" เรื่องราวต่างๆเป็นดั่งทองคำในเทพนิยาย เมื่อคุณแจกจ่ายไปมากขึ้น คุณก็ได้รับกลับมามากขึ้น " พอลลี แมคไกวร์
Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
0117. 1 เมษายน 2544 คำกล่าวของ นายกรัฐมนตรี ( พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ) ในพิธีมอบเกียรติบัตร และเข็มเชิ

คำกล่าวของ นายกรัฐมนตรี ( พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร )

ในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2543

ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2544 เวลา 09.30 น.

------------------------------------------------

ท่านรัฐมนตรี ฯ ท่านประธานจัดงานวันข้าราชการพลเรือน ท่านผู้เข้ารับเข็มเชิดชูเกียรติและประกาศนียบัตรข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี 2543 วันนี้ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 1 เดือน ได้มีโอกาสมอบประกาศนียบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการดีเด่นของแต่ละกรม กอง แต่ละจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ยังมีอายุราชการอีกมาก ถือว่าเป็นโชคของบ้านเมืองที่ท่านได้เริ่มต้นเป็นข้าราชการที่ดีตั้งแต่วันนี้ ซึ่งจะเป็นแรงดลใจและมั่นใจว่า ความดีของท่านที่เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ จะรักษาได้จนถึงเกษียณราชการ ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของบ้านเมือง

วันนี้รัฐบาลนี้ได้เข้ามาทำงานใหม่ เราได้รับมอบฉันทานุมัติจากประชาชนให้มาแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองที่ยังไม่พ้นวิกฤตการณ์มากนัก และขณะเดียวกันต้องวางระบบไว้สำหรับรองรับโลกยุคใหม่ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ผมอยากจะพูดกับท่านในฐานะที่ผมได้รับมอบหมายให้มาทำงานร่วมกับท่าน ผมได้พูดกับเพื่อนนักการเมืองในสภา ฯ 700 คนมาแล้ว และได้พูดกับหัวหน้าส่วนราชการทั้งประเทศมาแล้วในห้องนี้ในวันแรกที่มารับงาน และในวันนี้ผมได้พูดกับตัวแทนของข้าราชการ 2,000,000 กว่าคน และในวันที่ 3 ผมจะพูดกับประชาชน 60 กว่าล้านคน เพื่อที่จะบอกว่าวันนี้ภารกิจของชาติเป็นภารกิจที่ร่วมกัน ลำพังนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรี 36 คนไม่พอสำหรับแก้ปัญหาของชาติ เราเป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับนโยบาย แต่ผู้ที่ปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่แล้วคือข้าราชการ แต่ที่ต้องร่วมมือด้วยกันนั้นเพราะเราต้องแก้ปัญหาของคนในชาติ ประชาชาชน คือพวกเราด้วย และประชาชนคือญาติพี่น้องลูกหลานของเราพ่อแม่เราเพื่อนฝูงเราด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันต้องใช้พลังของทั้งแผ่นดิน ถึงจะแก้ไขปัญหาของชาติได้อย่างมั่นคง และพวกผม 36 คนเราจะวางนโยบายให้ดีที่สุด และทำงานกับผู้บังคับบัญชาของท่านให้ดีที่สุด เพื่อให้เราสามารถผลักดันการแก้ปัญหาของชาติ และวางระบบที่ดีไว้ให้ลูกหลานเราในอนาคต ซึ่งวันนี้เราจะต้องตระหนักครับว่าโลกเปลี่ยนไปมาก การเมืองก็เปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนได้รับข่าวสารจากทั่วโลก ประชาชนมีความเข้าใจปัญหามากขึ้น เพราะฉะนั้นประชาชนจะคาดหวังสูงมากขึ้น เพราะเขาเปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว ได้เห็นการพัฒนาการที่ก้าวหน้ามาก เพราะฉะนั้นเขาก็อยากจะเห็นข้าราชการและเห็นนักการเมืองมาทำงานที่จะทำให้ประเทศเขาเจริญ ให้เขาอยู่ดีมีสุขขึ้น นั่นคือสิ่งที่เป็นความคาดหวังในโลกใหม่

