bloggang.com mainmenu search
จากตอนก่อนโน้น พาไปกราบพระ สักการะพระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : ทศพุทธปฏิมาวังหน้า

เดินเที่ยวกันต่อค่ะ เดินคนเดียว จะง่ายเวลาตัดสินใจ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรเฉพาะหน้า

เหมือนจะชำนาญเส้นทาง...ไม่ใช่หรอกค่ะ ยังเดินหลง เดินงง เหมือนเดิมแหละ แต่พอจะคุ้น ๆ แถวนี้อยู่บ้าง 



ข้ามถนนมาฝั่งสนามหลวง จะไปฝั่งถนนราชดำเนินใน



แผนที่คร่าว ๆ ค่ะ



ขวามือของภาพ - โรงแรมรัตนโกสินทร์



วัดพระแก้ว



สะพานผ่านพิภพลีลา เป็นสะพานข้ามคลองคูเมืองเดิม เชื่อมระหว่างถนนราชดำเนินในและถนนราชดำเนินกลาง บริเวณใกล้สนามหลวง



คลองคูเมืองเดิม



เกาะกลางถนน



อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลาง กับถนนดินสอ / มุมมองจากถนนราชดำเนินกลาง





มุมสวัสดีปีใหม่ บริเวณลานพลับพลามหาเจษฏาบดินทร์



ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เป็นลานสวนกลางแจ้งตั้งอยู่บริเวณมุมถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนมหาไชย เขตพระนคร 
ตั้งชื่อตามพระนามกรมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์



พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้าง มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่



มีการรจัดสร้างพลับพลาที่ประทับเพื่อใช้เป็นที่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงออกรับแขกเมืองของประเทศ



ลานพลับพลาแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2532 บนสถานที่เดิมของศาลาเฉลิมไทย ที่ได้รื้อถอนไปด้วยเหตุผลด้านทัศนียภาพ

ทัศนียภาพบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ มีสิ่งปลูกสร้างและสำคัญหลายแห่ง
เช่น โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร ป้อมมหากาฬ และพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง วัดสระเกศ









ป้อมมหากาฬ





สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ



เราไปเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ดอกไม้ยังลงไม่เต็ม



ตามข่าวว่า...กทม.ได้จัดทำทุ่งดอกไม้หลากสีสันภายในสวนป้อมมหากาฬ โดยนำดอกไม้ที่มีสีสันสดใส และเหมาะกับสภาพอากาศของกรุงเทพฯ จำนวน 10 ชนิด รวม 57,700 ต้น





ประกอบด้วย บานชื่น สร้อยไก่ ดาวเรือง ดาวเรืองฝรั่งเศส คอสมอส แพงพวยเลื้อย แพงพวยฝรั่ง แวววิเชียร พิทูเนีย และกล้วยไม้หวาย



สะพานมหาดไทยอุทิศ หรือชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า สะพานร้องไห้



คลองรอบกรุง













วัดราชนัดดารามวรวิหาร





ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ พระวิหาร เรียงกันไป 



พระอุโบสถ และ โลหะปราสาท



ภายในศาลาการเปรียญ ประดิษฐาน พระพุทธรูป ปางรำพึง (พระประจำวันศุกร์) พระพุทธรูป ปางมารวิชัย ศิลปะสมัยอู่ทอง



พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.3) ประทับยืน จำลองมาจากปราสาทพระเทพบิดร ภายในพระบรมมหาราชวัง





พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)









ประวัติศาลาการเปรียญ






 

พระอุโบสถวัดราชนัดดารามวรวิหาร ตั้งอยู่ระหว่างพระวิหารและศาลาการเปรียญ ลักษณะขวางดวงตะวัน จากทิศเหนือไปทิศใต้ เจ้าพระยายมราช (บุนนาค ยมนาค) กำกับการก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า และสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระมเหสีของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะเมื่อดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงก่อพระฤกษ์พระอุโบสถ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2389 และยกชื่อพระอุโบสถ วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2389

ลักษณะสถาปัตยกรรม เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูน ศิลปกรรมสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ฐานสูงยกพื้น 2 ชั้น ฐานล่างตั้งเสาระเบียงสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุขขนาดใหญ่รองรับเชิงชาย หน้าจั่วและหลังคา ด้านหน้าและด้านหลัง ด้านละ 5 ต้น ด้านข้างด้านละ 12 ต้น มีทางเดินเวียนรอบ ฐานชั้นที่ 2 ยกพื้นสูง ประตูทางเข้าภายใน 2 ประตู หลังคาชั้นลด 1 ชั้น มุงกระเบื้องสีน้ำเงินสลับสีเหลือง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์

 









ภายในประดิษฐานพระพุทธปฏิมาประธาน ปางมารวิชัย พระนาม พระพุทธเสฏฐตมมุนินทร์ มีความหมายว่า พระพุทธองค์ผู้ทรงประเสริฐสูงสุดยิ่งใหญ่เหนือกว่าพระมุนีใดในโลก หน้าตักกว้าง 7 ศอก หล่อด้วยทองแดงที่ขุดได้จากตำบลจันทึก เมืองนครราชสีมา ในรัชกาลที่ 5 ได้ลงรักปิดทองแล้วเชิญเศวตฉัตร 5 ชั้นขึ้นกางกั้น





