" เรื่องราวต่างๆเป็นดั่งทองคำในเทพนิยาย เมื่อคุณแจกจ่ายไปมากขึ้น คุณก็ได้รับกลับมามากขึ้น " พอลลี แมคไกวร์
Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
0124. 28 เมษายน 2544 คำกล่าวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการแถลงข่าวการสัมมนายุทธศาสตร์ก

คำกล่าวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ในการแถลงข่าวการสัมมนายุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการลงทุน

วันที่ 28 เมษายน 2544

ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

--------------------------

ผลการประชุมทั้งสองวันนี้ (27 - 28 เมษายน 2544) เพื่อต้องการให้ได้แนวทางในการ ที่จะปรับทิศทางการส่งเสริมการลงทุนของประเทศใหม่ ให้ตรงกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจของโลกและ การปรับความเข้มแข็งของเราเองเป็นหลัก ฉะนั้นเราจึงได้มีการพูดกันถึงเรื่องของตัวเราและโลกที่เปลี่ยนไป ตัวเราเราก็พูดถึงเรื่องศักยภาพของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกษตร อุตสาหกรรม การค้าและบริการ เช้าวันนี้ ได้มีการพูดเรื่องการค้าและบริการ แล้วนำไปสู่ในเรื่องการปรับนโยบายการส่งการลงทุนของประเทศ

จากการระดมสมองในสองวันนี้ เราได้รับความคิดดีๆ จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างกว้างขวาง นำไปสู่ความเข้าใจในการทำงานของส่วนราชการต่างๆ ที่จะปรับทิศทางและมีความคิดแบบองค์รวม เชื่อมโยงกันระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนเพื่อใช้เป็นหลักในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การเตรียมตัวของภาคเอกชนเองเพื่อต่อสู้กับการค้าเสรี ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น และเรื่องของการกีดกัน ทางการค้าที่จะเกิดขึ้นในโอกาสต่อไป

แต่อย่างไรก็ตามข้อสรุปของการปรับโครงสร้างทางภาคการค้าและบริการระหว่างประเทศนั้น เราจะเน้นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระหว่างประเทศทั้งในแนวกว้าง แนวการหาตลาดใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น

ส่วนอันดับที่สองเราก็จะมาปรับใช้ยุทธศาสตร์เชิงรุกในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สร้างเอกภาพในการเจรจาทางการค้าเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองมากขึ้น เมื่อก่อนนี้เราตั้งรับมากเกินไป เราก็ เตรียมตัวในการที่จะต่อรองน้อยไป วันนี้เราจะเน้นเพิ่มจุดนี้ด้วย เราจะมีการปรับองค์กร ภาคเอกชนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการค้าหรืออุตสาหกรรมให้มีความเป็นหนึ่งมากขึ้น เหมือนกับที่เราพยายามให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ทำงานด้วยกันอย่างใกล้ชิดนั่นเอง มีการพัฒนาข้อมูลเชิงรุก เชิงลึก สำหรับการเจรจา การค้าระหว่างประเทศเพื่อเสนอแนะแนวทางดำเนินงาน ต่อไปของรัฐบาล รวมถึงพัฒนาระบบเตือนภัยและการแก้ไขปัญหาเรื่องการค้าระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราจะให้มีองค์กรดูแลมาตรการทั้งเชิงรุกและเชิงรับรวมทั้งองค์กรนี้จะต้องประสานงานกับภาคเอกชนในเรื่อง
การค้าระหว่างประเทศ และดูความเป็นธรรมในการค้าด้วย ซึ่งวันนี้องค์กรเหล่านี้ ยังไม่เกิด แต่เราอาจจะต้องมีองค์กรเฉพาะขึ้นมาก่อน เพื่อจะนำไปสู่การปรับกระทรวง ทบวง กรมใหม่ของรัฐบาล ซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า องค์กรไหนที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นใหม่ตามภาวะการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ก็จะเกิดขึ้นโดยการปรับเปลี่ยนยุบองค์กรที่ไม่มีความจำเป็น หรือตัดโอนอัตราจากองค์กรที่ลดภารกิจลงนั้น ให้มารวมกันมาทำองค์กรใหม่เพื่อให้ทันสมัย จึงได้มีการมอบหมายภารกิจให้สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาในภาพรวมและเสนอแนะว่ารัฐบาลต้องการดำเนินการ สนับสนุนในเรื่องใดบ้าง อย่างไร และหน่วยงานใดควรต้องรับผิดชอบเรื่องอะไร โดยสรุปแล้วมีการพูดถึงปัญหา พูดถึงแนวทาง แต่ว่ารายละเอียดนั้น ต้องให้ไปศึกษาเพื่อหาแนวทางที่จะให้รัฐบาลสั่งการได้ถูกต้องและแม่นยำขึ้น ถ้าไม่เช่นนั้นจะผิดพลาดเพราะว่าเราต้องการความแม่นยำ ถูกต้อง

