" เรื่องราวต่างๆเป็นดั่งทองคำในเทพนิยาย เมื่อคุณแจกจ่ายไปมากขึ้น คุณก็ได้รับกลับมามากขึ้น " พอลลี แมคไกวร์
Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
0134. 8 พฤษภาคม 2544 ถอดเทปการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อผู้สื่อข่าวโทรทัศ

ถอดเทปการให้สัมภาษณ์ของ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ต่อผู้สื่อข่าวโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ

ระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2544

เพื่อเข้าร่วมงาน 2001 FORTUNE GLOBAL FORUM

ณ. วันที่ 3 พ.ค. 2544 ณ. ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

-------------------------------------------------------------------------------

ผู้สื่อข่าว

กราบเรียนถาม นายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่าในส่วนของการไปร่วมงาน 2001 FORTUNE Global Forum คิดว่าจะใช้เวทีนี้สื่อสารอะไร สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจของไทย บ้าง

นายกรัฐมนตรี

ความจริงเวทีนี้เป็นเวทีที่เรามีโอกาสที่จะพูดคุยอะไรได้มาก เพราะว่ามีทั้งนักธุรกิจชั้นนำและนักลงทุนชั้นนำ
จากทั่วโลก มาเข้าร่วมกันมากทีเดียว และมีผู้พูดเก่งๆ หลายคน แต่คนที่จะเป็นผู้พูดหลักที่เรียกว่า Keynote Speaker หรือผู้พูดสำคัญมีเพียง 3 คน คือ ประธานาธิบดีจีน นายเจียง เจ๋อหมิน ผม และอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายบิล คลินตัน ซึ่งเราจะถือโอกาสนี้ไปพูดกับเขาให้เข้าใจ ถึงเรื่อง

ทิศทางของประเทศไทย การพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นที่น่าสนใจ น่าลงทุน กับคนต่างประเทศ และจะพูดถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของเอเชีย เพราะว่าหัวข้อในการที่จะพูดกันในครั้งนี้ เป็นหัวข้อเรื่องเกี่ยวกับเอเชียยุคใหม่ (Next generation Asia)



ผู้สื่อข่าว

ในส่วนของความเข้าใจที่อาจจะคาดเคลื่อน ตั้งแต่รัฐบาลของท่านเข้ามาบริหารประเทศเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทย คิดว่าในโอกาสนี้ เราจะได้ชี้แจง สื่อสารโดยตรงเพื่อสามารถให้นักลงทุนเกิด ความมั่นใจในประเทศไทยหรือไม่

นายกรัฐมนตรี

น่าจะได้มาก ผมจะได้พูดย้ำ ปรัชญา แนวคิดของนโยบายแต่ละนโยบาย และพูดถึงเรื่องแนวทางปรับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย ซึ่งตกลงมามาก ให้ดีขึ้นมา

ผู้สื่อข่าว

ความคาดหวังจากการไปร่วมงานครั้งนี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นการเปิดตัวนายกรัฐมนตรี ในระดับนานาชาติที่ใหญ่มาก ท่านอยากได้อะไรกลับมาเป็นดอกเป็นผลกับคนไทยบ้าง

นายกรัฐมนตรี

สิ่งสำคัญคือความเข้าใจ ถ้าหากว่าทั่วโลกเข้าใจประเทศไทย ศักยภาพของประเทศไทย เชื่อมั่นในทิศทางที่เรากำลังจะเดิน เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในสังคมการค้าโลก ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่เราอยากได้

ผู้สื่อข่าว

ในส่วนของผลที่คาดว่าจะได้รับ โดยเฉพาะจากงาน FORTUNE ในครั้งนี้ โดยมีภาคเอกชนที่สำคัญจากทั่วโลกมารวมกัน นายกรัฐมนตรี คิดว่าผลพวงที่ได้มาจากทั้งไทยและเอเชียด้วย น่าจะเป็นเรื่องใดบ้าง


