bloggang.com mainmenu search
ตอนที่ 3 ของทริปนี้...ออกจากวัดเทพธิดาราม เราจะไปวัดสระเกศต่อ

เดินย้อนกลับมาบริเวณใกล้ป้อมมหากาฬ ใกล้แยกผ่านฟ้าลีลาศ...



 ผัดไทยทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี ร้านดัง เยื้อง ๆ วัดเทพธิดาราม ยังไม่เคยกินเลยค่ะ



ถนนราชดำเนินกลาง



ปลายสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ทั้ง 2 ฝั่งมีเสาหินอ่อนประดับด้วยเครื่องสำริดและมีลวดลายสลักที่เสาหินอ่อน มีลักษณะงดงามมาก

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เป็นสะพานข้ามคลองรอบกรุง ตอนที่เรียกว่าคลองบางลำพู เชื่อมถนนราชดำเนินกลางและถนนราชดำเนินนอก บริเวณใกล้กับป้อมมหากาฬ
สะพานผ่านฟ้าลีลาศ สร้างในปีใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างพร้อมกับถนน เดิมเป็นสะพานโครงเหล็ก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานใหม่ให้มีลักษณะใหม่และงดงามขึ้น และพระราชทานนามว่า สะพานผ่านฟ้าลีลาศ



แยกผ่านฟ้าลีลาศ



จากสะพานผ่านฟ้า เดินชิดขวา เลี้ยวขวา มาที่สะพานมหาดไทยอุทิศ



ซ้ายมือเรา - พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้ขาออกมาค่อยมาแวะค่ะ ... ว่าไปเส้นนี้เคยอัปบล็อกไปแล้วล่ะค่ะ



คลองรอบกรุง ตอนที่เรียกว่าคลองบางลำพู



สะพานมหาดไทยอุทิศ



สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ คลองบางลำพู



สะพานมหาดไทยอุทิศ  เปิดใช้เป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ เป็นสะพานของถนนบริพัตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เพื่อข้ามคลองมหานาค ณ จุดบรรจบระหว่างคลองมหานาคกับคลองรอบกรุง หรือ คลองโอ่งอ่าง-บางลำพู มาเชื่อมกับถนนดำรงรักษ์และถนนหลานหลวง รวมทั้งถนนราชดำเนิน



สะพานมหาดไทยอุทิศตั้งอยู่ใกล้ภูเขาทอง วัดสระเกศและป้อมมหากาฬ สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



บรมบรรพต หรือ เจดีย์ภูเขาทอง





ศาลาหลวงพ่อดวงดี



พระวิหารหลวงพ่อดำ



หลวงพ่อดำ เป็นพระปิดทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๔ ศอก สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือปั้นยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระพุทธรูปที่คู่กับบรมบรรพต (ภูเขาทอง) มาตั้งแต่ต้น เล่ากันว่าสร้างไว้เพื่อให้เจ้านายและพุทธบริษัททั่วไป ที่ไม่สามารถขึ้นไปบูชาองค์พระบรมบรรพตได้บูชาที่พระพุทธรูปองค์นี้



30 ธันวาคม 2563 ยังอยู่ในช่วงโควิด-19 ระบาด



ขึ้นบันไดไป 344 ขั้น











ตามมาค่ะ















วิวมุมสูง









วัดราชนัดดา



วัดสุทัศน์ โรงเรียนเบญจมราชาลัย วัดอรุณ









พระวิหาร





บรมบรรพต นามพระราชทาน ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อเดิมคือ  “พระเจดีย์ภูเขาทอง”
แต่ชาวไทยนิยมเรียกง่าย ๆ กันว่า เจดีย์ภูเขาทอง  พระเจดีย์องค์นี้ นับเป็นพุทธสถานที่สำคัญของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
เหมือนกับพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร นับเป็นสัญลักษณ์ของวัดที่คนทั่วโลกรู้จักกันมากกว่าพุทธสถานรอบวัด