เรื่องของทิศทางการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเรามีการปรับโครงสร้างด้านการลงทุนใหม่ โดยการเน้นเพิ่มความเข้มแข็งของเราเอง ไม่ใช่เป็นการต่อต้านต่างชาติ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่ารัฐบาลนี้พยายาม จะต่อต้านต่างชาติ และก็เขียนต่างๆ นาๆ ต้องขอเรียนว่าไม่เคยมีความคิดในลักษณะต่อต้านต่างชาติ วันนี้โลกเป็นโลกไร้พรมแดน เราต้องตระหนัก แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องเข้มแข็ง ฉะนั้นรัฐบาลนี้จึงเน้นระบบการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเน้นความเข้มแข็งของประเทศ และของทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ อันดับสองคือมาตรการส่งเสริมการลงทุนจะไม่ใช้มาตรการด้านภาษ
ีเพียงอย่างเดียว และจะไม่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมากขึ้น ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะให้สิทธิประโยชน์มากขึ้น อย่างเดียวไม่พอเราจะมีเรื่องอื่นด้วย

อันดับสามคือปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุน จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ว่าสิ่งที่มีอยู่แล้วยกเลิก ทำใหม่หมด เพราะว่านักลงทุนปรับตัวไม่ทัน และสิ่งที่ได้ตกลงกันแล้ว ที่ได้ลงนามอนุมัติส่งเสริมไปแล้วนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเดิมๆ เลย

อันดับสี่เราจะเน้นบทบาทด้านการตลาดและระบบเครือข่ายให้เพิ่มมากขึ้น

ส่วนยุทธศาสตร์การลงทุนนั้น จะมี 5 ข้อ ได้แก่ (1) ดูแลการลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ คือให้มองการลงทุนเป็นสิ่งที่มีพลวัตสูง ฉะนั้นจะต้องมีการปรับตัว ซึ่งต้องให้สอดคล้องกับทิศทางของเศรษฐกิจ ไม่ใช่ใช้สูตรสำเร็จสูตรเดียวนานๆ ตลอดไป ต้องมีการปรับตัว (2) ขยายบทบาทให้ครอบคลุมถึงการตลาด (3) ดูแลช่วยเหลือนักลงทุนที่ลงทุนในประเทศ (4) ให้ข้อมูลและดูแลนักลงทุนที่ไปลงทุนใน ต่างประเทศ และ (5) เครื่องมือที่สำคัญของ BOI มี 3 ประเภท หนึ่งคือสิทธิประโยชน์ เช่นเรื่องของภาษี สองคือข้อมูลและองค์ความรู้ที่ BOI จะให้กับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมทั้งหลาย และสามคือเครือข่าย ซึ่งหมายถึง ความเชื่อมโยง ในการที่จะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจทั้งหลาย ซึ่ง BOI มีเครือข่ายอยู่แล้วก็จะเป็นการช่วยแนะนำ ให้ผู้ลงทุนทั้งหลายได้มีความเข้มแข็ง ได้มีเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้น เป็นการเน้นเรื่องของ การปรับบทบาทของการลงทุน ปรับบทบาทของ BOI และได้มีการศึกษาอย่างกว้างขวางถึงภาวะเศรษฐกิจของเราเอง ของโลก ภาคการผลิต ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ที่จะต้องมีการปรับตัวอย่างไร จะส่งเสริมช่วยเหลืออย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของภาควิสาหกิจขนาดย่อม ขนาดกลางนั้น จะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 12 - 13 พฤษภาคม 2544 เพื่อที่จะเจาะลึกลงไปถึง แนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดย่อม ขนาดกลางนั้น ให้มีความเข้มแข็งขึ้น

