรง ลักษณะงานของเรา ทุกคนก็คงรู้ดีว่า มีส่วนต้องเข้าไปใกล้ชิดกับแขกของโรงแรมเป็นอย่างมาก ดังนั้น พวกเธอมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับชื่อเสียงของโรงแรมที่สั่งสมมานานแล้ว คงไม่ต้องบอกกัน เพราะฉะนั้น ถ้าฉันรู้ว่าใครก็ตามไปมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับแขกละก็ ไม่ต้องให้บอกว่าจะถูกไล่ออกสถานเดียว เข้าใจใช่ไหม" คิมเดินมาถึงอึนโซ จับบ่าเจาะจงถาม
"เข้าใจหรือเปล่า ชอย อึนโซ" อึนโซทำหน้างง ๆ แต่พอเข้าใจท่าทีของหัวหน้า ก็ไปหาเทซกอยากได้เหตุผลที่ย้ายเธอมาเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของเขา

เทซกว่ายน้ำอยู่ในสระของโรงแรม ชายหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาว่ายอย่างเร็ว อึนโซเดินตามต่อว่าเสียงดัง
"ทำไมคุณต้องเรียกฉันมาเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของคุณด้วย คุณทำลงไปได้ยังไงนี่ เอาแต่ใจตัวเองแท้ ๆ เชียว คนอย่างคุณเนี่ย ฉันรู้นะว่าคุณได้ยินฉันพูดเพราะในนั้นมีไมโครโฟนติดอยู่ ฉันยังไม่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำด้วยซ้ำ ใครจะเอาไปคิดยังไง หัวหน้าแผนกก็ยังเพ่งเล็งฉันคนเดียว ถ้ามีข่าวลือออกไปฉันคงต้องตกงานแน่ๆ ถ้าฉันถูกไล่ออกละก็ ก็เพราะคุณแท้ ๆ คุณควรจะรับผิดชอบด้วย" เทซกหยุดว่ายไปเฉย ๆ ยืดตัวขึ้นจากสระ น้ำกระเซ็นถูกหญิงสาว อึนโซยกแขนขึ้นป้องหน้า
"แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะ ช่วยแนะนำหน่อยซิ" เสียงยังหอบเพราะเหนื่อย อึนโซลมออกหู กวนตากับท่าทางยียวนของเขาเลยพูดกระทบกระเทียบ
"ฉันต้องขออภัยจริง ๆ นะคะ ฉันคงลืมตัวไปหน่อยน่ะไม่รู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ ฉันน่าจะรู้ว่าคำพูดนี้มนุษย์เท่านั้นถึงฟังรู้เรื่อง" หน้ายิ้ม ๆ ตั้งแต่แรกของเทซกค่อยกลายเป็นโมโหปนขำ เมื่อหญิงสาวหันหลังเดินไป เทซกตะโกนบอก
"ระวังให้ดีเถอะ ฉันจะเรียกใช้เธอไม่ให้หยุดเลย เตรียมตัวไว้นะแม่คุ้น" อึนโซหลบเข้ามุมเสา หันมาค้อนควักให้แล้วก็เดินไป เทซกยิ้มถูกใจที่แกล้งเธอได้





