" เรื่องราวต่างๆเป็นดั่งทองคำในเทพนิยาย เมื่อคุณแจกจ่ายไปมากขึ้น คุณก็ได้รับกลับมามากขึ้น " พอลลี แมคไกวร์
Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
0008. DARE TO FAIL : 1 ใน 109 หนังสือควรอ่าน จาก นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร







เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2542 พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk จัดโดย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีข้อความที่น่าในใจตอนหนึ่งว่า

"ผมอยากบอกว่า ชีวิตของคนหนึ่งคนไม่มีใครประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ได้ผ่านความล้มเหลวมาก่อน และ ในช่วงในขณะที่เราเกิดความล้มเหลวนั้น เราไม่จำเป็นต้องหนีสังคม มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า Dare to Fail เขียนโดยชาวสิงคโปร์ แปลเป็นไทยโดยนายแพทย์ท่านหนึ่งใช้ชื่อไทยว่า กล้าล้มเหลว เป็นหนังสือที่พูดว่าบางทีความล้มเหลวก็ถือเป้นครูเป็นสิ่งที่เป็นเหตุ เพราะในชีวิตคนเราต้องล้มเหลวก็ถือเป็นครูเป็นสิ่งบอกเหตุ เพราะในชีวิตคนเราต้องล้มเหลวก่อนจึงจะสำเร็จได้ในอนาคต แต่การที่เราบูชาความสำเร็จเป็นสรณะมากเกินไป ทำให้คนที่ล้มเหลวหมดกำลังใจ รู้สึกเหมือนถูกสังคมลงโทษโดยฉับพลัน เราจึงต้องให้กำลังใจกับผู้คน"


Dare to Fail
กล้าล้มเหลว



เขียนโดย Billi P.S. Lim ชาวสิงค์โปร์
หนังสือแปล : ฉบับภาษาไทย โดย ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ และ วันดี พงศ์ปรีดิ์เปรม
ความหนา (ภาษาไทย) 340 หน้า ราคาปก 295 บาท
ภาษา English : ISBN : 983-9323-41-5 ความหนา 310 หน้า ปีที่พิมพ์ 1996 ราคาปก 19.75 $



Create Date : 04 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 6:39:57 น. 5 comments
Counter : 1143 Pageviews.

 
Dare to Fail
กล้าล้มเหลว



ในความล้มเหลวนั้นมีบทเรียนแห่งความสำเร็จซ่อนอยู่
"ในชีวิตของคนหนึ่งคนไม่มีใครประสบความสำเร็จโดยปราศจากความล้มเหลวมาก่อน"


เขียนโดย Billi P.S. Lim ชาวสิงค์โปร์
หนังสือแปล : ฉบับภาษาไทย โดย ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ และ วันดี พงศ์ปรีดิ์เปรม
ความหนา (ภาษาไทย) 340 หน้า ราคาปก 295 บาท
ภาษา English : ISBN : 983-9323-41-5 ความหนา 310 หน้า ปีที่พิมพ์ 1996 ราคาปก 19.75 $

นี่เป็นหนังสืออีกเล่มที่ผมขอแนะนำให้ผู้ที่กำลังเดินทางไปสู่เวทีแห่งความสำเร็จ ทุกคนควรจะได้อ่าน ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ในภาคราชการ เอกชน กำลังตกงาน หรือกำลังรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ความกล้าที่ว่า นี้ คือ กล้าล้มเหลว Dare to Fail มันจะนำคุณไปสู่ความท้าทาย ของการมีชีวิต อยู่บนโลก ใบนี้ในเวลาของชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มาก มันจะช่วยให้คุณประสพความสำเร็จได้มากขึ้น และเร็วขึ้น หนังสือ Dare to Fail เป็นหนึ่งในหนังสือชุด กล้าล้มเหลวของ Billi P.S. Lim ยังมีหนังสือน่าสในใจอีกหลายเล่ม รอให้ผู้สนใจรักการอ่าน และพร้อมจะกล้าล้มเหลวได้อ่าน มีเว็บไซต์ให้ข้อมูล เกี่ยวกับหนังสือ เล่มนี้ รวมทั้งผลงาน และบทความที่น่าสนใจ อีกมากมาย แวะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ //www.daretofail.com รับรองกลับออกมาจากเว็บ ความกล้า บ้าบิ่นของคุณจะมาก ขึ้นแน่นอน หากต้องการความสำเร็จ เขาบอกว่าก็ให้ไปดูคนที่สำเร็จว่าเขาทำยังไง ในหนังสือเล่มนี้ นำเสนอเรื่องราวของหลายๆ คน หลายๆ ชีวิต ที่บางครั้งเราอาจจะ เห็นแต่ภาพความสำเร็จ ของเขา แต่เราไม่เคยได้สนใจในความกล้าที่จะล้มเหลว หรือความล้มเหลวก่อนความสำเร็จของเขาเลย