จิตรกรรมฝาผนัง ด้านหน้าและด้านหลัง เป็นเรื่องพุทธประวัติตอนเสด็จโปรดพุทธมารดาและเสด็จจากดาวดึงส์



ผนังเหนือช่องหน้าต่างทั้งสองฝั่งเขียนภาพสวรรค์แบบสมัยใหม่ ประกอบด้วยท้องฟ้าสีฟ้า เมฆสีขาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ วิมานเทวดา เทวดาและเทพธิดาเหาะพร้อมเครื่องสักการะ ที่สำคัญมีการเขียนกลุ่มดาวฤกษ์ 27 กลุ่มลงบนผนังด้วย




ซึ่งการเขียนกลุ่มดาวฤกษ์ลงบนฝาผนังวัดนั้นถือเป็นของหายากมาก ในประเทศไทยพบเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น เช่น
หอไตร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร หรืออุโบสถวัดคงคาราม ราชบุรี
ซึ่งวัดเหล่านี้วาดเป็นรูปกลุ่มดาว แต่ของวัดราชนัดดารามวรวิหารวาดเป็นรูปเทวดาแทน









จากหน้าประตูฝั่งขวา







หน้าประตูฝั่งซ้าย







จากมุมนี้ พระวิหาร พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ



โลหะปราสาท



ประวัติโลหะปราสาท





วันนี้ไม่ได้เข้าไปด้านใน ...เคยอัปบล็อกไปแล้วค่ะ







โลหะปราสาท ถือเป็นอาคารพิเศษของวัดและเป็นอาคารประธานของวัดราชนัดดารามวรวิหารอย่างแท้จริง โลหะปราสาทหลังนี้ถือเป็นโลหะปราสาทหลังที่ 3 ของโลกต่อจาก ‘มิคารมาตุปราสาท’ โลหะปราสาทหลังแรกที่สร้างขึ้นโดยนางวิสาขา ณ ประเทศอินเดีย และหลังที่สองที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าทุฏฐคามณี กษัตริย์แห่งกรุงอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา



ปัจจุบัน มีเพียงโลหะปราสาทที่วัดราชนัดดารามวรวิหารเท่านั้น ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่จะบอกว่าสมบูรณ์ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะการสร้างโลหะปราสาทนั้นถือเป็นงานที่ค้างคาและเพิ่งจะเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง เพราะในสมัยรัชกาลที่ 3 โลหะปราสาทแห่งนี้ทำได้เพียงแค่โครงก่ออิฐสลับกับศิลาแลงโดยยังไม่ได้ฉาบปูนเลยด้วยซ้ำ ก่อนที่จะทำพื้น ฉาบปูน ตั้งยอดฉัตรชั้นบนในสมัยของพระประสิทธิ์สุตคุณ (แดง เขมทตฺโต) ก่อนที่โครงสร้างภายนอกจะมาสมบูรณ์แบบเวอร์ชันยอดสีขาวในสมัยที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังมีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้เกิดโลหะปราสาทเวอร์ชันยอดสีดำ และกลายเป็นเวอร์ชันยอดสีทองดังที่ปรากฏในปัจจุบัน



บางคนบอกชอบแบบเดิม ที่เป็นสีดำมากกว่า บางคนก็บอกแบบสีทองนี้ งามกว่ามาก





กำแพงเมือง ป้อมมหากาฬ ที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 100 เมตร  (ถูกรื้อถอนเพื่อการสร้างถนน)





กำแพงชั้นนอกวัดราชนัดดา มีลักษณะ เหมือนกำแพงเมือง



พระบรมบรรพต (เจดีย์ภูเขาทอง) วัดสระเกศ



ถัดจากวัดราชนัดดา เดินมาอีกนิด - วัดเทพธิดารามค่ะ



พระอุโบสถปิด เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19







พระปรางค์ทิศทั้ง 4





พระพุทธเทววิลาส หรือ หลวงพ่อขาว 



หลวงพี่บอกว่า ถ่ายจากด้านนอกได้...วัดเทพธิดาราม เคยอัปบล็อกไปแล้วเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าผ่านมาแถวนี้ เราก็แวะเรื่อย



หมู่ภิกษุณี 52 องค์ ภายในพระวิหาร



มาทีไร พระวิหารปิดตลอด มีป้ายห้อยไว้ว่า ถ้าต้องการเยี่ยมชม ให้ติดต่อพระผู้ดูแล มีเบอร์โทร.



พระวิหาร พระอุโบสถ



หอไตร อยู่ถัดไปค่ะ



หอไตร - ที่เห็นมุมซ้ายของภาพ



ถ่ายพระปรางค์มาครบทั้ง 4 ทิศ

Create Date :24 มกราคม 2564 Last Update :24 มกราคม 2564 15:49:00 น. Counter : 630 Pageviews. Comments :0