การประชุมในสองวันนี้ไม่ได้มีการประชุมในเชิงของเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งเศรษฐกิจมหภาค
นั้นมีทีมคิดอีกทีมหนึ่ง ซึ่งจะต้องมีการตัดสินใจในเชิงเศรษฐกิจมหภาคอีกต่างหาก ฉะนั้นที่เน้นกันในสองวันนี้เป็นการเน้นเรื่องของภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงเป็นหลัก จากนี้ไปท่านปลัดกระทรวงทั้งหลายจะมีการบ้านมากที่จะต้องไปทำ ไปศึกษาให้ละเอียด ให้เชื่อมโยงกัน แล้วกลับมาด้วยแนวทางที่จะให้รัฐ คือภาคการเมืองนั้นได้ตัดสินใจในเชิงของการแก้ไขกฎระเบียบ วิธีการทำงาน วิธีการให้สิทธิประโยชน์ วิธีการลงทุนในส่วนที่รัฐจะเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อวานนี้ได้สรุปไปแล้ว ในการที่ภาครัฐจะต้องลงทุนในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศใน 4 หัวข้อหลักๆ โดยที่จะมีการไปศึกษาอย่างละเอียดคือ เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของการจัดการ เรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเรื่องของคุณภาพประชากรคือเรื่องของการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่เราได้รับการจัดอันดับค่อนข้างต่ำจากองค์กรนานาชาติ เราจะต้องมาปรับตรงนี้
ซึ่งเป็นการบ้านใหญ่ที่รัฐบาลนี้จะต้องนำกลับไปทำ แต่ในขณะเดียวกันนั้น การแลกเปลี่ยนความรู้ ในวันนี้มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้เขาได้นำไปพูดคุยกันต่อในการปรับตัวในส่วนของเขาด้วย เชิญสำหรับคำถามครับ

ถาม ที่ท่านบอกว่าจะพยายามที่จะหาทางส่งเสริมการลงทุนในทางอื่นที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี มีทางใดบ้าง

ตอบ เช่นเรื่องของการให้ข้อมูล ให้ความรู้แก่บริษัทที่เราให้การส่งเสริม เพื่อให้เขาได้ปรับวิธีการบริหารจัดการ ปรับวิธีการตลาดของเขาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไปของระบบเศรษฐกิจทั้งของในประเทศและของโลก
และให้เขาได้รู้จักบริษัทที่เกี่ยวข้องที่ทำธุรกิจขนาดใหญ่ในต่างประเทศบ้าง ในไทยบ้างเพื่อให้เกิดตลาดใหม่ๆ ขึ้น มีช่องทางในการจำหน่าย ในการผลิตมากขึ้น

ถาม เรื่ององค์กรเฉพาะที่จะมาดูแลด้านการค้า ดูแลมาตรการเชิงรุก เชิงรับ ที่ท่านบอกว่ายังไม่เกิด แต่จะต้องมีองค์กรเฉพาะกิจมาก่อน

ตอบ ตอนนี้มอบให้ทาง BOI กับสภาพัฒน์ฯ ไปเป็นคนคิดแทนก่อน และไปปรึกษากับทางปลัดกระทรวง
ทั้งหลาย คือกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ถ้าหากว่าจะต้องมีองค์กรนี้เกิดขึ้น ณ จุดไหนก็ให้เตรียมคิด เตรียมเสนอมาด้วย เพราะว่าจะไปผนวกกับการที่เราจะปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรมใหม่ จะได้เห็นว่าถ้ามีองค์กรใหม่เพื่อรองรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น จำเป็นต้องมีองค์กรถาวรก็จะตั้งครับ

ถาม ไม่ใช่ในรูปของคณะกรรมการใช่ไหมคะ เป็นหน่วยงานใช่ไหมคะ

ตอบ ตอนนี้เราพยายามจะหลีกเลี่ยงการตั้งกรรมการให้มากที่สุด คือมีปัญหาเกิดขึ้น แล้วประชาชนได้กรรมการ หนึ่งชุดคงไม่เป็นประโยชน์ เราจะพยายามให้การแก้ไขปัญหานั้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น เราจะมอบหมายเจ้าหน้าที่ไปเพียงคนหรือสองคนให้ไปทำแล้วกลับมาเพื่อให้รัฐบาลสั่งการ คือรูปกรรมการจะทำให้การทำงานช้า เราจะให้มีกรรมการเท่าที่จำเป็นครับ

ถาม สภาพัฒน์ฯ กับ BOI จะเสนอกลับมาช่วงไหนคะ ให้เวลากลับไปคิดนานแค่ไหนคะ

ตอบ เร็วครับ ภายในเดือนเดียว สิ่งที่เป็นการบ้านทั้งหมดนี้จะกลับมาหมดครับ

ถาม ท่านพูดถึงว่าจะให้ BOI ส่งเสริมการลงทุน และสร้างความเข้มแข็งในประเทศ หมายความว่าจะเน้น ไปที่อุตสาหกรรมที่เป็นของคนไทยหรือครับ