ผมขอเรียนว่าเมื่อวิธีคิดของสังคมเปลี่ยน เรามีความต้องการที่ต้องปรับตัวทั้งลักษณะขององค์กรคือส่วนราชการ และทั้งตัวพวกเราเองต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะถ้าเราไม่ปรับตัวเราจะไม่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกและความคาดหวังของพี่น้องประชาชนได้ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากในวันนี้คือการบริการ เมื่อก่อนนี้ทัศนคติของการรับราชการและการทำหน้าที่ราชการที่ดีนั้น วันนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง วันนี้ข้าราชการต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ เป็นผู้รักษากติกาสังคม กติกาสังคมนั้นให้สังคมอยู่ร่วมด้วยกันโดยที่ไม่ให้ผู้ที่มีกำลังมากกว่าข่มเหงรังแกผู้ที่มีกำลังน้อยกว่า เป็นผู้ที่ให้สังคมได้พัฒนาตัวเองด้วยการบริการและการสนับสนุนจากพวกเราทุกคน เพราะโลกเปลี่ยนไปมาก เพราะฉะนั้นข้าราชการในอดีตเราถูกฝึกมาให้รับใช้เจ้านายเป็นหลัก แต่เราลืมประชาชน นั่นในอดีตแต่ปัจจุบันไม่ใช่ ปัจจุบันการบริการประชาชนจึงเป็นหัวใจสำคัญ การรับใช้เจ้านายนั้นต้องรับใช้ด้วยผลงาน เพราะเจ้านายเองก็ต้องตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลด้วยผลงานเช่นกัน เพราะฉะนั้นวิธีเอาใจเจ้านายที่ดีที่สุดในยุคนี้คือการทำงานให้ดี บริการประชาชนให้ดี แล้วทุกคนดีหมด คือสิ่งที่ผมอยากเห็น

เมื่อการเมืองปฏิรูปแล้ว แน่นอนครับเรามีรัฐธรรมนูญใหม่มีองค์กรตรวจสอบมากมาย เพราะฉะนั้นจะมีสายตาที่มองพวกเรามากขึ้น นอกจากประชาชนและองค์กรตรวจสอบจะร่วมมือกัน เพราะการเมืองภาคประชาชนจะเข้มแข็งขึ้น เพราะฉะนั้นข้าราชการก็ต้องปรับตัวในสิ่งนี้ และที่สำคัญคือรัฐบาลได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น อันเกิดจากการเสนอนโยบายที่ตรงใจและตรงความต้องการของประเทศและประชาชน ประชาชนเลือกรัฐบาลนี้มาเพราะนโยบาย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องตอบสนองประชาชนด้วยการทำตามนโยบายที่บอกไว้กับประชาชนและแถลงไว้ในสภา ฯ เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายมีหน้าที่ที่ต้องช่วยกัน ช่วยกันตอบสนองนโยบายเหล่านี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อใคร แต่การบริหารประเทศในยามนี้ยามที่ความคาดหวังสูง ยามที่ประเทศมีเงินน้อยและมีหนี้สินมาก คำว่าประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่ของท่าน ถ้าเราทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เงินที่เรามีอยู่สูญเสียเปล่า และเงินก็มีจำนวนน้อยลง แล้ววิธีคิดเปลี่ยนใหม่เช่นกันครับ ท่านต้องอนุญาตให้คนในองค์กรของท่านซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านได้มีส่วนร่วมในการคิด ในการปรับปรุงองค์กรในการบริหารและบริการประชาชน และท่านต้องรับฟังเสียงจากประชาชนว่าเขาพอใจหรือไม่พอใจการทำงานของท่านอย่างไร ท่านจะนิ่งดูดายไม่สนใจอีกไม่ได้แล้ว เพราะประชาชนสามารถมีช่องทางในการเข้าสู่การร้องเรียนหรือการรับรู้ของผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ถ้าประชาชนได้มีส่วนร่วมของความคิดในการที่จะบริการเขานั้น ผมว่าเขาจะรักและจะหวงแหน และจะร่วมเป็นทีมเดียวกับท่าน เพราะฉะนั้นในเมื่อวิธีคิดเปลี่ยนไป การทำงานของท่านคงต้องเปลี่ยนแน่นอน เราต้องเปลี่ยนจากนักปกครองเป็นนักบริหาร และบริการอย่างเดียวนั้นคงไม่พอ ต้องเป็นบริการที่เต็มใจ