คนที่ล้มเหลวก็คือคนที่ลงมือทำในสิ่งตัวเองเลือกและตัดสินใจ
ในขณะที่คนที่ไม่เคยล้มเหลวในชีวิตเลยอาจจะไม่เคยลงมือทำอะไรให้กับตัวเอง
เพราะ "กลัวล้มเหลว"
ดังนั้นจงเลือกเอาว่า ชีวิตเราจะ "กล้าล้มเหลว เพื่อความสำเร็จ
หรือจะ "กลัวล้มเหลว เพื่อลุ้นความสำเร็จ"

เพราะเรานิยมตัดสินคนจากความสำเร็จ แต่ไม่เคยสนใจความล้มเหลว ไม่เคยสนใจความพยายาม ของคน วิธีคิดแบบนี้จึงนำเราไปสู่ชีวิต ที่ธรรมดา สามัญ ไม่ประสบความสำเร็จ หรือสำเร็จช้า ยกตัวอย่างหากวันนี้เราเบื่องานที่ทำอยู่ เบื่ออาชีพที่ ประกอบกิจอยู่ แล้วมีคนมาชวนไปขายประกัน เราก็กลัว ลาออกแล้ว ไปขายไม่ได้ เราก็ยอมทนอยู่กับงานเดิม ต่อๆ ไป ทั้งๆ ที่มองเห็นความสำเร็จ รออยู่แล้ว หากเราตัดสินใจเปลี่ยนงาน เปลี่ยนอาชีพ นี่คือ ตัวอย่างของ การกลัวล้มเหลว หนังสือเล่มนี้ จึงน่าจะเหมาะกับทุกคน ที่กำลังเดินทางสู่ความสำเร็จ มีเป้าหมายในชีวิต มียุทธศาสตร์ ของการเดินทาง
ย้ำเตือน ผู้สนใจว่า หนังสือเล่มนี้เหมาะกับทุกคน คุกอาชีพ ไม่ใช่หนังสือของวงการธุรกิจ แต่เป็นหนังสือที่เหมาะกับทุกครอบครัว โดยเฉพาะหากพ่อ แม่ผู้ปกครอง ได้อ่านตั้งแต่ลูกยังตัวเล็ก ๆ อยู่ คนก็จะกล้าล้มเหลวในการทดลองทำในสิ่งที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ ลูก ๆ ของคุณ (ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่า ผมไม่ได้นำเสนอสิ่งที่เกินจริง) ผมซื้อหนังสือเล่มนี้ ประมาณปี 2545 ในการสัมมนาประจำปี ของตัวแทนประกันชีวิต ของบริษัท AIA ที่กรุงเทพมหานคร มีโอกาสได้พูดคุยโดยตรงกับ ผู้เขียนหนังสือ ได้สัมผัสถึงความรู้สึกของคนที่เขากล้าล้มเหลว ทำให้ผมมองเห็นโอกาส ของการก้าวสู่อาชีพใหม่ อนาคตใหม่ อยากให้กัลยาณมิตรของผมทุกคน ได้อ่าน

เบื้องหลังเมฆที่มืดคลึ้ม มีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่สาดส่อง
หลังฟ้าร้อง ฝนตกหนัก จะมีสายรุ้งสวยงามอยู่ตรงข้ามพระอาทิตย์
สิ่งที่ตามมาหลังความล้มเหลว มันคือ ความสำเร็จที่รออยู่
วันนี้หากเรากล้าล้มเหลว ความสำเร็จก็พร้อมจะรอเราสัมผัส



นี่เป็น Note ที่ผมได้จากลายมือของ Billi P.S. Lim
เขาบอกว่า
Be What You Dare to Dream!
to Prachasan
4/5/02
นั่นคือจุดที่ทำให้ วันนี้ เภสัชกรประชาสรรณ์ แสนภักดี
กับ ศูนย์ฝึกอบรมภูมิปัญญาสู่สากล เป็นผลิตผลของ Dare To Dream






โดย: Dare to Fail กล้าล้มเหลว (moonfleet ) วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:6:42:19 น.  