ตอบ คือเราจะมองในภาพเศรษฐกิจรวมว่าเราขาดอะไร เราอยากจะให้มีอะไรนั้น ตรงนั้นก็ถือว่าเป็น จุดหนึ่งที่จะต้องทำเป็นพิเศษ และขณะเดียวกันนั้นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ลงทุนอยู่แล้วในประเทศไทยแล้วยังไม่ค่อยเข้มแข็ง เราก็ต้องมาดูว่าจะสร้างความเข้มแข็งอย่างไร จะสร้างความเชื่อมโยงอย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งขึ้น ซึ่งก็มียุทธศาสตร์มากมาย เราได้มีการพูดกันเรื่องของกลยุทธ์มากมาย แต่เป็นเรื่องละเอียดภายใน

ถาม ในส่วนของภาษี ต่อไปนี้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะมีการลดลงเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ จะค่อยๆ ลดลง หรือว่าจะยังคงอยู่ครับ

ตอบ ตอนนี้ถือว่าไม่เพิ่มมากขึ้น คือสิทธิที่ได้รับเดิมนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ว่าการจะส่งเสริมใหม่นั้น เราจะมองในหลายมิติ เราไม่มองการส่งเสริมในมิติของภาษีเท่านั้น บางครั้งคนที่ลงทุนใหม่ๆ เขาเพียงอยากมีความมั่นใจว่าลงทุนแล้วรอด ลงทุนแล้วยืนได้ ซึ่งอาจจะเป็นภาษีส่วนหนึ่ง เป็นการสร้างเครือข่ายอีกส่วนหนึ่ง การให้ความรู้ การให้ข้อมูลก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ถือว่าเป็นความเข้มแข็งของ BOI ที่ได้ตั้งมานานแล้วครับ

ถาม กลุ่มอุตสาหกรรมประเภทใดที่เราอยากให้เข้ามาลงทุนในประเทศมากคะ

ตอบ ตอนนี้เรากำลังจะเน้นในเรื่องของอุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้ที่จะถ่ายทอดทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี อุตสาหกรรมที่เพิ่มคุณค่าในประเทศให้มากที่สุด คือเราอยากได้อุตสาหกรรมประเภทที่ใช้วัตถุดิบในประเทศมากๆ และมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี มีการจ้างงาน และเป็นอุตสาหกรรมที่มาเสริมอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วให้เข้มแข็งขึ้น โดยมีแนวคิดอยู่ 4 - 5 ข้อ

ถาม จะมีการปรับเขตส่งเสริมการลงทุนใหม่ไหมคะ

ตอบ ตอนนี้ยังไม่มีการทบทวนเรื่องนี้ครับ เราจะเน้นเรื่องของประเภทของอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่เรามี ความคิดว่าจะสามารถเพิ่มคุณค่า หรือใช้วัตถุดิบในประเทศมาก มีการจ้างงานมาก และเป็นอุตสาหกรรม ที่มาเพิ่มความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก ฉะนั้นเรื่องของเขตการลงทุน จึงไม่ได้เป็นมิต ิที่สำคัญในการประชุมของวันนี้

ถาม กรณีช่วงของการปฏิบัติตามแผนฯ ท่านมีความมั่นใจแค่ไหนว่าระบบราชการ หรือระบบที่เรามีอยู่นี้จะทำให้การนำไปปฏิบัติ (implementation) เป็นไปอย่างที่เราต้องการ

ตอบ ผมเชื่อว่าในวันนี้ ระบบราชการของเราได้เปลี่ยนวิธีคิดไปมากพอสมควรทีเดียว ข้าราชการในวันนี้มีความคล่องตัวมาก และพร้อมที่จะปรับแนวทางในการทำงาน โดยการคิดแบบองค์รวม
ข้ามระเบียบ กติกา วิธีการที่แข็งที่ทำให้การประสานในอดีตถูกข้ามไปมากแล้ว เชื่อว่าทุกอย่างจะดำเนินการไปเร็ว ในสองเดือนที่ผ่านมานั้น ที่ได้ทำประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ไปหลายเรื่องนั้น ดำเนินการไปได้ดีมาก เชื่อว่าในเรื่องนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปได้ไม่ช้าครับ

ถาม เวลาท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะลงมาศึกษาในเรื่องของการปรับโครงสร้างของกระทรวง ทบวง กรมนั้น เป็นเรื่องที่คุยกันมานานแต่ไม่เคยนำมาปฏิบัติคือการรวมกระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงพาณิชย์ เป็นเรื่องหนึ่งที่จะพิจารณากันหรือไม่ครับ