นายกรัฐมนตรี

เรื่องที่สำคัญคือ คนต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในภูมิภาคอื่น ที่ถือว่าเป็นนักลงทุนสำคัญ ในภาวะปัจจุบัน ต้องเห็นศักยภาพของเอเชีย และคนเอเชียด้วยกันก็ต้องเห็นว่าคนเอเชียด้วยกันมีศักยภาพด้วย ที่จะต้องร่วมค้าร่วมขายกัน เพื่อจะให้ความเข้มแข็งของเอเชียดีขึ้น เอเชียจะได้พึ่งตลาดกันเองได้มากขึ้น มากกว่าที่เราคิดว่าเราต้องไปพึ่งตลาดไกลๆอย่างเดียว ซึ่งตอนนี้ตลาดเอเชียมีศักยภาพ ที่จะพัฒนาได้ เมื่อเขามีความเข้าใจอย่างนั้น การที่เขาไม่แน่ใจว่าจะลงทุนที่ไหน เขาก็จะหันมาลงทุนในเอเชีย ซึ่งไทยก็ต้องถือโอกาสในการแสดงศักยภาพให้เห็นว่า ถ้าในเอเชียแล้วละก็ ต้องประเทศไทย ไทยน่าจะเป็นประเทศที่สำคัญประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศขนาดกลางซึ่งมีศักยภาพ และก็มีปัญหาในช่วงวิกฤต และตอนนี้หลังจากฟื้นวิกฤตแล้ว ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุดประเทศหนึ่ง

ผู้สื่อข่าว

นายกรัฐมนตรี เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า นอกจากจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังจะเป็น Salesman ระดับนานาชาติด้วย คิดว่าไปครั้งนี้จะเอาอะไรของประเทศไทยไปขายเพื่อให้คนเข้ามา

นายกรัฐมนตรี

ตอนนี้เราต้องขายศักยภาพให้เขาเห็นในเบื้องต้น ในเวทีที่เป็นการพูด แต่ว่าจะมีเวทีอื่นที่ผมจะได้พูดอีก จะพบกับนักลงทุนในกลุ่มย่อย ซึ่งจะพูดกันในเรื่องกฎเกณท์ กติกาต่างๆ ที่เรากำลังจะปรับเปลี่ยนเป็นสากลมากขี้น แต่ขณะเดียวกันเราก็คำนึงถึงคนไทยด้วย ไม่ใช่ว่าเราสากลจนทำให้เราเสียเปรียบ และอีกจุดหนึ่งคือ ผมจะได้มีโอกาสพูดจากับทางฮ่องกงถือว่าเป็นการเยือนฮ่องกงอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเรื่องของการค้าการขายระหว่างไทย-ฮ่องกง และเรื่องจีนที่ผมจะได้พบกับประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน เราจะพูดกันก่อนที่นายกรัฐมนตรีจู หรงจี จะเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19-22 พ.ค. 2544 ก็จะได้พูดกับประธานาธิบดีเขาก่อน พูดกันแล้วเชื่อว่า จะเกิดการซื้อสินค้าไทย สินค้าเกษตรหลายตัว ซึ่งเวลานี้เราได้พูดคุยกันล่วงหน้าบ้างแล้ว

ผู้สื่อข่าว

ในเรื่องของสินค้าเกษตร มีความเป็นไปได้บ้างหรือไม่ว่า ตลาดจีนน่าจะเป็นตลาดใหญ่ของเราที่พอเห็นอนาคตว่าจะไปกันได้ในระยะยาว

นายกรัฐมนตรี

สินค้าหลายตัว เรายังขายเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ข้าวชั้นดี ข้าว 5% ข้าวหอมมะลิ เป็นตลาดใหญ่ของเรา ผลไม้ ยังเป็นตลาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ลำใย หรือทุเรียน