ผมขอเรียนว่ารัฐบาลนี้ได้มีนโยบายที่สำคัญอยู่ 3 เรื่องที่ชัดเจนคือ 1. การประกาศสงครามกับคอรัปชั่น เมื่อวานนี้สวนดุสิตโพลออกมาว่า ข้าราชการ 52 เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ไม่ชอบนักการเมืองขี้โกง วันนี้ท่านได้แล้วได้รัฐบาลที่ไม่โกงแน่ ท่านก็ไม่ต้องห่วงว่ารัฐมนตรีของรัฐบาลนี้ ไปหากินกับการซื้อขายตำแหน่ง เพราะฉะนั้นข้าราชการผู้ใหญ่ก็ต้องไม่หากินกับการซื้อขายตำแหน่งเช่นกัน เพราะข้าราชการเงินเดือนน้อย ถ้าหากต้องซื้อตำแหน่งด้วยแล้วนี่ ถ้าคนมีจะซื้อก็ยังขายของเก่ามาซื้อได้ แล้วถ้าคุณธรรมดีก็ยังทำความดีทั้ง ๆ ที่ขายของเก่ามาซื้อ แต่ถ้าคุณธรรมไม่ดีขายของเก่าไปก็เสียดาย ก็ต้องหาใหม่โดยวิธีทุจริตคอรัปชั่น มันไม่จบหรอกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอเรียนว่าเมื่อรัฐบาลไม่ซื้อตำแหน่งไม่ขายตำแหน่ง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่ต้องขายตำแหน่ง รัฐบาลนี้ไม่กินเปอร์เซ็นต์กับการจัดซื้อจัดจ้าง และรัฐบาลนี้ไม่ต้องการจะคิดโครงการขึ้นมาเพียงแค่จะหวังเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ในเมื่อไม่มีแล้ว

ผมเชื่อว่าระบบคอรัปชั่นจะค่อย ๆ ดีขึ้น มันไม่มีอะไรที่เปลี่ยนได้ชั่วข้ามคืน แต่เชื่อว่าจะดีขึ้น แล้วต่อไปนี้จะมีกระบวนการในการจับตาคนร่ำรวยผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดจากการค้ายาเสพติดหรือการคอรัปชั่น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นมากขึ้น เพราะผมเองก็อาศัยว่าเคยเป็นตำรวจมาก่อน เข้าใจวิธีสืบสวน ก็พยายามจะสืบสวนไม่ใช่เพื่อจะแก้ไข แต่อย่างน้อย ๆ ก็คือว่าเราต้องหยุดยั้งบ้าง วันนี้คอรัปชั่นของเรามันลงไปลึกมาก ลึกจนที่เราเริ่มเฉยเมยกับคอรัปชั่นมากเกินไป แล้วบ้านเมืองไม่มีทางแก้ไขได้ เราจะให้เงินเดือนข้าราชการเพิ่มขึ้นหรือจะให้เลิกคอรัปชั่นก่อน เลยเถียงกันไม่จบ บางคนบอกว่าเพราะเงินเดือนข้าราชการน้อยเลยปล่อยให้เขาคอรัปชั่น หรือบางคนบอกว่าต้องหยุดคอรัปชั่นก่อน รัฐบาลจะได้มีเงินเหลือเพื่อให้เพิ่มเงินเดือน มันเป็นการเถียงกันไม่จบ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องเถียงกัน เราต่างคนต่างช่วยกันว่าเราหยุดคอรัปชั่นแล้วทำงานให้มีประสิทธิภาพ แล้วเราช่วยกันซึ่งกันและกัน เพราะวันนี้ผมเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลเมื่อประเทศชาติอยู่ในฐานะที่ดีขึ้นแล้ว แน่นอนครับคนที่ออกรบหรือคนที่ทำงานหนักก็คือข้าราชการ ต้องได้รับการตอบสนองแน่นอน