ตอบ เราใช้ยุทธศาสตร์ของประเทศ มองยุทธศาสตร์ มองภารกิจของประเทศเป็นหลัก มองการเปลี่ยนแปลงของโลก ของประเทศที่จะต้องมีภารกิจต่อไปข้างหน้าเป็นหลัก แล้วหลังจากนั้นค่อยมากำหนดว่ากระทรวง ทบวง กรมควรจะมีอะไรบ้าง โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่มากนัก เราไปดูทิศทางก่อนแล้วจึงมาจัดองค์กร แล้วค่อยมาดูว่าสิ่งที่มีอยู่แล้วนั้นจะไปตรงไหนได้บ้าง ฉะนั้นจะไม่ตัดตรงนั้นมาปะตรงนี้ ในอดีตเขาเรียกว่าวิธีการปะชุน ซึ่งกางเกงทรงเดิมนั้นล้าสมัยไปแล้ว ต้องเปลี่ยนทรงกางเกงใหม่

ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีคะ ประเทศไทยจะมีการวางวิสัยทัศน์ในอนาคตไหมคะ อย่างเช่นประเทศมาเลเซียอีกสิบปี หรือยี่สิบปีข้างหน้า จะเป็นประเทศติดอันดับอะไรในโลกบ้าง

ตอบ ตอนนี้เราขอปรับฐานก่อน และต่อไปคงมี เพียงแต่ว่าต้องการปรับฐานให้สิ่งที่เรามีอยู่และกระจัดกระจาย เหล่านี้ ให้มาร่วมคิด ร่วมวาง ร่วมเดินแบบมีพลังก่อน แล้วหลังจากนั้นเมื่อฐานของเรา ชัดเจน เราก็จะวางยุทธศาสตร์ได้ วันนี้ถ้าเราวางยุทธศาสตร์โดยไม่มีการปรับฐานจะไม่เป็นวิสัยทัศน์ แต่จะเป็นความฝัน ซึ่งวิสัยทัศน์กับความฝันต่างกัน ถ้าเราปนกัน นำเอาความฝันมาเป็นวิสัยทัศน์เมื่อไรก็ยุ่ง ฉะนั้นวันนี้ผมจึงไม่อยากให้ฝัน อยากให้ฐานมีความมั่นคงเสียก่อน แล้วจึงวางวิสัยทัศน์จากฐาน จากยุทธศาสตร์ได้ ซึ่งก็คงอาจใช้เวลาอีกสักปี หรือสองปี ในการปรับฐาน แล้วเราจะวางวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนครับ

ถาม หลังจากการประชุมในวันนี้แล้ว BOI ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง และแนวคิดในการลดบทบาท BOI หรือยุบรวมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนคะ

ตอบ กลไกของรัฐบาลในการส่งเสริมการลงทุนนั้น BOI เป็นกลไกที่สำคัญหนึ่งกลไก แต่ว่ามีกลไกอื่นอีกซึ่งรัฐบาลก็คงใช้หลายกลไกพร้อมๆ กัน และ BOI ไม่ได้ลดบทบาท เพียงแต่ปรับ
ซึ่งทาง BOI ก็ปรับมาตลอด แต่ครั้งนี้เป็นการปรับเพื่อให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ หนึ่งมีวิกฤติ สองมี การขยายเขตการค้าเสรีทั้งหลายเกิดขึ้น สามมีการกีดกันทางการค้าในรูปแบบที่หลากหลาย สี่สิ่งที่เป็นภาคธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมของเรานั้น หลายภาคยังอ่อนแออยู่ เพราะฉะนั้น เราจะต้องหาทางปรับปรุงให้เราเข้มแข็งขึ้น เรื่องของการที่จะต้องปรับเพื่อให้เกิดการใช้วัตถุดิบ ในประเทศให้มากขึ้นนั้น ก็เป็นหัวใจสำคัญของการที่จะยืนบนลำแข้งของตนเองให้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวที่ BOI จะปรับตัวเองอย่างนี้ และ BOI ก็พร้อมอยู่แล้วเพราะทาง BOI ก็มีการปรับตัวเป็นระยะๆ อยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

------------------------------------------

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

อภิญญา ตันติรังสี /ถอดเทป/พิมพ์

Resource:
//www.thaigov.go.th/webold/news/speech/thaksin/sp28apr44-boi.htm


Create Date : 12 มีนาคม 2551
Last Update : 12 มีนาคม 2551 14:33:51 น. 0 comments
Counter : 965 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

moonfleet
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นมาได้ หากไม่เคยเป็นความฝันมาก่อน
New Comments
Friends' blogs
[Add moonfleet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.