ผู้สื่อข่าว

นอกจากประเด็นการส่งออกสินค้าออกเกษตรแล้ว ยังมีประเด็นด้านความสัมพันธ์ใน

กรอบอื่นๆ หรือไม่

นายกรัฐมนตรี

ก็คงจะมีการพูดคุยในเรื่องของความร่วมมือด้านยาเสพติด อยากให้จีนเข้ามามีบทบาทในการร่วมมือกัน ซึ่งเราได้คุยกับพม่า เราคิดว่าเรายอมรับ 3 ฝ่ายแล้ว และในวันนี้ อาจต้องชวนลาวเข้ามาอีกประเทศหนึ่ง เนื่องจากว่า การแพร่กระจายของโรงงานผลิตยาเสพติด ได้กระจายจากพม่าไปเขตลาวบางส่วน เราก็อยากให้ลาวมาร่วมมือด้วย เพื่อร่วมกันขจัดปัญหายาเสพติด นอกจากนั้น ก็เป็นเรื่องของความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมในอนาคต เรื่องของกองเรือ เรือเดินทะเล เรือที่จะขนส่งสินค้าจากไทยไปอเมริกา ซึ่งก็คงอยากจะพูดคุยกันกับทางจีน

ผู้สื่อข่าว

ตามกำหนดการนายกรัฐมนตรี จะได้พบกับผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง นาย Tung Chee-hwa อันนี้มีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่

นายกรัฐมนตรี

ส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเด็นเรื่องของการส่งสินค้าเกษตรเข้าไปขายในฮ่องกง แนวทางข้างหน้าที่เราต้องปรับตัว เพราะเนื่องจากเขาต้องเปิดการค้าเสรีขึ้น

คู่แข่งเราจะเยอะขึ้น เราจะได้พูดคุยกันถึงเรื่องจังหวะ ที่เราจะต้องปรับตัว แค่ไหน อย่างไร เพราะไม่เช่นนั้น เราขายสินค้าเกษตรของเราไม่ได้ เพราะตลาดแข่งขันมากขึ้น เราต้องปรับตัว เช่น เรื่องคุณภาพ การตลาด ให้เห็นว่าข้าวไทยเป็นข้าวที่มีคุณภาพเหนือกว่าข้าวประเทศอื่น รักษาคุณภาพให้ดีในการส่งออก ส่งข้าวไปขายในฮ่องกง เราจะต้องทำอย่างเป็นระบบ

ผู้สื่อข่าว

ที่ผ่านมาอาจเป็นไปได้ว่าที่ต่างชาติได้รับฟังข้อมูลมาจากสื่อ ที่ในบางครั้งก็อาจจะคาดเคลื่อนได้ อยากให้นายกรัฐมนตรี เน้นถึงจุดยืนของประเทศไทยว่า ไทยจะปิดประเทศจริงหรือเปล่า เราจะปฏิเสธแนวทางเศรษฐกิจที่ประเทศยักษ์ใหญ่เขาทำมาหรือเปล่า ตรงนี้เป็นจุดสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะไปพูดที่ฮ่องกงด้วยหรือไม่

นายกรัฐมนตรี

มีครับ จะพูดเรื่องนี้ เพราะคนเข้าใจผิด และสื่อตีความหมายผิด เพราะเท่าที่ผ่านมาส่วนหนึ่ง ผมต้องโทษตัวเองด้วยเหมือนกัน เพราะว่าให้เวลากับสื่อมวลชนน้อย เพราะว่ามุ่งแต่ทำงานแก้ปัญหา และจับประเด็นของปัญหาเพื่อแก้ปัญหาให้ได้ถูกต้องรวดเร็ว เลยมีเวลาให้กับสื่อต่างประเทศน้อยไปหน่อย เมื่อมีเวลาให้เขาน้อย เขาก็จะเขียนไปตามความเข้าใจของเขา ซึ่งเราก็น่าจะอธิบายได้ ผมให้เวลาเขาน้อย ต่อไปนี้คงให้เวลามากขึ้น พูดคุยกัน อธิบายให้เข้าใจโดยเฉพาะในเบื้องต้น จริงๆแล้วเราไม่ได้ไปเปลี่ยนอะไร เพียงแต่ว่าจะหันไปช่วยคนในชาติที่ไม่เข้มแข็งในวันนี้ให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาของคนยากคนจน นับเป็นรัฐบาลแรก ที่มีนโยบายในการแก้ปัญหาความยากจนที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ส่วนใหญ่แล้วเราจะไปมองเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก วันนี้รัฐบาลนี้พูดเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานน้อย แต่จะพูดถึงการแก้ปัญหาความยากจน เขาก็เลยคิดว่าเราแก้แต่ปัญหาความยากจน ไม่สนใจปัญหาการค้าการระหว่างประเทศ จริงๆ มันคนละเรื่อง สิ่งไหนที่ดีอยู่แล้วก็จะเดินต่อไป สิ่งไหนที่มีปัญหาเราก็ต้องรีบแก้ สิ่งที่เดินต่อไปได้ต้องดำเนินต่อไป เสริมให้เข้มแข็งขึ้น แต่ที่ยังไม่ได้ทำเลยก็ต้องทำ เพราะว่าบางทีบางครั้งปัญหานั้นมันมีหลายจุด พอเรามีจุดใดจุดหนึ่งเด่นมากเกินไป เขาก็คิดว่าจุดที่เราไม่ได้พูดถึง เราไม่ได้ทำ

