bloggang.com mainmenu search



YODPIMAN RIVER WALK


คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ ที่บรรจงออกแบบทุกรายละเอียดให้กลมกลืนกับทัศนียภาพโดยรอบ

ตัวอาคารของยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล

ที่นี่ ที่เดียว ที่มีระเบียงทางเดิน เลียบแม่น้ำเจ้าพระยาทอดยาวถึง 300 เมตร ไม่เพียงแนบชิด ทิวทัศน์ริมแม่น้ำได้อย่างแท้จริง

ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษที่สามารถ เชื่อมต่อกับอาคารอื่นๆ ในโครงการอีกด้วย อันได้แก่

ตลาดยอดพิมาน ซึ่งเป็นตลาดดอกไม้และผลไม้ กับ ปากคลองตลาดซึ่งเป็นตลาดผักและผลไม้

พื้นที่แห่งนี้จึงเป็น อาณาจักรแห่งไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมรสนิยม และตอบโจทย์ ทุกความต้องการ


ที่นี่...

คือศูนย์กลางแหล่งท่องเที่ยวทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

คือความทันสมัยในกลิ่นอายวันวาน

คือแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย

ทั้งคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา และครอบครัว

พร้อมศักยภาพสูงสุดในการรองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งร้านค้า ร้านอาหารระดับแถวหน้าของเมืองไทยและต่างประเทศ


อ่านต่อที่เว็บของ ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค

facebook Yodpiman River Walk







11.11  น.  วันที่   16  มีนาคม  2558  ปากคลองตลาด





แปะแผนที่ไว้ให้ค่ะ  จากเว็บของยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค เว็บสวยมาก ลองเข้าไปดู ตาม link ด้านบนเลยค่ะ




อยู่ใกล้สะพานพุทธ





มีป้ายบอกทางชัดเจน ยังไงก็เจอค่ะ





ทางเดินเข้าตลาดสะพานพุทธ








อาคารฝั่งตรงข้าม สำนักเทศกิจค่ะ ติดกันด้านซ้ายมือ เจดีย์สีขาวนั่น วัดประยุรวงศาวาส





ด้านซ้ายมือเรา สะพานพุทธ





อาคารนี้ล่ะค่ะ














อ่านตำนานตลาดยอดพิมาน ที่นี่ค่ะ




ตอนเราไป เค้ายังปิดแบบนี้   ตอนนี้เปิดพื้นที่ขายแล้วนะคะ





เพิ่งรู้ว่ามีศาลสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าด้วย





ด้านในประดิษฐานพระบรมรูปองค์เล็กของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1








ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเลย...











ด้านซ้ายมือของศาล คือ อาคารวิมานอโยธยา ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค





เรามาเมื่อวันที่  16  มีนาคม  2558





11.21 น.





สะอาด น่าเดินเล่นนะคะ





ฝั่งตรงข้าม วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารค่ะ











ท่ายอดพิมาน 1





นี่ค่ะ ทางเดินยาว 300 เมตร ใกล้ชิดริมน้ำเจ้าพระยา





ท่ายอดพิมาน 2





เรือด่วนเจ้าพระยา ธงส้ม





สำนักเทศกิจ











โบสถ์ซางตาครู้ส











ท่าเรือยอดพิมาน จะมี ท่ายอดพิมาน 1 และ ท่ายอดพิมาน 2 เราอยู่ที่ ท่า 2 มองไปท่า 1





สะพานพุทธ








ติดกันเลยค่ะ บ้านวินด์เซอร์ ละแวกนี้ ฝั่งนี้  เคยอัพบล็อกไปแล้วนะคะ





บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในชุมชนกุฎีจีน ริมฝั่งเจ้าพระยาช่วงที่เรียกกันว่าโค้งหัวแหวน ตรงข้ามกับปากคลองตลาด มีความเป็นมายาวนานนับตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เจ้าของบ้านหลังนี้คือ นางสมบุญ วินด์เซอร์  บุตรสาวเจ้าของโรงสีข้าวในคลองบางหลวง ซึ่งได้สมรสกับ นายหลุยส์ วินด์เซอร์ บุตรชายของนายกาเนียร วินด์เซอร์ กัปตันเรือชาวอังกฤษ และได้มาตั้งรกรากอยู่ในชุมชนกุฎีจีน

กัปตันกาเนียร ผู้นี้ภายหลังได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น “ขุนจำนงดิฐการ” จากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และยังเป็นผู้ก่อตั้งกิจการ “ห้างวินด์เซอร์” หรือ “ห้างสี่ตา” ที่ถนนเจริญกรุง


นอกจากเป็นตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยแล้ว วินด์เซอร์ยังเป็นตระกูลที่มีบทบาทสำคัญในชุมชน โดยเฉพาะในด้านศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะโบสถ์ซางตาครู้ส หลังจากที่เสียหายจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ ซึ่งตระกูลวินด์เซอร์ได้ร่วมบริจาคเงินสนับสนุนในการสร้างโบสถ์หลังใหม่นี้ รวมทั้งได้ถวายธรรมมาสน์ ที่ฐานสลักคำว่า “Windsor Family” และยังถวายระฆังตีบอกเวลา ข้างระฆังสลักชื่อ “Sombun-Louise Windsor”