จุนโซกับยูมีช่วยกันห่อภาพวาดเตรียมย้ายของ พอจุนโซหยิบภาพท้องทะเลและผืนฟ้าที่มีสีเข้มสนิทจนแยกส่วนกันไม่ออก มีเส้นคลื่นจาง ๆ และชายหาดว่างเปล่าสีใกล้เคียงกันอยู่ที่ด้านล่างของภาพ ก็เพลามือช้าลง มองภาพไม่วางตา เสียงยูมีถามขึ้น
"จุนโซคะ ฉันได้ยินว่าสมัยคุณเรียนม.ต้นคุณวาดรูปเหมือนไว้เยอะแยะเลย จริงไหมคะ ไม่เห็นคุณวาดรูปฉันบ้างเลย"
"เพราะคุณสวยเกินไป วาดแล้วจะไม่เท่าตัวจริง" จุนโซไม่เคยนึกอยากวาดรูปผู้หญิงคนไหน แต่ยูมีเห็นเป็นคำชม ยิ้มพอใจ ยูมีถามถึงรูปในมือจุนโซแล้วลุกไปนั่งข้าง ๆ เขา
"อ๋อ! รูปชายหาดข้างสตูดิโอที่ผมจะย้ายเข้าไปอยู่"
"อยู่ใกล้กับบ้านเกิดของคุณหรือคะ คุณคงไปเที่ยวที่นั่นบ่อยซิท่า"
"ไม่หรอกฮะ เคยไปกับน้องสาวครั้งเดียว"
"ชีเน่หรือ"
"ไม่ใช่ชีเน่หรอกจ๊ะ คนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน" ยูมีนึกแปลกใจ
"ลูกพี่ลูกน้องหรือคะ ไปทำอะไรกันมั่งล่ะ"
"ก็แค่ไปเล่นกัน" วันสุดท้ายที่จากน้องบนหาดนั้นยังแจ่มชัดในมโนสำนึก ราวผ่านไปเพียงชั่วพริบตา
"ผมเคยวาดรูปหน้าเค้าไว้บนผืนทรายที่ชายหาดนั่นด้วย"
"งั้นเธอก็คงไม่สวยเท่าฉันซิ เพราะคุณวาดรูปเธอ"
"อ๋อ! เธอไม่สวยหรอก"
"แล้วตอนนี้เธอทำอะไรอยู่คะ"
"ไม่ได้ติดต่อกันตั้งแต่บ้านผมย้ายไปอเมริกา แต่พอผมกลับมาที่นี่เมื่อปีกลายก็มีคนบอกผมว่า เค้าคงย้ายไปโซลแล้ว"
"ไหนว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องไง"
"ก็ลูกพี่ลูกน้องห่าง ๆ ผมคงต้องลงไปซกโชว อยากจะรู้ว่าไปถึงไหนแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง"
"ให้ฉันไปด้วยนะคะ ฉันอยากไปเยี่ยมเทซก"
"เอาไว้ไปตอนผมย้ายบ้านเถอะ เทซกก็คงจะขึ้นมางานวันเกิดของแม่เลี้ยงเขาที่โซลตอนนี้พอดี"
"รู้ไหม ฉันดีใจที่เขาไปอยู่ดีมีสุขที่นั่นน่ะ"





เทซกกดโทรศัพท์หาอึนโซ
"คุณนายชอยครับ ผมหิวแล้ว ให้เวลาสามนาที มาด่วนนะ"
อึนโซรีบมาตามคำสั่ง เข้ามาในห้องไม่เห็นใคร ได้ยินเสียงในห้องน้ำก็รู้ว่าถูกแกล้ง วางกล่องพิซซาลง เห็นบนโต๊ะรกก็ลงมือทำความสะอาด นาฬิกาของเทซกวางอยู่ก็หยิบขึ้นมาดูแล้ววางลงที่เดิม อึนโซทำงานไปเรื่อย ๆ หยิบนาฬิกาขึ้นมาดูอีก นึกสงสัยว่าทำไมเขาจึงชักช้านัก ปัดกวาดเสร็จเดินเข้าไปในห้องอาหาร จานชามที่ยังไม่ได้ล้างวางเกลื่อนโต๊ะก็ถอนใจ ลงมือเก็บกวาดต่อ จะยกถาดอาหารไปล้าง เห็นขวดซอสพริกก็นึกวิธีแก้แค้นคนที่แกล้งตัวเองได้ เปิดกล่องพิซซายกขวดซอสพริกเทราดลงไปไม่ยั้ง

เทซกออกจากห้องน้ำ สาวใช้หน้าหวานไม่อยู่แล้ว เห็นแต่กล่องพิซซาวางอยู่ ลงนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือที่ถือติดมือมา เปิดกล่องออกหยิบพิซซาใส่ปากเคี้ยวไปได้สองสามคำ ไม่ทันจะกลืนลงคอก็ทำหน้าเหยเก คุณนายชอยคนสวยทำพิษอีกแล้ว





อึนโซถูกตามตัวมาอีก หญิงสาวเดินมาถึงหน้าห้องเทซก ถอนใจอย่างกังวล เดินเข้าไปในห้องเห็นเทซกกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ที่โต๊ะ
"อะไรคะ" เทซกไม่ตอบ หาแต่ของง่วนอยู่ อึนโซต้องถามอีก
"หาอะไรอยู่หรือคะ"
"ก็หานาฬิกาซิ คืนนี้ฉันต้องไปงานวันเกิดคุณแม่ที่โซลซะด้วย เธอเห็นมันอยู่ตรงนั้นไหม" เทซกชี้ไปที่โต๊ะที่เธอยังเห็นนาฬิกาวางอยู่เมื่อครู่
"เมื่อกี้ยังอยู่บนโต๊ะเลยนี่คะ"
"เธอเห็นอยู่บนโต๊ะหรือ"
"ฉันเพิ่งมาเก็บกวาดตรงนี้ โอ๊ะ! ถังขยะ" อึนโซตกใจรีบวิ่งออกจากห้องไป เทซกหยิบนาฬิกาที่ตัวเองซุกไว้ข้างเบาะขึ้นมาใส่ ยิ้มสมใจที่แก้เผ็ดเธอกลับได้
ทั้งกังอีและอึนโซต้องช่วยกันค้นขยะกองโตของโรงแรมนาน จนกังอีบ่นเพื่อนที่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ อึนโซหมดแรงทรุดตัวลงนั่ง คิดถึงอดีตอันเจ็บปวดที่มาจากสาเหตุเดียวกัน พูดอย่างหมดหวัง
"โธ่เอ้ย! ฉันก็ไม่รู้ทำไมต้องมีเรื่องกับนาฬิกาอยู่เรื่อย ยิ่งมีความทรงจำที่ไม่ดีกับนาฬิกาอยู่ด้วย" อึนโซยังไม่ลืมวันที่ถูกหาว่าเป็นขโมย หญิงสาวรีบลุกขึ้นค้นต่อ