ผู้สื่อข่าว

นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงปัจจัยเศรษฐกิจภายในของไทยตอนนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะว่านักลงทุนต่างประเทศอาจจะยังไม่แน่ใจว่า ทำไมอัตราเงินเฟ้อยังสูง ค่าเงินบาทยังอ่อนตัว เงินขาดดุล เงินเดินสะพัด ตัวเลขต่างๆเหล่านี้ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นความจริงจุดหนึ่ง แต่ก็อาจจะสร้างความไม่มั่นใจได้ นายกรัฐมนตรี จะสร้างความมั่นใจให้เขา ให้กลับคืนมาได้อย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรี

เรื่องนี้ เป็นเรื่องของเศรษฐกิจมหภาค เรากำลังมีมาตรการต่างๆ มาแก้ ซึ่งเราคงต้องทำหลายๆ จุดเหมือนกัน แต่เผอิญว่ารัฐบาลช่วงนี้ ได้เน้นถึงภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง และภาคการเงินก็ทำอยู่ แต่เมื่อเราแบ่งงานกันเรียบร้อย เราก็จะทำเรื่องใหม่ แต่ข่าวที่ออกมา ออกมาในเชิงของภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ข่าวของภาคการเงินเบาบางลงไป ก็นึกว่าเราไม่ทำกันแล้ว แต่ความจริงแล้ว TAMC ที่กำลังตั้ง กฎหมายกำลังจะออก เมื่อกฎหมายออกแล้ว การจัดตั้งก็จะเรียบร้อย การแก้ปัญหาหนี้เสียก็จะทำได้รวดเร็ว เรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน เรื่องระบบดอกเบี้ย เรื่องของเงินเฟ้อ ก็จะทำพร้อมๆ กันหลังจากที่ TAMC สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะเดินพร้อมๆ กัน แต่เผอิญว่า ข่าววิ่งตามผม พอผมทำเรื่องของปัญหาสังคม เรื่องของปัญหาภาคการผลิตที่แท้จริง ภาคนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทำอยู่ก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มารายงานผมทุกระยะ แต่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำลังทำอยู่ แต่กระแสข่าวมันมาทางด้านกิจกรรมที่ผมทำ ก็กลายเป็นว่าเหมือนว่าเราไม่ได้ทำในส่วนนั้น ความจริงแล้วเราทำพร้อมๆ กัน

ผู้สื่อข่าว

ต้องขอเรียนถามเสถียรภาพความมั่นใจทางการเมือง ซึ่งคงเป็นประเด็นที่อาจจะถูกถาม ประเทศไทย ที่ผ่านมาเรามีการเปลี่ยนผู้นำมาก อาจจะ2-3 ปี เปลี่ยนผู้นำ เปลี่ยนรัฐมนตรี ในส่วนของนายกรัฐมนตรี กรณีศาลรัฐธรรมนูญ จุดนี้ท่านจะสร้างความมั่นใจให้เขาอย่างไร