 
Dare to Fail : From KSE To KBE


โดย บิสิเนสไทย [6-12-2001]

หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานอันดับที่ 4 ของบิลลี่ พี.เอส.ลิม.นักเขียนชาวมาเลเซีย ในชุด Dare to Fail หรือ “กล้าล้มเหลว” ที่หลายคนเคยชื่นชอบมาแล้ว คำว่า Kia-Su มาจากภาษาจีนแปลว่า “กลัวแพ้” ดังนั้นชื่อของหนังสือเล่มนี้แปลว่า “จากระบบเศรษฐกิจแบบ ‘กลัวแพ้ – กลัวล้มเหลว’ ไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบฐานความรู้” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “จาก KSE สู่ KBE”

ระบบ KSE นั้นมีพื้นฐานอยู่บนความขาดแคลน (scarcity) และความกลัวการเสี่ยงที่แฝงเร้นอยู่ในจิตใจคนส่วนใหญ่ ในทางตรงกันข้ามระบบ KBE กลับมีพื้นฐานอยู่บนการสร้าง การเผยแพร่และการใช้ประโยชน์จากความรู้และสารสนเทศ KBE ยังเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีวัฒนธรรมอันมีพลังของการเป็นผู้ประกอบการที่งอกงามมาจากความคิดสร้างสรรค์ ไหวพริบทางธุรกิจและหลักการทางธุรกิจที่ดี เป็นระบบที่ตั้งต้องอยู่บนความอุดมสมบูรณ์ (abundance)

รวมถึงความกระตือรือร้นที่จะเปลี่ยนแปลง ความกล้าเสี่ยงและความอดทนต่อความล้มเหลว “จาก KSE สู่ KBE” ที่ถูกต้องในเศรษฐกิจแบบฐานความรู้ดังกล่าว จึงเป็นจิตวิญญาณหรือกระบวนทัศน์ที่ทั้งองค์กรและบุคคลจะต้องมีไว้เพื่อ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเศรษฐกิจแบบฐานความรู้ดังกล่าว

หนังสือเล่มนี้จะมานำเสนอโฉมหน้าของอนาคตในรูปแบบการเขียนที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย พยายามอธิบายให้ทราบว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในวันนี้ และในอนาคต มีการวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางที่โลกกำลังบ่ายโฉมหน้าไปสู่ เรากำลังอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงด้วยความเร็วในอัตราที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน

เนื้อหาจำนวน 21 บท ผู้เขียนใช้วิธีเล่านิทาน “ตั๊กแตน” กับ “มด” เป็นการชักนำผู้อ่านเพื่อเข้าสู่ประเด็นหลักของหนังสือ นั่นคือเรื่อง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นิทานเรื่องนี้ยังใช้อธิบายวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในแถบเอเชียได้อย่างสนใจอีกด้วย

ผู้เขียนไม่เพียงแต่จะสะกิดเตือนผู้อ่านว่าเรากำลังอยู่ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น ยังแนะนำด้วยว่าเราจำเป็นต้อง learnlLearn, relearn และ unlearn เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้

อีกทั้งพยายามสื่อให้ผู้อ่านทราบว่าโลกยุคนี้เป็นยุคแห่งไอเดีย หมายถึงการมีแนวคิดใหม่ ๆ ในการสร้างตัวสร้างธุรกิจ ใช้ความคิดเพื่อเปลี่ยนโฉมผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว ใส่มูลค่าเพิ่มเข้าไป ขยายตลาด สร้างผลกำไรหรือใช้ประโยชน์จากมัน เพียงเท่านี้เราก็สามารถเข้าถึงกับ KBE ได้ ผู้เขียนยังให้ความสำคัญกับทักษะด้านการตลาด ความสำคัญของการมีรายได้จากหลาย ๆ ทาง (Multiple Sources of Income) และความสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการ

ในบทท้าย ๆ ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้นโดยเฉพาะบทที่ 16 ว่าด้วย “จุดจบของโรงเรียน” โดยนำปาฐกถาของ ลาร์รี่ เอลลิสัน CEO แห่งบริษัทออเรเคิล ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ระบบฐานข้อมูลของโลกที่แสดงต่อบัณฑิตรุ่นปี 2000 ของมหาวิทยาลัยเยลมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้ร่วมรับรู้ด้วย นับว่าดุเด็ดเผ็ดมันน่าสนใจ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาอ่านแล้วคงสะอึกไปตามๆ กัน

หนังสือนี้อ่านสนุกระดับ 4 ดาว เพราะให้ทั้งสาระความรู้และความบันเทิงตลอดจนแง่คิดมุมมองใหม่ ๆ ในชีวิตยุคข่าวสารข้อมูล คนทำงาน

Resource://www.businessthai.co.th/content.php?data=400894_Media


โดย: Dare to Fail : From KSE To KBE (moonfleet ) วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:6:44:19 น.  