เทซกนั่งกินอาหารอยู่ในภัตตาคารของโรงแรม อึนโซเดินเข้ามาวางนาฬิกาลงบนโต๊ะ เทซกมองนาฬิกาแล้วมองหน้าเธอ อึนโซก้มหน้าบอก
"ขอโทษนะคะ ฉันหาไม่เจอค่ะ ระหว่างนี้กรุณาใช้เรือนนี้ไปก่อนนะคะ" เทซกกอดอกทำหน้าเฉย
"นาฬิกาคุณราคาเท่าไหร่คะ"
"สักสามพันเหรียญมั้ง" เห็นหญิงสาวทำตาโตก็โก่งราคาขึ้นไปอีก
"หรือสี่พัน !"
"มันแพงอย่างงั้นเชียวหรือคะ" เทซกพยักหน้าลอบยิ้มจนทนไม่ไหวต้องหัวเราะออกมา แล้วเปิดแขนเสื้อยกมือโชว์นาฬิกาที่ข้อมือให้ดู
"ดูซิ ฉันเจออะไร จำได้ไหม เห็นหรือเปล่า"
"คุณเจอแล้วหรือ คุณหาเจอแล้วหรือคะ" อึนโซจำได้ทั้งดีใจและโล่งใจ แล้วก็แน่ใจว่าถูกเขาแกล้ง เพราะคำพูดต่อท้ายของเขาที่ว่า
"พิซซาอร่อยนะ" เทซกมองหน้าเธอ พูดอีก
"ล้อเล่นเท่านั้นเองน่า" เทซกก้มลงจะกินต่อ อึนโซยกแก้วน้ำสาดหน้าเขา ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
"ล้อเล่นเท่านั้นหรือ คุณล้อฉันเล่นงั้นหรือ คุณรู้ไหมว่าฉันต้องไปขุดคุ้ยหาตามถังขยะแทบตาย คุณยังมาว่าล้อเล่นอีก คุณเป็นคนใจดำ ฉันเกลียดคนอย่างคุณที่สุด" พอรู้สึกตัวก็เอ่ยคำขอโทษ แต่เสียงก็ยังสั่นเครือ
"ขออภัยจริง ๆ ค่ะ ฉันต้องขอตัวแล้ว" อึนโซหันหลังเดินไปอย่างเร็ว เทซกหายสนุก หยิบนาฬิกาที่เธอให้ขึ้นมาดูแล้วมองตามหญิงสาวไป





อึนโซไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานต่อ เปลี่ยนเสื้อผ้ากำลังจะกลับบ้าน เดินสวนกับคิมถูกถามว่าจะไปไหน
"ทำไมย้ายมาอยู่หอพักอีกหรือ"
"ค่ะ ฉันกำลังจะกลับบ้านค่ะไปเก็บของมาที่นี่" คิมจะเดินไป หันมาเตือนน้ำเสียงไม่เป็นมิตร
"ระวังตัวหน่อยนะเธอ" อึนโซมองหน้าคิม
"ทำงานโรงแรมไม่ใช่มาเล่นขายของนะ จำไว้ด้วย เด็กอย่างพวกเธอจะทำให้คนที่ทำงานหนักต้องพลอยเสียชื่อ" พูดจบก็เดินไป อึนโซเสียงแข็งทันที
"ถอนคำพูดนะคะ ฉันบอกว่าถอนคำพูด ฉันไม่เคยทำอะไรผิดสักหน่อย" คิมเดินกลับมาท่าทางเอาเรื่อง
"เธอกล้าดียังไงมาพูดต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้ ไม่เคยทำอะไรผิดยังงั้นหรือ แล้วที่เธอเอาน้ำสาดหน้าแขกในภัตตาคารเมื่อตอนบ่ายนี้ล่ะ นึกว่าไม่มีใครเห็นหรือไง ขืนทำรุ่มร่ามอีกครั้งฉันจะเซ็นหนังสือไล่เธอออก ไม่ให้เธอกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย พวกมาหาทางลัดซินะ เชอะ!" อึนโซได้แต่กล้ำกลืนไม่โต้ตอบอะไร