นายกรัฐมนตรี

ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลอยู่ 4 ปี อยู่แล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับผมในเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ทำให้เกิดอะไรเปลี่ยนแปลงในเชิงของนโยบาย เพราะว่า พรรคไทยรักไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและมีเสียงเกินกึ่งนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับผม คนในพรรคไทยรักไทยก็จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีแทนผม ก็ถือนโยบายการบริหารเดิม เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่ว่าผมบอกว่า ผมมั่นใจว่า กรณีของผมไม่ใช่การทุจริตคอรัปชั่น แต่มันเป็นเรื่องของเทคนิกการรายงานทรัพย์สิน ปัญหาเทคนิคทางกฎหมาย ไม่น่าจะต้องทำให้ถึงขนาดต้องเป็นอย่างนั้น เพราะว่าการปฎิรูปการเมืองก็คงอยากเห็นการเมืองโปร่งใส การเมืองที่มุ่งขจัดคนที่ทุจริต คอรัปชั่นออกจากการการเมือง มากว่า ที่จะขจัดคนที่ผิดเทคนิคทางกฎหมายและให้ออกจากการเมืองไปเลย คงไม่มี คงไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ถึงเป็นอย่างนั้น ก็จะเป็นพรรคการเมืองเดิม ที่เป็นแกนการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังอยู่ บังเอิญเที่ยวนี้มีการประกาศนโยบายที่ชัดเจน การสานต่อนโยบายก็จะมีความต่อเนื่องอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องวิตกกังวล

ผู้สื่อข่าว

นายกรัฐมนตรี ในฐานะของการเป็นผู้นำเลือดใหม่ของเอเชีย นายกรัฐมนตรี อยากให้เกิดภาพลักษณ์การจดจำของต่างชาติ ในการมองมาที่ประเทศไทยและตัวท่านนายกรัฐมนตรี ในแง่ไหนบ้าง

นายกรัฐมนตรี

ให้เข้าใจว่า วันนี้ เอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งจะต้องเข้าไปสู่โลกที่ต้องใช้ฐานความรู้เป็นฐานในการที่จะแข่งขันกันในทางเศรษฐกิจในโลกข้างหน้า และอยากจะให้เขารู้ว่า วันนี้แม้ประเทศไทยจะถูกลดลำดับศักยภาพการแข่งขันลง แต่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลสมัยใหม่ที่เข้าใจ ก็จะรีบแก้ปัญหาวิกฤตที่ทำให้เราอ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสริมสร้างทางด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยพัฒนาต่างๆ ซึ่งเราจะต้องมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ เราจะมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาความยากจน ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยชุมชุนต่างๆให้เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นแนวที่เขาไม่คิดว่าประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ จะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาความยากจน ลดช่องว่างของโอกาสของความรู้และความไม่รู้ ของคนชนบทกับคนเมือง จะเป็นจุดที่เราจะได้บอกกับเขาว่าเรากำลังทำ และมั่นใจว่าสักระยะหนึ่ง เราจะขึ้นมายืนบนแถวหน้าของอาเซียน หรือแถวหน้าของเอเชียได้ในไม่ช้านัก

ผู้สื่อข่าว

ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศจีนนั้น หากพิจารณาถึงประเทศที่จะเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจแล้ว ญี่ปุ่นเองก็อยู่ในระหว่างเปลี่ยนแปลงทางสหรัฐฯ ยังไม่นิ่งเท่าไหร่ ท่านคิดว่าจีนจะเป็นเสาหลักเศรษฐกิจแทนญึ่ปุน และสหรัฐฯ ได้มากน้อยเพียงใด

นายกรัฐมนตรี

จีนมีพลเมืองถึง 1,300 ล้านคน เพราะฉะนั้นฐานเศรษฐกิจเขาใหญ่แน่ มีความใกล้ชิดกับเราในเชิงความสัมพันธ์ ความผูกพัน เพราะว่า คนไทยเรากับคนจีนก็ใกล้เคียงกันมาก เป็นจุดที่เราต้องเร่งสร้างความสัมพันธ์และโอกาสตรงนี้ให้เป็นประโยชน์แก่เรา แต่เราต้องเข้าใจว่า โลกสมัยใหม่บางที เป็นเพื่อนก็ต้องแข่งขันกัน แข่งกันไปเป็นเพื่อนกันไป เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าเราเป็นประเทศเล็กกว่า เราน่าจะไม่เสียเปรียบ เราน่าจะได้โอกาสที่จีนจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ในเชิงการค้ากับเรามากขึ้น