นโยบายที่ 2 คือการประกาศสงครามกับยาเสพติด ท่านที่เคารพครับ ข้าราชการต้องไม่เกี่ยวข้องต้องไม่ร่วมมือเด็ดขาด แล้วต้องไม่เกรงกลัวอิทธิพล ถ้าหากว่าข้าราชการผู้ใดได้รับการกลั่นแกล้งโยกย้ายลงโทษ เพราะว่าขัดขวางอิทธิพลยาเสพติด ท่านมาขอพบผมหรือเขียนจดหมายมาถึงผมได้ เพราะหน้าห้องผมให้จดหมายผมดูทุกฉบับ แม้กระทั่งเรื่องของการสืบสวนที่ได้รับการร้องเรียนว่าข้าราชการมีส่วนค้ายาเสพติด ผมก็จะส่งให้หน่วยสืบสวนพิเศษของผมตลอด เพื่อไปสืบเพราะเราไม่ต้องการกลั่นแกล้งใคร แต่ต้องการให้ความเป็นธรรมและต้องการรักษากติกาบ้านเมืองนี้ วันนี้ยาเสพติดเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อประเทศ เพราะว่าโลกยุคหน้าเป็นยุคที่ต้องแข่งกันด้วยสมอง คือความรู้เป็นเศรษฐกิจบนพื้นฐานความรู้ แต่ถ้าเมื่อเยาวชนของชาติเป็นล้าน ๆ คนติดยาเสพติดซึ่งเป็นอันตรายโดยตรงต่อสมอง แล้วถามว่าคนที่จะมารับช่วงงานต่อจากพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นราชการ การเมือง หรือภาคเอกชนก็ตามคือเยาวชนในวันนี้ แต่เยาวชนวันนี้กำลังถูกทำลายสมอง นั่นคือการทำลายชาติอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นผมถือว่าเรื่องนี้ร้ายแรงที่สุดที่ผมรับไม่ได้ ทนไม่ได้ และผมจะต้องใช้ความเด็ดขาดในเรื่องนี้เป็นอันขาด เพราะฉะนั้นขอให้ท่านทั้งหลายร่วมมือกันในเรื่องนี้ด้วยครับ

เรื่องที่ 3 คือผมประกาศสงครามกับความยากจน มันดูยาก แต่ผมดูแล้วพอไหวครับ เพราะวันนี้พี่น้องของเราทุกคน ผมเชื่อว่าโดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยก็มาจากครอบครัวยากจน มีเพื่อนฝูงมีญาติพี่น้องที่ยังยากจนอยู่ ถ้าวันนี้ทางเราไม่แก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศ เป็นไปไม่ได้เลยครับที่ประเทศจะมั่นคงแข็งแรงมีเศรษฐกิจที่ดี เพราะฉะนั้นเรื่องของการทำงานก็ต้องเน้นเรื่องของประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือความมีเมตตาธรรม ถ้าข้าราชการมีเมตตาธรรม เราจะเห็นใจผู้ยากไร้ที่มาขอบริการ ที่มาขอความช่วยเหลือตามความเป็นธรรม แล้ววันนั้นเมื่อเราทำทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมกัน มีนโยบายที่ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นนโยบายของการให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้เขามีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน มีโอกาสสร้างงานสร้างรายได้ขึ้นมา นโยบายการสร้างงานสร้างระบบที่เป็น 1 ผลิตภัณฑ์ต่อ 1 ตำบล นโยบายทั้งหลายนั้นจะตอบสนองพร้อมกับการบริการของพี่น้องประชาชนโดยข้าราชการแล้ว ผมเชื่อว่าความยากจนของประเทศจะดีขึ้นมาก

เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนว่าผมจะต้องลงโทษสถานหนักกับผู้ที่เอาเปรียบและโกงคนจน ไม่ว่าจะเป็นการโกงผ่านระบบการแทรกแซงพืชผล ไม่ว่าจะเป็นการโกงโดยงบ คจก. หรืองบโครงการช่วยเหลือคนยากจน พวกนี้ผมถือว่าเป็นโทษร้ายแรงถือว่าใจดำอำมหิตกับเพื่อนร่วมชาติผู้ยากไร้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมจะต้องหาทางที่จะต้องเพิ่มโทษ เพราะถือว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ใช่เพียงข้าราชการ นักการเมืองด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เรากำลังทำลายคนในชาติเดียวกัน ผมไม่พูดถึงสิ่งที่ท่านต้องปฏิบัติมา ผมอยากจะพูดถึงอนาคตของท่านบ้างในฐานะที่เป็นข้าราชการพลเรือน ผมตระหนักดีครับว่าทุกคนมีภาระส่วนตัว มีภาระครอบครัวมีภาระทางสังคม การดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของการเป็นข้าราชการนั้นก็มีค่าใช้จ่าย แต่ขณะเดียวกันนั้นค่าตอบแทนของท่านต่ำมาก เรื่องนี้เราเข้าใจ ท่านต้องช่วยผมเพื่อให้ผมช่วยท่าน เราช่วยทำงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เรามีเงินพอ วันนี้ถ้าหากมีเงินพอ การขึ้นเงินเดือนข้าราชการใครว่าไม่ได้หรอกครับ ข้าราชการกินเงินเดือนน้อยกว่าภาคเอกชนมาก เงินเดือนตั้งแต่เริ่มเข้า เพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งไปทำงานเอกชน คนหนึ่งไปรับราชการ เงินเดือนน้อยกว่ากันเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ แล้ว 3 ปีต่อมารับรองน้อยกว่าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วเรากำลังเรียกร้องให้ข้าราชการทำดีและซื่อสัตย์ จากความจำเป็นในภาวะของชีวิตในระดับหนึ่งมันมี แต่วันนี้ถ้าผมบอกว่าผมจะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ปรับเงินเดือนข้าราชการให้เท่าภาคเอกชน รับรองครับว่าถูกคัดค้านอย่างมโหฬารเพราะเราไม่มีเงิน เพราะเศรษฐกิจเราไม่ดี

วันนี้ผมจะพยายามทำให้ดีในการวางนโยบาย ท่านร่วมมือให้ดีแล้วทำงานให้มีประสิทธิภาพ อย่าให้รั่วไหล แล้ววันหน้าเมื่อเราแก้ปัญหาของชาติเสร็จ หนี้สินเราเบาบาง รายได้ของแผ่นดินมีมากขึ้น แน่นอนครับเราต้องกลับมาที่ระบบราชการ ความมีประสิทธิภาพของระบบราชการจึงเป็นหัวใจสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของการแก้ปัญหาของชาติ และที่สำคัญกว่านั้นคือการปรับโครงสร้างองค์กร กระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีในโอกาสต่อไป ขอให้ท่านทั้งหลายพยายามเข้าใจว่าสิ่งที่ผมและรัฐบาลจะทำนั้น ไม่ได้ทำเพื่อผมไม่ได้ทำเพื่อรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เราต้องการจะทำให้ประเทศของเราเป็นประเทศที่น่าอยู่ ประชาชนทุกคนมีความสุขมีศักดิ์ศรีมีความภาคภูมิใจ ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าคนไทยไม่มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย แต่อยากให้มีความภาคภูมิใจมากกว่านี้ เพราะว่าเป็นประเทศแห่งโอกาสที่ทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้ ให้มีโอกาสได้ทำงาน เพราะฉะนั้นเรื่องของการปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม นั้น เพื่อประสิทธิภาพของการบริหาร และเพื่อให้ท่านทั้งหลายมีความสุขในการทำงาน ผมไม่อยากให้ท่านตื่นตอนเช้าขึ้นมาแล้วมีความรู้สึกว่าต้องเข็นตัวเองมาที่ทำงาน เพราะว่าเบื่อเหลือเกิน การทำงานไม่น่าอยู่ไม่สนุก ผมเชื่อว่าท่านที่อยู่ในห้องนี้คือท่านที่สนุกกับงาน มิฉะนั้นท่านคงไม่ได้รับรางวัล เพราะไม่สนุกกับงานนั้นผู้บังคับบัญชามองไม่เห็น แต่ถ้าท่านสนุกกับงานท่านไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เพราะท่านอาศัยการทำงานที่สนุก แล้วก็ถือว่าให้ความสุขกับตัวเองแบบนั้น ซึ่งสิ่งนี้ครับท่านถึงได้รับรางวัลในวันนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าข้าราชการไทยทุกคนมีความรู้สึกว่ามีความสุขกับการได้ทำงานในหน้าที่ของตัวเองแล้ว แน่นอนครับวันนั้นประสิทธิภาพจะมา แล้วท่านเองก็มีความสุข หน้าตาการบริการประชาชนก็จะยิ้มแย้ม เมตตาธรรมก็จะเกิดขึ้นง่าย เพราะฉะนั้นผมจะพยายามปรับสภาพแวดล้อมของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างขององค์กรก็ดี เรื่องของระเบียบปฏิบัติทั้งหลายก็ดี