อึนโซจูงจักรยานลงจากแพข้ามฟากจะเข้าบ้าน พอดีเหลือบเห็นคนที่ยืนอยู่ที่หน้าบ้านกับแม่และพี่ชาย ผู้ชายวัยกลางคนกำลังส่งกล่องใบใหญ่ให้แม่
"น้องยังเด็กเกินไป" เสียงแม่บอกพี่ชาย
"เด็กเกินไปกับผีน่ะซิ โธ่เอ้ย!" จงชลขัดใจ
"เบาหน่อยนะ" แม่เตือนลูกชาย
"นี่เกิดเป็นอะไรขึ้นมากันอีกเล่า" พี่ชายตะโกนเสียงดังใส่แม่ แล้วหันไปพูดอ่อนน้อมกับคนที่มาเยี่ยม
"เสี่ยครับ เสี่ยกำหนดวันมาเลยดีกว่านะครับเสี่ยครับ" เสี่ยชะแง้มองเข้าไปในบ้านสอดส่ายสายตาหาหญิงสาว
"ไม่เป็นไรน้องชาย วันนี้เค้าไม่อยู่บ้าน เอาไว้มาวันหลังก็ได้"
"เสี่ยคะ ฉันว่าเอากลับไปเลยดีกว่าค่ะ" แม่ส่งคืนของกำนัลวางลงกับพื้น อีกฝ่ายรีบปฏิเสธ บอกว่าเอามาฝากให้ใช้แล้วลากลับ แม่ไล่ลูกชายไปให้พ้นหน้า รถยนต์คันใหญ่แล่นออกไปแล้ว อึนโซทรุดตัวลงนั่งอ่อนอกอ่อนใจที่เจอแต่เรื่องแย่ ๆ ไม่หยุดหย่อน





แม่กับลูกสาวนั่งอยู่ในห้อง ซุนอิมเทเหล้ายกขึ้นดื่มแล้วถามลูก
"ตกลงใจจะย้ายไปอยู่หอพักหรือ"
"หนูยังกลับบ้านได้อาทิตย์ละครั้งค่ะ"
"แม่ค่ะ กินนี่หน่อยซิ" อึนโซคีบกับข้าวให้แม่
"เมื่อกี้คุณคิมเขามา เขาเอาปลามาให้ตั้งหีบนึงแน่ะ แม่รู้ว่าเขาแก่เกินไปสำหรับลูก แต่ว่าเขาเป็นคนประกันตัวจงชลออกมา และร้านนี้...ช่างมันเถอะ นี่แม่คิดอะไรก็ไม่รู้" ซุนอิมซดเหล้าอีก อึนโซลุกขึ้นกอดแม่ไว้
"หนูเสียใจค่ะแม่ แต่ว่าหนูยังอยากอยู่กับแม่ให้นานอีกสักหน่อยค่ะ ปีหน้าบัญชีเงินฝากประจำของหนูก็จะถอนได้แล้ว แม่จะได้เอาไปใช้หนี้แล้วเราก็คงจะสบายกัน แม่คะ ให้หนูอยู่กับแม่นาน ๆ เถอนะคะ"
"แม่เสียใจนะ แม่น่าจะปล่อยลูกคืนไปอยู่บ้านนั้นซะ" ซุนอิมเสียใจที่ลูกสาวต้องมีชีวิตลำบากนับแต่มาอยู่กับตน

อึนโซเข้ามาในห้องของตัวเอง เปิดตู้เสื้อผ้าจะจัดของย้ายออก นึกอะไรได้เดินไปหยิบกล่องขึ้นมาเปิดดู ถ้วยของเธอและพี่ชายอยู่ในนั้น อึนโซหยิบถ้วยออกมา ความหลังอันยังไม่จางหายไปที่อึนโซถนอมไว้ในใจ เหมือนถ้วยสองใบที่ยังคงสภาพเช่นวันแรกที่เธอนำติดตัวมา หญิงสาวใช้นิ้วแตะใบหน้าพี่ชายบนถ้วยแผ่วเบา
"พี่จุนโซ...พี่ชาย" อึนโซกอดถ้วยของพี่ชายไว้แนบอกน้ำตาไหล ความคิดถึงพี่ชายแล่นทั่วความรู้สึก