 


DARE TO FAIL
ชอบจังเลยประโยคนี้Dare to Fail
ก่อนที่ จะ

Dare to be Great

ดูผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์หลายๆคนดูสิ กว่าที่เขาจะป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้

เขาประสบอะไรมาบ้างในชีวิตเขา

Dare to Fail เป็นชื่อหนังสือที่เขียนโดย Billi P.S' Lim

แปลโดย ศนพ. Wanchai Wattasab
and
Wandee Pongprideprem

เห็นแค่ชื่อเรื่องก็รู้สึกโดนใจแล้ว
ถ้าเรากล้าล้มเหลว ในการทำกิจกรรมการงานหรืออะไรก็แล้วแต่
แสดงว่า เรามีความพร้อมในการทำใจ เตรียมใจ ที่อาจจะพบทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว ซึ่งอาจจะเป็นผลดีสำหรับเราที่ได้เตรียมใจที่พร้อมจะยอมรับ
แม้ว่าสิ่งที่เราทำอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ

ข้อมูลในหนังสือบอกว่า

ดูท้องฟ้ายามค่ำคืน
ยิ่งฟ้ามืดมิดเท่าไหร่
ดาวยิ่งสุกสกาวเท่านั้น

ประโยคนี้สอนอะไรเรา

ดาวมีในตอนกลางวันไหม
บางคืนเราก็มองเห็นดาว
บางคืนเราก็มองไม่เห็นดาว

ตอนกลางวันหล่ะ เห็นมั้ย

เปรียบเทียบกับชีวิตคนเราได้อย่างไร

อีกประโยค

ต้นไม้ ยังยืนท้าพายุ สายลม และแสงแดด
หยั่งรากลึกลงไปในดิน

(มองเห็นอะไรมั๊ย )

ก่อนจะเป็นต้นไม้ใหญ่ได้เราก็เป็นต้นไม้เล็กๆมาก่อน
คุณเป็นคนแบบนี้ไหม
ทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยงคำวิจารณ์ได้ คือ.........

ไม่เป็นอะไร
และ
ไม่ทำอะไรเลย
และแบบคำพูดเด็ดเหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษา

ในการสอบ
ไม่ว่าเด็ก/นักศึกษา
จะมีความรู้มากเพียงใด
แต่ถ้าหากเขา ไม่สามารถเขียนมันลงได้หมดในกระดาษสอบในช่วงเวลาที่กำหนด
เขาอาจได้ F

กว่าจะเป็น เพชร ที่สวยงาม ต้นแบบฉบับเดิมคืออะไรรู้มั๊ย

ผ่านกระบวนการอะไรบ้าง

Resource://learners.in.th/blog/uthaiwan-p/52702


โดย: Dare to Fail เป็นชื่อหนังสือที่เขียนโดย Billi P.S' Lim (moonfleet ) วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:6:49:34 น.  

 
ชั้นไม่ได้เชียร์ใคร
ให้คะแนนตามเนื้องาน
แม้แต่คนที่ได้คะแนนสูง
ชั้นก็ไม่ได้เชียร์

Perfect Nothing But Very Best Happen!!!

"Great minds discuss ideas; Average minds discuss events;
Small minds discuss people."

จิตใจที่ยิ่งใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิ
ตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์
แต่ จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน


"If you don't stand for something, you'll fall for anything."

ถ้าคุณไม่อดทนต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณก็จะล้มหลวในทุกๆสิ่ง

"Only those who dare to fail greatly can ever achieve greatly."
คนที่กล้าจะจะพ่ายแพ้เท่านั้น ที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

"If we do not find anything very pleasant, at least we shall find something new."

ถึงแม้ว่าเราจะไม่พบสิ่งที่พอใจ อย่างน้อย เราก็จะได้เจอสิ่งใหม่ๆ
_________________
Champagne kisses hold me in your lab of luxury!!!


Copy from://www.mardoo.net/forum/viewtopic.php?p=434503&sid=419405db1fe915defba72b3c0214645f


โดย: "Only those who dare to fail greatly can ever achieve greatly." (moonfleet ) วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:6:53:52 น.  

 

"Dare to fail,

Dare to free and

Dare to FLY..."

Resource://sasimalim.multiply.com/journal/item/6



โดย: http://sasimalim.multiply.com/journal/item/6 (moonfleet ) วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:6:58:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

moonfleet
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นมาได้ หากไม่เคยเป็นความฝันมาก่อน
New Comments
Friends' blogs
[Add moonfleet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.