ผมขอเรียนว่าผมกำลังจะคุยกับหลาย ๆ ฝ่ายเพื่อจะให้ระเบียบปฏิบัติที่เป็นสากลทุก ๆ หน่วยงาน ทั้ง ๆ ที่ลักษณะงานต่างกันนั้นถูกปรับเปลี่ยนในบางส่วน มีระเบียบการอยู่จำนวนหนึ่ง นอกนั้นจะเป็นระเบียบเฉพาะเพื่อให้ระเบียบเล็กลงน้อยลง เพราะว่าเราพยายามจะออกระเบียบมา กำลังสันนิษฐานว่ามีคนเลวอยู่มาก ความจริงมีคนเลวอยู่นิดเดียว เราพยายามกันคนเลวจำนวนน้อย แต่ผลสุดท้ายคนดีส่วนใหญ่ไม่กล้าทำงานเพราะกลัวจะมีความผิด เพราะฉะนั้นเรื่องการสังคายนาเรื่องระเบียบของราชการทั้งหลายจะต้องเกิดขึ้น เพื่อให้การทำงานนั้นมีความคล่องตัวสูง เพื่อไม่ให้ท่านมีความรู้สึกว่ากระดิกอะไรก็ผิดหมด แล้วก็เลยไม่อยากจะทำ ผมอยากให้ท่านมีความรู้สึกว่าท่านมีพลัง มีความสามารถที่จะตัดสินใจอะไรได้ นั่นก็คือในอนาคตจะมีการวางระบบเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีข้อมูลที่ท่านจะสามารถตัดสินใจในระดับของชั้นบังคับบัญชาได้มากขึ้น ต่อไปนี้ไม่ใช่ว่าอะไรก็ต้องรอถามนาย เสนอเพื่อพิจารณาตั้งแต่ซี 4 ยันจนถึงซี 9 เข้าครม.ก็ยังขอให้นายก ฯ พิจารณา แล้วนายก ฯ ก็ให้ครม.พิจารณาอีกทีหนึ่งนั้น ผมว่ามันหมดยุคแล้ว เพราะฉะนั้นอำนาจการตัดสินใจต้องถูกมอบหมายลงไปทุกระดับ ไปทีละเรื่อย ๆ ผมมั่นใจว่า 4 ปีของรัฐบาลนี้จะทยอยอำนาจการตัดสินใจลงไปเรื่อย ๆ เพราะวันนี้เริ่มต้นแล้วครับในระดับนายกรัฐมนตรี

วันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีแฟ้มเซ็นต์วันหนึ่งไม่ถึง 40 นาที เพราะผมได้มอบหมายอำนาจให้รองนายก ฯ และรัฐมนตรีไปเกือบหมด แล้วกำลังจะมอบต่อเพราะผมขอเซ็นต์เฉพาะที่กฎหมายบังคับว่านายก ฯ ต้องเซ็นต์เอง ถ้ากฎหมายบังคับมากผมก็จะแก้กฎหมายให้เหลือบังคับน้อย เพราะผมต้องการให้ผู้บริหารระดับสูงได้ใช้สมองในการคิดให้มาก แล้วใช้เวลาในการสอดส่องการทำงานเพื่อให้ทำงานมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการช่วยคิดช่วยทำกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้มากที่สุด แล้วผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะมีอำนาจในการตัดสินปัญหามากขึ้น นั่นคือสิ่งที่เรากำลังจะทำในช่วง 4 ปีนี้ เพราะอย่างน้อย ๆ ท่านก็มีความรู้สึกว่าไม่ใช่ว่าท่านออกไปข้างนอกพบประชาชน ท่านเป็นข้าราชการซี 7 ชั้นพิเศษนี้ท่านใหญ่มาก แต่พอเข้ามาในกระทรวงแล้วท่านเล็กนิดเดียว ท่านไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรเลย ทุกอย่างต้องรอถามหมด ผมว่ามันไม่มีประโยชน์ครับ โลกสมัยนี้เขาบอกว่าเป็นโลกที่ใช้สมอง เรามีสมองดี ๆ ในภาคราชการมากมาย ท่านที่ขึ้นมารับรางวัลนี้ผมดูรู้ครับ ผมเป็นคนที่ดูโหงวเฮ้งไม่เป็นแต่ดูลักษณะที่พอเดาได้ว่าคนหลายคนเป็นคนฉลาดมาก แล้วทำไมเราไม่ค่อยได้ใช้ ท่านทำไมต้องเป็นเสมียน เอาคนหัวดีมานั่งเป็นเสมียนหมด มันต้องให้คิดและตัดสินใจได้ นั่นคือสิ่งที่จะต้องปรับปรุงและแก้ไข เพื่อให้การใช้พลังสมองของคนในระบบราชการให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ผมอยากเห็นถ้าท่านจะเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นเศรษฐกิจแบบใช้ความรู้ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดท่านจะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ยังหนุ่มอยู่ในวันนี้ อย่าคิดว่าการจบการศึกษาคือการเลิกการศึกษา การจบการศึกษานั้นเพียงเพื่อให้ได้ประกาศนียบัตร เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ระบบราชการของท่าน

การรับรู้ข่าวสารการเข้าใจปัญหาที่ทำอยู่ การเข้าใจความเชื่อมโยงเข้าใจปัญหาสังคม ไม่ใช่เข้าใจแบบเฉพาะตัวเองหรือเพื่อนข้าง ๆ หรือเฉพาะที่บ้านเท่านั้น ต้องเข้าใจไปกว่านั้นเรื่อย ๆ ท่านจะเป็นข้าราชการที่ดี การมีระบบราชการที่เป็นลักษณะที่เรียกว่า Learning Organization นั้นถือว่าถ้าทำได้เป็นบุญของประเทศและประชาชน เพราะจะมีข้าราชการที่เรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลา เพราะว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่นี้เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ที่มีการปรับตัวตลอดเวลา ถ้าสภาพแวดล้อมรอบตัวท่านปรับตัวแต่ท่านไม่ปรับตัว ท่านลองจินตนาการดูสิครับว่าท่านเป็นคนล้าหลังแค่ไหน เพราะฉะนั้นท่านจะต้องปรับตัวต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ในชีวิตผมเองเดี๋ยวนี้ผมยังไม่เลิกอ่านหนังสือ เพราะผมคิดว่าถ้าเราอ่านหนังสืออย่างสะสม มันจะทำให้เราอ่านเรื่องที่ยากได้ง่ายขึ้นทุกวัน ๆ เพราะเนื่องจากว่าเราสะสมไว้ เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนนี้เขาบอกว่าข้อมูลคืออำนาจ แต่วันนี้ข้อมูลเราเพียงพอและไม่ค่อยมีด้วย นั่นคือระบบราชการที่เราต้องแก้ไขว่าระบบข้อมูลต้องมาก่อน เพราะข้อมูลนำมาซึ่งระบบความรู้ ถ้าไม่มีข้อมูลอย่าไปคิดว่าจะมีความรู้เกิดขึ้น เพราะว่าเราแข่งขันกันที่ความรู้ แล้วโลกข้างหน้าแข่งขันที่ความเร็ว ความเร็วต้องอาศัยความรู้ ถ้าไม่มีความรู้ก็มีความเร็วไม่ได้ ถ้าเร็วก็คือเร็วผิดไม่ใช่เร็วถูก เพราะฉะนั้นความเร็วความฉับไวในการแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องสำคัญของโลกข้างหน้า