ที่โรงเรียนเก่าที่จีวันมาเช่าไว้ จุนโซหยิบถ้วยผลงานของเพื่อนรุ่นพี่ขึ้นมองดู ยิ้มอ่อนจาง นึกถึงสิ่งเดียวกันที่เขาเคยฝากใครบางคนไว้ จีวันเดินเข้ามา
"อ้าว! เป็นไง ใช้ได้หรือเปล่า"
"อ๋อ! ถูกใจมากเลยครับ ยังงี้ถ้าผมจะย้ายเข้ามาอยู่พรุ่งนี้เลยจะขัดข้องไหมพี่" จุนโซยิ้มแย้มบอกรุ่นพี่
"ก็ดีซิ ฉันเองก็รู้สึกใจหายที่ต้องทิ้งที่นี่ไป เพียงแต่ว่าต้องย้ายไปอยู่บ้านแม่ฉันเอง ว่าแต่ว่ายูมีเค้าจะรับได้ไหมนี่"
"เค้าจะได้แวะมาเยี่ยมผมที่นี่น่ะซิฮะ ยิ่งดีกับสุขภาพของเค้า"
"นั่นซินะ สุขภาพเค้าไม่ค่อยจะดีนี่นา" จุนโซเห็นจีวันสะพายกระเป๋าก็ถามว่าจะไปไหนต่อ
"มีหมู่บ้านน่ารักใกล้ ๆ นี่จะถ่ายรูปไว้หน่อย ไปด้วยกันไหมล่ะ"

บรรยากาศริมทะเลสดชื่น จุนโซเดินอย่างสบายอารมณ์ ครั้นเห็นจีวันกำลังถ่ายรูปตรงที่ตากปลาหมึกเป็นราวซ้อน ๆ กันก็เข้าไปถาม
"พี่สู้อุตส่าห์มาถึงนี่เพื่อมาถ่ายรูปปลาหมึกนี่น่ะหรือ"
"ดูนี่ซิ มองช่องนี้ออกไปเห็นหมู่บ้านทางฝั่งโน้นไง" จีวันแนะให้ จุนโซทำตาม
"จริงซินะ" จุนโซมองเห็นแพข้ามฟากนึกอยากจะเที่ยวดูให้ทั่วบอกจีวัน
"ผมจะไปเดินดูรอบ ๆเมืองนะครับพี่"
"เชิญเลย"





จุนโซยืนบนแพข้ามฟากมองไปรอบ ๆ แล้วก็เห็นหญิงสาวกางร่มสีเหลืองยืนบนแพอีกลำที่กำลังจะแล่นสวนกัน หญิงสาวเอี้ยวตัวเหม่อมองไปไกล สายตาจุนโซแวบผ่านเธอไป แล้วก็เพ่งสายตากลับมามองที่เธออีก ร่มในมือบดบังทำให้เห็นเพียงบางส่วนของใบหน้างดงาม...เหมือน...เหมือนคนที่เฝ้าเพียรหา จุนโซเขม่นมองอีก หญิงสาวหันกลับไป ไม่ทันได้นึกจะทำอย่างไร แพก็ลอยห่างเลยไกลเสียแล้ว ชายหนุ่มมองตามหญิงสาวไปจนแพข้ามถึงอีกฟากหนึ่ง จุนโซตะโกนเรียกจีวันแต่เสียงดังไปไม่ถึง ชายหนุ่มร้อนใจรีบโดยสารแพกลับมา ถามจีวันถึงผู้หญิงที่กางร่มสีเหลือง แล้วก็เที่ยวตามหาจนทั่วแต่ก็ไร้วี่แววของเธอ





จีวันบอกว่าอาจจะถ่ายรูปเธอเอาไว้ได้ สองคนนั่งดูรูปที่ถ่ายออกมา เห็นผู้หญิงกางร่มสีเหลืองแต่ในระยะไกล ๆ จุนโซถามรุ่นพี่
"มีรูปชัด ๆบ้างไหมครับเนี่ย"
"ฉันเข้าใจว่าถ่ายเธอไว้ด้วยนา โอ้! นี่ ๆ ๆ นี่ไง" จีวันร้องบอกเมื่อหาเจอ ส่งรูปให้จุนโซ ชายหนุ่มหยิบมามองดูแล้ววางภาพอื่นลง ใบหน้าของหญิงสาวชัดเจน จุนโซแทบลืมหายใจ จ้องมองภาพในมือ ความปิติอิ่มเอมอาบทั่วดวงหน้า...ใช่อึนโซแน่แล้ว...หลายปีที่ไขว่คว้าค้นหามาเนิ่นนาน...นานเหลือเกิน