สะพานพระราม 8



12.44 น. ลงแล้วค่ะ



แร้งวัดสระเกศ








 

หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปหล่อ ปิดทอง ในสมัยรัชกาลที่ ๓ หน้าตักกว้าง ๗ ศอก ๑ คืบ ส่วนสูง ๑๐ ศอก 

หลวงพ่อโต หันพระพักตร์ไปทางคลองมหานาค ที่ขุดผ่านบริเวณวัด หันหลังให้ภูเขาทอง มีพระวิหารทำด้วยไม้ มีฝากั้นทำด้วยไม้เช่นกัน



ส่วนฐานก่อนอิฐถือปูนสูงกว่าพื้นดินประมาณ ๓ เมตร เมื่อยังไม่มีห้องแถวฝั่งตรงกันข้ามคงจะมองเห็นเด่นชัด และสวยงาม เพราะมีคลองคั่นอยู่ด้วย

ประวัติหลวงพ่อโตที่พอจะนำมาอ้างได้ปรากฏอยู่ในหมายรับสั่ง ร.๓ เล่ม ๕ จ.ศ. ๑๒๑๒ มีความองค์ตอนหนึ่งว่า

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชศรัทธาให้สร้างพระพุทธปฏิมากรพรองค์หนึ่ง หน้าตักกว้าง ๗ ศอกเศษ ๒



หอพระไตรปิฎก ปิดไม่ได้ให้เข้าชม



เคยอัปบล็อกไปแล้วค่ะ

 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=morkmek&month=05-11-2012&group=3&gblog=171
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=morkmek&month=14-11-2012&group=3&gblog=172









ศาลาการเปรียญ สมัยรัชกาลที่ ๑



ศาลาการเปรียญแห่งนี้  เป็นสถานที่สำคัญตามประวัติศาสตร์  มีตำนานเนื่องในพระราชพงศาวดารว่าเมื่อวันเสาร์  เดือน ๕ แรม ๙ ค่ำ  ปีขาล จัตวาศก  จุลศักราช ๑๑๔๔  ตรงกับ  พุทธศักราช ​ ๒๓๒๕  คราวที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ครั้นดำรงพระยศเป็น  สมเด็จพระเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก)  เสร็จการศึกสงครามจากเขมร  เสร็จเข้าโขลนทวาร  ประทับสรงมุรธาภิเษก  ก่อนเสร็จขึ้นครองราชย์และสถาปนา “ราชจักรีวงศ์”
จากนั้นได้พระราชทานเปลี่ยนชื่อวัดสะแกเดิมเป็น  วัดสระเกศ  ราชวรมหาวิหาร      ครั้นต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๓ ได้ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างศาลาการเปรียญหลังนี้ขึ้นเพื่อรักษาบ่อน้ำมุรธาภิเษก อันสำคัญไว้ (บูรณะเมื่อ พุทธศักราช ๒๕๕๖)
 


กราบสักการะ รูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)  ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช





พระวิหาร  มีหลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ  มีช่อฟ้า ใบระกา  หน้าบันทั้งสองด้านประดับด้วยกระจกสีวิจิตรงดงาม  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญ ๒ องค์ด้วยกัน  คือพระอัฏฐารส  และหลวงพ่อดุสิต





จากหน้าพระวิหาร มองไปที่เจดีย์ภูเขาทอง



หลวงพ่อดุสิต พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพุทธรูปศิลป์สกุลช่างรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อัญเชิญมาประดิษฐานในห้องหลังพระอัฏฐารส



พระอัฏฐารส มีพระนามเต็มว่า พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร  เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ  ซึ่งหล่อปิดทองขนาดใหญ่มาก  สูงถึง ๕ วา ๑ ศอก ๑๐ นิ้ว (๒๑ ศอก ๑ นิ้ว) ประดิษฐานอยู่ชุกชี ในพระวิหาร ธรรมดาเมืองหลวงแต่ก่อนย่อมมีพระอัฏฐารสเป็นประจำราชธานี  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ( ร.๓ ) ทรงโปรดให้อัญเชิญพระอัฏฐารสมาจากวัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก มาประดิษไว้ ณ พระวิหารแห่งนี้  อนึ่ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระกฐินที่วัดสระเกศแห่งนี้  ย่อมเสด็จมาทรงจุดธูปเทียนถวายสักการะพระอัฏฐารสก่อน แล้วจึงเสด็จเข้าพระอุโบสถ