มีคนเกรงเกี่ยวกับผลกระทบที่ว่า เมื่อจีนจะเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ไทยเองมีจุดที่กังวลอย่างไร

ผมเป็นคนไม่ค่อยกลัวอะไร และใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อมีเหตุการณ์เราก็ต้องพลิกเหตุการณ์ให้ได้ ถ้าเรากลัว ปิดตัวเองกันตัวเอง ผลสุดท้ายเราก็จะพ่ายแพ้ ผมเห็นตัวอย่างสิงคโปร์ เมื่อไม่กี่วันผมอ่านข่าวตกใจ เซ็นสัญญากัน 5 ประเทศที่อเมริกา ร่วมกับสหรัฐฯ ชิลี สิงคโปร์ บรูไน นิวซีแลนด์ เปิดน่านฟ้า ใครจะบินไปมาหากันได้ตลอด ซึ่งตรงนี้ สิงคโปร์ กำลังจะแย่งความเป็นศูนย์กลางการบินจากเราทั้งๆ ที่โดยภูมิศาสตร์เราได้เปรียบ นี่คือจุดที่เราตามเกมไม่ทัน เราต้องปรับเกมตัวเราเอง วิธีคิด ต้องเปลี่ยนพอสมควรทีเดียว ถ้าเราไม่กล้า เราก็ไม่มีทางทัน ความจริงแล้ววันนี้เรามีศักยภาพแต่เรากำลังทำให้ศักยภาพเราถดถอยไปเรื่อย เพราะว่าเราอาจจะกลัวมากไป ซึ่งผมไม่ค่อยกลัว แต่สำคัญว่าไม่กลัวต้องปรับปรุงได้ ถ้าไม่กลัวและปรับตัวไม่ได้ยิ่งไปใหญ่

ผู้สื่อข่าว

นายกรัฐมนตรี มีอะไรที่ต้องการเพิ่มเติมกับคนไทยเกี่ยวกับการเดินทางในครั้งนี้

นายกรัฐมนตรี

อยากเรียนพี่น้องประชาชนคนไทยว่า การเดินทางทุกครั้งของผม ผมจะพยายามให้ได้ประโยชน์กับประเทศไทยและพี่น้องคนไทยมากที่สุด โดยเฉพาะพี่น้องที่เป็นเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ ไม่มีกำลังในการที่จะเดินทางไปเจรจาขายของให้กับต่างประเทศ ผมจะพยายามทำหน้าที่ตรงนี้แทนท่านให้มากที่สุด เพื่อที่หาทางเพิ่มราคาสินค้า ให้ท่านทั้งหลายได้ทำแล้วพอใช้ ทุกวันนี้ทำแล้วขาดทุนกัน ซึ่งผมเข้าใจปัญหาตรงนี้ดี ก็พยายามหาทางเพิ่มมูลค่าให้ได้ราคาที่ดี แล้วก็จะพยายามเดินทางทุกครั้ง

โดยให้มีการเตรียมตัวอย่างดี ให้ไปแล้วไปให้คุ้มค่า ได้ประโยชน์ กับการที่ต้องทิ้งเวลาในการบริหารประเทศออกไปให้มากที่สุด


--------------------------------------------------------------------------------

สำนักโฆษก
ผลิต พิมพ์

Resource:
//www.thaigov.go.th/webold/news/speech/thaksin/sp08may44.htm



Create Date : 12 มีนาคม 2551
Last Update : 12 มีนาคม 2551 15:13:04 น. 0 comments
Counter : 587 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

moonfleet
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นมาได้ หากไม่เคยเป็นความฝันมาก่อน
New Comments
Friends' blogs
[Add moonfleet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.