จุนโซรีบมาหาเทซก พอเห็นหน้าเพื่อนก็บอก
"โล่งใจที่นายยังไม่ออกไปนะ"
"นายเองหรือ มาทำอะไรที่นี่"
"ขอค้างด้วยสักพักนะ"
เดินออกมาข้างนอกด้วยกัน เทซกส่งกุญแจห้องและคืนโทรศัพท์มือถือให้จุนโซ บอกว่าไปชาร์จแบตได้ที่ front desk แล้วถามว่ามีอะไร
"ฉันคิดว่าฉันเจอใครคนนึงนะ"
"ใครคนนึง แล้วใคร"
"ฉันจะเล่าทุกอย่าง ให้เจอเธอก่อนเถอะ" จุนโซยังไม่อยากบอกเพื่อน
"แหมลับลมคมในจริงๆนะนี่ คราวนี้ฉันจะไม่อยู่สักสองสามวัน นายพักให้สบายเต็มที่ได้เลยนะเพื่อนนะ" แล้วสั่งกำชับเพื่อน
"แล้วก็อีกอย่างนึง ห้ามไปจีบสาวใช้ประจำตัวของฉันด้วย ฉันรู้ว่านายไม่ใช่พวกมือไวใจเร็วอยู่แล้วนี่"
"ผู้หญิงอีกหรือ นี่แปลว่านายยังไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้หรือนี่"
"ไม่มีความหมายน่า" เทซกพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ
"เฮ้ย! ฉันว่ามีละมั้ง"
"นี่ไหน เอามาซิ มือถือน่ะ" เทซกทำท่าไม่อยากพูดอีก
"เธอเป็นใคร บอกมาก่อนซิ" จุนโซซักอีก เทซกหยิบมือถือจากมือเพื่อน บอกว่าเดี๋ยวมา ออกเดินไปไม่กี่ก้าวก็หันมาบอก
"ไม่มีความหมายน่า"
จุนโซหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู มั่นใจว่าใช่น้องแน่นอน





อึนโซยืนรับคำสั่งจากเทซกไม่ยอมมองหน้าเขา
"ฉันกำลังจะไปโซลเดี๋ยวนี้ นี่มือถือเพื่อนฉัน ฝากเธอช่วยเอาไปชาร์จให้ด้วยนะ เขาจะมาพักอยู่สักสองสามวัน" เทซกยื่นโทรศัพท์ให้มองหน้าก็รู้ว่าเธอยังไม่หายโกรธ ทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็ยกมือเปิดแขนเสื้อให้เธอดูนาฬิกา
"นี่คิดว่าไง ดูเท่ไหม มีคนเค้าให้ฉันมา" อึนโซเหลือบมองเห็นเป็นนาฬิกาที่ซื้อให้เขา เทซกพูดต่อ
"จะบอกให้นะ ฉันชอบมากกว่าเรือนของฉันอีก จับเวลาก็ได้เห็นไหม นี่แถมยังมีวันที่อีก ดูซิ มีไฟด้วย เห็นไหม" เทซกกดปุ่มบนนาฬิกาวุ่นวาย อึนโซมองหน้าเทซกยิ้มออกมา เทซกค่อยโล่งอกเมื่อเห็นสีหน้าเธอ เอ่ยขอโทษ
"ขอโทษนะที่แล้ว ๆ มา" ทำท่าจะพูดต่อ แต่ตัวเองก็รู้สึกเขินจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ตัดบทบอกลาหญิงสาวเสียเฉย ๆ
"ไว้เจอกันนะ" เทซกก้มหน้ามองพื้นสาวเท้าเดินจากไปอย่างเร็ว อึนโซหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของเขา
เทซกวิ่งกลับมาหาเพื่อน จุนโซเก็บรูปในมือใส่กระเป๋า เทซกขอโทษที่ให้รอแล้วเอ่ยลา จุนโซหันกลับไปมองที่ตึกอีกครั้ง
อึนโซเอามือถือไปชาร์จที่เคาน์เตอร์ มองโทรศัพท์เห็นหมายเลยสี่ตัวสุดท้ายเป็นเลข o๒๑๕ เอ่ยตัวเลขออกมาเบา ๆ แล้วก็ยิ้ม