เดินไปพระอุโบสถ





พระอุโบสถ ประดิษฐานบนลานกระเบื้องสีเหลืองนวลรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วชั้นนอกและพระระเบียง

เป็นศาลาแบ่งเขตกับพระวิหารพระอัฏฐารส  รอบพระอุโบสถมีซุ้มพัทธสีมาตั้งรายรอบอยู่ ๘ ทิศ



พัทธสีมาคู่ประดิษฐานในซุ้มทรงกูบช้างที่ประดับกระเบื้องลายวิจิตร ผีมือช่างจากเมืองจีน ซุ้มพัทธสีมาแห่งนี้ได้รับคำชมว่างามแปลกตามาก

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า องค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ทรงสรรเสริญว่า

“ซุ้มพัทธสีมาวัดสระเกศ วิจิตสวยงามมาก ควรถือเป็นแบบอย่างได้”





หน้าบันพระอุโบสถทั้งด้านหน้าและด้านหลังสลักลายกระหนกลายก้านขดประดับกระจกสี

ตรงกลางประดับรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์จักรี

ลายกระหนกก้านขดทอดลายงดงามรับกับเครื่องหลังคาที่ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ดูอ่อนช้อยกลมกลืนกัน





ซุ้มประตูหน้าต่างแบบบันแถลง บานประตูเขียนรูปทวารบาลเป็นรูปชาวต่างประเทศ ส่วนหน้าต่างเขียนรูปลายรดน้ำสีสดตระการตา

ภายในพระอุโบสถกว้าง ประดิษฐานพระประธานปางสมาธิองค์ใหญ่ปิดทองคำเปลวสะท้อนสีทองสุกอร่าม

พระประธานองค์นี้ รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างครอบพระประธานองค์เดิมที่เล็กกว่าไว้ พระพุทธศิลป์ฝีมือสกุลช่างรัตนโกสินทร์



พระประธานประดิษฐานบนฐานชุกชีที่พอดีกับระดับสายตา

เมื่อกราบท่านแล้วแหงนมองพระพักตร์ท่านและดูรอบ ๆ พระอุโบสถจะได้ความรู้สึกอิ่มตาสบายใจ



ผนังรอบพระอุโบสถประดับภาพจิตรกรรม เบื้องบนเขียนภาพเทวดาและท้าวจตุโลกบาล ด้านตรงข้ามกับพระประธานเป็นภาพพุทธประวัติตอนมารวิชัย

ระหว่างซุ้มหน้าต่างวาดเป็นภาพทศชาติของสมเด้จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้านหลังพระประธานเป็นภาพไตรภูมิกถา







ภาพจิตรกรรมฝาผนังได้รับการซ่อมต่อจากสมัยรัชกาลที่ ๑ หลายครั้งอาทิ สมัยรัชกาลที่ ๓ รัชกาลที่ ๗

และล่าสุดเมื่อครั้งท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทัย) ครั้งทรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์และเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้ซ่อมเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑















เพดานพระวิหารคดทาสีแดง ประดับรูปดาวราย ภายในตั้งแท่นประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นประดับทองคำเปลว



รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาจากหัวเมือง พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ที่ประดิษฐานรายรอบทั้งสี่ด้านนับรวมได้ ๑๖๓ องค์



พระวิหาร



เจดีย์ภูเขาทอง



ความเดิม

สักการะพระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : ทศพุทธปฏิมาวังหน้า
สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ วัดราชนัดดา

Create Date :01 กุมภาพันธ์ 2564 Last Update :1 กุมภาพันธ์ 2564 15:40:48 น. Counter : 988 Pageviews. Comments :0