นอกเหนือจากเรื่องราวและความทรงจำทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว บ้านวินด์เซอร์ยังทรงคุณค่ายิ่งในด้านศิลปวัฒนธรรม ด้วยรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของ “เรือนแบบขนมปังขิง” (Gingerbread) หรือ เรือนมะนิลา อันเป็นรูปแบบของอาคารที่มีการตกแต่งประดับประดาด้วยไม้ฉลุเป็นลวดลาย ตามบริเวณหน้าจั่ว ช่องระบายอากาศตอนบนของผนังและเหนือประตูหน้าต่าง ลูกกรงระเบียง และรอบชายคา อันเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5

ภายในบ้านวินด์เซอร์ ประดับตกแต่งด้วยประตูบานเฟี้ยมแกะเป็นลวดลายนกยูง ซึ่งปรากฏร่องรอยกระสุนจากเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน เสาไม้แกะสลักลวดลายดอกไม้ประดับหัวเสา ช่องลมแกะสลักไม้ฉลุ หน้าต่างเป็นหน้าต่างไม้เปิดคู่ ลูกฟักไม้บานเกล็ดแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนล่างเป็นบานกระทุ้งขอสับ กำแพงบ้านเป็นกำแพงอิฐเก่าแก่ ซุ้มประตูมีลวดลายปูนปั้นประดับหน้าจั่วสวยงาม


จากการสำรวจพบว่า บ้านวินด์เซอร์ยังคง “สภาพความแท้” (Authenticity) โดยแทบไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือดัดแปลงรูปแบบแต่อย่างใด จึงมีคุณค่าอย่างยิ่งในการอนุรักษ์เพื่อเป็นหลักฐานทางโบราณคดี โดยเฉพาะแขนงวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม


อย่างไรก็ตาม สภาพปัจจุบันของบ้านวินด์เซอร์มีความชำรุดทรุดโทรมมาก ด้วยไม่มีคนอยู่อาศัยและขาดการซ่อมบำรุง นอกจากนี้ตัวอาคารยังได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนและทางเดินเลียบแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ เนื่องจากฝนที่ตกลงมาไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำได้ หรือการที่มิจฉาชีพสามารถปีนเข้ามาลักขโมยลวดลายไม้ฉลุเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย


ด้วยคุณค่าและความสำคัญของบ้านวินด์เซอร์ รวมทั้งความเร่งด่วนของปัญหา คุณสมสุข จูฑะโยธิน หรือ ครูแอ๊ด ทายาทตระกูล วินด์เซอร์ และเจ้าของบ้านคนปัจจุบัน ได้แสดงเจตนารมณ์ให้มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูบ้านวินด์เซอร์ไปสู่ “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นย่านกุฎีจีน” เพื่อเป็นหลักฐานทางโบราณคดีและแหล่งเรียนรู้สาธารณะ


บ้านวินด์เซอร์ เดิมนั้นมี 2 หลัง ตึกปูนแบบฝรั่งด้านหน้าหลังหนึ่ง และเรือนไม้ด้านหลัง (บ้านวินด์เซอร์ปัจจุบัน) อีกหลังหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ตึกปูนนั้นได้ทรุดตัวและพังทลายไหลลงแม่น้ำไปแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน ถ้าเรายังมัวนิ่งเฉย เรือนไม้ที่เหลืออยู่ก็คงประสบชะตากรรมเดียวกัน”  (สัมภาษณ์คุณสมสุข จูฑะโยธิน วันที่ 18 ก.ค. 2552)



ข้อมูลจาก  //www.asa.or.th/th/node/100763





เคยถ่ายภาพบ้านหลังนี้ หลายครั้ง พูดทุกครั้ง...ชอบมาก





ภาพเมื่อ วันที่  25  กุมภาพันธ์  2555  เคยอัพบล็อกไปแล้ว





ตอนนั้นพยายามจะหาข้อมูลเพิ่มเติม...หาไม่เจอค่ะ   วันนี้หาได้ เอามาแปะไว้ด้วยกันเลย








ถ่ายสลับกับร้านรวงบ้าง  ที่นี่ร้านกาแฟเยอะมากค่ะ  ไม่ได้ลองนั่งร้านไหนเลย ไว้วันหลังจะมาใหม่




















ป้อมวิไชยประสิทธิ์ และพระปรางค์วัดอรุณ





จุดนัดพบริมน้ำแห่งใหม่ ท่ามหาราช....ว่าจะไปเหมือนกันค่ะ





ใกล้ๆ กัน ท่าเรืออัษฎางค์








วัดประยุรวงศาวาส





วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร





ร้านไอศครีมยศเส





เดินออกมาแล้วค่ะ 





มาเข้าห้องน้ำ สะอาดดี เห็นไม่มีคน...ถ่ายมาซะหน่อย





เค้าเข้าใจคิดนะคะ ห้องน้ำผู้หญิง ก็มีบ้าง ที่แม่จะพาลูกชายเล็กๆ เข้ามาด้วย

















Create Date :20 พฤษภาคม 2558 Last Update :20 พฤษภาคม 2558 5:07:38 น. Counter : 5506 Pageviews. Comments :27