จุนโซออกตามหาอึนโซทุกวัน หญิงสาวก็มาทำงานไม่ได้ขาด แต่สองคนก็ยังไม่ได้เจอกัน จุนโซเดินผ่านหน้าบ้านอึนโซ ซุนอิมยกกะละมังน้ำออกมาสาดที่หน้าบ้านเกือบถูกจุนโซ แต่ต่างฝ่ายต่างจำกันไม่ได้ ชายหนุ่มเดินผ่านไป
อึนโซวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วเขียนโน๊ตบอกไว้
จุนโซเที่ยวสืบเสาะ หาจนค่ำก็ยังไม่พบน้อง กลับเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน มองไปที่โต็ะเห็นโทรศัพท์วางอยู่พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง หยิบขึ้นมาอ่าน
"ฉันชาร์จมือถือให้แล้วนะคะ ส่วนชุดนอนของคุณฉันก็เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อยู่ในตู้เสื้อผ้าที่ในห้องนอนน่ะค่ะ มีข้อความฝากไว้ที่มือคุณด้วยค่ะ" จุนโซเปิดโทรศัพท์ฟัง เป็นเสียงของยูมี
"จุนโซคะ นี่ฉันเอง" พอได้ยิน จุนโซทำท่าเหนื่อยหน่าย
"พยายามโทรหาคุณหลายครั้งแล้วนะคะ" จุนโซกดข้อความใหม่
"จุนโซ ฉันได้รับข้อความที่คุณฝากไว้แล้วค่ะ คุณกำลังตามหาใครอยู่หรือคะ โทรกลับฉันทันทีนะคะ ฉันอยากรู้เรื่องน่ะ" จุนโซปิดโทรศัพท์ ถอนหายใจไม่คิดโทรกลับแล้วอ่านข้อความในกระดาษต่อ
"ถ้ายังต้องการอะไร page เรียกฉันได้ที่ o๑๒ ๓๒๓ o๒๑๕ ค่ะ" จุนโซทวนหมายเลขสี่ตัวสุดท้าย
"เบอร์เดียวกับของเราเลย" แล้วก็ยิ้มลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า





รุ่งขึ้นจุนโซออกตามหาน้องอีก เดินเตร่ตรงหน้าบ้านอึนโซ โดยสารแพข้ามฟากหวังว่าจะได้เจอเธอแต่ก็ผิดหวัง
จีวันโทรหาจุนโซ ถูกถามถึงคนที่เพื่อนรุ่นน้องตามหาอยู่
"ขอบคุณมากนะครับพี่จีวัน ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่ใครคนนึงที่ผมเคยรู้จักกันน่ะ" เสียงโทรศัพท์ขาด ๆ หาย ๆ จุนโซบอกว่าแบตกำลังหมด แล้วจะโทรกลับไปหาอีก

อึนโซได้รับ page จากจุนโซ โทรกลับไปหา
"สวัสดีค่ะ คุณเป็นแขกที่วิลล่าใช่ไหมคะ คุณ page เรียกฉันหรือคะ"
"ใช่แล้วครับ คือ...ฮัลโหล...ผมจะฝากให้คุณชาร์จมือถือหน่อยได้ไหมครับ" เสียงสัญญาณในโทรศัพท์ดัง ได้ยินเสียงพูดไม่ชัด
"ได้ค่ะ ฝากไว้ที่ front desk เลยนะคะ"
"อ๋อ! นั่นซิ ขอบคุณนะ" พูดแล้วตัวเองก็ไม่คิดจะกดโทรศัพท์ปิด คนโทรมาหาก็ยังไม่วางสายลง เงียบกันไปชั่วครู่ ความรู้สึกบางอย่างทำให้รีรอว่าอีกฝ่ายจะพูดว่าอะไร แล้วก็เอ่ยพร้อมกัน
"คือว่า..."
"นึกยังไงถึงมาพักที่นี่ล่ะคะ" อึนโซเริ่มพูดก่อน แต่รู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ควรถามแขก
"ขอโทษค่ะที่ถาม" จุนโซดีใจที่เธอคุยต่อ
"คือผม...มาตามหาใครคนนึง"
"แล้วเจอหรือยังล่ะคะ"
"ยังตามหาอยู่เลย" เสียงสัญญาณในโทรศัพท์ดังเตือน อึนโซรีบบอก
"ฉันต้องวางแล้วล่ะคะ ฉันจะรอที่ front desk แล้วกันนะคะ"
"ตกลงครับผมจะรีบไป รอด้วยนะ" ทั้งคู่วางสายลง รู้สึกแปลกใจกับความรู้สึกของตัวเอง จุนโซหันไปเห็นแพกำลังแล่นเข้ามาเทียบท่าก็วิ่งไปทันที





อึนโซรออยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ จุนโซนั่งแทกซี่มุ่งหน้ากลับที่พัก เสียงโทรศัพท์ดัง จุนโซกดรับ สีหน้าเคร่งเครียด บอกคนขับให้เปลี่ยนเส้นทางไปสนามบินแทน
อึนโซเดินออกมาหน้าโรงแรม มองหาแขกที่นัดว่าจะมาแต่ไม่เห็นเขา
ยูมีเข้าโรงพยาบาล จุนโซเปิดประตูเข้ามา เอ่ยถามแม่ของยูมี
"เป็นไงครับ เธอเป็นอะไรหรือเปล่า"
"หายไปไหนน่ะ รู้ไหมว่าน้องไม่ยอมกินข้าวกินปลาอะไรเลย มัวแต่รอเธอน่ะซิ" จุนโซค้อมศีรษะให้กล่าวขอโทษ
ยูมีหลับตานิ่งจับมือจุนโซไว้ ชายหนุ่มขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ยูมีดึงมือไว้ จุนโซหันไปมองแล้วก็นิ่งไป