ผมขอเรียนฝากไว้ว่าข้าราชการทุกคนคือกำลังสำคัญของชาติที่จะต้องช่วยกัน เพราะท่านอย่าคิดว่าท่านมีหน้าที่เพื่อทำหน้าที่ราชการ ท่านเป็นตัวแทนของประชาชนด้วย แล้วคำว่าประเทศสำคัญกว่าราชการหรือรัฐบาล เพราะฉะนั้นท่านต้องตระหนักอยู่เสมอว่าท่านคือส่วนหนึ่งของประเทศ ต้องบริหาราชการเพื่อประเทศ ผมอยากเห็นท่านเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทำงานให้ประชาชนอย่างเข้มแข็ง สุดท้ายนี้ผมขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับผู้ที่ได้รับรางวัล ขอให้สิ่งที่ท่านได้รับในวันนี้มีความหมายมากขึ้น เพื่อที่จะเป็นกำลังใจ และให้เพื่อนร่วมงานเห็นว่าท่านต้องทำความดี เพราะผู้บังคับบัญชาในยุคนี้เริ่มมองหาความดีความสามารถในการบริหารแล้ว เพราะฉะนั้นความที่ผมไม่อยากเห็นเพียงการมอบประกาศนียบัตรการให้เข็มนั้นเป็นเพียงแค่รูปแบบ แต่สาระที่สำคัญนั้นคือว่าทำอย่างไรถ้าจะให้คนดีเหล่านี้มีโอกาสรับใช้ประชาชน มีโอกาสที่จะเป็นตัวอย่างของเพื่อนร่วมงาน ให้พยายามแข่งกันทำความดีเพื่อบ้านเมืองเพื่อประชาชนให้มากที่สุด

เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนนี้ผมขอถือโอกาสนี้อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ตลอดจนเดชะพระบารมีปกเกล้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จงพระราชทานพรคุ้มครองให้ท่านทั้งหลายจงประสบแต่ความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดสมความปรารถนา และที่สำคัญที่สุดมีครอบครัวที่ดี เพราะผมถือว่าเดือนเมษายนนี้เป็นวันครอบครัว ถือโอกาสนี้บอกกับทุกคนว่าครอบครัวคือหัวใจสำคัญของชีวิต ถ้าเราเหนื่อยเราล้าเราผิดหวัง คนที่เป็นกำลังใจที่ดีที่สุดคือครอบครัว ขอให้ท่านรักครอบครัวมาก ๆ และขอให้ครอบครัวของท่านเป็นที่เติมพลังแห่งชีวิตให้ท่าน ไม่มีพลังอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เราลุกขึ้นมาสู้ได้ทุกครั้งเมื่อเราพลาด ก็คือพลังครอบครัว ขอให้ทุกท่านมีครอบครัวที่ดี ขอให้มีความสุขตลอดไป ขอบคุณครับ

---------------------------------------------

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่

สำนักโฆษก

Resource:
//www.thaigov.go.th/webold/news/speech/thaksin/sp1apr44.htm


Create Date : 12 มีนาคม 2551
Last Update : 12 มีนาคม 2551 14:16:12 น. 0 comments
Counter : 667 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

moonfleet
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดจะเกิดขึ้นมาได้ หากไม่เคยเป็นความฝันมาก่อน
New Comments
Friends' blogs
[Add moonfleet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.