อึนโซรอจนค่ำเพื่อนของเทซกก็ยังไม่มา นึกอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงผิดนัดเลยตามไปดูที่ห้องพัก กดกริ่งแต่ไม่มีคนเปิดรับ อึนโซใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป ในห้องมืดสนิท หญิงสาวบอกสวัสดีพลางเสียบกุญแจไว้ ไฟในห้องสว่างขึ้น เธอเดินเข้าไปข้างใน เห็นเสื้อนอกวางพาดบนพนักโซฟา เดินต่อเข้าไปในห้องอาหาร เห็นเทซกนั่งก้มหน้าถือแก้วในมือ ข้าง ๆ มีขวดเหล้าที่พร่องจนเกือบหมดขวด อึนโซตกใจไม่คิดว่าจะได้เจอเขา เอ่ยขอโทษ
"ขอโทษนะ ฉันไม่รู้ว่าคุณกลับแล้ว" หญิงสาวหันหลังจะเดินไป
"อยู่ก่อนซิ" อึนโซชะงักฝีเท้า เทซกลุกขึ้นยืนถือแก้วเหล้าไว้ ท่าทางมึนเต็มที่
"เธอจริง ๆ นะ ฉันกำลังจะโทรหาเธอพอดีเลย"
"มีอะไรให้รับใช้คะ" อึนโซถามเสียงเรียบ
"อย่าทำเป็นไม่รู้จักกันซิ เธอน่ะสวยน่ารัก วันนี้ประหลาดจัง หรือตาฉันเป็นอะไรไปเนี่ย"
"ทำไมหรือคะ" อึนโซชักหวาด ๆ
"ทำไมอะไรเล่า" เทซกมองแก้วเหล้าในมือ
"อ๋อ! ทำไมฉันถึงกินเหล้าน่ะหรือ คือว่า ฉันจะบอกให้ก็ได้"
"ไม่จำเป็นต้องบอกหรอกค่ะ ฉันขอตัวก่อน" อึนโซรู้สึกกระอักกระอ่วนใจรีบบอกลา เทซกโพล่งขึ้น
"ดื่มฉลองแต่งงานน่ะซิ"







https://www.youtube.com/watch?v=v8evnlcc30U




https://www.youtube.com/watch?v=gdDp5kf4pXM




https://www.youtube.com/watch?v=da7DTETTE90




https://www.youtube.com/watch?v=AWLfgiogMos




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor





Create Date : 10 มีนาคม 2553
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2561 21:14:53 น. 4 comments
Counter : 2651 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะที่หามาให้อ่าน ชอบมากเลยค่ะ อัพเดตเรื่อยๆนะคะ จะรอค่ะ


โดย: วา ว๋า (my vava ) วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:16:53:32 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ เราเขียนไว้จนจบเรื่องเลย แต่อาจจะอัพตอนใหม่ช้าก็เพราะใช้เวลาcapรูปนี่แหละค่ะ


โดย: haiku วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:5:52:49 น.  

 
เข้ามาอ่านต่อค่ะ เริ่มเข้มข้นแล้ว

จำได้ว่าเรื่องนี้เป็นการแจ้งเกิดของ วอน บิน ทีเดียว ความดังของ วอน บิน เรื่องนี้ รดต้นคอ พระเอกมาทีเดียว แต่ตอนนี้หายไปหนซะแล้ว

แล้วจะมาอ่านต่อ ตอนต่อไปนะคะ


โดย: somjaidean100 วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:20:34:16 น.  

 
วอน บินเล่นเรื่องนี้แล้วดังโลดเลยค่ะ สาว ๆ หลายคนชอบมากกว่าพี่ชายซะอีก แกหล่อมากกก แล้วก็หล่อแบบไม่ผ่านมีดหมอซะด้วย พักหลัง ๆ มานี่ไม่เห็นได้ข่าวว่าจะมีงานแสดงออกมา อยากให้แกกลับมาเล่นซีรีส์ให้ดุอีกค่ะ

เข้าไปดูบล๊อคออทั่มตอนเก่า ตกใจเพราะรูปหายเกลี้ยง มานึกได้ว่าไปเปลี่ยนชื่อหัวข้อใน photobucket เลยต้องนั่งแก้รูปเป็นนานสองนาน


โดย: haiku วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:23:30:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 158 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.